Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บังหลงจันทร์ ๑๒

ชื่อตอน : บังหลงจันทร์ ๑๒

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2560 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
บังหลงจันทร์ ๑๒
แบบอักษร

image




บัวหลงจันทร์ ๑๒



"อ่อก...แค่กๆ อ่อก"อรุณนี้เจ้าตัวน้อยในพระครรภ์พระชายาดูท่าจักเกเรเอาการ จึงทำให้เจ้าบัวงามอาเจียนตั้งแต่ลืมตาขึ้น

"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าบัวงาม"องค์จันทร์ตรัสถามพระสุระเสียงกังวลพระทัย พระหัตถ์อุ่นลูบแผ่นหลังบางไปมา

"ฮึก แฮ่กๆ"เจ้าบัวงามหอบหายใจจนตัวโยน ก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยก็เกเร หากแต่เมื่อพ่อกลับมาแล้ว กลับยิ่งเกเรเสียจนเจ้าบัวแย่เอาการ

"ตามหมอหลวงทีสายหยุด"ทรงรับสั่งกับสายหยุด แลประคองร่างนุ่มนิ่มเข้าพิงพระอุระ

"พระเจ้าค่ะ"สายหยุดรับพระบัญชาพลางคลานเข่าออกจากห้องบรรทมเพื่อตามหมอหลวงมาดูอาการพระชายา

"เจ้าบัว เป็นเยี่ยงไรคนดี"ซับพระพักตร์ที่อบบุหงารำไปจนหอมฟุ้งถูกนำออกมาซับเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นบนหน้าผากมน

"อึก ฝ่าบาท...หมะ หม่อมฉัน..เหนื่อยพระเจ้าค่ะ"นัยน์ตากวางหลับพริ้มอย่างเหนื่อยอ่อน

"ทนหน่อยหนาคนดี.....อย่าเกเรนักเลยลูก แม่เจ้าจักแย่เอาหนา"พระหัตถ์วางทาบบนหน้าท้องแบนราบที่มีเจ้าตัวน้อยนอนอยู่พลางลูบเบาๆ

"เจ้าตัวน้อยเกเรนัก สงสัยคงใคร่อยากจักอ้อนพระบิดากระมังพระเจ้าค่ะ"

"หึหึหึ ช่างออดช่างอ้อนได้แม่เจ้านัก"

"คิกๆ ฝ่าบาท..."

"หืม..ว่าอย่างไรเจ้า"

"หม่อมฉันใคร่อยากไปสูดอากาศที่สวนพฤกษาพระเจ้าค่ะ"

"ได้สิเจ้า ประเดี๋ยวหมอหลวงตรวจเจ้าแล้ว พี่จักพาไปหนา"กดพระนาสิกกับขมับน้อง

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"

"ทูลฝ่าบาทหมอหลวงมาแล้วพระเจ้าค่ะ"

"ให้หมอหลวงตรวจก่อนหนาเจ้าบัวงาม"

"พระเจ้าค่ะ"


.

.

.


"เป็นเยี่ยงไรท่านหมอ เหตุใดเจ้าบัวจึงอาเจียนหนักเอาการเช่นนี้ แพ้ท้องหนักหรือ"

"พะย่ะค่ะฝ่าบาท พระชายาทรงแพ้ท้องหนักเอาการ หากแต่จักแพ้มินานเอกพะย่ะค่ะ มิต้องกังวลพระทัยไป เป็นปกติของคนท้องพะย่ะค่ะ"

"งั้นหรือ แลต้องทำเยี่ยงไรให้อาการแพ้บรรเทา ข้าเห็นเจ้าบัวอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงเช่นนี้แล้ว ข้าใจมิค่อยจักดี"

"หม่อมฉันจักถวายโอสถบำรุงครรภ์ให้พะย่ะค่ะ แลผลมะดันจักช่วยบรรเทาอาการวิงเวียน ใคร่อาเจียนพะย่ะค่ะ"

"เช่นนั้น อิ่ม"

"เพคะ"

"ไปบอกห้องเครื่องเตรียมผลมะดันให้เจ้าบัว"

"เพคะ"

"แลลูกข้าเป็นเช่นไร แข็งแรงดีหรือไม่"

"รัชทายาทในครรภ์ แข็งแรงดีพะย่ะค่ะ หากแต่สามเดือนแรกนั้นจักต้องระวังให้มาก อย่าให้กระทบกระเทือนรุนแรง มิเช่นนั้นเราอาจจักเสียองค์รัชทายาทไปได้พะย่ะค่ะ"

"ได้ยินแล้วใช่หรือไม่สายหยุด เยี่ยงนี้เจ้าจักต้องดูแลเจ้าบัวเป็นสองเท่า เข้าใจหรือไม่"

"พระเจ้าค่ะฝ่าบาท"

"ฝ่าบาท หม่อมฉันใคร่อยากไปสวนพฤกษาพระเจ้าค่ะ"

"จ้ะ..ประเดี๋ยวพี่จักพาไปหนาเจ้า"


.

.

.


"ดีขึ้นหรือไม่เจ้าบัว"

"พระเจ้าค่ะ มิใคร่วิงเวียน แลอาเจียนแล้ว"

"หึหึ"

"ลูกคงจักโปรดดอกไม้กระมังพระเจ้าค่ะ"

"พเยีย"

"พระเจ้าค่ะ?"

"ลูกโปรดดอกไม้เช่นนั้น..."

"...."

"หากลูกเป็นเช่นเจ้า พี่จักให้นามว่า 'พเยีย' "

"พเยียหรือพระเจ้าค่ะ"

"ใช่ เจ้าโปรดนามนี้หรือไม่"

"พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันโปรดนามนี้ หากแต่ลูกมิได้เป็นเช่นหม่อมฉันเล่าพระเจ้าค่ะ"

"หากลูกสมชายชาตรีพี่จักให้นามว่า ‘พบู' "

"พระเจ้าค่ะ"ริมฝีปากบางอมยิ้มหวานให้พระภัสดา ถูกอกถูกใจกับนามลูกที่ทรงประทานให้

"หากแต่พี่มีความรู้สึก"

"......"

"ว่าลูกจักต้องเป็นเฉกเช่นเจ้าเป็นแน่ งดงาม แลสง่า"

"ฝ่าบาท"ปรางนวลแดงระเรื่อ

"พี่โชคดีเหลือเกินที่เจ้าเลือกพี่เป็นคู่ครอง"ไล้ข้อพระองคุลีไปตามสันกรามเล็ก

"ทรงตรัสกระไรเช่นนั้นพระเจ้าค่ะ"

"บัวงามแก้วตาแห่งภุมริกา หากแต่บัดนี้เป็นดวงใจแห่งศศิมณฑล"ตรัสพลางรั้งเอวบางเข้ากอดแนบพระอุทร เจ้าบัวเอนกายซบพระอุระอุ่น

"....."

"อาจจักช้าไปบ้าง หากแต่พี่ก็ใคร่บอกให้น้องได้รู้ไว้"

"กระไรหรือพระเจ้าค่ะ"

"พี่รักเจ้าหนาเจ้าบัว"

"ฝ่าบาท..."เสียงหวานครางเครือในลำคอ

"พี่รักเจ้า แลลูก พี่จักมิยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเจ้า แลลูกได้อีก"

"ฝ่าบาท...หมะ หม่อมฉันก็รักพระองค์พระเจ้าค่ะ"

"หึหึหึ...พี่มิเคยคิดมาก่อนว่าจักมีวันนี้ ขอบใจเจ้าหนาเจ้าบัว"

"...มิได้พระเจ้าค่ะ"


.

.

.


แลวันเดินทางไปแคว้นภุมริกาก็มาถึง ขบวนเสด็จถูกจัดเตรียมความพร้อม อย่างมิให้ขาดตกบกพร่อง

"เป็นอย่างไรเจ้าบัว วิงเวียนหรือไม่"

"มิได้พระเจ้าค่ะ ผลมะดันนั้นช่วยได้มากเทียวพระเจ้าค่ะ"

"ดีแล้วเจ้า"พระนาสิกกดเบาๆที่กลุ่มผมหอม

"เสด็จพ่อ แลเสด็จแม่ชมนาดคงจักดีพระทัยหนาพระเจ้าค่ะ มินานก็จักได้อุ้มหลานแล้ว"

"หึหึหึ แน่นอนเจ้าบัว เอาไว้จัดการไอ้สินแล้วก่อนเถิด พี่จักจัดงานฉลองรับขวัญลูกเจ็ดวันเจ็ดคืนเชียว"

"คิกๆ กระนั้นเชียวหรือพระเจ้าค่ะ"

"แน่นอน หึหึหึ"


.

.

.


การเดินทางสิ้นสุดลงเมื่อขบวนเสด็จจากศศิมณฑลหยุดเทียบที่ตำหนักหลวงแคว้นภุมริกา องค์จันทร์ค่อยๆประคองน้องน้อยลงจากเกี้ยว

"ถวายพระพรพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ เสด็จแม่"องค์จันทร์ตรัสพลางค้อมพระเศียรให้พระสัสสุระ แลพระสัสสุ

"ยินดีต้อนรับหนาองค์จันทร์...เจ้าบัว"เจ้าชมนาดตรัสกับบุตรเขย

"เสด็จแม่"

พระชายาชมนาดดึงร่างบางของโอรสองค์เล็กเข้ากอดหอมด้วยความคิดถึง

"เจ้าบัวงามมาให้พ่อกอดบ้างสิเจ้า"

"เสด็จพ่อ"ผละจากร่างบางของพระมารดา โผเข้าซบอกพระอุระอุ่นของพระบิดา

"เป็นเยี่ยงไรบ้างลูก กินอิ่มนอนหลับมีความสุขดีหรือไม่"

"พระเจ้าค่ะ ลูกสบายกาย สบายใจดีพระเจ้าค่ะ"

"จริงหรือ อยู่ที่ใดจักสุขกาย สุขใจเท่าบ้านเรากันลูก"มิวายตรัสแขวะราชบุตรเขย

"เสด็จพี่"เจ้าชมนาดปรามพลางบิดพระมังสาตรงพระกฤษฎีจนองค์ภุมรินเบ้พระพักตร์

"เป็นเยี่ยงไรบ้างเจ้าบัวงาม"เมื่อน้องน้อยผละออกจากพระบิดาก็รั้งร่างบางเข้ามากอด ตั้งแต่ประสูติจนมีพระชนมายุครบ 18 พรรษา มิเคยได้ห่างกัน จนน้องน้อยตบแต่งเป็นเมียองค์จันทร์จึงได้ห่างเยี่ยงนี้

"น้องสบายดีพระเจ้าค่ะภุชงค์"

"ดีแล้วเจ้า"พระหัตถ์ลูบแก้มขาวเบาๆ

"ลูกมีเรื่องจักกราบทูลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ แลภุชงค์พระเจ้าค่ะ"

"เรื่องใดกันเจ้าบัวงาม"องค์ภุมรินตรัสถามพลางโอบไหล่บางของโอรสองค์เล็ก

"ให้ลูกเข้าตำหนักก่อนเถิดพระเจ้าค่ะ ค่อยไถ่ถาม"

"ก็ได้จ้ะ เยี่ยงนั้นเจ้าบัวเข้าตำหนักพักให้หายเหนื่อยก่อนก็แล้วกันหนาลูก ประเดี๋ยววันพรุ่งค่อยว่ากันดีไหมเจ้า"

"พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ"

"เยี่ยงนั้นคืนนี้เจ้าไปนอนกับพ่อ แลแม่ที่ตำหนักหลวงดีหรือไม่"

"เสด็จพี่"

"...ลูกมิกวนเสด็จพ่อ เสด็จแม่ดอกพระเจ้าค่ะ"

"ว่ากระไรเยี่ยงนั้นเจ้าบัว นอนกับพ่อ แลแม่น่ะ ดีแล้วเจ้า"

"ลูกมีพระภัสดาแล้ว ก็ต้องอยู่ปรนนิบัติพระภัสดาสิพระเจ้าค่ะเสด็จพี่"

"เจ้าชมนาด เจ้า..."

"เสด็จพี่..."กระซิบกระซาบข้างพระกรรณพระภัสดา

"ก็ได้เจ้า"

"เยี่ยงนั้นเจ้าบัวก็อยู่ปรนนิบัติรับใช้องค์จันทร์เถิดลูก วันพรุ่งมีกระไรค่อยทูลเสด็จพ่อก็แล้วกัน วันนี้ไปพักผ่อนก่อนเถิด"

"พระเจ้าค่ะเสด็จแม่"

"ฝากองค์จันทร์ดูแลเจ้าบัวด้วยหนา"

"พะย่ะค่ะเสด็จแม่ชมนาด"


.

.

.


ภายในตำหนักในที่ประทับของเจ้าน้อยภุมริกา

"ฝ่าบาททรงพักผ่อนก่อนเถิดพระเจ้าค่ะ"

"เจ้านั่นแลเจ้าบัวที่ควรจักพักผ่อนกำลังท้องกำลังไส้ แลยิ่งแพ้ท้องเช่นนี้ยิ่งควรพักให้มากๆหนา"

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ หากแต่บัวเป็นเมียจักปรนนิบัติพระองค์บกพร่องได้อย่างไร"

"โธ่ เจ้าบัวงาม"

"....."มิตรัสตอบ หากแต่แย้มยิ้มหวานให้พระภัสดา เอนกายอิงซบพระอุระอุ่น ประคองพระหัตถ์ใหญ่วางทาบบนหน้าท้องแบนของตน

พระหัตถ์ข้างหนึ่งโอบร่างนุ่มนิ่ม อีกข้างลูบหน้าท้องเมีย พระนาสิกกดหอมที่ขมับขาว


.

.

.


รุ่งเช้า องค์จันทร์ทรงตื่นบรรทมก่อนเจ้าบัวงามที่ตั้งแต่ท้องไส้ก็นอนมากขึ้น หากแต่ก็กินน้อยเท่าแมวดมเหมือนเก่า พระหัตถ์เลิกผ้าแพรสีหวานออก พระโอษฐ์ยกแย้มพระสรวลเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นมือน้อยที่โอบประคองครรภ์ตนแม้ยามหลับ ทรงประคองมือน้อยขึ้นจูบหอมเบาๆ

"พเยียน้อยของพ่อ"ตรัสกับหน้าท้องเมีย ก้อนพระโลหิตเชื้อไขของพระองค์กำลังฟูมฟักเติบโตอยู่ในครรภ์เจ้าบัวงาม

"ตื่นหรือยังเจ้าตัวน้อย...เจ้าขี้เซาคนเดียวมิพอ ยังจักพาแม่เจ้าขี้เซาด้วยอีก"

"คิกๆๆ..ฝ่าบาทลูกยังมิรู้เรื่องดอกพระเจ้าค่ะ"เสียงหวานแหบเพราะเพิ่งตื่นจากนิทราเอ่ยขึ้น

"หืม...หึหึ ตื่นแล้วหรือเจ้าบัวงาม"

"พระเจ้าค่ะ"ค่อยๆยันกายลุกขึ้นโดยมีพระภัสดาช่วยประคับประคอง

"เยี่ยงนั้นลุกสรงน้ำเถิด ประเดี๋ยวเสด็จพ่อ แลเสด็จแม่จักรอนาน"

"พระเจ้าค่ะ"

"ข้าหลวงที่อยู่ข้างนอก เตรียมน้ำสรงให้ข้าทีเถิด"

"เพคะ"ข้าหลวงสาวหมอบคลานเข้ามาในห้องบรรทม ช้อนสายตามองพระอุระกว้างเปลือยแลใบหน้าแดงซ่าน เจ้าหลวงศศิมณฑลทรงรูปงามนัก อาการขวยเขินอ้อล้อของข้าหลวงสาวหาได้รอดพ้นนัยน์ตากวางของเจ้าบัวไม่

"ฝ่าบาทจักทรงให้หม่อมฉันถวายงานปรนนิ..."ยังมิทันสิ้นเสียงข้าหลวงสาว พระสุระเสียงหวานก็ขัดขึ้นเสียก่อน

"มิต้องดอก ประเดี๋ยวข้าจักปรนนิบัติพระภัสดาเอง"

"พะ เพคะ"

"เยี่ยงนั้นเจ้าก็รีบไปเตรียมน้ำเถิด"

"เพคะ"ยังมิวายลอบมององค์จันทร์ทิ้งท้าย


.

.

.


จ๋อม~

"เป็นกระไรไปเจ้าบัวงาม ใยจึงหน้าบึ้งตึงเช่นนี้"ตรัสถามพลางกดจูบที่แก้มนวล พระกรโอบกอดร่างบางจากด้านหลัง พระหัตถ์กวักน้ำรดไหล่เล็กของเมีย ลูบไล้เบาๆ

"มิได้พระเจ้าค่ะ"

"แลใยจึงหน้าบึ้งตึงเช่นนี้ หืม ประเดี๋ยวลูกก็ออกมาหน้าย่นดอก"

"ฝ่าบาท~"เรียกพระภัสดาน้ำเสียงออดอ้อน

"หืม"ครางรับ พระโอษฐ์กดจูบตามซอกคอขาว ตอดเล็กตอดน้อย

"หม่อมฉันตั้งครรภ์ หาปรนนิบัติฝ่าบาทได้อย่างเก่าไม่ พระองค์จักทรงปันพระทัยให้ผู้อื่นหรือไม่พระเจ้าค่ะ"

"ว่ากระไรเยี่ยงนั้นเจ้าบัวงาม มีเจ้าอยู่ทั้งใจเยี่ยงนี้ แลพี่จักมีใจที่ไหนไปปันให้ผู้อื่น"

"ฝ่าบาท~"พลิกกายโผเข้าซบพระอุระกว้าง

"มิต้องกังวลไปดอก แลเหตุใดจึงมากังวลเรื่องมิเป็นเรื่องเช่นนี้กันเจ้า"

"..."เจ้าบัวส่ายหน้ากับพระอุระพระภัสดา

"หรือจักคิดมากเพราะท้องไส้กัน"

"กระมังพระเจ้าค่ะ"

"พเยียใยจึงทำแม่เจ้าคิดมากเยี่ยงนี้เล่าลูก"เลื่อนพระหัตถ์ประคองครรภ์น้อย ลูบปลายพระองคุลีแผ่วเบา

"ลูกคงจักกลัวพ่อมิรักแม่กระมังพระเจ้าค่ะ"

"หากมิรักเจ้า แลแม่เจ้าจักให้พ่อไปรักใคร่อีก หืม"

"หม่อมฉันบกพร่องนัก ที่มิสามารถถวายงานพระองค์ได้"

"ว่ากระไรเยี่ยงนั้น จักบกพร่องได้เยี่ยงไร ในเมื่อในครรภ์เจ้ามีลูกของเรานอนอยู่"

"หม่อมฉันรักพระองค์หนาพระเจ้าค่ะ"

"พี่ก็รักเจ้า เจ้าบัว รักเจ้าด้วย เจ้าพเยีย หากบอกรักแม่เจ้าแลมิบอกเจ้า คงได้เกเรจนแม่เจ้าหมดแรงเป็นแน่"

"คิกๆ.."


.

.

.


"กินอันนี้สิเจ้าบัว พ่อสั่งห้องเครื่องให้ทำให้เจ้าเชียวของโปรดมิใช่หรือ"องค์ภุมรินตรัสพลางตักอาหารให้โอรสองค์เล็ก

"อึก...อุบ"เมื่อได้กลิ่นอาหาร อาการพะอืดพะอมก็เล่นงานเจ้าบัวงามเสียจนต้องยกมือปิดปาก เกรงว่าจักอาเจียนใส่สำรับ องค์จันทร์รีบผลักสำรับออกห่างมิให้เมียได้กลิ่น

"เจ้าบัวเป็นกระไรไปลูก"เจ้าชมนาดปรี่เข้าลูบแผ่นหลังบางของโอรสองค์เล็ก โดยมีราชบุตรเขยโอบร่างบางพลางยกยาหอมจรดจมูกโด่งรั้น องค์จันทร์ตั้งแต่ทรงทราบว่าเจ้าบัวงามตั้งครรภ์ ก็ทรงพกยาหอมไว้กับตัวมิขาด

"ก็เรื่องนี้แลพะย่ะค่ะ ที่หม่อมฉัน แลน้องบัวจักกราบทูลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ แลภุชงค์"องค์จันทร์ตรัส

"เจ้าบัวเป็นกระไรไป"องค์ภุมรินทรงตรัสอย่างกังวลใจ

"เพลานี้ เจ้าบัวงาม...."

"......"

"......"

"......"

"...ตั้งครรภ์แล้วพะย่ะค่ะ"


เกิดความเงียบขึ้นภายในห้องเสวย องค์ภุมริน แลพระชายาชมนาดนิ่งค้าง ส่วนองค์รัชทายาทภุชงค์ก็แย้มพระสรวลยินดี

"เสด็จพ่อ เสด็จแม่"เจ้าบัวตรัสเรียกพระบิดา แลพระมารดาเมื่อเห็นว่าทรงนิ่งค้างไป

"กระไรหนา"เป็นพระสุระเสียงทุ้มขององค์ภุมรินที่ตรัสออกมาก่อนใคร

"...ลูกตั้งครรภ์พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ"

"หนะ นี่แม่กำลังมีหลาน กำลังจักได้เป็นยายหรือ"เจ้าชมนาดตรัสเสียงแผ่ว

"พะย่ะค่ะ"องค์จันทร์ทรงตอบ

"ยินดีด้วยหนาเจ้าบัว ยินดีด้วยพะย่ะค่ะองค์จันทร์"

"ขอบพระทัยภุชงค์พระเจ้าค่ะ"

"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ"แม้นจักเป็นเจ้าหลวงหากแต่ก็มีศักดิ์เป็นน้องเขย

"เสด็จพี่"เจ้าชมนาดแตะเบาๆที่พระกรพระภัสดา ทรงนิ่งค้างไปตั้งแต่ได้สดับถ้อยคำที่บุตรเขยกราบทูล

"เจ้าชมนาด.."

"พระเจ้าค่ะ"

"...นี่พี่กำลังจักได้เป็นตาหรือ"

"พระเจ้าค่ะ"

"มิได้การละ...พี่ต้องตรียมของรับขวัญหลาน"

"โธ่ เสด็จพ่อพระเจ้าค่ะ หลานหรือก็เพิ่งจักได้อายุครรภ์เดือนเดียว อีกนานพระเจ้าค่ะกว่าจักได้รับขวัญ"เจ้าบัวว่า

"เยี่ยงนั้นก็เถิด หลานคนแรกนี่เจ้า"

"แลภุชงค์เล่าลูก น้องมีหลานให้พ่อ แลแม่แล้ว แลเมื่อใดเจ้าจักต้องใจใคร"

"หึหึหึ เจ้าบัวมีหลานให้เสด็จพ่อ เสด็จแม่แล้วใยลูกจึงจักต้องรีบต้องใจใครด้วยเล่าพะย่ะค่ะ"

"หึหึหึ ไอ้เสือร้าย"องค์ภุมรินวางพระหัตถ์บนศีรษะโอรสองค์โตเบาๆ

"...หากแต่หลังพระกายาหารเช้าแล้ว หม่อมฉันมีเรื่องใคร่จักปรึกษาเสด็จพ่อ แลภุชงค์พะย่ะค่ะ"องค์จันทร์กราบทูลพระสุระเสียงจริงจัง

"อืม"เมื่อทอดพระเนตรสีหน้าจริงจังของบุตรเขยองค์ภุมรินจึงพยักหน้า แม่นจักสงสัยว่าเรื่องใดกัน


.

.

.


หลังพระกายาหารแล้ว องค์ภุมริน องค์จันทร์ แลองค์รัชทายาทภุชงค์ก็ปลีกตัวออกมาที่ตำหนักทรงงานขององค์ภุมริน ส่วนเจ้าบัวงามก็มีพระมารดาอย่างเจ้าชมนาดพามาพักผ่อนที่ตำหนักหลวง

"เสด็จแม่ลูกมีเรื่องใคร่จักปรึกษาพระเจ้าค่ะ"

"เรื่องอันใดกันเจ้าบัว กังวลเรื่องเจ้าตัวน้อยในครรภ์หรือ"

"มิได้พระเจ้าค่ะ เจ้าตัวน้อยในครรภ์แข็งแรงนัก...หากแต่ก็เกี่ยวกับเจ้าตัวน้อยนี่แลพระเจ้าค่ะ"

"หืม เจ้ากังวลใจเรื่องใดกัน"

"ตั้งแต่บัวตั้งครรภ์ ก็มิได้ถวายงานปรนนิบัติองค์จันทร์ท่านเลย.....บัวกลัวองค์จันทร์จักปันใจให้ผู้อื่นพระเจ้าค่ะ"

".....โถ เจ้าบัวงาม แม่จักสอนเจ้าให้"



ปุอิ๊ง ฟรุ๊งฟริ๊ง

ความคิดเห็น