Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

ชิงรักครั้งที่ 7 (หาเรื่อง) ลงโทษ NC-15 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]

ชื่อตอน : ชิงรักครั้งที่ 7 (หาเรื่อง) ลงโทษ NC-15 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]

คำค้น : HEART , Hanger , หัวใจชิงรัก , ภูผา , ธารา , ภูมิพฤกษ์ , เพลิงกัลป์ , วาโย , ตะวัน , yaoi , สามีแจจุง , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2560 19:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชิงรักครั้งที่ 7 (หาเรื่อง) ลงโทษ NC-15 [มีภาพปกนิยายตอนท้าย]
แบบอักษร



Part 7# Phupha**(หาเรื่อง) ลงโทษ NC - 15**

** **

               ถึงจะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ความหวานจากรสจูบของตะวันยังคงอบอวลอยู่ในปากของผมอยู่เลย แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาหัวค่ำที่คนในบ้านต่างพากันมารวมตัวกันเพื่อจะกินข้าวเย็น

               หลังจากตอนนั้นที่ผมจูบตะวันจนหนำใจ ก็ทำเอาตะวันอ่อนระทวยและไร้เรี่ยวแรงจนผมต้องอุ้มไปนอนพักในห้อง กว่าจะตื่นมาอีกทีก็ตอนที่วากลับจากโรงเรียนแล้วเข้าไปดูอาการ ซึ่งผมว่ามันก็คือการเข้าไปกวนดีๆ นี่เอง

               แม้ว่าพึ่งจะฟื้นจากอาการป่วย แต่พอตื่นมาได้สักพักตะวันก็เริ่มหยิบจับงานบ้านมาทำซะแล้ว ถึงผมกับวาจะพยายามห้าม รวมทั้งธาร พฤกษ์ และเพลิงที่พึ่งกลับมาก็ด้วย แต่ตะวันก็ยังดื้อยืนยันจะทำงานบ้านให้ได้

               นี่ถ้าไม่ติดว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย ผมคงจะจับตะวันมาจูบจนหมดแรงอีกครั้งไปแล้ว

               “พี่ภูกับตะวันนี่มีอะไรกันงั้นหรอ?”

               “หา!” คำถามนั้นของธารที่ถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาผมตกใจจนอุทานดังลั่น เล่นเอาตะวันที่กำลังทำกับข้าวอยู่ โดยมีพฤกษ์ เพลิง และวาคอยช่วย (ป่วน) หันมองมาทางนี้ด้วย

               “เป็นไรอะพี่ภู” เพลิงถามด้วยความสงสัย แต่ผมก็ตอบกลับไปโดยมองแต่หน้าตะวันที่กำลังทำหน้าสงสัยเช่นกัน

               “ไม่มีอะไรหรอก ทำกับข้าวต่อเถอะ” พอได้ยินแบบนี้แต่ละคนเลยหันไปทำกับข้าวต่อ ผมจึงหันหน้ากลับมา แต่ก็ต้องชะงักเพราะเห็นว่าธารกำลังจ้องมองมาพลางหรี่ตาลงอย่างจับผิด

               “พี่ภูนี่มีอะไรกับตะวันจริงๆ สินะ”

               “อะไรของแก พูดให้มันเคลียร์นะธาร” ตอนนี้ในใจของผมกำลังลนไปหมด ดีนะที่ผมเป็นคนสีหน้าค่อนข้างนิ่ง เลยไม่แสดงอาการอะไรออกไป

               “ที่ผมพูดก็ไม่เห็นมีอะไรเข้าใจยากตรงไหน บรรยากาศระหว่างพี่ภูกับตะวันเปลี่ยนไป ผมเลยสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็เท่านั้นเอง” ผมไม่เชื่อหรอกว่าธารจะสงสัยแค่นั้น ไม่อย่างนั้นจะเลือกถามคำถามกำกวมแบบนี้รึไง ผู้จัดการโรงแรมอย่างธารคงไม่มีทักษะการพูดแค่นี้หรอก

               “ก็ไม่มีอะไร ที่ผ่านมาตะวันพิสูจน์แล้วว่าตั้งใจทำงานเป็นแม่บ้านจริงๆ พี่เลยไว้ใจแล้วก็เลิกอคติน่ะ”

               “หืม? แค่นี้จริงหรอพี่ภู?” ธารทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ

               “จริงสิ พี่จะไปโกหกแกทำไม” ผมไม่ได้โกหก แต่แค่พูดไม่หมดเฉยๆ

               “นั่นสินะ พี่ภูไม่เห็นมีเหตุผลที่จะต้องโกหกนี่เนอะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าของธารก็ไม่ได้ดูเชื่อผมเลยสักนิด แต่ผมไม่อยากพูดแก้ตัวอะไรมากเพราะจะดูเป็นการร้อนตัวเปล่าๆ เลยได้แต่ทำหน้านิ่งเก็บอาการอยู่เหมือนเดิม

               จากนั้นไม่นานตะวันก็ทำอาหารเย็นเสร็จ พวกลูกมือทั้งหลายเลยช่วยกันยกจานมาจนเต็มโต๊ะ ก่อนที่พวกเราทุกคนจะเริ่มลงมือกินอาหารเย็นด้วยกัน

               “กินเยอะๆ นะตะวัน” พฤกษ์พูดอย่างเป็นห่วงเป็นใย แล้วตักผักในถ้วยแกงจืดไปใส่จานของตะวัน ผมมองภาพนั้นพลางขมวดคิ้ว

               “ขอบใจนะพฤกษ์” ตะวันยิ้มหวานส่งให้ เพียงเท่านั้นก็ทำเอาพฤกษ์ดีใจจนยิ้มไม่หุบแล้ว แต่ผมนี่สิกลับหน้าบึ้งตรงข้ามกับพฤกษ์โดยสิ้นเชิง

               ทางด้านเพลิงที่กลัวว่าพฤกษ์จะทำคะแนนอยู่คนเดียวเลยพูดขึ้นบ้าง จากนั้นก็ตักหมูย่าง 2 – 3 ชิ้นไปใส่ในจานของตะวันด้วย

               “กินหมูด้วยสิตะวัน”

               “ขอบใจนะเพลิง” ตะวันยิ้มหวานส่งให้เพลิงเหมือนกัน พฤกษ์ที่เห็นอย่างนั้นเลยทำหน้าเซ็งๆ ส่วนเพลิงก็ยักคิ้วกลับไปให้ แล้วทำหน้าประมาณว่า ‘อย่าคิดว่าจะชนะกู’

                ผมมองภาพนั้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนที่มันจะยิ่งทวีคูณมากกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อวาตักปลานึ่งจากในจานขึ้นมาแล้วยื่นช้อนไปที่ปากของตะวัน ไม่ได้ใส่ในจานเหมือนกับพฤกษ์และเพลิง

               “ช่างผักกับหมูก่อนนะครับพี่ตะวัน ตอนนี้มากินปลาจากผมดีกว่า อ้าม...” พอโดนช้อนจ่อที่ปากแถมยังโดนอ้อนจากวาขนาดนี้ ตะวันจะทำอะไรได้นอกจากต้องอ้าปากกินปลาเข้าไปน่ะสิ แต่เท่านั้นวายังไม่พอใจ เพราะได้ดึงช้อนกลับมาจูบ แถมยังทำเสียง ‘จุ๊บ’ เพื่อเย้ยพฤกษ์กับเพลิงอีกด้วย

               ภาพที่เห็นทำเอาผมถึงกับต้องขบกรามแน่น แถมยังกำหมัดที่อยู่ใต้โต๊ะจนเส้นเลือดมันเด่นชัดขึ้นมาอีกต่างหาก

               “หนอย...แกทำเกินไปแล้วนะไอ้วา!” ประโยคนี้ผมไม่ได้เป็นคนพูด แต่เป็นเพลิงต่างหาก จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปเขกกะโหลกวาที่อยู่ตรงข้ามอย่างหมั่นไส้ โดยมีพฤกษ์ยกนิ้วให้เพื่อชื่นชม ส่วนวาที่โดนอย่างนั้นก็โวยวายออกมาเสียงดังลั่นโต๊ะอาหาร

               การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของผม ส่วนอาการหึงและไม่พอใจของผมก็อยู่ในสายตาของคนคนหนึ่งมาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งคนคนนั้นก็คือธารนั่นเอง เพราะงั้นธารจึงขยับเข้ามาใกล้ๆ จากนั้นจึงได้กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของผมว่า...

               “เก็บอาการหน่อยพี่ภู เดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็รู้กันพอดีว่าพี่หึงตะวัน” เท่านั้นแหละผมก็ถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่จะรีบหันกลับไปถลึงตาใส่ธาร

               “พี่ไม่ได้หึง” ผมพูดด้วยเสียงรอดไรฟัน

               “หรอ? ไฟลุกท่วมตาขนาดนี้เนี่ยนะ? ถ้าไม่อยากให้จับได้ก็อย่าหลุดแสดงอาการสิพี่ภู” ธารพูดยิ้มๆ ส่วนผมที่ขี้เกียจจะแก้ตัวแล้วเลยไม่ได้ตอบอะไร แถมก็ไม่ได้อยากจะปิดบังความรู้สึกของตัวเองเท่าไหร่เลยยอมรับไปโดยปริยาย

                การที่ผมพยายามปิดบังความรู้สึกของตัวเองมาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพราะว่าไม่มั่นใจความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อตะวัน แต่ว่าผมกลัวโดนล้อหรือเหน็บแนมที่ก่อนหน้านี้ตั้งแง่และอคติกับตะวันต่างหาก

               “ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่ายอมรับว่าหึงสินะพี่ภู?”

               “เออ แล้วแกจะทำไม” ผมกัดฟันกรอด พยายามพูดด้วยเสียงที่เบาที่สุดเพื่อไม่ให้พวกที่เหลือได้ยิน

               “ก็ไม่ทำไมหรอก ผมแค่ดีใจเฉยๆ ที่ในที่สุดก็มีคนพังกำแพงภูเขาน้ำแข็งของพี่ได้แล้ว แถมคนที่พังก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่พี่เกลียดจนเคยไล่ออกจากบ้านอีกต่างหาก” ธารอมยิ้มอย่างล้อเลียน คิดแล้วเชียวว่าผมต้องโดนอย่างนี้ เพราะแบบนี้ไงผมถึงได้ไม่อยากให้ใครรู้

“ถ้าจะถามเพื่อล้อเรื่องนี้แกก็เงียบไปเลยธาร”

“แหม แค่นี้ก็ต้องโมโหด้วย พี่ภูเอาเวลาที่โมโหผมไปคิดเรื่องกำจัดคู่แข่งดีกว่า ดูสิตอนนี้ไอ้พวกนั้นแข่งกันทำคะแนนใหญ่เลย” ธารหันไปมองยังพฤกษ์ เพลิง และวา ที่ตอนนี้เลิกทะเลาะกันแล้วหันไปเอาใจตะวันเหมือนเดิม

“พี่ไม่ทำอะไรเป็นเด็กๆ แบบไอ้พวกนั้นหรอกนะ ว่าแต่แกเถอะจะมาซักไซ้พี่ทำไม หรือคิดจะหลอกถามข้อมูลจากพี่” ผมหรี่ตามองอย่างจับผิด ส่วนธารก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“หา? ผมจะทำแบบนั้นเพื่อ?”

“ก็ไม่รู้สิ เผื่อแกเบื่อรับอยากลองรุกดูบ้าง” เพราะระหว่างธารกับตะวัน คนที่รุกได้น่าจะเป็นธารมากกว่า

“เรื่องแบบนั้นผมไม่เบื่อหรอกนะ ถ้าจะเบื่อก็เพราะคู่ขาไม่ได้เรื่องมากกว่า เพราะงั้นพี่ตัดผมออกจากสารบบคู่แข่งได้เลย ส่วนวากับเพลิงจะตัดทิ้งไปด้วยก็ได้เหมือนกัน เพราะวามันคงรุกไม่ขึ้น แถมไม่รู้ว่าแผลใจมันหายแล้วรึยัง ส่วนเพลิงมันก็แค่ ‘อยากได้’ ไม่ได้คิดอะไรกับตะวันจริงจัง เพราะงั้นคู่แข่งของพี่เลยมีแค่คนเดียวนั่นก็คือพฤกษ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดด้วย”

พอลองคิดตามสิ่งที่ธารพูดมันก็ถูกต้องทุกอย่าง คู่แข่งของผมไม่ใช่ธาร เพลิง หรือวา แต่เป็นพฤกษ์ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาก็ยังเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่ตะวันมากที่สุดอีกด้วย ในขณะที่ผมกลับดีแต่จ้องจับผิดและพูดจาทำร้ายจิตใจ แล้วอย่างนี้ผมจะเอาอะไรไปสู้ได้ล่ะ

ก่อนหน้านี้ผมก็มั่นใจในระดับหนึ่งแหละว่า ตะวันคงจะมีความรู้สึกดีๆ ให้ผมหรือชอบผมบ้าง เพราะดูจากท่าทีเขินอายและยินยอมให้ผมทำนู่นทำนี่ แต่พอลองนึกดูดีๆ ตะวันก็ไม่เห็นเคยปฏิเสธใครจริงจัง แถมยังมีท่าทีเขินอายหน้าแดงกับทุกคนในบ้านอีกต่างหาก อย่างตอนนี้ก็ด้วย

ไม่ได้การล่ะ ผมว่าผมต้องหาทางพิสูจน์ความรู้สึกของตะวัน และรีบทำคะแนนแซงพฤกษ์ให้ได้ซะแล้ว

ถึงแม้ตั้งแต่เล็กจนโตผมจะเสียสละให้น้องและทำงานหนักมาโดยตลอด แต่ก็มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมจะสู้กันแบบแฟร์ๆ ไม่ยอมเสียสละเด็ดขาด เรื่องของความรักมันไม่มีพี่มีน้องและไม่มีถูกผิดหรอกนะ

เพราะงั้น...คืนนี้แหละผมจะต้องทำให้ตะวันเลือกผมและเป็นของผมให้ได้เลย!
......................................................
....................................
..................

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นั่นใครครับ?” ตะวันถามขึ้นจากในห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

“ฉันภูผาเอง เปิดประตูให้หน่อยสิ”

“ครับ” ตะวันรับคำ จากนั้นก็เงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนที่จะเดินมาเปิดประตูให้ผม

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ 5 ทุ่มแล้ว พฤกษ์กับวาเลยขึ้นห้องไปอ่านหนังสือไม่ก็เล่นโซเชียล ส่วนธารกับเพลิงก็ออกไปเที่ยวตามประสาคนชอบสนุก (แต่ไม่ผูกพัน) ดังนั้นผมเลยได้โอกาสมาเคาะห้องของตะวัน เพราะทางสะดวกไม่มีใครอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเลยแม้แต่คนเดียว

“คุณภูผามีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ”

“ฉันมาดูอาการของนายน่ะว่าดีขึ้นรึยัง” พูดจบผมก็ถือโอกาสก้มตัวลงไป เอาหน้าผากของตัวเองแนบกับหน้าผากของตะวันซะเลย

“อ๊ะ!” การกระทำนั้นทำเอาตะวันตกใจจนสะดุ้งและเบิกตากว้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขยับไปไหนหรือว่าผลักไสผมล่ะนะ

“ผม...ผมหายแล้วครับคุณผา”

“หายที่ไหนตัวยังรุมๆ อยู่เลยนะ” พูดจบผมก็ยืดตัวขึ้น จากนั้นก็แทรกตัวเข้าไปในห้อง จัดการล็อกประตูให้เรียบร้อย แล้วก็จูงมือของตะวันไปยังเตียงนอน

“นอนพักผ่อนซะ แล้วก็ไม่ต้องฝืนตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วย หัดตื่นสายๆ บ้างเข้าใจมั้ย”

“ถ้างั้นคุณภูผาก็หัดนอนเร็วบ้างสิครับ ปกติตี 2 ตี 3 ยังนั่งทำงานอยู่เลย แถมบางคืนยังโต้รุ่งไม่ยอมหลับยอมนอนอีกด้วย ทำแบบนี้มันเสียสุขภาพนะครับ” ตะวันได้ทีเลยย้อนผมคืน แต่ผมไม่คิดว่านี่เป็นการพูดตอกกลับเพื่อเอาชนะหรอกนะ ผมมั่นใจว่าที่ตะวันพูดเพราะเป็นห่วงผมจริงๆ

“ฉันจะนอนเร็วอย่างที่นายบอกก็ได้” พอผมพูดแบบนี้ตะวันก็ยิ้มกว้างออกมาทันที

“จริงนะครับ!”

“อืม จริงสิ แต่ว่า...นายต้องให้ฉันนอนที่นี่ด้วยคนนะ” เท่านั้นแหละจากที่ยิ้มอยู่ตะวันก็ทำหน้างุนงงและตกใจแทน

“หา? นอนที่นี่? ทำไมล่ะครับ?”

“ก็ฉันอยากนอนกับนายนี่นา” นอนที่ว่าผมหมายถึง ‘หลับนอน’ ไม่ใช่ ‘นอนหลับ’ หรอกนะ

“แล้วทำไมต้องอยากนอนกับผมด้วยล่ะครับ เวลาที่ผมขอร้องอะไรคุณภูผาต้องมีข้อแม้ทุกทีเลย ตั้งแต่เรื่องที่...เอ่อ...จูบผม...แทนสูบบุหรี่แล้ว” พูดถึงตรงนี้ตะวันก็เสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แถมยังก้มหน้างุดด้วยพวงแก้มที่แดงจัดอีกต่างหาก

“นายไม่รู้จริงๆ หรอว่าทำไมฉันถึงอยากนอนกับนายแล้วก็อยากจูบกับนาย” ผมพูดพร้อมกับเดินเข้าไปประชิดตัวตะวัน จากนั้นก็ยื่นสองมือออกไปโอบเอวบางเอาไว้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ตะวันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม

“เอ่อ...ไม่รู้สิครับ”

“ลองคิดดูดีๆ สิ” ผมก้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกชนเข้ากับปลายจมูกของตะวัน

“คะ...คุณภูผาไม่ชอบผม?”

“ถ้านายตอบผิดนายต้องโดนลงโทษนะรู้มั้ย” ถ้าผมไม่ชอบผมคงไม่ทำเรื่องแบบนี้กับหรอกนะ เพราะงั้นผมจึงได้ลงโทษตะวันด้วยการจูบทันที แถมยังไม่ใช่จูบธรรมดา เพราะว่าผมได้ขบเม้มที่ริมฝีปากบาง ตามด้วยการสอดลิ้นเข้าไปภายในอีกด้วย

“อื้อ...” ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มออกแรงดิ้นไปมา แต่ว่าพอผ่านไปสักพักก็เลิกต่อต้าน เพราะเรี่ยวแรงหดหายแถมยังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันดูดดื่มจากผม

“อา...” เสียงครางกระเส่าหลุดออกมาเบาๆ เมื่อผมถอนจูบออกไป ก่อนที่ตะวันจะไร้แรงยืนจนทรุดลงไปข้างล่าง ยังดีที่ผมไวกว่ารับเอาไว้ได้ทันเลยถือโอกาสรวบเอวบางมานั่งที่ตัก โดยที่ผมได้นั่งลงแล้วพิงหัวเตียงเอาไว้อีกที

“คราวนี้ถ้านายตอบผิดมันจะไม่ใช่แค่การจูบแล้วนะตะวัน”

“เอ๊ะ! ไหงงั้นล่ะครับคุณภูผา!”

“ฉันไม่ได้ให้นายถามคำถามกับฉันนะ ฉันให้นายตอบคำถามฉันต่างหาก เอาล่ะ ตอบมาสิว่าทำไมฉันถึงได้ทำเรื่องแบบนี้กับนาย” ในขณะที่พูดผมก็สอดมือเข้าไปใต้เสื้อของตะวัน จากนั้นก็ลูบไล้ร่างกายเนียนลื่นจนทั่วทุกตารางนิ้ว

“ยะ...หยุดเถอะครับ...คุณภูผา...อ๊ะ...ต้องการแกล้งผม...อื้อ...ใช่มั้ยครับ” ตะวันพูดแทบไม่เป็นภาษา ส่วนร่างกายก็สั่นสะท้านและกระตุกเกร็งเป็นจังหวะตามมือของผม

“แน่ใจแล้วนะกับคำตอบนั้น?” ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตะวันคิดแบบนั้นได้ยังไง ผมจะทำเรื่องแบบนี้กับคนที่ไม่ชอบเพราะว่าอยากแกล้งได้งั้นหรอ พูดเลยว่าไม่มีทาง

“กะ...ก็ผมคิดเหตุผลอย่างอื่นไม่ออกแล้วนี่ครับ..อ๊ะ! อ๊า!” ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยกับคำตอบของตะวัน เพราะงั้นผมเลยลงโทษโดยการใช้สองมือบีบไปที่ยอดอกเล็กๆ จากนั้นก็ขยี้ไปมาจนมันตั้งชูชันและแข็งเป็นไต

“นายตอบผิดนะตะวัน เตรียมใจรับบทลงโทษแล้วใช่มั้ย”

“หา! มะ...ไม่นะครับคุณภูผา...ยะ...อื้อ!” ผมขี้เกียจฟังคำปฏิเสธอีกต่อไปแล้ว เลยดันท้ายทอยของตะวันลงมาจูบปิดปากซะเลย การกระทำนั้นทำเอาตะวันตกใจจนตาเบิกกว้าง จากนั้นก็เริ่มต่อต้านและดิ้นไปมา แต่ว่าเพียงไม่นานเรี่ยวแรงทั้งหมดก็เริ่มหดหาย กลายเป็นว่าต้องอ่อนระทวยและตอบสนองรสจูบของผม

“อือ...อืม...อือ...” ผมดูดที่กลีบปากบางอย่างยั่วเย้า จากนั้นก็ใช้ลิ้นเลียก่อนที่จะสอดเข้าไปภายในเพื่อเกี่ยวพันกับลิ้นของตะวัน

ด้วยความที่ไร้ประสบการณ์ทำให้การตอบสนองเป็นไปอย่างไร้เดียงสา ทั้งกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็รู้สึกสุขสมจนมัวเมา เล่นเอาผมแทบคลั่งจนลืมตัวจูบอย่างรุกเร้า รุนแรง และดูดดื่มมากขึ้นกว่าเดิม

“อื้ม...อื้อ...อา...” จนกระทั่งตะวันเริ่มหายใจไม่ทันผมจึงได้ถอนจูบออกมา ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซ้ยังซอกคอขาวผ่อง ทำเอาตะวันถึงกับสั่นสะท้านและครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่าน

“อา...คุณภูผา...” สีหน้าของตะวันตอนนี้เร้าอารมณ์เป็นบ้า ดูท่าจะรู้สึกดีและเคลิบเคลิ้มจนลืมต่อต้านไปซะแล้ว ผมยิ้มกับอาการนั้นของตะวัน จากนั้นก็แหวกสาปเสื้อที่ปลดกระดุมเรียบร้อยออกไป แล้วก้มหน้าลงใช้ริมฝีปากครอบครองยอดอกสีสวยทันที

“อ๊ะ...อ๊า...” ตะวันแอ่นอกรับและร้องครางด้วยความเสียว เมื่อผมตวัดลิ้นตุ่มไตเล็กๆ ขึ้นลง จากนั้นก็ดูดกลืนยอดอกสีหวานเข้าไปในปาก ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาตะวันขยุ้มเส้นผมของผมแน่น

“อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...” เสียงครางของตะวันดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมใช้มือที่ว่างอยู่ลูบไล้ตามสีข้างของตะวันขึ้นไปจนถึงยอดอกข้างซ้าย จากนั้นก็บีบและขยี้มันทั้งๆ ที่ริมฝีปากของผมกำลังดูดเลียยอดอกข้างขวา ซึ่งนั่นก็ทำให้ความเสียวกระสันของตะวันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...คุณภูผา...อ๊ะ...อ๊า...” ตะวันครางกระเส่าและบิดกายเร่า ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาส่วนนั้นที่อยู่ภายใต้กางเกงตื่นตัวและนูนเด่นขึ้นมา แน่นอนว่าผมก็เช่นกัน ตอนนี้ผมรู้สึกปวดหนึบอยากปลดปล่อยออกมาแทบบ้า แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือการช่วยตะวันก่อนเป็นดันดับแรก

ผมล้วงมือข้างที่ว่างลงไปในกางเกงของตะวันแล้วคว้าส่วนนั้นขึ้นมา จากนั้นก็ทำการรูดรั้งขึ้นลงตามความยาว ไปพร้อมๆ กับการบีบขยี้และดูดเลียยอดอกที่แข็งเป็นไต

“อ๊า...ซี้ดด...อ๊า...” การที่ถูกผมรุกเร้าทั้ง 3 ที่พร้อมกันทำเอาตะวันเสียวสุดๆ จนหวีดร้องออกมาดังลั่น ในขณะที่ส่วนนั้นก็มีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาจากรูเล็กๆ ตรงส่วนปลาย

“อ๊ะ...อ๊า...อ๊า...อ๊า...” ยิ่งตะวันร้องครางมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งมีอารมณ์มากขึ้นเท่านั้น สารภาพตามตรงเลยว่าตอนนี้ผมอยากจะเอาท่อนเนื้อของผมออกมา แล้วจับร่างของตะวันขย่มลงมากลืนกินทั้งลำจนใจจะขาด ข้างในของตะวันคงจะร้อน ตอดรัด และดูดกลืนจนผมเสียวแทบขาดใจแน่ๆ

อา...ให้ตายสิ แค่คิดผมก็แทบจะเสร็จได้อยู่แล้ว!

“คะ...คุณภู...คุณภูผา...ผมจะ...อ๊ะ...อ๊า...จะเสร็จ...อ๊า...” ตะวันพูดแทบไม่เป็นภาษา คำพูดนั้นทำให้ผมดึงสติกลับมาแล้วเร่งปรนเปรอความเสียวซ่านให้ตะวัน โดยการบีบขยี้ยอดอกให้แรงขึ้น ตวัดลิ้นเลียพร้อมดูดดุนให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น ส่วนท่อนเนื้อที่อยู่ในมือก็รูดรั้งขึ้นลงให้เร็วขึ้นเช่นกัน

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...คุณภูผา! คุณภูผา!!” ตะวันเรียกชื่อผมดังลั่น สองมือขยุ้มที่ศีรษะของผมด้วยความเสียวจนสุดแรง ส่วนแก่นกายก็ได้ขยายใหญ่มากขึ้นแถมยังมีน้ำใสๆ ไหลออกมามากกว่าเดิมอีกต่างหาก ผมที่เห็นอย่างนั้นเลยเร่งการขยับนิ้ว ฝ่ามือ ริมฝีปาก และปลายลิ้นเพื่อเพิ่มความเสียวซ่านให้ตะวันมากกว่าเดิม

จนในที่สุด...

“อ๊ะ...อ๊า...อ๊าาาาาาาาาา!” ตะวันกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง จากนั้นก็ปลดปล่อยความเสียวทั้งหมดที่ได้รับออกมาจนเต็มฝ่ามือของผม

“อา...” ตะวันหมดแรงทรุดลงมาซบลงที่ไหล่ของผมพร้อมหายใจหอบฮัก ตอนแรกผมก็คิดว่าจะให้ตะวันพักให้หายเหนื่อยก่อนค่อยทำขั้นต่อไป แต่เสียงลมหายใจที่หอบกระเส่าแถมยังรดอยู่ที่ต้นคอ มันก็ทำเอาผมเสียววาบจนควบคุมความต้องการเอาไว้ไม่ได้แล้ว

ผมฝังใบหน้าลงที่ซอกคอของตะวัน จากนั้นก็บีบขยี้ยอดอกของตะวันจนเริ่มหลุดเสียงครางออกมาอีกครั้ง ในขณะที่ฝ่ามืออันเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่นก็อ้อมไปทางด้านหลัง แล้วทำการล้วงเข้าไปในกางเกงจนกระทั่งพบช่องทางรักอันคับแคบ

“อ๊ะ...อ๊า!!” ตะวันสะดุ้งเฮือกแล้วหวีดร้องลั่น จากนั้นก็เริ่มโวยวายและดิ้นรนเสียยกใหญ่ด้วยความหวาดกลัว

“คุณภูผาทำอะไรน่ะครับ! มะ...ไม่เอานะ! หยุดเลยนะครับ!”

“ใจเย็นๆ นะตะวัน ที่ฉันทำมันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก เดี๋ยวสักพักพอนายชินก็จะรู้สึกดีเอง” ผมเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปลูบศีรษะของตะวันเพื่อปลอบประโลม แต่ว่ามันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะตะวันยังคงตื่นกลัวและดิ้นพล่านเช่นเดิม

“ไม่! ไม่เอา! ที่ตรงนั้น...ที่แบบนั้นมันจะรู้สึกดีได้ยังไง! เอาออกไปเลยนะครับคุณภูผา! เอานิ้วออกไป! ผมไม่ชอบ! ไม่ชอบ! ไม่ชอบ!!” ตะวันร้องลั่น แถมตัวก็สั่นและน้ำตาไหลพราก ทำเอาผมรู้สึกผิดและสงสารจับใจจึงได้ถอนนิ้วออกมา

ถึงแม้ว่าผมจะอยากแค่ไหน แต่ถ้าตะวันไม่เต็มใจผมจะฝืนทำต่อได้ยังไงกันล่ะ

“ชู่วววว ไม่เอาไม่ร้องนะตะวัน ฉันไม่ทำต่อแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะเด็กดี” ผมโอบกอดร่างอันสั่นเทาของตะวันเอาไว้ ในขณะที่กำลังลูบศีรษะกลมมนและก้มหน้าลงไปจูบที่ขมับ

เนิ่นนาน...กว่าร่างกายของตะวันจะหยุดสั่นและไร้เสียงสะอื้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงปลอบตะวันต่อไป จนกระทั่งตะวันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

“ตะวัน หลับแล้วหรอ” ผมถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงลมหายใจอันสม่ำเสมอที่บอกให้รู้ว่าตอนนี้ตะวันได้หลับไปแล้วจริงๆ

ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ค่อยๆ เอนตัวตะวันนอนลงบนที่นอน ก่อนที่จะเอาทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้ เมื่อเรียบร้อยแล้วผมก็ล้มตัวลงนอนข้างตะวัน จากนั้นก็ใช้วงแขนโอบกอดร่างอันบอบบาง ตามด้วยการก้มหน้าลงไปจูบที่หน้าผากมน แล้วจึงกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบาออกมาว่า...

“ชอบนะตะวัน...ฉันชอบนาย”

2BC


​อั้ยยยยย สวัสดีค่ะทุกคน หัวใจชิงรักตอนที่ 7 ก็จบไปแล้วน้า อ่านจบแล้วมีใครเสียเลือดบ้างน้อ หวังว่าคงจะเสียแค่นิดหน่อยพอให้เป็นกระสัย ไม่ได้ทำให้หมดตัวไปแล้วหรอน้า > < ​ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนจะหมั่นไส้ เห็นใจ สมน้ำหน้า หรือว่าสงสารคุณภูผาดีที่หาเรื่องลงโทษตะวัน ที่ทำไปน่ะกำไรทั้งน้าน พอรู้ใจตัวเองพี่แกก็รุกหนักจากหลังเท้าเป็นหน้ามือเลย นี่ถ้าตะวันไม่ตัวสั่นเพราะกลัวก่อน คิดว่าคืนนี้ลูกแกะน้อยคงไม่พ้นหมาป่า (จอมหื่น) แน่เลยนะเนี่ย

ส่วนตอนหน้ามาลุ้นกันค่ะว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป จะได้เห็นตะวันบรรยายหรือว่ายังคงเป็นภูผาอยู่ก็ต้องติดตามแล้วค่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคิดว่าวันอาทิตย์น่าจะอัพให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ มาเอาใจช่วยคู่ภูตะวันกันด้วยน้า สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่เข้ามาอ่านและเม้นให้นิยายเรื่องนี้ จะมากจะน้อยเราก็อ่านอย่างมีความสุขทุกครั้ง ขอบคุณจริงๆนะคะ รักทุกคนน้า จุ๊บบบบบ

​ปล.ตอนนี้เรื่องดำเนินได้มาถึงช่วงกลางๆแล้ว เพราะงั้นเราก็เลยเอาหน้าปกนิยายมาให้ชมกัน ซึ่งมันน่ารักมากกกกก เป็นลายเส้นของคุณ Raemin และเราหวังว่าทุกคนคงจะชอบกันนะคะ 


ส่วนเรื่องนี้จะเปิดพรีวันไหน? เรายังไม่แน่ใจเลยค่ะ บางทีอาจจะเป็นกลางเดือนหน้า ราคาก็คงเบาๆ 200 กว่าๆ เปิดจองประมาณ 1 เดือน ซึ่งเราจะมาแจ้งอีกทีหลังจากได้รายละเอียดที่ชัดเจนนะคะ ยังไงก็ขอฝากรับเลี้ยงหนุ่มๆกันด้วยน้า   (27 ก.ค. 60)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}