สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๑ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๑ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๑ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]
แบบอักษร

“ผมไม่ไปส่งนะ” ชายวัยสี่สิบที่เพิ่งได้รับเกียรติเป็นพ่อหม้ายป้ายแดงเอ่ยขึ้นลอย ๆ ขณะที่ยกมือเท้าเอว เสมองไปยังทิศทางที่ไม่มีร่างบอบบางของอดีตภรรยาปรากฏอยู่

ส่วนคนที่เขาพูดด้วยนั้นยืนอยู่เบื้องหลัง เธอเหลือบมองคนที่ทำให้ชีวิตคู่พังทลายลงด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ใจก็คิดว่า ทำเป็นเข้มไปเถอะ ฉันก็ไม่ได้หวังว่าคุณจะแมนขนาดนั้นหรอก

เธอตวัดสายตาจากแผ่นหลังของคนที่ยืนวางมาดเท่อยู่ทางซ้ายมืออย่างอ่อนใจ หยิบแว่นกันแดดขึ้นสวมแล้วเดินลงบันไดของสำนักงานเขตที่นัดกันมาจดทะเบียนหย่า มุ่งตรงไปยังรถเก๋งคันงามที่จอดรออยู่ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่ต้องย้ำเตือนเขา

“แล้วอย่าลืมพาลูกมาหาฉันตามที่ตกลงกันไว้นะ อย่าให้ต้องโทรตาม” เธอหันกลับมาบอกอดีตสามีที่ยืนเชิดหน้าอยู่อย่างเดิม ซึ่งเขาเพียงแต่พยักหน้าส่ง ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู 

ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ความจริงแล้ว...ข้างในหัวใจมันแหลกแทบไม่เหลือชิ้นดี

ใครจะไปคิดว่าทุกอย่างจะจบลงได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ อุตส่าห์อยู่ด้วยกันมาจนลูกโต...อยู่ด้วยกันมาตั้งสิบกว่าปี

“ขอให้โชคดีก็แล้วกันนะคุณ” เขาตัดสินใจกล่าวอวยพรให้คนที่กำลังจะหายไปจากชีวิต

นั่นทำให้เธอหันกลับมามองอีกครั้ง ดวงตาคู่งามฉายแววประหลาดใจ จู่ ๆ คนปากมอมก็พูดดีขึ้นมา หญิงสาวพยักพเยิดไปทางรถเก๋ง คล้ายจะบอกว่าแฟนใหม่ของเธอรออยู่ในนั้น รับรองว่าดีกว่าเขาหลายเท่า แต่ยังไงก็ขอบใจนะ เธอบอกแล้วยิ้มตอบมา รู้สึกโล่งใจที่มันจบลงด้วยดี แม้จะในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก็ตาม

“ขอให้แฟนใหม่ดุ้นใหญ่เท่าแขน”

สิ้นเสียงห้าว รอยยิ้มของหญิงผู้เป็นอดีตภรรยาก็หายวับไปทันที นึกว่าจะพูดกันรู้เรื่อง ที่ไหนได้ เขาก็ยังแขวะเธอไม่เลิก

หญิงสาวเดินย้อนกลับขึ้นมา สีหน้าเรียบเฉยจนยากจะเดาทาง ด้านคนที่ยังทำใจไม่ได้นั้นอยากดึงเธอมากอดไว้แล้วขอให้เธอยกโทษให้เขาอีกสักครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นครั้งที่หลายสิบแล้วก็ตาม

“ผ...ผมขอโทษ ผมไม่ได้...ไม่ได้ตั้งใจ” เขาพูดความรู้สึกที่มีในใจออกมาอย่างยากลำบาก “ผม...ขอโทษ...ขอโทษจริง ๆ” แววตาเศร้าเว้าวอนขอความเห็นใจ บอกเป็นนัยว่าอยากให้เธอกลับมา

“มันจบแล้วต่อ” เธอพยายามจะเข้าใจคนตรงหน้าว่าที่เขาพูดไปเมื่อครู่นี้เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เขาคงยังรับความจริงไม่ไหว คงไม่คิดว่าเธอจะเด็ดขาดขึ้นมาได้ เพราะเมื่อก่อน ทุกครั้งที่เขาทำผิด เธอจะยอมให้อภัยเสมอ แต่ครั้งนี้มันคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ว่าเธอจะไม่ทนอีกต่อไป

“แต่ผมรักคุณนะเม” เขาคว้ามือเล็กมากุมไว้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเมื่อได้ฟัง หญิงสาวก็เพียงแต่ยิ้มแห้ง ๆ อย่างเหนื่อยใจ

เธอค่อย ๆ ถอดมือออกจากการเกาะกุม ถอนหายใจเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะฟาดมือข้างถนัดใส่แก้มสากเต็มแรง

“ฉัน-ไม่-ได้-ชื่อ-เม ไอ้คนเฮงซวย!”

ว่าจบก็เดินลิ่วจากไป ทิ้งให้คนที่จำชื่อเมียไม่ได้ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ก็คุ้น ๆ ว่าชื่อเม แล้วไม่ใช่เหรอ บอกทีว่าเธอไม่ได้ชื่อเมหรอกเหรอ ?

เขารีบหยิบใบสำคัญการหย่าที่ม้วนใส่กระเป๋ากางเกงออกมาคลี่ดู ครั้นพอเห็นชื่อจิดาภาก็นึกออกทันทีว่าเธอชื่อจี๊ด ไม่ใช่ชื่อเม

อ้าว แล้วเมนี่ใครกันวะ ?

จะใครก็ช่างมันเถอะ อาจจะเป็นอนุน้อย ๆ ตามร้านอาบ อบ นวด หรือไม่ก็ร้านอาหารกลางคืนที่ไหนสักแห่ง เอาเป็นว่าตอนนี้ไปรับลูกจากโรงเรียนก่อนก็แล้วกัน

ต่อตระกูลม้วนเอกสารเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบแว่นกันแดดมาสวมแล้วเดินกึ่งวิ่งลงบันไดอีกฝั่ง มือก็ตบกระเป๋าเสื้อโปโล หาบุหรี่มาคาบแล้วจุดไฟตรงปลายมวน

จะเครียดกันไปทำไม คิดเสียว่ากลับมาเป็นหนุ่มโสดอีกครั้ง ดีจะตาย

โสดแล้วโว้ย !


***


ร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการยามค่ำคืนมีผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย บ้างก็มาเพื่อรับประทานอาหารตรงบริเวณตัวร้านด้านนอกซึ่งมีโต๊ะจัดวางเรียงรายเฉกเช่นร้านทั่วไป แต่ก็มีบางคนที่มาเพื่อจุดประสงค์อื่นซึ่งอยู่ลึกเข้าไปกว่านั้น

‘นีล่าคาเฟ่’​ คือข้อความที่ปรากฏบนป้ายชื่อร้าน ที่แห่งนี้เป็นร้านอาหารระดับกลางซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ต้องการความเรียบหรูแต่กำลังทรัพย์ค่อนข้างจำกัด เหมาะสำหรับคนวัยทำงานจะนัดแนะกันมามานั่งพบปะสังสรรค์ตามโอกาสสำคัญ นอกจากนั้นลึกเข้าไปภายในยังเป็นสถานประกอบการซึ่งจดทะเบียนในนามสถานบริการที่มีการจำหน่ายสุรา มีการแสดงรื่นเริง รวมทั้งมีการยินยอมให้พนักงานนั่งกับลูกค้าได้ และนี่เองที่ดึงดูดชายเจ้าสำราญให้แวะเวียนมาไม่ขาด

หนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่เพิ่งเดินผ่านประตูกระจกเข้ามาภายในร้านเมื่อช่วงสามทุ่มกว่าคือพ่อหม้ายป้ายแดงที่เพิ่งถูกอดีตภรรยาตบหน้าไปช่วงบ่ายแก่รวมอยู่ เขาเดินผิวปากพร้อมกับควงพวงกุญแจรถยนต์อย่างอารมณ์ดี

โสดแล้ว จะทำอะไรก็ได้

“นัดเพื่อนไว้ที่โซนวีไอพี” บอกกับบริกรที่ปรี่มาต้อนรับ ตาก็กวาดมองสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ที่เพิ่งเคยมาเยือน

ดูกว้างขวาง และเป็นระเบียบดี แต่น่าแปลกที่คนชอบเที่ยวอย่างเขาไม่เคยได้ยินชื่อของร้านสวย ๆ แบบนี้มาก่อน เอาเป็นว่าจะจำชื่อร้านไว้ก็แล้วกัน หากมีดีโดนใจก็จะแวะมาอีก

บริกรหนุ่มรูปร่างสัดทัดเดินนำแขกคนใหม่ไปยังโต๊ะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของเขารออยู่ก่อน ซึ่งเมื่อเดินผ่านโซนรับประทานอาหารแบบปกติมาแล้ว ความแตกต่างระหว่างสองโลกก็ปรากฏชัดเจน เมื่อครู่นี้ยังเป็นร้านอาหารระดับกลางที่มนุษย์เงินเดือนพาครอบครัวมานั่งกินข้าวได้อยู่เลย แล้วดูตอนที่เดินเข้ามาอีกฟากแล้วสิ ครึกครื้นและอลังการอย่างกับสวรรค์ก็มิปาน

“เฮ้ย ๆ ต่อ ทางนี้โว้ย” เสียงเรียกชื่อทำให้ต่อตระกูลที่กำลังตื่นตากับความทุ่มทุนสร้างของทางร้านหันไปสนใจ เขาโบกมือเป็นสัญญาณว่ารับทราบ จากนั้นก็บอกกับบริกรว่าจะเดินไปเอง

“มานั่งตรงนี้เลยไอ้จอมสาย ปล่อยให้พวกเรารอตั้งนาน" เพื่อนร่างท้วมว่าพลางขยับหาที่ให้ผู้มาใหม่ได้นั่งร่วมกันบนโซฟายาว ได้ข่าวว่ามันเพิ่งแยกทางกับเมีย จำเป็นต้องดูแลมันให้ดี ๆ หน่อย

ต่อตระกูลยิ้มรับแล้วฉวยแก้วสุราของเพื่อนอีกคนมาดื่มดับกระหาย จากนั้นประเด็นความโสดของเขาก็ถูกยกขึ้นมาพูด

“โสดแบบนี้ก็เที่ยวได้สบายเลยสิ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถาม แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้ตอบ เพื่อนอีกคนก็แทรกขึ้นมาว่าถึงไม่โสด มันก็เที่ยวกลางคืนอยู่ดี

“ดีแล้วที่เลิก พวกผู้ใหญ่ที่ชอบคลุมถุงชนจะได้รู้กันไปเลยว่าคนที่ไม่ได้รักกัน ยังไงก็อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก” คำพูดของเพื่อนผู้เปี่ยมด้วยความห่วงใยทำให้เจ้าตัวอยากจะแย้งว่าชีวิตคู่ของเขากับจิดาภาไม่ได้พังลงเพราะความไม่รัก แต่ที่มันแหลกเป็นเม็ดทรายอย่างตอนนี้ สาเหตุมาจากนิสัยมากรักของเขาเองต่างหาก

มีอย่างที่ไหน แต่งงานแล้วก็ยังออกหากินร่าเริงแจ่มใสทุกค่ำคืน กลับบ้านในสภาพเมามาย ทำให้เมียต้องคอยเช็ดอ้วกอยู่เสมอ ไม่เคยจดจำวันสำคัญ เรื่องของขวัญยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยมี แถมวันที่ลูกสาวถือกำเนิด เขายังไปที่โรงพยาบาลพร้อมกลิ่นสุราโชยหึ่ง ลวนลามพยาบาลไปสองสามคน ก่อนจะถูกมารดาสั่งให้คนรถจับตัวเอาไว้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำตัวเสเพลเหมือนต้องการประชดชีวิตที่ถูกผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงาน แต่ไม่เลย ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักผู้หญิงที่พ่อกับแม่หาให้ เพียงแต่เขาไม่อยากทิ้งอิสระไปต่างหาก เขาอยากมีครอบครัวไปพร้อมกับการท่องราตรีตามเคย แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปทนไหวกับการที่ต้องรอสามีกลับเข้าบ้านตอนตีสาม แถมเมาหัวราน้ำทุกวี่วัน

ให้จบแบบนี้นั้นดีแล้ว ปล่อยเธอไปตามทางก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมานั่งเป็นแม่นกน้อยในกรงทองให้ทรมานอีก

“วันนี้ไม่เมาไม่เลิก เอ้า เอาแก้วมา” ต่อตระกูลสลัดความคิดเรื่องอดีตออกจากหัว มือก็ตบเรียกให้เพื่อนจัดหาภาชนะสำหรับตัวเอง

ชนแก้ว แล้วกล่าวต้อนรับอิสรภาพที่แท้จริง

“แก้วอย่างเดียวไม่พอ แกต้องได้เห็นน้อง ๆ ของร้านนี้ด้วย นี่คือปัจจัยสำคัญที่ข้าใช้ตัดสินใจเลือกร้านเลยนะ” เพื่อนวัยเรียนที่เริ่มออกอาการมึนเมาเอนกายมากระซิบบอกก่อนจะกวักมือบอกทางร้านว่าโต๊ะของพวกเขานี้ต้องการบริการพิเศษ

คนที่เพิ่งโสดรับฟังนิ่ง ๆ ยังไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครในตอนนี้ ขอดื่มไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน

ต่อตระกูลบรรจงรินสุราเติมใส่แก้วของตัวเองในขณะที่น้องหนูหน้าตาแฉล้มเดินมานั่งร่วมโต๊ะ หูฟังเสียงเพื่อนหยอกสาว สายตาก็กวาดมองชีวิตของคนกลางคืนตามที่ชอบทำ

เสียงเพลงหวานดังจากลำโพง ตัดพ้อชีวิตของคนกลางคืนอีกจำพวกที่ต้องคอยบริการและสร้างความสุขให้ลูกค้าอย่างพวกเขา

ชายหนุ่มที่ถูกบั้นท้ายอวบอัดเบียดชิดเพราะความคับแคบของโต๊ะตัดสินใจยกแก้วออกมานั่งฟังเพลงอยู่เพียงลำพังตรงโต๊ะใกล้กัน ซึ่งเพื่อนของเขาก็หาได้สนใจ ดีเสียอีก จะได้มีพื้นที่ในการออดอ้อนแม่กวางสาวให้หนำใจมากขึ้น

บนเวทีขนาดกลางของทางร้าน ร่างแน่งน้อยของนักร้องสาวโยกย้ายไปตามจังหวะช้า เธอโปรยยิ้มเศร้าตามเนื้อเพลง ตาก็มองลูกค้าที่กำลังเคล้าคลอกับเด็กนั่งโต๊ะอย่างเรียบเฉย เหล่านี้เป็นภาพที่เธอเห็นจนชินตา จากมุมนี้ บนเวทีเล็ก ๆ นี้ ผู้ยืนสามารถมองเห็นทุกอย่างเด่นชัดยิ่งกว่าที่ใดภายในร้าน

นักร้องสาวยิ้มให้ตัวเองที่นึกสมเพชเพื่อนมนุษย์ พวกเธอทำงานหาเงินประทังยังชีพ ส่วนพวกเขามาซื้อหาความสุขที่ไม่เคยทำให้อิ่มท้อง...ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

เมื่อดวงตาคู่สวยกวาดมาถึงโต๊ะที่อยู่ตรงมุมเงียบซึ่งมีเพียงชายคนหนึ่งนั่งมองแก้วสุรา เธอก็อดที่จะให้ความสนใจเป็นพิเศษไม่ได้

เขาดูเศร้า...ดูต่างจากแขกทั่วไป

เป็นเวลานานที่แก้ว หรือลูกแก้ว นีล่าคาเฟ่ เฝ้าสังเกตชายคนหนึ่งซึ่งนั่งดื่มสุราต่างน้ำเปล่าอยู่ตรงโต๊ะมุมร้าน เธอลอบมองเขาทุกครั้งที่ว่างจากการร้องเพลง เขามากับใคร หรือเขากำลังรอใคร ทำไมถึงไม่เรียกเด็กไปนั่งด้วย และอีกสารพัดคำถามที่หญิงสาวต้องการคำตอบ

บ้าจริง เธอติงตัวเองที่ให้ความสนใจกับชายแปลกหน้าเกินสมควร เขาก็แค่แขกในร้านอาหารยามราตรี ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนที่เที่ยวกลางคืนนั้นย่อมต่างจากคนธรรมดาทั่วไป...แม้จะอยู่ในภาวะเศร้า แต่เขาไม่ใช่ลูกแกะอย่างแน่นอน

ถึงจะรู้อย่างนั้น แต่เธอก็ยังไม่ละสายตาไปจากชายคนดังกล่าว ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามีบางอย่างที่...ดึงดูด ไม่ว่าจะเป็นเค้าหน้าคมคาย ผิวพรรณคร้ามเข้มผิดจากชาวกรุงโดยทั่วไป อีกทั้งดวงตาคมเฉี่ยวและจมูกที่โด่งเป็นสันชัดเจน โดยรวมแล้วถือว่าดูดีกว่าแขกพุงพลุ้ยที่เคยพบเจอมาหลายสิบเท่า

ลอบมองแขกคนพิเศษอยู่นาน เสียงเรียกชื่อให้เตรียมขึ้นเวทีรอบสุดท้ายก็ดังขึ้น แก้วดึงสติกลับสู่ตัวแล้วเดินไปส่งกระจกบานใหญ่ซึ่งอยู่ในห้องพักของนักร้องเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตนเอง

ที่ปรากฏบนกระจกคือภาพหญิงสาววัย ๓๒ ปี รูปร่างสมส่วนในชุดรัดรูปสะท้อนแสงไฟวาววับ เอวคอดทรงนาฬิกาทรายรับกับช่วงไหล่กว้างพองาม ใบหน้าแท้จริงถูกปกปิดไว้ใต้เครื่องสำอางหนาจัด ทั้งนี้นอกจากจะเพื่อวาดความงามขึ้นมาใหม่แล้ว ยังเพื่อกลบริ้วรอยที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพออีกด้วย

แก้วมองตัวเองในกระจก จับกิ๊บติดผมที่เป็นโบว์ขนาดใหญ่ให้เข้าที่ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแสดง แต่ระหว่างที่รอ ภาพของชายท่าทางภูมิฐานคนนั้นก็ปราดเข้ามาในความคิด

ตาคู่สวยหลุบมองโต๊ะเครื่องแป้ง ความเจียมตัวผุดขึ้นแทนที่ความปลาบปลื้มอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะเป็นมนุษย์กลางคืน แต่โดยรวมแล้วก็ดูมีสง่าราศีกว่านักร้องห้องอาหารอย่างเธอหลายเท่านัก และเชื่อเถอะว่าพอเดินออกไปจากร้าน ยานพาหนะที่เขาใช้ก็หนีไม่พ้นรถหรู บ้านที่อาศัยหลับนอนก็คงหลังใหญ่โตกว่าห้องเช่าของเธอเป็นไหน ๆ

แค่คิดก็ถอยแทบทันเสียแล้ว

“แก้ว พร้อมหรือยัง?” เสียงเรียกจากผู้จัดคิวดังขึ้น หญิงสาวสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว สูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดแล้วเดินไปยังทางขึ้นเวที บอกตัวเองว่าหน้าที่ของเธอคือใช้เสียงสร้างความสุขให้คนที่มานั่งปล่อยอารมณ์ในยามค่ำคืน อย่าไปคิดหวังถึงความรักอะไรนักเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก

เพลงลูกทุ่งแนวแอบรักสามีชาวบ้านดังต่อจากเพลงที่เพิ่งจบลง เพลงแนวนี้มักได้รับความนิยมจากแขกเจ้าสำราญบางกลุ่มที่หลงคิดว่าบรรดาสาว ๆ ในร้านอาหารจะหลงรักตนอย่างจริงจัง หลอกกันเข้าไป ใครสะดวกแบบไหนก็เชื่อกันไปตามนั้น แต่ที่แน่ ๆ เลยก็คือน้ำเสียงของนักร้องสาวที่กำลังขับร้องบทเพลง ช่างหวานบาดใจชายเหลือเกิน

ใครที่มานั่งฟังเพลงที่นีล่าคาเฟ่เป็นประจำย่อมรู้ดีว่าลูกแก้วร้องเพลงได้ไพเราะยิ่งกว่าใคร หางเสียงพลิ้วบาดอารมณ์ของเธอโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คำพูดคำจาที่มีต่อบรรดาแขกรึก็หวานหู ทำให้หญิงสาวกลายเป็นที่รักและเอ็นดูของลูกค้ามากหน้าหลายตา

แขกหลายคนเคยขอโอกาสเลี้ยงดูเธอ บอกว่าจะให้เป็นนกน้อยในกรงทองคำฝังเพชร แต่หญิงสาวปฏิเสธผ่านผู้จัดการร้านอย่างถ่อมตน ทำให้หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าคิดกับแก้วไกลเกินกว่าการเป็นนักร้อง...ที่เน้นขายเสียง

หญิงสาวร้องเพลงไปตามหน้าที่ ครั้นพอเพลงจบก็กล่าวขอบคุณแขกที่มอบมาลัยน้ำใจ ระหว่างที่รอให้แขกบางกลุ่มมาคล้องมาลัย ดวงตาคู่สวยที่ถูกระบายด้วยสีสันสดใสก็อดที่จะเหลือบมองไปยังโต๊ะซึ่งแขกคนพิเศษของเธอเคยนั่งไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะหายไปแล้ว

แก้วถอนหายใจ บอกตัวเองว่าควรพอ เมื่อรับพวงน้ำใจเสร็จก็เดินกลับไปยังห้องเก็บตัว นาฬิกาบนผนังห้องเล็กบอกเวลาเที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง นับว่าดึกแล้ว เขาคงกลับบ้าน เธอบอกตัวเอง พร้อมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

แย่นะ ที่จู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกพิเศษกับใครขึ้นมาแบบนี้

หญิงสาวที่หมดคิวร้องเพลงในค่ำคืนนี้นั่งเก็บข้างของส่วนตัวลงกระเป๋าใบโปรดแล้วไปยังห้องน้ำส่วนตัวของนักร้องเพื่อจัดการธุระจำเป็น เริ่มที่การแกะกิ๊บติดผม เช็ดล้างเครื่องสำอางบนใบหน้า และเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดลำลอง เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับการเดินทางกลับห้องเช่ารังหนูแล้ว

ร่างสมส่วนสะพายกระเป๋าเป้เดินผ่านโซนนั่งเล่นซึ่งเคยมีแขกนั่งเคล้าคลอกับสาว ๆ ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเริ่มปิดร้าน แขกหลายคนกลับบ้าน หลายคนไปนอนค้างคืนที่ไหนสักแห่ง และมีบางคนที่เมาเละจนกลับไม่ไหว

คิดมาถึงข้อนี้แล้วหญิงสาวก็อดที่จะมองไปยังโต๊ะที่แขกคนพิเศษของเธอเคยนั่งไม่ได้ เธอเห็นว่าเขาดื่มหนักมากแค่ไหน แล้วแบบนี้...เขาจะกลับอย่างไร ?

แก้วตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ไม่ทันจะได้นึกใด ๆ ต่อ ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเขายังอยู่ตรงนั้น

แขกคนพิเศษของเธอยังคงนิ่งคุยกับแก้วสุราตามเดิม...

ดูท่าว่าเมื่อครู่นี้เขาจะไปห้องน้ำกระมัง ครั้นพอเสร็จธุระ คนเมาก็กลับมานั่งที่เดิมโดยหาได้สนใจว่าแขกคนอื่น ๆ ทยอยกลับหลังร้านปิดแล้ว

“คุณคะ” แก้วตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายคนที่เริ่มตาปรือ เธอก็ไม่รู้ว่าผีตนใดสิงสู่หัวใจ จึงทำให้สาวขี้อายกล้าเข้าไปทักผู้ชายก่อน นี่ถ้ายายรู้ ยายต้องดุแน่

เขาเงยหน้าขึ้นมาเธออย่างสงสัย ร้านจะปิดแล้วค่ะ คือประโยคที่เธอกล่าวต่อ แต่เขาหาได้ใส่ใจ

“ใช่เมไหม?” เสียงอู้อี้ถามกลับ ทำให้คนผู้หวังดีถึงกับขมวดคิ้ว

เมไหน?  


***


ต่อตระกูลปรากฏตัวที่นีล่าคาเฟ่ในคืนถัดมา เขาเลือกนั่งที่โต๊ะเดิมซึ่งได้โทรมาจองเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อช่วงกลางวัน

ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มรายการโปรดมานั่งจิบพลางดื่มด่ำบรรยากาศรอบกาย คราวนี้เขาระวังตัวยิ่งกว่าเดิม บอกตัวเองว่าจะไม่เมาก่อนร้านปิด อย่างไรเสียก็ต้องขอโทษสุภาพสตรีคนนั้นให้ได้

อา...พูดแล้วน่าอายจัง เมื่อวานนี้เมาหนัก แถมยังอ้วกใส่ผู้หญิงที่เข้ามาทักอีกด้วย แย่ที่สุดเลย

หลังจากที่วานให้บริกรช่วยไปตามหญิงสาวคนดังกล่าวให้แล้ว ต่อตระกูลก็เอนกายพิงพนักโซฟาพลางจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลงหวานที่แว่วมาจากบนเวที

อันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่อีก ไม่ได้มีความประทับใจอะไรแต่ต้น เพียงแต่มันมีสาเหตุอย่างที่บอกไปนั่นแหละ เขามาขอโทษนักร้องสาวของร้านที่ทำให้เธอเลอะเทอะหลังเลิกงาน

‘คุณหมายถึงพี่เมล์...ที่เป็นนักร้องรึเปล่าคะ?’ เสียงใสที่เป็นเอกลักษณ์ถามกลับมาทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าถามอะไรออกไป

‘ไปเรียกคนขับรถมาซิ’ แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่อง จนกระทั่งเธอคนนั้นเดินไปบอกพนักงานให้โทรเรียกแท็กซี่มารับตัวเขา แต่ระหว่างที่รอให้พนักงานมาช่วยพยุงร่าง คนเมากลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินโซซัดโซเซไปมา ทำท่าเหมือนจะล้ม จนหญิงสาวต้องปรี่เข้ามาช่วยประคอง และจังหวะนั้นเอง เขาก็อาเจียนเลอะตัวเธอไปเสียครึ่งแถบ

โชคยังดีที่ผู้จัดการร้านติดต่อผ่านมายังกลุ่มเพื่อนที่นัดพบกันเมื่อวาน ทำให้เขาพอจะแก้ไขความผิดพลาดได้บ้าง

“มาแล้วครับ” เสียงรายงานจากบริกรหนุ่มดังขึ้นที่ข้างโต๊ะ ครั้นพอหันไปมองก็พบว่าด้านหลังของชายรูปร่างสันทัดนั้นมีหญิงสาวที่แต่งกายอย่างนักร้องร้านอาหารนิยมยืนอยู่

“ขอบใจมาก” ต่อตระกูลส่งธนบัตรใบละหนึ่งร้อยบาทให้เด็กหนุ่มไปสองใบ บอกเป็นเชิงว่าหมดธุระของเขาแล้ว

เมื่อบริกรปลีกตัวจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงแขกขี้เมากับนักร้องสาวดวงอับโชค คนที่ตั้งใจมาขอโทษก็ลุกขึ้นยืน ไม่ลืมที่จะหยิบช่อดอกไม้สีขาวที่เตรียมมาพร้อมกันยื่นให้เธอแล้วบอกความประสงค์ที่ต้องเรียกให้มาพบในเวลางาน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอบอกพร้อมโบกมือระดับไหล่หลังจากที่ฟังจบ “เรื่องแค่นี้เอง ฉันไม่ถือโทษอะไรหรอก”

แก้วบอกตามความรู้สึกที่เป็นปัจจุบัน เพราะหากจะว่ากันตามจริง ตอนนั้นเธอโกรธเขามากถึงมากที่สุด จำได้ว่าสิ้นเสียงโอ้กอ้ากที่มาพร้อมกลิ่นไม่พึงปรารถนา ความปลาบปลื้มที่เคยมีก็มลายไปสิ้น เธออยากจะทิ้งตัวคนเมาไว้ที่พื้น แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะสงสารที่เขาเมามายไร้สติ  แต่อาจจะด้วยความที่เป็นคนใจดีอย่างนี้ด้วยกระมัง ครั้นพอรุ่งเช้าเธอจึงลืมความโมโหไปอย่างง่ายดาย

 “เอ่อ...ถ้าคุณพอจะมีเวลาว่างและถ้า...ไม่รังเกียจ ขอโอกาสให้ผมได้เลี้ยงเครื่องดื่มสักเล็กน้อยเถอะนะครับ” เขาผายมือไปยังโซฟาเป็นการเชื้อเชิญให้เธอนั่งร่วมโต๊ะ ซึ่งแก้วเองก็รับไมตรีนี้ไว้โดยดี

เมื่อได้นั่งสนทนากันอย่างใกล้ชิด หญิงสาวก็ได้รู้ว่าความหล่อของชายตรงหน้าที่เธอลอบมองเมื่อวานนี้ช่างเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

คนที่แนะนำตัวว่าชื่อต่อตระกูลมีลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง มันปรากฏทุกครั้งที่เขาแย้มยิ้ม สายตาของเขาดูหวานซึ้งจนคนที่เผลอมองร้อนวูบวาบไปทั่วสรรพางค์ แล้วไหนจะน้ำเสียงห้าวที่ฟังละมุนหูไปพร้อมกันนั่นอีก...

ในเมื่อฟ้าตั้งใจประทานอาวุธสำหรับชิงหัวใจสาวให้เขาไว้พร้อมแบบนี้แล้ว จะไม่ให้สาวน้อยสาวใหญ่ลุ่มหลงได้อย่างไร ?

“ผมทำงานกินเงินเดือนทั่วไปนี่แหละครับ” เขาเล่าถึงตัวเองอย่างผิวเผิน ถึงจะชอบเที่ยว แต่ก็ยังมีสติพอที่จะระวังตัว ไม่ให้เสียหายถึงเรื่องการงาน "แล้วคุณแก้วล่ะครับ เสียงดีแบบนี้ไม่อยากเปลี่ยนไปเป็นนักร้องที่มีผลงานเป็นของตัวเองบ้างเหรอ?"

“แก้วไม่เก่งขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่มีงานให้ทำเป็นประจำก็พอใจแล้ว” เธอเล่าต่อไปว่าก่อนหน้าที่จะมาร้องเพลง เธอเคยทำงานโรงงานมาก่อน ซึ่งเขาก็รับฟังอย่างใส่ใจ

ต่อตระกูลต่างจากแขกที่เธอเคยพบเจอ เขาดูโชกโชนกับชีวิตกลางคืนก็จริง แต่เขาไม่มีท่าทีคุกคามใด ๆ ให้เธออึดอัด มือไม้อยู่นิ่ง สายตามองคู่สนทนาอย่างสุภาพ และที่สำคัญ กลิ่นตัวไม่แรง

ทั้งสองนั่งพูดคุยกันโดยมีสายตาของแขกที่พลาดหวังจากแก้วคอยมองอยู่เป็นระยะ ปกติแล้วแก้วไม่นั่งดื่มกับลูกค้า แต่ไอ้หมอนี่เป็นใครกัน ถึงเรียกเธอมานั่งด้วยได้ ?

ต่อตระกูลรับปากว่าจะแวะมาใหม่หลังจากที่แก้วถูกเรียกตัวให้ไปร้องเพลง เขาบอกว่าจะนั่งฟังเสียงเธอสักครู่ก็จะกลับบ้าน ยินดีที่ได้รู้จัก เรารู้จักกันแล้ว ต่อไปเจอกันที่ไหนก็ต้องทักนะ เขาบอกอย่างอารมณ์ดี

ใช่ เขาก็เป็นแบบนี้ หน้าตาดีอย่างเดียวไม่พอ ยังมีความเป็นกันเองแถมให้ทุกคน แล้วจะมีสาวใดบ้างที่ไม่หลงคิดเข้าข้างตัวเอง ?


***


ภายในร้านอาหารกลางคืนที่ขึ้นป้ายว่า ‘นีล่าคาเฟ่’ มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะโซนพิเศษที่มีการบริการเหนือธรรมดานั้นค่อนข้างครื้นเครงกว่าร้านใดในแถบนี้

บรรยากาศอันมีแสงไฟและเสียงเพลงเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดผู้ที่นิยมใช้ชีวิตยามกลางคืนให้แวะเวียนเข้ามาซื้อหาความสุข เสียงเพลงหวานคลอมาเป็นระยะ เคล้ากับเสียงหัวร่อต่อกระซิกของสาวน้อยที่มานั่งเป็นตุ๊กตาตัวนุ่มให้แขกเหรื่อมือไวได้สัมผัส หากแต่เสียงนั้นหาได้อยู่ในความสนใจของหนุ่มสาวที่นั่งสนทนากันอย่างออกรสอยู่ที่โต๊ะประจำของฝ่ายชาย

...เอ่อ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ารสชาติของการสนทนาจะเข้มข้นไปสักหน่อย

“ผมไม่ได้โกหก ก็แบบว่ามันก็ได้เงินเดือนเหมือน ๆ กัน” ผู้พูดบอกพร้อมกับไหวไหล่เป็นเชิงปัดความรับผิดชอบที่เคยปกปิดเรื่องหน้าที่การงาน เมื่อครู่เขาหลุดพูดออกไปว่ารับราชการตำรวจ ซึ่งนั่นคงไม่เป็นอะไร หากว่าคู่สนทนาไม่ท้วงขึ้นมา

“ก็คำว่ามนุษย์เงินเดือนที่คุณเคยบอก มันชวนให้นึกถึงพนักงานบริษัทมากกว่านี่ค่ะ ไม่เชื่อไปถามใครดูก็ได้ ไม่มีใครคิดว่ามนุษย์เงินเดือนเป็นตำรวจหรอก” แก้วยืนยันความคิดของตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบ ซ้ำยังยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบแล้วเสมองไปยังเวทีคล้ายกับไม่ต้องการพูดเรื่องนี้อีก

ต่อตระกูลโกหกจนเคยตัว และที่แล้วมาบรรดาผู้หญิงที่ถูกเขาลวงก็ไม่ได้ใส่ใจความจริงมากไปกว่าเงินที่เขาจ่าย จึงทำให้เด็กเลี้ยงแกะที่อายุย่างเข้าสู่วัยทองหลงละเลิง ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าจับผิด จนกระทั่งโคจรมาพบกับเธอ...

ตาโตหลุบมองพื้นโต๊ะคล้ายไว้อาลัยให้บทสนทนาที่ถูกฆ่าตายด้วยความเงียบ เมื่อเห็นว่าเขานิ่งเฉย แก้วจึงเปลี่ยนประเด็น บอกว่าเธอขอตัวไปเตรียมตัวขึ้นเวทีร้องเพลง นั่นทำให้คนที่เอาแต่ใจยอมหันกลับมา

“เดี๋ยวก่อนสิ” ต่อตระกูลถือวิสาสะจับข้อมือเล็ก ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสร่างกายเธอหลังจากที่แวะเวียนมานั่งคุยกันร่วมเดือน “โกรธผมรึเปล่า?”เขาถามราวกับว่าห่วงใยความรู้สึกของเธอ ทั้งที่เมื่อครู่ก็เป็นเขาเองนั่นแหละที่เฉยชาก่อน

“เปล่าค่ะ แก้วไม่ได้โกรธ เพียงแต่ใกล้ถึงคิวร้องเพลงแล้วก็เท่านั้น” คนใจอ่อนบอกไปอย่างที่คิด แม้ว่าเมื่อครู่จะน้อยใจที่เขาทำตัดบทสนทนาด้วยความเงียบ แต่แค่เพียงได้เห็นแววตาที่เขามองมา เธอก็ยอมให้อภัยได้ทุกอย่าง

ว่ากันว่า คนที่เริ่มรักก่อนมันจะรักมากกว่า แก้วเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ว่านั้น เธอชื่นชมรูปของเขาก่อนที่จะได้รู้จักกันเสียอีก แล้วดูตอนนี้สิ สวรรค์ยังส่งเขามาใกล้ชิด มาทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว

“เลิกงานแล้วมาหาผมที่โต๊ะนะ ผมจะรอ” น้ำเสียงที่มาพร้อมแววตาเว้าวอน ทำให้หญิงสาวที่พร้อมจะเทคะแนนให้เขามาแต่ต้นพยักหน้ารับคำอย่างง่ายดาย

 ตกลงค่ะ เธอบอกด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะเดินไปยังหลังเวที

จะไม่ให้ยิ้มได้อย่างไร ในเมื่อปกติแล้ว ต่อตระกูลจะขอตัวกลับก่อนร้านปิดเสมอ แต่วันนี้ เขาบอกว่าจะรอเธอเลิกงาน นี่มันเป็นคืนพิเศษชัด ๆ

แก้วขึ้นร้องเพลงด้วยใจเปี่ยมสุข วันนี้เธอเลือกร้องเพลงรักแบบฟังสบาย พวงมาลัยพวงใดก็ไม่อาจสร้างรอยยิ้มให้เธอได้เท่ารอยยิ้มที่แขกคนพิเศษส่งมา

ครั้นพอร้องเพลงสุดท้ายจบ นักร้องสาวก็ส่งหน้าที่ต่อไปยังเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ซึ่งรอคิวขึ้นร้องอยู่ด้านหลังเวที จากนั้นตนเองก็รีบหอบกระเป๋าคู่ใจเข้าไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าในห้องน้ำส่วนตัวของพนักงาน

แก้วมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เช็ดล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้า ผิวพรรณยามที่ปราศจากสีสันดูซีดเซียวคล้ายคนป่วย เธออยากแต่งหน้าโทนสบายเพื่อไปพบคนสำคัญ แต่ทว่าเวลานั้นจำกัดนัก หญิงสาวจึงทำได้เพียงวาดโค้งคิ้วให้เด่นขึ้นและทาลิปสติกสีอ่อนเพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้แก่ตนเอง อ้อ ต้องไม่ลืมแตะน้ำหอมเพื่อเสริมความมั่นใจด้วยนะ

จัดไปอย่าให้เสีย...


###

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น