อ้วนกลมดุ๊กดิ๊ก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องเล่าที่ 3

ชื่อตอน : เรื่องเล่าที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2560 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องเล่าที่ 3
แบบอักษร


เรื่องย่อนิทานเรื่องที่ ๒ พระรามเสน พระราชบุตรของพระราชาธิบดีแห่งเมืองโภคาวดี ทรงมีนกแก้วตัวหนึ่งชื่อจุรามัน นกตัวนี้พูดภาษาสันสกฆตคล่องและเฉลียวฉลาด ฝ่ายนางจันทราวดี ธิดาท้าวมคเธศวรแห่งเมืองมคธ มีนกขุนทองชื่อว่า โสมิกา พูดสันสกฤตคล่องและมีความรู้มากเช่นกัน ทั้งสองได้อภิเษกสมรสกันแล้วไปอยู่ ณ เมืองโภคาวดี นางจันทราวดีได้นำนกขุนทองไปด้วย พระรามเสนโปรดให้ปล่อยนกทั้งสองตัวรวมกรงใหญ่กรงเดียวกัน นกทั้งคู่ทะเลาะกัน ถกเถียงด้วยเรื่องหยิงและชายว่าใครชั่วกว่ากัน นกแต่ละตัวได้เล่านิทานประกอบเหตุผลของตน แต่ก็ไม่สามารถัดสินใจได้ เวตาลจึงทูลถามพระวิกรมาทิตย์ให้ทรงตัดสิน พระองคืตรัสตอบ เวตาลจึงลอยออกจากย่ามกลับไปอยู่ที่เดิม




ร่างบางที่เดินทางข้ามทวีปมาจากอีกฝังของโลกเพื่อมาตามหาสิางที่เขาอยากพบเจอที่สุดในชีวิต หลังจากการเดินทางแสนยาวนานหลายชั่วโมง จนถึงที่พักทุกคนก็ต่างไปยังห้องพักของตนเองก่อนจะมานัดเจอกันในวันพรุ่งนี่เพื่อไปสำรวจสถานที่ตามที่วางแผนเอาไว้



ร่างบางที่หลับไหลไปเพราะความเหนื่อย ใบหน้าที่งดงามไม่เหมือนผู้ชายกำลังหลับตาพริ้มเหมือนคนฝันดีโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังมีอีกสายหนึ่งจ้องมองมา



"ไง แดเนียล นอนฝันดีรึเปล่า"



"แน่นอน เบน ค่อนข้างฝันดีเลย "



"แล้วคนอื่นๆไปไหนกันหมดแล้วละ"



"พึ่งไปกินข้าวเช้ากันนะ วันนี้เราจะไปสำรวจพิพิธภัณฑ์กับตลาดกันสักหน่อยนายสนใจรึเปล่า"



"เออไม่ละ พอดีฉันก็มีแพลนของฉันเหมือนกัน ไว้เจอกันคืนนี้ บาย"



"โอเคๆ นายจ้างไกด์ไว้แล้วใช่ไหมนั่น"



"อะเอ่อ แน่นอนสิ"



"โอเคๆ ไว้เจอกันตอนเย็นเพื่อนรัก บาย"



ร่างบางที่รำลากับเพื่อนตัวอ้วนก่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปตามแผนที่ตัวเองวางไว้


เขาสนใจสุสานแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานคนรวยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันพอเห็นสุสานนี้แล้วมันรู้สึกเหมือนกำลังมีคนเรียกร้องเขา มันดึงดูดเขา เหมือนถ้าเขาไปที่นี้เขาจะได้เจอกับบางสิ่งบางอย่างที่เขาต้องการเจอ แค่เห็นภาพเขาก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ



เขาจ้างคนในท้องถิ่นให้ขับรถมาส่งเขาที่สุสานแห่งนี้ แต่ไม่ได้ถามไถ่ถึงสถานที่หรือเรื่องราวตำนานใดๆเกี่ยวกับที่นี้เลย แปลกเหมือนกันที่คนขับรถก็นิ่งเงียบไม่พูดหรือแนะนำอะไรเลยทั้งที่เขาเป็นนักท่องเที่ยวแตกต่างจากคนขับรถที่ไปรับเข้าที่สนามบินลิบลับ


พอลงจากรถมาก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในสุสานมันเย็นยะเยือกแปลกๆไม่มีอากาศที่เย็น มันให้ความรู้สึกไม่เหมือนตอนกลางวันเลยสักนิด ภายในสุสานดูสะอาดสะอ้านเกินจะเป็นแค่ที่เก็บศพมันเงียบสงบและก็ให้กลิ่นที่บ่งบอกถึงบรรยากาศความเศร้าเต็มไปหมด



ตึกๆๆๆๆ



เขาเดินมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่รูปปั้นเวตาลมันแปลกมากๆที่มีคนเอาหุ่นปั่นเวตาลมาไว้ที่สุสานแบบนี้ ซึ่งไม่มีใครนิยมทำแน่ แถมหุ่นปั้นก็เหมือนที่บ้านเขาอย่างกะฝาแฝดแตกต่างที่ขนาดและสีแค่นั้น รายละเอียดต่างๆมันเหมือนไปหมด จนทำให้เขาแปลกใจมากจริงๆ



สุสานแห่งนี้มีแต่เรื่องแปลกๆให้เขาได้พอเจอไปหมดทั้งบรรยากาศและรูปปั้นแถมยังไม่เห็นคนทำความสะอาดสักคนทั้งที่มันดูน่าจะมีพนักงานทำความสะอาดหลายๆคน



"หาววววววว"



เขาหาวขึ้นทันทีเปลือกตามันหนักอึ้งแปลกๆ ทั้งทีเขาพึ่งเดินไม่ถึงชั่วโมงแต่ทำไมมันรู้สึกง่วงรู้สึกอยากนอนอยากพักขนาดนี้



ร่างบางที่นอนหลับไหลไปบนม้านั่งตัวยาว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับสนิท



ตึกๆๆๆๆ



"มันเป็นนักท่องเที่ยวนิ ดีเลยจริงๆ"



"โห้วววว พกเงินเยอะจริง"



"นาฬิกากับโทรศัพท์นี้เอาไปหมดเลยนะ น่าจะขายได้หลายตัง"



"แต่หน้ามันสวยจริงๆนะเว้ย เห็นละอยากขึ้นมาจริงๆ"



"เห็นพี่นี้มันผู้ชายนะ"



เสียงคุยกันเสียงดังใกล้ๆตัวเขามันปลุกให้เขาตื่นขึ้นมานี้เขาหลับสนิทแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว



"เฮ้ย!!!!!!!!"


เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็คนสองคนที่น่าจะเป็นโจรรูปร่างสูงใหญ่น่ากลัว สายตาก็ไม่น่าไว้ใจกำลังถือทรัพย์สินที่มีค่าของเขาอยู่ แถมไอ้โตรคนหน้าก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างโรคจิต เหมือนพวกโจรข่มขืน



"มึงจับมันไว้ กูจะเอามันทำเมีย"



ชายสองคนที่พูดภาษาท้องถิ่นที่เขายังไม่รู้เรื่องแต่ต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ เพราะไอ้คนตรงหน้ามันกำลังมาคร่อมตัวเขาไว้



"ช่วยด้วยยยยยย!!!!!!!!!!!!"



"ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"



"555555 มึงส่งเสียงไปเถอะไม่มีคนมาช่วยมึงหรอก แถวนี้ไม่มีบ้านคน ร้องไปเถอะมึง55555"



"ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น