ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน

ตอนที่ 32 ตบเรียกสติ

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 ตบเรียกสติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2563 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 ตบเรียกสติ
แบบอักษร

 

“ที่นี้ก็ถึงตาแกแล้วแกริค” กัสหันไปพูดกับแกริค ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย แกริคไม่อาจหลีกเลี่ยงการประลองนี้ได้ หากหนีก็เท่ากับขลาดกลัว 

“แกแน่ใจแล้วเหรอว่าจะทำแบบนี้?” 

“ใช่ แกโครตน่ารำคาญเลยว่ะแกริค” การกระทำของแกริคในวันนี้ทำให้เขารู้สึกรำคาญ และไม่พอใจจริงๆ 

“ท่านพ่อจะต้องไม่พอใจ” 

“คิดว่าฉันสนงั้นเหรอ?” 

“ท่านพ่ออุตส่าห์ให้โอกาสแกกลับมาอีกครั้ง แต่แกกลับบอกไม่สนท่านพ่อ แบบนี้คิดว่าใช้ได้แล้วเหรอ?” 

“จะพูดอะไรพูดไปเถอะไม่ซึ้งว่ะ” 

“กัส! แก!” 

“อย่ามัวแต่เห่า เข้ามาเลย” กัสกระดิกนิ้วเรียก แกริครู้สึกเหมือนโดนหยามจึงใช้เวทย์ธาตุสายฟ้าเข้าโจมตี! 

“ศรสายฟ้า!” ลูกศรสายฟ้าพุ่งเข้ากัสห่าใหญ่ จะว่าไปหนึ่งในสามธาตุของแกริคก็คือสายฟ้า ซึ่งเป็นธาตุเดียวกับเขา 

“ปกป้อง!” กัสเรียกบาเรียออกมาป้องกัน แกริคขมวดคิ้วเข้าหากัน พลังเวทย์ระดับแปดขั้นต้นของเขาไม่อาจทะลวงบาเรียของกัสได้ 

“พลังเวทย์ของแกระดับไหนกันแน่?” แกริครู้แค่ว่าห้องS เป็นพวกมีพรสวรรค์พิเศษ ถ้าไม่มีมากกว่าสามธาตุ ก็ต้องพลังเวทย์ระดับแปด แต่กัสมันน่าจะเกินกว่าที่เขาคาดเขาเอาไว้ 

“ฉันละชอบจริงๆ ที่โรงเรียนไม่ประกาศผลการวัดพลัง มันทำให้พวกโง่ๆอย่างแก เรียงตัวกันมาให้ฉันกระทืบ” เรื่องระดับพลังอาจารย์จะรู้ แต่ไม่ประกาศโจ้งแจ้งให้คนทั่วไปทราบ หากนักเรียนผู้นั้นไม่ยินยอม นั่นเป็นสาเหตุที่แกริคไม่รู้ระดับพลังที่แน่นอนของเขา 

“กัสนี่แก!” 

“หึหึ ลองกินเวทย์สายฟ้าของคนอื่นบ้างเป็นไงแกริค สายฟ้าฟาด!” กัสใช้สายฟ้าขนาดใหญ่เข้าโจมตีแกริค ท่ามกลางความตกใจของทุกคน พลังขนาดนี้ไม่ต่ำกว่าขั้นเก้าแน่นอน! 

“เปรี้ยง!” เสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่ม แม้จะธาตุเดียวกัน แต่ถ้ามันมากเกินไปก็รับไม่ไหว แกริคป้องกันแล้ว แต่ด้วยความต่างของระดับทำให้เจ็บหนัก เข่าทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้น ก่อนจะสลบนิ่งไป 

“จะต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้งว่าให้รู้จักทำหน้าที่” กัสหันไปมองหน้ากรรมการ 

“ผะ... ผู้ชนะคือกัสการ์เซีย!” 

“เขาชนะ...” 

“เขาชนะจริงๆด้วย ที่ลือกันว่าดยุกริชาร์ทตามง้อให้กลับบ้านต้องจริงแน่ๆ” เสียงซุบซิบดังขึ้นแต่กันไม่ใส่ใจ เขาเดินตรงไปทางเจ้าชายเอ็ดการ์ดกับเบลซ แล้วเอ่ยท้าทายขึ้น 

“ที่นี้ก็เหลือแค่สอง เอายังไงดีล่ะ? อยากจะแก้แค้นให้พวกพ้องไหม?” 

“พวกเรา... ” / “หยุดเดี๋ยวนี้นะกัส!” ยังไม่ทันที่จะรู้ว่าทั้งคู่จะตอบรับหรือไม่ เสียงของเกรซก็ดังขึ้นเสียก่อน เธอพุ่งมาหากัสด้วยท่าทางโกรธเคือง 

“เกรซ...” 

“ใช่! เธอบ้าไปแล้วหรือไง ทำไมทำแบบนี้?” 

“โห่...เธอโกรธที่เจ้าพวกนั้นเจ็บงั้นเหรอ?” กัสถามพลางหันไปมองเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดกับแกริค ในขณะที่เกรซตาแดงก่ำ เธอสุดจะทนกับกัสในตอนนี้แล้ว เขาไม่ฟังใคร และเอาแต่อารมณ์ตนเป็นใหญ่ 

“เพี๊ยะ!!!” 

“เกรซ...” กัสมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆเธอจะตบเขา 

“หายบ้าหรือยัง?” 

“เธอ... ” 

“ฉันถามว่าหายบ้าหรือยัง! หยุดทำอะไรสิ้นคิดเสียที” 

“ฉันน่ะเหรอสิ้นคิด?” 

“ใช่ฉันพบท่านอีเมอร์สัน ท่านบอกว่าเธอบาดเจ็บจากการต่อสู้กับครัมปัส ฉันไม่รู้ว่าเธอโง่หรือบ้า ไปสู้กับมันตามลำพัง เจ็บมาไม่พอ ยังมาประลองกับคนพวกนี้อีก ถามจริงเถอะห่วงตัวเองบ้างไหม?” เกรซต่อว่ากัสมาเป็นชุด แต่ละคำก็จี้ใจดำทั้งสิ้น 

กัสเม้มริมฝีปากเขาหากัน จริงอย่างเธอว่า เขากำลังทำอะไรอยู่ และทำแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา ทั้งที่เคยรอบคอบแท้ๆ แต่หลายครั้งหลายครากลับปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจนทำตัวโง่งม 

“ดูเหมือนฉันจะทำอะไรโง่ๆลงไปสินะ” 

“ใช่ ตั้งแต่เรื่ิองครัมปัสแล้ว เธอควรจะพาคนอื่นไปได้ไม่ใช่บุกเดี่ยว แล้วก็นี่อาการบาดเจ็บยังไม่หายแท้ๆกลับรับคำท้า” คำพูดของเกรซ ทำให้คนที่ได้ยินรับรู้ถึงความกล้าหาญของกัส รวมไปถึงความสามารถด้านการต่อสู้ที่ขนาดเจ็บยังเอาชนะมาได้สองคนรวด 

“ฉันขอโทษ” กัสรู้สึกผิดขึ้นมา ไม่ใช่แค่โง่และบ้า เขาเองประมาทเลิ่นเลอในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องนักบวชหญิงนั่น รวมไปถึงการประลองกับคนถึงสองคน 

“คนที่เธอควรขอโทษ พี่ว่าไม่ใช่พี่ พวกพ้องของเธอต่างหากล่ะกัส พวกเขาพร้อมเคียงข้างเธอ แต่เธอกลับทำอะไรไม่คิดให้ดี” 

“นั่นสินะ ขอโทษนะริดดิก ลำดับหนึ่ง ลำดับสอง ทั้งที่ทุกคนยินดีอยู่เคียงข้าง แต่ฉันกลับทำอะไรโง่ๆ ” 

“ไม่เป็นไรหรอก” 

“ใช่ครับคุณริดดิกพูดถูก แต่ครั้งหน้าสู้กับครัมปัสโปรดเอาพวกเราไปด้วย” ลำดับสองพูดขึ้นอีกคน กัสคลี่ยิ้มออกมาบางๆ 

“อืมได้ แต่ที่ฉันไปสู้มาไม่ใช่ครัมปัสหรอกนะ” 

“อะไรกันก็ท่านอีเมอร์สันบอกมาแบบนั้น” เกรซขมวดคิ้วเข้าหากัน ในขณะที่กัสกรอกตาไปมา 

“ให้ตายเถอะ ตาแก่นั่น” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ  คราวนี้ตาแก่นั่นหลอกเกรซได้หน้าตาเฉย สงสัยเขาต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว 

“ไม่ใช่ครัมปัสแล้วมันอะไรล่ะครับท่านกัส” ลำดับหนึ่งถามขึ้น 

“ก็แค่พวกสาวกจอมมาร ทำพิธีเรียกจอมมารเท่านั้นเอง” 

“เท่านั้นเอง นายพูดว่าเท่านั้นเองได้ไงกัส มิน่าล่ะนายถึงได้เจ็บตัวกลับมา” ริดดิกตาพองเมื่อรู้ว่ากัสไปสู้กับอะไรมา 

“นายไปสู้กับพวกสาวกจอมมารมาอย่างนั้นเหรอ?”   เจ้าชายเอ็ดการ์ดขยับเข้ามาถามสีหน้าเครียดขรึม 

“ก็แค่สาวกตัวเล็กตัวน้อย” 

“ถึงจะเป็นสาวกตัวเล็กตัวน้อย นายก็ต้องรายงานเรื้องนี้ขึ้นสภาเวทย์ แล้วก็นะเรื่องของจอมมารมันไม่มีทางเป็นเรื่องเล็กน้อย ประเทศเราอาจล่มสลายได้ ถ้าปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป” 

“โอ้...ดูเป็นงานเป็นการมาก แต่ว่านะ ท่านอีเมอร์สันก็อยู่ด้วย ท่านอาจจะรายงานเรื่องนี้เอง แล้วก็นะลืมไปแล้วเหรอว่ากระหม่อมเพิ่งกลับมาจากเมืองเถื่อน ไม่เหมาะจะไปที่ปรากฏตัวในสภาเวทย์หรอกพะย่ะค่ะ” 

“นายกำลังปัดความรับผิดชอบ” 

“กระหม่อมว่าการที่ทางการปล่อยให้เหตุการณ์เล็กลุกลามไม่แก้ไข ต่างหากคือการปัดความรับผิดชอบ และที่กระหม่อมผู้เป็นแค่สามัญชนยื่นมือเข้าช่วยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างสุดกำลังนั้น ถือว่าทำหน้าที่ในฐานะประชาชนของประเทศได้ครบถ้วนแล้ว” กัสพูดไปพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าชายเอ็ดการ์ด เด็กหายไปสิบกว่าคน ไม่เห็นว่าพวกขุนนางกับเชื้อพระวงศ์จะสนใจ พอกลายเป็นว่าเหตุเกิดจากสาวกของจอมมารทำมาเป็นตาพอง 

“แต่ว่า... ” 

“อ๊ะ!? กัสการ์เซียเลือดของนายมัน...” ฟิโอน่าพูดขัดเจ้าชายเอ็ดการ์ดขึ้น และเพราะคำพูดขิงเธอทำให้เขาก้มลงมองท้องของตังเอง 

“สงสัยแผลเปิด” 

“ไม่ต้องมาสงสัยแล้ว ไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!” เกรซออกคำสั่ง พร้อมล็อคแขนลากเขาออกมาจากบริเวณสนามประลอง ฟิโอน่า ริดดิกกับพสกลำดับก็วิ่งตามมาด้วย 

“บ้าที่สุด เธอมันบ้ากัส” เกรซพึมพำต่อว่าไปตลอดทาง 

“ขอบใจนะ” 

“อะไรกัน พี่ด่าว่านายมาตลอดทางแท้ๆ” 

“แต่นั่นก็ว่าเพราะห่วงไม่ใช่เหรอ?” กัสคลี่ยิ้ม จะว่าไปเกรซก็เป็นพี่ที่ไม่แย่นัก เธอเตือนสติเขา และคอยห่วงใย เธอทำหน้าที่พี่คนหนึ่งได้ดีทีเดียว 

“เป็นน้องชายเหมือนกันแท้ๆกลับแตกต่างกันได้ขนาดนี้ ” 

“หืม?” 

“ถ้าเป็นแกริคเขาจะไม่ฟัง แบบนี้หรอกนะ” 

“ก็นั่นมันไอ้โง่แกริค สิ่งที่เธอเตือนมา ฉันว่าเธอเตือนเพราะหวังดีจริงๆ ฉันก็ต้องฟังสิ” กัสพูดออกมา เกรซหันมามองหน้าแล้วน้ำตาคลอ 

“ขอบใจนะกัส” 

“ทั้งสองคนเป็นพี่น้องที่อบอุ่นดีจริงๆ” ฟิโอน่าพูดชมขึ้น พี่เตือนน้องฟัง ดูอบอุ่นอย่างประหลาด 

“โชคดีที่กัสยอมรับคำขอโทษ ที่ฉันละเลยเขา ไม่อย่างนั้นฉันก็คงยิ้มไม่ออกอย่างนี้แน่” เกรซพูดขึ้น ดวงตาที่มองกัสเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ตัวละครล่าสุด 

​ตัวละครหลัก ณ ตอนนี้ 

 

กัส การ์เซีย ปัจจุบันอายุสิบสี่ใกล้จะสิบห้า มีผมสีดำ ตาสีมรกตธาตุสายฟ้า เป็นผู้ได้รับความทรงจำจากชาติที่แล้วนิสัยประเภทอะไรจะเกิดก็เกิด ปล่อยเลยตามเลย ขออย่างเดียวไม่ถึงตายเป็นพอ ก่อนระลึกชาติได้ห่วยทุกเรื่องมีดีแค่ความจำดี หลังจากระลึกชาติก็อยู่ในช่วงเริ่มพัฒนาตัวเอง 

 

​ริดดิก ปัจจุบันอายุสิบห้าใกล้จะสิบหก มนุษย์กล้ามเนื้อ ธาตุดิน ผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล กัสเจอระหว่างทางไปโรงเรียนและรับเข้ามาเป็นพวกพ้อง เป็นผู้ติดตามคนแรกของกัส 

 

เกรซ การ์เซีย ปัจจุบันอายุสิบหกปี พี่สาวคนโตของกัส เป็นผู้หญิงชนชั้นสูงที่เพียบพร้อม 

 

แกริค การ์เซีย ปัจจุบันอายุสิบห้าปี พี่ชายของกัสผู้รับตำแหน่งดยุกการ์เซียคนต่อไป มีพลังเวทย์เยอะ ครอบครองธาตุสามธาตุ 

 

เจ้าชายเอ็ดการ์ด อายุสิบห้า เป็นเจ้าชายลำดับที่หนึ่ง สุขุม เงียบขรึม ฉลาด​ 

 

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด อายุสิบห้า เป็นเจ้าชายลำดับสอง แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา แต่กลับมีนิสัยยโส ถือตัว​ 

 

เบลด แฮนสัน อายุสิบห้า หนึ่งในกลุ่มของเจ้าชาย มองโลกในแง่ดี เส้นตื้น แต่มีเหตุผลรับมุขเจ้าชายเอ็ดการ์ดเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ​ 

 

ฟิโอน่า แบลดลีย์ อายุสิบสี่ใกล้สิบห้า คู่หมั้นของเจ้าชายเอ็ดการ์ด 

 

​อลิส อายุสิบห้า หญิงที่เจ้าชายเอ็ดการ์ด เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด แกริค และ เบลซ แฮนสันชอบ 

 

ลำดับหนึ่ง สิบห้าย่างสิบหก ธาตุลม นิสัยมีเหตุมีผล เทิดทูนกัส​ ใช้ธนูในการต่อสู้ 

 

ลำดับสอง อายุสิบสี่ ธาตุลม เป็นแผนที่ของกลุ่ม มีนิสัยสอดรู้สอดเห็น เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา อาวุธลวดล่องหน ไม่ค่อยได้งาน เพราะถนัดหนี 

 

ลำดับสาม อายุสิบห้าย่างสิบหก (หน้าแก่) ธาตุไฟ นิสัย ทะลึ่ง กวนประสาท ชอบผู้หญิงเป็นพิเศษ อาวุนปืนผาหน้าไม้ไฟ 

 

ลำดับสามสี่ อายุสิบห้าย่างสิบหก ธาตุแสง  ไม่ชอบธาตุของตนเพราะชอบการต่อสู้มากกว่าเดินในเส้นทางผู้เยียวยา ใช้ดาบในการต่อสู้ 

 

ลำดับห้า อายุสิบห้าย่างสิบหก ธาตุดิน อาวุธค้อนยักษ์ เป็นคนที่ทึ่มนิดๆ 

ความคิดเห็น