June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

94. มีเเค่​คนเดียว​ในโลก​จริงๆ​ (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 94. มีเเค่​คนเดียว​ในโลก​จริงๆ​ (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2562 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,000
× 0
× 0
แชร์ :
94. มีเเค่​คนเดียว​ในโลก​จริงๆ​ (เนียร์​กร)
แบบอักษร

เนียร์  Part

21.30 น.

ผมมองร่างสูงของกรที่ยืนคุยมือถืออยู่ที่ระเบียงเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมไม่แน่ใจว่ากรคุยกับใครกันแน่แต่ท่าทางดูซีเรียสนิดหน่อย  เรื่องงานหรือป่าวนะ?หรือว่าเรื่องครอบครัว  และผมก็นึกถึงคำพูดของนนท์เมื่อตอนเย็นที่นนท์ถามว่าจะเอายังไงต่อไป เรื่องงานเมื่อผมตัดสินใจที่จะประจำอยู่ที่นี่ ผมยังไม่ได้คุยกับกรเป็นเรื่องเป็นราวเลย ถ้าผมอยู่ที่นี่ กรเองก็ทำงานที่กรุงเทพ และคงได้เจอกันแค่เสาร์อาทิตย์  และก็คงมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นคนเดินทางไปกลับและนนท์เองก็ห่วงพวกผมทั้งคู่เรื่องการเดินทางเรื่องขับรถ   

และหลายวันที่ผ่านมาผมคุ้นเคยกับการที่มีกรอยู่ข้างๆทุกอย่างที่ผมได้รับได้ให้มันคือความสุขและนั่นทำให้ผมเกิดความคิดที่เห็นแก่ตัวขึ้นมา  ผมอยากให้กรมาอยู่ที่นี่กับผมแต่มันคงเป็นไปไม่ได้... 

" คิดอะไรอยู่ครับ.. หน้ายุ่งเชียว " 

เสียงทุ้มของกรดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงนั่งลงขยับตัวไปพิงหัวเตียงตา มองนิ่งมาที่ผม 

" เรื่อยเปื่อยน่ะ  เอ่อ... มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเห็นคุยโทรศัพท์ตั้งนาน เรื่องงาน? " 

ผมถามรีบกลับเพื่อไม่ให้กรสงสัยเพราะปกติผมโกหกไม่เก่งอยู่แล้ว

" เรื่องงานนิดหน่อยครับ " กรตอบเหมือนเลี่ยงๆแต่สีหน้าบ่งบอกเลยว่าไม่ได้นิดหน่อย 

" แล้วจะกลับกรุงเทพวันไหน " ผมถามกรเงยหน้าจากหน้าจอมือถือในมือดูแล้วเหมือนกำลังเขียนอะไรสักอย่าง

" ทำไมครับเบื่อ ผมเเล้วหรอ.... งั้นผมกลับวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ "  กรเอ่ยทำหน้าเศร้าๆ

"ไม่ใช่แบบนั้น สักหน่อย " 

ผมเอ่ยห้วนๆรู้สึกน้อยใจในคำพูดของกร  ทั้งที่รู้ว่ากรนั้นเเค่พูดเล่นๆ   แต่ผมก็ยังรู้สึกหงุดหงิดจึงทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างหันหลังให้กับกร และหลายครั้งผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีนิสัยเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกวัน  

" พี่เนียร์ครับนี่โกรธหรือ ขอโทษ ผมแค่พูดหยอกเล่น "  

กรเอ่ยขึ้นพร้อมกับนอนลงสวมกอดผมจากทางด้านหลังเอาปลายจมูกโด่งซุกไซร้บริเวณข้างหูผมและกระซิบคำว่าขอโทษเบาๆส่วนผมนั้นไม่พูดตอบอะไรนอนนิ่งแต่ใจเริ่มเต้นแรงเมื่อมือเรียวของกรลูบไล้บริเวณแถวๆหน้าอกผมย้ายไปซ้ายทีขวาทีสลับข้างไปมา​  จนผมต้องกลั้นหายใจหอบเอาไว้ แล้วกรก็จับร่างผมพลิกตัวนอนหงายแล้วเอาร่างสูงตัวเองขึ้นมาทาบทับไว้ครึ่งตัว 

" นี่โกรธผมจริงๆหรือ​ " 

กรเอ่ยส่งสายตาเศร้าๆมา ตอนนี้ปลายจมูกเราสองคนห่างกันไม่ถึงครึ่งเซน

" ไม่ได้โกรธและไม่เคยเบื่อ " 

ผมตอบเบาเบนหน้าหนีสายตาคมของกรที่จ้องมองนิ่งอยู่

" มีแต่กรที่จะเบื่อพี่ " 

ผมพึมพำเบาในลำคอ แล้วกรก็จับหน้าผมหันมาให้เผชิญหน้ากันอีกครั้ง แล้วกรก็จุ๊บที่แก้มผมแล้วทำแบบนั้นซ้ำไปมา

" อืม.. นี่ยังไม่ตอบเลย "  ผมเอามือดันหน้ากรไว้

" หืมมมม..ตอบอะไร " 

กรเอียงหน้ามองทำสายตากรุ้มกริ่มส่วนปลายนิ้วเรียวก็ไล้วนปลายยอดอกผมพร้อมกับหนีบดึงเป็นจังหวะร่างกายผมเริ่มวาบหวิวขนลุก ปลุกอารมณ์ความต้องการของผม 

" ก็เบื่อไง " 

" ถ้าตอนนี้ผมตอบว่า.. ไม่เคยเบื่อเลย.. พี่เนียร์อาจจะหาว่าผมโกหกก็ได้ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นดีมั้ยครับ​ " 

กรพูดยิ้มๆเเละเหมือนเดาใจผมออกหมดว่าผมคิดยังไง

" ก็ไม่แน่ สักวันกรอาจจะบอกว่าเบื่อคนแก่แบบพี่ แล้วไปหาเด็กหนุ่มเอ๊าะๆใสๆแทน " 

ผมตอบทำหน้าบึ้งกรหัวเราะเบาๆออกมา

" พี่เนียร์ไม่แก่ซะหน่อยยังตึงๆแน่นๆอยู่เลย" 

กรตอบเเล้วซุกหน้าลงจูบปากผมเบาๆและก็นัวเนียอยู่เเถวนั้นจูบซับวกไปวนมา​  เหมือนกับตายอดตายอยากมานาน  ทั้งที่ผมกับกรก็มีอะไรกันทุกคืนตั้งแต่ที่กรมาพักด้วยและมีแถมตอนเช้าอีกด้วย 

" แก่สิ " ผมตอบเสียงเบา

" พี่เนียร์ครับเรื่องระยะห่างเรื่องอายุระหว่างผมกับพี่ผมรู้ตั้งแต่ผมอายุ14แล้วแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เป็นปัญหาสำหรับผมเลย ชอบก็คือชอบรักก็คือรัก " 

กรบอก

" อายุ14งั้นหรอกรคิดเอ่อแบบนั้นกับพี่ " กรพยักหน้า

" ผมจำได้ว่าวันนั้นพี่เนียร์เมาเละผมกับไอ้นนช่วยกันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ และดึกๆพี่เนียร์ก็ละเมอดึงผมเข้าไปกอดแถมยังหอมหน้าผากผม และก็บอกว่ารักนะ รักมากนะ " 

กรเล่าเรื่องเก่าและยิ้มออกมาผมเองก็จำเรื่องวันนั้นไม่ได้เท่าไหร่แต่คลับคล้ายคลับคลาว่านอนกอดใครบางคนแล้วหลับไป

" นั่นคิดว่าเป็นนนท์หรอก ถึงได้พูดไปแบบนั้น " ผมพูดแก้ต่างให้ตัวเอง 

" ว่าแต่วันนั้นแอบทำอะไรพี่หรือเปล่า" ผมถามเมื่อเห็นกรยิ้มแปลกๆ  แล้วกรก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

" เห้..จริงอะ ทำอะไรบอกมานะกรเกย์คนเจ้าเล่ห์ "  ผมรีบถามพร้อมกับเอามือทุบตีที่บ่าหนาของกร  กรร้องโอ๊ยเบาๆและหัวเราะออกมา

" แค่หอมแก้มเอง แต่แค่นั้นก็ทำให้ใจเต้นเเรงไม่หยุดเลยล่ะ " 

กรบอกแล้วเอามือมาจับประสานกับมือผม

" และตั้งแต่นาทีนั้นผมก็มั่นใจเลยว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่ ทุกอย่างมันคือความรักจริงๆ ขอบคุณนะครับขอบคุณที่ตอบแทนความรู้สึกของผม " 

กรพูดเเล้วทำตาซึ้งๆ​ จนผมรู้สึกร่างกายสะท้านหวิวๆทั้งคำพูดเเละมือเรียวกรที่กำลังเลื่อนลงต่ำใต้สะดือไปเรื่อยๆ ผมจึงเอามือทั้งสองจับประคองใบหน้าเรียวของกรไว้เเล้วแล้วดึงโน้มมาจุ๊บเบาๆที่ริมฝีปาก  

" รักนะ กรเกย์ " 

ผมบอกเสียงเบา กรทำตาโตนิ่งอึ้งไปคงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมพูดคำหวานๆชวนซึ้ง 

" อะไรทำไมทำ... หน้า... อื้อ.. ฮื้อออ.. " 

ผมพูดไม่ทันจบกรก็ก้มลงมาจูบอย่างดูดดื่มไม่ปล่อยให้ผมได้หายใจและผมเองก็จูบตอบกลับอย่างร้อนแรงเช่นกันเเล้วกรก็เริ่มจูบไล้ต่ำลงจากซอกคอมาที่หน้าอกจนผมเกือบจะเคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ความต้องการของตัวเอง 

" ดะ.. เดี๋ยว... ก่อน.. "  กรไม่ฟังเสียงห้ามของผมยังง่วนอยู่กับแถวเนินหน้าอกผม

" มะ.. เมื่อเย็นโจ้มะ.. มาที่นี่.. " ผมเอ่ยเรื่องที่เพิ่งนึกออกกรชงักนิดนึงเเล้วเงยหน้ามามองผม 

" เค้ามาขอโทษพี่ เกี่ยวกับเรื่องก่อนหน้านี้ " 

" ต้องขอโทษให้ได้สินะ หมอนั่น " กรพูดแล้วขยับขึ้นมาแล้วยื่นหน้ามาใกล้ๆ 

" รู้ใจกันดีจังนะ  ทั้งที่ยังไม่ได้เล่าว่าเค้ามาทำไม " 

ผมเอ่ยเหน็บกรยิ้มสดใสออกมาไม่ได้มีท่าทีเคืองอะไรจนผมรู้สึกหมั่นไส้

" แล้วเค้ามาทำไมล่ะครับ " 

กรถาม จากนั้นผมก็เล่าให้ฟังทั้งหมดรวมถึงเรื่องที่ผมถามโจ้ว่าคิดกับกรแบบไหน

" น่าแปลกนะผู้ชายสมัยนี้ดูไม่ออกเลยว่าเอ่อ.. เป็นแบบนั้น  " 

" ก็แค่มีความรัก ไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรอกครับ " 

กรเอ่ยซึ่งผมก็เห็นด้วย​ แล้วนึกถึงนนท์น้องชายผมหรือเสกเพื่อนนนท์ที่ตอนนี้ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข และอาจจะรวมทั้งผมด้วยที่ตอนนี้  กำลังเริ่มรู้จักความรักอย่างจริงๆกับผู้ชายคนนี้คนที่อยู่ต่อหน้าผม   

" เออ.. ว่าแต่โจ้มายังไงพี่เนียร์ได้ถามมั้ย " กรถาม

" อืม​ มากับเพื่อนมั่ง...แต่ก็รู้สึกคุ้นหน้าเพื่อนของโจ้เหมือนกัน เหมือนเคยเจอที่ไหน " 

ผมบอกกรก็ทำหน้างงๆ ผมก็เลยเล่าให้ฟัง 

" หมอปิติ " กรเอ่ยเสียงเบา หมอปิติงั้นหรอใช่ๆ  ผมรีบขยับตัว ลุกนั่งทันที... 

" อ่าใช่ หมอปิติ ใช่แน่ๆทำไมถึงรู้ล่ะ " 

ผมคิดตั้งนานคิดไม่ออก  กรเกย์มีตาทิพย์รึไงนะ

" แค่เดาน่ะครับ " 

กรตอบแล้วผลักผมให้นอนอีกครั้งจัดการถอดเสื้อยืดผมออกและตามด้วยกางเกงนอนส่วนผมนั้นยังงงมึนๆอยู่กับความอัจฉริยะของกร

" นี่สองคนนั้นเค้ารู้จักกันหรอ... ทำไมมาด้วยกันได้หรือว่าสองคนนั้นเค้าๆ..นี่กรเกย์ตอบก่อนดิ  " 

ผมถามด้วยความอยากรู้แต่ดูเหมือนคนที่ถูกถามจะไม่ได้ฟังก้มหน้าลงจูบไซร้ตามแนวหน้าท้องแบนเรียบของผม  กรเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดนึง 

" ไม่รู้ ครับ " 

กรตอบเเล้วก้มลงใช้ปากดูดเม้มบริเวณสะดือและไล้ยาวจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ จนอารมณ์ผมตอนนี้เริ่มกระเจิดกระเจิงกับสัมผัสวาบหวิวนั่น มือทั้งสอง ของผมจับรั้ง ที่ไหล่ของกรแน่น 

" นี่ จะ... จะ.. ทำอะไรอะ " 

เมื่อกรเริ่มรุกแถวช่วงล่าง ของผม

" ยังเจ็บอยู่หรอ " 

กรเงยหน้าขึ้นมาถามพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมานั่นทำให้ผมใจอ่อนยวบลงทั้งที่คิดว่าวันนี้จะไม่ทำ ... 

เพราะดูกรเหนื่อยๆแปลกๆและหลายวันมานี่เราสองคนมีอะไรกันแทบทุกวันแถมบางวันยังมีแถมสองเวลาอีก ไอ้เรื่องเจ็บระบมมันก็มีบ้าง​   แต่ก็ไม่เหมือนตอนเเรกๆอาจจะเพราะร่างกายผมเริ่มชินแล้ว และเพราะกรเกย์เองก็รู้วิธีผ่อนปรนผ่อนคลาย ทำให้ความเจ็บปวดมันหายไป...  และก็นุ่มนวลมากๆในบางครั้งบางจังหวะ 

" งั้นก็นอนกันดีกว่าครับ " 

กรบอกพร้อมทำท่าจะผลักออก คงเห็นผมคิดนานเกินไป ผมจึงดึงข้อมือกรไว้

" ถ้านายนอนตอนนี้มีเรื่องแน่... จับจนมันพร้อม ขนาดนี้เเล้ว " 

ผมเอ่ยเสียงห้วนๆส่งสายตาขวางๆไป กรเกย์หันมาฉีกยิ้มกว้าง 

" ขอบคุณครับผม " เสียงทุ้มกระซิบข้างหูผม 

" ซี๊ด... อูย.. ไอ้กรเกย์บ้าอย่ากัดสิวะ " 

ผมร้องเสียงเบาเมื่อกรกัดที่ปลายยอดอกผมและดูดเม้มเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยตามเเรงอารมณ์ปรารถนาและจากที่ คิดว่ากรนุ่มนวลก่อนหน้านี้นั้นผมคิดผิด....  และความอยากรู้เรื่องของโจ้กับ หมอปิติก็ถูกบดบังด้วยสัมผัสที่วาบหวามของกร ... 

เช้าตรู่วันอาทิตย์ หลังจากที่กรบอกว่าจะกลับไปเพราะมีนัดลูกค้าใหม่ช่วงบ่ายผมจึงอาสาขับรถไปส่งกรที่กรุงเทพและถือโอกาสไปเยี่ยมที่บ้านใหญ่ด้วยเพราะแม่ผมเองก็บ่นเรื่องที่ผมหมกตัวเองอยู่แต่ที่รีสอร์ท   และระยะเวลาที่นั่งอยู่ในรถผมลอบมองเสี้ยวใบหน้าเรียวๆของกร ผู้ชายที่เหมือนจะเฟอร์เฟคไปทุกอย่างทั้งเก่งทั้งหล่อทั้งนิสัยดีและเป็นที่รักของทุกคน  คำพูดของโจ้ยังก้องอยู่ในหัวผม

" ผู้ชายเฟอร์เฟคทุกอย่างแบบนายไม่น่ามีคนเดียวในโลก โจ้บอกมา นายคิดว่าไง "  

อยู่ๆผมก็เอ่ยขึ้นกรหันมามองผมแวบหนึ่งแล้วกลับไปจ้องมองที่ถนนต่อ

" แล้วพี่เนียร์คิดมองผมแบบนั้นรึเปล่า" 

" มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เด็กนั่นมองนายแบบชื่นชม ใครจะรู้ว่ากรเกย์ตัวจริงมันหื่น หยาบโลน(เวลามีอะไรกันกรชอบพูดคำพูดน่าอายๆ) ทั้งจู้จี้จุกจิกบ่น  ดื้อเงียบ มองคนอื่นทะลุทะลวง เหมือนเกิดมาพร้อมกับเครื่องสแกนใจคน " 

ผมเอ่ยยาวพยายามหาข้อเสียของกรมาพูด...  ซึ่งมันมีน้อยมากเท่าที่คบรู้จักกันมา  ส่วนกรนั้นได้แต่ยิ้มกริ่มกับคำพูดผม

" นั่นไงล่ะ ผมเองก็ไม่ได้เฟอร์เฟคอะไรเลย มีรักโลภโกรธหลง เหมือนมนุษย์คนอื่น มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน " 

กรบอกแต่ผมก็ไม่เคยเห็นกรโกรธใคร แรงๆสักที 

" ในชีวิตนี้นายเคยโกรธใครแบบรุนเเรงมั้ย  " กรทำท่าคิด

" เคยครับ โกรธคนที่แซงคิวผมตอนซื้ออาหารมั้งครับ " 

กรตอบทำให้ผมหลุดขำออกมา 

"เรื่อง แค่นี้นี่นะ "  ผมถามปนหัวเราะ 

" ก็ตอนนั้นหิวข้าวด้วยรอคิวเกือบชั่วโมง และก็เจอคนแซงคิวไปความรู้สึกมันแย่มาก " 

กรบอกแล้วผมก็หยุดหัวเราะไม่ได้ 

เห้อ... แฟนหนุ่มของผม  เป็นคนดีจริงๆ ... 

ผมพูดคุยกับกรเพลินจนถึงบ้านผม  หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเริ่มชินเเละคุ้นเคยที่มีกรอยู่ด้วยและอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะต้องห่างกันเเล้วผมรู้สึกใจหายแปลกๆทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมห่างจากกรเกือบ3เดือน  และเรื่องสำคัญที่ผมอยากจะพูดผมก็ ไม่ได้พูด

 มาอยู่ด้วยกันมั้ย  

คำพูดแค่ไม่กี่พยางค์แต่มันก็ใช่จะพูดออกมาง่ายๆ โดยเฉพาะความรักแบบผมกับกรด้วยแล้วทั้งหน้าที่การงานสถานะทางสังคม 

" เดี๋ยวกร " 

ผมเอ่ยเรียกกรไว้ขณะที่กรหิ้วของฝากเดินนำหน้าผมไปยืนอยู่หน้าประตูบ้านใหญ่ กรหยุดเดินและทำหน้าประหลาดใจ 

" มีอะไรรึเปล่าครับ " 

" เอ่อคือ.. คือ... "  

ผมอ้ำอึ้งที่จะพูดเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า กรเอียงหน้าลงมองเหมือนจับผิด

" เรื่องที่นายบอกว่า นายจะยอมอยู่ล่างอะ นายผิดสัญญานะ " 

ผมเอ่ยทวงสัญญานั่นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่จะพูดจริงๆ  

" อะไรกันครับผมก็อยู่ล่างเเล้วไงเมื่อคืนก่อน " 

กรบอกหน้าตายิ้มๆ  ตอนไหนวะ... ผมทำท่าคิด

" เมื่อคืนก่อนตอนไหนวะ แล้วที่บอกว่า จะยอมให้พี่กดล่ะ " ผมยังถามต่อ

" หรือพี่เนียร์จะลืม  เมื่อคืนก่อนไงที่พี่เนียร์อยู่ข้างบน แถมยังควบคุมการขับขี่เองด้วยนั่นยังไม่เรียกกดอีกหรอครับ กดซะจมขนาดนั้น  " 

กรบอกยิ้มๆส่วนผมนั้นยังอึ้งกิมกี่อยู่พยายามคิดตาม 

อยู่ข้างบน ... ควบขี่... กด.. จม.. อ้ากกกกก.....

ผมแทบร้องออกมา หน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเอง ... หมายถึงเรื่องนั้นหรอกหรอ

" ไม่ได้หมายถึงเรื่องล่างบนแบบนั้น กด ควบคุมบ้าบออะไรกรเกย์ ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์  นี่แน่ะๆ   "  

ผมทั้งทุบทั้งฟาดที่ไหล่กรอย่างแรง

" โอ๊ย... เจ็บนะครับ.. ก็ตอนนั้นพี่เนียร์... " กรพูด

" มายืนเถียงเรื่องล่างบนกดไม่กดอะไรกันอยู่หน้าบ้าน​ "  

กรยังพูดไม่ทันจบเสียงเข้มของนนท์ก็แทรกขึ้นดังมาจากทางด้านหลัง  ผมกับกรหันไปเห็นนนท์ยืนยิ้มอยู่ เหมือนเพิ่งกลับจากไปวิ่งมา  

 " ตกลงนี่เมื่อคืนก่อนใครกดใคร ใครอยู่ล่างอยู่บน " 

นนท์ถามพร้อมเอียงหน้าลงมามองผมกับกรสลับกันไปมา แถมยังทำหน้าตายียวนกวนประสาทตาอีก 

ได้ยินหมดเลยมั่งที่ผมคุยกับกรก่อนหน้านี้ กรไม่ตอบ  แต่พยักหน้ามาทางผมแล้วตบบ่านนท์เดินเข้าบ้านไป นนท์จึงหันมาทำตาทะเล้นใส่ผม 

" ตกลงพี่เนียร์อยู่บนจริงๆหรือป่าว " 

" มาใกล้ๆมา "  

ผมเรียกนนท์จึงขยับมาใกล้แล้วผมก็เตะไปที่หน้าแข้งนนท์อย่างแรง

" อูยยยย.. เจ็บนะ " นนท์ร้องเสียงดัง เอามือลูบหน้าแข้งตัวเองไปมา

" ยังจะอยากรู้อีกมั้ย "  ผมถาม

" ไม่ แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าพี่โดนกด  " 

นนท์บอกยิ้มๆนั่นทำให้ผมเตะไปที่หน้าขานนท์อีกครั้งคราวนี้ร้องเสียงหลงเดินกะเผลกๆเข้าบ้านไป

ผมจึงเดินเข้าบ้านไปทักทายพ่อกับแม่ มองหากรน่าจะอยู่ในครัวผมจึงเดินแยกไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เกือบ20นาทีเดินลงมา เห็นทุกคนนั่งรอกันอยู่โต๊ะอาหาร พ่อแม่นนท์นัทและกร และกี้หลานสาวผมส่วนแนนกับเอกน่าจะอยู่ที่โรงงาน  

ทุกคนมองผมด้วยสายตาแปลกๆเมื่อผมนั่งลงข้างๆกร ตั้งแต่เปิดตัวเรื่องผมกับกรคบกันไม่บ่อยนักที่จะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้ 

" เป็นบ้าไปแล้วไงถึงได้เตะน้องจนแข้งขาบวม " 

แม่ผมเอ่ยขึ้นที่ผมนั่งลง ผมส่งสายตาขวางไปที่นนท์ที่กำลังกลั้นยิ้มอยู่  

" แค่หยอกกันเล่นเองครับ  " ผมตอบฉีกยิ้มกว้าง

" เล่นอะไรเป็นเด็กๆอายุจะ40อยู่เเล้ว อีกไม่กี่ปี "  

แม่ผมบ่นพร้อมกับส่ายหน้าไปมาและคำว่าอายุ40เหมือนแม่มาสะกิดให้ผมไขว้เขว เพราะผมมีแฟนเด็ก แถมยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก..  และเพื่อนๆผมก็ชอบเเซวบ่อยๆเรื่องระหว่างห่างอายุ ผมมองไปที่กร คนรักของผมที่นั่งยิ้มอยู่  

" พี่เนียร์ไม่แก่หรอกครับ " 

กรเอียงตัวมากระซิบเสียงเบาเอื้อมมือจับมือผมไว้ใต้โต๊ะ และผมก็ถามกลับว่าจริงป่าวกรก็พยักหน้านั่นทำให้ผมยิ้มออก

" ฮะแฮ่ม "  นนท์กระแอมเสียงเบาผมมองไปรอบๆโต๊ะทุกคนมองมาพร้อมกับรอยยิ้ม 

" อ๋อ กรอาทิตย์หน้าแม่นัดที่บ้านกรไว้แล้วนะ เรามีนัดทานข้าวกัน "  แม่ผมบอกกรแล้วหันมาทางผม

" แกก็ด้วยวันอาทิตย์หน้าก็ทำตัวให้ว่าง " 

" เนื่องในโอกาส อะไรครับ " 

ผมถามกลับเพราะจะได้เตรียมตัวถูก หรือว่าวันเกิดพ่อของกรแต่ก็ไม่น่าใช่

" ก็คบรักกันก็ควรจะเข้าหาผู้ใหญ่ให้รับรู้บ้างเนียร์ เราเป็นผู้ใหญ่กว่าด้วยยังไงเราก็ต้องเข้าหาทางนั้น " 

แม่ผมบอก เอาแล้วไงแม่ผมบทบาทแม่มาแล้ว

" แม่หมายถึงให้พี่เนียร์ไปสู่ขอกรประมาณนั้นป่าว" 

นนท์พูดทำท่าคิดนั่นทำให้ผมแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่ม  และนัทก็ตีแขนนนท์เบาๆ 

" สู่ขอบ้าอะไร ฝ่ายนั้นต่างหากที่ต้องมาสู่พี่ " 

ผมพูดเบาแต่ก็มั่นใจว่าได้ยินกันทุกคน 

" งั้นตำแหน่งพี่ก็เป็น​ " 

นนท์เอ่ยลากเสียงยาว ทำหน้ายียวนจนผมรู้สึกหมั่นไส้ยื่นเท้าเตะไปที่หน้าแข้งนนท์อีกครั้ง​ จนนนท์ร้องเสียงเบาโอดโอย 

" เอาล่ะๆ​ อย่ามาทะเลาะกัน เรื่องตำแหน่งอะไรแม่ไม่รับรู้กับพวกแกหรอกนะแต่ยังไงก็อยากให้เตรียมตัวกันไว้ดี "   

แม่ผมบอก ผมกับกรก็ตอบรับพร้อมกันเมื่อทุกคนลงมือกินข้าวผมลอบมองกรใบหน้าขาวแดงระเรื่อๆลามจนถึงใบหู อายสินะ...  

อาการแบบนี้  อ่า... น่ารักดีเหมือนกันแฮะนานๆได้เห็น แล้วกรก็มองมาเราสองคนสบตากันนิ่ง... 

" แม่ข้าวต้มหวานไปนะครับ " เสียงนนท์เอ่ยขึ้นแทรกบรรยากาศหวานๆของผมกับกร

" เมียแกเป็นคนทำ " แม่ผมตอบแล้วนนท์ก็ทำหน้าจ๋อยทันทีเมื่อนัทส่งสายตาดุไป  

" หนวดนั่นไม่ได้ช่วยอะไรแกเล้ย " ผมพูดลอยๆ

แล้วทุกคนก็หัวเราะเบาๆ อย่างที่รู้กันว่า นนท์จะกลัวเมียมากๆ และฉายานี้ทำให้นนท์ถึงขั้นไว้หนวดเพื่อข่มแต่มันก็ไม่ได้ผล 

ความสุขแบบนี้มันจะอยู่กับผมได้นานมั้ยนะ... ความรู้สึกลึกๆ... 

แม้ว่าทุกอย่างมันจะลงตัวหมดแล้วแต่ผมก็ยังแอบกลัว กลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง จบมื้อเช้าแสนอบอุ่นกรก็กลับไปบ้านบอกว่ามีนัดคุยงานช่วงเย็น และผมเองก็นัดกลุ่มเพื่อนๆไว้เหมือนกัน

ร้านอาหาร xxx

" ห่างหายไปนานเลยนะมึง " สุรศักดิ์เพื่อนผมเอ่ยทันทีที่นั่งลง เพื่อนผมอีก2คนก็พยักหน้าอืมๆ 

" เออมีแฟนแล้วห่างเพื่อน ไม่เข้ากลุ่มเข้าพวก " ปองพลเอ่ย 

" งานเยอะโว้ย " ผมตอบเลี่ยงๆไป

" ไม่พาแฟนหนุ่มมาเปิดตัวเลยวะ ได้ข่าวว่าเป็นเด็กสถาปนิกด้วยนี่ " 

ปองพลเอ่ยอีกครั้ง 

" มึงรู้ได้ไงวะ " ผมถามกลับเพราะว่าผมยังไม่เคยบอกใครเรื่องงานของกร 

" อ้าว... ก็ชาติชายมันบอก  " 

" แม่งเรื่องแบบนี้เร็วมากเลยนะมึง "  

ผมเอ่ยหันไปทางชาติชายเพื่อนผมที่ทำงานที่เดียวกันกับกร พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างระอา  จากนั้นเพื่อนๆผมก็รบเร้าให้โทรตามกรมาสมทบดื่มเหล้าด้วยกันแต่ผมก็บอกว่าโอกาสหน้าเพราะว่าวันนี้กรมีนักคุยงาน

" ตัดสินใจลำบากแย่เลยนะ " ชาติชายเอ่ยขึ้นแล้วมองหน้าผม  "

"  เรื่องอะไร " ผมถาม

" อ้าวก็เรื่องงานใหม่ของน้อง เค้านี่มึงไม่รู้หรอ " 

ชาติชายถาม ผมส่ายหน้าไปมา

" ก็บริษัทสถาปนิกยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของเมกาเค้าอยากได้กรไปร่วมงาน คงเห็นผลงานกรที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเค้ายื่นข้อเสนอมานั้นเป็นค่าจ้างที่แพงลิบ " 

ชาติชายเอ่ยและจากนั้นคำพูดต่างในวงสนทนาของเพื่อนๆผมก็รับฟังผ่านๆ เพราะว่าในใจนั้นมันมัวแต่คิดเรื่องงานของกร

ผมแยกจากกลุ่มเพื่อนขับรถกลับบ้านด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น พอมาถึงบ้านก็ขังตัวเองอยู่ ในห้องและส่งข้อความไปบอกกรว่าจะนอนพักผ่อน 

ไม่ว่านายจะเลือก ทางไหน พี่ก็จะเคารพการตัดสินใจของนาย... 

อเมริกางั้นหรือ... ทำไมไกลจัง... 

และคำว่ามาอยู่ด้วยกันมั้ย ผมก็ต้องพับเก็บไว้ให้ลึกสุดใจ และดีที่ผมยังไม่ได้พูดมันออกไปไม่งั้นอาจจะทำให้กรลำบาก ในการตัดสินใจก็ได้

พี่จะรอคำตอบนะกร... และช่วงที่รอผมจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

กร  Part

เที่ยงวันวันเสาร์

เกือบ5วันเเล้วที่ผมรู้สึกว่าพี่เนียร์ทำตัวไม่ปกติ  นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่เเล้วที่แยกจากกัน เช้าวันจันทร์พี่เนียร์ก็กลับไปที่รีสอร์ทเลย และหลายครั้งที่เหมือนจะเลี่ยงการพูดคุยกับผม  มีเรื่องอะไรไม่พอใจผมหรือป่าวนะ   หรือว่าจะรู้เรื่องงานของผม  ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ก่อนผมมีนัดคุยงาน บริษัทเอกชนของอเมริกาต้องผมไปร่วมงานด้วย  ซึ่งข้อเสนอทุกอย่าง ดีหมดถ้าผมเข้าทำงานที่นี่อนาคตไกลแน่ๆ  แต่สำหรับอนาคตผมมันเริ่มชัดเจนตั้งแต่มีพี่เนียร์เข้ามาในชีวิตแล้ว   ฉะนั้นเรื่องการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องยาก  อย่างที่หลายคนคิดเลย

" เก็บของทำไม " 

เสียงพี่เนียร์ถามทำให้ผมตกใจนิดหน่อยเพราะว่าพี่เนียร์เปิดประตูเข้ามาเงียบๆ ทั้งที่คุยมือถือก่อนหน้านี้บอกว่าอยู่บนทางด่วนไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ผมหันไปมองแล้วลุกขึ้นไปสวมกอด และจุ๊บที่แก้มเบาๆ

" คิดถึงจังครับ เหนื่อยรึเปล่า หรือว่าหิวข้าว " 

ผมถามพี่เนียร์พยักหน้าทำหน้าเนือยๆ ผมจึงลากไปนั่งที่โต๊ะอาหาร 

" เก็บของทำไม " พี่เนียร์ถามเสียงสั่นแปลกๆ 

" อ๋อพอดีจะคืนห้อง อะครับ " 

" จะย้ายไปไหน " 

" ย้ายกลับไปอยู่บ้าน " เพราะว่าคอนโดนี้ผมเช่าไว้พักเวลาทำงานดึกๆ 

" เรื่องงานมีอะไรจะบอกหรือเปล่า " 

พี่เนียร์ถามแต่เเววตาเริ่มสั่นไหว พี่เนียร์รู้เรื่องเเล้วสินะ

" อ๋อมีครับ " 

ผมบอกแล้วเดินไปหยิบเอกสารมายื่นให้พี่เนียร์อ่านสักพักแล้วก็วางลงมองหน้าผม

" พี่เนียร์คิดว่าข้อเสนอเป็นไงครับ " 

" ดีมากๆเลยล่ะ อนาคตไกลเลยไม่แน่นะนายอาจจะได้เป็นสถาปนิกชื่อดังไปทั่วโลกก็ได้ " 

พี่เนียร์พูดแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมสบตาผม

" พี่เนียร์คิดแบบนั้นหรือครับ " พี่เนียร์ก็พยักหน้า

" แล้วตัดสินใจยัง " 

" ยังเลย  " ผมตอบเสียงเบาเหมือนกำลังคิดหนัก

" ไปเถอะเพื่ออนาคตของตัวเอง " 

" แล้วเรื่องของเราล่ะครับ  " ผมถามพี่เนียร์นิ่งไปสักพัก

" ก็คงหยุดไว้แค่นี้ เพราะว่าอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอนอยู่แล้วอย่ามาลังเลเพราะพี่เลยอนาคตของนาย นายเลือกเองเถอะ " พี่เนียร์บอกเสียงสั่นๆ  

" แต่ผมรักพี่ " 

" ความรักมันกินไม่ได้หรอกนะและนายจะเอาความรักมาเป็นตัววัดตัวสร้าง อนาคตไม่ได้  ไปเถอะพี่อยู่ได้ " 

พี่เนียร์พูดเเละลุกขึ้นยืนหันหลังให้ผมสองมือกำแน่น แผ่นหลังสั่นเทาเหมือนกำลังจะร้องไห้... 

" ผมเอ่อ.. เป็นห่วงพี่ สัญญานั่นมันตั้ง3ปีเลยนะ " 

" ก็บอกว่าอยู่ได้ไงวะ " 

พี่เนียร์หันกลับมาตะคอกเสียงดัง น้ำตาคลอๆใต้ตาทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมา... 

แต่ก็ต้องใจเเข็ง ทำตามแผนให้พี่เนียร์พูดสิ่งที่อยากพูดออกมา

" พี่เนียร์กำลังพาลนะครับ " 

" แล้วจะให้ทำไง จะให้บอกว่าอย่าไปได้มั้ย อยู่ด้วยกันที่นี่ พี่ทำไม่ได้พี่ไม่อยากเห็นแก่ตัว " 

พี่เนียร์เอ่ยน้ำตาเริ่มคลอนั่นทำให้ผมใจหายวาบ 

" พี่ทำได้แค่พี่บอก มาว่าอยู่ด้วยกันมั้ย " 

พี่เนียร์มองหน้าผมนิ่งเหมือนไม่เชื่อที่ผมพูดผมจึงเดินไปสวมกอดแล้วจูบที่หน้าผากพี่เนียร์เบาๆพี่เนียร์ดันตัวเองออก แต่ยิ่งดิ้นผมยิ่งกอดแน่น

" พูดสิครับ " ผมกระซิบแผ่วๆที่ข้างหูพร้อมกับจูบไซร้แถวซอกคอพี่เนียร์ก็ยืนนิ่งให้ผมจูบ

" อยู่เถอะนะ อยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นผัวเมียคู่รักคู่ชีวิตสถานะไหนพี่ก็อยากอยู่กับกร "  พี่เนียร์พูด

" เห้อ.. ก็แค่เนี้ย "  ผมบอกยิ้มๆแล้วดึงแขนพี่เนียร์ที่กำลังทำหน้างงอยู่ไปนั่งลงบนโต๊ะทำงาน

" หมายความว่าไง " 

" ก็หมายความว่า แล้วไงครับผมจะอยู่กับพี่ " 

" แล้วเรื่องงานล่ะ ปฏิเสธไปแล้วหรอ " พี่เนียร์ถาม

" ยังครับ " ผมตอบยิ้มๆ  แล้วพี่เนียร์ก็หยิบมือถือขึ้นมา ส่งให้ผม

" โทรไปบอกเลยดิ.. " 

พี่เนียร์ยื่นมือถือให้ผมรับแล้ววางไว้พี่เนียร์ทำหน้าไม่พอใจ ทันที

" เรื่องสำคัญแบบนี้บอกด้วยตัวเองดีกว่าครับจริงๆผมไม่ได้คิดลำบากอะไรเลย ตั้งใจปฏิเสธอยู่แล้ว " ผมบอก

" แล้วทำไมไม่บอกไปเลย "  พี่เนียร์ยังใจร้อน

" ก็ใช้เวลาคิดนิดนึงปฏิเสธไปเลยก็น่าเกลียด จริงมั้ยครับ "  

ผมบอกตามที่คิดเพราะว่าให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย   พี่เนียร์ก็ส่งยิ้มหวานให้ผมเป็นคำตอบ​  แล้วดึงผมเข้าไปกอดเอาหน้าซุกลงที่หน้าอกผมสองเเขนโอบรอบเอวผมไว้ 

" หลายวันมานี่พี่คิดเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ น้อยใจด้วยที่กรไม่บอก "  พี่เนียร์บ่นพึมพำกับอกผม 

" ขอโทษครับต่อไปนี้มีอะไรจะเล่าทันทีเลย " 

" แล้วจะเอายังไงต่อจากนี้ เอ่อ... ที่บอกว่า จะอยู่ด้วยกันน่ะ "  พี่เนียร์ถาม

แล้วผมก็เล่าว่า ผมจะออกจากงานและจะไปอย่างอื่น และรับงานเขียนอิสระแทนบางทีผมก็เบื่อหน่ายกับงานที่ตายตัว ผมอยากทำงานอิสระมากกว่า 

" แล้วงานอะไรที่อยากทำ " พี่เนียร์ถาม

" เพราะพันธุ์​ไม้ขายครับ " ผมตอบพี่เนียร์ทำหน้าตกใจ 

" ห๊า ขายต้นไม้หรอ " พี่เนียร์ถามย้ำผม พยักหน้าเป็นคำตอบ

" ทำที่ไหน " พี่เนียร์รีบถาม

" พี่เนียร์อยู่ไหนผมก็อยู่นั่นแหล่ะครับ " 

พี่เนียร์อึ้งส่ายหน้าไปมายังไม่เชื่อที่ผมพูด

" ผมเพิ่งจริงจังเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วพอได้ไปทำงานแบบนั้นอยู่กับธรรมชาติผมรู้สึกชอบขึ้นมาแล้วก็เลยคุยกับที่บ้านและแน่นอนว่าไม่มีใครคัดค้านและพ่อพี่เนียร์ก็ให้ที่ดินแปลงข้างๆรีสอร์ต​เริ่มบุกเบิก "  ผมเล่า

" นี้ที่บ้าน พี่ก็รู้เรื่องด้วยเหรอ "  พี่เนียร์ถามเสียงสูงผมพยักหน้า 

" โกรธหรือ " 

" จะโกรธทำไม ล่ะเรื่องดีๆทั้งนั้น " พี่เนียร์บอกแล้วจูบที่ปลายคางผม

" ขอบคุณนะ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆไม่ทิ้งคนแก่อย่างพี่ ถึงแม้บางครั้งพี่ จะรู้สึกว่าตกเป็นเหยื่อในความฉลาดแกมโกงขอกรก็เถอะ " 

พี่เนียร์พูดเป็นนัยเหมือนจะรู้ว่าผมแอบเล่นเกม  นิดหน่อยแต่คราวนี้แปลกไม่ยักโกรธเหวี่ยงเป็นฟืนเป็นไฟ 

ผมหัวเราะหึหึ ก้มลงจูบแตะเบาตามใบหน้าเนียนที่ผมหลงใหลแล้วพี่เนียร์ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตผมออกทีละเม็ดแล้วเอามือลูบไล้แผ่นอกผม ปลุกปั่นอารมณ์ผมได้เป็นอย่างดี แล้วเริ่มระดมจูบไปทั่วแผ่นอก  จนผมต้องเบรคไว้เมื่อนึกถึงบางอย่าง

" ดะ.. เดี๋ยวครับ " ผมเอามือจับดึงมือพี่เนียร์ไว้

" ทำไม.. ไม่อยากทำหรอ " พี่เนียร์ถามเสียงอ้อนๆ

" เอ่อ.. ไม่มีเครื่องป้องกัน " ผมบอกเพราะว่าที่คอนโดผมไม่มีเตรียมไว้ 

" ได้นะ ฟินอีกแบบ "  

พี่เนียร์ตอบหน้าตาเฉยแล้วไร้ซึ่งอาการเขินอาย ลงมือแกะเข็มขัดผมออก รุกเองแบบนี้น่ากลัวเหมือนกันแฮะ

" งั้นขอบนโต๊ะนี่ได้มั้ยครับ " ผมเอ่ย

" ได้แต่พี่ต้องอยู่ข้างบนนะ " 

พี่เนียร์บอกยิ้มสดใสและลงมือจัดการเสื้อผ้าผม 

คนที่มีแค่คนเดียวในโลกจริงๆแล้วไม่ใช่ผมหรอก 

แต่เป็นพี่เนียร์ต่างหาก

แล้วเราสองคนก็เริ่มเกมรักครั้งเเล้วครั้งเล่า... 

_______________________________________________________

มาเเล้วกรเกย์กับพี่เนียร์ตอนนี้ก็ เรื่อยๆ ตอนหน้าก็ถึงตอนจบแล้วตอนหน้ามาตามดูอาการหึงแบบผู้ใหญ่ของพี่เนียร์กันติดตามนะ... อย่าเพิ่งเบื่อ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}