email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เจ้าเป็นคนของข้า

ชื่อตอน : เจ้าเป็นคนของข้า

คำค้น : จิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ # 5

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้าเป็นคนของข้า
แบบอักษร

 

เจ้าเป็นคนของข้า 

นับจากนั้นจูเฟยหลินก็มักจะปลอมตัวเป็นเหลียนฮวาออกไปนอกจวนบ่อยๆ  เหล่าคนเฝ้าประตูจวนต่างส่งสายตาท่าทางชื่นชมนางอย่างออกนอกหน้า  ถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกันก็เคยมี  เพื่อหวังพิชิตใจสาวใช้คนงามโดยหารู้ไม่ว่านางคือนายหญิงอีกคนของเรือน 

“ฮู หยินเลิกออกไปเที่ยวนอกจวนสักทีเถอะเจ้าค่ะ  หากนายท่านรู้เข้า” 

“เขาไม่มีทางรู้หรอกน่า  ตอนนี้อีตาบ้ากามนั่นกำลังยุ่งกับกิจการข้าวที่เมืองตะวันออก  หากเจ้าไม่ให้ข้าออกไปเสียช่วงนี้จะให้ไปช่วงไหนกัน” 

พูดจบจูเฟยหลินก็หายวับไปทิ้งเพียงสาวใช้หน้ามนยืนถอนหายใจยาวเพียงลำพัง 

“หากความแตกขึ้นมาท่านเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อนฮูหยิน” 

วันนี้เป้าหมายของจูเฟยหลินมิได้ไปหาจูลู่จินเช่นทุกครั้ง หากแต่นางกำลังมาเยือนร้านเครื่องประดับสกุลจิ้ง  ร้านที่ตอนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของนาง เดือนก่อนนางมัวแต่ยุ่งๆกับกิจการร้านเครื่องเขียนสกุลจู จึงมิได้มาใส่ใจร้านเครื่องประดับของตนเองเท่าที่ควรโชคดีที่อีตาบ้ากามจิ้งเจิ้งหลี่เองก็ยุ่งกับปัญหาราคาข้าวที่เมืองตะวันออกตกต่ำอยู่มิได้มีเวลามาหาเรื่องนาง  นับว่านางดวงดีแต่เขาดวงซวย  ดังนั้นเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยของนางออกจากจวนคราวนี้นางจึงต้องการมาดูสถานการณ์ของร้านด้วยตาตนเองเสียหน่อย 

“อ่า...คุณชายน้อยเชิญขอรับ  ร้านเรามีเครื่องประดับสวยๆมากมายให้เลือก  มิทราบว่าท่านจะซื้อไปฝากใครกันขอรับข้าน้อยจะได้พาไปชมสินค้าได้เหมาะสม” 

“ขอบคุณท่านมาก  ข้าขอเดินดูสักครู่” 

การต้อนรับนับว่าดี  สายตาหวานคมมองไปรอบๆร้านการตกแต่งและความสะอาดก็มิได้บกพร่องที่ใด  เช่นนั้นปัญหาคงอยู่ที่สินค้า  จูเฟยหลินเดินมองสินค้ามากมายที่วางอยู่บนชั้น  แม้มองเผินๆจะงดงามไม่น้อย หากแต่มิได้โดดเด่น  หลายชิ้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันจนแทบแยกมิออก  ที่สำคัญมีปริมาณมากเกินไป 

“เห็นทีงานนี้ข้าคงต้องเหนื่อยมิน้อย” 

จูเฟยหลินบ่นพึมพำกับตนเอง ก่อนเดินออกมาจากร้านในมือถือกล่องไม้เรียบๆที่บรรจุปิ่นปักผมรูปดอกไม้เล็กๆ  ด้ามไม้ขัดเงาแม้ดูเรียบง่ายแต่เป็นงานที่ละเอียดที่สุดในร้านเลยก็ว่าได้   เอาไปฝากเหลียนฮวานางจะได้บ่นน้อยลงสักหน่อย 

ตะวันคล้อยบ่ายจูเฟยหลินยังเดินดูตลาดเพื่อสำรวจดูว่าความนิยมของชาวเมืองหนิงอันนั้นนิยมปิ่นแบบใดกันบ้าง รวมไปถึงเครื่องแต่งกายอื่นๆด้วยเช่นกัน มือบางยังคงหยิบขนมเซาปิ่งที่ห่อด้วยกระดาษไขมันขึ้นทาน  รสชาติของถั่วเหลืองให้ความหอมและหวานละมุนลิ้น  นับว่าชีวิตหลังแต่งงานของนางไม่ได้เลวร้ายนัก เสียงเอะอะโวยวายด้านหน้าทำเอาจูเฟยหลินขมวดคิ้วสายตาหวานมองไปที่เด็กสาววัย 12-13 ปี กำลังถูกชายวัยกลางคนทุบตีด้วยความรุนแรง แม้จะโดนทุบตีจนล้มไปกองกับพื้นแต่ มือบางของเด็กสาวกับกำบางอย่างแนบอกแน่น 

“หยุดก่อนเถิดท่านลุง มิทราบเด็กสาวผู้นี้กระทำความผิดใดกัน” 

“นังแมวขโมยน่ะสิ!!  ยัยตัวดีนี่มาขโมยซาลาเปาข้าทุกวัน  วันนี้ข้าจับนางได้จะตีจนตายเลย” 

“ในเมื่อนางขโมยซาลาเปาท่านทุกวัน  เช่นนั้นนางก็สมควรโดนตีแล้ว” 

สิ้นคำของจูเฟยหลิน  ชาวบ้านที่มามุงดูต่างด่าทอนางว่านางไร้ความเมตตาแต่งกายดีหลงคิดว่านางจะยื่นมือปันเงินในกระเป๋าเข้าช่วยเด็กน้อย ตรงกันข้ามกับยุยงในคนขายซาลาเปาทุบตีเด็กน้อยจนตายเสียด้วย  ใบหน้าหวานมิได้ใส่ใจเพียงยกยิ้มบางเบาเจ้าเล่ห์ 

“แต่น่าเจ็บใจนัก  นางขโมยซาลาเปาท่านมาตั้งนาน  ท่านตีนางตายนางก็สบายไป แต่ท่านเล่าได้สิ่งใดกัน อ่า...แบบนี้ขาดทุนเห็นๆมิเห็นได้อะไรเลยท่านว่าหรือไม่” 

ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านซาลาเปาหยุดมือคิดตามที่นางกล่าว  สายตาหวานเหลือบไปเห็นหญิงชราที่นั่งช่วยชายกลางคนนี่ขายซาลาเปา 

“มารดาของท่านชราภาพมากแล้ว  หากได้เด็กสาวคอยช่วยดูแลหยิบจับคงดีมิน้อย” 

ท่าทางที่ดูอ่อนลงนั่นทำให้จูเฟยหลินเดาได้ไม่ยากว่าชายขายซาลาเปานี้แท้จริงมิใช่คนเลวร้าย  มารดาเขาอายุมากปูนนี้เขายังพามานั่งขายซาลาเปาด้วย อีกทั้งเสื้อผ้าที่ใส่ก็ขาดหลายจุดมิได้ถูกซ่อมแซมเย็บปักชุนให้เรียบร้อย  นั่นย่อมหมายความว่าเขามิมีภรรยามาคอยดูแลตนเองและมารดาที่บ้านจึงต้องพานางที่แก่ชราแล้วมาทำงานด้วย นั่นบ่งบอกว่าเขามีความกตัญญูมิน้อย เช่นนั้นเขาย่อมมิใช่คนเลวร้ายอะไรนัก 

จูเฟยหลินประคองเด็กสาวที่นั่งกอดซาลาเปาแนบอกน้ำตาอาบแก้ม 

"รู้หรือไม่ต่อให้เจตนาเจ้าดีเพียงใดแต่การกระทำเช่นนี้ย่อมมิใช่สิ่งดี หากวันนี้เจ้าโดนตีจนตายคนที่เจ้าห่วงใยอยู่นั้นจะอยู่เช่นไร" 

เด็กน้อยเงยหน้าจดจ้องใบหน้างามคราบน้ำตายังเปาะเปื้อนแก้มนวล จูเฟยหลินเช็ดให้อย่างมิรังเกียจ 

"นายน้อยข้าผิดไปแล้ว  ข้าขอโทษ" 

"ข้ามิใช่คนที่เจ้าควรขอโทษ" 

ร่างเล็กหันไปมองชายร่างสูงใหญ่ที่เมื่อครู่ตีนางจนระบมไปทั้งตัว  มือเล็กยื่นซาลาเปาที่ก่อนหน้ากอดเอาไว้แนบอกส่งคืนให้เขา 

"ข้าผิดไปแล้ว ท่านจะตีข้าจนตายก็ได้ข้าจะมิโทษท่านสักคำ แต่ข้าขอเอาซาลาเปานี่ไปให้มารดาก่อนได้หรือไม่" 

ชายขายซาลาเปามองแววตาใสซื่อที่มีน้ำตาคลอในทีแล้วถอนหายใจยาว 

"ตีเจ้าจนตายก็แค่นั้น ซาลาเปานั้นเปื้อนแล้วข้าขายไม่ได้แล้ว  เจ้าจะเอาไปทิ้งหรือไปกินก็ตามใจเจ้า" 

ขณะที่ทุกอย่างกำลังสงบลงก็มีสตรีวัยยี่สิบต้นๆแต่ดูท่าทางอ่อนแอวิ่งฝ่าฝูงชนเขามาโอบกอดเด็กสาวผู้นั้นอีกทั้งยังร่ำไห้ปานจะขาดใจ 

“ได้โปรดอย่าตีนางอีกเลย  ข้าเป็นมารดาของนาง  ข้าผิดที่สั่งสอนนางไม่ดีได้โปรดตีข้าแทน” 

“ท่านแม่….ท่านไม่สบายอยู่เหตุใดจึงออกมาเช่นนี้” 

“เด็กโง่ข้าไม่สบายแล้วให้เจ้าทำตัวเป็นขโมยเยี่ยงนี้ได้หรือ” 

จูเฟยหลินมองสตรีต่างวัยสองคนโอบกอดกันร่ำไห้ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารมิใช่น้อย  ชายขายซาลาเปามีทีท่าอ่อนลงมารดาเขาเดินมาจับแขนบุตรชายพร้อมตบที่ต้นแขนเบาๆ 

“พอเถิด  พวกนางน่าสงสารปานนี้  เจ้าเองก็ปล่อยนางไปเถิด” 

ชายขายซาลาเปามิได้กล่าวสิ่งใดอีก  ขณะที่หญิงชราส่งซาเปาอีกหลายลูกให้สองแม่ลูก จูเฟยหลินมองสองแม่ลูกที่กล่าวขอบคุณหญิงชราด้วยน้ำตาอาบแก้ม  เด็กสาวหันมามองที่นางพร้อมส่งรอยยิ้มหวาน 

หึ..เด็กนี่เข้าใจเจตนาของนางเช่นนี้ย่อมดีมิน้อย  ความจริงเรื่องนี้เพียงจูเฟยหลินควักเงินในกระเป๋าช่วยเหลือเรื่องก็คงจบอย่างงดงาม  แต่นางมิใช่นางเอกใจดีเช่นในนิยาย การช่วยที่ดีที่สุดคือการให้พวกเขาได้คิดมากกว่า  และตอนนี้ดูเหมือนเด็กสาวตรงหน้าจะเข้าใจเจตนารมณ์ที่นางตั้งใจ  ช่างฉลาดยิ่งนัก 

จูเฟยหลินกลับมาที่เรือนในช่วงเย็นก่อนส่งขนมเซาปิ่งและกล่องไม้ให้เหลียนฮวาสาวใช้หน้ากลมรับไปด้วยความงุนงง 

“ให้ข้านำไปเก็บหรือเจ้าคะฮูหยิน” 

“ของฝากเจ้าต่างหาก” 

เหลียนฮวาทำหน้างุนงงก่อนเปิดฝากล่องไม้ ปิ่นปักผมตรงหน้างดงามยิ่งนัก นางเป็นเพียงสาวใช้ไหนเลยจะคู่ควรกับของมีค่าเช่นนี้กัน 

“ฮูหยิน ข้า..ข้ารับไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ” 

เหลียนฮวาคุกเข่าส่งกล่องไม้คืนเฟยหลินมิกล้าแม้แต่จะแตะต้องปิ่นปักผมด้านใน  นับจากนางเข้ามาเป็นสาวใช้ให้จูเฟยหลินนางก็มิเคยหวังสิ่งใดตอบแทน 

“เดี๋ยวนี้เจ้ากลายเป็นเด็กดื้อไปเสียแล้วหรือนี่” 

“ฮูหยิน…” 

“เจ้าเป็นคนของข้า  ข้าย่อมต้องดูแลเจ้ารับไว้เถิด” 

เหลียนฮวาก้มลงกลืนก้อนสะอื้นลงไปในอก  ซาบซึ้งในเมตตาของนายหญิงนักจะมีบ่าวรับใช้สักกี่คนกันที่ได้เจ้านายใจดีมีเมตตาเช่นนี้ 

ความคิดเห็น