LuciferNight

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 1 Live with me

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 Live with me
แบบอักษร

“คุณตำรวจครับ ผมเอาเขาไปอยู่ด้วยก่อนได้ไหมครับ” ผมถามเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป…นี่ผมเป็นบ้าอะไรเนี่ย

“คงไม่ได้หรอกครับคุณ ผู้ชายคนนี้เขาไม่ปกติ ถ้าหากเขาเกิดคลุ้มคลั่งทำร้ายคุณขึ้นมา มันจะเป็นอันตรายได้นะครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งตอบกลับมา

“เขาไม่ทำร้ายผมหรอกครับ เขาคงไม่ใช่ประเภทใช้ความรุนแรงหรือว่าประสาทหลอน” ผมพยายามพูดให้พวกตำรวจยอม

“อย่างไรก็ไม่ได้ครับ เราไม่สามรถมั่นใจได้ว่าเขาเป็นจำพวกไหนนอกจากต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะพาเขาไปตรวจเอง ถ้าเขาไม่ใช่พวกอันตรายอย่างใช้ความรุนแรงหรือประสาทหลอน คุณจะให้เขามาอยู่กับผมก่อนได้ใช่ไหมครับ”

“เอ่อ..ครับ ได้ครับ” ตำรวจพวกนั้นต้องคิดว่าผมเป็นบ้าไปอีกคนแน่ๆ…

ตอนนี้ผมกำลังนั่งรอให้หมอตรวจผู้ชายคนนั้นอยู่ที่หน้าห้องตรวจห้องหนึ่งของแผนกจิตเวชในโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ไกลจากคอนโดผม

ผมนั่งรอมาประมาณชั่วโมงนึงได้แล้ว ความจริงหมอบอกว่าให้มาดูผลพรุ่งนี้แต่ผมค้านและขอดูในวันนี้เลย…มันนานแล้วนะ ไอบ้านั่นทำอะไรหมอหรือเปล่าเนี่ย

…แกร่ก…

ในที่สุดประตูห้องก็เปิดออกสักที

“เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ” นางพยาบาลเดินออกมาและเชิญผมเข้าไปข้างในเพื่อฟังผลตรวจ เมื่อเข้ามาผมก็เห็นเขานั่งตรงข้ามกับหมอหนุ่มหล่อ ผมจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เขา

“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ” ผมรีบถามทันทีที่นั่งลงและชำเลืองมองคนด้านข้างไปด้วย

“ผลออกมาคือ ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางจิต แต่เขาไม่ได้เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรอกครับ เหมือนกับว่าเขาได้เจอเรื่องที่เลวร้ายมากๆ ในวัยเด็ก อาจจะไปเห็นในสิ่งที่โหดร้ายเกินกว่าที่จิตใจของเขาจะรับได้ซึ่งนั่นทำให้ผู้ป่วยปิดกั้นการรับรู้สิ่งต่างๆ โดยอัตโนมัติ และเป็นสาเหตุให้เขาเป็นอย่างที่เห็นนี้” หมอหนุ่มพูดออกมายาวเหยียดแต่ผมก็เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมด…ทำไมเขาถึงได้น่าสงสารแบบนี้นะ

“….” ในขณะที่ผมกำลังรอให้หมอพูดต่อ ผู้ชายข้างๆ ผมก็เอื้อมมือมาจับมือผมไว้ เหมือนต้องการให้ผมอยู่ข้างๆ เขา

“แต่ในรายนี้ไม่ได้เลวร้ายเท่ารายอื่นๆ เลยนะครับ เขาไม่ใช่พวกอันตราย เขาแค่มีนิสัยเหมือนกับเด็กเท่านั้นแล้วอีกอย่าง เขายังสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เองได้ถ้าหากมีผู้สอนให้ทำจนติดเป็นนิสัย”

“ตกลงว่า เขาไม่ใช่ประเภทใช้ความรุนแรงและจะไม่เป็นอันตรายต่อสังคมใช่ไหมครับ”

“ครับ ถ้าหากว่าไม่ถูกกระตุ้นจริงๆ เขาก็ไม่ใช่พวกมีพิษมีภัยอะไรเลย อ้อ เดี๋ยวหมอจะให้วิตามินไปด้วย ให้เขาทานเพื่อบำรุงสมองและระบบประสาทนะครับ” หมอตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ

“งั้น เดี๋ยวผมขอใบรับรองแพทย์ด้วยนะครับ”

“ครับ เชิญไปรับยาด้วยนะครับ” พอหมอพูดจบ ผมก็กล่าวขอบคุณและเดินออกจากห้อง คนร่างสูงก็เดินออกมาพร้อมกันเพราะมือใหญ่ยังกุมมือผมไม่ปล่อย

หลังจากได้ใบรับรองแพทย์และรับยาเรียบร้อย ผมก็รีบไปจ่ายเงิน เสียไปค่อนข้างเยอะแต่ผมว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าทำให้คนข้างๆ นี่ได้มาอยู่ด้วยกัน

…ผมท่าจะเป็นเอามาก…

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รีบไปที่สถานีตำรวจ เอาใบรับรองแพทย์ไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาทำหน้าตกตะลึงมากที่เห็นผมพาคนร่างหนาไปตรวจจริงๆ ผมเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ

หลังจากทำเรื่องที่สถานีตำรวจเสร็จ ผมก็รีบลากคนตัวใหญ่กลับคอนโด คนข้างผมดูสนอกสนใจตั้งแต่ทางเข้าคอนโดจนกระทั่งขึ้นลิฟท์มายังห้อง ผมดึงเขาเข้ามาในห้องและจับเขานั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่นแล้วผมก็นั่งลงข้างๆ

“ฉันยังไม่รู้ชื่อของนายเลยแฮะ” ผมพูดออกมา คนตัวสูงไม่ได้มีทีท่าสนใจเสียงของผมเลย เอาแต่หันมองไปรอบๆ ห้อง

“…”

“งั้นฉันตั้งชื่อให้นายใหม่เลยแล้วกัน” ผมเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อเข้ามาในห้องที่สว่างและมีเวลามากพอที่จะจ้องมองอย่างพินิจ

คนข้างผมมีใบหน้าที่หล่อเหลาแบบดิบเถื่อนและไม่ใช่ไทยแท้อย่างแน่นอน เผลอๆ อาจจะไม่มีเชื้อไทยเลยด้วยซ้ำ ผิวพรรณที่ดูดีตามแบบฉบับชาวต่างชาติ ร่างกายมีกล้ามให้เห็นหลายจุดและดูพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป

นี่มัน*…นายแบบชัดๆ เลย*

“….” หน้าตาแบบนี้ ต้องเอาชื่อแบบสากลหน่อยสินะ

“ชื่อ เจมส์ มั้ย”

“….” เงียบ..และไม่หันมาสนใจ เอาชื่ออื่นแล้วกัน

“ธอม”

“….” เงียบอีกตามเคย

“ธิม”

“….”

“จอห์น”

“….”

“นิค”

“..นิค” สำเร็จ!! เขาหันมาสนใจผมแล้ว เขาคงชอบชื่อนี่สินะ

“งั้นนายชื่อนิคนะ” ผมพูดและนี้นิ้วไปที่เขา เขายิ้มมุมปากด้วย ต้องชอบมากแน่ๆ

“….” เขาเงียบแต่ยังคงยิ้มอยู่เล็ก

“ฉันชื่อฟ้า..ฟ้า” ผมพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง เขาจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

“ฟ้า” นิคเรียกผมพร้อมกับยิ้มไปด้วย มันน่ารักมากเลยกับการที่ผู้ชายหน้าหล่อเถื่อนแบบนี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน

..เขินชะมัดเลย..

“นิค อาบน้ำ” ผมพยายามพูดแต่คำสำคัญๆ ที่จะทำให้เขาเข้าใจได้

“….” นิคไม่พูดอะไร ผมเลยดึงแขนให้เขาลุกขึ้นยืนและจูงเขาไปที่ห้องน้ำ

พอเข้ามาแล้วผมก็เดินไปที่ฝักบัวและทำท่าอาบน้ำให้เขาดู เขาก็ทำหน้าเหมือนเข้าใจและพยักหน้าออกมา แสดงว่าคนที่ดูแลเขามาคงสอนอะไรให้หลายๆ อย่างเลย ก็ดีเหมือนกันนะ

ผมเดินออกจากห้องน้ำไปค้นเสื้อผ้าในตู้ พยายามเลือกตัวที่ใหญ่ที่สุดมาแต่มันคงจะพอดีกับตัวนิคนั่นแหละ แล้วก็หยิบพวกของใช้เช่นกางเกงในตัวใหม่ ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน พอเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งและยื่นเสื้อผ้าให้คนตัวสูงที่ยืนรออย่างรู้งาน

“ใส่นี่นะ” ผมพูดแค่นั้นและเดินออกจากห้องน้ำ ปิดประตูให้เสร็จเรียบร้อย

ผมทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างเหนื่อยล้า ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วและคงจะได้นอนตอนเที่ยงคืนเป็นแน่

เวลาผ่านไปสักสิบห้านาทีประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินออกมาในชุดที่ผมหยิบให้คือเสื้อเชิ้ตที่พอดีตัวเขาและกางเกงวอร์มที่ผมซื้อมาผิดขนาดแต่นิคใส่มันได้อย่างพอดีตัว เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขึ้นจนผมหยุดมองไม่ได้

“ฟ้า” นิคเรียกผมเมื่อเห็นว่าผมนิ่งไป

“หืม อ้อ เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อนนะ นายนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะ” ผมลุกขึ้นยืนและดันไหล่ในร่างสูงนั่งลงที่โซฟานี้ก่อน นิคก็ยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย ผมจึงรีบหยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำทันที

ใช้เวลาอาบแค่สิบห้านาทีก็เสร็จเพราะผมง่วงมาก อยากจะนอนเต็มทีแล้ว พอเดินออกจากห้องน้ำก็ยังเห็นนิคนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ผมจึงเดินเข้าไปหาเขา

“นิค นอนตรงนี้นะ” ผมพูดและชี้ที่โซฟาที่เขานั่งอยู่ นิคเงยหน้าขึ้นมองผมและทำหน้าเศร้า…โอ้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมยิ่งเป็นพวกใจอ่อนง่ายอยู่นะ

“..ฟ้า” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาหาผมและค้างไว้แบบนั้น ผมเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ลังเลว่าจะยื่นไปจับมือใหญ่นั้นดีไหม

“อะไร” และสุดท้ายผมก็เลือกที่จะยื่นมือไปจับมืออุ่น นิคจับมือผมไว้แน่น

“…นอน..ฟ้า..นอน” ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คือเขาอยากให้ผมนอนด้วยกัน..ผมจะนอนกับคนที่เพิ่งเจอกันยังไม่ถึงวันได้อย่างนั้นหรอ ผมจะไว้ใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายผมได้จริงๆ หรอ

“นิคต้องนอนตรงนี้..คนเดียว” ผมพูดเสียงอ่อน

“…ไม่..ฟ้า” เหมือนเขาพยายามทำให้ผมใจอ่อนด้วยการทำหน้าเศร้าใส่…โอเค มันได้ผล

“ก็ได้ๆ นอนกับฟ้าก็ได้” ยอมนิคจนได้ เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ ผมแพ้รอยยิ้มเขาจริงๆ

หลังจากนั้นผมก็พาเขาเข้ามาในห้องนอน นิคมองไปรอบๆ ห้องอย่างสำรวจแต่ผมไม่ไหวแล้ว ทั้งเหนื่อยทั้งง่วงจนพุ่งตัวขึ้นเตียงและห่มผ้าเตรียมนอนทันที นิคหันมามองผมอย่างงงๆ คงจะงงว่าต้องนอนตรงไหน ผมเลยเอามือตบลงตรงที่ว่างข้างๆ

นิคเห็นอย่างนั้นก็เดินมาทิ้งตัวลงนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับผม เรานอนห่างกันพอตัว ไม่ให้ใกล้กันจนเกินไปเพราะผมไม่สบายใจเท่าไหร่ถ้าหากต้องนอนชิดติดกันกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงวัน นอกจากนั้นผมยังเอาหมอนข้างมาวางขั้นกลางด้วย อย่างน้อยก็สบายใจขึ้นมาอีกสักนิด

ผมหันไปมองนิคที่กำลังจ้องผมตาแป๋ว ผมยิ้มให้เขาทั้งๆ ที่ตาปิดไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“นิค ฝันดีนะ”

“….” นิคไปพูดอะไรแต่ยิ้มกลับมาให้ แค่นั้นผมก็รู้แล้วว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี้

ผมหลับตาลง และด้วยความเหนื่อยล้ามันเลยทำให้ผมหลับไปอย่างง่ายดาย

“อื้ม” ผมครางออกมาอย่างรำคาญ เหมือนมีอะไรมาไต่หน้าผม

“…”

“เห้ย!!” ผมร้องดังลั่น ก็พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้าของนิคอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบเล็กๆ ของผม

“….” คนตัวใหญ่ไม่พูดอะไรแต่เอามือมาจิ้มที่แก้มผมแทน แต่เพราะผมยังไม่คุ้นเคยเลยเผลอขยับตัวหนี นิคชะงักไปและเอามือออก…เขาเสียใจหรือเปล่านะ

“เอ่อ นิคหิวมั้ย” ผมถาม แต่นิคกลับหลุบตาลง…งอนหรือเปล่าวะเนี่ย

“….”

“นิค เงยขึ้นมามองฟ้าเร็ว” ผมพูดเสียงอ่อนและใช้มือทั้งสองข้างประคองที่แก้มของนิคให้หันมาสบตากันดีๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นผมเองที่พอเขาเงยหน้าสบตากันก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“…ฟ้า” นิคเรียกผมเบาๆ แล้วใช้มือสองข้างของตัวเองมาทาบทับบนมือผมอีกที…ใจผม

“ห..หืม หิวมั้ย ด..เดี๋ยวฟ้าไปทำกับข้าวก่อนดีกว่าเนอะ” ผมพูดจบก็รีบเอามือออกจากหน้าคมที่มีไรหนวดไม่มากและผุดลุกขึ้นยืนที่ข้างเตียงเตรียมเดินไปล้างหน้าแปรงฟันและเข้าครัวทำกับข้าว

“…” นิคยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ตามองไปที่ประตูกระจกที่ตอนนี้มีม่านปิดอยู่ ผมเห็นอย่างนั้นเลยเดินเข้าไป จับเข้าที่แขนล่ำและออกแรงดึงเล็กน้อย

“นิค อาบน้ำ” ผมพูด ร่างสูงหันมามองพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง ผมนี่ยุ่งเหยิงเลย เช้านี้ต้องให้เขาสระผมด้วยแล้วแหละ

“..หิว”

“อื้ม รู้แล้ว รีบไปอาบน้ำเร็ว สระผมด้วยนะ” ผมทำท่ายีผมเหมือนเวลาสระผมให้เขาดู

 “..?..” แต่เหมือนนิคจะยังไม่เข้าใจ

“มานี่มา” แล้วผมก็ต้องจูงนิคเข้าไปในห้องน้ำ เดินไปหยิบยาสระผมมาไว้ในมือ ทำท่าบีบใส่มือและเอาไปขยี้ที่ผมของร่างสูง เหมือนเด็กน้อยเลยแฮะ

 “….”

“เข้าใจมั้ย สระผม” ผมเอามือออกจากผมนิคและถาม เขาพยักหน้าผมถึงได้ยิ้มกลับไป

ก่อนที่ผมจะให้นิคอาบน้ำ ผมให้เขาอยู่ข้างนอกก่อนเพราะผมขอล้างหน้าแปรงฟันก่อน พอออกมาแล้วก็ให้นิคอาบต่อ

ผมเข้าครัวและทำอาหารง่ายๆ อย่างข้าวต้ม ทำไม่นานก็เสร็จ นิคเองก็อาบน้ำเสร็จพอดีผมจึงบอกให้เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและผมก็ตักข้าวต้มให้

เราทานกันอย่างเงียบเชียบ นิคมีมารยาทในการทานอาหารมากเลย ดูมากกว่าคนปกติบางคนซะอีก ถ้าให้ดูแค่ภาพตอนนี้ผมคงคิดว่าเขาเป็นผู้ชายหล่อๆ คนหนึ่งที่ปกติดี แต่เพราะผมอยู่กับเขาเกือบตลอดเลยทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นปกติอย่างที่อยู่ตอนนี้หรอก

หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็เก็บชามและหม้อมาล้าง ตอนนี้กำลังล้างชามอยู่ นิคก็เดินมาซ้อนหลัง ไม่ได้ชิดถึงขนาดหลังชนอกแต่ก็ใกล้พอที่จะทำให้ผมรู้สึกหวั่นได้เหมือนกัน

“นิค ถอยไปหน่อยสิ” ผมหยุดมือแล้วหันมาพูดกับเขา

“….” นิคยังคงนิ่ง ไม่ขยับไปไหน

“นิค ถอยหน่อยครับ” ผมพูดพร้อมกับหันข้างเอาไหล่ดันอกเขาให้ถอยออกไปเพราะมือผมเปียกอยู่เลยต้องใช้วิธีนี้แทน ซึ่งก็ดันออกไปได้นิดหน่อย

“…ฟ้า” ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา..จะสูงไปไหนเนี่ย ผมแค่ร้อยหกสิบเองนะ!!!

“หืม” ผมครางอยู่ในลำคอ และรอว่าเขาจะพูดอะไรแต่นิคกลับเดินออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้ผมงงว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

ผมล้างจานเสร็จก็เดินผ่านหน้าเขาที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาไปยังห้องนอน แต่ก่อนที่ผมจะเข้าห้อง ผมก็เดินมาเปิดโทรทัศน์ให้เขาดูแก้เบื่อไปก่อนเพราะผมต้องอาบน้ำ คงใช้เวลาสักหน่อย

ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เสร็จ เดินออกมาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นปกติแล้วมานั่งทาครีมที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทำทุกอย่างเสร็จก็เดินออกมาหานิคที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ เขาคงไม่ได้สนใจมันมากหรอกเพราะว่ามันเป็นรายการข่าว การ์ตูนที่ผมเปิดให้เมื่อกี้คงจบไปแล้ว

ผมนั่งลงข้างๆ นิค วันนี้ผมวางแผนไว้ว่าจะทำความคุ้นเคยกับนิคเพื่อที่จะได้สนิทกันมากขึ้น

“นิค” ผมเรียกชื่อเขาก่อน ถ้าเขาหันมา ผมค่อยเข้าเรื่องที่จะคุยด้วย

“…” นิคยังคงจ้องมองไปที่โทรทัศน์ ผมจึงเรียกเขาอีกที

“นิค หันมาหาฟ้าหน่อย” คราวนี้นิคหันมามองแล้ว

“..ฟ้า” นิคหันมาเรียกผมบ้าง ผมก็ยิ้ม ถึงเขาจะพูดได้ไม่มากและไม่เข้าใจในหลายๆ เรื่อง แต่เขาจำผมได้ เรียกผมได้ ผมก็ภูมิใจแล้ว

“นิคมีพ่อแม่มั้ย”

“พ่อแม่” นิคทวนคำถาม และพยักหน้า

“พ่อแม่นิคอยู่ไหนหรอ”

“….” นิคไม่ตอบและเบนสายตาไปทางอื่น ผมไม่รู้ว่าการกระทำนี้หมายถึงไม่รู้ว่าอยู่ไหนหรือเขาไม่เข้าใจคำถามกันแน่

“นิค พ่อแม่ อยู่ไหน” ผมถามอีกทีโดยที่เว้นเป็นคำๆ เผื่อเขาจะสามรถจับใจความได้บ้าง

“….” แต่คำตอบที่ได้คือนิคส่ายหัว ทำอย่างไรดีนะ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมช่วยหาเขาไม่ได้แน่ๆ ทางตำรวจเองก็ไม่ได้โทรมา นั่นหมายความว่ายังไม่มีคนมาติดต่อเรื่องคนหาย ผมสงสารนิคจัง

“นิค อยากกลับบ้านมั้ย” ผมอยากรู้ว่าเขาเต็มใจจะอยู่กับผมในตอนนี้มั้ย

“..บ้าน..ฟ้า บ้าน” เขาตอบและชี้นิ้วมาที่ผม อะไรเนี่ย ผมงง

“อยากอยู่กับฟ้ามั้ย”  ผมเปลี่ยนคำถามให้มันเข้าใจง่ายขึ้น

“อยู่” นิคตอบและพยักหน้าพร้อมกัน

“ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราไปข้างนอกกัน” ข้างนอกที่ผมว่าก็คือห้างครับ ไปเพื่อซื้อของใช้ให้นิคนี่แหละ เพราะไม่รู้ว่าร่างสูงจะมีคนมารับเมื่อไหร่ ซื้อไว้เลยคงสะดวกกว่า

“..?..” นิคเหมือนจะไม่เข้าใจ ผมเลยดึงแขนนิคให้ลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ประตูกระจกในห้องนอน ผมชี้ให้นิคดูว่าเรากำลังจะไปไหนกัน

“เราจะไปที่ตึกนั้น ตึกสูงๆ นิคเห็นไหม”

“….” นิคไม่พูดแต่พยักหน้าตอบ แล้วผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ ผมมองการแต่งตัวทั้งของตัวเองและนิค เมื่อเห็นว่ามันโอเคอยู่แล้ว ผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดและจับข้อมือนิคเดินออกจากห้อง

เมื่อเดินเข้ามาในลิฟท์ นิคก้มลงมองมือผมที่จับข้อมือเขาอยู่ เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ผมเลยปล่อยมือเขาเพราะนึกว่าเขาจะเอามือขึ้นมาจับนู่นนี่บนตัว แต่เปล่า นิคทำเพื่อให้ผมปล่อยมือจากข้อมือใหญ่และเปลี่ยนมาเป็นกุมมือผมไว้แทน

การกระทำที่แสนอ่อนโยนของเขา ทำเอาผมหน้าเห่อร้อนไปถึงหูเลยล่ะ


-----------------------------------------------------------------------------------------

มาอีกตอนแล้ววววว

ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเม้นท์บอก แค่มีคนรออ่านไม่ว่าเยอะหรอน้อย ไรท์ก็พร้อมจะแต่งให้นะคะ เพราะไรท์แคร์คนอ่านมากๆ ตอนนี้ดีไม่ดียังไง บอกกันได้นะ จะหวีดก็หวีดได้นะ55555 ไม่ดีตรงไหนบอกกันได้เน้อ

ขอบคุณที่รออ่านนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}