สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๒ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๒ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๒ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]
แบบอักษร

แก้วนั่งตัวแข็งเกร็งเหมือนตุ๊กตาหินหลังจากที่ถูกจับให้เข้ามานั่งตรงเบาะข้างคนขับของรถยนต์คันใหญ่ ส่วนคนที่กระทำดังกล่าวกับเธอนั้นกำลังเดินอ้อมไปยังที่นั่งฝั่งคนขับ เขาดูอารมณ์ดีที่สามารถทำตัวเป็นกันเองกับเธอได้...ทั้งที่มันไม่ควรเลย !

ก่อนนี้ไม่นาน หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ แก้วรีบสาวเท้าออกจากห้องน้ำ ความตื่นเต้นนำพาให้เธอรีบไปพบเขาที่โต๊ะ ซึ่งเมื่อไปถึงต่อตระกูลก็ชวนเธอไปเที่ยวเล่นกันต่อ

ใช่ เธอคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้น แต่ที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อนก็คือยานพาหนะของเขา...แม้จะเดาไว้ล้วงหน้าว่ามันต้องเป็นรถราคาแพงพอตัว แต่เธอก็คิดแค่ว่าน่าจะเป็นรถตลาดที่รุ่นใหญ่หน่อย ไม่ได้คิดว่ามันจะหรูหราและโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียวขนาดนี้

หญิงสาวกลืนน้ำลายลำบาก ไม่กล้าขยับตัวใด ๆ เพราะกลัวว่าตนเองจะสร้างความเสียหายขึ้น พนันได้เลยว่าน้ำหอมติดรถคันนี้น่าจะแพงกว่าน้ำหอมแบ่งขายที่เธอเพิ่งฉีดใส่ตัวเมื่อครู่นี้แน่

“คาดเข็มขัดด้วยสิ” ต่อตระกูลที่เพิ่งเข้ามานั่งพูดพร้อมยื่นมือไปเกี่ยวเอาเข็มขัดนิรภัยซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายสุดมาคาดผ่านร่างเล็ก ทำให้คนที่กำลังประหม่าหันมองตามมือใหญ่ กระทั่งมาหยุดสายตาที่ใบหน้าหล่อซึ่งอยู่ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ

หญิงสาวไม่แน่ใจว่าตัวเองตื่นเต้นจนตาฝาดไปรึเปล่าที่มองว่าเขาดูเหมือนจะตาหวานผิดปกติ ตอนอยู่ที่ร้านเขาก็จ้องหน้าเธอนานกว่าเดิม แถมยังยิ้มแบบหว่านเสน่ห์ให้เธออีกด้วย

“ขอบคุณมากนะคะ” เธอหลุบตามองไปทางตรงข้ามกับใบหน้าคม หวังใจให้เขากลับไปอยู่ที่เดิมสักที แค่นี้ก็เขินจะแย่อยู่แล้ว

แต่มีหรือที่คนรั้นจะยอม ต่อตระกูลยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม ซ้ำยังก้มส่องคนขี้อายให้อายหนักขึ้น เป็นอะไรไปเหรอ เขากระเซ้าพร้อมเชยคางให้เธอหันไปสบตา แล้วสะกดเธอไว้ด้วยรอยยิ้มฟ้าประทาน

บอกทีว่านี่คือคนอายุสี่สิบกว่าปี เหตุใดเขาจึงทำตัวออดอ้อนได้เหมือนหนุ่มรุ่นแรกรักได้ถึงเพียงนี้ น่าตีจริง ๆ

มือสากเปลี่ยนจากการจับคางมนไปประคองแก้มขาวซีดที่มีเพียงแป้งฝุ่นทาไว้บาง ๆ ซึ่งหากแสงไฟจากนอกตัวรถสว่างพอ เขาอาจจะเห็นว่าเธอหน้าแดงขึ้นทุกทีที่เขาสัมผัส

ต่อตระกูลคลึงกลีบปากอิ่มด้วยหัวแม่มือ จ้องมองเธอด้วยสายตาทะลุทะลวง สำหรับแก้วแล้วมันไม่ต่างอะไรกับการหยุดเวลา เขาทำให้เธอใจสั่นระรัว ยิ่งยามที่เขาขยับเข้าใกล้ เธอยิ่งเหมือนจะลืมหายใจ

คนอ่อนหัดหลับตาปี๋เมื่อเสือร้ายประทับจูบ กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายโชยอ่อน นำพาใจดวงน้อยล่องลอยไปแสนไกล

ไม่ใช่ว่าไม่เคยรัก แต่ความรักมันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แล้วจากนั้นความจำเป็นที่ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูยายและน้องก็บีบให้เธอไม่มีเวลาคิดเรื่องหัวใจ จนอายุล่วงเลยเข้าเลขสามก็ยังไม่คิดจะรักใคร เพราะเจียมตัวว่าตนเองไม่คู่ควร แต่ตอนนี้...หัวใจจน ๆ ของเธอกำลังคิดจะลองดี

“ไปกินข้าวกัน” ต่อตระกูลเอ่ยขึ้นหลังจากที่ถอนจูบอันดื่มด่ำ เขากลับไปประจำตำแหน่งเดิมแล้วสนใจการขับรถเพื่อมิให้คนที่ถูกขโมยจูบอึดอัดใจ “คุณมีร้านประจำไหม?” เขาหาเรื่องชวนคุย ซึ่งแก้วก็เออออไปว่ามี แต่เป็นร้านข้างทาง ออกจากที่นี่ไปสักหน่อยก็ถึง

ดี งั้นไปกันเลย เขาบอกแล้วก็ขับรถออกไป ทิ้งให้คนที่วาบหวามไปกับรสจูบนั่งอมยิ้มอยู่เงียบ ๆ คนเดียว


***


แรกเห็นรถที่เขาเลือกใช้ แก้วคิดไปว่าชายตรงหน้าคงเป็นคนติดหรู เสื้อผ้า น้ำหอม และเครื่องมือสื่อสารของเขาก็ชวนให้คิดเช่นนั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ขณะนี้ต่อตระกูลกำลังโซ้ยข้าวต้มราคาประหยัดอยู่ตรงร้านโต้รุ่งริมทาง บุคลิกของคนตัวโตดูไม่เหมาะกับเก้าอี้เหล็กและโต๊ะแดงสนิมเขรอะ แต่ตอนนี้เขากลับนั่งมันโดยไม่ระวังว่าจะเปื้อนแต่อย่างใด

“มองอะไร?” คนห่ามที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารเงยหน้าขึ้นมาถาม หลังจากที่รู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่มีความเคลื่อนไหว ครั้นพอนิ่งสังเกตก็พบว่าเธอกำลังจ้องเขาอยู่

เมื่อแก้วไม่ยอมตอบ ซ้ำยังเปลี่ยนไปสนใจชามข้าวต้ม ต่อตระกูลจึงวางช้อนแล้วเท้าคางจ้องหน้าเธอแทน เอาสิ แลกกัน จะได้รู้ว่าคนที่ถูกมองนั้นรู้สึกอย่างไร

เมื่อถูกแกล้ง หญิงสาวก็หยิบแก้วน้ำมาดูดแก้เขิน ซึ่งคนที่นั่งตรงข้ามก็ทำด้วย เธอดื่มน้ำ เขาก็ดื่ม เธอหันมองซ้าย เขาก็มองตาม ครั้นพอเธอเหลืออด เปลี่ยนมาเรียกชื่อเขา เขาก็เรียกชื่อเธอตอบ ยียวนกันอยู่อย่างนี้จนแก้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาจึงพอใจ

ไม่รู้ว่านี่เป็นวิธีจีบสาวของเขารึเปล่า ชอบมาทำให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ มากมาย ทั้งโกรธที่เขาอาเจียนรดเธอในวันแรก ทั้งประทับใจในช่อดอกไม้ในวันที่สอง ทั้งประหลาดใจกับเรื่องต่าง ๆ ในวันต่อ ๆ มา จะเรียกว่าต่อตระกูลแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ของเธอก็ไม่ผิดนัก

รู้สึกมากขนาดนี้แล้ว ถ้าวันใดที่เขาหายไป เธอจะทำอย่างไร ?

“อิ่มรึยัง?” เขาถามหลังจากที่ดูดน้ำเปล่าจากแก้วอะลูมิเนียมจนหมด แก้วพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วทั้งสองก็กลับขึ้นรถซึ่งจอดไว้ข้างทาง

“อยากกลับรึยัง?” จู่ ๆ คนที่นั่งหลังพวงมาลัยก็เอ่ยขึ้น ทำให้หญิงสาวที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยชะงัก

คำถามของเขาเป็นที่รู้กันดีว่าสื่อถึงอะไร ข้าวปลาก็กินแล้ว ไม่มีธุระใดอื่นแล้ว เธอก็ควรกลับที่พัก แต่เขากลับมาถามคล้ายว่ายังมีที่ให้ไปอยู่อีก...ไม่ต้องเดาให้มากความ

ดวงตาโตที่มองตัวล็อกเข็มขัดไล่มองขึ้นไปตามร่างของชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า แม้จะรู้ว่าการที่แขกชวนผู้หญิงที่ทำงานแบบเธอออกเที่ยวหลังงานเลิกนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เธอก็ยังแอบหวังในใจว่าเขาคงไม่เหมือนผู้ชายทั่วไป แต่เปล่าเลย เขาก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่ให้ค่าพวกเธอเอาไว้เท่านี้ ดีหน่อยก็ตรงที่เขาอุตส่าห์เทียวไล้เทียวขื่อให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่าอยู่นานร่วมเดือนก่อนจะเสนอคำขอ...

เมื่อหญิงสาวเงียบไปนาน ต่อตระกูลที่มองตรงไปเบื้องหน้าก็หันมองเธอ ผมไม่บังคับ แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าไม่โอเคผมก็ยินดีไปส่งที่บ้าน เขาแสดงความใจกว้างแม้ในวินาทีสุดท้าย

ดูเหมือนว่าเขาจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช้กำลังบีบบังคับ แต่สายตาเจ้าชู้ที่จ้องมองหญิงผู้ใจสั่นไหวไปกับความดีที่เขาทำกลับกักขังเธอไว้อย่างแน่นหนา

แม้จะรู้ว่าเขาต้องการร่างกายของเธอ แต่คนที่หลงรักก็ยังหลงคิดไปว่าเขาคงจะขอแลกมันด้วยใจ

“คุณจะไปกับผมไหม?” เขาถามทวงอย่างสุภาพ ถ้าไม่ปฏิเสธ ผมจะถือว่าคุณตกลง เขายื่นเงื่อนไข ซึ่ง...หญิงสาวก็ยังคงนิ่งตามเดิม

ดี งั้นไปกันเลย เขาบอกแล้วก็ขับรถออกไป ทิ้งให้คนที่ใจสั่นกับการตัดสินใจบีบมือตัวเองอยู่เงียบ ๆ คนเดียว


***


รถสีดำเคลือบเงาจนมันปลาบเลี้ยวเข้าสู่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของบุรุษเจ้าสำราญที่มักจะพาแม่กวางสาวมาเสพสุข ครั้นพอเห็นเลขทะเบียนรถของลูกค้าเจ้าประจำ พนักงานที่คอยจัดระเบียบการเข้าใช้บริการก็เป็นอันรู้ดีว่าเขามาเพื่อจุดประสงค์ใด

ต่อตระกูลมาที่นี่บ่อย แล้วตุ๊กตาหน้ารถของเขาก็ไม่เคยซ้ำ เจ้าตัวบอกไว้กับพนักงานว่าไม่ต้องทัก ไม่ต้องทำเหมือนรู้จัก เดี๋ยวสาว ๆ จะน้อยใจหากได้รู้ว่าเขาพาหญิงอื่นมาเล่นจ้ำจี้เช่นกัน

ชายร่างผอมโบกมือเป็นสัญญาณให้รถแล่นเข้าจอดในบ้านหลังเล็กที่ยังว่าง จากนั้นพวกเขาก็ออกไปคุยกันครู่หนึ่ง แล้วคนอารมณ์ดีก็เดินผิวปากมาเปิดประตูรถให้คนที่นั่งรอได้เดินเข้าตัวบ้านพร้อมกัน

แก้วรู้สึกเกร็ง เธอมองแผ่นหลังของคนที่จูงแขนตนเองผ่านประตูด้วยใจระทึก

เมื่อเข้ามาภายในก็พบว่ามันเป็นเหมือนห้องห้องเดียว มิใช่บ้านหลังเล็กอย่างที่เห็นภายนอก ตรงกลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่ มองเลยไปหน่อยก็เห็นประตูไม้แกะสลัก หญิงสาวเดาว่าคงเป็นห้องน้ำ แต่ไม่ทันจะได้นึกอะไรต่อ คนตัวโตที่เดินนำเธอเข้ามาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง ง่วงจัง เขาบอกขณะที่ดวงตาคมพริ้มหลับ

แก้วส่ายหน้าก่อนจะเดินมาหย่อนกายนั่งตรงขอบเตียง หันมองหน้าคนที่พาเธอมาอย่างอ่อนใจ อยากถามเขานักว่าลงทุนเปิดห้องเพื่อให้เธอมานั่งดูเขาหลับอย่างนั้นหรือ ?

และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้เท่าทันความคิดของเธอ เมื่อแก้วเท้าแขนลงบนที่นอนเพื่อให้สะดวกต่อการแอบมอง คนแกล้งหลับก็ฉวยเอวคอดรั้งให้เธอล้มลงไปทับตัวเขาไว้

หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ตอนนี้ใบหน้าของเธออยู่ใกล้ชิดกับเขามาก แทบไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ...แย่แล้ว แบบนี้ต่อตระกูลก็เห็นหมดน่ะสิ ทั้งรูขุมขน รอยแผลสิว มีขี้ตารึเปล่าก็ไม่รู้ คนบ้าเอ๊ย !

“ขวัญเอ๋ยขวัญมา” คนชอบแกล้งเอ่ยทั้งที่ยังหลับตา มือก็เลื่อนมาลูบเรือนผมของเธออย่างปลอบประโลม นั่นแปลว่าต่อตระกูลยังไม่มองเห็นจุดบกพร่องอย่างที่เธอกังวล

อา...นี่สิ ที่ทำให้ขวัญของแก้วคืนมาจริง ๆ

“ค...คุณต่อ เล่นอะไรก็ไม่รู้ ปล่อยแก้ว...” เธอพูดพร้อมเท้าศอกค้ำมิให้หน้าอกหน้าใจเบียดทับเขาจนน่าเกลียด แต่ไม่ทันจบความ คนเกเรก็พลิกเปลี่ยนท่า ขึ้นคร่อมร่างบาง กักขังเธอเอาไว้

เขาฉวยโอกาสจูบขมับสาวอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็พรมจูบไปทั่วกรอบหน้า ทำเอาคนที่ไม่ประสีประสาเอียงแก้มหลบพัลวัน

“ค...คุณต่อ” แก้วส่งเสียงประท้วง หันหน้าไปทางไหนก็เห็นเพียงมัดกล้ามของท่อนแขนใหญ่ที่ค้ำอยู่ข้างศีรษะ น้ำหอมกลิ่นสะอาดที่ติดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายเสือร้ายช่างเย้ายวนชวนหลงใหล

“อย่าดิ้นนักสิ ถ้าดิ้นแล้วผมจูบไม่ถนัดอีกที จะจับทำอย่างอื่นแทนแล้วนะ” เขาเอ่ยเตือน ซึ่งแน่นอน มันไม่ใช่การขู่ 

แก้วยอมนิ่ง ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแววตระหนก แม้จะรู้ว่าเขาพามาที่นี่เพื่อทำอะไร แต่เธอก็ยังไม่พร้อม...

เมื่อเห็นว่าเธอยอมเชื่อฟัง คนเอาแต่ใจก็ระบายยิ้มออกมา เขาใช้นิ้วเกี่ยวเส้นผมที่สยายทับเนินอกสาวไปไว้ด้านหลังแล้วบรรจงจุมพิตที่ซอกคอสีนวลอย่างแผ่วเบา ในขณะที่มือซุกซนก็เปลี่ยนจากการโอบประคองร่างน้อยมาบีบนวดเนื้อนุ่มที่ซ่อนภายใต้อาภรณ์ตัวบาง

“ตัวหอมจัง” เสียงอู้อี้ดังอยู่ตรงซอกคอ ทำให้คนที่หลับตาเชิดหน้ารับสัมผัสเกร็งไปทั้งตัว

แก้วสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เกิดความรู้สึกจี๊ด ๆ เพราะการดูดเม้มตรงลำคอ รู้ได้ไม่ยากว่าเขาคงทำรอยอะไรบางอย่างเอาไว้เพื่อแสดงให้คนอื่นรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ตกอยู่ในห้วงความรักก็ยอมโดยดี

ต่อตระกูลขยับปากยุกยิกอยู่ไม่นานก็พรมจูบขึ้นมาตามคอระหง

“เมื่อกี้ทำอะไร?” แก้วถามพร้อมยกมือประคองใบหน้าหล่อไว้อย่างอ่อนโยน เขาตอบว่าทำเครื่องหมายการค้า จากนั้นก็ประทับจูบปิดปาก ไม่ยอมให้เธอพูดอะไรอีก

จุมพิตหวานฉ่ำสำหรับการเริ่มต้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนเมื่อลิ้นร้ายแทรกสู่ปากสาว แตะตวัดเย้าหยอกอย่างล้ำลึกจนผู้รับสัมผัสร้อนฉ่าไปทั้งกาย

แก้วหลับตาพริ้ม มือกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ตอนนี้เธอตัวแข็งเกร็งแต่ทว่าหัวใจของเธอกลับเบาหวิว หญิงสาวทำได้เพียงส่งเสียงครางตามจังหวะที่เขาดูดวิญญาณออกจากกายของเธอ

ชายตรงหน้าเชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้เหลือเกิน เขาเก่งเสียจนลูกศิษย์อ่อนหัดอย่างเธอไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง

มือหนาประคองศีรษะเล็กแล้วกดปากเน้นหนักส่งท้ายก่อนจะหยัดกายนั่ง แก้วปรือตามองตามเขาอย่างเว้าวอน แววตาหวานเยิ้มเข้าแทนที่ความตระหนก เธอบิดกายเร่า รู้สึกรุ่มร้อนเสียจนแทบระเบิด

“ถ้ายังขืนทำหน้าตาแบบนั้นอยู่อีก...” เขาเว้นระยะยามที่โน้มตัวเหนือกายสาว ทำให้เธอนิ่งฟังอย่างสนใจ แล้วเขาก็บอก “...ระวังคืนนี้...จะไม่ได้นอน”

“คนบ้า...” แก้วพูดแล้วก็เอียงหน้าหลบสายตาเจ้าชู้ เป็นการเปิดโอกาสให้คนเกเรย่อกายลงมากระซิบที่ข้างหู ลมอุ่นเป่ารดแก้ม ชวนให้หัวใจสาวสั่นไหวไปหมด แต่นั่นก็ยังไม่หนักเท่ากับคำที่เขาเอื้อนเอ่ย

ถอดเสื้อให้ผมหน่อย...

แก้วหันกลับมาจ้องหน้าเขาอย่างตกใจ แต่แล้วเมื่อพบสายตาอ้อนวอนที่มองอยู่ก่อน เธอก็ไม่ลังเลที่จะลงมือ

กระดุมเชิ้ตถูกปลดออกอย่างยากลำบาก ผู้ปลดนั้นตั้งใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ให้ความร่วมมือ เขาเอาแต่เคล้าใบหน้าไปตามเนินอกนุ่ม สร้างความขัดข้องให้แก่คนที่พยายามไล่มือหากระดุมเม็ดที่เหลือ

“เข็มขัดด้วย" เสียงห้าวบอกเมื่อเสื้อถูกถอดจากกาย คงไม่ต้องพูดต่อว่าต้องถอดอะไรอีกบ้าง “เสร็จจากผมแล้วก็จัดการตัวเองด้วย...” เขาออกคำสั่งอย่างเคยชิน ซึ่งคนที่ตกอยู่ในห้วงความเสน่หาก็ยอมว่าตามแต่โดยดี


***


​หลอดไฟกลางห้องดับลงเมื่อมีคำสั่งปิดใช้งานจากรีโมตคอนโทรลซึ่งอยู่ในมือของต่อตระกูล เหลือไว้เพียงแสงนวล ๆ ที่ลอดออกมาจากโคมไฟบนโต๊ะข้างเตียง

เสร็จจากการปิดไฟ คนนิสัยไม่ดีโยนรีโมตฯ ทิ้งไปพอแต่พ้นมือ ไม่สนใจว่ามันจะพังหรือไปตกอยู่ตำแหน่งใด...ตอนนี้เขามีเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นรออยู่

ก่อนหน้านี้ ร่างกำยำอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าด้วยฝีมือของหญิงสาวซึ่งทอดกายนอนอยู่บนเตียง ใช่ เขาถอดชุดแล้วเรียบร้อย สวมเครื่องป้องกันแล้วด้วย ตัวแก้วเองก็ถอดแล้วเช่นกัน หุ่นทรงของเธอดูดีกว่าที่เขาคาดเอาไว้แต่แรก นึกว่าจะผอมเป็นไม้เสียบผี ที่ไหนได้ โคตรอวบอัด เต็มไม้เต็มมือสุด ๆ ไปเลย และในตอนที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้สวย จู่ ๆ เจ้าหล่อนกลับขอให้เขาปิดไฟห้อง เหลือไว้แต่โคมไฟก็พอ เธอบอกอย่างนั้น

แน่นอน เขาอิดออดเพราะการไปปิดไฟมันช่างขัดจังหวะแห่งความสุข แต่แก้วก็ไม่ยอม ยืนยันว่าให้ปิดไฟลูกเดียว ในที่สุดเขาก็ทนคำรบเร้าไม่ไหว จำต้องผละจากเรือนกายยั่วกิเลสแล้วเอื้อมหยิบรีโมตฯ จากโต๊ะข้างเตียงมาใช้

...ถึงจะแค่ชั่วครู่ แต่มันก็ทำให้เสียเวลาเหมือนกัน !

ด้านคนที่ทอดกายนอนรอเขาอยู่ก็ได้แต่ถอนใจกับภาพที่เห็น เธอรู้ว่าเขาคงไม่ชอบใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาที่เครื่องกำลังร้อน แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเธอขี้อายเกินกว่าจะกล้าทำกิจกรรมบนเตียงท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้า

“ขอบคุณนะคะ...” แก้วเอ่ยกระซิบเอาใจเมื่อคนตัวโตกลับมาสัมผัสร่างกายของเธออีกครั้ง เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่ประทับจูบละมุนที่ซอกคอ ซ้ายที ขวาที จากนั่นก็ไล่ขึ้นมาตามคางแล้วมาจบที่กลีบปากฉ่ำ

มือหนาประคองศีรษะเล็กไว้อย่างอ่อนโยน กดปลายนิ้วคลึงแผ่วเบา สร้างความผ่อนคลายให้คนที่ตกอยู่ในอาการตื่นเต้น ส่วนอีกมือของคนเกเรนั้นเลื้อยต่ำลงมายังเนินอกนุ่มที่กระเพื่อมตามจังหวะการหายใจ แก้วหลับตาพริ้ม จินตนาการถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้

คนไม่ประสีประสากับเรื่องคาวโลกีย์เผลอตัวแอ่นอกสู้มือร้าย เธอสะดุ้งเฮือกยามเขาใช้นิ้วตวัดผ่านปลายยอด นั่นยังไม่นับรวมท่อนกายใหญ่โตที่เบียดหน้าขาอยู่ในขณะนี้ อา...แค่นี้ก็แทบขาดใจอยู่แล้ว

ต่อตระกูลระดมจูบอยู่ครู่ใหญ่ก็เปลี่ยนมาสนใจธุระสำคัญที่รอให้เขาสะสาง ไม่เน้นออรัลเพราะเขาไม่นิยมทำอย่างนั้นกับผู้หญิงที่ซื้อมากิน...พูดว่าไม่ทำให้ใครเลยจะถูกต้องกว่า เพราะขนาดเมียแต่งที่อยู่ด้วยกันร่วมสิบปีเขายังแค่จูบปากเฉย ๆ นับประสาอะไรกับบรรดาสาวน้อยตามรายทางที่ผลัดกันชมกับคนอื่น...อย่าได้หวัง

นายพรานผู้มากประสบการณ์ใช้จุมพิตแสนหวานล่อลวงแม่กวางสาวให้หลงไปกับรสซาบซ่านของกามารมณ์ เบาหวิวแต่แน่นหนัก ดุดันทว่าอ้อยอิ่ง เป็นรสชาติที่ระคนปนเปเสียจนคนที่ตกเป็นเหยื่อแทบลืมหายใจ

ขณะเดียวกัน ท่อนขากำยำที่กางคร่อมเรียวขาเสลาทั้งสองก็เปลี่ยนมาแทรกลงตรงกลาง ค่อย ๆ แยกให้เกิดพื้นที่ตรงหว่างขาสาวแล้วดันน้อย ๆ จนร่างบอบบางอยู่ในท่านอนชันเข่าโดยไม่รู้ตัว

"คนอะไรนอนอ้าซ่า..."

เสียงกระซิบที่ข้างหูทำให้แก้วลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจ เธอเหลือบมองร่างกายของตนเองซึ่งตอนนี้อยู่ในท่าทางที่ต่างจากเดิมไปมาก หญิงสาวก็รีบหุบขาโดยอัตโนมัติ แต่มีหรือที่จะทำได้ ในเมื่อมีท่อนขาของใครบางคนคั่นเอาไว้ก่อนแล้ว

"คุณต่อ..." หญิงสาวส่งเสียงประท้วง พยายามกระถดกายหนี แต่กลับถูกมือหนากดบ่าเอาไว้ให้อยู่ที่เดิม

ดวงตาคมกริบมีประกายยามต้องแสงจากโคมไฟ ดูวาววับฉายแววเจ้าเล่ห์กว่าเวลาปกติ เขาจ้องตาเธอพร้อมเหยียดยิ้มน้อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มคล้ายรู้ทันนี้ก็ยังสามารถสร้างความร้อนวูบวาบให้เกิดขึ้นภายในช่องท้องของคนที่ถูกมองได้...

"เขินเหรอ?" เสียงห้าวเอ่ยเบา ทว่าฟังดูล้ำลึก ยิ่งยามเขาไล้ปลายนิ้วตามกลีบปากฉ่ำวาว ซ้ำยังทอดตามองตามนิ้วของตนเองราวกับอยากกลืนกินร่างกายของเธอ ยิ่งทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงเสน่หาร้อนรุ่มจนแทบมอดไหม้

ต่อตระกูลละสายตาจากริมฝีปากสีสวย มองต่ำลงมาจนถึงเนินอกที่ไหวตามจังหวะหายใจ เม็ดชมพูชูชันอวดสายตา แต่ไม่ทันได้เชยชมเต็มอิ่ม มือเล็กของคนขี้หวงก็ตะปบปิดบังเอาไว้ทันที อย่ามองนะ แก้วบอกเสียงสั่น แต่เขาไม่สนใจ จับมือของเธอไปกดไว้ที่ข้างตัว ครั้นพอมืออีกข้างมาปิดไว้อีก เขาก็ทำคล้ายเดิม โดยรวบข้อมือทั้งสองไว้เหนือศีรษะสาว กดเอาไว้อย่างง่ายดายด้วยมือเดียว

สิ้นอุปสรรค มิหนำซ้ำการกำจัดปัญหาก็ยังช่วยส่งให้หน้าอกหน้าใจกลมกลึงโดดเด่นขึ้นมาเป็นเท่าตัว คนที่รอโอกาสนี้ก้มหน้าลงประทับจูบเบาบางที่เนื้อนุ่ม จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นอมยอดสีสวยเข้าไปเต็มปาก

"อ๊า...า" เสียงหวานดังขึ้นทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นตวัดไปมาที่จุดอ่อนไหว ในขณะที่เขาก็ใช้มืออีกข้างตวัดหยอกยอดอกอีกข้างเช่นกัน

ต่อตระกูลจับจ้องสายตาไปที่ใบหน้าสวยซึ่งกำลังขมวดคิ้วด้วยความกระสัน เธอส่ายหน้าไปมาอย่างทรมาน ยิ่งยามที่เขาละมือจากเนินอกไปใช้นิ้วสอดใส่ที่ดอกไม้งามแล้วขยับรัว เธอยิ่งส่งเสียงครางอือ ๆ ไม่หยุด เรียวขาที่ถูกกักให้ชันขึ้นก็ถีบตะกายอยู่เนือง ๆ และแน่นอนว่ามันไม่เกิดผลใด...

เร้าอารมณ์สาวอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเธอติดไฟแล้ว คนตัวโตก็เปลี่ยนไปอยู่ในท่านั่งคุกเข่าทับส้น สอดมือรวบเอวคอด ดึงเข้าหาตัวจนแนบชิด ท่อนกายแข็งขันกระตุกหงึก บอกเป็นนัยว่าพร้อมแล้วสำหรับการบรรเทาความอึดอัดที่สะสมมานาน

มือหนาจับท่อนอุ่นจ่อที่ร่องกายสาว ถูไถจนเปียกชุ่มด้วยน้ำหวานที่ดอกไม้สีสวยปล่อยออกมา จากนั่นก็ค่อย ๆ กดแทงเข้าไปในแอ่งเล็กที่เปียกลื่น

"อ๊ะ..." แก้วร้องเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมพยายามจะผ่านเข้าไปในร่างกาย มันเจ็บจี๊ดและคับแน่นไปพร้อมกัน แต่ไม่นานเขาก็ดึงมันกลับออกไป 

สีหน้าของต่อตระกูลดูจริงจังเป็นอย่างมาก เขาเม้มปากยามที่กดตัวตนเข้าไปภายในช่องทางคับแน่น และครั้งนี้แทนที่จะดึงกลับออกมา คนผู้มีความอดทนต่ำกลับกดเอวส่งท่อนกายแกร่งแทรกลึกเข้าไปในกายสาว

แก้วหวีดเสียงลั่นพร้อมหลับตาปี๋ โค้งคิ้วสวยขมวดมุ่น รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางกายอย่างบอกไม่ถูก เธอพยายามกระถดกายหนี แต่กลับถูกกอดไว้ด้วยอ้อมแขนใหญ่ของคนที่โน้มตัวลงมาจุมพิตปลอบประโลม

ต่อตระกูลไม่ได้ทิ้งให้เธอโดดเดี่ยวอย่างที่นึกกลัว เขาประคองศีรษะเล็กเอาไว้ด้วยมือเดียว ปากก็พร่ำบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว 

มือเล็กป่ายปะหาที่พึ่ง เธอโอบกอดแผ่นหลังกว้างเอาไว้อย่างแน่นเหนียว รู้สึกได้ว่าน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่ได้รับเชิญไหลหยดลงทางหางตา หล่นตุ๊บลงบนหมอนสีขาวที่นอนหนุน

ต่อตระกูลปาดน้ำตานั้นออกพ้นใบหน้าสวย กระซิบบอกว่าผมจะอยู่ตรงนี้ ไม่ขยับเขยื้อนจนกว่าคุณจะพร้อม เขาบอกพร้อมแนบแก้มชิดแก้มใส ออดอ้อนคลอเคลียราวลูกแมวซุกหาไออุ่นจากกันและกัน

"ม...ไม่เป็นไรค่ะ...ก...แก้วไหว" คนที่ไม่อยากให้เขารอเอ่ยเอื้อนอย่างยากลำบาก เธอพยายามปรับตัวให้ชินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นตัวถ่วงความสุขของเขา

คนตัวโตเปลี่ยนมาแนบหน้าผากชนกับหน้าผากมน พร้อมย่นจมูกถูกันไปมาเป็นเชิงหยอกล้อ เขามอบจูบน่ารักให้เธอแทนคำขอบคุณ

รู้หรอกน่าว่าเธออยากตามใจ แต่ความเป็นจริงแล้ว เธอจะพร้อมเมื่อไหร่นั้น...เขารู้ได้ด้วยสัญชาตญาณต่างหาก


***


เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในห้องพักรายวันเกรดเยี่ยมลั่นเอี๊ยด ๆ ตามจังหวะการขยับกายของผู้ใช้งานร่างกำยำซึ่งกำลังโยกกายเหนือร่างบอบบางที่ถูกทาบทับจนแทบจมหายไปกับฟูกสีขาวสะอาด

เกมร้อนดำเนินมาครู่ใหญ่ หลังจากที่หญิงสาวปรับตัวเข้ากับความหฤหรรษ์ได้มากพอ คนที่นิ่งรอเวลาก็เดินเกมด้วยจังหวะช้า เขาอัดแรงเข้าสู่กายสาวอย่างระวังทว่าต่อเนื่อง เมื่อเธอเริ่มชินและเปลี่ยนจากเสียงโอดโอยมาร้องครางครวญ เขาก็เริ่มเปลี่ยนระดับความถี่ในการซอยเอวให้เพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นอีกคำรบเมื่ออารมณ์เปลี่ยวของบุรุษพลุ่งพล่าน...เหมือนอย่างตอนนี้

"อ๊ะ...อ๊า...า" เสียงหวานครางระงมยามที่ท่อนกายใหญ่โตเคลื่อนเข้าออกในร่องอุ่นอย่างดุดัน เนินอกกลมกลึงไหวกระเพื่อมตามแรงกระแทก ดึงดูดสายตาโลมเลียให้จับจ้องจนไม่ยอมมองไปไหน

คนตัวโตที่หยัดกายคำรามเหนือร่างสาวพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้หลังจากที่ตามสานสัมพันธ์กับเธอนานร่วมเดือน

แก้วตอบสนองเขาได้ดี ดีมากกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก เธอเร่าร้อนและมีชีวิตชีวา สีหน้ายามที่พอใจกับรสรักกระตุ้นอารมณ์มากพอ ๆ กับเสียงครางเสนาะหู เอวคอดน่าถนอมเหมาะแก่การจับกระแทกกับตอแข็ง ๆ ให้หนำใจ

คิดแล้วมันคึกไม่หยุด !

คนตัวโตขยับเอวถี่ยิบ ในขณะที่มือซึ่งสอดประสานเข้ากับซอกนิ้วเล็กก็กดตรึงบนเตียง ทำให้ร่างบอบบางไม่อาจขยับถอยห่างไปได้ ตอนนี้เธอทำได้เพียงสะบัดหน้าไปมาและครวญครางเพื่อระบายความอัดอั้นที่เกิดขึ้นเพราะเขา

เอวสอบที่สนุกกับการแทงเข้าออกในร่องกายสาวเปลี่ยนมาบดควงอย่างเร่งเร้า สลับกับการซอยเอว ทำให้คนผู้ถูกกระทำบิดกายเร่าด้วยความซ่านกระสัน เธอกัดปากพร้อมหลับตาปี๋ หายใจหอบแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากเขายังปั่นพายุหมุนอยู่อย่างนี้ มีหวังว่าเธอคงสำลักความสุขจนตายแน่

ต่อตระกูลผ่อนลมหายใจอย่างมีชั้นเชิง เขาต้องรักษาพลังงานเอาไว้ให้มากที่สุด บอกตัวเองว่าจะไม่ยอมเหนื่อยก่อนที่การสอนงานจะเสร็จ 

ตาคมทอดมองคนใต้ร่างที่ดิ้นพล่านเพราะเจอทีเด็ด แค่หมุนควงในท่าธรรมดาเองนะ ถ้าลองได้เจอการเล่นท่า ความกระสันของเธอจะโหมกระพือไฟสวาทของเขาได้ถึงเพียงไหนกัน

แก้วปรือตามองใบหน้าหล่อที่อยู่ห่างจากสายตาไปไม่ไกล คิ้วสวยขมวดอย่างเว้าวอน ช่วยทำให้เป็นปกติที อย่ารังแกกันนักเลย เธอคงอยากบอกกับเขาอย่างนี้ แต่เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยในใจของเธอนั้นไม่อยากให้เขาเลิกทำ

"ดีมากคนสวย...อ้ากว้าง ๆ อา...อย่างนั้นแหละ" คนที่เพลิดเพลินกับการควบสตรีเอ่ยชม เขาขยับเอวพริ้วไหวราวกับจ๊อกกี้ที่กำลังควบม้าไปยังดินแดนสวรรค์

เส้นทางของบุรุษหนุ่มนั้นยังอีกไกล แต่กับอาชาสาวที่ถูกกระหน่ำอัดแรงเข้าออกนั่นใกล้ถึงเต็มทน ขอแค่เขาเร่งจังหวะอีกน...นิด นิดเดียวเท่านั้น

"อ...อ๊าาา..." เสียงหวานครางระงมเมื่ออดทนฝ่าฟันมาจนถึงเส้นชัยของตัวเอง ร่องกายคับแน่นบีบรัดตัวตนแกร่งที่ช่วยส่งให้เธอไปถึงฝัน ร่างงามกระตุกเป็นจังหวะ รู้สึกเบาหวิวคล้ายล่องลอยบนปุยเมฆขาวสะอาด

มัน...ดีจริง ๆ

แต่ไม่ทันจะหายเหนื่อย คนที่นิ่งเพื่อให้เวลาเธอได้หยุดพักก็ขบับเอวอีกครั้ง เริ่มต้นด้วยความช้าแต่แน่นหนัก สาวยาวแต่ล้ำลึก ทำให้คนที่หลับตาพริ้มเมื่อครู่ลืมตาขึ้นมอง

"ราตรีนี้ยังอีกแสนไกล..." เขากระซิบที่ข้างแก้มใสก่อนจะรวบรั้งตัวเธอให้พลิกตะแคงเข้าหาตัว เท้าศอกให้ใบหน้าอยู่ในระดับที่สูงกว่าหญิงสาวซึ่งนอนแนบกับที่นอน ขยับเอวเนิบช้าพลางมองตาคนที่ถูกจับขายกชัน

แก้วนอนนิ่งยามที่ท่อนกายอุ่น ๆ ขยับเข้าออกในร่างกาย เป็นจังหวะเบา ๆ และผ่อนคลาย ต่างจากเมื่อครู่ที่เผ็ดร้อนจนแทบลืมหายใจ

หญิงสาวมองตอบดวงตาคมที่กำลังจ้องมา เห็นถึงความรู้สึกหลากหลายที่เขาซ่อนไว้ใต้ความนิ่งเฉย กรอบหน้าคร้ามมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นประปราย ยามที่เขาเม้มปากจะมีรอยบุ๋มปรากฏที่แก้มทั้งสอง เขาดูตั้งใจไม่น้อยที่จะผ่อนแรงให้เธอได้พัก แต่ถึงจะไม่เผ็ดเหมือนที่ผ่านมา แก้วก็รู้สึกว่าแบบนี้ก็วาบหวามไม่แพ้กัน

ความราบเรียบยังคงดำเนินไปช้า ๆ ไม่มีวาจาใดระหว่างหนุ่มสาว จะมีก็แต่เพียงเสียงฮึมฮัมที่เล็กลอดออกมาจากอารมณ์ซาบซ่าน

ต่อตระกูลสอนบทเรียนละมุนอยู่ครู่ใหญ่ก็เริ่มเลื้อยมือซนมาสะกิดเม็ดทับทิมสีสวยที่ไหวน้อย ๆ ตามแรกส่งบางเบา ทำให้เจ้าของกายรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาจากเมื่อครู่ เขายังนุ่มนวลเหมือนเดิมก็จริง แต่การถูกปลายนิ้วสากตวัดวนที่ปลายดอกบัวตูมมันก็...ไม่เลวเหมือนกันนะ

"อ...อืม" แก้วผ่อนลมหายใจขาดห้วงเมื่อเกิดความรู้สึกจากการถูกเขี่ยตรงจุดอ่อนไหว เขาจงใจทำให้เธอกระตุกเหมือนเมื่อครู่ ใช่ เขาต้องการอย่างนั่นแน่ เพราะความรู้สึกเดิมนั้นกำลังก่อ...ต...ตัว

"อ๊า...ค...คุณต่อ" แก้วหวีดเสียงลั่นเมื่ออารมณ์เปลี่ยวนำเธอมาถึงที่สุด แม้จะไม่ดุดันเหมือนตอนแรก แต่ก็สร้างสวรรค์ได้อีกชั้นเช่นกัน

"ชอบไหม?" เสียงห้าวเอ่ยถามหลังจากที่ช่องทางอุ่นเริ่มคลายตัวจากการบีบรัดสื่อการสอน

แก้วที่นอนหมดแรงอยู่ในอ้อมแขนปรือตามองวายร้ายผู้ทรงเสน่ห์ของเธออย่างขวยเขิน ชอบ คือคำตอบที่แสดงผ่านการพยักหน้าเบา ๆ

"แล้วอยากได้อีกไหม?" คำถามใหม่มาพร้อมกับปลายนิ้วที่ลากขึ้นมาจากสะโพกอวบ มาหยุดอยู่ตรงเนินอกนุ่มนิ่ม ก่อนจะเปลี่ยนมากอบกุมมันไว้เต็มมือ

ทำกันถึงเพียงนี้ จะปฏิเสธได้ด้วยหรือ?

แก้วพยักหน้าอีกหนก่อนจะหลับตารับจุมพิตที่หน้าผาก ต่อตระกูลถอนแกนกายออกจากตัวเธอเป็นครั้งแรกหลังจากที่เข้ามาจนคุ้นเคยกัน เขาจับเธอพลิกตะแคงไปอีกด้าน จากนั้นก็ทาบกายซ้อนทับจากด้านหลังแล้วจับท่อนอุ่นจ่อเข้าที่เดิม กดแทงเข้ามาจนสุดทาง

"อ๊า...า ค...คุณ...ต...ต่อ..." เสียงหวานครางชื่อคู่กรณีลั่นห้อง ความคับแน่นจู่โจมโดยไม่มันตั้งตัว มันลึกจนจุกไปหมด

ต่อตระกูลไม่ตอบกระไร เขาเพียงแต่โถมกายขึ้นทับร่างอรชร เปลี่ยนให้เป็นการนอนคว่ำหน้าโดยมีเขาขึ้นขี่จากด้านหลัง จากนั้นก็ขยับโยกตามอารมณ์ สร้างเสียงครวญอย่างพึงใจจากคนที่เท้าศอกรอลุ้นได้เป็นอย่างดี...


###



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น