ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 28 เด็กฝึกงานหายไป NC 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 28 เด็กฝึกงานหายไป NC 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2560 18:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 28 เด็กฝึกงานหายไป NC 100% รีไรท์
แบบอักษร


​HATE EFFECTS: 28

เช้าวันต่อมา...


ภาคิณกำลังสำรวจตัวเองในกระจกโดยที่ภรรยาเขาทำการผูกเน็กไทด์ให้อยู่ "แบบนี้ค่อยรู้สึกว่าแต่งงานกันจริงๆหน่อย"


"แล้วที่ผ่านมายังไม่ใช่หรอคะ?" วาณิริณในชุดจัมพ์สูทสีชมพูอ่อนถามขณะในที่ผูกเน็กไทด์ให้สามีเสร็จก็จัดให้เข้าที่


"ก็ณิริณชอบทำเมินใส่พี่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ฟอด!" คนตัวสูงทำเนียนลักหอมแก้มหญิงสาวตรงหน้า เธอนิ่งแล้วจัดแจงเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ให้ดูเรียบร้อย


"เสร็จแล้วค่ะ" เธอยิ้มในขณะที่เขามีสีหน้าที่แปลกไปเล็กน้อย "เป็นอะไรรึเปล่าคะ?"


"คืนนี้พี่คงจะกลับดึกหน่อย ไอ้อ้นมันชวนไปงานวันเกิดมันก็มีแต่เพื่อนๆของพี่ จริงๆแล้วมันให้ชวนณิริณไปด้วยแต่พี่ไม่อยากให้ใครเห็นเมียพี่น่ะสิ ยิ่งสวยๆแถมยังใจดีแบบนี้น่ะหายากซะด้วยสิ"


"ฝากขอบคุณคุณอัศนัยด้วยนะคะที่ชวน แต่...ณิริณไม่ชอบไปในที่แบบนั้นสักเท่าไหร่อยู่แล้ว นานๆทีพี่คิณจะไปสังสรรค์กับเพื่อนณิริณก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แค่อย่าไปควงผู้หญิงอื่นไปต่อกันที่ไหนก็พอ" พูดจบวาณิริณก็เดินไปหยิบกระเป๋าพร้อมกับกุญแจรถยนต์ของตัวเองก่อนจะเดินออกจากหน้องไป ภาคิณมองตามก็อดที่จะยิ้มดีใจไม่ได้ เขาจัดเตรียมของเสร็จแล้วจึงเดินตามออกไป


ด้านล่าง...


ภากรกับนาตยานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร...คนเป็นแม่จ้องลูกชายคนโตตาเขม็งราวกับตำรวจนั่งสอบปากคำผู้ต้องหา ภากรทำลอยหน้าลอยตาบ่ายเบี่ยงแต่ก็โดนแม่ของเขาเอานิ้วจิ้มไปตรงบริเวณลอยฟกช้ำที่รอบดวงตา


"โอ๊ยย เจ็บนะครับแม่"


"เจ็บสิดี! ไปทำอะไรให้หนูณิชาเขาไม่พอใจล่ะถึงได้โดนซ้อมมาแบบนี้" นาตยาถามเข้าประเด็น


ภากรทำเสียงอ้ำๆอึ้งๆสักพัก "ใช่ที่ไหนล่ะครับ ผมแค่ไปมีเรื่องกับพวกวัยรุ่นขี้เมาเฉยๆ"


"หรอ? คิดว่าแม่ลืมหรือไงว่าอดีตลูกชายแม่เคยเป็นอะไรมาก่อน ถ้าเป็นพวกวัยรุ่นขี้เมาจริงๆมันทำอะไรกรไม่ได้อยู่แล้ว อย่าโกหกแม่! เพราะที่แม่เห็นก็มีคนเดียวที่กรยอมอ่อนข้อให้ตลอด" พอจี้จุดลูกชายคนโตได้นาตยาก็ไล่ต้อนไม่หยุด "เฮ่อ! ถ้าจะมีสะใภ้เป็นโคลนนิ่งบัวขาวแม่ก็ยินดีมากๆเลยนะ"


"แม่ครับ !!!"


นาตยายิ้มชอบใจไม่นานลูกชายคนเล็กกับภรรยาของเขาก็มาถึงอย่างพร้อมหน้าเวลาของอาหารเช้าก็เริ่มต้นขึ้น บทสนทนาในยามเช้ามีแต่เรื่องข่าวของการันต์ ญาดาและภูชิตที่หนังสือพิมพ์ได้ตีข่าวกันอยากคึกโครม ทั้งหมดทุกคดีถูกสะสางในครั้งนี้ทีเดียวแม้ว่าเรื่องของภูษิตยังต้องใช้เวลาในการสืบหาหลักฐานเพิ่มเติม


หมดเวลาอาหารเข้าก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง...


บริษัท NIRINCHA


วาณิริณเดินเข้ามากล่าวทักทายพนักงานบริษัทด้วยท่าทีที่สดใส จนมาถึงหน้าห้องทำงานก็ต้องแปลกใจเมื่อปิยาพัชร์รั้งตัวเอธเอาไว้ก่อน "ฉันเห็นข่าวไอ้การันต์มันแล้วล่ะ ที่ไปฮันนีมูนแต่จริงๆไปจัดการเรื่องนี้มาใช่ไหม?"


หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย "จริงๆแล้วฉันไม่ได้ทำอะไรมากหรอกแค่ทำตามแผนของพี่คิณกับพวกตำรวจ เวรกรรมคงตามทันแล้วล่ะมั้ง"


ปิยาพัชร์ถอนใจโล่งๆ "วิญญาณของยัยปลาจะได้ไปสู่สุขคติสักที เอ้อจริงสิ! เมื่อเช้าณิชาขนกระเป๋าใบใหญ่มาบอกว่าจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ แกเข้าไปดูน้องแกหน่อยสิท่าทางเพลียๆ"


"อะ อื้ม ขอบใจนะ มีเอกสารอะไรก็รวมมาให้ฉันทีเดียวเลยก็แล้วกัน" สั่งงานเลขาสาวจบก็เดินเข้ามายังห้องทำงาน สิ่งแลกที่วาณิริณทำก็คือการเข้าไปหาน้องสาวที่อยู่อีกด้านของผนัง วาณิริณแตะคีย์การ์ดเข้าไปยังที่พักอาศัยที่อยู่ติดกัน วาณิชานั่งกอดเข่าที่โซฟาสะดุ้งเล็น้อยเมื่อได้ยิน "วันนี้ไม่ไปฝึกงงานหรอ?"


"ไม่ไปค่ะ ณิชาจะดร็อปแล้วไปหาที่ฝึกใหม่"


วาณิริณนั่งลงข้างๆแล้วยกมือลูบผมน้องสาว "ทะเลาะอะไรกับพี่กรมาล่ะ ณิชา...อีกแค่ไม่กี่เดือนเองก็จะจบแล้ว อดทนเอาอีกนิดไม่ได้หรอ? แล้วคอไปโดนอะไรมาเป็นจ้ำๆเชียว"


วาณิชาตกใจแล้วเอามือแตะที่คอของตัวเองเพื่อปิดเอาไว้ "แพ้แมลงค่ะ! จู่ๆแมงบุ้งก็มาเกาะที่คอ อย่าพูดชื่อตาบ้านั่นให้ได้ยินได้ไหมคะ? นึกแล้วอยากจะวีน" สาวน้อยยิ่งอารมณ์เสียหนักกว่าเก่า เขาไม่เชื่อเธอ เขารังแกเธอ สิ่งที่สำคัญที่สุดของลูกผู้หญิงก็โดนภากรพรากไปแล้วเรียบร้อย "ณิชาเวียนหัวน่ะค่ะ ขอไปนอนพักก่อนนะคะ"


"จ้ะ" วาณิริณตอบกลับน้องสาวแล้วมองดูด้วยความเป็นห่วง วาณิชามักจะเอาแต่ใจโดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับภากรจึงทำให้มีปัญหากันบ่อยครั้ง เธอทิ้งทุกความคิดแล้วมาสะสางงานที่คั่งค้างสะสมให้เสร็จในระหว่างนั้นก็เปิดโทรทัศน์ไปด้วย


​"ตำรวจแถลงข่าวจับกุมนายการันต์และนางสาวญาดา นักธุรกิจและทายาทนักการเมืองชื่อดังเนื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแล้วสามข้อหาหลักคือ ข้อหาค้ามนุษย์, ฉ้อโกงทรัพย์ และฆ่าผู้อื่นโดยใตร่ตรองไว้ก่อนจากคดีอุบัติเหตุรถค่ำของนักศึกษาสาว ทั้งนี้ยังสืบค้นได้ว่านายการันต์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายภูชิตเรื่องการฆ่าตรกรรมนายภูษิต"

​"ปปช. ตรวจสอบบัญชีของรัฐมนตรีประพจน์และรัฐมนตรีสกล พบบัญชีย้อนหลังสามปีมีความผิดปกติ ล่าสุดถูกปลดพ้นจากตำแหน่งแล้วทั้งคู่"

​"ศาลสั่งฟ้องล้มละลายนางสาวญาดา พนักงานบริษัทนับร้อยชีวิตถูกลอยแพ"

วาณิริณได้แต่มองคนพวกนั้นแล้วเอ่ยอโหสิกรรมให้ อยู่ในคุกแล้วก็ต้องชดใช้กรรมกันต่อไป...หญิงสาวนั่งคิดทบทวนถึงหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก่อนจะปล่อยวางทุกอย่างแล้วดำเนินชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน หลังจากนี้ไปชีวิตของเธอก็จะกลับมาสงบสุขแบบที่เคยเป็นมาก่อนหน้าเสียที


######


PK AUTO GROUP...


ภากรขับรถไปรับวาณิชาที่คอนโดแต่ไม่เห็นตัว มีแต่ห้องว่างและข้าวของที่ยังระเกะระกะเขาจึงจ้างแม่บ้านที่นั่นไปช่วยทำความสะอาดให้แล้วขับรถมายังบริษัททันทีเพราะคิดว่าเธอคงจะมาฝึกงานแล้ว แต่ทว่าเมื่อมาถึง...ถามใครก็ไม่มีใครพบเจอเลยแม้แต่คนเดียว โทรหาก็ปิดเครื่องเสียนี่จึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากและนั่งขมวดคิ้วอยู่คนเดียวในห้องทำงาน


​"เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ"

"ไปอยู่ไหนนะ!!"


ก๊อกๆ


"เข้ามา!!"


"คุณคิณฝากเอกสารมาให้ครับ" เทวินทร์เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาแล้วยื่นแฟ้มเอกสารให้ ภากรไม่ได้สนใจเลยสักนิด... "คุณกรครับ!!"


"อ่าา เอาวางไว้ก่อนก็ได้เดี๋ยวเรียบร้อยฉันเอาไปให้ไอ้คิณเอง" ชายหนุ่มยังคงวุ่นวายกับความคิดเรื่องเมียเด็กที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หายไปไหน "เอ้อ...เทวินทร์ ฉันขอถามอะไรแกหน่อยสิ"


"ครับ" เลขาหนุ่มรับคำ


"เขาว่าผู้หญิงตบ แปลว่าผู้หญิงรักใช่ไหม?"


เทวิทร์รู้สึกแปลกใจแต่ก็ตอบกลับไปตามหน้าที่ "ก็เห็นเขาว่ากันมาแบบนั้นนะครับ"


"หรอ?" ภากรยิ้ม "แล้วฉันโดนทั้งตบ ทั้งเตะ ทั้งถีบ ทั้งต่อยเนี่ย แบบนี้แสดงว่ารักมากใช่ไหม?"


"คุณกรไปเอาความมั่นใจมาจากไหนครับ?"


"...." ภากรจ้องหน้าเลขาหนุ่มที่มีแต่ความนิ่งเฉยเป็นเอกลักษณ์


"ถ้าโดนขนาดนั้น ผมว่าน่าจะรังเกียจนะครับ"


ภากรถึงกับสะอึกแล้วหาทางไปไม่ถูกเมื่อได้ยินเลขาของน้องชายตอบกลับมาแบบนั้น "แกกลับไปทำงานได้แล้ว ขอบใจมาก"


เทวินทร์โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป เมื่อในห้องนี้ไม่มีใครแล้วภากรก็เอามือกุมขมับตัวเอง...ฝึกงานก็ยังไม่มาฝึก ที่คอนโดก็ไม่อยู่ ติดต่อก็ไม่ได้ ตอนนี้เขาเริ่มอับจนหนทางในการตามหาเมียเด็กของตัวเองเพราะเพื่อนๆของเธอก็ไปฝึกงานที่ต่างจังหวัดกันหมด เหลือที่พึ่งสุดท้ายก็คือน้องสะใภ้ของเขาเอง


​"ตื๊ด...ตื๊ด... ค่ะพี่กร"

"ณิริณ ตอนนี้พี่ติดต่อณิชาไม่ได้เลย ไม่มาฝึกงานคอนโดก็ไม่อยู่ พอจะรู้ไหมว่าณิชาไปอยู่ที่ไหน?" น้ำเสียงร้อนใจของเขาไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้อีกแล้ว ตอนนี้เขาภาวนาให้น้องสะใภ้รู้คำตอบที่เขาต้องการด้วยเถิด


​"ณิชาอยู่ที่นี่ค่ะเห็นบ่นว่าปวดหัว พี่กรกับณิชามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ?"

"นิดหน่อยน่ะ ตามประสาเด็กขี้งอนนั่นแหละ" ชายหนุ่มโล่งใจที่ตอนนี้รู้แล้วว่าว่าจะไปตามยัยตัวแสบได้ที่ไหน "เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะไปรับกลับคอนโดเอง ณิริณไม่ต้องบอกนะว่าพี่จะไป ไม่งั้นคงไม่ยอมกลับมาฝึกงานแน่"


​"ได้ค่ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกณิริณได้นะคะ"

"ช่วยแค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะ" วางสายจากน้องสะใภ้เสร็จก็เอนหลังด้วยความสบายใจ "ตอนไปรับจะเรียกว่าอะไรดีวะ? ณิชา, ตัวเล็ก, ตัวแสบ, ที่รัก, เมียจ๋า, เด็กน้อยของพี่กร, หรือว่าเบบี๋ หึ! เรียกมันทุกอย่างเลยก็แล้วกัน"


หลังจากตรวจดูเอกสารที่ถูกส่งมาเรียบร้อยภากรก็เดินดุ่มๆออกไปหาน้องชายทันทีพร้อมแฟ้มเอกสารที่ได้มา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอบฟกช้ำของเขากำลังเป็นจุดสนใจของพนักงานทั้งบริษัทในเวลานี้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้พ่อหนุ่มเจ้าสำราญนั้นหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย


แกร็กๆ


"แกจะจ้างพนักงานเพิ่มอีกเป็นร้อย ช่วยดูงบบริษัทสักนิดได้ไหมวะ?" เปิดประตูเข้ามาได้ก็โวยวายก่อนเป็นอย่างแรก


"แค่บอกเฉยๆ ยังไม่ได้จะรับจริงๆสักหน่อย" ภาคิณละสายตาจากคอมพิวเตอร์แล้วเอนหลังเล็กน้อย "แค่ถามความสมัครใจพวกนั้นว่าใครพร้อมที่จะมาทำงานกับเราบ้าง"


"เออๆ เอาแบบที่แกต้องการเลยก็แล้วกัน แล้วเรื่องคดีของพ่อเราจะเอายังไงกันต่อ...ฉันได้ดูคลิปที่ไอ้หน้าม้าสองตัวมันสารภาพแล้วเรายังต้องค้นหาว่าไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังมันเป็นใคร อ่อ อย่าลืมไอ้คนชื่อณวัฒน์นั่นอีกตัว" ภากรนั่งลงตรงหน้าเขาก็เข้าคำถามทันที


ภาคิณย่นคิ้วลงด้วยความสงสัย "ณวัฒน์งั้นหรอ?"


ภากรพยักหน้า "อืม ฉันให้คนไปคอยดูแล้วไอ้นี่มันลึกลับชอบกลว่ะ ไม่มีที่มาชัดเจนว่ามันเป็นใครหรือว่ามาจากไหน...อันตรายโคตรๆ"


"มิน่าล่ะมันถึงพยายามเข้าหาณิริณตลอด แต่ช่างมันก่อนเถอะเพราะช่วงนี้มันคงยังไม่กล้าทำอะไรมากนักหรอก พวกพ้องก็เหลือไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังนั่นที่พอจะคุ้มกะลาหัวมันได้" ในใจเริ่มนึกเป็นห่วงภรรยาสาวของเขาที่มักจะมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่อีกใจก็เชื่อมั่นว่าเธอจะรักษาระยะห่างไม่ให้ตัวเองเป็นอันตรายได้ "แล้วไม่คิดจะไปให้เด็กฝึกงานทำแผลให้หน่อยหรอ?"


คนเบ้าตาเขียวช้ำทำทีอารมณ์เสียกลบเกลื่อน "ลูกผู้ชาย ปล่อยให้มันหายเองตามธรรมชาติเว้ย!! แกไปคิดหาวิธีให้เมียแกยอมเปิดอู่ให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาทับถมฉัน"


"เหอะ! ก่อนสิ้นปีเตรียมรับขวัญหลานได้เลย"


ในเวลานี้สำหรับภากรคงไม่มีใครน่าหมั่นไส้เกินภาคิณอีกแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากทะเลก็ดูเหมือนชีวิตคู่ของน้องชายนั้นหวานหยดจนน่าอิจฉาทุกเวลา ก็เหลือแต่ตัวเขากับสาวน้อยสุดแสนจะขี้งอนที่แหละ 


เวลาล่วงเลยมาจนห้าโมงเย็น...เคลียร์งานเสร็จภากรก็ขับรถออกจากบริษัทเพื่อที่จะไปรับวาณิชา เมื่อมาถึงก็รีบตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องทำงานของน้องสะใภ้ซึ่งเธอเองก็กำลังรออยู่แล้วเช่นกัน วาณิริณยื่นกุญแจและคีย์การ์ดที่พักส่งให้เขา 


"ห้องของณิชาอยู่ทางขวาค่ะ"


ภากรยิ้ม "ขอบใจนะณิริณ"


"เดี๋ยวค่ะพี่กร!" ภากรหยุดชะงักและหันไปหาน้องสะใภ้อีกครั้ง "ถ้าไม่ก้าวก่ายจนเกินไป ณิริณขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ?"


"อ่า ได้สิ"


หญิงสาวมีสีหน้านิ่งเกินไปจนเขารู้ไม่สบายใจ "พี่กรคิดยังไงกับณิชาคะ?"


"...." ภากรสตั้นท์ไปประมาณสิบวินาที ชายหนุ่มพยายามเรียบเรียงคำพูดให้เป็นประโยคให้มากที่สุด "พี่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจ แต่นอกจากแม่แล้วณิชาก็...เป็นผู้หญิงอีกคนที่สำคัญสำหรับพี่"


ได้ยินคำตอบนั้นวาณิริณก็ยิ้มออกมา  เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานก็หยิบกระเป๋าและกุญแจรถเตรียมพร้อมที่จะกลับบ้าน "งั้นณิริณฝากดูแลน้องหน่อยนะคะ ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เที่ยงแล้ว"


"ครับ เดี๋ยวพี่ดูแลยัยตัวแสบเอง"


ติ๊ดๆ 


เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวเข้ามา ภากรเดินไปตามทางวาณิริณบอกก็มาถึงห้องนอนของวาณิชา เขาเอาหูเข้าไปแนบชิดกับประตูห้องก็ได้ยินเสียงของสาวน้องบ่นพึมพำอยู่คนเดียว


​"ฮึก ไอ้พี่กรบ้า!! ไอ้คนใจร้าย!! ไอ้คนเห็นแก่ตัว บอกว่าไม่ได้ก็ยังจะยัดเยียดให้ทำอยู่ได้ ยังจะมารังแกกันอีก ไอ้คนทุเรศ!!!"

"เฮ่อ ทั้งหมดที่อธิบาย...สลายไปเพราะสร่างเมา" เขาได้แต่ถอนหายใจไว้อาลัยให้แก่ตัวเองก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้องของเธอ


ก๊อกๆ ก๊อกๆ


แกร็กๆ แอดด


"พี่ณิริณยังไม่กลับหรอ...คะ? มาทำไม!!!" ทันที่เห็นหน้าเขาวาณิชาก็แยกเขี้ยวใส่ทันที 


ภากรทำหน้าตายียยวน "มารับเมียกลับคอนโด"


"ไม่กลับ! แล้วก็ไม่ใช่เมียด้วย!!" สาวน้อยทำท่าจะปิดประตูหนีแต่เขาก็เอาตัวเข้ามาขวางเอาไว้ "อื้อ!!! ถอยไปเลยนะ"


"ไม่ถอย แล้วจะต้องให้ย้ำอีกกี่หะ? และถ้ายังดื้ออยู่ก็น่าจะรู้นะว่าพี่จะหยุดด้วยวิธีไหน?"  ร่างสูงใช้สุดแรงเข้าสู้จนร่างเล็กกระเด็นล้มลงกับพื้น "ให้เวลาห้านาที ไปเก็บของให้เรียบร้อย" วาณิชายังคงนิ่งเฉยนั่งขัดสมาธิประชดอยู่เรื่อยๆ "สงสัยจะต้องให้บังคับ"


ภากรทำทีจะถอดเสื้อวาณิชาจึงรีบลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสัมภาระของตัวเองที่นำมา ดีที่ว่ายังเอาของออกมาจากกระเป๋าใบนั้นไม่เยอะจึงใช้เวลาไม่นานในการเก็บของ ชายหนุ่มเดินเข้าแย่งกระเป๋าใบนั้นมาถือไว้เองแล้วจับข้อมือของเธอเอาไว้


"เดินเองได้น่ะไม่ต้องจับมือหรอก"


"เหอะ เดี๋ยวเมียหายระหว่างทางจะทำยังไง?" ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ "หยุดดื้อแล้วเดินไปเงียบๆ ส่วนรถเดี๋ยวพี่ให้คนมาเอาให้พรุ่งนี้ อยากซ้อมพี่ก็กลับไปให้ถึงคอนโดก่อนก็แล้วกันแล้วจะยอมเป็นกระสอบทรายให้" ในเวลานี้ยอมทุกอย่างขอแค่ให้เธอเลิกพยศใส่เขาเสียที


"พูดเองนะ จะไปก็รีบไปสิ!!" พอโดนเขาจ้องนานๆก็รู้สึกใจสั่นอยู่ไม่น้อย สุดท้ายยัยตัวแสบก็ต้องย้ายกลับไปอยู่ที่คอนโดดั่งเดิม กว่าจะเคลียร์กันลงตัวก็ใช้เวลานานพอสมควรโดยที่วาณิชายื่นคำขาดไม่ให้ภากรเข้าใกล้ตัวเองเกินห้าเมตร


######


บ้านรัตนโยธิน...


ตีสี่กว่าๆ...


ภาคิณที่กลับจากการสังสรรค์กับเพื่อนๆเปิดประตูห้องนอนเข้ามาด้วยความเงียบสนิท แม้จะดื่มไปไม่มากแต่กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ติดตัวมาอยู่ไม่น้อย เขาพยายามทำทุกอย่างให้เบามือที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของภรรยาแต่สุดท้ายก็พลาดทำกุญแจรถหล่นลงพื้นเสียได้


วาณิริณสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที...


"กลับมาแล้วหรอคะ?" เธอถามพร้อมเอี้ยวตัวไปเปิดโคมไฟให้สว่าง


"ครับ" เขาตอบด้วยรอยยิ้ม "พี่ขอโทษ ทำณิริณตื่นซะได้"


ร่างบางก้าวลงจากเตียงนอนแล้วเดินไปช่วยพยุงเขาเอาไว้ "จริงๆก็หลับๆตื่นๆน่ะค่ะ พี่คิณถอดเสื้อก่อนนะคะเดี๋ยวณิริณไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้"


หมับ !!


ตุบ !!


ร่างเล็กเซถลาล้มลงบนที่นอนตามแรงดึงของเขา ภาคิณเคลื่อนตัวขึ้นคร่อมภรรยาคนสวยเอาไว้แล้วมองเธอด้วยแววตาหยาดเยื้ม "รู้ไหมว่าเพื่อนพี่ถามกันแล้วว่าเมื่อไหร่จะมีลูกสักที ไหนๆณิริณก็รักพี่แล้วจะยอมให้พี่สักครั้งไม่ได้หรอ?"


"ถ้ามีลูก ณิริณก็จะอ้วน โทรม ไม่สวย พี่คิณจะรับได้หรอคะ? อะ อื้มมม"


ปากหยักทาบทับริมฝีฝากอิ่ม ขบเม้มหยอกเย้าเธออยู่เนิ่นนานกว่าจะยอมปล่อย "ถ้าพี่เป็นคนแบบนั้นจริงๆคงไม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ณิริณมาเป็นเมียพี่หรอกนะ ไม่รู้ล่ะ..." สายตามองทอดคนใต้ร่างด้วยความสเน่หา "ถึงณิริณไม่ยอมพี่ก็จะทำทุกวันจนกว่าณิริณจะยอมแพ้แล้วเป็นแม่ของลูกพี่สักที พี่ยังต้องพิสูจน์อะไรอีกหรือเปล่า?"


เธอยิ้มแล้วส่ายหัว "การมีลูกเป็นเรื่องสำคัญนะคะ พี่คิณต้องมั่นใจว่าถ้ามีเขาออกมาแล้วพี่คิณจะสามารถดูแลลูกได้จริงๆ และตอนท้องจนหลังคลอดณิริณอาจจะให้ความสุขพี่คิณไม่ได้ ณิริณกลัวว่า..." น้ำเสียงนั้นมีแต่ความกังวล...เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอ ไม่สนใจและหนีไปมีคนอื่น


ภาคิณรู้ว่าเธอคิดมากในเรื่องนี้...


"พอแล้ว พี่เข้าใจ" เขาก้มลงจูบเธออีกครั้งด้วยความอ่อนโยน สองมือค่อยๆสัมผัสไปทั่วร่างอรชรอย่างห้ามใจไม่ได้ "พี่จะทำให้ณิริณมั่นใจว่าพี่ไม่มีทางเป็นแบบคนอื่นๆแน่นอน แต่ตอนนี้พี่ยังไม่ง่วงเลย...ณิริณช่วยเป็นคู่ออกกำลังให้พี่หน่อยนะ"


จุ๊บ !! รสจูบหนักหน่วงซ้ำไปมาหลายครั้งโดยที่เธอไม่ทันได้เอ่ยห้ามเขาแม้แต่คำเดียว ร่างสูงถอนริมฝีปากออกแล้วมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง แบบนั้นยิ่งทำให้วาณิริณหวั่นไหวที่ในใจของเธอยังคงกลัวในเรื่องที่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ ที่ผ่านมาแม้วว่าจะวุ่นวายกับผู้หญิงที่ภาคิณเคยควงมาบ้างแต่เขาก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ภาคิณปัดปอยผมที่ปกปิดใบหน้าของเธอออกแล้วจุมพิตเบาๆอีกครั้งบนหน้าผากมน


"คิดมากอะไรอีกหรือเปล่า หืม?"  แค่มองตาเธอเขาก็รู้แล้ว


อีกคนพยายามหลบสายตาและนึกหาคำตอบที่ดีๆออกไป "ปละ เปล่าค่ะ อื้มม"


ภาคิณประกบริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้งไม่นานก็ถอนออก "อาา เมียพี่ทำไมปากไม่ตรงกับใจอีกแล้ว จุ๊บ ลืมเรื่องอื่นไปก่อนนะ"


เพียงแค่เธอพยักหน้ามือหนาก็เลื่อนลงปลดกระดุมชุดนอนบางเบาของเธอออกทีละเม็ดโยนทิ้งไปราวกับเศษผ้า เนินอกขาวอวบโผล่ประจักษ์แก่สายตาก็สอดมือปลดสายบราเซียออกตามไปอีกชิ้น 


"อ๊ะ อาาาา" ภาคิณโน้มหน้าเข้าดูกลืนยอดอกสีสวยประดุจทารกน้อยหิวนมมารดา มือเล็กสอดเข้าใต้กลุ่มผมของเขาแล้วเผลอขยุ้มเต็มแรง "ฮึก ฮ้าาา"


"จ๊วบ !! อืม...นุ่มดีจัง แผล็บ จ๊วบๆ" เงยหน้ามองภรรยาสาวที่ตอนนี้กายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว โพรงปากอุ่นผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ดูดกินสองเต้าโดยไม่รู้จักอิ่ม วาณิริณหยัดกายรับสัมผัสเสียดเสียวที่เขามอบให้เธอ เสียงหัวใจเต้นดังโครมครามทำเอาเธอหายใจไม่ทัน "จ๊วบ ใหญ่ขึ้นรึเปล่านะ"


"พี่คิณ !!" วาณิริณใบหน้าแดงระเรื่อพร้อมทำเสียงดุใส่เขา


ภาคิณหัวเราะออกมาเล็กน้อย ใบหน้าคมคายเคลื่อนตัวขึ้นไปคลอเคลียซอกคอหอมกรุ่น ปากหยักแทะเล็มสร้างรอยตีตราไว้ว่าเธอคือของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นก่อนพลิกตัวให้เธอเป็นฝ่ายอยู่บนตัวเขา ภาคิณนวนเฟ้นบั้นท้ายกลมกลึงอย่างสนุกสนานก่อนจะหยัดกายขึ้นนั่งแล้วโอบรัดร่างบางไว้แนบกาย 


"ถอดเสื้อให้พี่หน่อยสิ!" เสียงทุ้มพร่ากระซิบบอกเธอในขณะที่จมูกของเขาไต่วนไปมาที่แก้มนิ่ม หอมฟัดราวกับไม่ได้เจอกันมานานนับปี ลิ้นร้อนลากไปตามต้นคอระหงไปจนถึงกกหู


ท่อนร่างคัดตึงจนปวดหนึบอยู่รอนๆ...


วาณิริณทำตามอย่างว่าง่าย สามีของเธอเหงื่อชุ่มไปทั้งกายคงเพราะดื่มไปมากพอสวมควร...ตอนนี้ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าเผยมัดกล้ามที่เธอเห็นด้วยความชินตา วาณิริณยกมือทาบที่อกทั้งสองข้างของเขา...ภาคิณรุกใส่ไม่ยอมหยุดจนในอกของเธอร้อนรุ่มด้วยไฟสวาทที่สุมอยู่


ภาคิณยกตัวของเธอขึ้นก่อนจะปลดสายเข็มขัดและกางเกงของตัวเองออกจนไม่เหลืออะไรปกปิดพร้อมกับกายแกร่งผงาดเตรียมพร้อมใช้งานอย่างเต็มที่ คนขี้อายใบหน้าร้อนผ่าวๆซบลงที่ไหล่แกร่งโดยที่ไม่กล้าสบตาของเขา


"พี่รักณิริณนะครับ จุ๊บ" คำรักหวานหูต่อให้พูดวันละล้านครั้งภาคิณก็ไม่มีเบื่อ เขาถอดผ้าผืนน้อยชิ้นสุดท้ายของเธอออก ดอกไม้งามยังยกส่งกลิ่นยั่วยวนผึ้งหนุ่มให้หลงไหลได้อยู่เสมอ "เข้าไปแล้วนะ"


"ค่ะ อึกก อ๊าาาา" 


ภาคิณจับปลายหัวถูไถกับเนื้อนุ่มเปียกชุ่มก่อนจะกดสะโพกของเธอลงมาช้าๆ วาณิริณกัดริมฝีปากล่างด้วยความเสียวซ่านและอึดอัดอยู่ภายใน "อาาาส์"


จังหวะรักเริ่มดำเนินไปอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ สองมือจับยึดไหล่แกร่งทั้งสองข้างแล้วขยับช่วงล่างไปพร้อมๆกับเขา เสียงครางหวานหูสร้างความรัญจวนใจให้ภาคิณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ใบหน้าสวยหวาดเหยเกด้วยความเสียดเสียวในช่องท้อง ภาคิณเด้งสะโพกสวนขึ้นช้าๆเพราะไม่อย่างให้ช่วงบรรเลงรักของเขาและเธอจบเร็วเกินไป


"อื้อ พี่คิณ...จุก อึก ค่ะ ฮ้าา" ของเขาเข้าลึกเกินไป เธอรู้ทั้งจุกและเสียวไปพร้อมๆกัน


"อื้มม แน่นไปนะครับที่รัก อาส์ จะ ซี้ดด จะทรมานพี่ไปถึงไหน" ภาคิณสูดปากจนเกิดเสียงดังหยาบโลน สองมือยึดสะโพกกลมแล้วขยับขึ้นลงตามใจที่เขาปปารถนา ความร้อนแรงสาดซัดเข้าไปหาวาณิริณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


"อื้อออ" เธอจะขาดใจตายอยู่แล้ว เผลอแอ่นหน้าอกเข้าหาโพรงปากอุ่นที่รอจะกลืนกินมันอยู่ "อ๊ะๆ อ๊าาา"


"ณิริณ อาาา ซี๊ดดดด จุ๊บๆ จ๊วบ" ถึงจะส่งเสียงคำรามออกมาแต่ก็ยังไม่หยุดที่จะปลุกเร้าคนตัวเล็กอยู่เรื่อยๆ ภาคิณพลิกกลับไปอยู่ด้านบนอีกครั้งแล้วดันตัวเธอให้นอนราบลงไป สองมือจับเล็กรวบตรึงไว้เหนือหัวโดยที่เอวสอบขยับเข้าออกไม่ทิ้งจังหวะ "โอ้วว อย่า อาาา ตอดแรงสิที่รัก ซี้ดด เดี๋ยวพี่ก็แตก อืมม ซะก่อน"


วาณิริณตอบสนองเขาจนอ่อนระทวยไปทั้งกาย คนควบคุมเกมส์เร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ...เสียงเนื้อหน้าขากระทบกันดังถี่ๆตามไฟสวาทที่กำลังสุมทรวงของทั้งคู่อยู่ในเวลานี้ "อ๊ะๆ อาาา พี่คิณ ซี้ดด ณิ อื้ม ณิริณเสียวค่ะ"


"อื้มมม ดีไหมครับที่รัก อะ อาาา" เธอพยักหน้าให้คำตอบ ภาคิณโน้มกายทาบทับร่างเล็กแล้วจับสองแขนของเธอคล้องคอเขาเอาไว้ "ซี้ดด อีกนิดนะ อ้าาา"


"อ๊าาา อึก พี่คิณ อื้อ พี่คิณขา อืออ ระ แรงไป" เสียงครางหลงดังสลับกับการเรียกชื่อของชายหนุ่มซ้ำๆ ภาคิณจูบซับเม็ดเหงื่อบนใบหน้าของเธอโดยที่บั้นเอวของเขายังทำงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง


พั่บ! พั่บ! พั่บ!


"อ๊ะ อ๊าา"


"อ้าา ซี้ดด ใกล้แล้วที่รัก อูวว ณิริณ" ภาคิณหยัดกายขึ้นแล้วเร่งจังหวะเข้ากระแทกเนื้อสาวไม่ปราณี มือทั้งสองข้างบีบนวดเต้าอวบอันแสนโปรดปรานระบายความเสียวซ่ายในทรวง วาณิริณแอ่นกายรับจังหวะของเขาเร่งพากันไปถึงปลายฝั่งอันสุขสม


"มะ ไม่ไหวแล้วค่ะ อะ อ๊าาา พี่คิณ อ้าาา" ร่างเล็กสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ได้รับ มือเล็กจับท่อนแขนแกร่งไว้มั่นไม่ยอมปล่อยมือ เธอจะขาดใจตายอยู่แล้วแต่เขาก็ไม่คิดจะเห็นใจเลยสักนิด ซ้ำร้ายสะโพกหนายังโหมกระหน่ำแทงเข้าออกถี่ๆไม่เว้นจังหวะให้หายใจ "อ๊า อ๊าาาา"


"อื้มมม ณิริณ...พี่ อาส์ พี่จะเสร็จแล้ว ซี้ดดด" 


"กรี๊ดดด อาาา/อาาาส์" ภาคิณโน้มกายเข้าหาอีกครั้งแล้วสอดแขนกอดรัดเธอไว้แนบแน่น ใบหน้าซุกซบพ่นลมหายใจอุ่นๆรดต้นคอระหงถี่ๆไม่นานนักก็พากันทยานเข้าสู่วิมานสวรรค์เนื้อตัวกระตุกเกร็งไปตามๆกันทั้งคู่ ทางรักคับแคบบีบรีดน้ำในกายของชายหนุ่มให้ฉีดเข้าในตัวเธอออกมาทุกหยาดหยด ร่างเล็กหอบกระเส่าหายใจเข้าไม่เต็มปอดแต่ก็ไม่ได้คลายอ้อมแขนออกจากต้นคอแกร่ง


ฟอด!


ภาคิณเงยหน้าขึ้นแล้วหอมแก้มเนียนหนึ่งที "ต่อได้ไหม หืม? แฮ่กๆ" ถึงเธอบอกว่าไม่แต่เขาก็ไม่คิดจะฟังคำคัดค้านของเธออยู่แล้ว 


ตากลมหวานมองหน้าสามีด้วยความขัดเขินก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "อาา อ๊าาา"


พักหายใจยังไม่ทั่วท้องดีวาณิริณก็ต้องมาตั้งรับกับคลื่นรักที่สาดซัดเข้าหาเธออีกระรอก คนตะกละยังคงโหยหิวไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามที ภาคิณยอมรับว่าเห็นแก่ตัวที่กอบโกยความสุขจากกายสาวไม่หยุดหย่อนแต่...ยิ่งผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยแล้วยิ่งคึกหนักกว่าเดิม ภรรยาสาวผู้น่าสงสารกว่าจะได้พักแสงตะวันก็สอดส่องเข้ามาเสียแล้ว เธอเพลียจนลมตาไม่ขึ้นเพราะยอมเป็นคู่ออกกำลังยามค่ำคืนให้กับสามีของตัวเอง รอบสุดท้ายเสร็จสิ้นลงภาคิณก็ดึงผ้าห่มผืนหนามาปิดคลุมร่างเล็กเอาไว้ก่อนจะสอดตัวตามเข้าไป เธอปรือตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะผล็อยหลับลงในอ้อมแขนอันแสนรักที่โอบรัดตัวเธอไม่ยอมปล่อย และเขาก็ไม่มีวันปล่อยเธออย่างแน่นอน

_________________________100%_____________________________


จะเรียกอะไรก็ตามใจแกเลยนะพี่กร

คารวะพี่คิณค่พ

เจอกันตอนต่อไปนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}