Pink_Pen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Intro...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 339

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2560 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Intro...
แบบอักษร


คฤหาสน์ขนมหวาน (ไอ้จอมรบน้องชายผมมันเรียกอย่างนั้น)      

“ว่าไงนะคะพ่อ!”


เป็นอีกครั้งที่ผมได้ยินเสียงของเด็กสาวสามคนตะโกนถามผู้เป็นพ่อขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงของพวกเธอทำเอาผมรู้สึกแสบแก้วหู ต้องรีบหันไปมองหน้าจอมทัพกับจอมรบที่นั่งขนาบอยู่ข้างๆ ทั้งซ้ายและขวา แล้วต่างพากันลอบถอนหายใจทิ้งซ้ำๆ อย่างที่พวกเราสามคนทำมาแล้วตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา


                ก่อนอื่นผมคงต้องขอแนะนำตัวกับทุกคนก่อน ผมชื่อ ‘จอมพล’ ส่วนจอมทัพ กับจอมรบคือน้องชายของผมเอง เราสามคนพี่น้องมาที่คฤหาสน์ขนมหวานนี่เพื่อทำภารกิจบางอย่างที่คุณลุงไหว้วานให้มาช่วยเหลือแม้ว่าพวกผมจะไม่ได้เต็มใจนักเพราะไอ้ภารกิจที่ว่ามันไม่ใช่งานถนัด


โดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าตัวเองเหมาะที่จะเป็น ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ สักเท่าไหร่ แต่เพราะอยากตอบแทนคุณลุง ผมกับน้องชายอีกสองคนก็เลยต้องมา ซึ่งเหตุผลของผม ก็คงไม่ต่างจากเหตุผลของจอมทัพกับจอมรบที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ ผมสักเท่าไหร่นัก


                “ก็อย่างที่ลูกๆ ได้ยิน”


                “ไม่ได้ยินค่ะ ขออีกรอบ” ลูกสาวคนโตของคุณลุงพูดขึ้นมาพลางชำเลืองหางตามองมาทางผมนิดหน่อยเหมือนไม่เต็มใจอยากจะมองนัก ดวงตาคมกลมโตของเธอที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หันมามองผมเต็มๆ ตาแต่ผมก็พอจะเดาได้ว่าเธอคงกำลังรู้สึกไม่พอใจผมอยู่ลึกๆ


                “งั้นพ่อจะพูดอีกรอบ ลูกทั้งสามคนตั้งใจฟังพ่อให้ดีก็แล้วกันนะ พ่อมีเวลาไม่มาก อีกสักพักพ่อต้องรีบไปสนามบินแล้ว”


                “พ่อจะพูดอะไรก็พูดมาเลยค่ะ แต่ถ้าพ่อไม่เข้าหู หนูจะกรี๊ดให้บ้านแตกเลย ไม่เชื่อคอยดู” น้องคนเล็กสุดของบ้านพูดขึ้นบ้าง หน้าตาของเธอจริงจังมากกว่าพี่สาวทั้งสองคนของเธอซะอีกแน่ะ


ผมล่ะอยากเห็นจริงๆ ว่ากรี๊ดจนบ้านแตกอย่างที่เธอว่ามันจะเป็นยังไง แล้วเธอจะทำได้อย่างที่พูดจริงรึเปล่า


                เฮ้อ! แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมยังทำได้แค่เพียงทอดถอนลมหายใจทิ้งเพื่อฆ่าเวลา


                ผมส่ายหัวเบาๆ แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นขยับแว่นสายตานิดหน่อยเพราะมันเริ่มจะตกลงมาเรื่อยๆ ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วที่ผมเข้ามานั่งอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ขนมหวานสีงาช้างแห่งนี้ ซึ่งทั้งผมและน้องชายของผมอีกสองคนต่างก็ได้ยินคุณลุงพูดเรื่องนี้ซ้ำๆ มาตั้งแต่ที่พวกเราก้าวเท้าเข้ามาถึงที่นี่เลยก็ว่าได้


                “พ่อต้องบินไปทำงานที่ญี่ปุ่นสามเดือน และระหว่างที่พ่อไม่อยู่ พวกเขาทั้งสามคนจะทำหน้าที่ดูแลลูกๆ แทนพ่อ”


                “ไม่เอาค่ะ!!!”


ทั้งสามคนร้องบอกออกมาพร้อมกัน ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่คุณลุงพูดเรื่องที่จะให้พวกผมมาช่วยดูแลพวกเธอตลอดระยะเวลาสามเดือนที่คุณลุงต้องบินไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นแหละ


ทีนี้ทุกคนคงเข้าใจคำว่า ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ ที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้นแล้วนะ ผมยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่าผมคิดว่าผมไม่ถนัดงานแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะดูจาก ‘เด็ก’ สามคนตรงหน้านี้แล้ว ผมว่าหลานผมที่อายุเจ็ดขวบ ยังน่าจะพูดด้วยแล้วเข้าใจง่ายกว่า อีกอย่างก็คือผมอายุยี่สิบเก้าแล้ว ผมไม่ถนัดเรื่องการหว่านล้อมหรือหลอกล่อเด็กด้วยขนมหรือคำพูดหวานๆ หรอก


                “ไม่ได้นะคะพ่อๆ ทำแบบนี้มันไม่ถูก” พี่สาวคนโตยังคงรีบยกมือแย้งขึ้นมาเสียงดังเหมือนเดิม และพอพูดจบ เธอก็หันมามองหน้าผมตาขวาง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เราได้สบตากัน อย่างจริงจัง


ผู้หญิงที่กำลังจ้องหน้าผมเหมือนผมเพิ่งจะขโมยจูบแรกของเธอมามีชื่อว่า ‘โดนัท’ เธอเป็นลูกสาวคนโตของคุณลุง ทายาทของคฤหาสน์ขนมหวาน


โดนัทเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างสูง ผิวขาว เธอมีดวงตากลมโตเหมือนตัวการ์ตูนที่เพิ่งจะเดินหลุดออกมาจากการ์ตูนตาหวานของญี่ปุ่นยังไงอย่างงั้น เส้นผมของเธอสีดำขลับยาวตรงสยายจนถึงกลางแผ่นหลัง ซึ่งมันช่วยขับสีผิวของเธอที่ขาวอยู่แล้วให้ยิ่งดูขาวขึ้นพิเศษ แถมยังพลอยทำให้ดวงตาของเธอกลมโตและคมเข้มยิ่งขึ้น


จากข้อมูลคร่าวๆ ของเธอที่คุณลุงส่งให้ผม ตอนที่เอ่ยปากไหว้วานให้พวกผมมาช่วยดูแลพวกเธอที่นี่ก็คือโดนัทเรียนนิเทศปีสี่  ย้ำว่าปีสี่! แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับทำให้ผมคิดว่านิสัยของเธอง้องแง้งราวกับเด็กปอสี่ซะมากกว่า เพราะตั้งแต่ที่ผมนั่งสังเกตพฤติกรรมของเธอตั้งแต่มาถึง สิ่งที่ผมเห็นว่าทำอยู่บ่อยๆ ก็คือการแอบมองมาทางผมแล้วเบะปาก หรือถ้าเธอรู้ว่าผมมองอยู่ เธอก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ผมซะอย่างนั้น ซึ่งผมว่าคนที่ใกล้จะเรียนเขาน่าจะมีวุฒิภาวะมากกว่าจะมีนิสัยเด็กๆ แบบนี้น่ะนะ


                “ใช่ค่ะ อยู่ๆ พ่อจะให้กลุ่มชายแปลกหน้าแถมยังอยู่ในวัยเจริญพันธ์ตั้งสามคนมาอยู่ร่วมบ้านกับลูกสาวของพ่อง่ายๆ แบบนี้ยังไงคะ รู้จักกันสักนิดรึก็เปล่า คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจหรอกนะคะ มันไม่เห็นจะน่าไว้ใจเลยสักนิด!”


                อืม คำพูดคำจาแก่แดดแก่ลมแบบนี้ทำให้ผมถึงกับกัดฟันแน่น แทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากหญิงสาวผู้ที่มีใบหน้าแสนจะอ่อนหวานอย่าง ‘คัพเค้ก’  ลูกสาวคนกลางของคุณลุง ขนาดจอมทัพที่ว่าผู้หญิงสวยๆ ต่างยอมสยบยังถึงกับต้องมองไปใบหน้าสวยหวานของเธอด้วยสองตาโตๆ แล้วออกอาการส่ายหัว


“ฉันเลือกหรอกน่า” ผมได้ยินจอมทัพรำพึงรำพันแบบนั้นออกมาเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ


คัพเค้กเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนหวาน เธอมีเส้นผมน้ำตาลเข้มที่ถูกดัดเป็นลอนใหญ่ๆ ช่วยเสริมให้ใบหน้าของเธอดูหวานขึ้นถนัดตา แต่ก็ขัดกับคำพูดของเธอที่ออกจะขวานผ่าซากแบบถนัดหูด้วยเช่นกัน


เธอเรียนอยู่คณะบัญชี ปีสอง ซึ่งมันก็ขัดกับเด็กบัญชีในทัศนคติของผมโดยสิ้นเชิงอีกเหมือนกัน เพราะเธอดูไม่มีความละเอียดเรียบร้อยเลยสักนิด แถมยังชอบพูดจากก้าวร้าวราวไม่สมกับใบหน้าหวานๆ ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว


                ผ่านมาแล้วสองคน นอกจากผมจะยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองแล้ว ผมว่าผมเริ่มมองเห็นเค้าลางของความวุ่นวาย


                “แต่พ่อไว้ใจพวกเขา” คุณลุงยืนยันแบบนั้น ทำให้คัพเค้กเงียบลงทั้งที่เธอทำท่าเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อ และสุดท้ายเธอก็ไม่วายหันมามองค้อนใส่พวกผมทั้งสามคน ก่อนจะยอมสงบปากสงบคำลงอย่างไม่มีทางเลือก


                “แล้วทำไมพ่อถึงไว้ใจพวกเขา แต่ไม่ไว้ใจลูกสาวของตัวเองล่ะคะ ทำไมพ่อต้องให้พวกเขามาอาศัยอยู่ที่บ้านเราด้วย พวกเราทุกคนโตแล้วนะคะ อีกอย่างที่บ้านเราก็มีครบแล้วทั้งแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ พ่อจะให้พวกเขามาอยู่ในฐานะอะไร ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือมันเปลืองค่าใช้จ่ายมากนะคะ ทั้งค่าไฟ ค่าแอร์ ค่าอาหารที่มันต้องเพิ่มขึ้นมาอีกแน่ๆ”


                ผมได้แต่ลอบมองเสี้ยวหน้าของ ‘แยมโรล’ น้องสาวคนเล็กของครอบครัวนิดหน่อย เพราะไม่อยากจะเสียมารยาทต่อหน้าคุณลุง จากท่าทางการนั่งนับนิ้วของเธอแล้วเดาว่าเธอคงกำลังคิดบวกลบคูณหารค่าใช้จ่ายภายในบ้านที่กำลังจะต้องเพิ่มขึ้นมาเมื่อพวกผมย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่  แต่แทนที่เธอจะรักษาความมีมารยาทของเจ้าของบ้านที่พึงมีต่อแขกอย่างพวกผมสักนิด เธอกลับมองผมตาขวางอย่างไม่คิดจะหลบสายตาหรือเกรงใจใครเลยด้วยซ้ำ แม้แต่คุณลุง


นิสัยแบบนี้ผมเดาว่าเธอคงถูกสปอยล์มาตั้งแต่เด็ก ท่าทางว่าคงไม่เคยถูกใครขัดใจมาก่อนแน่ๆ และที่ดูจะเป็นจุดขายของเธอก็น่าจะเป็นความงก แล้วก็ไม่ยอมใครง่ายๆ นั่นแหละ


ส่วนเรื่องการศึกษา แยมโรลเป็นเฟรชชี่ที่เพิ่งเข้ามหาฯ ลัยปีนี้เป็นปีแรก และเลือกจะเจริญรอยตามคัพเค้ก ด้วยการเลือกเรียนบัญชี ซึ่งผมก็คิดว่ามันเหมาะกับนิสัยคนขี้งกอย่างเธอดี


“เหอะ เดี๋ยวรู้กันยัยแสบ” จอมรบพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือพลางช้อนตามาที่ผมอย่างรู้กัน


ตามที่พวกเราได้ตกลงกับคุณลุงเอาไว้ก็คือเราจะช่วยกันทำงานด้วยการแบ่งหน้าที่กันไปดูแลพวกเธอคนละคน ผมดูแลโดนัท จอมทัพดูแลคัพเค้ก ส่วนจอมรบจะดูแลแยมโรล เพราะพวกเราและคุณลุงต่างคิดเหมือนกันว่าถ้าขืนให้สามสาวพี่น้องนี่รวมตัวกันคงมีแต่ปัญหา และเดาว่าคงพากันสร้างแต่เรื่องน่าปวดหัวให้พวกผมแน่ๆ


ผมได้แต่ส่ายหัวปรามๆ จอมรบเอาไว้นิดหน่อยเพราะผมเองก็พอจะรู้จักนิสัยของจอมรบอยู่บ้าง หมอนี่เองก็เป็นลูกคนเล็ก ดูท่าว่าจะไม่มีใครยอมใครง่ายๆ แล้วถ้าเกิดว่ามีเรื่องกันขึ้นมา ปวดนี่แหละคนที่ต้องปวดหัวที่สุด


                “แต่พ่อตัดสินใจแล้ว”


                “พ่อ!!!”


นั่นไงล่ะ สุดท้ายพอทุกอย่างเหมือนจะจบลงได้ สามคนพี่น้องนี่ก็พร้อมใจกันเริ่มเรื่องขึ้นมาใหม่เพราะอยากให้คุณลุงเปลี่ยนตอนจบของเรื่อง


                ผมถอนหายใจเซ็งๆ แล้วอมยิ้มนิดๆ ให้กับคุณลุงที่หันมามองหน้าพวกผมด้วยสายตาเหนื่อยใจ ผมรู้ว่าคุณลุงเองก็ค่อนข้างเกรงใจพวกผมเพราะคุณลุงย่อมรู้จักนิสัยของลูกสาวทั้งสามคนของตัวเองดี แต่เพราะพวกผมเองก็อยากตอบแทนบุญคุณของคุณลุงที่คุณลุงคอยช่วยเหลือครอบครัวของพวกผมมาตลอด ดังนั้นถ้าครั้งนี้พวกผมพอจะตอบแทนบุญคุณของคุณลุงได้บ้าง ถึงแม้ว่ามันคงจะไม่ง่าย แต่พวกเราก็...ควรจะยินดี


อีกอย่างก็คือ...ไม่ใช่ว่าพวกผมจะไม่รู้สักหน่อยว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะเริ่มเตรียมใจและวางแผนรับมือกันมาบ้างแล้วตั้งแต่ที่คุณลุงเล่าเรื่องของพวกเธอให้พวกเราฟัง


แรกๆ ก็แอบสงสัยว่าทำไมคุณลุงถึงได้ดูเป็นห่วงพวกเธอนัก เพราะอายุอานามของแต่ละคนก็น่าจะดูแลตัวเองกันได้หมดแล้ว แต่พอได้มานั่งอยู่ในห้องนี่ครึ่งชั่วโมง ผมว่าผมไม่สงสัยแล้วหละ


                “พอๆๆ เลิกโวยวายเป็นเด็กๆ กันได้แล้ว เพราะยังไงพ่อก็ตัดสินใจไปแล้ว สรุปเลยก็แล้วกันว่าตลอดระยะเวลาสามเดือนที่พ่อไม่อยู่ จอมพล จอมทัพ แล้วก็จอมรบจะมาอยู่ดูแลลูกๆ แทนพ่อที่นี่”


“ไม่ค่ะ!!!”


                “ลูกๆ ต้องเชื่อฟังพวกเขา ไม่อย่างนั้นพ่อจะถือว่าลูกขัดคำสั่งของพ่อ เข้าใจมั้ย” คุณลุงพูดทิ้งท้ายเสียงเรียบอีกครั้ง เน้นคำว่าคำสั่งชัดๆ จนพวกเธอต้องนั่งทำหน้าตาบูดบึ้งเมื่อรู้ว่าคงเปลี่ยนคำสั่งไม่ได้ (ทั้งที่น่าจะรู้ได้ตั้งนานแล้ว)


“อ้อ เกาะที่พ่อไปอยู่ มันอาจไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์สักเท่าไหร่ ถ้าติดต่อพ่อไม่ได้ก็อย่าตกใจล่ะ ยังไงพ่อจะรีบหาทางติดต่อกลับมาลูกให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน”


                “ไม่เอาแบบนี้ค่ะพ่อ ไม่เอา แยมไม่ชอบเลย” แยมโรลพูดเร็วๆ พร้อมกับส่ายหัวไปมาซ้ำๆ จนคุณลุงหลุดยิ้ม ก่อนที่สายตาอ่อนโยนของคุณลุงจะมองกลับมาที่พวกผมอย่างต้องการจะฝากความหวังเอาไว้ที่พวกเรา


                “ลุงฝากดูแลทางนี้ด้วยนะหนุ่มๆ”


                “ไม่ต้องห่วงครับคุณลุง”


                “พ่อคะ!!!”


                “เอาล่ะ พ่อต้องไปแล้ว หลังจากนี้ถ้าใครมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพวกเขาได้เลย แล้วอีกสามเดือนเจอกันนะลูกรักของพ่อ”


                “พ่อคะพ่อ!!!”


***พร้อมแล้วในรูปแบบ E-Book***

https://goo.gl/TEwFtP

https://goo.gl/TEwFtP

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น