BBBABYy

เรื่องที่ห้าของบีบีเอง..เรื่องเก่ายังอัพอยู่นะคะ ติดตามผลงานคลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลย #ฝากคอมเม้นด้วยนะ คอมเม้นเป็นแรงผลักดัน ( จะถีบก็ได้ ) ให้ไรท์มีแรงแต่งตอนต่อไป จริง ๆ นะ ฮริ้งงงงง :) *นิยายของไรท์ติดเหรียญนะคะ ขออภัยด้วยนะ >/\< #ธัญวลัยอัปเดตระบบแบบใหม่ มันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ขอโทษด้วยนะคะ

ชื่อตอน : EYES 1 Once...

คำค้น : แบล็ค,โบ๊ท

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2560 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EYES 1 Once...
แบบอักษร

EYES 1 : Once....


​" จะไปไหนก็ไป !! ไปแล้วมึงไม่ต้องกลับมานะ !! " เสียงหญิงวัยกลางเอ่ยปากไล่ โบ๊ท ชายหนุ่มหน้าตาสะสวยเกินชาย เขาเดินหันหลังออกมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กที่มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นเท่านั้น สองขาเรียวก้าวข้ามผ่านอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ที่เมื่อก่อนเคยเป็นบ้านที่เขาอาศัยกับครอบครัวที่มีแต่ความสุข แต่เหมือนความสุขนั้นจะผ่านไปเร็วเหลือเกินเมื่อผู้เป็นพ่อเสียชีวิต บ้านหลังนี้เลยตกเป็นของแม่เลี้ยงทันที 

" กูก็ไม่อยากอยู่กับมึงหรอก อี่แก่ !!! " โบ๊ทหันไปด่าก่อนจะขว้างรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ เซอร์ ๆ ของเขาใส่หญิงวัยกลางคนที่ยืนชี้นิ้วไล่เขาอยู่ 

" กรี๊ดดด ไอ่โบ๊ท !! " 

" หึ " เขาเพียงส่งรอยยิ้มกว้างให้ก่อนจะชูนิ้วกลางขึ้นโบกไปมา ส่งผลให้หญิงวัยกลางที่ยืนอยู่หน้าบ้านแผดเสียงลั่นพร้อมกับพ่นสารพัดคำหยาบคายออกมา

" แม่ง !! จบสักที " เขาเดินหันหลังออกมาโดยที่สวมรองเท้าเพียงข้างเดียว สะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กเดินไปตามทางฟุตบาท 

" คิดว่ากูไม่มีที่ไปละสิ ? " เขายิ้มออกมาก่อนจะเดินไปตามขอบฟุตบาทจนถึงปากซอยหน้าหมู่บ้าน เขายกมือโบกเรียกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาก่อนจะบอกที่หมายปลายทาง ที่ที่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานไปด้วย โบ๊ทไม่ได้เรียนหนังสือเพราะหลังจากที่พ่อเขาเสีย แม่เลี้ยงก็ไม่ส่งเสียเขาเรียนต่อ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วในตอนนี้เขาควรจะเรียนปี2แล้วด้วยซ้ำ โบ๊ทจบแค่เพียงมอหก พอเรียนจบก็แอบเอาเงินเก็บที่พ่อเขาเคยให้ไว้มาลงทุนเปิดธุรกิจของตัวเอง

" อ่าว ! ไอ่โบ๊ท เป็นไงมาไงวะ ? ไหนบอกวันนี้ไม่เข้าร้าน " ร้านที่ว่าก็คือธุรกิจของผมเองแหละ สงสัยละสิว่าร้านอะไร ? ผมเปิดร้านสักครับเป็นพวกหลงใหลในศิลปะ มันคือจิตวิญญาณ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เอ้อะะะ ! ชักจะเริ่มบ้าละ

" เรื่องของกูไหมละ ? " เขาหันไปตอบป่าน เพื่อสนิทของตัวเอง ไอ้นี่ก็ไม่ได้เรียนหรอกไม่ใช่เพราะไม่มีใครส่งเรียนนะ แต่มันนั้นแหละไม่อยากเรียนเอง

" กวนตีน ! ลูกค้ามึงโทรมาอ่ะ พรุ่งนี้จะเข้ามา มึงรับคิวเลยนะ " ผมเหลือบตามองมันก่อนจะเดินผ่านเข้าห้องนอนไป มันเป็นห้องเล็ก ๆ ที่มีแค่เตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ แค่นั้นแหละครับ ผมล้มตัวลงนอนก่อนจะควักโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหาเบอร์ร้านอาหารคาเฟ่เล็ก ๆ แล้วกดโทรออก รอสายได้ไม่นานปลายสายก็รับ

( ว่าไงคะ คุณลูกจ้างวีไอพี ) 

" พี่เป้ วันนี้ผมขอลานะ "

( ไม่ได้คะ ไม่ได้ ๆ คุณน้องต้องเข้าร้านเดี๋ยวนี้เลยคะ ลูกค้าเยอะมาก ไอ่เจ๋งก็ลา ฝ้ายก็ป่วย เพราะงั้น คุณน้องต้องมาทำงาน !!! ) มาเป็นชุดเลยห่านเอ้ย !! กะจะนอนพักสักงีบสองงีบสามงีบสี่งีบห้างีบ พอเถอะโบ๊ท !!

" พี่อ่ะ !! " ผมแบะปากทันทีที่ถูกขัดใจ 

( ไม่ต้องมางอแง ถ้ามาวันนี้พี่ให้สองเท่าเลยอ่ะ ) คำว่าสองเท่าทำผมเด้งตัวลุกขึ้นมาทันที ไม่มีอะไรสำคัญเท่าคำว่า เงิน อีกแล้ว !! ถึงแม้ชาติกำเนิดผมจะรวยแต่ดันซวยได้แม่เลี้ยงใจหมา เพราะงั้น  นาทีนี้ เงิน สำคัญที่สุด !!

" ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ !! " ผมกดวางสายก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ใบเล็กขึ้นมาสะพายหลัง เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยชิ้น ส่องกระจกหม่น ๆ ที่ไม่เคยเช็ดเลยตั้งแต่ซื้อตู้เสื้อผ้ามา มองดูใบหน้าสะสวยของตัวเองที่มองทีไรน้ำตาพาลจะไหลลงมาทุกที ใบหน้าที่ผมทั้งรักทั้งชังในเวลาเดียวกัน

" แม่อยู่ไหน ทิ้งผมทำไม " ดวงตาสั่นไหวทุกครั้งที่คิดย้อนไปถึงอดีตของตัวเอง อดีตที่ผมอยากจะลืมแต่ไม่เคยลืมได้สักที อดีตที่เต็มไปด้วยเสียงเรียกของผมที่พร่ำร้องหาแต่ผู้เป็นมารดา ผมยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีว่ามันเจ็บขนาดไหนที่ได้แต่ยืนมองคนเป็นแม่เดินจากไปช้าๆ โดยที่ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

" ดราม่าไรมึงอีกเนี่ย กูเรียกจนลูกกระเดือกจะทะลักออกมาละ ! " เสียงไอ่ป่านดังขึ้นข้างหูผม ผมหันไปมองมันก่อนจะผลักหัวมันออกไปไกล ๆ มันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับผมทุกอย่างและรู้ดีด้วยครับ ไม่ใช่เพราะผมไว้ใจเลยบอกทุกอย่างให้มันฟังหรอกนะครับ แต่เป็นมันเองนั้นแหละที่เสือกทุกเรื่องในชีวิตของผมจนมันรู้ชัดแจ่มแจ้งกว่าตัวผมซะอีก!!

" กูจะไปทำงาน มึงอยู่เฝ้าร้านไป " 

" กูไม่ใช่เบ๊มึงนะไอ่สัส !! "

" ไม่ใช่เบ๊แต่มาหากินร้านกูนี่เรียกไรดีวะ สัมภเวสีดีมั้ย ?? " ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งพรางเท้าเอวถามมัน มือข้างหนึ่งถือผ้าใบเซอร์ ๆ ขาด ๆ แต่มันเป็นศิลปะสำหรับผมใครจะทำไม ??

" ไอ่ ไอ่........."

" หึ อยู่ร้านอย่าแทะเก้าอี้กูนะสัส ซื้อมาแพง !! " ผมยกนิ้วชี้หน้ามันก่อนจะเดินออกจากร้านมา ไม่อยู่ให้มันด่าหรอกครับ ขี้เกียจจะฟังเสียเวลาทำมาหากินกันพอดี  เดินตรงมาเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวารัดเลาะไปตามซอย บ้างก็ปีนข้ามรั้วบ้านคนอื่นเพราะขี้เกียจเดินอ้อมไกล ทำจนเป็นนิสัยเลยครับ สักวันผมคงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งพาดหัวข่าวไว้ว่า ' ชายหนุ่มรูปงามนามไพเราะ ถูกเจ้าของบ้าน นายแคระตะแม้ะเเงะเเงะ ยิงหัวสมองกระจุยเนื่องจากสาเหตุปีนข้ามรั้ว เจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมย ' = =

ตึก ตึก ตึก 

หลังจากที่ผมปีนข้ามรั้วบ้านหลังหนึ่งออกมา สายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนข้างริมฟุตบาท เขาดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังยืนรอข้ามถนน ผมเดินไปยืนด้านหลังเขาก่อนจะพบว่าตัวเอง เตี้ยตะแมะแคระมากครับ 

' แม่ง !! แค่นี้ก็หล่อจะตายห่าอยู่ละ ยังเสือกใส่แว่นดำอีก จะหล่อเอาโล่รึไงว่ะ ' ก็ได้แต่คิดในใจแหละครับ พูดออกมาไม่ได้ เพราะดูจากรูปร่างและส่วนสูงแล้ว ผมคงสู้ไม่ไหวจริง ๆ แหละ 

ระหว่างยืนรอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวสำหรับให้คนเดินข้าม ผมก็ลอบสังเกตคนด้านหน้าไปด้วย ดูจากไกล ๆ แล้วผมว่าเขาต้องฮอตมากแน่ ๆ อะ สงสัยจะรวยด้วยแหละ สังเกตได้ไม่นานสัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนต่างพากันจับจูงกันเดินข้ามถนนอย่างเร่งรีบ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ผมเดินเบี่ยงตัวหลบผู้ชายคนนั้นออกมาเพื่อเดินข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน ไม่รีบได้ไงละ ไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงเร็วขนาดนี้ ผมข้ามบ่อยผมย่อมรู้ดี !! 

ตึก ตึก ตึก

สองขาเรียวยาวของผมวิ่งข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันกลับไปมองผู้ชายคนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมหยุดยืนมองเขาที่ค่อย ๆ ก้าวขาลงฟุตบาทมาอย่างช้า ๆ ท่ามกลางผู้คนที่วิ่งสวนไปมาอย่างเร่งรีบ บ้างก็ชนจนเซ เกือบจะล้มอยู่หลายครั้ง ผมยืนมองไฟจราจรที่เปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งๆที่ ๆ ชายคนนั้นยังยืนอยู่กลางถนนอยู่ 

" ทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบเดินว่ะ !! " เหมือนผมจะทนไม่ไหวเลยรีบวิ่งไปคว้าแขนของชายคนนั้นไว้ก่อนจะดึงเข้าหาตัวแล้วลากข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนน

" แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก " หอบเป็นหมาเลยครับ ผมเท้าแขนไว้กับเสาไฟฟ้าข้าง ๆ สายตาก็จับจ้องผู้ชายตรงหน้า มือของเขาสั่นเล็กน้อย เหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าเต็มไปหมด แค่ข้ามถนนจำเป็นต้องกลัวขนาดนั้นเลย ??

" ขอบคุณ " เขากล่าวขอบคุณผมก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือตัวเองออกแล้วเดินหันหลังไป ผมมองตามร่างสูงที่เดินไปตามทาง มือหนาก็คลำกำแพงด้านข้างไปเรื่อย ๆ บ้างก็ชนเข้ากับพุ่มไม้ข้างทางจนเกือบสะดุดล้มอยู่หลายครั้ง และไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันที่ทำให้ผมเลือกที่จะเดินตามเขาไปแทนที่จะเดินเข้าร้านคาเฟ่ที่ผมทำงานพาร์ทไทม์อยู่ ผมเดินตามไปเรื่อย ๆ จนเห็นว่าเขาหยุดอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยวิ่งมาพูดคุยกับเขาก่อนจะจับมือเขาเดินเข้าคอนโด และนั่นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าชายคนนั้นไม่ได้เหมือนคนทั่ว ๆ ไป 

" ตาบอดหรอว่ะ ? " ผมตั้งคำถามในใจก่อนจะเริ่มมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นในหัว มันเป็นความคิดที่ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าจะทำ ผม...ที่ไม่เคยสนใจใครหน้าไหนมาก่อน กำลังจะทำในสิ่งที่ตัวเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไปทำไม ? โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ผมกำลังจะทำนั้นมันจะเปลี่ยนชีวิตของผมไปตลอดกาล...




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}