แกมแก้ว

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายหื่นฮา เป็นแนวใหม่ที่ไม่เคยเขียนเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านคงจะชอบนะคะ อัพไม่เป็นเวลาค่ะ สุดแต่ว่าจะว่างตอนไหนและปั่นทันรึเปล่า แรกๆ คงอัพได้ทุกวัน แต่หลังจากหมดสต็อกแล้วอาจต้องรอกันบ้างนะคะ อย่าด่ากันล่ะถ้าอัพช้าหรือหยุดอัพไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^ ^

ปลุกปล้ำขืนใจ (ต้น) นางร้ายสายโง่ -"-

ชื่อตอน : ปลุกปล้ำขืนใจ (ต้น) นางร้ายสายโง่ -"-

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 92.8k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2560 18:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ปลุกปล้ำขืนใจ (ต้น) นางร้ายสายโง่ -"-
แบบอักษร

10.ปลุกปล้ำขืนใจ

โต๊ะสุดท้ายอาหารเป็นกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา อาหารง่ายๆ ที่แทบจะเป็นเมนูประจำของโรงอาหารนี้ ดังนั้นคนงานบางคนที่เบื่อจึงเว้นไม่หยิบ กินแค่กับข้าวสองอย่างแล้วเดินไปหยิบจานข้าวที่โต๊ะสุดท้าย

เมื่อหยิบอาหารครบแล้วบุญฤทธิ์ก็ยืนรอสัตตบงกชมาสมทบแล้วถาม "ไม่มีโต๊ะประจำตำแหน่งใช่ไหม"

หญิงสาวผมสั้นและแต่งตัวเหมือนทอมบอยหัวเราะเสียงใสจนบุญฤทธิ์เผลอยิ้มตาม

"ไม่มี นั่งที่ว่างๆ ได้เลย" สัตตบงกชบอกแล้วใช้คางชี้ไปที่โต๊ะว่างตัวหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกล "ไปนั่งตรงนู้นกัน"

ผู้ตามไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ บุญฤทธิ์ตามเมียไปต้อยๆ แล้ววางถาดอาหารที่โต๊ะซึ่งมีสองที่นั่ง ก่อนนั่งลง มองอาหารที่อยู่ในถาดอย่างสนใจ

ปริมาณข้าวและกับข้าวดูจะมากพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งอิ่มได้

"เยอะเหมือนกันนะ แต่ถ้ากินไม่อิ่มล่ะ"

"ไม่อิ่มก็เติมได้ค่ะ กินได้จนกว่าจะอิ่ม"

"แล้วรสชาติล่ะ"

คนตอบยิ้มกว้าง "บัวรับประกันว่าอร่อยและพี่ต้องกินข้าวสองจานแน่"

ได้ยินคำรับประกันแบบนี้บุญฤทธิ์ก็ยิ้มบางๆ ส่งให้คนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามแล้วเริ่มตักแกงเผ็ดลูกชิ้นปลากรายมาคลุกข้าว เอาเข้าปาก ก่อนร้อง "อื้มมมม"

"เป็นไงคะเป็นไง" คนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามถามเขาตาใสเป็นประกาย น่ารักดี

บุญฤทธิ์พยักหน้า "รสมือดี แต่...เผ็ดไปหน่อยสำหรับพี่"

"อ้าว" สีหน้าสัตตบงกชดูผิดหวังทันทีจนคนที่มองเธออยู่ต้องพูดอีกประโยคให้เธอสบายใจ...ทำไมเขาต้องพยายามทำให้เธอสบายใจด้วย เหตุผลเรื่องนี้บุญฤทธิ์ไม่รู้ เขารู้เพียงอยากเห็นแววตาใสๆ และรอยยิ้มของเธอ ไม่อยากเห็นความผิดหวัง เศร้า หรือเสียใจเลย

"อร่อยจ้ะ แต่พี่กินเผ็ดไม่ค่อยได้" อธิบายและยืนกรานอีกครั้งว่าแกงเผ็ดอร่อยเรียบร้อยแล้วบุญฤทธิ์ก็หันไปตักไข่ลูกเขยมากินแล้วยิ้มกว้าง "ไข่ลูกเขยอร่อยมาก พี่ชอบ"

"อ้อ พี่เป็นผู้ชายที่ชอบของหวานสินะ" สัตตบงกชกระเซ้าด้วยแววตาแวววาว "งั้นมาแลกกัน เอาแกงเผ็ดมาให้บัวแล้วบัวจะให้ไข่ของบัวกับพี่"

ชายหนุ่มส่ายหน้า แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร จานไข่เจียวจานหนึ่งก็วางลงมาบนโต๊ะไม้เสียก่อน

ทั้งบุญฤทธิ์และสัตตบงกชเงยหน้ามองคนที่นำจานไข่เจียวซึ่งทอดได้เหลือง กรอบ ดูน่ารับประทานมาให้

"หนูเห็นว่ากับข้าวที่นี่ค่อนข้างรสจัด ไม่แน่ใจว่าคุณจะกินได้หรือเปล่า ก็เลยทำไข่เจียวหมูสับมาให้คุณบุญฤทธิ์ค่ะ"

"ขอบใจ" คำขอบคุณนี้ไม่ได้ออกมาจากปากบุญฤทธิ์ หากแต่เป็นสัตตบงกชที่พูดขึ้นเอง ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"คุณบุญฤทธิ์ต้องการอะไรเป็นพิเศษอีกไหมคะ หนูหาให้ได้ทุกอย่างเลยนะคะ หนูเต็มใจบริการค่ะ" คนที่ตั้งใจมาเสนอตัวพูดข้อความแผงนัยให้คนที่ตนหมายตาได้รู้โดยไม่ได้กลัวเกรงเจ้าของเลย

"ไม่ต้องการ ขอบใจ" บุญฤทธิ์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไม่ยิ้ม แล้วเบนหน้ากลับมาที่สำรับกับข้าวของตนเอง บอกชัดว่าเขาต้องการจบบทสนทนากับคนที่ไม่รู้จักลงเพียงเท่านี้

การตัดบทสั้นๆ แบบผู้ดีไม่ได้ทำให้เผือกรู้ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการ เธอยังยืนยิ้ม บิดตัวไปมาอยู่ตรงนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนที่เธอหมายตา

"จะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม ไม่ไปกินข้าวรึไง เวลาพักมันน้อยนะ ถ้าชักช้าเข้างานไม่ทันฉันจะหักค่าแรง"

คำไล่ที่แฝงคำขู่ของสัตตบงกชทำให้ริมฝีปากเผือกเบ้ลงอย่างไม่พอใจ ทว่าไม่กี่วินาทีเท่านั้นเธอก็ยิ้มได้ใหม่แล้วเอ่ยลา

เผือก สาวสวยอันดับหนึ่งของไร่มีบุญเดินจากไปอย่างกระหยิ่มเพราะคิดว่า ลงว่าสัตตบงกชไล่เธอแบบนี้แปลว่ามันกลัวเธอ กลัวว่าความสวยของเธอจะไปเข้าตาผัวมันใช่ไหมล่ะ

หึหึ นี่เป็นแค่การทักทายเบาๆ เท่านั้น เอาไว้คราวหน้าอีเผือกจะรุกคุณบุญฤทธิ์สุดหล่อให้ถึงใจกว่านี้อีก

- - - - - - - - - -


แม้เผือกจะตั้งใจแบบนั้น แต่การรุกคนที่ตนหมายตาเอาไว้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากนังบัวไม่เคยยอมให้ผัวอยู่ห่างตัว

เวลาทำงาน จะยืนอยู่แนบชิดจนแทบเรียกได้ว่าเป็นเงาของกันและกัน ตอนกินข้าวก็นั่งโต๊ะเดียวกัน นั่งรถมาคันเดียวกัน แถมยังกลับไปนอนบ้านเดียว เตียงเดียวกันอีก

เผือกได้แต่มองคนคู่นั้นอย่างปรารถนาร้าย ในสมองคิดแต่เรื่องที่จะแทรกตัวเข้าไป และแล้ว...เธอก็ได้โอกาส หลังจากมองคนคู่นั้นมาเป็นอาทิตย์ สังเกตสังกาจนรู้แล้วว่าเวลาใดที่บุญฤทธิ์จะอยู่ตามลำพัง

คนที่ตั้งใจมั่นมารออยู่ระหว่างทางออกจากไร่ในวันอาทิตย์ วันที่ถึงกำหนดกลับกรุงเทพของบุญฤทธิ์

เธอให้นังต้อยติ่งมันคอยไปดูและส่งข่าวมาบอกเธอว่าคุณบุญฤทธิ์ออกจากบ้านมาหรือยัง เมื่อต้อยติ่งโทรมาส่งข่าวเรียบร้อยหญิงสาวก็หันมาหาผัวโดยพฤตินัยของเพื่อนที่นั่งพิงต้นหูกวาง สูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์

"อีกเดี๋ยวคุณบอสจะมาแล้ว แกเล่นละครให้เนียนๆ ล่ะ"

"เออน่า เชื่อมือกูเหอะอีเผือก"

ได้รับคำยืนกรานเช่นนั้นแล้วเผือกก็จัดการกระชากเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีชมพูของตนจนกระดุมกระเด็น เผยให้เห็นทรวงอกเคร่งครัดซึ่งอยู่ในบราเซียร์ราคาถูก

ไอ้ศักดิ์เบิกตาโตจ้องนมต้มของเพื่อนเมียแล้วแลบลิ้นเลียปาก จากที่ถูกวานให้ช่วยมาปล้ำปลอมๆ ตอนนี้มันชักอยากปล้ำอีเผือกจริงๆ ขึ้นมาแล้ว มันขาวหนอ อวบหนอ เพียงแค่เห็นดุ้นของมันแข็งขึงขึ้นมาทันใด

สายตาของไอ้ศักดิ์ทำเผือกตวาดใส่ "อย่ามาบ้านะไอ้ศักดิ์ นี่เป็นการแสดง อย่า..."

ยังพูดไม่ทันจบมือไอ้ศักดิ์ก็คว้าอกข้างหนึ่งของเผือกหมับ หญิงสาวที่แม้จะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ร้องวี้ดลั่นก่อนตวัดมือหมายจะตบหน้าผัวเพื่อน ทว่ามือข้างนั้นถูกกันเอาไว้ได้ ก่อนไอ้ศักดิ์จะหัวเราะฮ่าๆ

"จะแสดงก็ต้องแสดงให้เหมือนสิอีเผือก มันต้องแบบนี้" สิ้นประโยคไอ้ศักดิ์ก็บีบอกอีเผือกแรง จากนั้นกระชากสายเสื้อชั้นในจนขาดแล้วกระตุกเอาส่วนที่บังทรวงอกของเผือกลงมาจนหน้าอกขาว อวบปรากฏแก่สายตามัน


碎了

![](data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAPABAP///wAAACH5BAEKAAAALAAAAAABAAEAAAICRAEAOw== "Click and drag to move")

แบบนี้เขาเรียกกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนองชิมิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น