email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แผนการร้าย

คำค้น : จิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์#3

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 11:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผนการร้าย
แบบอักษร

 

แผนการร้าย 

จวนของตระกลูจิ้งยิ่งใหญ่ไม่น้อย  เฟยหลินมองดูอาณาเขตเรือนที่กว้างขวางแล้วให้คิดย้อนกลับไปถึงสกุลจู  ที่นั่นนางเคยคิดว่ากว้างขวางแล้ว  แต่แท้จริงขนาดของเรือนทั้งตระกลูยังเทียบไม่ได้แม้แต่พื้นที่ของสวนสกุลจิ้ง  มือบางยกน้ำชาขึ้นจิบสายตาทอดมองผ่านหน้าต่างของเรือนที่ได้ชื่อจากท่านสามีป้ายแดงว่าหยกสวรรค์  พลันสายตาก็มองไปเห็น ฉีซือซือ สาวใช้ประจำเรือนใหญ่กำลังเดินตรงมาที่เรือนของนาง  ด้วยรูปร่างบอบบางใบหน้าอ่อนหวานเฟยหลินมั่นใจว่านางจะต้องเป็นสาวอุ่นเตียงของนายท่านจิ้งแน่นอน  ริมฝีปากบางยกยิ้มผู้ชายเจ้าชู้ถึงว่าสิหลังจากคืนเข้าหอสามีก็มิมาหานางอีกเลย อีกทั้งไม่ได้ยินว่าไปเยือนเรือนฮูหยินคนไหนเช่นกัน  สาเหตุเพราะมีสาวงามคอยดูแลที่เรือนใหญ่นั่นเอง  น่าแปลกที่ฮูหยินใหญ่มิแสดงอาการโกรธเคืองหรือไม่พอใจอะไรเลย  ฮูหยินคนอื่นๆก็เช่นกัน  จิ้งเจิ้งหลี่ใช้วิธีใดกันนะถึงควบคุมสาวงามทั้งหมดไว้ได้เช่นนี้  แต่ไม่ว่าเมื่อก่อนเขาจะทำเช่นไรให้พวกนางสงบ แต่นับจากนี้นางจะกวนให้วุ่นวายเอง  ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆสาวใช้คนงามฉีซือซือก็มาถึงเรือนพอดี  เหลียนฮวาพานางเข้ามาด้านใน  เฟยหลินมองสาวใช้คนงามฉีซือซือตั้งแต่หัวจรดเท้ามุมปากยกยิ้มน้อยๆมองร่างบางก้มศีรษะให้อย่างอ่อนน้อมแล้วให้นึกอยากแก้ลงนัก 

“ไม่ต้องมากพิธี  มีเรื่องใดก็ว่ามา” 

แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนโยน แต่ประโยคที่แข็งกระด้างทำเอาหญิงงามฉีซือซือเหงื่อซึมที่ขมับเล็กน้อย 

“นายท่านจิ้งให้บ่าวมาเรียนเชิญฮูหยินหกที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ” 

เฟยหลินยกชาขึ้นจิบอีกครั้งก่อนวางลงบนป้านชา  ริมฝีปากเรียวยกยิ้มทอดสายตามองหญิงงามตรงหน้า  แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อนึกแผนการบางอย่างออก 

“เจ้าชื่อฉีซือซือใช่หรือไม่” 

“เจ้าค่ะ” 

ฉีซือซือรับเสียงสุภาพใบหน้างามยังคงก้มลงมองเพียงพื้นเท่านั้น  หากแต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายยังคงเต้นระรัวเสียจนห้ามมิอยู่  เด็กสาวตรงหน้าช่างน่ากลัวนัก 

“ขยับมาใกล้ๆข้าหน่อยสิ” 

ฉีซือซือขยับมาอย่างว่าง่ายตามคำสั่งของฮูหยินหก  ในใจนึกหวั่นๆชอบกลด้วยฮูหยินคนอื่นมิมีใครทำเช่นนี้มาก่อน  พวกนางล้วนต่างคนต่างอยู่มิข้องแวะเกี่ยวข้องอันใดต่อกัน มือบางเรียวจับปลายคางหญิงสาวตรงหน้าก่อนจดจ้องไปทั่วใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น  ริมฝีปากบางยกยิ้มยั่วเย้า  ใบหน้างามประชิดใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นจนฉีซือซือสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น 

“เจ้างดงามมิน้อย” 

หัวใจของฉีซือซือพลันเต้นไม่เป็นจังหวะมากกว่าเดิมใบหน้าหวานแดงกล่ำลามไปจนถึงใบหู  เฟยหลินมองใบหน้านั้นก่อนยกยิ้มพอใจก่อนประทับจุมพิตลงบนใบหน้างาม  ฉีซือซือล้มลงหมดสติในทันที  โชคดีที่หลินฟางรับไว้ทันมิเช่นนั้นนางคงล้มลงกระแทกพื้นเป็นแน่  เหลียนฮวามองนายสาวของต้นเองแล้วให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะตลอด5ปีที่ผ่านมานางมิเคยรู้เลยว่านายหญิงที่ตนรักและบูชาจะนิยมเอ่อ..นิยมสตรีเช่นเดียวกันและเหมือนว่านางจะรู้ทันความคิดของเด็กสาวจึงได้ส่งสายตามองมาที่เหลียนฮวา 

“หยุดความคิดของเจ้าไว้ตรงนั้นเลยนะฮวาเอ๋อร์ ข้าเพียงจะล้อนางเล่นเท่านั้นมิได้เป็นเช่นที่เจ้าคิด” 

เหลียนฮวาก้มหน้างุด  เดินเข้าไปช่วยนายหญิงประคองแม่นางซือซือไปนอนที่เตียงริมหน้าต่างซึ่งเป็นมุมโปรดของนายหญิง  ใช้เวลาร่วม1เค่อกว่าสตรีร่างบางฉีซือซือจะลืมตาตื่น  ทันทีที่ดวงตากลมเห็นใบหน้าของเฟยหลินอยู่ห่างเพียงคืบ จิตใจก็กระสั่นระรัวร่างบางรีบลงจากเตียงลงมาหมอบนั่งก้มหน้าที่พื้นในทันที  ช่างน่าแกล้งยิ่งนัก เฟยหลินลงจากเตียงริมหน้าต่างชายตามองหญิงสาวจากเรือนใหญ่ที่เอาแต่ก้มหน้าแล้วอดอมยิ้มมิได้ 

"ฮวาเอ๋อร์เตรียมน้ำแกงไก่ตุ๋นเสร็จรึยัง" 

"เสร็จแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน" 

"เช่นนั้นก็ไปกันเถิด..นำทางสิซือซือ" 

ร่างบางที่หมอบพื้นนิ่งพลันสะดุ้งเมื่อถูกเอ่ยถึงเรียกรอยยิ้มให้2นายบ่าวในทันที  นายหญิงของนางคงจะเก็บกดมาหลายปีเป็นแน่  จะว่าไปเหลียนฮวาก็ชอบให้นางเป็นแบบนี้เช่นกันดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม  แล้วก็...น่าสนุกด้วย         จิ้งเจิ้งหลี่นั่งอ่านบัญชีอย่างไม่เป็นสุข  รู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูกเขาอยากจะแกล้งนางจิ้งจอกน้อยนั่นเหลือเกิน  หากแต่นี่ก็นานแล้วนางก็ยังไม่ปรากฎกายสักที  ฉีซือเป่า  องครักษ์ คนสนิทมองอาการร้อนใจของคนตรงหน้าแล้วอดแปลกใจมิได้  นายท่านเป็นคนสุขุมรอบคอบมาโดยตลอดแต่หากเป็นเรื่องของฮูหยินหกกลับมิเคยสงบได้เลยสักครั้ง  ประตูห้องหนังสือเปิดออกฉีซือซือน้องสาวของเขานำฮูหยินหกและสาวใช้ส่วนตัวมาถึงอาการดีใจจนออกนอกหน้าของนายท่านก็ปรากฎก่อนที่จะเก็บซ่อนเอาไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง 

"คาราวะท่านพี่" 

"นั่งสิฮูหยิน" 

ฟางหลินนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับสวามี  สายตาทอดมองรอบห้อง สมกับเป็นห้องทำงานของนายท่านจิ้ง  คหบดีใหญ่แห่งเมืองโดยแท้  ชั้นหนังสือเรียงรายเต็มไปหมดแต่แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน 

"ช่างน่าแปลกใจนักที่ห้องหนังสือของท่านพี่เรียบร้อยได้ถึงเพียงนี้" 

"เป็นฝีมือซือซือ" 

คำตอบที่มิได้คิดอะไรทำเอาผู้ถูกกล่าวถึงเหงื่อตกตัวสั่น  หวังว่าฮูหยินหกจะมิเข้าใจนางผิด 

"ช่างเป็นสาวใช้ที่ยอดเยี่ยมนัก  นอกจากใบหน้าและเรือนร่างจะงดงาม  กิริยาความเรียบร้อยยังโดดเด่น หากนางเกิดในตระกูลชนชั้นกลางขึ้นไป ข้าคงได้เป็นฮูหยินเจ็ดเป็นแน่..." 

นั่นไง..งานเข้าจนได้ ซือซือแทบอยากจะทิ้งตัวลงไปร้องไห้เสียตอนนี้  หากแต่ที่ทำได้คือยืนก้มหน้าต่อไป  ฉีซือเป่าสงสารน้องสาวยิ่งนักแต่มิอาจช่วยอันใดได้  ความใกล้ชิดและไว้ใจที่นายท่านมีให้นางก็คงไม่แปลกที่จะทำให้ฮูหยินเข้าใจเช่นนั้น จิ้งเจิ้งหลี่มองหน้าสาวใช้คนสนิทแล้วมิเข้าใจสถานการณ์นักเหตุใดเฟยหลินต้องทำเหมือนกำลังหึงหวงเขาเพียงนี้ นี่นางกำลังจะมาไม้ไหนกันแน่ เฟยหลินยกยิ้มหวานเมื่อเห็นแววตาฉงนของสามี  ได้แหย่ให้เขาคิดมากสักเรื่องสองเรื่องนางก็มีความสุขแล้ว 

"ข้าเห็นท่านพี่ทำงานหนักจึงต้มน้ำแกงไก่มาให้เจ้าค่ะ" 

ฉีซือเป่าตั้งท่าจะเข้ามารับหากแต่สายตาของฮูหยินที่มองมายังเขาก็ทำให้เขาต้องชะงักไป 

"ข้ายังมิอยากเป็นหม้ายตั้งแต่แต่งงานมิถึงเดือนหรอกท่านซือเป่า" 

ซือเป่าเข้าใจความรู้สึกของน้องสาวในทันที  หญิงสาวตรงหน้าแม้อายุน้อยแต่กลับน่ากลัวเสียจนเขายังหวั่นใจ 

"ดื่มเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านพี่.." 

ร่างบางส่งเสียงหวาน  เสียงหวานอาบยาพิษชัดๆ  จิ้งเจิ้งหลี่มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างชั่งใจ เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางจะมาไม้ไหน  หลังจากกินน้ำแกงของเฟยหลินแล้ว  จิ้งเจิ้งหลี่ก็เริ่มตามแผนของตน 

"เจ้ามีความสามารถพิเศษด้านใดบ้างหลินเอ๋อร์" 

น้ำเสียงนิ่งสงบหากแต่แววตากับแผงไปด้วยความเจ้าเล่ห์  หึ..คิดหรือว่านางจะดูไม่ออกว่าเขากำลังหาทางเล่นงานนางเช่นกัน   มาลองกันสักตั้งดูสิว่านางหรือเขาจะหงายหลังก่อนกัน 

"ข้าช่างไร้ความสามารถมิมีฝีมือด้านใดเป็นพิเศษเจ้าค่ะท่านพี่" 

เฟยหลินก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสำนึก  แม้ในใจจะเคืองสวามีเล็กน้อยแต่เรื่องความสามารถพิเศษเช่นฮูหยินคนอื่นนางไม่มีจริงๆนี่นา... 

"ช่างน่าเสียดาย  ฮูหยินข้าคนอื่นๆล้วนมีความสามารถกันทั้งสิ้น" 

พูดเช่นนี้ด่ากันมาตรงๆเลยจะดีกว่าไหมเจ้าคะท่านสามี  แต่เอาเถอะหากจะทำให้เขารู้สึกสะใจบ้างก็ปล่อยไป  รอทีนางบ้างก็แล้วกันหึ..หึ 

"ข้ารู้มาว่าเจ้าพออ่านออกเขียนได้ อีกทั้งบิดาเป็นถึงพ่อค้าที่มีชื่อเสียง  เช่นนั้นข้ารบกวนเจ้าเข้าไปดูแลกิจการเครื่องประดับแล้วกัน นี่คือบัญชีร้าน" 

คิดว่านางจะกลัวหรือไร...ชาติก่อนนางจบการบัญชีมาย่ะ  แค่ร้านร้านเดียวสบายมากมาย  อีกอย่างถ้าจะเจ๊งขาดทุนย่อยยับก็ไม่ใช่เงินนางเสียหน่อย ดีเหมือนกันช่วงนี้ยิ่งไม่มีอะไรทำอยู่ 

"กำไรของร้านข้ายกให้เจ้า  แต่ถ้าขาดทุนข้าจะตัดเบี้ยหวัดเจ้า" 

นั่นไงนิสัยพ่อค้า  ไม่ยอมขาดทุนเลยใช่ไหม หึ!!แต่ก็ช่างประไร ทุกวันนี้นางกินฟรีอยู่ฟรีไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว   จิ้งเจิ้งหลี่มองเฟยหลินจากไปแล้วยกยิ้มกระหยิ่มในใจ  เขาจะคอยดูนางนั่งกุมขมับหัวยุ่ง  เพราะร้านเครื่องประดับนั้นแท้จริงเป็นกิจการที่เขากำลังจะปิดตัวอยู่แล้ว  เนื่องจากขาดทุนมาหลายปี  อีกทั้งนายช่างที่ออกแบบเครื่องประดับเหล่านั้นก็ตายจากไปแล้ว  กิจการคงอยู่ได้ไม่นานนัก  ให้นางเอาร้านแบบนั่นไปแม้นางคิดผิดคิดถูกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก  รอยยิ้มอย่างได้ใจผุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง   พลันเขาก็รู้สึกร้อนลุ่มในกายขึ้นมา  ร่างกายของเขากำลังผิดปกติ  สายตาคมหรี่ลงทบทวนเหตุการณ์วันนี้  นางจิ้งจอกน้อยนั่นวางยาเขาเป็นแน่  ร่างกายที่ตอนนี้ร้อนลุ่มไปหมดจนเขาต้องเรียกซือเป่าให้ไล่สาวใช้ในเรือนออกไปให้หมด  ลงกรประตูห้ามใครเข้ามาที่ห้องของเขา  ก่อนที่จะเอาตนเองไปหลบแช่ในอ่างน้ำร้อนด้านหลังม่าน  นางจิ้งจอกน้อย...ฝากไว้ก่อนเถิด ขณะที่อีกฝ่ายกำลังร้อนลุ่มไปทั้งตัว  เฟยหลินก็นั่งทอดสายตามองไปที่เรือนใหญ่  ความวุ่นวายหน้าเรือนนั่นบ่งบอกว่ายาของนางคงออกฤทธิ์แล้ว  ตอนนี้แค่มาลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดีในตอนนี้  ที่แน่ๆต้องไม่ใช่นางที่เรือนพักอยู่ไกลสุดเป็นแน่  ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม เหตุการณ์ที่ดูวุ่นวายเมื่อครู่กลับดูสงบลง เฟยหลินขมวดคิ้วขึ้นมาก่อนจะระบายยิ้มกว้าง  คงเป็นสาวน้อยจิ้มลิ้มซือซือเป็นแน่ที่โชคดีในคราวนี้  เฟยหลินปิดม่านหน้าต่างลงก่อนจะบอกให้ฮวาเอ๋อร์ไปพักผ่อน   นี่แค่เพียงเริ่มต้นนะเจ้าคะท่านพี่... 

ความคิดเห็น