ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 26 จบทุกปัญหา...100% (ณิชา × ภากร เกือบนิดๆ) รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 26 จบทุกปัญหา...100% (ณิชา × ภากร เกือบนิดๆ) รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2560 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 26 จบทุกปัญหา...100% (ณิชา × ภากร เกือบนิดๆ) รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 26

ในค่ำคืนท่ามกลางท้องทะเลอันเวิ้งว้าง


งานเปิดตัวโครงการประมูลเครื่องเพชรที่การันต์ได้จัดขึ้นดำเนินการไปอย่างราบรื่น บรรดาไฮโซที่มาร่วมงานต่างอวดประชัดเครื่องประดับกายกันอย่างเต็มที่ วาณิริณมองไปรอบๆก็ทำได้แต่ถอนหายใจด้วยความอึดอัด เธอไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เอาเสียเลย


หลังจากพิธีกรได้เชิญประธานในพิธีร่วมกล่าวเปิดงานเสร็จสิ้นแล้ว การแสดงเครื่องเพชรอันสุดแสนตระการตาก็เร่มต้นขึ้นเช่นกัน งานนี้ถูกจัดขึ้นทั้งหมดสามวันเพื่อระดมเงินทุนให้ได้ตามเป้าหมาย ภาคิณและวาณิริณเดินควงกันทั่วงานทำให้เป็นจุดสนใจอย่างมากโดยที่ก่อนหน้าชายหนุ่มได้ติดเครื่องดักฟังไว้ที่ตัวของเธอเรียบร้อย 


"ดูอันนี้สิ" ภาคิณชี้ไปที่แหวนเพชรน้ำงามที่ตั้งอยู่ในตู้โชว์ตรงกลาง "ทำได้เนียนจนตบตาคนทั้งงานได้ ถ้ามันทำสำเร็จ...คนในนี้คงหมดตัวกันเป็นแถวๆแถมยังได้ของปลอมกลับบ้านไปอีก"


"พี่คิณรู้ได้ยังไงคะ?" เธอสงสัยว่าดูยังไงจึงได้ถามเขาออกไป


"เพชรจริงจะไม่ทีรอยขีดข่วนอะไรทั้งนั้น เสียดาย...อยากจะประมูลมาให้เมียพี่สักชิ้น"


วาณิริณยิ้มเขิน "ไม่เป็นไรค่ะ ณิริณไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่" หญิงสาวก้มหน้าลงก่อนจะพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ที่ให้มาทุกวันนี้ก็...ดีมากแล้วค่ะ"


หัวใจเต้นแรงแม้ว่าเสียงนั้นจะเบามากแต่เขาก็ได้ยินชัดเจน ภายในงานตอนนี้เริ่มคึกคักไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินเลือกชมเครื่องประดับที่นำมาจัดแสดง ภาคิณพาภรรยาสาวมาที่โต๊ะอาหารท่ามกลางแสงสีเสียงอันตระการตา บรรดาหญิงสาวไฮโซทั้งหลายต่างแวะเวียนมายังจุดนี้เพื่อที่จะได้พบปะกับเขาถึงแม้จะรู้ว่าภรรยาของเขาอยู่ด้วยก็ตาม


วาณิริณรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ภายในใจ เธอรู้ดีว่าสามีของตัวเองนั้นไม่ได้คิดอะไรออกจะเย็นชาใส่ผู้หญิงพวกนั้นเสียด้วยซ้ำ แต่เธอไม่ชอบ! ไม่ชอบเอาเสียเลย...


"ณิริณขอไปสูดอากาศข้างนอกนะคะ" สายตานิ่งๆ กวาดมองพวกแมลงทั้งหลายที่รุมตอมภาคิณอยู่ก่อนจะลุกออกไป ภาคิณได้แต่มองตามก็อดยิ้มไม่ได้


จะปากแข็งไปได้อีกนานแค่ไหนเชียว...


ริมระเบียงในค่ำคืนที่มืดสนิท วาณิริณจับเบาๆที่หลังหัวเข่าของตัวเองเพื่อสำรวจว่าอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้ยังอยู่ดีไม่มีพิรุธให้ใครจับได้ เสียงถอนหายใจหายไปกับสายลมกลางท้องทะเลกว้าง


"หนีผัวมาชมวิว! อารมณ์สุนทรีดีนะ เอ...หรือว่าจะมาอ่อยฉันเหมือนอย่างที่เคยทำมาก่อน"


"การันต์" เธอหันไปหาด้วยความตกใจและไม่ได้เตรียมใจที่จะต้องมาเจอกับอีกคนตามลำพังเช่นนี้ วาณิริณร่นถอยหลังสองสามก้าวแล้วพยายามตั้งสติ "นายจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ฉันยังยืนยันคำเดิมว่า ฉันเกลียดนาย!!"


"หึ! เกลียดงั้นหรอ? เป็นเพื่อนรักกันทำไมไม่ทำตัวโง่ๆเหมือนกันบ้างนะ" การันต์แสยะยิ้ม "ก็ไม่ได้จะอะไรมากมาย ผัวเธอทำแสบมากนะรู้ไหม!? สินค้าของฉันหายไปราวๆยี่สิบกว่าคน รู้ไหมว่าฉันต้องเสียเงินไปเท่าไหร่กับการชดใช้ให้ลูกค้า เฮ่อ..." เดินเข้าไปใกล้ประมาณสองสามก้วก็ใช้สายตาโรคจิตมองอีกฝ่าย "ถ้าไม่ใช่ไอ้ภาคิณแล้วมันจะเป็นใครที่คอยขัดขวางกันทุกทางแบบนี้"


"เลว!!นายมันเลวที่สุด เห็นชีวิตคนอื่นเป็นเพียงแค่สินค้าเช่นนั้นหรอ? ต้องทำลายอีกกี่ชีวิตถึงจะพอใจ!!"  แววตาครุกรุ่นไปด้วยความโกรธ คำว่าเลวสำหรับการันต์มันคงน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ร่างเล็กประเมินดูแล้วว่าคงยากที่เธอจะหนีไปได้จากบริเวณนี้ "ยะ อย่าเข้ามานะ! อุก !!" 


การันต์สาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอแล้วชกเข้าที่บริเวณท้องน้อยอย่างแรง วาณิริณจนตัวงอแต่เธอก็พยายามซ่อนอุปกรณ์เอาไว้ไม่ให้ถูกจับได้ มือหนาขยุ่มผมของวาณิริณแล้วกระชากให้เงยหน้าขึ้น เสียงหัวเราะเหี้ยมๆดูราวกับเป็นโรคจิตดังขึ้นในลำคอ...การันต์ใช้ด้านที่ไม่มีคมของมีดพกสั้นเล่มเล็กถูไถไปทั่วใบหน้าหวาน 


"แต่...แค่ณิริณคนสวยคนเดียว ก็สามารถชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดได้แล้ว ฮะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ"


ร่างเล็กถูกอุ้มพาดบ่าของการันต์แล้วถูกพาออกไปจากบริเวณนั้น แม้จะไม่มีใครเห็นแต่ก็มีคนรับรู้...สารวัตรณัฐเศรษฐ์ส่งสัญญาณให้ทีมตำรวจออกติดตามไปเพื่อที่จะดูว่าการันจ์พาวาณิริณไปยังส่วนไหนของเรือลำนี้ ในขณะเดียวกันภาคิณที่เพิ่งรับรู้หัวใจก็กระตุกวูบและชาไปทุกสัดส่วน ใช่ที่ว่าเขาใช้วาณิริณเพื่อที่จะให้การันต์สารภาพออกมาทางอ้อมโดยการบันทึกเสียงจากเครื่องดักฟัง ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่เขากับทางตำรวจได้วางหมากเอาไว้ แต่ก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอมากเช่นกัน


รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ต้องใช้เธอเป็นเหยื่อล่อ...


"จากเครื่องดักฟังที่อยู่บนตัวภรรยาของคุณ ตอนนี้เราได้หลักฐานที่จะมัดตัวนายการันต์ครบแล้ว แต่เรื่องของคุณภูษิต...ยังคงต้องใช้เวลาหาเหตุจูงใจอีกนิดหน่อย" สารวัตรหนุ่มพูดนิ่งๆ "แล้วคุณจะปล่อยให้ภรรยาอยู่ปากเหวแบบนี้น่ะหรอ?"


ภาคิณพยายามเก็บความร้อนรนไว้ภายในแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนคนข้างลุกตามแทบไม่ทัน "เราต้องหาแผนใหม่แล้วล่ะสารวัตร ผมทนให้เมียผมต้องมาเป็นเหยื่อล่อแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว"


สารวัตรณัฐเศรษฐ์ยิ้มบางๆ "มีอยู่แล้วล่ะครับ แต่คุณจะใจถึงพอหรือเปล่า? แต่เราต้องหาเธอให้เจอก่อนที่พวกนั้นจะลักลอบหนีลงเรือไปซะก่อน ไม่งั้น!! งานยากกว่าเดิมแน่"


ไม่ว่าจะวิธีไหนภาคิณก็ยอมทั้งนั้น ขอแค่ให้เธอปลอดภัยและหลุดพ้นจากเรื่องวุ่นวายนี่ไปเสีย ตอนนี้เวรกรรมกำลังติดตามตัวการันต์จนเข้าใกล้มากขึ้นไปทุกที...อีกไม่นานบุคคลคนนี้จะไม่อยู่เป็นภัยของสังคมอีกนาน


วันต่อมา....


วาณิริณลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธออยู่ในห้องเก็บของเล็กๆและเก่าเหมือนไม่มีใครใช้ห้องนี้มานาน ตัวเธอถูกพามายังซอกหลืบแคบๆสุดมุมของห้อง สองมือถูกมัดด้วยเชือกไนลอนและข้อเท้าขวาถูกล่ามด้วยโซ่ขนาดกลาง เธอใช้สองมือคลำไปที่ด้านหลังหัวเข่าก็รู้ว่าอุปกรณ์ยังอยู่ครบก็โล่งใจ ชายชุดราตรียาวค่อยๆถูกถกขึ้นจากนั้นจึงพยายามหยิบมีดพกสั้นออกมาจนสำเร็จ


"โอ๊ย !" ด้วยคงามที่มือถูกมัดจึงส่งผลให้ทำอะไรได้ไม่ค่อยสะดวก ระหว่างที่วาณิริณกำลังใช้มีดปาดเชือกที่ข้อมือด้วยความทุกลักทุเลก็บาดเข้าที่หลังนิ้วโป้งซ้ายจนมีเลือดซึมออกมา 


งึกๆ !! เชือกไนลอนขาดออกเป็นสองท่อน...มือเธอจึงเป็นอิสระทันที แต่โซ่ที่ล่ามเธออยู่นี่ล่ะสิ! วาณิริณพยายามสอดส่องทั้งซ้ายขวาเพื่อหาสิ่งของที่พอจะช่วยให้เธอหลุดจสกพันธนาการตรงนี้ไปได้


ในระหว่างนั้นเอง...


ปึง !!! ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมา เธอตกใจจนหวาดผวาแล้วแสร้งทำเป็นถูกมัดอยู่ก่อนจะล้มตัวนอนดังเดิม


"ณิริณ !!" เสียงนี้...เสียงที่เธอคุ้นเคยและได้ยินอยู่ทุกวัน "ณิริณอยู่ในนี้หรือเปล่า!? ณิริณ!!"


"ทาง...ทางนี้ค่ะ ณิริณอยู่ตรงนี้" หญิงสาวลืมตาขึ้นแล้วหยัดตัวขึ้นนั่ง...น้ำเสียงแห้งผากตอบกลับเขาด้วยความหวัง ภาคิณพร้อมด้วยตำรวจนายหนึ่งวิ่งมาตามเสียงของเธอจนพบ "ช่วยแก้โซ่ที่ขาให้หน่อยค่ะ"


"เดี๋ยวผมสะเดาะกุญแจให้ครับ รอสักครู่" ตำรวจคนนั้นทำการใช้ลวดเล็กแหย่เข้าในรูของแม่กุญแจกขนาดกลาง ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็แก้ไขได้สำเร็จ "รีบไปกันดีกว่าครับ ก่อนที่พวกมันจะลงมา"


ภาคิณพยุงร่างของวาณิริณขึ้นแล้วรีบออกจากห้องนี้ไปยังเส้นทางที่พวกเขามาโดยมีตำรวจหนุ่มคอยคุ้มกันด้านหลังให้ แต่เหมือนกับว่าโชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย...ระหว่างที่กำลังวิ่งผ่านริมระเบียงพวกการันต์ก็เห็นเสียก่อน


ปัง !!


กรี๊ดดด


ตำรวจหนุ่มถูกยิงจนแน่นิ่งไปนอนกับพื้น การันต์เป่าปลายกระบอกปืนแล้วแสยะยิ้มทักทายอีกฝ่าย "มึงจะเอาสินค้าชิ้นงามของกูไปไหน!! มึงรู้ไหมว่าค่าตัวอีนี่หลักร้อยล้านเชียวนะ"


"เมียกูไม่ใช่สิ่งของที่มึงจะเอาไปขายทอดตลาดให้ไอ้พวกบ้ากามพวกนั้น ต่อให้กูตายก็กูก็ไม่ยกณิริณให้มึง" ภาคิณดันร่างของภรรยาสาวไปหลบในด้านหลังของเขา 


การันต์หันปลายกระบอกปืนไปทางศัตรู "ฮ่าๆ รักกันดีนี่หว่า มึงคิดว่าถ้ามึงตายอีนี่จะไม่ถูกกูขายหรอ? ถุ้ย!! ตายซะเถอะ ไอ้ภาคิณ"


เห้ย !!


ปัง ปัง ปัง !!! 


ภาคิณหันหน้าเข้าหาวาณิริณแล้วกอดเธอไว้แน่น แผ่นหลังกว้างเป็นที่รองรับกระสุนทั้งสามนัด...ร่างสูงค่อยๆทรุดลงไปในขณะที่เธอพยายามประคองตัวเขาเอาไว้


"พี่...พี่คิณ ฮึก" น้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียน เขาหลับตาลงไปแล้ว...มือเล็กสั่นเทาโอบศีรษะของสามีมาไว้ที่ตักนิ่ม "ฮึก อย่าเป็นอะไรนะคะ ฮือ ตื่นนะคะพี่คิณ ณิ...ณิริณรักพี่คิณนะคะ ฮือๆ ตื่นเถอะค่ะ"


"เห้ย!! มึงสองตัวไปเอาอีผู้หญิงนั่นมาสิ! เร็วๆกูจะพามันไปให้ลูกค้าแล้ว" การันต์ค่อนข้างรำคาญภาพที่เห็นจึงสั่งให้ลูกน้องสองคนไปจัดการพาตัววาณิริณมาหาเขา


"ครับนาย" สองคนนั้นรับคำพร้อมกันแล้วสาวเท้าไปหาเป้าหมาย


แกร็กๆ 


วาณิริณเอื้อมมือไปหยิบปืนของตำรวจหนุ่มที่ยังคงนอนแน่นิ่งมาจ่อที่ขมับของตัวเอง กลุ่มคนร้ายเห็นจึงหยุดชะงักไม่กล้าทำอะไรวู่วามอีก "เอาสิ! ฮึก ถ้าเขาตายฉันก็ตาย อึก! นายไม่มีวันที่จะสมหวังในทุกสิ่งที่นายต้องการแน่"


บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม ผู้คนบนเรือต่างถูกกักบริเวณเอาไว้หลังจากที่มีเสียงปืนดังขึ้นมาหลายครั้ง การันต์สั่งให้คนของตนเองเข้าปล้นคนบนเรือแล้วจับขังไว้ให้หมด โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทีมตำรวจควบคุมสถานการณ์ด้านบนไว้หมดแล้ว


ญาดาวิ่งหน้าตาตื่นมายังสถานที่ที่เกิดเรื่อง ทันทีที่เห็นภาคิณนอนแน่นิ่งในอ้อมแขนของวาณิริณก็หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "กรี๊ดดด !! นังณิริณ นังตัวซวย!! เพราะแกพี่คิณถึงต้องเป็นแบบนี้" ร่าเพรียวตรงปรี่เข้าไปทุบตีการันต์เพื่อระบายความขุ่นเคือง "แก!! ไอ้ชั่ว!! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำอะไรพี่คิณ แฮ่กๆ ไอ้สารเลว" 


"โธ่เว้ย!! น่ารำคาญจริงเว้ย" ยกปืนขึ้นจ่อหัวอีกฝ่าย "มึงอยากตายตามมันไปกูก็จะสนองให้ เอาไหมล่ะ!!?" ญาดากลืนน้ำลายฝืดคอและนิ่งไปทันที  "และมึงอย่าคิดที่จะทำอะไรสินค้าของกูนะ ไม่งั้นกูจะส่งมึงไปขายแทน!!"


ในระหว่างที่กลุ่มคนร้ายกำลังโต้เถียงกันกำลังโต้เถียงกัน วาณิริณสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ลมหายใจอุ่นๆกำลังพ่นรดต้นแขนของเธอ เขายังไม่ตาย! ภาคิณใช้จังหวะที่พวกนั้นกำลังเผลอหยัดตัวขึ้นมาเล็กน้อย มือหนากอบกุมมือเล็กที่ถือปืนจ่อหัวตัวเองอยู่ให้ลดลงแล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางศัตรูตรงหน้า วาณิริณนิ่งและปล่อยให้เขาควบคุมร่างกายของเธอราวกับหุ่นยนต์...เธอทั้งตกใจ ดีใจ และสับสนในเวลาเดียวกัน


"ยิง !!" เสียงทุ้มแผ่วเบากระซิบบอกเธอก่อนที่จะลั่นไกปืนออกไป ดังนั้นจึงได้เห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวังเอาไว้


ปัง! ปัง!!


กรี๊ดดด


"นายครับ !!!"


กระสุนสองนัดแล่นตรงเข้าหาร่างของการันต์อย่างรวดเร็วและไม่ทันได้ระวังตัว คนถูกยิ่งอ้าปากค้างใช้มือแตะเข้าที่บริเวณแผล...ตอนนี้เลือดสีแดงฉานจำนวนมากกำลังไหลออกจากตัวเขา การันต์ทรุดตัวลงมองกลับมาด้วยสายตาเคียดแค้น


"ไอ้...อึก...ไอ้ภาคิ...คิณ"


"หมดเวลาที่มึงจะลอยนวลอยู่แล้ว รับกรรมเถอะ" ภาคิณเหยียดยิ้มเยาะเย้ยพร้อมโชว์เสื้อเกราะที่สวมอยู่ให้ดู ร่างสูงประคองร่างภรรยาแล้วพาไปหลบอยู่ด้านหลังตัวเอง


ตำรวจหนุ่มที่ทำทีว่าตายก็ลุกขึ้นมาใช้ปืนยิงสกัดเพื่อช่วยคุ้มกันทั้งสองอีกแรง ญาดาเห็นท่าไม่ดีจึงหาทางเอาตัวรอดแต่ไปไม่พ้น ผู้กองธีรารัตน์และทีมตำรวจหญิงมาถึงได้ทันเวลาจึงล็อกตัวเธอเอาไว้ 


ทีมย่อยของสารวัตรณัฐเศรษฐ์ตามมาสมทบก็เกิดการต่อสู้ระหว่างตำรวจและกลุ่มคนร้ายยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ การันต์ไร้สิ้นเรี่ยวแรงที่จะหลบหนีอีกทั้งลูกน้องของตัวเองก็เจ็บตายกันไปจำนวนมาก จนในที่สุด...ทุกอย่างก็จบลง 


เรือสำราญหรูตัดสินใจแล่นกลับเข้าฝั่งเพราะทุกอย่างนั้นล่มไปหมด เครื่องเพชรในงานถูกพิสูจน์แล้วว่าส่วนใหญ่เป็นของปลอม...คนที่ลงเงินประมูลไปก่อนหน้าก็ยืนยันว่าจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด ในระหว่างที่กำลังจะกลับเข้าฝั่งทางตำรวจก็เรียกหน่วยแพทย์มารักษาผู้ต้องหาที่ทำการจับกุมได้ในวันนี้เพื่อนำทุกคนที่เกี่ยวข้องกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น


"ทำดีมากหมวด กลับไปผมคงต้องเรียกคุณว่าผู้กองแล้วสินะ" สารวัตรหนุ่มกล่าวชมลูกน้องด้วยความภาคภูมิใจ


"ขอบคุณครับสารวัตร อันที่จริงต้องชมคุณภาคิณด้วยไม่เช่นนั้นคงจะแย่จริงๆก็ได้" ผู้หมวดพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปทำหน้าที่ต่อ


ภาคิณได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย เขาหันมองภรรยาสาวที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาคงเพราะอาการตกใจ ชายหนุ่มแตะไหล่เธอเบาๆ "ณิริณ"


เธอค่อยๆหันมาทางเขาด้วยความเงียบก่อนจะส่งเสียงสะอื้นออกมา "ยะ...ฮึก อย่าเล่นแบบนี้อีกนะคะ ฮือๆ ณิริณกลัว"


ภาคิณยิ้มอ่อนโยนพร้อมสวมกอดเธอเอาไว้ "ถ้าไม่ทำมันก็ไม่จบ ทุกอย่างจบแล้ว...ไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้วพี่สัญญา" เธอพยักหน้าเบาๆ ทั้งสองคนมองดูการทำงานของตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ มีเพียงเสียงของญาดาที่โวยวายอยู่เรื่อยๆ ภาคิณยกมือลูบผมเธออีกครั้ง "เนื้อตัวมอมแมมหมดแล้ว ณิริณไปอาบน้ำพักผ่อนดีกว่านะ เดี๋ยวพี่หาอะไรให้ทาน"


"ค่ะ"


สองสามีภรรยาพากันกลับเข้าห้องพัก หลังจากชำระร่างกายและทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ววาณิริณก็มีอาการปวดท้องอยู่เรื่อยๆเนื่องจากที่ถูกการันต์ต่อยเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรง ร้อนถึงภาคิณที่ได้เห็นรอยฟกซ้ำที่หน้าท้องของวาณิริณก็นึกโทษตัวเองที่ปล่อยปละละเลยให้เธอต้องเจ็บตัว สุดท้ายจึงต้องให้หมอมาดูอาการและจัดยาคลายกล้ามเนื้อให้เธอ ไม่นานหญิงสาวก็หลับลงด้วยฤทธิ์ยาและมีภาคิณคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง


#######


กรุงเทพฯ


ช่วงบ่ายที่ท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน ภากรนั่งตรวจเอกสารทั้งงานซื้อขายและพวกหลักฐานต่างๆอยู่ในห้องทำงานตามลำพังไม่นานเทวินทร์ก็โผล่เข้ามาด้วยความเร่งรีบ


"คุณกรรีบเถอะครับ ตอนนี้คุณณิชากับคุณนิดหน่อยแผนกการตลาดตบกันวุ่นเลยแถมยังมีเอ่อ...นางแบบที่ชื่อทาร่าด้วย"


"ให้ตายสิ!!" ภากรถึงกับกุมขมับ มีเรื่องให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน "ไปๆ รีบพาฉันไปตอนนี้เลย" สองเท้าก้าวเดินด้วยความรวดเร็วและเร่งรีบ พอมาถึงก็เห็นยัยตัวแสบจอมพลังกำลังบู๊แม้ว่าจะเสียเปรียบก็ตาม "หยุด!! ฉันบอกให้หยุด!!"


คนที่กำลังก่อความวุ่นวายหยุดทุกการกระทำ ทาร่าทำทีบีบน้ำตาเซเข้าหาภากร "คุณภากรคะ ดู...ดูแฟนเด็กของคุณสิทำร้ายทาร่าอ่ะ ฮึก ต้องจัดการให้ด้วยนะคะ"


"เหอะ เชื่อยัยนี่เขาก็คงโผล่ออกมาสักหนึ่งนิ้วแล้วล่ะค่ะ" วาณิชาปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยออกไปด้านข้าง สาวน้อยกอดอกจ้งมองตัวต้นเรื่องตาเขียว "ณิชาไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะ"


"เอาล่ะๆ เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง" ภากรพยายามหาสาเหตุ เขามองตรงมาที่ยัยตัวแสบอย่างผิดหวังเล็กน้อยที่เธอไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเอง "บอกมาหรือว่าจะให้ตัดเงินเดือนทั้งแผนก!!"


"ก็....ก็น้องณิชาทำงานพลาด นิดหน่อยพยายามขะเตือนแต่ก็ถูกตะคอกกลับมา ดูสิคะ...ลงบิลผิดวันทำให้เซลส์ทุกคนอดได้ค่าคอมเดือนนี้กันหมด คุณทาร่าเดินมาไม่รู้เรื่องก็โดนตบซะอย่างงั้นน่ะค่ะ" นิดหน่อยเอาหลักฐานที่ตนมียื่นให้ 


ภากรรับมาตรวจดูอย่างละเอียด เขาพอจะรู้ความจริงบางส่วนแล้วแต่ก็อยากถามเธอเพื่อความมั่นใจ "มีอะไรจะแก้ตัวไหม?"


วาณิชารู้สึกผิดหวังแต่ก็ยังทำฟอร์มอยู่ "ไม่มี! เพราะไม่ได้ทำ อยากจะเชื่อก็เชื่อไป...แล้วช่วยเซ็นยกเลิกสถานะฝึกงานด้วยค่ะ ณิชาจะไปฝึกกับเพื่อนที่ภูเก็ต"


ผลั่ก!!


"กรี๊ดดด นังเด็กไร้มารยาท!!" ทาร่าแค่นเสียงใส่เมื่อถูกวาณิชาผลักจนล้มแต่มือปลาหมึกก็ยังไม่ยอมปล่อยจากเขา


สาวน้อยเดินกระแทกเท้าออกไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองใครทั้งนั้น ภากรเอามือลูบหน้าอย่างเหนื่อยใจ...เขาแกะมือของทาร่าออกแล้ววิ่งตามไปทันที 


แต่เขาช้าไปเสียแล้ว...


วาณิชาโบกแท็กซี่กลับไปก่อนเพียงแค่เสี้ยววินาที ตอนแรกเขาคิดจะขับรถตามเธอไปแต่ก็ต้องสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นให้จบเสียก่อน ภากรกลับขึ้นมายังออฟฟิศอีกครั้ง...ทุกคนเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาแล้วจึงไม่กล้าเอ่ยถามอะไร


"คุณภากรคะ ทาร่า..."


ภากรยกมือห้ามเธอ "พอเถอะ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันก็ไม่จำเป็นต้องมาหาผมอีก" น้ำเสียงไม่ได้มีความอาลัยอดีตคู่ควงเลยแม้แต่น้อย "กลับไปได้แล้วและอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก"


"คุณ...ภากร" เพราะถูกไฮโซที่ควงอยู่เฉดหัวทิ้งทาร่าจึงคิดจะกลับมาเกาะภากรอีกครั้ง แต่ทุกอย่างนั้นไม่เป็นไปอย่างที่คิด...นอกจากภากรจะไม่สนใจเธอแถมยังผลักไสเธออีก


"เทวินทร์...ส่งแขกด้วย" 


"ครับ...เชิญครับคุณทาร่า" เทวินทร์ผายมือดเวยความสุภาพ ทาร่าที่ผิดหวังก็พาร่างสะบักสะบอมของเธอเดินออกไปด้วยความผิดหวัง


ภากรถอนหายใจก็หันกลับมาทางพนักงานของตัวเองอีกครั้ง "ฉันต้องการคำอธิบายเรื่องบิล ลายมือนี้ไม่ใช่ของวาณิชาและอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเป็นลายมือใคร ถ้ายังไม่อยากตกงาน...หลังห้าโมงเย็นไปหาฉันที่ห้อง"


ในเมื่อไม่มีใครยอมรับจึงต้องใช้วิธีนี้...กว่าจะสะสางทุกอย่างจบก็มืดค่ำเสีย ป่านนี้สาวน้อยของเขาคงจะทำหน้างอเง้าอยู่ในห้องเสียล่ะมั้ง 


COOPY WIND CONDO...


เคลียร์งานเสร็จก็รีบขับรถไปยังคอนโดที่วาณิชาพักอาศัยอยู่ ทันทีที่เปิดเข้ามาก็เห็นมาห้องมืดและเงียบจึงรู้ได้ทันทีว่าเธอยังไม่กลับมา เขาตัดสินใจส่งไลน์หาก็ไม่ยอมตอบกลับ โทรไปก็ตัดสายทิ้งเสียดื้อๆ "ไปอยู่ไหนนะ?" ภากรลงไปดักรอที่ล็อบบี้ของคอนโดอยู่หลายชั่วโมงถึงจะได้พบยัยตัวแสบ


ห้าทุ่มเศษๆวาณิชาสวมชุดนักศึกษาเดินโซเซเข้ามาโดยมีผู้ชายพยุงช่วย ภากรตรงปรี่เข้าไปแทรกกลางทันที 


"เห้ย! มึงเป็นใครวะ?" ชายหนุ่มที่มาส่งวาณิชาตวาดเสียงสูง 


ภากรดึงวาณิชาเข้าหาตัวและมองคนตรงหน้าแบบพร้อมมีเรื่อง "กูต่างหากที่ต้องถามว่ามึงเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเมียกู!!"


"อึก...ม่ายช่ายเมีย" วาณิชาโวยวายพร้อททุบอกของเขา "ปายหายัยผู้หญิงพวกนั้นเด้! จะ อึก มายุ่งทามมายย"


"เมียจ๋า งอนพี่ก็ไม่ควรเอาคนอื่นเข้ามาลำบากนะจ้ะ ส่วนมึง...กูขอบใจที่พาเมียกูมาส่ง หวังว่าระหว่างทางคงไม่ได้ทำอะไรเมียกูใช่ไหม?" สายตาคมกริบจ้องผู้มาเยือน ถ้าหากได้ยินมาเล็กน้อยล่ะก็เตรียมตัวเป็นศพได้


ชายหนุ่มคนนั้นส่ายหัว "ยัง กะจะมาทำที่นี่...กูไม่รู้ว่ามีผัวแล้ว ขอโทษด้วย" เมื่อตัวจริงอยู่แล้วเขาจะอยู่ทำไม ชายหนุ่มเดินจากไปด้วยความหัวเสียที่พลาดปล่อยเหยื่อแสนสวยหลุดมือไปจนได้


ภากรช้อนตัววาณิชาขึ้นอุ้ม ยัยตัวแสบดิ้นขัดขืนสุดแรง "ปล่อย !! ฮื้อออ ไอ้คนเฮงซวย"


"หึ! คงไม่เคยดื่มสินะถึงได้เมาแอ๋ขนาดนี้ ดีนะที่มาอยู่ที่นี่ไม่งั้นคงเสร็จไอ้เวรนั่นไปแล้ว" นึกโมโหอยู่ไม่น้อย เขาอุ้มเธอเข้าคอนโดมาจนถึงห้องนอนก็วางสาวน้อยลงบนเตียง


"อือ~ ไอ้พี่กรโง่ ฮึก ณิชาม่ายด้ายทามม ฮือ"


"รู้ พี่รู้...แต่ณิชาใจร้อนเกิน ไม่อดทนรอให้อะไรมันกระจ่างก็เดินหนีออกมาก่อนไง" ภากรยกมือลูบผมเธอเป็นการปลอบขวัญ


"ฮึก ณิชาม่ายสวยหรอ? ถึงชอบดุจัง" ตากลมฉ่ำปรือมองเขา เธอหวังว่าคำตอบนั้นจะถูกใจเธอบ้าง


"สวยครับ ณิชาสวยที่สุดเลยนะ ณะ ณิชา...อย่าทำแบบนี้สิ!" ภากรตกใจที่แขนเล็กโอบรัดต้นคอของเขาแล้วดึงรั้งเข้าแนบชิด เขาพยายามสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในกายไม่ให้สติแตกไปมากกว่านี้ สาวน้อยยืดตัวจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากของเขา "ตบะแตกขึ้นมาอย่ามาว่ากันนะ"


"คิกๆ ณิชากลัวจางเลยยย" น้ำเสียงอ้อแอ้แต่หน้าตาช่างยั่วยวนยิ่งนัก ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอขาวด้วยความลืมตัว สองมือเลื่อนขึ้นลงสัมผัสเรือนร่างของสาวน้อย...แม้ท่าทีแก่นเซี้ยวที่เคยได้เห็นจนชินตาแต่เรือนร่างของเธอทำให้เขารู้สึกวูบวาบในทรวง โดยเฉพาะหน้าอกของเธอที่ซ่อนอยู่ในเสื้อนักศึกษาขนาดพอดีตัวนั้นภายนอกดูเหมือนจะไม่มีแต่ว่าของจริงกลับใหญ่ล้นมือ


ภากรลอบกลืนน้ำลายหลายครั้ง "ไม่ทนมันแล้ว !!!"

__________100%__________


พี่กร...น้องเด็กอยู่นะนังพี่กรรร แกปล่อยน้องก่อนเห้ยยยย

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น