email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คืนเข้าหอ

คำค้น : จิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์#2

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2560 22:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คืนเข้าหอ
แบบอักษร

คืนเข้าหอ 

พิธีการต่างๆดำเนินไปอย่างรวดเร็ว  จูเฟยหลินมีหน้าที่เพียงทำตามคำบอกกล่าวของคนด้านข้างเท่านั้นจวบจนเวลานี้นางก็ยังลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้  แหม..ก็มันไม่ได้เหมือนพิธีสู่ขอแห่ขันหมากเหมือนคนไทยนี่นางจะได้นึกออกว่าควรทำเช่นไรบ้าง  เวลานี้จึงทำได้เพียงนั่งรอตามคำบอกของใครก็ไม่รู้ที่เดินจากไป  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมนางต้องมานั่งรอเช่นนี้  ด้วยวัย17ปีของร่างบางนี่ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกจับแต่งงานเสียแล้ว   คิดแล้วเสียดายชีวิตวัยรุ่นนี้ยิ่งนัก พลานนึกชังน้ำหน้าเจ้าบ่าวด้านนอกนั่นด้วย  คิดไปคิดมาก็ได้แต่ถอนใจ เพราะนี่เป็นเรื่องปกติของยุคนี้ที่นิยมออกเรือนตั้งแต่วัยนี้กันเสียหมด  แต่เอาเถอะอย่างไรเสียนางก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว พอนึกว่าเหตุการณ์ต่อไปนับจากนี้คือการร่วมหอก็ให้หวั่นใจขึ้นมา  นายท่านจิ้งเจิ้งหลี่ขึ้นชื่อเรื่องฮูหยินไม่น้อย  ด้วยมีฮูหยินในจวนถึง5 นางด้วยกันหากร่วมเฟยหลินด้วยก็คงเป็น 6 เสียแล้ว ช่างมักมากเสียจริง  ด้วยวัยเพียง27ปีนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขามัวเมาสตรีมิใช่น้อยน่าแปลกที่ฮูหยินทั้ง5มิมีใครมีบุตรเลยสักคน  คงเพราะเขามีฮูหยินมากไปกระมังคิดแล้วเฟยหลินก็ได้แต่ยกยิ้มหน้าแดง 

 นั่งรออยู่นานสามีป้ายแดงก็ไม่มาเสียที  มงกุฏหรืออะไรสักอย่างบนหัวนี่ก็หนักเสียจนปวดคอไปหมด หากยกออกจากหัวเองได้โดยมิผิดธรรมเนียมจนเสื่อมเสียไปถึงตระกูลจูของนางนี่นางจะยกเสียตอนนี้เลย  ประมาณครึ่งชั่วยามที่เฟยหลินนั่งรอสามีของนาง  ชายรูปร่างสูงใหญ่สมส่วนก็เดินเข้ามาในห้องหอ  กลิ่นสุราชั้นดีลอยคละคลุ้มเข้ามาด้านในเฟยหลินถอนหายใจยาว  เปิดผ้าปิดหน้าออกพร้อมสิ่งต่างๆบนศรีษะทั้งหมด  พร้อมทั้งเดินไปหาบุรุษตรงหน้า ผู้ชายสมัยนี้นิยมเพียงดื่มสุราเคล้านารีกันหรือไร ช่างหน้าสงสัยนักที่ชายตรงหน้าสามารถคุมกิจการต่างๆได้เป็นอันดับหนึ่งของเมือง  ร่างสูงใหญ่ถูกพามานอนบนเตียงจะว่าไปเขาก็หน้าตาดีไม่น้อย  คิ้วทั้งสองเข้ม  จมูกโด่งเป็นสัน  ริมฝีปากบางราวหญิงสาว  ขาดเพียงดวงตาเท่านั้นที่ตอนนี้มันปิดสนิทเสียแล้ว  เฟยหลินค่อยๆถอดผ้าเขาออกใบหน้าแดงร้อนเสียจนแทบอยากจะเอามุดอ่างน้ำที่สาวใช้เตรียมไว้ให้ที่หัวเตียง  แม้ดวงวิญญาณนางจะเข้าใกล้เลขสี่สิบเต็มทีแต่ก็ยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่นะ  ถ้ากอดจูบลูบคลำนี่อาจเคยผ่านมาบ้างแต่แหมให้ถอดผ้าผู้ชายที่แบบว่าหล่อล่ำแบบนี้ก็อดที่จะใจสั่นไม่ได้เหมือนกัน  ใช้เวลาไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เปลือยต่อหน้านางเอ่อ..ไม่สิเกือบต่างหากเพราะยังเหลือกางเกงด้านในที่นางขออนุญาตไม่ถอดละกัน..ไม่อยากเป็นตากุ้งยิงตอนนี้  มือบางหยิบผ้าชุบน้ำในอ่างเช็ดตามเนื้อตัวเขา  สังเกตเห็นขนกายเขาลุกชันจึงใช้มือวัดระดับอุณหภูมิน้ำ  มันค่อนข้างเย็นไปจริงๆแต่ช่างเถอะดึกขนาดนี้แล้วจะให้นางเรียกเหลียนฮวามาเปลี่ยนน้ำให้อีกก็ออกจะเกินไปหน่อยไหนๆเขาก็ไม่มีสติอยู่แล้วเช็ดไปก็คงไม่รู้หรอก  ใช้เวลาสักประมาณ1เค่อ (15นาที)  เหยหลินก็จัดการใส่เสื้อผ้าชุดนอนสีขาวบางให้เขาก่อนห่มผ้าให้  จากนั้นจึงไปจัดการอาบน้ำล้างเนื้อตัวในห้องอาบน้ำด้านข้าง มือบางบีบนวดต้นคอตัวเองอย่างเมื่อยล้า  ถ้ารู้ว่าเขาจะเมามายไร้สติเช่นนี้กลับมานะนางคงจัดการตนเองเสียตั้งแต่1ชั่วยาม(2ชม.)ที่แล้วไม่นั่งทนเมื่อยคอเช่นนี้เป็นแน่               

 เสียงอาบน้ำจากด้านหลังม่านทำให้รู้ว่าหญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องกำลังอาบน้ำอยู่หลังม่าน จิ้งเจิ้งหลี่ ลืมตาขึ้นมามือหนากุมอกตนเองหัวใจของเขายังคงเต้นกระหน่ำราวกำลังออกรบก็ไม่ปาน  ใครจะคาดคิดว่าหญิงสาววัย17ปีจะกล้าเปลื้องผ้าเขาเสียเกือบหมด  พร้อมทั้งเช็ดเนื้อตัวเปลี่ยนผ้าให้เขาใหม่เช่นนี้  ช่างไร้ยางอายนักสมเป็นนางจิ้งจอกน้อยจริงๆ  หรือบางทีนางอาจจะมีประสบการณ์การปรนนิบัติบุรุษมาก่อน  นึกแล้วจากหัวใจที่กำลังจะสงบก็เต้นระรัวอีกครั้งมือหนากำแน่นขึ้นมาในทันที   พยายามหักห้ามใจมิให้เข้าไปกระชากร่างบางในอ่างน้ำนั่นมาถามเรื่องที่คาใจ  สายตาทอดมองไปที่ม่านพลันดวงตาเขาก็ต้องเบิกกว้าง  ลำคอแห้งผากขึ้นมากะทันหันเมื่อร่างบางหลังม่านลุกขึ้นมาจากอ่างน้ำ  แม้ไม่เห็นนางชัดเจนแต่เงาสะท้อนด้านหลังก็ทำให้เห็นรูปร่างของนางเสียจนร่างกายเขาร้อนไปหมด  ผมยาวที่เปียกน้ำกำลังถูกมือบางใช้ผ้าซับ  ร่างบางเอนไปด้านข้างเล็กน้อยจึงทำให้เห็นสรีระชัดเจน  เอวบางได้รูปนั้นให้ความรู้สึกอยากโอบกอดขึ้นมา  จิ้งเจิ้งหลี่รีบทิ้งกายลงนอนควบคุมลมหายใจของตนเองให้กลับมาสงบอีกครั้ง เขาจะต้องไม่หลงกลนางจิ้งจอกน้อยนั่น  จิ้งเจิลหลี่พยายามข่มตาให้หลับลงหากแต่ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน  ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมาร่างบางจึงเดินออกมาจากหลังม่านนางก้มลงเป่าเทียนดับลง  จิ้งเจิ้งหลี่รอนางเดินมาขึ้นเตียงเคียงข้างเขา  เขาอยากรู้ว่านางจะมีเล่ห์กลใดอีก  หากแต่ผ่านไปเนิ่นนานนางก็ไม่มีทีท่าจะขึ้นมาสักที  เมื่อลืมตาขึ้นภาพตรงหน้าทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้วเมื่อร่างบางนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะน้ำชา  ช่างเป็นสตรีที่ประหลาดโดยแท้  

ในตอนเช้าเฟยหลินลุกขึ้นจัดเตรียมอ่างล้างหน้าพร้อมแต่งกายรอสามี  ไม่ลืมที่จะแจ้งเหลียนฮวาจัดเตรียมสิ่งของไปคำนับฮูหยินทั้ง5 พร้อมสามี  จิ้งเจิ้งหลี่ตื่นเช้ามาพบว่าภรรยาคนใหม่เตรียมข้าวของพร้อมไปคำนับฮูหยินทั้ง5ก็แปลกใจมิน้อย มือบางหยิบผ้าชุบน้ำส่งให้เขา  ก่อนจะส่งผ้าแห้งตามมาเมื่อเขาจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาเรียบร้อยแล้ว  นางจิ้งจอกน้อยจะมาไม้ไหนกัน 

“เจ้าเคยปรนนิบัติชายอื่นมาก่อนหรือไรถึงได้คล่องแคล่วนัก”

 คำถามจากสามีทำเอาเฟยหลินสะดุดไปเล็กน้อยหากแต่ก็เพียงชั่วครู่ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่งแก้วน้ำให้เขาได้บ้วนปาก ทำความสะอาด

 “เหตุใดผู้เป็นสามีจึงถามข้าเช่นนี้  เหตุการณ์เมื่อคืนท่านจำมิได้หรือไร” 

จิ้งเจิ้งหลี่ขมวดคิ้วหนา   เฟยหลินจ้อมมองดวงตาคมนั้นด้วยสายตาเป็นประกายก่อนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่ชัดเจน

  “รอยเลือดบนที่นอนนั่นคงต้องให้เหลียนฮวาซักอยู่หลายรอบ” 

จิ้งเจิ้งหลี่เข้าใจในความหมายของนางทันที นี่หากเมื่อคืนเขามิได้แก้ลงเมาละก็คงมิทันเล่ห์เหลี่ยมของนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นี่เป็นแน่ ริมฝีปากบางราวสตรีของเขายกยิ้ม

 “ข้านี่ช่างไม่ได้ความโดยแท้ ถึงได้จดจำเรื่องประทับใจเมื่อคืนมิได้”

 “เมื่อคืนท่านพี่เอ่อ...เมามายมามิแปลกที่จะจดจำมิได้เจ้าค่ะ”

 เฟยหลินแสร้งพูดแล้วก้มหน้าเอียงอายพลางส่งผ้าแห้งให้เขาอีกผืนเพื่อซับปาก

 “เช่นนั้นเราทบทวนกันใหม่ดีหรือไม่” 

มือหนารวบเอวบางเข้ามาประชิดโดยที่นางมิทันตั้งตัว ริมฝีปากบางยกยิ้มกระหยิ่มใจ ผ้าแห้งที่ฟางหลินเตรียมไว้หลุดจากมือ  ดวงตาเรียวสะดุดเล็กน้อยใบหน้าบางซีดลงในทันทีเมื่อใบหน้าคมอยู่ห่างจากใบหน้าเรียวเพียงช่วงลมหายใจ  หากแต่เพียงชั่วครู่ใบหน้าซีดนั้นก็กลับมาเป็นปกติ  มือบางที่ดันอกหนาในทีแรกค่อยๆเคลื่อนไปโอบรอบคอหนา  จิ้งเจิ้งหลี่ขมวดคิ้วกับการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า  เขามั่นใจว่าเมื่อครู่สังเกตเห็นใบหน้าที่ตกใจของนางแต่เวลานี้ดวงตาเรียวนั่นกลับกำลังส่งสายตาเย้ายวนเขา  ช่างน่ารังเกียจโดยแท้นางต้องมิใช่สาวพรหมจรรย์เป็นแน่ถึงได้หน้าหนาใจกล้าถึงเพียงนี้  แม้ใจจะนึกรังเกียจนางแต่หากร่างกายเขากลับมิยอมผลักไสนางออกตรงกันข้ามกลับนิ่งเฉยมือเรียวบางเลื่อนมาที่ใบหน้าคม  ร่างบางเบียดชิดอกแกร่งจนหัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่ออกนุ่มนิ่มชวนจินตนาการไกลเบียดเข้าหาเขา  มือบางเลื่อนไปที่สาบเสื้อของเขาสอดเข้าไปสัมผัสแผงอกกำยำ  จิ้งเจิ้งหลี่รู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อยลงไปจนถึงจุดสำคัญ  มันกำลังตอบโต้นางอย่างห้ามไม่ได้  ใบหน้างามโน้มลงมาประชิดเขามากขึ้น ริมฝีปากบางค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นของนาง ริมฝีปากนางช่างเย้ายวนยิ่งนัก จิ้งเจิ้งหลี่เกร็งไปทั้งตัวมิสามารถผลักไสนางได้อย่างที่คิดไว้ทีแรก ร่างกายคล้ายมิใช่ของเขาอย่างมิเคยเป็น ริมฝีปากของนางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนกระซิบแผ่วเบาประชิดริมฝีปากของเขา

 “เราสายมากแล้วเจ้าค่ะท่านพี่”

 รอยยิ้มราวผู้ชนะของนางทำให้เขาได้สติขึ้นมาก่อนเบนหน้าหนีนาง  นี่เขาแพ้ให้นางจิ้งจอกนี่หรือช่างน่าอายนัก มือหนาปล่อยมือออกจากเอวบาง  ร่างบางลุกออกจากเขาพลางถอนหายใจยาวมือบางหยิบชุดใหม่มาสวมใส่ให้เขา ในใจก็นึกโล่งอกที่เขายอมปล่อยมือออกจากนาง  ขณะที่จิ้งเจิ้งหลี่เองก็ลอบผ่อนลมหายใจยาว  เขาเกือบเผลอตัวไปกับหญิงเจ้าเล่ห์นี่เสียแล้วเห็นทีต้องอยู่ให้ห่างนางมากกว่านี้เพื่อความปลอดภัย  ส่วนเรื่องเอาคืนนางไว้คิดทบทวนอีกรอบแล้วกัน                

พิธีคำนับภรรยาคนก่อนๆของจิ้งเจิ้งหลี่ช่างยาวนานนัก  เฟยหลินนึกรังเกียจชายตรงหน้าเพียงหนึ่งเดียวคนนี้จริงๆ  ช่างหลายใจยิ่งนัก  สายตาเรียวทอดมองไปหญิงสาวแต่ละนางแล้วพลานหดหู่ใจ  พวกนางล้วนงดงามไร้ที่ติหากอยู่ในโลกเก่าของนางแล้วละก็รับรองได้ว่าพวกนางทุกคนต้องได้เป็นดารากันแน่นอน             

 หญิงสาวที่นั่งข้างขวามือของชายเพียงหนึ่งเดียวนั้นคือ ภรรยาเอกหรือฮูหยินใหญ่ของจวน นามลี่อิน อายุ28ปี  นางพักที่เรือนด้านขวาข้างเรือนใหญ่ชื่อเรือนพักคือคีตาสวรรค์  มีความสามารถด้านร้องเพลงและเล่นพิณ ที่สำคัญนางคือพี่สาวบุญธรรมของจิ้งเจิ้งหลี่  แม้แต่พี่สาวก็ไม่ละเว้นช่างน่ารังเกียจที่สุด           

 หญิงสาวด้านซ้ายคือ ภรรยารองหรือฮูหยินรองนามฟางเซียน อายุ25ปี  นางพักที่เรือนด้านซ้ายของเรือนใหญ่ชื่อเรือนพักคือบุปผาสวรรค์  มีความสามารถในการวาดภาพ             

ถัดจากฮูหยินใหญ่คือฮูหยินสามนามซูเม่ย อายุ23ปี  เรือนพักนางอยู่ด้านหลังเรือนฮูหยินใหญ่ชื่อเรือนมนต์สวรรค์  มีความสามารถด้านบทกวีเป็นที่หนึ่ง            

ถัดจากฮูหยินรองคือฮูหยินสี่นามฮุ่ยเหอ อายุ20ปี  เรือนพักนางอยู่หลังเรือนฮูหยินรอง  ชื่อเรือนธาราสรรค์  นางมีความสามารถด้านการร่ายรำเป็นที่หนึ่ง           

ถัดจากฮูหยินสี่คือฮูหยินห้านามซิ่นหลี่  อายุ18ปี  เรือนพักอยู่ถัดจากฮูหยินสี่  ชื่อเรือนศรัทธาสวรรค์  นางมีความสามารถด้านการคัดอักษรได้อย่างรวดเร็ว

่อ่า......นี่มันเวทีประกวดสาวงามแห่งชาติหรือไร ชายผู้นี้ทำบุญด้วยสิ่งใดกันจึงได้รับควาใเมตตาจากสวรรค์ถึงเพียงนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………….

ความคิดเห็น