ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13: สงสัย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2560 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13: สงสัย
แบบอักษร

ฉีเหยาเหยากำลังจะฆ่าซอมบี้

ในฐานะที่เป็นแค่เด็กสาวอายุสิบสี่คนหนึ่ง เธอนั้นไม่เคยจะไปทะเลาะตบตีอะไรกับใครเลยด้วยซ้ำ หากทว่าตอนนี้กลับต้องมาฆ่าซอมบี้……...

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพราะถูกกดดันจากเนี่ยอี่จนคิดมุ่งมั่นพุ่งออกไปเอาอย่างนั้น แต่พอถึงเวลาที่ฉีเหยาเหยาได้มายืนอยู่ตรงหน้ากำแพงนั่นจริงๆ แล้ว เธอก็ยังคงรู้สึกขลาดเขลาและกระทั่งอดไม่ได้ที่จะคิดไปว่าในเมื่อเนี่ยอี่คิดจีบพี่ชายเธอแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ทำอะไรเลย เนี่ยอี่ก็คงจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หรอกเนอะ.......

ก็รู้นี่ใช่มั้ย พี่ชายน่ะรักและห่วงใยเธออยู่เสมอนั่นแหล่ะ!

ใช่แล้ว พี่นั้นคอยรักดูแลเธอมาตลอด......แล้วตอนนี้พี่ชายก็ป่วยอยู่แบบนี้ ไม่ใช่ว่าเธอเองก็ควรจะกล้าหาญให้มันมากกว่านี้หน่อยหรือไง?

ฉีเหยาเหยาคิดอะไรในใจไปอยู่หลายต่อหลายอย่าง แต่ตอนนั้นเธอก็พบว่าที่ด้านหน้าของเธอนั้นมีหญิงอายุเกือบหกสิบคนหนึ่ง ดูแล้วอายุแทบจะเท่าๆ กับแม่ของเธอเลยนั้นกำลังถือเก้าอี้ฟาดใส่ซอมบี้อยู่

ถึงแม้ว่าเธอจะยังเด็ก ตัวก็เตี้ยเหมือนคนแคระไม่ได้สูงอะไรสักเท่าไหร่ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่า.......

เธอก็น่าจะยังดีกว่าหญิงชราล่ะน่า!

ฉีเหยาเหยาเองก็ถืออาวุธไว้ในมือเหมือนกัน มันคือค้อนที่ถูกดัดแปลงขึ้นซึ่งบอดี้การ์ดของเนี่ยอี่เพิ่งจะมอบมันให้เธอก่อนหน้านี้

ระหว่างทางที่มานั้นเนี่ยอี่ได้ดัดแปลงอาวุธยาวใช้ง่ายมาอยู่สองสามอัน อย่างเช่นมีดติดด้ามยาว หรือไม่ก็ค้อนเสริมความยาวพิเศษ เหยียนเฉอนั้นใช้งานหนึ่งในของพวกนี้อยู่ และฉีเหยาเหยาเองก็ใช้มันเหมือนกัน

อาวุธที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาโดยเฉพาะพวกนี้นั้นสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าอาวุธของคนอื่นๆ ที่หยิบหามาจากในบ้าน ฉีเหยาเหยายืนอยู่ไกลๆ ลองใช้ค้อนทุบเข้าใส่ซอมบี้ที่อยู่ถัดไปตรงนั้น จากนั้นก็ค่อยๆ เถิบเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กันกับฉู่หนาน พอฉู่หนานสู้กับซอมบี้ เธอก็ช่วยตีไปทีสองที

ฉีเหยาเหยารู้ตัวดีว่าเธอในตอนนี้นั้นแค่ถือค้อนหนักๆ นี่อยู่ก็ยากแล้ว ให้ไปลุยกับซอมบี้ตรงๆ มันก็คงไม่ไหว สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะติดตามไปกับคนที่ดูแล้วท่าทางแข็งแกร่งที่สุด

ฉีเหยาเหยานั้นหน้าตาเป็นเด็กน้อยดูยังไม่โตอะไร ตัวฉู่หนานเองก็มีลูกสาวด้วยเหมือนกัน แน่นอนว่าเขาก็จะคอยช่วยดูแลเธอเอาอยู่บ้าง ทำให้ฉีเหยาเหยานั้นเริ่มค่อยๆ กล้าที่จะลงมือมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ฉีเหยาเหยาค่อยๆ ปรับตัวได้อย่างช้าๆ หากทว่าเหยียนเฉอนั้นตรงกันข้าม

ก่อนหน้านี้เขาก็ยังอยากถามเนี่ยอี่อยู่ว่าทำไมถึงต้องให้เขาไปฆ่าซอมบี้ด้วย ก่อนตอนหลังก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่าต้องแสดงความสามารถของเขาออกไปให้เนี่ยอี่เห็น จึงได้แต่ออกไปลองฆ่าซอมบี้มันจริงๆ เท่านั้น

เนี่ยอี่นั้นมักจะชื่นชอบคนที่มีความสามารถอยู่เสมอ เขาไม่เชื่อหรอกว่าระหว่างเขากับฉีจิ่งเฉิน เนี่ยอี่จะเลือกฉีจิ่งเฉินคนที่ไม่มีอะไรดีเลยคนนั้น

ผลสุดท้ายแล้ว.........เขาเพิ่งจะฆ่าซอมบี้ไปด้วยกันกับคนอื่นๆ เสร็จ และพอหันหลังกลับมา ก็เห็นเนี่ยอี่ยืนอยู่ข้างๆ กันกับฉีจิ่งเฉิน กระทั่งกำลังล้างมือให้ฉีจิ่งเฉินอยู่อย่างอ่อนโยน และก็ยังมองไปยังฉีจิ่งเฉินที่ยังคงเอนพิงอยู่บนเก้าอี้เอนด้วยรอยยิ้มบางๆ อีกด้วย

หัวใจของเหยียนเฉอหยุดนิ่งงัน สถานการณ์ที่เขาอุตส่าห์หมายมั่นจะสร้างขึ้นนั้นได้พังทลายลงมันทั้งหมด นั่นทำให้เขารู้สึกหัวเสียเอาอย่างมาก แต่แล้วเพียงชั่วขณะนั้นเอง จากในรูที่ซอมบี้ตัวก่อนหน้านี้เพิ่งจะถูกฆ่าไป ซอมบี้อีกตัวก็คลานออกมา........

**“อยากตายหรือไงหา! มาเหม่อลอยอะไรอยู่ในสนามรบกัน!”** คนที่อยู่ถัดไปผลักเหยียนเฉอออกไป

เหยียนเฉอหันไปมอง พอเห็นซอมบี้พุ่งเข้ามาใกล้ก็ตกใจกลัว เขารีบถอยหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ผลปรากฎว่ากลับสะดุดเข้ากับศพของซอมบี้ที่พื้น แทบจะล้มคะมำลงไป

เนี่ยอี่นั้นต้องการกำลังคน ไม่ได้คิดจะปล่อยให้พวกเขาตาย ดังนั้นจึงตั้งระดับความยากของการฝึกเอาไว้ไม่สูงนัก และมันก็ยังมีปิงเฉิงเชาคอยดูอยู่ เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่ามันจะไม่มีใครเป็นอะไรขึ้นมา

อย่างในกรณีนี้เอง ถึงแม้ว่าเหยียนเฉอจะเผลอใจลอยขึ้นมา เขาก็จะยังไม่เป็นอะไรถึงตาย หากทว่าความหวาดกลัวที่ต้องเผชิญนั้นก็แน่นอนว่ามันมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเขาก็ต้องใช้ความกล้าในการที่จะลบล้างความกลัวเหล่านั้นไป.......

ภาพเหตุการณ์นี้ถูกมองเห็นโดยเนี่ยอี่ มองดูสีหน้าท่าทางหวาดกลัวกระเซอะกระเซิงของเหยียนเฉอแล้วนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มหัวเราะอยู่กับตัวเอง

ชาติที่แล้วนั้นเขาดีต่อเหยียนเฉอเอามากจริงๆ คอยปกป้องเหยียนเฉอมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เคยปล่อยให้เขาต้องได้รับบาดเจ็บใดๆ ทั้งนั้น พอเขามีทีมเป็นของตัวเอง ก็ไม่เพียงแต่ไม่ได้ให้เหยียนเฉอต้องไปเผชิญเรื่องอันตรายใดๆ แต่ยังให้เขาเป็นคนถือครองและจัดการเสบียงและอุปกรณ์วัตถุดิบทั้งหมดอีกด้วย

ทว่าผลสุดท้ายแล้ว เมื่อเหยียนเฉอคิดว่าเขากำลังจะตาย ก็ยังสามารถทรยศเขาไปได้ถึงเพียงนั้น.......

“เศร้าใจ?” ฉีจิ่งเฉินรู้สึกอิ่มแปล้ พลางเอ่ยถามอย่างเกียจคร้าน

“จะเป็นไปได้ยังไงกัน? ฉันขอสาบานเลย ตั้งแต่ตอนนั้นที่ได้เจอกับนาย หัวใจของฉันก็มีไว้เพียงเพื่อนายคนเดียวเท่านั้น” เนี่ยอี่ฉวยโอกาสสารภาพในทันที

ชาติที่แล้วนั้นหลังจากพวกเขาเพิ่งเจอกันครั้งแรกแค่เพียงไม่นานฉีจิ่งเฉินก็พลังตื่นขึ้น จากนั้นก็ยังแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย และตอนนั้นฉีจิ่งเฉินเองก็ไม่เคยปล่อยให้เขาสามารถสัมผัสแตะต้องเอาได้ง่ายๆ แบบนี้

และก็แน่นอนด้วยเช่นกันที่เขาเองนั้นก็ได้แต่พยายามยับยั้งปิดบังความรู้สึกเหล่านี้ของตัวเองไว้ แม้ว่าจะสามารถกลายเป็นคนที่ใกล้ชิดกับฉีจิ่งเฉินที่สุด หากแต่เขาก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไรไปอย่างอิสระ

แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว.......

**“น่าเบื่อ”** ฉีจิ่งเฉินเอ่ย

...ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็ต้องตายอยู่ดี พูดเรื่องพวกนี้ไปยังจะมีความหมายอะไรอีก?

ฉีจิ่งเฉินพูดออกมาเพียงห้วนสั้น หากแต่เนี่ยอี่นั้นกลับรู้สึกปิติยินดีเอาอย่างบ้าคลั่ง

ฉีจิ่งเฉินพูดว่ามัน “น่าเบื่อ” มากกว่าที่จะเอ่ยพูดคำปฏิเสธอื่นๆ ออกมา นี่มันมากพอที่จะสามารถใช้บอกได้ว่าฉีจิ่งเฉินนั้นที่จริงก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยกับเขา เพียงแต่ฉีจิ่งเฉินในตอนนี้นั้น.......

หลังจากที่ผ่านเรื่องราวน่าสิ้นหวังมามากมายขนาดนั้น สำหรับฉีจิ่งเฉินแล้ว เกรงว่าเขาคงเพียงแต่รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่นั้นมันช่างน่าเบื่อและไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไป

ความแค้นทั้งหมดนั้นก็ได้ชำระไปจนหมดสิ้นตั้งแต่ในชาติที่แล้ว และกระทั่งสุดท้ายพวกเรานั้นต่างก็ต้องตายกันไปทั้งหมดอยู่ดี เช่นนั้นทำไมถึงจะต้องมีชีวิตอยู่ไปเพื่อเผชิญกับความทุกข์ทรมานเหล่านั้นด้วย? ไม่ดีเท่าเลือกจะจบชีวิตมันลงไปซะตั้งแต่แรก

ก็ใช่ ถึงแม้จะพูดไปแบบนั้นก็เถอะ แต่เขาก็จะไม่มีทางยอมให้ฉีจิ่งเฉินตายโดยเด็ดขาด!

คุยกันเรื่องนี้ต่อไป ฉีจิ่งเฉินก็คงจะไม่รู้สึกยินดีอะไรสักเท่าไหร่........เนี่ยอี่ยิ้มและเปลี่ยนเป็นพูดถึงเรื่องอะไรอย่างอื่น “พลังธาตุน้ำของฉันเดิมทีนั้นตื่นขึ้นหลังจากที่กินพืชชนิดหนึ่งเข้าไป ส่วนตอนนี้กระทั่งท่าทีเล็กๆ น้อยๆ ว่าจะตื่นขึ้นก็ยังไม่มีเลย”

เนี่ยอี่เข้าใจดีว่าไม่ว่าคนอื่นจะมองเห็นฉีจิ่งเฉินเป็นอย่างไร ฉีจิ่งเฉินจริงๆ แล้วนั้นก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร อีกอย่างฉีจิ่งเฉินเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขานั้นจะต้องตื่นพลังธาตุน้ำขึ้นในสักวันหนึ่ง ทำไมถึงจะมารังเกียจเขาว่าไม่มีพลังธาตุน้ำกัน? ดังนั้นคำพูดถากถางก่อนหน้านั้นก็เพียงแค่คำเตือนใจเขาเท่านั้น

เพราะไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วพลังพิเศษนั้นก็คือพลังงานบางอย่างที่อยู่ๆ ก็ได้ปรากฎขึ้นมาในร่างกายอย่างกระทันหันเมื่อหลังวันสิ้นโลก และพลังงานชนิดนี้นั้นแม้จะมีเพียงแค่ธาตุเดียว แต่หากไม่จัดการให้ดีมันก็ยังสามารถเป็นอันตรายได้ ดังนั้นอย่าให้พูดถึงพลังสองสายเลย

นอกจากนี้มันยังเป็นพลังสองสายที่เข้ากันไม่ได้อย่างน้ำกับไฟอีกด้วย........

ชาติที่แล้วหลังจากที่เนี่ยอี่อยู่ๆ ก็ตื่นพลังธาตุน้ำขึ้นมาใหม่ๆ นั้น เขาก็มักจะมีอาการปวดหัวราวกับสมองถูกฉีกแยกเป็นสองส่วนเอาอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งอาการบ้าคลั่งของพลังพิเศษนั้นก็ยังรุนแรงกว่าปกติด้วยเช่นกัน

และแม้จะเป็นช่วงหลังจากที่ล่วงรู้ถึงวิธีการฝึกฝนพลังพิเศษแล้วนั้น แต่การที่มีพลังพิเศษอยู่ถึงสองสายในร่างก็ยังคงสร้างปัญหาให้เนี่ยอี่อยู่ไม่น้อยเลยอยู่ดี หากยังโชคดีที่ว่าภายหลังนั้นเขาสามารถค้นพบวิธีแก้ไขมันเข้าจนได้ กระทั่งยังสามารถคิดค้นทักษะเฉพาะตัวของเขาขึ้นมาเองอีกด้วย

ความสำคัญของผู้ใช้พลังธาตุน้ำในช่วงยุคหลังของวันสิ้นโลกนั้นมีมากมายขนาดไหนมันก็เห็นกันชัดอยู่ อีกทั้งตัวเขาเองก็ยังเคยชินกับการมีพลังพิเศษสองธาตุไปแล้วด้วย ดังนั้นจึงไม่เคยคิดที่จะละทิ้งพลังนี้ไปโดยเด็ดขาด

แต่ว่าถ้าเขาฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ พลังธาตุไฟก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น และหากพลังธาตุน้ำมาตื่นขึ้นเอาตอนนั้นก็อาจจะเป็นอันตรายขึ้นมาได้........ดังนั้นตอนนี้มันควรที่จะต้องคิดหาวิธีแล้วจริงๆ

“อ่า พืชพวกนั้นมันแข็งแกร่งมากเลย” ฉีจิ่งเฉินเอ่ย

ในช่วงแรกเริ่มของวันสิ้นโลก นอกจากมนุษย์ที่อยู่ๆ ได้รับพลังงานเข้ามาจากภายนอกจนกลายเป็นผู้ใช้พลังพิเศษอย่างไม่คาดฝันแล้วนั้น มันก็ยังมีพืชและสัตว์บางชนิดที่ได้รับพลังพวกนี้มาด้วยเช่นกัน พวกมันถูกรู้จักกันในชื่อพืชกลายพันธ์หรือสัตว์กลายพันธ์

สัตว์กลายพันธ์นั้นก็คล้ายกันกับผู้ใช้พลังพิเศษของมนุษย์ ส่วนพืชกลายพันธ์นั้น........มันมีคนธรรมดาหลายคนที่พอกินพืชกลายพันธ์พวกนี้ไปแล้วก็สามารถตื่นพลังพิเศษได้ขึ้นมา แต่ว่าคนพวกนี้นั้นเดิมทีแล้วก็เป็นแค่คนธรรมดา ถึงพลังจะตื่นขึ้นมาโดยมากแล้วก็ยังอ่อนแอกว่าอยู่ดี

ขณะที่ผู้ใช้พลังพิเศษนั้นหากว่ากินพืชกลายพันธ์ธาตุอื่นที่ไม่ใช่ธาตุของตัวเองเข้าไปก็มีแต่จะสร้างผลเสียให้กับตัวเองเท่านั้น กลายเป็นทำให้พลังงานจากพืชพวกนั้นและพลังงานในร่างของพวกเขาขัดแย้งซึ่งกันและกัน

ดังนั้นการที่เนี่ยอี่สามารถตื่นพลังธาตุน้ำขึ้นหลังจากกินพืชกลายพันธ์ธาตุน้ำเข้าไปได้นั้น มันมีความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือ ....เดิมทีแล้วในร่างของเนี่ยอี่เองก็มีพลังงานชนิดนี้อยู่

“ฉันเองก็รู้วิธีฝึกฝนพลังพิเศษอยู่ แต่ว่าเรื่องการตื่นขึ้นของพลังนั้นมัน........มันยากที่จะเข้าใจนี่จริงมั้ย?” เนี่ยอี่เอ่ยพูดอย่างหมดหนทาง เมื่อชาติที่แล้วตอนที่เขาได้กินพืชกลายพันธ์นั่นมันก็ตอนที่ผ่านไปครึ่งปีแล้ว แต่ตอนนี้มันคงยังไม่กลายพันธ์อะไร คิดไปตอนนี้มันก็เปล่าประโยชน์

“มันมียุงอยู่ ฉันอยากจะขึ้นไปข้างบนแล้ว” ฉีจิ่งเฉินเอ่ย

“ฉันจะอุ้มนายขึ้นไปเอง!” เนี่ยอี่อุ้มฉีจิ่งเฉินขึ้นมา จากนั้นก็มองไปทางเชาเจิงหลาน “เชาเจิงหลาน ปิดประตูได้แล้ว!”

เชาเจิงหลานได้ยินดังนั้นก็ใช้พลังพิเศษสร้างกำแพงดินขึ้นที่ด้านนอกเชื่อมต่อเข้ากับกำแพงแต่เดิมของหมู่บ้านในทันที และแล้วซอมบี้พวกนั้นก็ถูกขังอยู่ข้างนอกอีกครั้ง

เธอคิดว่าครั้งนี้เธออยากจะใช้พลังพิเศษได้ดีๆ แบบเนี่ยอี่ ผลปรากฎว่าเผลอใส่พลังมากเกินไป กระทั่งกำแพงเองก็สูงเกินไปนิดหน่อย ทำให้ปริมาณพลังพิเศษของเธอนั้นหายฮวบไปในทันที.........

พลังงานที่เหลือเพียงแค่เบาบางนั้นทำให้ศีรษะของเชาเจิงหลานรู้สึกปวดแปล๊บขึ้นมา แต่เธอก็พยายามทรงตัวไว้ ไม่แสดงมันออกมา หากแต่ทำเหมือนกับว่านี่มันก็แค่เรื่องง่ายๆ เท่านั้น

พวกคนที่ฆ่าซอมบี้ก่อนหน้านี้ติดอยู่ในบ้านกันมานาน ร่างกายไม่ได้มีเรี่ยวแรงอะไร กระทั่งคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ อย่างฉู่หนานเองนั้น มาในเวลานี้ก็ไม่เหลือแรงอะไรแล้ว ทั้งในที่สุดแล้วก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้อีกต่อไป พลันนั้นต่างรู้สึกราวกับจะล้มสลบไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

แต่แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้สลบไสลไม่ได้สติอะไรกันไปจริงๆ เพียงแต่นอนกองระเกะระกะกันอยู่บนพื้นที่เพิ่งจะใช้เป็นสถานที่ต่อสู้กันไปก่อนหน้านี้ก็เท่านั้น

พวกเขาทุกคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยเอาอย่างมาก กระทั่งบางคนนั้นก่อนหน้านี้ยังถึงกับทนไม่ได้และเลือกที่จะหนีจากไป แต่ว่าพอมาถึงตอนนี้แล้ว พวกคนที่ยังดึงดันที่จะฝึกอยู่ตรงนี้นั้น ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาต่างก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีกันขึ้นมา

ซอมบี้...จริงๆ แล้วก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนี่?

ฉีเหยาเหยาตอนนี้ทั้งตื่นเต้นและเหนื่อยเอามากๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่ฆ่าซอมบี้อยู่นั้น มันมีหลายต่อหลายครั้งที่เธอรู้สึกว่าจะเป็นลมแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว แต่ในที่สุดเธอก็ผ่านพ้นมันมาได้

“พี่คะ” ฉีเหยาเหยาลากเอาอาวุธของเธอเดินมาตรงหน้าฉีจิ่งเฉิน ดวงตาของเธอส่องประกาย

“กลับไปอาบน้ำแล้วก็นอนหลับให้สบายไป” ฉีจิ่งเฉินเอ่ย เขานั้นตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่คอยเอาแต่ปกป้องดูแลฉีเหยาเหยา ช่วยกันให้ทั้งลมทั้งฝนก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้ฉีเหยาเหยากลับสามารถทำได้ดีถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ว่ายังไงจะให้เขาทำเฉยชาไม่พูดอะไรเลยมันก็ไม่ได้

ฉีจิ่งเฉินก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะยอมพูดอะไร ทั้งยังมองดูแล้วราวกับให้บรรยากาศไร้ชีวิตออกมาทั่วทั้งร่าง ฉีเหยาเหยาที่จริงแล้วนั้นก็รู้สึกหวาดหวั่นใจเอาลึกๆ มาโดยตลอด มาตอนนี้เห็นพี่ชายยอมคุยกับเธอดีๆ แล้วนั้น อยู่ๆ เธอก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาซะอย่างนั้น ยิ้มกว้างออกมากระทั่งตาโค้งหยีเป็นจันทร์เสี้ยว

เนี่ยอี่หน้าคล้ำสนิทมองไปยังฉีเหยาเหยาในทันที

ฉีเหยาเหยาหดคอของเธอลง ยังคงไม่กล้าตอบโต้อะไร – ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะได้ลองติดตามฉู่หนานไปฆ่าซอมบี้มาอยู่บ้างแล้ว แต่ให้เทียบกับเนี่ยอี่แล้วมันก็ยังแตกต่างกันลิบลับอยู่ดี

เนี่ยอี่อุ้มฉีจิ่งเฉินเดินขึ้นบันไดไป ฉีเหยาเหยาตามติดไปด้านหลังของเขา ส่วนสองบอดี้การ์ดของเนี่ยอี่และปิงเฉิงเชานั้นกำลังทำเก็บกวาดด้านล่างนั่นอยู่

ฤดูร้อนนั้นยามค่ำคืนมันช่างมืดมิด แต่ในเวลานี้กลับไม่มีแสงไฟใดๆ ส่องสว่างขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปิงเฉิงเชาได้แต่เปิดประตูเข้าไปในรถยนต์ และกดเปิดไฟหน้าขึ้น จากนั้นก็ค่อยจัดการเก็บกวาดร่างซอมบี้บนพื้นพวกนั้น

“ปิงเฉิงเชา!” เหยียนเฉอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขาวสนิท ก่อนหน้านี้นั้นในที่สุดแล้วเขาก็ทนไม่ไหว จากไปก่อนใครเพื่อน และก็ยังล้มอาเจียนเอาอยู่ที่ข้างเตียงกระทั่งฟ้ามืด           เขาคิดว่ามันต้องมีใครสักคนเข้ามาถามเขาว่าเขาไม่สบายอะไรตรงไหนหรือเปล่า ...แต่มันก็ไม่มี

“นายมีอะไร?” ปิงเฉิงเชาเอ่ยถาม

“ปิงเฉิงเชา นายไม่รู้สึกว่าเนี่ยอี่เปลี่ยนไปมากเกินไปบ้างเหรอ? คงไม่ใช่ว่าเขาข้ามมิติมา หรืออะไรพวกนี้ใช่มั้ย?” เหยียนเฉอจ้องเขม็งไปยังปิงเฉิงเชา “เขาเหมือนกับเป็นคนละคนไปเลย!”

ปิงเฉิงเชาขมวดคิ้วน้อยๆ



-----------------------

นางไม่ธรรมดานะคะเหยียนเฉอ ตะไมนางเดาถูก----

สมุนเนี่ยเค้าข้ามมิติมาจริงๆ

.....มาจากอีกชาติ--แค่ก! มาพร้อมเนื้อคู่ด้ายแดง(?)ทั่นลอร์ดสุดที่รักของนางด้วย~ //กลิ้ง

แต่ในอีกแง่นึง นางคิดแบบนี้ได้นี่....อ่านนิยายเยอะไปเปล่าวะ? *มองแรง


เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ปิงเฉิงเชาจะเชื่อที่เหยียนเฉอเอ่ยหรือไม่ สมุนเนี่ยจะจัดการลูกน้องในทีมตัวเองด้วยวิธีใด บอสจะควีนไปถึงโลกไหน โปรดติดตาม~

บทต่อไป [บทที่ 14: ค้างคืน]


ความคิดเห็น