IT'S .

ติดตามนิยายเรื่องอื่นของอิทได้ด้วยการกดเข้าที่ชื่อ It's เลยค่า ><

ชื่อตอน : (03) HE IS: MY AFFECTION

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2560 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(03) HE IS: MY AFFECTION
แบบอักษร

(03) HE IS: MY AFFECTION

วันถัดมา

เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เอิร์ธสร่างเมาเต็มที่ ไม่มีอาการมึน ปวดหัวหรือคลื่นไส้แบบเมื่อคืนเลย ก็ได้นอนกอดยาดีทำไมจะไม่หายล่ะ

เอิร์ธตื่นมาก็ไม่เจอเก้าแล้ว ไม่ต้องสงสัยอะไรมากนัก เก้าก็คงออกไปมหาลัยแต่เช้าตามเดิม เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปจัดการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงมาชั้นล่างเพื่อกินข้าวที่ป้าเบนทำไว้ให้ พอนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าวป้าเบนก็สั่งให้แม่บ้านคนอื่นเอาอาหารมาเสิร์ฟให้เอิร์ธทันที

“วันนี้มีหมูทอดน้ำปลาที่คุณเอิร์ธชอบด้วยค่ะ” ป้าเบนบอกยิ้มๆ

“ขอบคุณนะครับป้าเบน หมูทอดป้าเบนอร่อยที่สุดในโลก~”

เอิร์ธพูดเอาใจตามนิสัยของเอิร์ธนั่นแหละ แต่ที่บอกว่าอร่อยนั่นก็เป็นเรื่องจริง เขาสนิทกับแม่บ้านทุกคนเพราะหลายคนก็เป็นคนเก่าคนแก่ ทำงานที่บ้านเอิร์ธมาหลายปีแล้ว ป้าเบนเนี่ยก็เหมือนแม่อีกคนของเอิร์ธเลยก็ว่าได้

“วันนี้ตื่นสายนะคะ จัดหนักอีกแล้วล่ะสิ”

ป้าเบนแซวขณะตักข้าวสวยใส่จานให้เอิร์ธ ป้าเบนเห็นเศษซากขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์เมื่อเช้า การเก็บกวาดของพวกนั้นแทบกลายเป็นเรื่องปกติของแม่บ้านที่นี่เลยล่ะ

“นิดหน่อยน่ะครับ แฮ่”

เด็กหนุ่มว่ายิ้มๆแล้วตักหมูทอดน้ำปลาเข้าปากเป็นอันดับแรก มันอร่อยซะจนเอิร์ธอยากร้องไห้เลย การได้ตื่นมากินของโปรดเป็นที่สุดของชีวิตจริงๆ

“ถ้าคุณเก้าไม่อยู่คุณเอิร์ธแย่เลยนะคะเนี่ย ป้าล่ะเป็นห่วง กลัวเวลาคุณเอิร์ธเมาแล้วไม่มีใครดูแล” ป้าเบนย่นคิ้ว พลางหันไปบอกแม่บ้านคนอื่นยกน้ำส้มมาเสิร์ฟให้เอิร์ธ

“เก้าไม่ทิ้งผมหรอกครับ มันต้องอยู่ดูแลผมแบบนี้แหละ”

เอิร์ธยิ้มกว้าง เขาพูดผิดซะที่ไหน ก็เก้าดูแลเขามาแบบนี้ตั้งสิบกว่าปีแล้ว จะให้เก้าเลิกดูแลเอิร์ธมันเป็นไปไม่ได้หรอก พ่อกับแม่ก็ไม่ชอบอยู่บ้าน เก้าก็เลยกึ่งๆจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะเอิร์ธคิดแบบนี้ด้วยล่ะถึงได้ทำตัวซุกซน ต้องให้พี่ชายคอยตามดูแลอยู่เรื่อย

“จริงสิ วันนี้คุณเอิร์ธจะออกไปไหนหรือเปล่าคะ คุณเก้าลืมเอาข้าวกล่องไปด้วยน่ะค่ะ ถ้าแวะผ่านมหาลัยคุณเก้าป้าอยากจะฝากเอาไปให้เธอหน่อย”

ป้าเบนว่าพร้อมเดินไปหยิบข้าวกล่องสีขาวชูขึ้นมาให้ดู ปกติเก้าจะพกข้าวไปกินด้วยตอนกลางวัน มีหลายเหตุผลที่ทำแบบนี้ เพราะหนึ่งความประหยัด อาหารที่มหาลัยถูกก็จริงอยู่ แต่อาหารที่บ้านก็มี เก้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม สองคือยังไงกับข้าวฝีมือป้าเบนก็อร่อยที่สุดอยู่แล้ว เก้าก็ชอบกับข้าวฝีมือป้าเบนเหมือนเอิร์ธนั่นแหละ สามก็คือช่วงพักเที่ยง ร้านอาหารส่วนใหญ่คนจะเยอะมากๆ ต่อคิวกันยาวเหยียด เก้าไม่อยากเสียเวลาไปยืนรอ พกข้าวมากินเองจะสะดวกกว่า แต่วันนี้เก้าคงอดข้าวกล่องเพราะลืมเอาไปเนี่ยแหละ จะให้คนเอามาส่งมันก็ออกจะเกินไปหน่อย เปลืองค่าน้ำมันเปล่าๆ

เอิร์ธเมื่อเห็นโอกาสที่ดีก็เลยเกิดความคิดขึ้นมา ไหนๆวันนี้ก็ว่างแล้ว เอาข้าวกล่องไปส่งพี่ชายก็ดีเหมือนกัน จะได้หาเรื่องไปเจอที่มหาลัยด้วย

“เดี๋ยวผมกินข้าวเสร็จจะแวะเอาไปให้มันนะครับป้าเบน”

“งั้นป้าวางไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ”

ป้าเบนว่าพร้อมวางข้าวกล่องของเก้าไว้ที่โต๊ะอาหารก่อนขอตัวไปทำงานอย่างอื่นต่อ เอิร์ธรีบกินข้าวเพราะกลัวว่าจะไปหาเก้าไม่ทันเที่ยง เดี๋ยวทางนั้นจะออกไปหาอะไรอย่างอื่นกินซะก่อน

พอเอิร์ธกินข้าวจนอิ่ม เด็กหนุ่มก็คว้ากุญแจรถแล้วขับตรงไปยังมหาลัยที่เก้าสอนอยู่โดยไม่ลืมหยิบข้าวกล่องแสนอร่อยของเก้ามาด้วย เอิร์ธฮัมเพลงอารมณ์ดีมาทั้งทาง สายตาก็เหลือบมองข้าวกล่องที่วางอยู่เบาะข้างๆคนขับอยู่บ่อยๆ เอิร์ธหาเรื่องไปหาเก้าที่มหาลัยหลายครั้งแล้วแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปหรือได้พบกันสักเท่าไหร่ พอไปเก้าก็ทำงานอยู่ กว่าจะเคลียร์งานเสร็จเอิร์ธก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วอะไรทำนองนั้น เอิร์ธไม่ได้เรียนที่มหาลัยที่เก้าสอน เลยไม่ค่อยได้เจอกัน

ไม่นานรถของเอิร์ธก็แล่นเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของคณะวิทยาศาสตร์ เอิร์ธหยิบกล่องข้าวและลงจากรถเดินมายังหน้าตึกคณะ วันนี้เอิร์ธพกแว่นดำกันแดดมาด้วยเพราะแดดค่อนข้างแรง (เหมือนทุกวันนั่นแหละ)

“แก...คนนั้นโคตรหล่อเลย”

“ไหนๆ...เฮ้ยจริงด้วยอ่ะ หล่อทะลุแว่น!”

เสียงพูดคุยของสาวๆนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าคณะกำลังพูดถึงเด็กหนุ่มผู้สวมแว่นกันแดดอยู่นั่นแหละ เอิร์ธได้ยินนะ แล้วก็ภูมิใจมากด้วย

“ไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ใช่เด็กคณะนี้ป่ะแก”

“น่าจะใช่ เสียดายอ่ะ เพิ่งอกหักจากอาจารย์เก้ามา ถ้าได้คนนั้นมาเป็นหนุ่มฮอตต่อจากอาจารย์เก้าก็คงดี”

อกหัก? อกหักอะไร

เอิร์ธได้แต่ขมวดคิ้วและเก็บข้อสงสัยเรื่อง ‘อาจารย์เก้า’ เอาไว้ก่อนตัดสินใจกดโทรไปยังเบอร์พี่ชาย เอิร์ธไม่ได้กะจะมาเซอร์ไพรส์อะไรทั้งนั้น อยากเห็นหน้าเร็วๆมากกว่า

ตื๊ด...

แต่โทรเท่าไหร่ปลายสายก็ไม่รับเลย หรือว่าจะสอนอยู่?

คิดได้แบบนั้นเอิร์ธเลยเลือกจะเดินไปรอแถวโซนร้านอาหารของคณะ เอิร์ธเคยมาที่นี่อยู่บ่อยครั้งก็พอจะจำได้ว่าทางไหนไปทางไหน แล้วถ้าไปรอเก้าที่นั่นก็น่าจะได้เจอกันเพราะเก้าไม่ไปกินข้าวที่ไหนไกลนักหรอก

เอิร์ธหาที่นั่งว่างๆนั่งรอ ก้มกดโทรศัพท์ไปพลาง เงยหน้ามองหาเก้าไปพลาง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าเก้าจะมาเลย ตอนนี้นักศึกษาเริ่มทยอยมาที่โซนอาหารกันแน่นขึ้น เอิร์ธเลยลองลุกขึ้นเดินหารอบๆเผื่อว่าเก้าอาจจะเดินไปนั่งที่ไหนแล้วเอิร์ธคลาดสายตาไป แต่เดินจนทั่วแล้วก็ยังไม่เห็นเก้า

น่าแปลกใจมากสำหรับเอิร์ธ เพราะถ้าเก้าไม่ได้เอาข้าวกล่องมาเก้าก็ต้องมากินข้าวที่นี่แน่ หรือวันนี้จะไปกินที่อื่น? เอิร์ธตัดสินใจลองโทรหาเก้าอีกครั้ง รอบแรกเก้าไม่รับ แต่ตอนที่เอิร์ธกำลังจะกดโทรหาอีกรอบ เก้าก็โทรกลับมาพอดี

[มีธุระเหรอ เห็นโทรมาหลายสาย]

“มึงอยู่ไหนทำไมไม่รับสายวะ” เอิร์ธถามน้ำเสียงปกติ สายตาก็สอดส่องมองหาร่างสูงคุ้นตาด้วย เผื่อว่าเก้าจะอยู่ใกล้ๆแถวนี้

[ออกไปกินข้าว วางโทรศัพท์ทิ้งไว้ในรถเลยไม่ได้รับสาย]

เก้าตอบน้ำเสียงปกติกลับมาเช่นกัน เก้าถูกแซนดี้ชวนออกไปกินข้าวหลังจากเลิกคลาสก่อนเที่ยง วันนี้ทั้งเก้าและแซนดี้ปล่อยนักศึกษาไว และแซนดี้เห็นว่าเก้าพอมีเวลาก็เลยชวนออกไปกินข้าวข้างนอกมหาลัยแต่ก็ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เก้าเพิ่งจะกลับขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ แซนดี้เองก็อยู่ด้วย เก้าใส่บลูทูธคุยกับเอิร์ธแล้วก็ขับรถกลับมหาลัยไปด้วยเนี่ยแหละ

“ออกไปกินข้าว? กับใคร”

เอิร์ธถามน้ำเสียงติดจะงอนเล็กน้อย เด็กหนุ่มถือกล่องข้าวของเก้ากลับมาที่รถ กดเปิดรถและเข้าไปนั่งข้างใน เตรียมจะขับกลับบ้านถ้าคุยโทรศัพท์กับเก้าเสร็จ

[เพื่อน]

เอิร์ธไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ สังหรณ์ใจอยู่นิดๆว่าจะเป็นแฟนเก่าคนนั้นแน่ๆที่เก้าออกไปกินข้าวด้วย

“เพื่อนจริงอ่ะ”

[อืม]

“ผู้หญิงผู้ชาย”

[นี่ใช่ธุระเหรอ]

“ชิ....”

เอิร์ธจิ๊ปากไม่พอใจเมื่อเก้าเลี่ยงไม่ยอมตอบ เก้าไม่เห็นว่ามีความจำเป็นอะไรจะต้องรายงานเอิร์ธละเอียดขนาดนั้น บอกว่าเพื่อนกันก็คือเพื่อน จะหญิงหรือชายก็เพื่อนนั่นแหละ แต่เอิร์ธน่ะพอจะเดาออกว่าเก้าตอบแบบนี้แสดงว่าคนที่ไปต้องเป็นผู้หญิงชัวร์

[แล้วโทรมามีอะไร]

เก้าถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเอิร์ธเงียบไปสักพักแล้ว

“.....”

[มีอะไร]

เก้าเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย แต่เอิร์ธก็ไม่พูดอะไรออกมา จะบอกว่าเอากล่องข้าวมาให้ เก้ามันก็กินข้าวอิ่มแล้ว เอิร์ธเลยไม่รู้จะบอกยังไง เอิร์ธคิดว่าจะเอากลับบ้านไปนั่งกินเองก็ได้

“ไม่มีอะไรแล้วอ่ะ แค่นี้นะ”

[เดี๋ยว นั่นรถมึงรึเปล่า มาหากูเหรอ]

เอิร์ธรีบหันหลังไปมองก็เห็นรถเก้ากำลังแล่นเข้ามา ก่อนจอดข้างๆกันกับรถของเอิร์ธ ร่างสูงเจ้าของรถเปิดประตูเดินลงมาจากรถ ก่อนหันมาเคาะกระจกฝั่งคนขับของรถเอิร์ธเมื่อเห็นแว้บๆว่าเด็กหนุ่มนั่งอยู่ข้างใน เอิร์ธถอนหายใจเบาๆแล้วเปิดประตูลงมาหาเก้า

“ทำไมมาที่นี่”

“เปล่า”

เอิร์ธทำตาลอกแลกจนเก้าจับพิรุธได้ ท่าทางแบบนี้แหละที่ทำให้รู้ว่าเอิร์ธโกหกอยู่

“มาทำอะไร” เก้าถามย้ำ

“แค่เอาข้าวมาให้ เห็นว่าลืมไว้”

เอิร์ธยอมสารภาพไปตามตรง เก้าเลิกคิ้วเล็กน้อยเพราะสงสัยว่าเอิร์ธมีธุระมาแถวนี้หรือเปล่าถึงเอากล่องข้าวมาให้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ขณะเดียวกันแซนดี้ก็เปิดประตูลงมาจากรถเก้า เอิร์ธมองหน้าเธอนิ่งทันทีแต่ก็ไม่ลืมยกมือไหว้เมื่อเธอเดินมายืนข้างๆกับเก้า

“นี่แซนดี้ เพื่อนพี่เอง สอนที่นี่แหละ”

เก้าแนะนำให้เอิร์ธรู้จัก เก้าเปลี่ยนสรรพนามที่คุยกับเอิร์ธแบบนี้เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น เอิร์ธก็ไม่เคยว่าอะไรเพราะรู้ว่ามันคือกาลเทศะสำหรับคนเป็นอาจารย์อย่างเก้า

“นี่น้องเอิร์ธใช่ไหม ที่พี่เก้าเคยเล่าให้ฟังสมัยเราคบกัน”

แซนดี้ถามเก้าและหันมายิ้มให้เอิร์ธ เด็กหนุ่มหน้ามุ่ยทันทีเมื่อได้ยินคำว่าคบกัน แปลว่าผู้หญิงคนนี้คือแฟนเก่าของเก้าอย่างที่เอิร์ธสังหรณ์ใจจริงๆ

แล้วเคยเล่าให้ฟังงั้นเหรอ...เอิร์ธยังไม่เคยรู้เรื่องแฟนเก่าเก้าด้วยซ้ำ แต่แฟนเก่าเก้ากลับรู้จักเขา เอิร์ธเก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้และปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่เก้าดูออกว่าเด็กแสบนี่ต้องไม่พอใจอยู่แน่ๆ

“ผมกลับละดีกว่า” เอิร์ธแอบหันไปเบ้ปากด้วย แซนดี้ไม่เห็นแต่เก้าเห็น

“เดี๋ยว พี่จะกลับด้วย ไปนั่งรอที่โซนร้านอาหารใต้ตึกไป” เก้าว่าก่อนหันไปคุยกับแซนดี้ “วันนี้พี่กลับเร็วนะ ไม่มีสอนแล้ว”

“อ่า...ก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวตอบรับงงๆแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เก้ากับแซนดี้เดินขึ้นตึกคณะไปด้วยกันเพราะเก้าจะไปหยิบเอกสารที่ห้องพักนิดหน่อยแล้วจะลงมาหาเอิร์ธ เขาไม่อยากให้น้องชายนั่งรอในรถเลยให้ไปรอที่โซนร้านอาหารนั่นแหละ ถึงจะเคืองหน่อยๆแต่เอิร์ธก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มเดินกลับเข้าไปที่ตึกคณะ โดยไม่ลืมจะหยิบข้าวกล่องของเก้าไปด้วย เอิร์ธเสียดายเลยกะจะนั่งกินรอเก้ามาซะเลย

“คนโคตรเยอะ”

เอิร์ธบ่นพึมพำเมื่อหาที่นั่งได้แล้ว ตอนนี้นักศึกษาลงมากินข้าวกันเต็มไปหมด กว่าเอิร์ธจะหาที่นั่งได้ก็เล่นเอาลำบากอยู่เหมือนกัน มันเป็นโต๊ะเล็กๆที่นั่งกินข้าวกันได้สี่คน เอิร์ธมานั่งแล้วเลยไม่มีใครกล้ามานั่งด้วย

“โทษนะ นั่งด้วยได้ป่ะ มันไม่มีที่นั่งแล้วอ่ะ”

ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาถือจานข้าวกับแก้วน้ำตรงมาถามเอิร์ธที่นั่งอยู่คนเดียว เอิร์ธกำลังเปิดกล่องข้าวของเก้ากิน เด็กหนุ่มเงยหน้ามองผู้มาใหม่ก่อนพยักหน้าน้อยๆ

“อือ”

“ขอบใจๆ”

ชายหนุ่มยิ้มร่าก่อนวางจานข้าวกับแก้วน้ำและนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเอิร์ธ เอิร์ธไม่ได้สนใจ กินข้าวส่วนของตนไปเงียบๆ เพราะเดี๋ยวถ้าเก้าลงมาเอิร์ธก็จะลุกไปแล้ว

“เรียนคณะอื่นเหรอ ไม่เคยเห็นหน้า”

ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถามขึ้น ตอนแรกเอิร์ธคิดว่าจะนั่งเงียบๆ แต่คงไม่ได้เงียบแล้วมั้ง

“อือ”

เอิร์ธพยักหน้ารับ ก็ไม่ได้โกหกอะไร เอิร์ธไม่ได้เรียนคณะวิทยาศาสตร์ซะหน่อย

“แล้วเรียนคณะอะไรอ่ะ”

“วิดวะ”

“โห วิดวะเลยเหรอ ไมมากินข้าวไกลจังวะ”

เอิร์ธเลิกคิ้ว สงสัยตึกคณะวิศวะคงอยู่ไกลจากตึกวิทย์ล่ะมั้ง เอิร์ธเคยมาที่นี่หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยไปคณะอื่นนอกจากคณะวิทย์นี่แหละ

“กูชื่อดรีม เรียนคณะนี้แหละ ปีสาม มึงชื่ออะไร”

ดรีมยังกระตือรือร้นที่จะหาเรื่องคุยกับเอิร์ธ เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาก็ไม่ใช่คนหยิ่งซะด้วย

“ชื่อเอิร์ธ เรียนจะจบละ”

“อ้าว เป็นรุ่นพี่เหรอ แต่คุยกับพี่แบบนี้ได้ใช่ป่ะ”

“ก็คุยไปดิ กูไม่ได้มารยาทดีขนาดนั้น”

ดรีมขำออกมาเมื่อเห็นว่าเอิร์ธทำท่าทางตลก เอิร์ธก็แค่ทำหน้าแหยๆเพราะตัวเองไม่ใช่คนมีมารยาทสักเท่าไหร่อย่างที่พูดไปนั่นแหละ ดรีมลงมือกินข้าวต่อแต่ก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอาจารย์ในคณะเดินมายังโต๊ะที่ตนนั่งอยู่

“เอ่อ สวัสดีครับอาจารย์เก้า”

ดรีมวางช้อนส้อมลงและยกมือไหว้เก้า เก้ายกมือรับไหว้ก่อนก้มมองเอิร์ธ ผู้เป็นน้องชายหันข้างและเงยหน้ามองเก้าก่อนเลิกคิ้ว

“เก็บของเสร็จละหรอ”

“อืม”

“อาจารย์เก้ารู้จักกับพี่เอิร์ธเหรอครับ” ดรีมยิ้มถาม

“น้องชายน่ะ”

“มิน่าถึงมากินข้าวตั้งไกล...งั้นผมไม่กวนอาจารย์กับพี่เอิร์ธแล้วดีกว่าครับ”

ดรีมยิ้มแห้งก่อนจะขอตัวไปนั่งกินข้าวที่อื่น ดรีมรู้สึกว่าอาจารย์เก้าดูนิ่งกว่าปกติที่เคยเห็นตอนสอนเลยพอจะเดาได้ว่าอาจจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ได้ เลยขอตัวหนีภัยดีกว่า พอดรีมไปจนลับตาแล้วเก้าก็เดินไปนั่งแทนที่ของดรีม เก้ามองหน้าน้องชายกับกล่องข้าวของตัวเองนิ่งๆ

“ไหนว่าเอาข้าวมาให้กูกิน เอามานั่งกินกับคนอื่นซะงั้น”

“ก็มึงกินแล้ว กูเสียดายเลยจะกินให้ไง”

เก้ามองหน้าเอิร์ธที่เริ่มตักข้าวกับหมูทอดน้ำปลากินต่อ ป้าเบนไม่ได้ใส่มาให้แค่หมูทอดน้ำปลานะ ยังมีผัดคะน้าด้วย เอิร์ธไม่เรื่องมากอยู่แล้ว จะอะไรก็กินทั้งนั้น

แต่เก้ากลับแย่งช้อนจากมือเอิร์ธมาพร้อมกับเลื่อนข้าวกล่องมาด้านหน้าตนด้วย เก้าลงมือกินข้าวที่ยังเหลือเกือบเต็มกล่องโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“อะไรวะ ไปกินกับแฟนเก่ามาแล้วมึงไม่อิ่มรึไง” เอิร์ธถามแต่ก็แอบแขวะเรื่องแฟนเก่าเก้าด้วย

“ก็มึงเอามาให้กู”

“อิ่มก็ไม่เห็นต้องกินป้ะ”

“....”

เก้าไม่ต่อปากต่อคำกับไอ้เด็กแสบ เขาลงมือกินเงียบๆไปกระทั่งหมดกล่องนั่นแหละ ถึงจะเก็บกล่องแล้วยื่นส่งคืนให้กับเอิร์ธ

“ป้าเบนทำอร่อย อยากกินฝีมือป้าเบน” เก้าลุกขึ้นและเดินไปลูบหัวเอิร์ธเบาๆ “กลับบ้านกัน”

เก้าเดินนำเอิร์ธออกไปก่อน เขาทิ้งให้เอิร์ธใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่คนเดียวอีกแล้ว ตั้งแต่เอิร์ธรู้ตัวว่าชอบเก้าใจเอิร์ธก็มักจะเต้นแรงทุกทีเวลาอยู่ใกล้กับเก้า ทุกการกระทำที่ดูอ่อนโยนของเก้าทำให้เอิร์ธมีความหวังทุกครั้งเลย เอิร์ธลอบยิ้มก่อนลุกขึ้นเดินตามหลังเก้าไป

เก้าน่ะอิ่มจะแย่อยู่แล้วแต่เห็นแก่ที่เอิร์ธอุตส่าห์เอาข้าวมาให้เก้าก็เลยยอมกินจนหมด มันก็ไม่ได้ทำให้แน่นท้องหรือจุกอะไรมากมาย เก้าแค่ไม่อยากให้เอิร์ธหน้าหงิกหน้างอทั้งวัน เขารู้ว่าทำแบบนี้เอิร์ธต้องอารมณ์ดีขึ้นมาแน่ เก้าชอบให้เอิร์ธทำตัวกวนๆไปวันๆแบบปกติมากกว่า

ทั้งสองคนเดินตรงมายังรถของเอิร์ธ จนเด็กหนุ่มสงสัยว่าทำไมเก้าถึงไปยืนฝั่งข้างคนขับรถตน ไม่ไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ข้างๆ

“มึงไม่เอารถกลับบ้าน?”

“ไว้นี่ก็ได้” เก้าตอบเสียงเรียบ

“พรุ่งนี้จะมาทำงานยังไงล่ะ”

เอิร์ธถามด้วยความสงสัย เอิร์ธแอบคิดไปไกลแล้วว่านี่อาจจะเป็นข้ออ้างที่เก้าให้แฟนเก่าไปรับที่บ้านก็ได้ คิดแล้วเอิร์ธก็เริ่มเคืองนิดๆอีกแล้ว

“ให้มึงมาส่ง”

“......”

เอิร์ธไม่ได้พูดตอบอะไรสักคำเพราะหลังจากที่เอิร์ธปลดล็อกรถเก้าก็ชิ่งเข้าไปนั่งรอข้างในแล้ว เอิร์ธไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าที่เก้าทำอยู่มันเป็นการเอาใจเขา แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ

งั้นพรุ่งนี้จะยอมตื่นมาส่งตั้งแต่เช้าก็ได้

.

.

.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}