เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

20 ยามสดับเสียงรำไร (NC18+)

ชื่อตอน : 20 ยามสดับเสียงรำไร (NC18+)

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2561 13:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 2,530
× 24,400
แชร์ :
20 ยามสดับเสียงรำไร (NC18+)
แบบอักษร

20 ​ยามสดับเสียงรำไร​


‘เปรี๊ยง!’

'

องค์ชายโม่หลางถลึงตาฟาดฝ่ามือลงกับโต๊ะเล็กข้างเตียงด้วยความโทสะ แรงสั่นสะเทือนทำให้โจ๊กลูกเดือยถึงกับกระฉ่อนหล่นร่วงออกมาจากถ้วยหลายคำ

'

เฮือก! โม่หลางลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความเสียดาย กัดฟันทนอาการแสบร้อนในท้องและเสียงร้องประท้วงอย่างดุเดือด ดวงเนตรจ้องเขม็งดวงตาสีครามงามพิลาสล้ำอย่างดื้อดึง เอ่ยวาจาเด็ดขาดอย่างยิ่ง

'

“เอาเสื้อผ้ามา แล้วส่งข้ากลับวังหลวงเดี๋ยวนี้”  

'

“เฮ้ย... โจ๊กถ้วยนี้กว่าจะเคี่ยวจนหอมและอร่อยได้ก็ใช้เวลาไปหลายชั่วยาม เจ้าโมโหหิวจนทำมันหกไปตั้งมากมาย นับว่าองค์ชายเช่นเจ้าทำเสียของจริงๆ ” หยุ๋นว่านแสร้งถอนหายใจราวกับเสียดายของที่หกหล่นเหล่านั้น เขาก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มกรุ่มกริ่มเล่ห์ร้าย และซ่อนสายตาเปรมปรีย์ที่ทอดมองโจ๊กลูกเดือยที่พร่องลงไปจนเหลือไม่ถึงครึ่งถ้วย เรียวมือสวยจับช้อนตักโจ๊กขึ้นมาเต็มคำแล้วยื่นไปบรรณาการถึงเบื้องหน้าคนร่างเกือบเปลือยเปล่า แล้วเอ่ยถ้อยน้ำเสียงอย่างเชิญชวนว่า

'

“เอาอย่างนี้ดีกว่า...เจ้ากินโจ๊กให้หมดเสียก่อน แล้วข้าจะหาเสื้อผ้ามาให้เจ้า”

'

“แล้วส่งข้ากลับวังด้วย” โม่หลางต่อรองทันทีอย่างไม่ยอมเสียโอกาส อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างเออออตามไม่ขัดใจ

'

“ได้อยู่แล้ว ข้าจะหาเสื้อผ้ามาให้เจ้าจากนั้นก็ส่งเจ้ากลับวังหลวง อย่างนี้ดีหรือไม่”

'

หืม...ง่ายดายเพียงนี้เชียวหรือ?

'

โม่หลางมองถ้วยโจ๊กลูกเดือยที่เหลือไม่ถึงครึ่งอย่างชั่งใจ จากนั้นก็ตวัดสายตากลับไปมองดวงพักตร์งามล่มเมืองของเจ้าสำนักหมื่นพิรุณร่วงอย่างระแวง

'

“เชิญเจ้าตามสบาย” หยุ๋นว่านส่งยิ้มกว้าง เพื่อไม่ให้กระต่ายน้อยหวาดระแวงจนเกินไป เขาจึงเลือกถอยเดินไปชมผนังห้องนอนของตัวเอง จ้องมองภาพวาดบุรุษร่วมเสพสังวาสกันด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังศึกษาตำราปรัชญาขั้นสูงเพื่อบรรลุธรรมเป็นเทพเซียน

'

เมื่อเห็นท่าทีเจ้าของบ้านไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากภาพวาดบนผนัง องค์ชายสิบเอ็ดแห่งแคว้นผู่โจวจึงคว้าถ้วยโจ๊กลูกเดือยมาถือแล้วนั่งลงบนเตียง ความหิวที่ไปมีอาหารตกถึงท้องนอกจากน้ำแกงมาหลายวันทำให้เขาโยนช้อนทิ้งอย่างไม่ไยดีแล้วยกถ้วยขึ้นซด ดื่มโจ๊กลงคอคำแล้วคำเล่าอย่างรีบร้อน

'

“องค์ชาย...” ฉับพลันหยุ๋นว่านก็หันกลับมา ดวงพักตร์งามยิ่งกว่าเทพธิดาบนสรวงประดับรอยยิ้มใส่ซื่อบริสุทธิ์ เอ่ยวาจาไต่ถามความเห็นราวพูดคุยถึงดินฟ้าอากาศที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ

'

“เจ้าว่า...ในบรรดาภาพวาดพวกนี้ เจ้าคิดว่าท่าไหนสอดใส่เข้าไปแล้วจะรู้สึกเสียวที่สุด”

'

‘พรวด!’

'

โจ๊กคำโตถูกพ่นออกมาไม่ต่างจากน้ำฝนหลากทะลัก องค์ชายโม่หลางสำลักโจ๊กลูกเดือยจนน้ำตาจวนจะไหลพราก

'

“แค๊กๆ บิดาเว้ย แค๊กๆ ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไรเล่า!”

'

“เช่นนั้นหรือ...” หยุ๋นว่านส่งยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยแอบแฝง เรียวนิ้วงามลูบไล้ภาพหนึ่งราวกับได้ตัดสินใจเลือกเอาไว้อย่างแน่วแน่ ภาพนั้นเป็นภาพบุรุษคนหนึ่งยกขาขึ้นนอนหงายแนบแผ่นหลังกับเตียง บนร่างมีบุรุษอีกคนกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นแล้วซุกหน้าลงไปตรงส่วนนั้นอย่างลุ่มหลง ดวงเนตรสีครามงดงามราวสีท้องฟ้าพราวระยับเป็นประกาย

'

โม่หลางแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีราวกับเด็กน้อยอยากลองเล่นของที่ถูกใจ ยกถ้วยโจ๊กลูกเดือยขึ้นแล้วซดจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดสุดท้าย ก่อนประกาศออกไปเสียงแข็งกระด้าง

'

“ข้าอิ่มแล้ว หาเสื้อผ้ามาแล้วส่งข้ากลับวัง”

'

“รวดเร็วทันใจข้าจริงๆ” หยุ๋นว่านผละจากภาพวาดบนผนัง เข้าเดินเข้ามาหาคนที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างไม่รีบร้อน สายตาเหล่มองผ้าปูเตียงขนสัตว์สีขาวที่พันเอวสอบลงมาต่ำจนหมิ่นเหม่อยู่บนเรือนร่างกำยำซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม ระหว่างย่างเท้าสามขุมมือก็ปลดเสื้อนอกออกหนึ่งชั้น ต่อด้วยอีกชั้น และอีกชั้นอย่างรวดเร็ว

'

“เจ้าทำไม่ใส่เสื้อผ้า! อ่า...ไม่ใช่ๆ เจ้าจะถอดเสื้อผ้าทำไมเล่า” โม่หลางเบิกตาโตมองแผ่นอกเปลือยเปล่า หัวใจในทรวงเต้นระรัวแตกตื่น เขามองผิวขาวผุดผ่องนวลละเอียดสวยยิ่งกว่าผิวเนื้อสตรีของฝ่ายตรงข้ามแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ภายในใจครุ่นคิดอย่างไม่อยากเชื่อว่าร่างบอบบางราวกิ่งหลิวลู่ลมอย่างหยุ๋นว่านกลับมีแรงควบขี่พาเขาทะยานขึ้นสวรรค์เจ็ดชั้นจนหมดเรี่ยวแรง

'

“หืม...ถอดเสื้อให้เหมือนกับเจ้าอย่างไรเล่า หรือข้าต้องถอดกางเกงเหมือนเจ้าด้วย เช่นนั้นก็ย่อมได้” หยุ๋นว่านเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ประดุจเด็กน้อยไร้เดียงสา เรียวนิ้วมือทั้งสองข้างสอดลงไปที่ขอบกางเกงราวกับกำลังจะปลดมันออกไปตามที่เอ่ยถาม

'

“ไม่ต้อง! ข้าสั่งให้เจ้าไปหาเสื้อผ้ามาให้ข้า ไม่ใช่สั่งให้เจ้าถอดเสื้อผ้า”

'

“เช่นนั้นรอสักครู่” ร่างสูงเพรียวบอบบางเก็บถ้วยวางลงบนถาดในมือแล้วตามด้วยโถจุดกำยาน เขามองโต๊ะเล็กข้างเตียงที่โล่งเตียนอย่างพอใจแล้วก้าวยาวๆ เดินออกจากห้องที่กั้นด้วยฉากไม้ ไม่นานก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับต้นไม้เล็กๆ ในกระถางที่ทำมาจากทองคำสลักลายมังกร

'

“นี่มันอะไร” โม่หลางชะโงกหน้ามองต้นไม้แคระที่หน้าตาเหมือนต้นสนภูเขา เมื่อสังเกตมองให้ดีจะพบว่าตามช่อกิ่งจะมีดอกตูมสีขาวขนาดเล็กแซมอยู่ทั่วทั้งต้น

'

“นี่คือต้นรัญจวนหมื่นลี้” หยุ๋นว่านวางต้นไม้แคระลงบนโต๊ะเล็กแล้วหันมาอธิบายให้องค์ชายแห่งแคว้นผู่โจวฟังด้วยความภาคภูมิใจ 


'

“ในอดีต ราวๆ สิบเก้าปีก่อน ราชันหมื่นพิษกับข้าช่วยกันผสมพันธุ์ต้นไม้พิษนับร้อยชนิด แต่ที่รอดจนเติบโตมามีไม่ถึงสิบต้นเท่านั้น ต้นรัญจวนหมื่นลี้ที่ถูกใจข้าที่สุดก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน หากที่พิเศษที่สุดคือความสามารถของข้ามันเก่งกาจเกินผู้ใดในแผ่นดิน จากต้นไม้ต้นเดียวที่เติบโตโดดเดี่ยว ข้าก็ปลูกปักชำมันจนแตกแขนงออกเป็นหลายร้อยกระถาง”

'

“อ่อ...แล้วเสื้อผ้าข้าล่ะ” โม่หลางคร้านจะฟังต่อ เขาเอ่ยตัดบทสนทนาพล่ามเรื่องไรสาระที่ค่อนข้างจะยกยอตัวเองของอีกฝ่าย

'

“หากเจ้าทำให้ข้าอารมณ์ดี ข้าจะเอามาให้” หยุ๋นว่านยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาสีฟ้าครามสวยพราวระยับเล่ห์

'

“อะไรนะ! ไหนเจ้ารับปากข้าว่า หากข้ากินโจ๊กลูกเดือยถ้วยนั้นหมด เจ้าจะหาเสื้อผ้ามาให้แล้วส่งข้ากลับวัง”

'

“ข้าไม่ได้สัญญาว่าจะนำเสื้อผ้ามาให้เจ้าเดี๋ยวนี้นี่ ไม่เคยบอกสักคำด้วย”

'

“เจ้าสารเลว!” โม่หลางตะหวาดไปหนึ่งคำ ร่างเพรียวค่อนกำยำถลันตัวลงจากเตียงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด หมัดหนึ่งถูกเหนี่ยวรั้งไปด้านหลังก่อนสวนกลับขึ้นไปยังใบหน้าเป้าหมายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างสุดแรงกำลังภายใน

'

“หึหึหึ” หยุ๋นว่านแสยะยิ้มยี่ยวน หัวเราะเล่ห์ร้ายในลำคอ ไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกแม้แต่น้อย กลับกันเขาเพียงแค่เบี่ยงหัวออกจากวิถีการโจมตีออกไปชั่วพริบตา อาศัยพลังยุทธ์และกำลังภายในที่เหนือกว่าขยับฝ่ามือจับแขนกำยำของโม่หลางที่ปล่อยหมัดออกมาแล้วผลักให้หันหลังถลาร่างลงไปบนเตียง

'

‘ตุบ!’

'

“ช่างเป็นคำชมที่น่าปราบปลื้มใจข้ายิ่งนัก” ร่างผอมบางที่เคยถูกโจมตีกลับกลายเป็นฝ่ายรุกเข้าจู่โจมอย่างเหนือความคาดหมาย เขาเพียงสะกิดปลายเท้าเล็กน้อยหมุนตัวอ้อมไปอยู่ด้านหลังของคนที่ล้มตัวลงไปบนเตียง พร้อมกับยันฝ่ามือกดร่างสูงเอาไว้ไม่ให้ขยับเคลื่อนไหว

'

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเพียงช่วงครึ่งลมหายใจ

'

“ปล่อยข้าซะไอ้เจ้าวิตถาร ข้าจะได้สังหารเจ้า!”

'

“หากสามารถก็เชิญลงมือเถอะ ฮืมฮื้มฮืม...ลั๊นลา ฮะฮะฮะ” 

'


หยุ๋นว่านครวญเพลงในลำคออย่างรื่นเริงก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาช้าๆ จรดริมฝีปากผ่าวร้อนลงไปประทับบนแอ่งหลังของคนใต้ร่างอย่างดูดดื่ม สร้างรอยริ้วระเรื่อดุจกลีบกุหลาบแดงหนึ่งรอยจากนั้นก็ตวัดปลายลิ้นลงเลียซ้ำดั่งหมีป่าชิมน้ำผึ้งหวานล้ำอย่างลุ่มหลง เรียวมือว่างที่ไม่ได้กดร่างพันธนาการสอดเข้าไปในช่วงใต้ลำคออย่างเนิบนาบ นิ้วมือทั้งห้าคืบคลานลงไปทีละน้อย สำรวจจนแตะต้องสัมผัสเข้ากับเมล็ดแตงที่แข็งขึง จากนั้นจึงบีบช้าๆ สลับลงแรงขยี้อย่างไร้ความปราณี  

'

“ฮ๊า...” 

'

โม่หลางครวญวะหวิว เรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าสั่นสะท้านด้วยแรงรัญจวนอันแสนยั่วเย้า เรี่ยวแรงต่อต้านที่เคยแรงกล้าดั่งเพลิงผลาญในขุนนรกกลับถูกดูดกลืนหายไปกับจูบแรกที่อีกฝ่ายประทับตราลงบนแอ่งหลัง ห้วงจิตทั้งมวลรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เคลื่อนลงไปเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า จดจ่ออยู่ที่การเคลื่อนไหวอันซาบซ่านทุกลมหายใจที่ถาโถมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาต้องฝังเล็บลงขย้ำฝ่ามือที่ใช้ยันร่างตัวเองกับฟูเพื่อกระบายความวาบหวามที่แร่งริ้วเป็นมวลคลื่นไหวระลอกแล้วระลอกเล่า

'

“ไอ้เจ้า...เดรัจฉาน” 

'

โม่หลางกัดฟันด่าทอด้วยเสียงครางหวาน ภายในหัวล้วนสั่งให้เขาต่อต้านแรงรันจวนอย่างเร่งเร้า แต่ร่างกายกลับกระทำการกบฏอย่างน่าเจ็บใจ ไม่เพียงโอนอ่อนไปตามการปลุกปั่นของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย แม้แต่ส่วนอ่อนไหวเบื้องล่างยังขยับขยายเรือนร่างกลายเป็นเสาศิลาหินแข็งขึง ขอเพียงแค่จับแล้วถูไถสักครั้ง หรือสะกิดปลายทางแห่งสรวงสวรรค์แผ่วเบา ส่วนนั้นก็พร้อมจะพ่นสายธารดาราพร่างพราวประดับทางช้างเผือกในรัตติกาลทันที     

'

“อย่าฝืนเลยน่าองค์ชาย หายยังเกร็งร่างกายต่อต้านถึงเพียงนี้...ระวังเจ้าจะเจ็บตัว” 

'

หยุ๋นว่านเอ่ยเสียงแหบพล่า จากนั้นจรดเรียวลิ้นร้อนจัดลงบนเส้นคั่นเนื้อนุ่มหยุ่นดุจหมั่นโถขาวนวลสองก้อน ลากไล้ขึ้นมาสู่แอ่งหลังอย่างไม่รีบร้อน ค่อยๆ เชยชิมลิ้มรสโอชาเนื้อหอมหวาน จากเบื้องล่างเลื้อยไปทั่วเนื้อหนังอันเปลือยเปล่า ในขณะที่ฝ่ามือร้อนรุ่มกลับสวนทางลงไปเบื้องล่าง เดินทางคืบคลานสอดแทรกเข้าไปในพรมขนสัตว์สีขาวพิสุทธิ์ที่ใช้ปกคลุมสมบัติอันล้ำค่า จากนั้นก็ใช้หลังมือกระชากพรมผืนนั้นออกไปสุดแรงจนลอยลิ่วลับไปกับหลังฉากไม้กั้นห้อง

'

“อ่า...” 

'

โม่หลางครางหวิวเมื่อความเย็นของอากาศปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม และถูกฝ่ามือร้อนจัดโอบอุ้มส่วนแข็งขึงเบื้องล่างอย่างฉับพลัน ดวงพักตร์หล่อเหล่าคมสันพยายามเหลียวมองด้านหลังอย่างสุดความสามารถ ด้วยสงสัยอย่างยิ่งว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับใจกลางความเป็นบุรุษของตัวเอง แต่กลับไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้เพราะถูกเส้นผมนุ่มยาวสลวยของคนที่คร่อมร่างด้านบนบดบัง อีกทั้งยังถูกปลายลิ้นชื้นแทรกซอนเข้าไปในใบหูสลับกับการใช้ปลายฟันขูดขยี้เบาๆ นำพาความรู้สึกเสียวซ่านวาบหวิวจนท้องน้อยปวดเกร็งขึ้นมาเป็นระลอก

'

“ตื่นเต้นหรือ” ถ้อยคำแหบห้าวลึกกระซิบถามยั่วเย้าอยู่ข้างโสตประสาท ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดรินช่องหูจนดวงพักตร์คมคายขึ้นสีแดงก่ำดั่งสีโลหิต

'

“ไม่...” โม่หลางกัดฟันปฏิเสธอย่างไม่ยอมแพ้

'

“แต่ข้าว่าส่วนนั้นของเจ้าดูจะตื่นเต้นมาก” เจ้าสำนักหมื่นราตรีร่วงไม่ยอมปล่อยให้คนใต้พันธนาการได้รู้สึกเป็นจริงดั่งคำตอบที่ได้รับ ดวงหน้าหวานปานสตรีโฉมตรูซุกลงเข้ากับซอกคอก่อนจะประทับรอยจูบดุดันดูดดื่มที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ฝ่ามือก็ขยับเคลื่อนไหวไปบนเสาศิลาอย่างไม่ยั้งความเร็วถี่ยิบ ปลุกปั่นตัณหาราคะอย่างบ้าคลั่งแล้วแนบอสุรกายร่างใหญ่ระอุร้อนดั่งเพลิงอเวจีเข้ากับเนื้อนุ่มนิ่มของก้อนหมั่นโถคู่งามงอนขนาบข้างช่องทางหลัง

'

“อื๊ม...อืมอืม อะอะเอาอีกนิด อ่าอ๊ะ...” โม่หลางหลับตาลงจมดิ่งกับความตื่นเต้น ความคิดทั้งมวลล้วนว่างเปล่าดั่งกระดาษขาวที่ไร้อักษรจรดเขียน หัวใจในทรวงสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งเพราะความรู้สึกระทึกขวัญที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเป็นลำดับต่อจากนี้

'

ทว่า...ฉับพลันทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดชะงักความเคลื่อนไหว ความอบอุ่นจู่ๆ ก็ถูกพรากจากไปกลางคันอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังถูกพลิกตัวให้หันมานอนหงายอย่างน่าประหลาดใจ ให้อีกฝ่ายมองดูความเปลี่ยนแปลงบนเรือนร่างราวกับเป็นสินค้าแปลกประหลาดที่สุดในแผ่นดิน

'

หืม...จะทำอะไรของมันฟระ

'

จะให้เขาทนอัดอั้นอย่างนี้ต่อไปอีกสักช่วงหนึ่งหรือ?

'

เรื่องนี้จะให้ผู้อื่นทนต่อไปได้ยังไงกัน

'

ว่าแต่...เหตุการณ์นี้คุ้นตาตัวเองยิ่งนัก มันช่างเหมือนครั้งแรกที่เขาถูกอีกฝ่ายบุกเข้ามาจับกินเมื่อราตรีก่อนไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย

'

เดี๋ยว! ขะขะข้า ข้าไม่ไหวแล้ว...

'

“บัดซบบิดาเอ๊ย!” โม่หลางสถบลั่น ความต้องการถาโถมจนใกล้บรรลุสู่เทพเซียนจดจ่ออยู่ส่วนปลายทางอยู่รอมร่อแล้ว ในเมื่อคนเริ่มจุดไฟไม่ช่วยผลาญเชื้อฟืนต่อ ยามนี้เขาได้แต่ตัดสินใจช่วยตัวเองเผาต่ออย่างไม่รอช้า ขยับมือเร่งกระพือโหมลมใส่ไฟไม่ยั้ง

'

“อ๊า...”

'

“อย่ารีบร้อนนักซี่” 

'

หยุ๋นว่านลากเสียงสูงที่เต็มไปด้วยความขี้เล่น ร่างเปลือยเปล่าที่ส่วนล่างชี้ทางสว่างโลกโด่เด่ไปเบื้องหน้าก้าวเท้าไปยังข้างเตียงแล้วคว้ากระถางต้นไม้แคระบนโต๊ะข้างเตียงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กดปลายหัวกระบอกบ้องข้าวหลามที่สุกจนเกรียมไหม้ของผู้อื่นให้โน้มลงมาที่ลำต้นไม้แคระ ทอดสายตามองหยาดหยดปุ๋ยน้ำชั้นดีที่รดรินลงมาไม่ขาดสาย

'

“ดี!” เนตรสีคราวคู่งามพราวระยิบระยับพึงใจอย่างยิ่ง รอยยิ้มวาดชัดบนดวงพักตร์งามพิลาศล้ำดั่งสาวงามเหนือนางใด อีกทั้งยังช่วยเขย่ากระบอกบรรจุปุ๋ยน้ำให้หยดลงมาไม่ให้เหลือซาก ดำเนินการบำรุงต้นไม้แคระที่มีชื่อว่า ‘ต้นรัญจวนหมื่นลี้’ อย่างไม่รามือ

'

“อ่า...” โม่หลางหลับตาพริ้มยิ้มละไมเลื่อนลอย ยามนี้เขาสอยสวรรค์ลงมาครอบครองตามต้องการแล้ว

'

“หืม...ดูเหมือนมันจะยังไม่หมดนะ” เสียงพึมพำแผ่วเบาดังไม่ต่างจากลมหายใจของยุงที่บินผ่านหูของโม่หลาง สติของเขายิ่งลุ่มหลงจมอยู่ในห้วงฝันยิ่งขึ้นเมื่อริมฝีปากร้อนระอุเข้าครอบครองส่วนที่พ่นปุ๋ยไปจนสุดเบื้องล่าง เรียวลิ้นทั้งตวัดกระตุ้นและกระพุ้งแก้มดูดเค้นน้ำปุ๋ยที่แอบหลงเหลือจนหมดทุกหยดอย่างไม่ปราณี จากนั้นก็คายลงไปรดต่ออีกทอดหนึ่งที่กระถาง

'

“ฮ่ะอ๊า!” โม่หลางในยามนี้หมดคำบรรยายสภาพอันงดงามแล้ว เขาปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งต่อไปอย่างสุขสม แล้วยกหน้าที่คำอธิบายให้กับคนพูดมากพล่ามวาจาต่อ

'

“นี่คือต้นรัญจวนหมื่นลี้ที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักในการทำกำยานฝันรัญจวนของข้า การจะทำให้มันสามารถจดจำความรู้สึกงดงามแห่งราคะได้นั้นจะต้องทำให้ดอกตูมเล็กๆ ทั่วต้นบานเสียก่อน ซึ่งมันจะต้องใช้น้ำวิสุทธิ์ของคนหนึ่งคนในการรดลงไปที่กระถางอย่างน้อยสุดเท่ากับหนึ่งจอกชา”

'

เจ้าของต้นไม้แคระวางกระถางกลับลงไปบนโต๊ะเล็กข้างเตียงด้วยอาการทะนุถนอมดั่งประคองเครื่องแก้วที่บางปานกระดาษ ที่หากวางแรงเพียงนิดเดียวก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง จากนั้นก็ก้าวเท้าขึ้นเตียงอย่างมุ่งมั่น ฉาบรอยยิ้มกว้างที่แทบจะลากยาวฉีกไปถึงใบหู เรียวมือทั้งสองข้างจับข้อเท้าของคนที่นอนหมดสิ้นเรียวแรงขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเอ่ยวาจานุ่มนวลเหมือนชวนสหายรักกินมื้อเย็นอันแสนโอชา

'

“ต่อไปก็...ข้าจะใส่ปุ๋ยให้เจ้าบ้างล่ะนะองค์ชาย”   




.......................................................................................................................................................

ขออภัยที่หายไปเนื่องนาน ไม่อัพต่อเนื่อง ไรท์ต้องขออภัยจริงๆนะคะ

และขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม

โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

蝶兰

เตี๋ยหลาน

24/ส.ค./2560

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น