ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 29 เชื่อใจ 100% + แจ้งข่าว

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 29 เชื่อใจ 100% + แจ้งข่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2560 10:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 29 เชื่อใจ 100% + แจ้งข่าว
แบบอักษร


HATE EFFECTS: 29


"สายป่านนี้แล้ว คิณกับหนูณิริณยังไม่ลงมาอีก" นาตยาแหงนดูนาฬิกาก็เห็นว่าใกล้จะแปดโมงแล้วภาคิณกับวาณิริณยังไม่ลงมาเสียที ปกติลูกสะใภ้ของเธอจะตื่นเช้ากว่าเสียอีก


ภากรนั่งทานมื้อเช้าพร้อมหัวเราะเบาๆ "แม่ก็ไม่น่าสงสัยนะครับ ไอ้คิณมันคงไล่ปล้ำณิริณยันเช้านั่นแหละ"


"ใช่ค่ะ ตีห้าครึ่งป้าขึ้นไปทำความสะอาดชั้นสอง ห้องคุณคิณปิดประตูไม่สนิทเลยได้ยินทุกคำเลยค่ะ คิกๆ" ป้าสมใจช่วยยืนยันอีกคน "อ้าว คุณกรอิ่มแล้วหรอคะ?"


"ครับ ผมไปก่อนนะต้องรีบไปรับเด็ก" ภากรบิดขี้เกียจไปมาแล้วหยิบเสื้อสูทกับกุญแจรถออกจากบ้านไป


นาตยาถอนหายใจเหนื่อยๆ "ดี ดีจริงๆลูกชายบ้านนี้ คนโตก็จ้องจะกินเด็กส่วนคนเล็กก็ขยันปล้ำเมีย ฉันล่ะเพลีย" พูดไปก็เพลียใจเพราะไอ้นิสัยหื่นห่ามของลูกชายทั้งสองไม่รู้ว่าไปได้มาจากใคร


ป้าสมใจยิ้มกว้าง "ขยันหน่อยก็ดีนะคะ เผื่อจะมีคุณหนูน้อยๆออกมาวิ่งเล่นเร็วๆ"


"เฮ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ" เจ้าของบ้านเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะทานมื้อเช้าต่อตามลำพัง


ด้านบนของคู่สามีภรรยาที่ผ่านศึกรักร้อนแรงยังคงนอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนกว้าง แม้แสงแดดส่งผ่านผ้าม่านเข้ามาจะเจิดจ้าขนาดไหนก็ยังไม่สามารถปลุกทั้งสองให้ตื่นได้


Arrrr Arrrr


"ฮัลโหล" วาณิริณเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ที่เคาท์เตอร์ข้างเตียงนอน น้ำเสียงเอื่อยๆกล่าวทักทายคนปลายสาย


​"แปดโมงแล้วนะยะคุณบอส ทำไมยังไม่มาเนี่ย" ​ปิยาพัชร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงล้อเลียน


"อือ...ฉันลืมดูเวลา มีอะไรด่วนไหม?" 


​"มีแค่ประชุมตอนบ่าย คิกๆ อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนโดนคุณสามีจัดหนัก เอาล่ะฉันไม่กวนแกแล้วแค่จะโทรมาถามเฉยๆ เดี๋ยวฉันเตรียมข้อมูลเอาไว้ให้ก่อนบ่ายแกก็ค่อยเข้ามาประชุม"

"ได้ ขอบใจแกมากนะ" วางสายจากเลขาสาวแล้วจึงค่อยๆดึงแขนของสามีออก ร่างอ่อนเพลียคว้าผ้าขนหนูผืนน้อยเข้าไปในห้องน้ำราวๆครึ่งชั่วโมงก็ชำระร่างกายจนเสร็จสิ้น เธอเดินออกมาแล้วนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วสำรวจร่างกายที่มีแต่รอยตีตราที่เขาทำเอาไว้ มือขวาเอื้อมหยิบแผนยาคุมอย่างชินมือแต่ก็หยุดก่อนจะมองสิ่งของที่ถืออยู่นั้นนิ่งๆ ไม่นานก็ทิ้งทั้งแผงเก่าแผงใหม่ลงถังขยะไปทั้งหมด "ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วนี่" วาณิริณยิ้มให้กับตัวเองในกระจกจากนั้นจึงเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวไปตามลำดับ


ทุกอย่างเสร็จสิ้น หญิงสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนก็ทอดสายตามองชายหนุ่มที่ยังคงหลับไหลอยู่บนที่นอนด้วยรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน เธอจัดการเก็บของที่หล่นอยู่ตามพื้นจนห้องดูสะอาดตาแล้วห่มผ้าให้เขาดีๆ จากนั้นจึงออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ


#####


PK AUTO GROUP....


วาณิชาที่ได้ย้ายมาฝึกงานในแผนกบัญชีดั่งสมใจหวังก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้งานจากยุวดี...พนักงานที่ภากรมอบหมายให้มาสอนงานเธอ ถ้าเป็นเรื่องที่สาวน้อยสนใจแน่นอนว่าจดจำสักพักก็รู้เรื่องและทำงานได้อย่างราบรื่น เรียกได้ว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในการฝึกงาน


"ณิชา คุณภากรเรียกพบ" ยุวดีเดินมาบอกครั้งนี้เป็นรอบที่ห้าแล้ว


วาณิชาย่นคิ้วเล็กน้อย "แต่ณิชาเพิ่งจะกลับออกมานี่คะ?"


"ก็เรียกอีกแล้วไง เอ้อ...พี่ฝากเอาแฟ้มเงินเดือนที่ให้คุณภากรเซ็นกลับมาด้วยนะ"


"ค่ะ" ยุวดียิ้มแล้วเดินกลับไปทำงานของตัวเอง หญิงสาวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าด้วยสีหน้าบุญไม่ค่อยรับเสียเท่าไหร่ "ถ้าเรื่องไร้สาระอีกล่ะก็ จะตบให้คอหมุนเลย!!" ร่างเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆระหว่างเดินดุ่มๆตรงไปที่ห้องทำงานของภากรแล้วผลักประตูเข้าไปแรงๆ "จะเรียกอะไรนักหนา!! ให้ย้ายโต๊ะทำงานมาไว้ในนี้เลยไหมคะ?"


คนชอบกวนพยักหน้าคล้ายเห็นด้วย "ก็อยากเห็นหน้าเมียแล้วมันผิดตรงไหน? จะว่าไปก็เป็นความคิดที่ดีนะ เดี๋ยวพี่ให้คนไปย้ายโต๊ะของณิชามาไว้ในนี้ดีกว่า"


"ประชด!!" คนอะไรยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ วาณิชาหายใจฟึดฟัดแล้วเดินหน้ามุ่ยมานิ่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของภากร "ขอแฟ้มเงินเดือนคืนด้วยค่ะ"


"ไม่ให้!" ภากรพูดเสียงชัดพร้อมโชว์แฟ้มที่วาณิชาต้องการไว้ในมือ "หอมแก้มพี่ก่อนแล้วจะให้" ชายหนุ่มหลับตาพริ้มพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังว่ายัยตัวแสบจะทำตาม


แต่ไม่เลย...


เพียะ !!!


ภากรหน้าสะบัดตามแรงมือน้อยๆของวาณิชา แผลเก่ายังไม่ทันจะหายดีก็ได้รอยช้ำอันใหม่มาเพิ่มอีกแล้ว สาวน้อยรีบแย่งแฟ้มในมือของเขามาไว้ที่ตัวเองในทันที "โรคจิต !! ห้ามเรียกอีกนะแล้วก็ทำตามข้อตกลงด้วย ห้ามเข้าใกล้ณิชาเกินห้าเมตร!!!"


ปึง !!!


ร่างเล็กเดินหุนหันออกไปจากห้องไม่นานภากรก็ยกมือลูบแก้มตัวเองเบาๆพร้อมสูดปากด้วยความเจ็บแสบ "ตอนเป็นตำรวจไปดักจับยาบ้ายังไม่เจ็บตัวเท่ากับมีเมียเด็กแค่คนเดียวเลย โอยยยย" จะพูดแบบนั้นออกไปก็ไม่สามารถโทษใครได้หรอก เป็นเพราะเขาเป็นฝ่ายยอมให้เธอเองต่างหาก ถ้าตามหลักความเป็นจริงแล้วหากใช้กำลังยังไงภากรก็ชนะอยู่วันยังค่ำ


ไม้เด็ดที่ไว้ใช้ปราบเมียเด็กให้สยบราบคาบน่ะมีแน่นอนอยู่แล้ว...


นักศึกษาฝึกงานสาวยังคงตั้งใจทำงานตามที่ผู้ควบคุมมอบหมายมาให้แต่ก็ยังไม่วายที่ต้องถูกคนจากแผนกการตลาดคอยกระแนะกระแหนใส่อยู่ดี สาวน้อยใช่ว่าจะสนใจ...ทำงานให้เสร็จไปเป็นดีที่สุดดีกว่าจะต้องไปหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับคนไร้สาระพวกนั้น


เพิ่งสัมผัสกับการฝึกงานแบบจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก...


เลิกงาน....วาณิชาลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างก็ด้อมๆมองๆ เห็นภากรยังไม่ลงมาก็โล่งใจจากนั้นจึงค่อยๆก้าวเท้าออกพร้อมมองไปทั้งซ้ายขวาเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง 


หมับ !!!


เฮือก !!!


คนตัวเล็กตกใจที่จู่ๆภากรก็โผล่มาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ "จะไปไหน? พี่รออยู่ที่รถตั้งนานแล้ว"


"ปละ เปล่า ณิชาคิดว่าพี่กรกลับไปแล้วเลยจะกลับแท็กซี่ แล้วนี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้าใกล้..."


ร่างสูงทำหน้ามึนใส่ "อะ เอ่อ...พอดีแก่แล้วหูตึง อัลไซเมอร์ด้วย ลืมไปแล้วและก็ไม่ได้ยินว่าเคยตกลงอะไรเอาไว้" ภากรยิ้มกวนก่อนจะดึงมือเมียเด็กของเขาให้เดินตามมาด้วย วาณิชารู้ตัวว่าเถียงไปยังไงก็ไม่ชนะจึงทำได้เพียงแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดเท่านั้น


ระว่างที่กำลังเดินไปยังลานจอดรถ...


"น้องณิชา !!" ทั้งสองหันไปหาเจ้าของเสียง ณวัฒน์เดินจากป้อมยามเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม ในมือของเขาถือถุงสองใบแล้วนำมันยื่นให้สาวน้อย "พอดีพี่เพิ่งกลับจากทำงานที่ต่างประเทศน่ะ เห็นปอบอกวาณิชาฝึกงานอยู่ที่นี่พี่เลยเอาของมาฝาก"


"เหอะ! ไปทำงานหรือว่าหนีคดี" ภากรกระชับมือที่จับมือเธอเอาไว้แน่น สายตามองณวัฒน์ด้วยความหึงหวงวาณิชาอย่างชัดเจน


วาณิชายิ้มบางๆ "ขอบคุณค่ะ  แต่น่าจะแพงน่าดูณิชาไม่กล้ารับไว้หรอกค่ะ" เธอจำได้ว่าภากรเคยบอกไว้ว่าให้อยู่ห่างๆจากผู้ชายตรงหน้า เธอไม่ค่อยเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไรแต่เมื่อได้ยินเขาเขาพูดเมื่อสักครู่นี้ก็ทำให้ฉุกคิดได้ว่าณวัฒน์อาจจะทำเรื่องอะไรบางอย่างไว้แน่ๆ


เมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองคนณวัฒน์จึงตัดสินใจคว้ามือข้างซ้ายของวาณิชาทำเอาภากรจ้องตาถลน "รับไว้เถอะพี่อุตส่าห์ซื้อมาแล้ว ส่วนอันนี้พี่ฝากให้คุณณิริณด้วยนะ" น้ำเสียงอันแสนอบอุ่นบวกกับรอยยิ้มที่สุภาพของเขาทำให้วาณิชาเดาไม่ออกเลยว่าด้านร้ายของเขาจะเป็นอย่างไร แล้วในกล่องใบเล็กที่กำชับว่าฝากให้พี่สาวของเธอนั้นดูน่าสงสัยเสียจริง "พี่กลับก่อนดีกว่า ดูท่าคุณภากรคงจะไม่ชอบใจสักเท่าไหร่"


"รู้ก็ดีแล้วครับ เชิญ!!" ภากรผายมือไปตรงทางออกด้วยความว่องไว วาณิชาได้แต่ยิ้มขอบคุณแล้วมองตามไปเล็กน้อย เมื่อรถของณวัฒน์แล่นออกจากบริษัทไปแล้ว "เอาของนี่ไปทิ้งหรือบริจาคให้ใครก็ได้ กุชชี่รุ่นนี้สีนี้พี่เคยซื้อให้ไปแล้วไม่จำเป็นต้องมีซ้ำหรอก"


"ไม่ !! พี่กรต้องบอกมาก่อนว่าทำไม ณิชาไม่ใช่เด็กแล้วนะและถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับพี่ณิริณล่ะก็ณิชายิ่งต้องรู้!!"


"เฮ่อ...นั่งรถไปแล้วค่อยเล่าไปก็ได้" สุดท้ายก็จนใจกับความอยากรู้ของยัยตัวแสบแต่ก็เล่าไม่หมด เขารู้ดีว่าวาณิชาอาจจะแอบทำอะไรผลีผลามไปก็เป็นได้


######


บริษัท NIRINCHA


หลายวันต่อมา...


วาณิริณนั่งทำงานอยู่ในห้องตามลำพังอย่างเช่นเคย หญิงสาวเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเพื่อเช็คสุขภาพและปรึกษาหมอในหลายๆเรื่องและผลก็ออกมาดีทั้งหมด ในขณะที่เธอกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับเอกสารบนโต๊ะทำงานก็มีสายโทรศัพท์ภายในเข้ามาว่ามีพัสดุส่งมา วาณิริณวานให้ปิยาพัชร์ช่วยไปเอาพัสดุที่ว่าเข้ามาให้เธอ


"อะ! หนักน่าดูเลยอ่ะ แปลกนะไม่มีจ่าหน้าว่าใครส่งมา" ปิยาพัชร์มาถึงก็ส่งกล่องพัสดุให้ทันที


"จะเปิดดีไหมเนี่ย !!" ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ วาณิริณหยิบคัตเตอร์อันเล็กออกมาแล้วกรีดลงบนปากกล่องออกจนหมด สองมือค่อยๆเปิดกล่องใบนั้นออกก็ต้องแปลกใจ ในนั้นเป็นรูปถ่ายของเธอในทุกๆอิริยาบทไม่ว่าจะไปที่ไหนแม้กระทั่งตอนอยู่ภายในรั้วบ้านก็มี


"ฉันว่านี่ไม่ใช่แฟนคลับของแกแน่นอน มันโรคจิตชัดๆ" เลขาสาวหยิบรูปพวกนั้นขึ้นมาดู "แกบอกคุณภาคิณเถอะ อันตรายมากเลยนะ"


"อื้ม" ตอนแรกก็เผลอคิดว่าอาจจะเป็นภาคิณที่แกล้งอำเธอเล่นก็ได้ แต่พอดูๆไปแล้วเขาคงไม่เอาเวลามาทำเรื่องอะไรแบบนี้แน่นอนเพราะทุกวันนี้ตัวก็แทบติดกันแจไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม


Arrrrr Arrrrr


วาณิริณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่ได้ดูหน้าจอ "สวัสดีค่ะ"


*​"เห็นรูปที่ฉันส่งไปให้รึยัง?" <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*​น้ำเสียงแหบๆฟังดูแล้วมีแต่ลมเสียมากกว่า วาณิริณใจสั่นด้วยความหวาดหวั่นแต่ก็สะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้แล้วอัดเสียงสนทนาไว้ทั้งหมด ​"เพราะแกที่ทำให้ฉันต้องตกอับแบบนี้ ฉันแค่จะบอกให้รู้ไว้ว่าฉันคอยตามแกอยู่ทุกที่ อย่าหวังว่าจะรอดไปได้"


"ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้ แต่ก็ขอบใจที่มาเตือนให้ฉันระวังตัว"


​"ปากยังดีเหมือนเดิมเลยนี่ แกกอย่าหวังว่าผัวแกหรือใครจะตามมาช่วยแกได้อีก ไม่ต้องห่วง...พวกฉันยังไม่ลงมือเร็วๆนี้หรอก ยังมีเวลาให้แกกล่าวคำสั่งเสียให้คนรอบข้างอยู่"

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด....


พูดจบคนปลายสายก็ตัดสายทิ้งทันที วาณิริณคิดว่าเป็นญาดาแต่ก็คงไม่น่าใช่เพราะศาลเพิ่งจะตัดสินโทษให้อยู่ในคุกอีกหลายปี ตอนนี้เธอคิดไม่ออกเลยว่าเคยไปทำเรื่องให้ใครไม่ชอบใจในตัวเธออีกหรือเปล่า


"ตอนนี้ช่างมันไปก่อนเถอะ คุณณวัฒน์รออยู่ที่ห้องรับแขกแล้วจะให้ฉันเชิญเขาเข้ามาเลยไหม?"


"อืม" เธอตอบกลับไปแค่นั้น ปิยาพัชร์จึงรีบเดินออกไปเชิญแขกผู้มาเยือนเข้ามาทันที "สวัสดีค่ะ" วาณิริณกล่าวทักทายหลังจากที่เคลียร์โต๊ะทำงานจนสะอาด ณวัฒน์ยิ้มบางๆแล้วนั่งลงตรงหน้า "คุณณวัฒน์มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"


"มีสิครับ" จากรอบยิ้มอบอุ่นเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งขรึมจนดูเหี้ยมไปในทันที "ไม่ทราบว่าของที่ผมฝากน้องณิชาไปให้ คุณณิริณได้รับหรือยังครับ?"


วาณิริณทำหน้างุนงงเล็กน้อย "ยังค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกับน้อง"


"หึ! สงสัยน้องณิชาคงจะทิ้งไปซะแล้วมั้งครับ เสียดายจังเลยนะ...อุตส่าจะให้คุณได้เห็นลีลาเด็ดๆของสามีคุณกับบรรดาผู้หญิงของเขา ผมดูแล้วยังสงสารคุณแทนเลยที่ 'โง่' โดนสามีหลอกอยู่ได้ทุกวัน"


ตุบ! ตุบ! ตุบ!


เสียงหัวใจเต้นแรงถี่ๆพลันใจหาย วาณิริณมองหน้าของคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ เธอรู้ว่าในอดีตภาคิณอาจจะคบผู้หญิงมานับไม่ถ้วน...แต่ในเวลานี้ที่เธอเห็นก็คือเขามีเพียงแค่เธอคนเดียวและเธอก็เชื่อใจเขาอย่างถึงที่สุด "คุณต้องการอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมาสงสารฉัน...ถึงฉันอาจจะดูโง่ในสายตาของคุณแต่ก็ขอบคุณนะคะ ที่แสดงตัวตนออกมาให้ฉันเห็นในวันนี้"


ณวัฒน์ยังคงนิ่งเฉย "ผมเองก็ขี้เกียจเสแสร้งนะครับ มันเหนื่อย! ผมกอบโกยผลประโยชน์มาจากไอ้ภาคิณมาหลายล้านบาทมากแต่พอการันต์กับคุณภูชิตโดนจับแล้ว...รายได้ผมมันลดลงมาก ผมตั้งใจที่จะซื้อหุ้นในบริษัทนี้แต่คุณก็ไม่ยอมแบ่งขายให้ผม...ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ผมได้มาอีกร้อยล้านแล้ว" เขาชูเช็กเงินสดที่มีตราประทับของบริษัท PK AUTO GROUP อยู่ให้เธอดู "ลองคิดดูสิครับว่าหนอนบ่อนไส้ของผมในนั้นมันมีเยอะมากขนาดไหน ดูสิ! ผมสูบมาได้เรื่อยๆเลย ไอ้ภาคิณมันกำลังจะหมดตัวในไม่ช้านี้แน่นอน"


"แล้วคุณมาบอกฉันแบบนี้ ไม่กลัวว่าฉันจะเอาความลับไปบอกพี่คิณหรือไง?"


"เหอะๆ ผมแค่เสียดายความสวยของคุณนะ คุณกำลังถูกมันหลอกเอาเงินไปพยุงฐานะและบริษัทของมันก็เท่านั้นแหละ" น้ำเสียงของณวัฒน์ในเวลานี้สำหรับวาณิริณช่างน่าขยะแขยงเสียจริงๆ 


หญิงสาวจ้องกลับด้วยสายตาอันเด็ดเดี่ยว "ดูคุณจะรู้ทุกเรื่องฉันและสามีมากเลยนะคะ ขอบคุณที่อุตส่าห์เตือนแต่ฉันเองก็อยากจะบอกให้คุณรู้เอาไว้อย่างหนึ่งว่าฉันเชื่อใจเขาและเขาก็ไม่เคยเอ่ยปากขอเงินฉันเลยแม้แต่บาทเดียว ฉะนั้นที่คุณพูดมาก็เหมือนกับการปั้นน้ำเป็นตัวก็เท่านั้นแหละค่ะ... อะ ปล่อยฉันนะ !!!"


ณวัฒน์พยายามจับมือของเธอแต่ก็ถูกสะบัดออกเต็มแรง "วันนี้คุณปฏิเสธผมได้...ไม่เป็นไร ไว้รอให้ผมเป็นเจ้าของ PK AUTO GROUP แบบสมบูรณ์ซะก่อนเถอะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ แล้วครั้งหน้าผมจะมาเอาคำตอบจากคุณ คงรู้ใช่ไหมว่าผมต้องการอะไร?"


วาณิริณนั่งกำหนดลมหายใจเพื่อตั้งสติ เธอมองร่างของคนที่เคยคิดว่าแสนดีออกจากห้องนี้ไปด้วย ภาคิณกำลังเจอปัญหาทำไมถึงไม่คิดบอกเธอเลยสักคำ... เธออยากจะช่วยแบ่งเบาในสิ่งที่ภาคิณแบกรับไว้อยู่แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร การเข้าถึงณวัฒน์อาจจะมีหนทางช่วยเขาได้บ้าง


บ้านรัตนโยธิน...


กลับมาถึงบ้านได้วาณิริณก็รีบค้นดูตามตู้เสื้อผ้า เสียงกุกกักนั้นดังมากพอทำให้ผู้ที่เป็นสามีต้องประหลาดใจเมื่อเดินตามเธอเข้ามาในห้อง "หาอะไรอยู่หรอ? หืม"


หญิงสาวละความสนใจจากทุกอย่างแล้วค่อยๆลุกขึ้นช้า "หาของที่พี่คิณเคยให้พกก่อนไปขึ้นเรือน่ะค่ะ วันนี้เจอเรื่องไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่"


"เกิดอะไรขึ้น!?"


วาณิริณหยิบรูปที่เธอได้มาในวันนี้ส่งให้เขาดูพร้อมกับเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฟัง "วันนี้มีคนส่งรูปพวกนี้มาให้ค่ะแล้วโทรมาขู่ว่าเขาติดตามดูณิริณอยู่ แล้วก็...คุณณวัฒน์ เขา...บอกว่าเขามีคลิปตอนที่พี่คิณอยู่กับผู้หญิงคนอื่น" น้ำเสียงเริ่มสั่นเพราะถึงแม้จะเชื่อใจมากแต่ด้วยอารมณ์ของผู้หญิงก็อดหวั่นไหวไม่ได้


ภาคิณมองดูรูปที่อยู่ในมือสลับกับมองหน้าของเธอไปด้วย ชายหนุ่มยกมือลูบผมดำสลวยด้วยความอ่อนโยน "เรื่องในอดีตพี่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้พี่มีณิริณแค่คนเดียวไม่ว่าจะตอนนี้นี้หรือต่อไปหลังจากนี้ ณิริณเชื่อใจพี่ไหม?" น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังของเขาเปล่งออกมาโดยไม่มีอะไรแอบแฝง


วาณิริณน้ำตารื้นพร้อมพยักหน้าเบาๆ "ณิริณขอโทษค่ะ ณิริณเชื่อใจพี่คิณ ฮึก แต่ว่า อึก มันก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี" เธอซบหน้าลงที่แผงอกแกร่งก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ "ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ อ้อ มีอีกอย่างหนึ่ง...ผู้ชายคนนั้นบอกว่าเขาร่วมมือกับการันต์แล้วก็อาภูชิต บอกว่าพี่คิณกำลังหมดตัวเลยหลอกใช้ณิริณเเพราะเรื่องเงินและเขาจะยึดบริษัทไปแถมยังได้เงินร้อยล้านไปอีก พี่คิณเป็นยังไงบ้างคะ? มีปัญหาอะไรไหม? ให้ณิริณช่วยตรงไหนได้บ้าง?"


ได้เห็นความห่วงใยจากเธอก็เป็นสุขอยู่ข้างใน เขาโอบเอวเธอมานั่งตรงปลายเตียงแล้วย่อตัวลงจูบลงบนหน้าผากมน "ไอ้ณวัฒน์มันใช้เงินนั้นไม่ได้หรอกเพราะพี่อายัดเช็กไปเรียบร้อยแล้ว จริงๆก็เอะใจเรื่องบัญชีของบริษัทมาได้สักพักก็ไม่คิดว่าเกลือเป็นหนอนจะยังเหลืออยู่ แล้วเมียพี่เชื่อแบบที่มันกล่าวหาหรือเปล่าว่าพี่กำลังหลอกใช้"


มือน้อยเช็ดน้ำตาของตัวเองพร้อมส่ายหน้าไปมา รอยยิ้มหวานๆนั้นเป็นคำตอบที่ออกมาจากใจของเธอ "ไม่ค่ะ จะมีใครรู้ดีเท่าเราสองคนล่ะคะ"


"แบบนี้พี่ค่อยสบายใจหน่อย เรื่องปัญหาทุกอย่างพี่หาทางออกได้ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว สิ่งที่ณิริณควรทำมีแค่รอตั้งท้องลูกของเราก็พอ"


"พี่คิณ !! อื้อ !!!" คล้ายกับว่าทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ไม่นานนักเสียงครวญครางหวานหูก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆ เธอตั้งใจจะแบ่งเบาความลำบากของเขาแต่กลับถูกพ่อสามีรังแกแบบนี้เสียได้


สำหรับภาคิณแล้วเขากับภากรสามารถแก้ไขทุกอย่างให้มันผ่านไปได้ทุกครั้ง แต่คราวนี้อาจจะลำบากกว่าเดิมเพราะกว่าจะรู้ตัวก็เสียหายหนักเอาการพาลทำให้วาณิริณคอยหนักใจไปด้วย 


######


COOPY WIND CONDO....


ภากรและวาณิชาถือวิสาสะเปิดกล่องที่ณวัฒน์ฝากไว้ให้วาณิริณออกมาดู ในนั้นมีทรัมป์ไดรฟ์อยู่หนึ่งอันก็เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดข้อมูลภายก็พบคลิปวีดีโอจำนวนหลายคลิป แต่ละอันไม่เห็นหน้าผู้ชายที่ชัดเจนและมีเพียงเสียงของผู้หญิงที่พยายามเรียกชื่อภาคิณก็เท่านั้น 


"ดูข้างหลังก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ไอ้คิณ" ภากรจ้องมองจอคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดถี่ยิบ "เพราะไอ้คิณมันคงไม่พลาดให้ถูกแบล็กเมล์แบบนี้หรอก"


"ก็เหมือนจะมีเหตุผลเพราะคนในคลิปดูอ้วนกว่า แต่ถ้าพี่คิณคิดนอกใจพี่ณิริณจริงๆนะ ณิชาจะพาพี่สาวหนีไปอยู่ที่สุดขอบโลกแบบให้ตามหาไม่เจอจริงๆด้วย" นึกแล้วมันน่าโมโห เพราะถ้าหากวาณิริณได้เห็นก็คงจะเข้าใจผิดไปแน่ๆ "ไอ้เราก็นึกว่าเป็นคนดี ทำไมพี่ณวัฒน์ถึงทำแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย"


"ไม่รู้สิ แต่อย่าให้เห็นเป็นดีที่สุด" ภากรปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วยืนขึ้นเต็มความสูง "สงสัยไอ้เวรนั่นคงจะ...ชอบณิริณล่ะมั้ง"


สาวน้อยเดินวนไปมาแล้วครุ่นคิดตาม ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆการใช้วิธีนี้เพื่อทำลายความเชื่อมั่นที่พี่สาวและพี่เขยของเธอมีให้แก่กันถือว่าเป็นวิธีที่เลวร้ายมากๆ ไหนจะเรื่องที่โกหกว่าเป็นญาติกับปอเพื่อนของเธออีก "งั้น...วันอาทิตย์นี้พี่กรว่างไหม พาณิชาไปภูเก็ตหน่อยสิ"


หมับ !!


"ผัวตัวเองยืนอยู่นี่ทั้งคน ยังกล้าขอให้พาไปหาไอ้พอร์ชอีกหรือไง?" ยังไม่ทันจะได้ฟังจนจบอารมณ์หึงก็พลุ่งขึ้นหน้าเสีย ภากรจ้องมองยัยเมียตัวแสบตาไม่กระพริบ


วาณิชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ "จะมางี่เง่าอะไรตอนนี้เนี่ย ณิชาจะไปหาปอต่างหากล่ะ" ยิ่งอยู่ใกล้นับวันภากรยิ่งอาการหนัก ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็สงบใจลงได้บ้าง "บังเอิญว่าณิชาไม่ใช่พวกที่พี่กรเคยคั่ว ไม่ต้องหวงขนาดนี้ก็ได้"


เขาใช้แรงดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ๆแล้วใช้แขนทั้งสองข้างล็อกตัวเธอเอาไว้ไม่ให้หนี "ไม่ให้หวงได้ไง ณิชาอายุยี่สิบสองตอนนี้พี่อายุสามสิบสี่แล้วถ้าพี่สี่สิบณิชาก็เพิ่งจะยี่สิบแปดเองนะจะไม่ให้หวงได้ยังไง"


วาณิชาเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนเขาเสียที ซ้ำร้ายยังถูกคนตัวสูงซุกไซสูดดมไปทั่วต้นคอ แต่คิดหรือว่ายัยตัวแสบจะยอมอ่อนข้อให้...


ปึก !!


อุก !!!


ยัยตัวแสบยกเข่าขึ้นกระแทกกลางกายของชายหนุ่มจนเขาจุกตัวงอ สองแขนคลายออกแล้วเอามือกอบกุมเป้ากางเองเอาไว้แล้วมองคาดโทษอีกฝ่าย "ตัวแสบ...เอ้ย...อึก"


"สมน้ำหน้า อยากมาทำลามกใส่ก่อนทำไม!!" เมื่อเป็นอิสระแล้ววาณิชาก็แผลงฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ "อ่อ...แล้วก็ตอนนี้ณิชากำลังเป็นประจำเดือนแรงมันก็จะเยอะกว่าเดิมหลายเท่า อย่าทำให้หงุดหงิด!!" สาวน้อยแอบลุ้นตัวโก่งเช่นกันว่ายาคุมฉุกเฉินนั้นจะทำงานหรือเปล่าจนกระทั่งเมื่อวานที่ประจำเดือนมาแล้วทำให้เธอโล่งใจได้เป็นอย่างมาก


"อูยย ฝาก...ได้ก่อน...เถอะ" พ้นช่วงวันแดงเดือดไปได้เมื่อไหร่อย่าหวังว่าแม่สาวจอมพยศจะหลุดจากเขาได้พ้น


วาณิชาเบ้ปากใส่ก่อนจะเดินหัวเราะไปเปิดโทรทัศน์ดออย่างสบายอารมณ์ ช่วงนี้ข่าวของการันต์และญาดายังคงแรงต่อเนื่องเรื่อยๆเนื่องจากหลายๆคดีที่ถูกรื้อมาสะสางใหม่ทำให้สาวน้อยรู้สึกว่าแผ่นดินที่อาศัยอยู่กำลังสูงขึ้น ภากรที่ความเจ็บปวดคลายลงมากแล้วก็พยุงตัวเองออกไปที่ระเบียงเพื่อคุยโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง


*​"คุณภากรคะ มีเรื่องด่วนแล้วค่ะ ลูกค้าที่สั่งจองรถเอาไว้ขอยกเลิกทั้งหมดเลยค่ะ" <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*​เลขาของเขารีบโทรรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"อะไรนะ!!! แล้วบอกหรือเปล่าว่าเพราะอะไร?"


​"เห็นว่าสรรพากรเข้าตรวจบอกว่ารถของโชว์รูมเราหนีภาษี แถมยังเรียกเงินคืนทั้งหมดภายในวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ"

"เป็นไปได้ยังไงล่ะเนี่ย เอางี้!! เธอเตรียมเอกสารเสียภาษีของรถทุกคันไว้ให้ฉันด้วยแล้วก็บอกให้ฝ่ายบัญชีเตรียมเงินไว้ก่อนแล้วพรุ่งนี้ถ้าเคลียร์ไม่ได้ค่อยนัดลูกค้าเข้ามาเอา"


​"แล้วเรื่องสรรพากรที่เข้ามาตรวจล่ะคะ?"

"คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดเดี๋ยวฉันจะจัดทีเดียวพรุ่งนี้ ทำตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน" 


​"ค่ะ"

หลังจากวางสายจากเลขาส่วนตัวเขาก็ต่อสายตรงหาน้องชายทันที "รับสิวะ!! ฮะ ฮัลโหลไอ้คิณ !!"


​"อือ พี่กรมีอะไร?"

"เฮ่อ เวลาแบบนี้ยังมีอารมณ์ไล่ปล้ำเมียอีกนะแก เรื่องใหญ่ดิวะ...กลับไปฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน แกเตรียมแผนสำรองไว้ได้เลย"


​"เตรียมไว้แล้ว รีบๆกลับมาก็แล้วกัน อย่ามัวแต่เฝ้าเด็กให้มากนัก"

ตื๊ดๆ....


วาณิชามองออกไปที่ระเบียงคอนโดก็ได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาแต่สาวน้อยก็เมินหน้าหนีไปเสียเพราะไม่อยากให้รู้ว่าเธอกำลังมองเขาอยู่ "จะ จะกลับแล้วหรอคะ?"


ภากรเหล่มองเล็กน้อย "อืม มีเรื่องนิดหน่อย ทำไม? อยากให้พี่นอนด้วยหรือไง?"


ฟอด !!


"ไอ้คนฉวยโอกาส รีบๆกลับไปเลยไป!!" วาณิชามุ่ยหน้าแล้วฟึดฟัดนั่งลงเพราะถูกคนตัวสูงขโมยหอมแก้มเสียดื้อๆ 


ภากรยิ้มแก้มแทบปริ...ชายหนุ่มรีบออกไปจากห้องนี้ก่อนที่องค์จะลงหญิงสาวแล้วอาละวาดจนเขาอาจจะได้หยอดน้ำเกลือก็ได้ ตอนนี้ต้องรีบๆจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นให้คลี่คลายไปให้เร็วที่สุด ทั้งๆที่อุตส่าห์กำจัดพวกที่คิดไม่ซื่อออกไปได้แล้วก็ยังหลงเหลือจนส่งผลมาในตอนนี้

____________100%__________________


อุ้ยๆ ทิ้งยกแผงเลยนะ ฮ่าๆๆ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

แจ้ง***

หลังจากตอนนี้จบไร์จะเริ่มทำการรีไรท์ตั้งแต่ตอนที่แรกควบคู่กับการอัพตอนใหม่ไปด้วยนะคะ ทั้งคำผิดและอาจจะแต่งเติมเนื้อหาใหม่บางส่วนค่ะ ช่วงนี้อาจจะเห็นนิยายเรื่องนี้อัพเดทบ่อยขึ้นรีดเดอร์ทั้งหลายอย่างเพิ่งรำคาญกันนะคะ ^__^

ตอนนี้กำลังมีแพลนว่าอยากจะทำหนังสือและ E-Book ด้วย หากเรื่องนี้จบลงไรท์อยากจะสอบถามรีดเดอร์ว่าจะให้คงนิยายเอาไว้แต่ติดเหรียญหรือว่าลบออกครึ่งนึงของเนื้อเรื่องแล้วที่เหลือตามอ่านในหนังสือดีคะ? ไรท์ตามใจนักอ่านเสมอค่าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น