ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไร้ไออุ่น 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 14:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไร้ไออุ่น 100%
แบบอักษร

 “คุณเป็นอะไรค่ะ คุณรินแต่ก่อนคุณไม่เคยเป็นแบบนี้” สุดท้ายเธอก็อดที่จะเอ่ยถามถึงอารมณ์ของเขาไปไม่ได้


 “ฉันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วปานธิดา มีแต่เธอนั้นแหละที่ยังหน้ามืดตามัวอยู่กับภาพเก่าๆ แล้วอีกอย่างเธอคิดว่าฉันจะมีกิริยาแบบนี้กับทุกคนหรอ จำไว้ว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่ใช่อัครินที่เธอเคยรู้จักเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้า!” 

เขาจะไม่เป็นแบบนั้นแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว บางทีเขาก็คิดว่าตัวเองนั้นก็ใจดีเกินไปสำหรับใครบางคน ที่ขนาดรักกันมานานยังกล้าที่จะหักหลัง แล้วนับภาษาอะไรอย่างลูกนอกคอกอย่างปานธิดาถ้าเขาใช่อุบายที่มันโอนอ่อนแล้วคนนี้มันจะเจ็บหรอ เขารู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนผิดแต่มันกลับเลือกไม่ได้เมื่อในสายเลือดของเธอส่วนหนึ่งคือเลือดของหญิงสาวอีกคนที่มาจากพ่อคนเดียวกัน!!! ตอนนี้เขาไม่สนว่าใครจะเป็นคนกระทำแต่ยังไงเรื่องนี้มันก็ต้องมีคนเจ็บมากกว่าสองคน!


      อัครินทิ้งให้ปานธิดายืนอึ้งกับกริยาท่าทางของเขาที่มันเพิ่งจะถูกเผยออกมาจากส่วนลึกของจิตใจของเขา หญิงสาวได้แต่ยืนงงกลับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น 


อยู่ดีๆเขาก็ลากเธอเข้ามาด้านในนี้ก่อนจะพ่นคำที่เธอเองก็ถึงไม่ถึงว่าคนที่สุภาพอ่อนโยนเกื้อกูลคนอื่นอย่างอัครินจะเป็นเช่นนี้ ก่อนที่สมองบางๆจะสะบัดให้มันหลุดออกไปจากความคิด เธอไม่รู้ว่าเขาหมายถึงสิ่งใดแต่สิ่งที่ตัวเธอเองพอที่จะคาดเดาได้คือการทำงานกับคนที่เปลี่ยนไปราวกับฟ้าและเหวอย่างอัคริน


เวลาเกือบเย็นที่เขมมิกาจะลุกออกมจากเตียงได้ อาการไข้ที่เคยเป็นก็เริ่มบรรเทาลงมากแล้ว ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเดินไปชำระร่างกายให้มันสดชื่นเสียหน่อย ก่อนจะลงไปจัดเตรียมอาหารเย็นเพื่อรอเขารอให้เขากลับมาจากที่ทำงาน


อัศวินนั่งเคลียงานจนเกินเวลามาเกือบสามชั่วโมงกว่าๆ เวลานี้ทุกคนที่ทำงานเลิกงานไปหมดแล้วจะมีก็เพียงแต่เขาที่ไม่อยากจะลุกไปไหนอยากจะนั่งมองกรอบรูปใบน้อยที่ถูกตั้งวางอยู่บนโต้ะทำงานของเขา 


รูปที่เขาเป็นคนลงมือถ่ายมันเองกับมือ รูปที่รอยยิ้มของวิชุดาเปล่งประกายราวกับพระจันทร์ที่คอยให้แสงสว่างในตอนกลางคืน เขายังจำมันได้ชัดว่าความรู้สึกที่ได้อยู่กับวิชุดามันเป็นเช่นไร มันมีความสุขมากกว่าเป็นพันๆเป็นล้านเท่าหากเทียบกับการอยู่กับคนที่ไม่รักอย่างเขมมิกา!


เท้าหนาก้าวเข้ามาเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่ของตัวเองที่มีคนร่างบางอีกคนร่วมอยู่อาศัยด้วย ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเขาไม่เห็นเงาของเธอคนนั้นแม้แต่น้อย แต่ก็ดีเขาเองก็ไม่อยากจะเผชิญหน้า เวลาที่เขาจะออกไปไหนจะได้ไม่ต้องมานั่งรายงานหรือบอกให้มันเปลื้องน้ำลาย แต่สุดท้ายยังไงมันก็คงต้องเอ่ยอยู่ดีเพราะมันเป็นคำสั่งที่เด็ดขาด! จากบิดา


เขมมิกาที่รออัศวินอยู่ที่ห้องอาหารเห็นเขาเดินขึ้นไปด้านบนแวบๆ ก่อนชายหนุ่มจะลงมาอีกทีพร้อมกับกระเป๋าใส่ผ้าใบพอดี เธอจึงต้องรีบเข้าโผไปถามเอาคำตอบจากปากเรียวหนาทันทีว่าเขานั้นจะไปที่ไหนกัน

 “คุณวินจะไปไหนค่ะ”


 “ฉันมีประชุมด่วนที่พัทยา ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเธอซะฉันให้เวลาเธอแค่สามนาที” อัศวินสั่งลั่นกับคนที่เพิ่งฟื้นจากไข้

เขมมิกาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามในสิ่งที่เขาเอ่ยบอกกับตน เธอขึ้นไปเก็บของที่จำเป็นจริงๆใส่ไปภายในกระเป๋า โดยที่ไม่ได้หยิบมันมาจัดอะไรเลยแม้แต่น้อยหยิบจับอันไหนได้ก็ต้องยัดลงทันที เรี่ยวแรงที่มีก็ใช่ว่าจะเยอะอะไรมากมายเพราะสาเหตุมาจากร่างกายเธอเองก็ยังไม่ค่อยคืนตัวเสียเท่าไร

 เขมมิกาหิ้วกระเป่าลงมาด้านล่างเดินไปที่หน้าบ้าน แต่ทว่ากลับไม่พบอัศวินมีเพียงแค่ลุงสมานที่ยืนคอยเธออยู่ที่รถ

 “แล้วคุณวินล่ะคะ” เอ่ยถามออกไปยังงั้นเพราะยังไงเธอก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

 “คุณวินออกไปก่อนแล้วครับ คุณวินให้ผมไปส่งคุณเขมที่พัทยาแทน” อัศวินเป็นคนสั่งกับตนเองว่าให้พาหญิงสาวไปส่งที่พัทยาเพราะเขาต้องรีบออกไปด่วนคงไม่มีเวลาที่จะต้องมานั่งรอหญิงสาว

เขมมิกาที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้ารับทันที ก่อนจะก้าวเดินขึ้นไปบนรถอย่างคนเหม่อลอย แม้ว่าเวลานี้มันจะล่วงเลยเข้ามาได้หลายเดือนแล้วแต่ทว่าความเหินห่างระหว่างเขาและเธอมันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่มีแววเลยแม้แต่น้อยว่าชายหนุ่มนั้นจะผันหรือแปรเปลี่ยนดวงใจกลับมาที่เธอ 

เขมมิกาได้แต่จ้องมองวิวทิวทัศน์รอบข้างนอกหน้าต่างรถที่มันผ่านสายตาไปมากมายมันทั้งเขียวชอุ่มและชุ่มชื่นแต่ทว่ามันกลับต่างกันกับใจของเธอในเวลานี้นัก ทำไมมันชั่งดำมืดหม่นไร้แสงเช่นนี้ ทั้งๆที่เธอก็พยายามเกือบทุกอย่างแล้ว เขาจะต้องให้เธอทำเช่นไรกัน ได้โปรดช่วยบอกออกมาสักหนึ่งคำจะได้มั้ย เพราะตอนนี้ดวงใจของเธอมันปวดร้าวรานมาก ก่อนที่เปลือกตาบางจะค่อยๆกระพริบถี่ๆและปิดมันลงไป...

 รถคันที่เชมมิกานั่งมามานั้นได้เข้ามาจอดภายในรีสอร์ทหรูที่อัศวินเป็นคนบอกให้ลุงสมานขับมาที่นี่ เขมมิกาที่เผลอหลับอยู่ด้านหลังของเบาะคนขับยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมา ลุงสมานเหลียวหน้าเหลียวหลังคิดว่าควรจะเรียกให้หญิงสาวตื่นมาออกมาภวังค์ดีมั้ย แต่ยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปถึงตัวของสาวเจ้าก็มีเสียงที่มันดูมีทั้งความนิ่งเรียบเย็นชามาดขรึมดังขึ้นมาเสียก่อน

 “ไม่ต้อง เดี๋ยวผมทำเองลุงสมานจะไปไหนก่อนก็ได้ครับ แล้วค่อยมาเอารถกลับไปกรุงเทพทีหลัง” อัศวินบอกกับลุงสมานก่อนจะเดินเข้าไปช้อนตัวของสาวเจ้าขึ้นมาจากเบาะรถแล้วรีบตรงเข้าไปห้องที่ถูกเปิดไว้ทันที

รีสอร์ทที่อัศวินมาพักคือรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงพอสมควรในพัทยาดังนั้นมันจึงมีหลากหลายโซนต่างออกไป ทั้งบ้านsweetที่ถูกจัดขึ้นอย่างคนรักเพื่อคนสองคนที่มีความรักให้กัน แต่ทว่าอัศวินหาได้เลือกบ้านโซนนั้นไม่ เพราะเขาเลือกที่จะเลือกเป็นเพียงแค่หลังที่ใหญ่แต่ด้านในนั้นกลับถูกตกแต่งให้แบ่งออกเป็นสองห้องนอน สองห้องน้ำ

 ชายหนุ่มนำร่างของเขมมิกาเข้ามาภายในห้องของหญิงสาว ก่อนที่ตัวเขาเองก็จะแยกออกไปที่ห้องของเขา ครั้งนี้เขามีประชุมด่วนดังนั้นแล้วจึงต้องรีบเดินทางมาทันทีหลังได้รับโทรศัพท์จากบิดาที่ถูกต่อสายตรงเข้ามาที่เขาด้วยอีกที แต่ทว่าการมาครั้งกลับไม่ได้มาเพียงแค่สองคนระหว่างเขาและเพียงภาแต่กับมีเขมมิกาพ่วงติดเข้ามาด้วยอีกคน

เวลาล่วงเลยเข้ามาเกือบสองทุ่มกว่าๆร่างบางของเขมมิกาก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างมึนๆนี่เธอหลับตั่งแต่ขามาจากกรุงเทพจนปานนี้เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวหรือมันอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ไข้ที่มันยังจะไม่ค่อยหายดีเสียเท่าไรหรือมันเป็นผลมาจากหัวใจที่กำลังอ่อนร้าวอยู่ตอนนี้กันแน่ เปลือกตาบางกระพริบถี่ๆเพื่อปรับแสงให้อยู่ในหมวดที่ปกติ 

กลิ่นไอและลมทะเลที่พัดผ่านเข้ามาภายในห้องนอนก็ทำให้เขมมิกาอยากที่จะเดินออกไปข้างนอก เดินออกไปรับลม เพราะเมื่อครู่ที่เธอตื่นขึ้นมาได้ก็เพราะสองสิ่งนี้ และอีกอย่างการที่เธอออกไปเดินสูดธรรมชาติเช่นนี้มันอาจจะทำให้เธอลืมเรื่องบางเรื่องไปชั่วขณะก็ได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยในระยะยาวแต่มันช่วยในระยะสั้นได้ก็ยังดี 

เพียงสักพักสายตาที่เริ่มปรับแสงได้แล้วของเขมมิกาก็มองบรรยากาศไปทั่วรอบห้องหวังเพื่อมองหาใครอีกคนแต่ทว่ากลับไม่เห็น แต่สุดท้ายแล้วความคิดเมื่อครู่ก็กระจ่างเมื่อเธอปิดประตูออกมาเจอกับประตูบานหนาอีกบานที่ถูกปิดจากคนด้านในพร้อมทั้งปิดล็อกและลงกรอนแน่น  น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะลงที่หลังฝ่ามือ ทำไมกัน ทำไม เธอต้องน้อยใจเขาด้วยกับการเหินห่างแบบนี้ทั้งๆที่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่น้อย 

แม้ว่าจะมีทะเบียนสมรสที่เธอถือกรรมสิทธิ์แต่เธอกลับไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา เขมมิกาหันหลังให้กับประตูบานนั้นก่อนจะเดินมุ่งหน้าออกไปที่ชายหาดหน้ารีสอร์ทหลังนี้ ซึ่งเวลาเช่นนี้แล้วมันก็คงจะไม่มีผู้ใดออกมาเดินเล่นเช่นเดียวกับเธอหรอกนะ เมื่อเท้าบางแตะพื้นทรายขาวละเอียดเธอก็สัมผัสถึงมันได้ทันที 

บรรยากาศโดยรอบด้านนอกมันแสนจะเป็นใจให้กับเธอเพราะมีทั้งทั้งลมที่คอยพัดผ่านร่างไปที่ระลอกที่ระลอกและแสงจันทร์ที่คอยส่องแสงสว่างลงมาเมื่อยามราตรี บนท้องฟ้าแม้ว่าจะไม่ได้มีดวงดาวอะไรมากมายแต่ยังไงมันก็ยังพอมีให้สายตาเธอได้เพ่งมองออกไป เขมมิกาเดินออกมาไกลจากรีสอร์ทหลังที่เธอพักอยู่เรื่อยโดยที่ไม่รู้ว่าไกลเท่าไรแล้ว แต่เวลานี้เธอขอให้ใจได้พักผ่อนสักพักเถอะ

 อัศวินที่เริ่มยันกายลุกขึ้นจากเตียงหลังจากที่เขาเองก็งีบหลับไปสักพัก ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูเพื่ออกไปรับลมด้านนอกที่มันพัดผ่านเข้ามา

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มีหมู่ดาวไม่มาก แต่ก็ยังมีแสงที่ถูกส่งต่อมาจากดวงจันทร์ ความทรงจำมากมายที่มีต่อวิชุดาก็พลันพากันวิ่งแล่นผ่านเข้ามาในสมอง ความทรงจำมากมายระหว่างเขาและเธอมันถูกสะสมและเก็บไว้มากมายที่นี้ที่ๆเขาและวิชุดามากันบ่อยครั้งเมื่อหญิงสาวยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ครั้งนี้ที่เขามากลับไม่มีหญิงสาวมาเคียงข้างกาย

 “วิ ป่านนี้คุณจะเป็นยังไงบ้าง ทำไมผมต้องทนทรมานอย่างนี้ด้วย คุณช่วยบอกผมที่ได้มั้ยว่าผมต้องทำยังไง เรื่องราวทุกอย่างมันถึงจะกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ช่วยกลับอีกครั้งจะได้มั้ย” เสียงของเขามันราวกับระบายสิ่งที่อยากจะให้เป็นออกมาเสียเกือบหมด

 “ผมไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่กับผู้หญิงอย่างเขมมิกาอีกแล้ว ผมแค่ต้องการคุณเท่านั้น” เพียงคำนี้เท่านั้นที่ทำให้อีกคนที่เพิ่งเดินกลับมาจากการสูดอากาศต้องน้ำตาร่วงเผาะ เธอเดินเข้ามาได้ยินทุกประโยชน์ของเขาเมื่อครู่นี้ เขาบอกว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่กับคนอย่างเธอ เธอมันไม่ดีอะไรมากมายกับไอสิ่งผิดพลาดที่ตัวเธอเองก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อเธอไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของใครได้แม้แต่ตัวเอง!

 “ถ้าคุณทรมานมากก็ฆ่าฉันสิคะ จะปล่อยให้ฉันมาเดินอย่างคนมีความสุขอย่างนี้ทำไม” ปากนั้นไวกว่าความคิด ตอนแรกเธอคิดแค่ว่าจะไม่พูดสิ่งใด แต่สุดท้ายสิ่งที่คิดมันกลับผิดเพี้ยนกันไปหมด ใช่ว่าเธอเองจะไม่ทรมานเช่นเขา เธอเองก็ทรมานเหมือนกัน เธอยังเป็นคนๆหนึ่งที่ยังพอจะมีเลือดเนื้อและเจ็บปวดเป็นอยู่บ้าง

อัศวินหันควับ! ทันทีเขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะมาอยู่ตรงนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อมาแล้วก็คงจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูดหมดแล้วสินะ ว่าเขารู้สึกอย่างไร

 “เขมมิกา!”

 “ถ้าคุณคิดว่าเป็นตัวคุณเองที่ทรมานมากกว่าใคร คิดว่าฉันมันเป็นคนเลวที่ทำให้คุณวิต้องตายก็ฆ่าฉันซะ! เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันจะได้จบๆไป! จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่กันแบบนี้ ฮึก...” เสียงสะอื้นออกมาจากปากสาวเจ้าที่ยืนน้ำตาเอ่อ

อัศวินยืนนิ่งกับคำพูดที่หญิงสาวเปล่งมันออกมา เขาไม่คิดว่าเธอจะเดินมาได้ยินประโยคที่เขาพูดออกไป บางครั้งเขาเพียงแค่อยากจะระบายทุกอย่างที่มันอัดอั้นก็เท่านั้นแต่สงสัยว่ามันก็คงจะเป็นโชคชะตาซะกระมังจึงทำให้เธอมาได้ยืนในสิ่งที่เขาพูด จนกล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมาอย่างนั้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็หาว่าจะใส่ใจในความรู้สึกของหญิงสาวเพราะเขาเองมันก็เริ่มจะไม่มีความรู้สึกแล้วเหมือนกัน...

 “ฉันไม่ฆ่าเธอหรอกเขมมิกา ฆ่าเธอตายนะมันยังจะน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ฉันต้องเจอ เธอจะไม่ได้อยู่อย่างมีความสุขแน่นอน”

 “แต่เมื่อกี้คุณพูดเองว่าไม่อยากจะอยู่กับฉัน แล้วพาฉันมาที่นี้ทำไม พาฉันมาทำไม!” สุดท้ายเธอก็อดที่จะตะโกนถามออกไปไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่อยากที่จะอยู่กับเธอแล้วทำไมกัน เขาถึงพาเธอมาที่นี้ด้วย แต่สุดท้ายสิ่งที่คิดก็ต้องมลายเพราะเขาให้ตำตอบที่เธอต้องสะอึก

 “ฉันไม่ได้อยากพาเธอมาเลยเขมมิกา เพียงแค่มันเป็นคำสั่ง! คำสั่งเท่านั้น! ที่ฉันต้องพาเธอมาเพราะมันเป็นคำสั่งของพ่อกับแม่ฉัน จำใส่สมองกลวงๆของเธอไว้! ถ้ามันไม่ใช่เรื่องนี้เธออย่าหวังเลยว่าจะได้มาที่นี่!” 

นอกจากเหตุผลจากพ่อเขาแล้วมันยังมีงานสำคัญที่เขมมิกาจะต้องทำ โดยที่เขาเองที่เป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เองทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรู้แม้แต่บิดาของเขาที่ปานนี้ยังไม่มีที่ท่าว่าจะกลับมาที่ประเทศไทย

 ‘ปัง!!!’

พูดจบเข้าก็เดินปึงปังปิดประตูลงกรอนแน่น โดยทีไม่รีรอฟังคำถามจากคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านเลยแม้แต่น้อย เขมมิกาเดินเข้าไปหมายจะเปิดประตูแต่มันกลับปิดแน่นจนเปิดไม่ออก เธอจึงเลือกที่จะนั่งลงที่โต๊ะชุดหน้าบ้านที่ถูกจัดไว้ เธอจะไม่เคาะมันถ้าเขาเต็มใจที่จะเปิดสุดท้ายอย่างไรเขาก็ต้องเปิด 

แต่...ถ้าเขาไม่เปิดมันออกมาล่ะ เขมมิกานั่งชันเข่ากอดตัวเองแน่นน้ำตาที่มันเหือดหายออกไปนานหลายวันมันกลับเข้ามาเล่นงานเธออีกแล้ว ทำไมกันเมื่อไรเธอจะเลิกเสียน้ำตาเช่นนี้เสียที

 ‘ปึก’

เสียงผลักประตูจากด้านในดังขึ้น เขมมิกาเงยหน้าขึ้นมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ตนเฝ้าแอบขอความรัก ใบหน้าของเขมมิกาเปื้อนเลอะไปด้วยคราบน้ำตา จนคนที่เห็นอย่างอัศวินต้องหันหน้าหนีทันที เขาจะไม่มีวันสงสารผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด! ไม่ว่าจะเป็นอย่าไรเขาจะไม่มีวันสงสารน้ำตามารยาพวกนี้!

 “เอาไป! ในเมื่อเธอปากเก่งมากก็นอนตากลมทะเลอยู่ข้างนอกซะ!” เขาโยนผ้าห่มผืนบางให้กับเขมมิกาก่อนจะปิดประตูเข้าไปดั่งเดิม

เขมมิกาเอามือมาไข้วคว้าผ้าห่มผืนบางที่เขาโยนมาให้ขึ้นมาหุ้มห่อกายเพื่อบรรเทาอากาศหนาว สุดท้ายแล้วเขาก็เปิด เปิดประตูออกมา แต่ทว่ากลับไม่ได้เปิดตอนรับเธอก็เท่านั้น

เวลาล่วงเลยมาจะตีสามกว่าแล้ว แต่ทำไมกัน เขากลับนอนไม่หลับพลิกตัวไปมาเช่นเดียวกับหญิงสาวด้านนอกแต่ต่างกันตรงที่ที่นอน และความรู้สึกเพราะตอนนี้เขมมิกามีอาการหนาวสั่นเพราะด้วยอาการไข้ที่ยังไม่หายดีกลับเข้ามาจู่โจมอีกครั้ง 

ไม่รู้ว่าเมื่อไรอาการอ่อนแอเช่นนี้มันจะจางหายสักทีบางทีเธอก็เบื่อเหลือเกินกับสิ่งเหล่านี้ แต่อย่างไรสุดท้ายเธอก็ต้องเลือกที่จะพยายามข่มตาหลับ แต่มันยังไม่ทันทีตาเธอจะได้ปิดสนิทเสียงประตูก็ดังขึ้น!

 ‘ปัง!!!’

เสียงประตูกระแทกเข้ากับผนังอย่างแรง ร่างของเขมมิกาลอยหวือขึ้นเหนือพื้นที่ที่ใช่นอน

 ‘ว้าย!’

เสียงอุทานที่มันแสนจะแผ่วเบาของเขมมิกาดังขึ้นหลังจากที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่อยู่ๆดีๆ ชายหนุ่มก็ช้อนตัวเธอขึ้นเช่นนี้

 “คุณวิน คุณจะทำอะไร ปล่อยนะคะ” สายตาที่หลับเมื่อคู่เปิดขึ้น และสั่งให้เขาว่างเธอลง แต่มันกับไม่ทำให้คนอย่างอัศวินรับรู้สิ่งใดทั้งสิ้นในเวลานี้

 ‘ตุ้บ!’

อัศวินโยนร่างบางของเขมมิกากระแทกลงที่เตียงหนาอย่างแรงโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บมั้ยก่อนจะโถมร่างลงมาคร่อมหญิงสาวแล้วเอ่ยบอกเสียงกร้าว

 “เธอทำให้ฉันต้องคิดถึงวิ เพราะฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบมันซะ! และอย่าหวังได้ใจไปล่ะเพราะเธอมันเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้น” คำพูดที่มันออกมาจากปากของเขาทำให้คนที่นอนอยู่ด้านล้างต้องสะอึกน้ำตานอง เขาเห็นเธอเป็นเพียงแค่ตัวแทนเท่านั้น

 “ไม่นะคะคุณวินอย่า อย่า!”

 ‘แควก!’

 เสียงร้องห้ามเธอไม่มีความหมายเพราะเขาได้ดึงกระชากชุดที่หญิงสาวใส่อยู่ให้ขาดและหลุดลอยออกไปจากร่างเรียบร้อยแล้ว

 ‘โอ๊ย! อึก’

เสียงร้องแห่งความเจ็บแสบที่เนื้อผ้าเสียดสีกับผิวจนเกิดรอยแดง ออกมาพร้อมกับเสียงสะอึกของคนร้องไห้

 “อย่ามาร้องไห้ ให้ฉันได้ยินเพราะฉันเกลียดมัน เกลียดเจ้าของเสียงมัน เธอเป็นคนทำให้ฉันคิดถึงวิ เธอต้องยอมรับมันซะ” ว่าเสร็จก็เดินหน้ากดกระแทกร่างบางดำเนินเคลื่อนเพลิงกามาโดยที่เขาไม่ให้ความสนใจกับคนใต้ร่างแม้แต่น้อย เขมมิกาน้ำตาไหลพราก ไม่มีครั้งไหนที่เธอไม่เจ็บ ไม่มีครั้งไหนที่เธอไม่เคยจะร้องไห้

อัศวินเดินหน้าเร่งเร้าบทพิศวาสอย่างสุดแรง เขาขับเคลื่อนมันไปตามอารมณ์และความรู้สึก

 “อึก ฮึก คุณวินฉันพะ...พอแล้ว ได้โปรดหยุด” เธอไม่รู้ว่าเข้าได้ยินหรือเปล่าแต่ตอนนี้ร่างกายเธอมันไม่ไหวแล้ว ทั้งๆที่ปากพยายามร้องห้าม แต่ร่างกายมันกลับทำกันตรงข้ามกับคำพูด 

ร่างบางของเขมมกาสั่นไหวตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่มที่ส่งลงมาที่เธออย่างหนักหน่วงจนปวดร้าวไปทั่วทั้งร่างไปหมดและที่ที่จะเจ็บมากที่สุดคือส่วนตรงกลางที่เขาพามันเข้าไปโดยไม่รอถามเธอว่าเธอต้องการมันมั้ย

 “อย่าเอ่ยเสียงเธอออกมา แค่นอนเฉยๆมันจะไปยากยังไงห๊ะ! หรือเธอจะอยากเปลี่ยนผลัดกับฉัน”

 “มะ...ไม่ หยุด ขอร้อง อึก ฮือ ” เสียงร้องไห้ระงมดังไปทั่วห้อง เขาไม่เคยอ่อนโยนกับเธอเลยแม้แต่สักครั้งก็ไม่มี ตอนนี้เขาจะรู้บ้างมั้ยว่าเธอต้องข่มความเจ็บมากแค่ไหน

 เวลาเนิบนานกว่ามันจะจบ บทพิศวาสที่มันแสนจะเนินนานและเจ็บปวด ตอนนี้เขาได้ลุกออกไปจากกายเธอแล้ว สุดท้ายเมื่อพอเสร็จทุกอย่างเขาก็เดินจากไปไม่หันแม้แต่จะกลับมามองร่างบางที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแดงทั่วตัว น้ำตาที่คลอหน่วงอยู่ที่ปลายตาก็ยังไม่หยุดไหล 

หญิงสาวไม่สามารถที่จะลุกออกไปจากเตียงนี้ได้เพราะมันร้าวเหลือเกิน ร่างกายที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่ใช้ในการปกปิดขดงอตัวเข้าหากันทันทีที่เขากระทำมันเสร็จ

  อัศวินเขาเดินออกมาที่หน้าระเบียงบ้านที่มันอยู่ติดกับริมหาดทรายขาวแม้ว่ามันจะเปลี่ยนสี มองไม่ชัดในยามค่ำคืน ชายหนุ่มยืนนิ่งใส่เพียงแค่กางเกงขายาวที่เคยสวมใส่ตัวเดิมเปิดเผยกล้ามเนื้อด้านบนที่ไร้อาภรณ์ที่จัดเรียงตัวกันเป็นมัดๆสวยงาม 

มือทั้งสองข้างก็ยื่นไปยันไว้กับระเบียงพร้อมทั้งที่มือด้านขวายังคงมีบุหรี่หนึ่งม้วนที่เขากำลังสูบมันอยู่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องกลับมาสูบมันอีกครั้งเพราะหลังจากที่วางและลามือจากมันไปนานตั้งแต่ครั้งที่วิชุดาขอให้เขาเลิกมันเขาก็ไม่เคยคิดจะหยิบมันขึ้นมาเลย แต่หลังจากที่หญิงสาวจากไปความเครียดอะไรหลายๆอย่างมันประทังเข้ามาสุดท้ายมันก็คือทางออกอีกทางหนึ่ง

 เขมมิกาที่ได้กลิ่นนั้นแทบจะปิดจมูกแน่นเธอเกลียดควันบุหรี่เกลียดกลิ่นของมัน แต่จะทำอะไรได้ในเมื่อคนที่สูบมันกลับเป็นคนที่เธอเฝ้ามองหาอยู่ตลอดและอีกอย่างเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวของเขาไม่สิทธิ์ที่จะไปขอร้องให้เขาเลิกสูบมันหรือดับมันทิ้งเพื่อตัวเอง

 “ลุกออกไปจากที่นอนฉันได้แล้ว” หลังจากทิ้งมันไปแล้วเขาก็กลับเข้ามาสั่งให้หญิงสาวที่นอนมารยาอยู่บนเตียงให้ลุกออกไปซะ

เขมมิกาพยายามลากร่างกายที่เพิ่งโดนเขากระทำออกมาจากส่วนที่เป็นของชายหนุ่มทันที แต่ร่างกายของเธอมันกลับลุกไม่ขึ้นเสียเพียงแค่ยันตัวขี้นมันก็ล้มตึงลงไปที่เดิม

 “ฉันบอกให้เธอลุกไง ไม่ได้ยินหรอ” อัศวินเดินเข้าไปกระชากแขนของสาวเจ้าให้ลุกออกจากที่นอนเขา แต่ทว่ากลับดึงขึ้นมาแล้วเท้าเรียวกลับไม่ยันพื้นหนาไว้เป็นเหตุให้ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่มีผ้าห่มปกปิดเพียงนิด

'ตุ้บ!'

“สำออย!” สิ้นเสียงแข็งหนากร้าวก็ตามมาด้วยเสียงปิดประตูห้องดังปัง หมายถึงการออกไปจากห้องนี้ของชายหนุ่ม

ด้านของเขมมิกาที่ไม่ค่อยจะไปไหนไหวก็ค่อยๆพาตัวเองกลับมาที่เดิมก่อนจะปิดเปลีอกตาลงไป ไหนๆก็ไหนๆแล้วเธอขอยืมห้องเขานอนสักคืนเถอะ    


แสงตะวันที่สอดส่อง ปุยเมฆปุยน้อยๆที่พากันอวดโสมความงามแบบนุ่มๆ ก็ล่องลอยเรื่อยไปอย่างอิสระทั่วทั้งท้องฟ้าอย่างไม่มีใครดึงรั้ง ซึ่งมันชั่งต่างกับร่างบางที่ตอนนี้มีพันธะขนาดใหญ่รัดเป็นบ่วงเธออยู่ จะหนีก็ไม่ได้จะให้เขาคลายบ่วงก็คงไม่ยอม พยายามรั้งให้มันหลุดแต่มันกับยิ่งรัดแน่นขึ้น...

 พอตื่นเช้าขึ้นมาเสียงริงโทนรอสายของเธอก็ดังให้เจ้าระหวั่น เพราะดูเสมือนว่าคนรอสายนั้นคงจะมีงานเร่งด่วนพอรับสายอีกที่ก็บอกว่าเขานั้นได้มารออยู่ที่หน้าบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว

“ขอโทษนะคะ คุณรินที่ทำให้รอนาน”

 ปานธิดาเอ่ยออกมาจากใจจริง เธอปล่อยให้เขารอตั้งนานสองนานกว่าจะออกมาจากบ้านได้

 “ถ้ารู้ว่าทำให้ฉันรอนาน เธอก็รีบมาขึ้นรถสักทีจะได้มั้ยห๊ะ! จะยืนอีกนานมั้ย” อัครินตวาดลั่นใสปานธิดา จนคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าขึ้นรถคันหรูของเจ้านายหนุ่มอย่างไว

จากนั้นหลังจากที่เธอนั่งลงที่เบาะได้ไม่นานเขาก็ตามเข้ามานั่งเช่นกันพร้อมทั้งสตาร์ทเครื่องและเหยียบคันเร่งทันที รถคันหรูของอัครินพุ่งตรงเข้าสายถนนที่ไปทางพัทยาเพราะเนื่องจากวันนี้ได้มีงานการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ พร้อมทั้งการตกลงทำสัญญาโดยที่ที่นั่นนั้นมีอัศวินรออยู่ก่อนแล้ว

 “เอ้า! เอาไปใส่ซะ” มือหนายืนชุดที่เขานั้นถือติดมือมาให้แกหญิงสาวที่ยังนั่งหน้าเอ๋ออยู่ภายในรถ ทั้งๆที่เขาก็บอกแล้วว่าให้เอาชุดนี้ไปเปลี่ยน

 “แล้วชุดที่ฉันใส่มามันไม่ดีตรงไหนหรอค่ะ” เธอเองก็เห็นว่าชุดที่เธอใส่มานั้นมันก็เหมาะดีสำหรับงานนี้แล้ว แล้วใยทำไมเขาถึงให้เธอเปลี่ยน

 “เพราว่างานที่ฉันจะให้เธอทำมันไม่ใช่งานเลขาเหมือนที่กรุงเทพไงล่ะ เอาไปเปลี่ยนมาซะ” เขาออกเสียงคำสั่งบังคับให้หญิงสาวไปเปลี่ยนชุดให้จนได้

สุดท้ายเธอก็ต้องมาเปลี่ยนตามที่เขาบอก แล้วเธอจะยอมใส่มันออกไปข้างนอกมากกว่านี้หากว่ามันไม่ใช่ชุดที่สั้นสุดๆเท่าที่เธอเคยใส่มา แถมทั้งชุดยังเป็นสีชมพูสดผ่าทั้งหน้าและหลัง เนี่ยน่ะหรอชุดที่เอต้องใส่ทำงานครั้งนี้?

 “จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมาซะ จะอายอะไรทำอย่างกับเธอไม่เคยใส่”

 ‘ฮึ ก็คนมันไม่เคยใส่ แล้วอีกอย่างใครมันจะกล้าใส่แบบนี้ไปในงานใหญ่แบบนี้’ เสียงความคิดที่ดังอยู่ในใจของปานธิดาดังขึ้น เธอเองล่ะก็อยากจะตอกกลับนักถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นคนมีบุญคุณต่อเธอหรอกนะ

 “ตะ...แต่มันสั้นไปรึเปล่าค่ะ ฉันว่าฉันไปเปลี่ยนกลับเป็นชุดเดิมดีกว่า”

 “อย่าเรื่องมากนักเลยปานธิดา ฉันสั่งให้เธอใส่อะไร เธอก็ต้องใส่”

 “ค่ะ” ได้แต่ตอบรับไปแค่นั้นในเมื่อเขาสั่งให้เธอทำอะไรเธอก็ต้องทำเพราะยังไงก็คงไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้

 “ดี งั้นก็ตามฉันมาอย่าลีลาให้มันมาก เวลาของฉันมันเป็นเงินเป็นทอง” ว่าแล้วก็เดินนำคนร่างบางไปยังจุดที่มีผู้คนที่กำลังขวักไขวกันอยู่มากมาย โดยไม่สนสายตาใครที่มองมาทั้งสิ้น

แต่ทว่า...คนที่ต้องเดินตามอย่างปานธิดานั้นเธอกลับรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่ถูกจ้องมองมาอย่างกับว่าเธอนั้นไปฆ่าแกงใครมา อัครินเดินนำเข้าไปที่ลานจอดสำหรับโชว์รถคันหรูรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามายังประเทศไทยได้เพียงไม่ถึงห้าวัน

ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ละสวยหรู...

 “เธอต้องยืนทำงานอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเข้าไปในหน้างาน” อัครินบอกกับหญิงสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่รู้ว่าได้ยินในสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่า จนเข้าต้องทวนถามอีกรอบ

 “ปานธิดา! เธอได้ยินที่ฉันพูดมั้ย!”

 “ดะ...ได้ยินค่ะ แต่ฉันมาทำงานเป็นเลขาฯนะคะ ไม่ได้เป็นพริตตี้” เธอมาทำงานในหน้าที่เลขาฯของเขา ถ้าเธอนั้นจำมันไม่ผิด แล้วใยทำไมเธอถึงได้ใส่ชุดเช่นนี้แถมยังต้องยอมรับหน้าที่ใหม่ที่เพิ่งถูกหยิบยื่นให้นี้ด้วย

 “เธอมีหน้าที่แค่คอยรับคำสั่งจากฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดค้านใดๆทั้งนั้น จำไว้ปานธิดา” พูดจบก็เดินออกไปจากจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ทันที ปล่อยทิ้งให้ปานธิดาต้องยืนนิ่งบิดเกลียวร่างกายเพื่อปกปิดสิ่งที่มันเปิดเผยมากจนเกินงามอย่างละอายใจ

เธอไม่รู้ว่าเขานั้นไปเอาความคิดนี้มาจากไหน จากงานที่เธอต้องทำและคอยประสานหรือคอยรับส่งเอกสารซึ่งเป็นหน้าที่หลักๆของเลขาฯ แต่ทำไมเธอต้องมายืนนิ่งที่หน้ารถหรูที่เพิ่งเข้ามาแทนเล่า สายตาของปานธิดาที่ทอดมองมายังผู้คนที่เริ่มทยอยตัวเข้ามาภายในงานที่ถูกจัดขึ้นภายใต้เครือบริษัทของวงค์อัครกุลทั้งหมด 

ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจแก่รถรุ่นใหม่ที่เพิ่งเคยเห็นที่นี้เป็นครั้งแรกพร้อมกับข้างรถนั้นยังมีพริตตี้สาวที่ไม่คอยจะเต็มใจกับงานนี้เท่าไรนักยืนเคียงข้างมันอยู่ คำถามหลากหลายต่างถามเข้ามาเพื่อต้องการคำตอบ จนเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกตอบสิ่งไหนก่อนดี แต่ด้วยความที่ได้อ่านรายละเอียดมาย่อมๆแล้วเธอจึงพอจะอธิบายได้อย่างคราวๆไม่ละเอียดมากนัก ก่อนที่จะบอกให้พวกเขาเหล่านั้นไปสอบถามหรืออ่านดูรายละเอียดอีกทีหากว่าสนใจ

 “เธอไม่ต้องไป เดี๋ยวฉันมารออยู่ที่นี่แหละ” เขาบอกให้เธอรอเขาอยู่ที่นี่โดยที่ตัวเขาเองนั้นจะออกไปข้างนอก หลังจากการประชุมทุกอย่างนั้นเสร็จสิ้นแล้ว เธอเองจึงต้องจำเป็นที่จะต้องนั่งรอเขาอยู่ภายในห้องนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกไปได้เพราะคำสั่งของเขา

เวลาราวเกือบจะปาเข้าไปห้าชั่วโมงแล้วแต่เธอก็ยังไม่เห็นเงาของเขาย่างเก้าเข้ามาเสียที มือเรียวยกขึ้นดูนาฬิกาที่ข้อมือสิ่งที่ปรากฏคือเวลาเกือบจะสามทุ่ม เธอรอเขานานเกินไปแล้ว แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวที่สั่งให้เธอรอนั้นหายไปไหนจะไปส่งลูกค้าคนสำคัญหรือ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น่าจะกลับมาได้เสียแล้ว

หลายชั่วโมงก่อนหน้าหลังจากที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมา ภายในห้องนอนที่มันแปลกตาร่างกายที่มันรู้สึกบิดเกลียวและระบมที่ช่วงล่างของร่าง เธอจำทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทุกอย่างทุกการกระทำของเขา ไม่มีว่าจะครั้งไหนเขาจะเบามือกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพียงเสียงปลอบประโลมสักนิดก็ยังไม่มี เขมมิกาพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยาดน้ำตาและปรับรูม่านตาให้รับกับแสงที่ส่องเขามา

 ‘ใส่เสื้อผ้านี้ซะ’ ไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อเห็นว่าคนที่นอนเงียบราบอยู่บนเตียงลืมตาตื่นเขาก็จัดการโยนเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้ทันที

 ‘ทำไมต้องใส่’ เธอเอ่ยถามออกไปว่าเหตุใดเธอต้องใส่เสื้อผ้าที่เขาโยนให้ ในเมื่อตัวเองก็มีเสื้อผ้าที่เตรียมมาพร้อม

 ‘เธอต้องไปกับฉันเพราะว่าคุณภาเขาไม่สบาย กลับกรุงเทพไปแล้ว ดังนั้นงานวันนี้เธอจึงต้องทำหน้าที่นั้นแทนคุณภา อ้อ แล้วอีกอย่างเธอจะไม่ใส่อะไรไปก็ได้นะ ถ้าหน้าด้านพอเพราะฉันเอาเสื้อผ้าเธอไปเผาเล่นหมดแล้วเสียด้วยสิ แล้วอีกอย่างเสื้อผ้าวิจะได้ไม่ต้องมาเปื้อนเหงื่อของคนอย่างเธอ’



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น