Vixious

อยากกินหมูกระทะ

ชื่อตอน : Chapter 8

คำค้น : ArtsMen, Yaoi, BL, อักษร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2560 18:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 8
แบบอักษร

8


" นี่มึงไปถามมาจริงดิ " ผมหันไปทำหน้าแปลก ๆ ใส่ไอโจ๋พอได้ยินมันบอกว่ามันไปถามเพื่อนผู้หญิงในคลาสอิ๊งที่เรียนคนละเซคกับผมมาเรียบร้อยว่าผมดูเป็นคนยังไง ทำไมพวกผู้หญิงถึงไม่ค่อยเข้าหากัน

ทีไอเรื่องแบบเนี้ยไวเชียว เวลากูแบ่งงานให้ทำทำไมมึงไม่ไวแบบนี้บ้างครับ      

" จริงแท้แน่นอนครับเพื่อน มึงจะเอาความเห็นจากใครก่อน มีแก้ว มะปราง เมย์ นัต ต้นหลิว พู่กัน เจน มินนี่ เลือกมาเลย " เดี๋ยว ๆ นี่มึงสัมภาษณ์มาทั้งเซคเลยรึเปล่าวะไอเหี้ย!            

" กูก็ไม่รู้จักอยู่ดีปะล่ะ บอกมาเรียงตามความสวยก็ได้ กูจะได้ให้ค่าคำพูดเขามากน้อยตามเกณฑ์ไป " ผมพูดพลางหยิบเลย์ของไอโจ๋เข้าปาก

พอดีวันนี้ผมมีเรียนแค่อิ๊งตัวเดียวน่ะครับ ตอนนี้เลยว่างยาว ๆ ไปยันห้าโมง ต่างกับไอโจ๋ที่มีคลาสจีนตามหลังคลาสอิ๊งมาติด ๆ กว่าจะเลิกก็เที่ยงนู่นแหละ            

" มึงนี่เหี้ยจริง ๆ " มันหันมาด่าผม ไม่รู้ว่าเพราะผมให้ค่าคำพูดตามหน้าตาหรือเพราะผมแย่งเลย์มันกิน         

" เออ บอกมาสักที "           

" แล้วใช้เกณฑ์อะไรวัดความสวยวะ "           

" เอาที่มึงชอบอะ กูจะเคารพสแตนดาร์ดของมึงวันนึง "            

" งั้น.. ไอซ์เลยเว้ย "            

" สวยสุด? " ผมเลิกคิ้วขึ้น            

" เปล่า อันนี้เริ่มจากอันดับท้ายสุด " มันส่ายหน้าให้ผมที่ทำหน้าเนือย ๆ " ไอซ์บอกว่ามันไม่รู้จักมึง ใครคือกายวะ "            

" จบ? "            

" อือ จบ "            

..แบบนั้นมึงไม่ต้องใส่ชื่อเขาเข้ามาก็ได้มั้ง           

" ละคนต่อไปอะ "            

" ต่อไปก็เจนเว้ย เจนบอกว่ามันก็ไม่รู้จักมึงเหมือนกัน " มันตอบผมหน้าตายแล้วป้อนเลย์ให้ผมที่อ้าปากเหวอ

มึงเล่นอะไรของมึ๊งงง! เสียเวลาทำมาหากินมั้ยครับคุณโจโฉ            

" เอางี้ไอโจ๋ มึงตัดคนที่ไม่รู้จักกูแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้กูรู้เหี้ยอะไรเพิ่มขึ้นมาออกไปนะ โอเค๊? "            

" ได้ งั้นต่อไปก็.. "            

" แล้วมึงก็เอาคนที่สวยสุดมาก่อนด้วย " ผมพูดแทรกขึ้นมาทำเอาไอโจ๋ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์           

" มันก็ไม่ลุ้นดิว้า "      

" แล้วมึงจะให้กูลุ้นทำเตี่ยอะไรครับ รายการชิงโชคเหรอ "         

" เออ ๆ ก็ได้ " มันเบ้ปากแล้วพูดต่อ " งั้น.. สวยสุดก็คงพู่กันอะ ขาว ๆ หุ่นดี ขาสวย เวลายิ้มนี่น่ารักฉิบหาย กูอยากจะเข้าไปสะกิดแล้วบอกว่าหว่ออ้ายหนี่ หนี่อ้ายหว่อมา "      

" อันนี้ออกนอกเรื่องละมั้งไอสัตว์ "

" เดี๋ยวมึงไม่เชื่อว่าเขาสวยจริง "

" ละเขาว่าไง " ผมถามต่อ            

" เขาก็บอกว่าเคยคุยกับมึงตอนรับน้องไม่กี่ครั้งแล้วก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย มึงดูเข้าถึงยาก ไม่ใช่คนที่จู่ ๆ จะไปคุยเล่นได้ คือพู่กันบอกว่ามึงอยู่ในกลุ่มผู้ชายหล่อที่ต้องเก็บไว้มองบนหิ้งไม่ใช่เอามาคุยเล่นแบบกูอะ " ไอโจ๋เอามือทาบอกพลางพูดหน้าตายเหมือนเดิม " กูนี่เจ็บจี๊ดเลย โดนจับไปอยู่เฟรนด์โซน "            

หื๊อ ผมเนี่ยนะเข้าถึงยาก คุยเล่นก็คุยได้สบายจะตาย ถามอะไรมาผมก็ตอบ อย่างเวลาที่มีผู้หญิงมาถามหาดินสอจากผมผมก็.. ก็.. เอ่อ.. ส่ายหน้าให้เฉย ๆ เพราะผมไม่มีดินสอ ส่วนเวลาผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ เล่นมุกแป้กขึ้นมาผมก็.. หันไปมอง.. เงียบ ๆ ..            

…           

..เชี่ย

เดี๋ยว มันต้องมีบ้างดิวะไอโมเมนต์ที่ผมตอบเพื่อนผู้หญิงดี ๆ น่ะ แต่ทำไมที่นึกออกมันก็โผล่มาแต่อะไรแบบนั้นกันวะครับไอกาย

เอาเหอะ อย่างน้อยผมก็ได้อยู่ในกลุ่มผู้ชายหล่อล่ะวะ!

" ล.. แล้วคนอื่นตอบว่าไง " ผมถามไอโจ๋ต่อ เผื่อว่าคนอื่นจะมีความเห็นที่ดีกว่านี้ เช่น เขินเพราะผมหล่อเกินไป จริง ๆ อยากเข้ามาคุยนานแล้ว เป็นต้น            

" ต้องเรียงอีกปะ "            

" มึงพูด ๆ มาเลยก็ได้ "            

" มีใครอีกวะ.. อ้อ หลิวกับก็มินนี่บอกว่ามึงเหม็นบุหรี่เลยไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยมากเท่าไหร่ ส่วนแก้วบอกว่ามึงท่าทางไม่น่าคบ เหมือนพวกเด็กติดยาทั้งค้าและเสพ " พอไอโจ๋พูดจบมันก็ฉีกยิ้มให้ผมที่ทำหน้าช็อคกว่าเดิม            

แก้ว.. แก้วเป็นใครครับ ถ้าเราเจอแก้วเราจะจับเธอถ่วงน้ำจนกว่าเธอจะยอมถอนคำพูดที่ว่าเราเหมือนคนติดยานะครับ ระวังตัวไว้นะครับแก้ว            

" กู.. ขอเชื่อพู่กันแล้วกัน " ใช่ครับ เราต้องให้ความสำคัญกับคำพูดของพู่กันที่ดูจะมีเหตุมีผลมากกว่า และสวยกว่า

" เอาที่มึงสบายใจครับ เดี๋ยวคาบหน้ากูลองไปถามเพื่อนเอกจีนด้วยดีกว่า "

แค่นี้มึงยังไม่พออีกเหรอครับ ถามทั้งคณะเลยดีมั้ย ตั้งโพลสำรวจ ปริ๊นต์แบบสอบถาม แล้วของบจากกิจการนิสิตให้มันรู้ ๆ กันไปเล้ย เย!           

" มึงพอเถอะ กูไม่อยากรู้แล้ว "            

" ก็กูอยากอะ " ไอโจ๋พูด            

สนุกมากมั้ยไอการยุ่งเรื่องของกูเนี่ย เอาให้เต็มที่เลยครับเพื่อนโจ๋            

" ชีวิตมึงไม่มีอะไรน่าสนใจกว่านี้แล้วเหรอครับ "            

" แหม พอดีกูก็เก่งพอที่จะสนใจหลายเรื่องในชีวิตพร้อม ๆ กัน " มันพูดพลางยักคิ้วให้ผม            

" อื้มมม " ผมตอบเน้นเสียงแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา " อีก 5 นาที "

" 5 นาทีอะไร "

" ก็อีก 5 นาทีจะเริ่มคลาสจีนมึงแล้วไงไอสัตว์ มัวนั่งกินขนมอยู่ได้ " พูดเสร็จผมก็แย่งถุงเลย์มันมากินต่อ

นี่ช่วยไง จะได้หมดไว ๆ แล้วรีบไปเรียน คนอย่างผมเนี่ยมีแต่หวังดีล้วน ๆ

" มึงไล่กูทางอ้อมเหรอ "

" อืม " ผมพยักหน้าตอบ  " จะไปไม่ไป "            

" ไปครับ เดี๋ยวโดนเหล่าซือด่า " ไอโจ๋ทำหน้าหงอยพลางลุกขึ้นยืนแล้วแย่งถุงเลย์จากมือผมไปเก็บใส่กระเป๋าตัวเอง           

โห เหลือแค่ก้นถุงจะทิ้งให้กูกินให้หมดก็ไม่ได้เนอะ                          

" อีก 4 นาที "            

" มึงเป็นนาฬิกาจับเวลารึไงไอเชี่ยกาย กูรู้แล้ว " มันพูด " แล้วมึงจะไปไหนก็เดินดี ๆ นะเว้ย "                  

อ๋อ คือเท้าผมมันก็ยังเจ๊งอยู่ดีน่ะครับ ถึงจะไม่พังเท่าเมื่อวานแต่พอเดินก็มีเจ็บบ้างอะไรบ้าง จะเดินไปไหนมาไหนก็เลยลำบากนิดหน่อย สำออยได้พอประมาณ

" แน่นอนครับผม "


พอไอโจ๋มันเดินไปเข้าคลาสเรียนเรียบร้อยแล้ว ไอผมที่นั่งอยู่คนเดียวใต้โถงตึกก็กลายเป็นคนว้าเหว่ไม่มีที่จะให้ไปสิงสถิต คลาสก็ไม่มี จะกลับหอก็ขี้เกียจเดินกลับมาคณะอีกรอบเพราะมีนัดซ้อม ArtsBand ตอน 5 โมง ทรมาณเท้าตัวเองเปล่า ๆ            

สุดท้ายผมก็มาโผล่ที่ห้องสมุดคณะได้ไงไม่รู้..            

บอกไว้ก่อนครับว่าห้องสมุดของคณะผมมีอยู่ 2 ที่ด้วยกัน ที่นึงเอาไว้อ่านหนังสือและทำวิจัยจริง ๆ จัง ๆ ห้ามใช้เสียงเลยแม้แต่น้อย ส่วนอีกที่ซึ่งก็คือที่ที่ผมอยู่เนี่ย มันคือห้องนอนรวมที่มีหนังสือเต็มไปหมดดี ๆ นี่เอง สำหรับที่นี่แล้วถ้าไม่ได้ใช้เสียงดังขนาดเปิดเพลงเฮฟวี่เมทัลให้คนทั้งห้องสมุดฟังก็จะไม่โดนอาจารย์บรรณารักษ์เตือนสักเท่าไหร่ เหมือนเป็นห้องนั่งเล่นของคณะเลยนั่นแหละครับ            

พอก้าวเข้าห้องสมุดไปผมก็สัมผัสได้ถึงแอร์ฉ่ำ ๆ ที่ตัดกับอากาศข้างนอกเหมือนขั้วโลกเหนือกับนรกโลกันต์ทำเอาผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย แต่ง่วงขึ้นมามาก ๆ ..เอ๊ะ            

บรรยากาศในห้องสมุดก็อย่างที่ผมเล่าไปนั่นแหละครับ มันก็ยังคงคอนเซ็ปต์ของความเป็นห้องนอนรวมอยู่เหมือนเคย โซฟาหรือฟูกที่เอาไว้ให้นั่งอ่านหนังสือก็จะมีศพนิสิตคณะเรานอนเรียงรายกันไม่อายคนอื่นซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้เป็นปกติ นอกจากคนนอนสลบแล้วก็มีบ้างที่นั่งกดโทรศัพท์ บ้างก็เอาโน้ตบุ๊กมาเล่น คนอ่านหนังสือจริง ๆ ก็คงมีแหละครับ แต่ถึง 5 คนมั้ยนี่ก็ไม่กล้าคอนเฟิร์มเหมือนกัน

ไอผมที่คิดจะเข้ามาตากแอร์เฉย ๆ ก็เดินไปนั่งที่มุมประจำซึ่งเป็นเบาะที่ถูกแบ่งเป็นล็อก ๆ ติด ๆ กัน กั้นจากคนข้าง ๆ เพียงแค่ที่กั้นเตี้ย ๆ เตี้ยจนไม่สมกับจะเรียกว่าที่กั้น ซึ่งส่วนมากก็เอาไว้แค่วางของเท่านั้น ส่วนล็อกผมเป็นเบาะสุดท้ายที่มันว่างพอดี แถมยังมีหมอนให้ผมหยิบไปหนุนนอนอีกต่างหาก เหมือนโชคจะเข้าข้างเลยแฮะ

ผมจัดการวางหมอนในท่าที่ผมนอนแล้วสะดวกสบายที่สุดแล้วเอนตัวพิงมันทันที เอาจริง ๆ มันก็คงไม่สะดวกสบายมากหรอกเพราะเป็นที่แคบ ๆ จะนอนก็ต้องชันเข่าขึ้นมาขดจนเหน็บกิน แต่ได้แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วครับ เอาอะไรมากกับห้องสมุดล่ะ

" กาย "

ฮะ.. มีใครเรียกผมปะวะ

ผมหันไปด้านขวาตามเสียงที่ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามาทางนั้นรึเปล่า พบว่าผู้หญิงที่นั่งเบาะข้าง ๆ ผมกำลังมองมาอย่างเป็นมิตร เอาจริง ๆ คือผมไม่รู้จักเขาอะครับ ผมเลยหันไปทางซ้ายเผื่อว่าคนที่เรียกผมจะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ต้องหันกลับมาทางด้านขวาอีกรอบเพราะคนด้านซ้ายผมเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรผมเลย

" เรียกผมเหรอครับ " ผมเอ่ยปากถามผู้หญิงตรงหน้างง ๆ หรือเมื่อกี๊ผมจะหูแว่วไปเองวะ

" อื้อ จำเราได้ปะ " เธอพยักหน้าแล้วถามผมที่ตอนนี้งงหนักกว่าเดิม

ผมมองหน้าเธอนิ่ง ๆ จนผู้หญิงคนนั้นเลิกคิ้วให้ผมสองสามรอบ ถึงจะมองนานแค่ไหนหัวสมองของผมก็นึกอะไรไม่ออกเลยอะครับ ไม่รู้ว่าความจำผมปลาทองหรือเขาทักคนผิดกันแน่

" โทษที " ผมส่ายหน้าแล้วยิ้มแห้ง ๆ ให้คนตรงหน้า ส่วนเขาก็ยิ้มแห้ง ๆ ตอบผมเช่นกัน

" เราเคยเจอกันตอนรับน้องอะ จำได้ปะ พู่กันไง "

พู่กัน?

เอ๊ะ.. ใช่คนที่ไอโจ๋เล่าปะวะ

จะว่าไปเธอก็สวยอย่างที่ไอโจ๋มันอธิบายเอาไว้เป๊ะเลย แถมยังเคยเจอผมตอนรับน้องด้วย มันอาจจะพู่กันเดียวกันก็ได้นะเว้ย

" จำไม่ได้อะ พอดีเราจำคนไม่เก่ง " พอต้องบอกว่าจำไม่ได้ตั้ง 2 รอบแล้วรู้สึกผิดบาปในใจมากครับ โดยเฉพาะยิ่งเห็นพู่กันทำหน้าหงอยเป็นหมาเหงาขนาดนั้นยิ่งอยากกระโดดออกจากหน้าต่างมันตอนนี้เลย

" อ่อ ไม่เป็นไร ๆ "

" แต่เนี่ย เดี๋ยวต่อไปจำได้แน่นอนละ " ผมฉีกยิ้มให้คนตรงหน้า " ชื่อพู่กันใช่ปะครับ "

" ใช่ ๆ เจอกันครั้งหน้าก็อย่าลืมอีกนะ " พู่กันพูดพลางขำยิงฟัน ทำเอาผมนึกถึงคำพูดไอโจ๋ขึ้นมาเลย

แม่ง.. น่ารักฉิบหาย!

" แล้ว.. เรียกเรามีอะไรรึเปล่าอะ "

" อ๋อ กะจะแค่ทักเฉย ๆ อะ แต่แกดันจำเราไม่ได้ซะงั้น " กายขอโทษครับ กายผิดไปแล้ว อย่าพูดย้ำเลยนะ

" แหะ ๆ " ผมขำเจื่อน ๆ ตอบเขาไปตามสไตล์คนรู้สึกผิดที่ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าผมจำคนสวย ๆ แบบนี้ไม่ได้ได้ไงวะ

ไอกาย มึงนะมึง!

" เออ กายสนิทกับโจโฉใช่ปะ " พู่กันถามผมต่อ ส่วนผมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้าตอบ " เมื่อเช้าโจโฉมาถามเรากับเพื่อนว่าคิดว่ากายเป็นคนยังไงด้วย เราก็งงเลย จู่ ๆ มาถาม "

" แล้วพู่กันตอบว่าไงอะ " ผมถามกลับ ถึงจะฟังมาจากไอโจ๋แล้วก็เถอะ อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะบอกอย่างนั้นต่อหน้าผมจริง ๆ มั้ย

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากถามแก้วเหมือนกันครับ เตรียมตัวไว้นะครับแก้ว

" เราว่ากาย.. " พู่กันเงียบไปพักใหญ่ " ไม่บอกดีกว่า ไปถามโจโฉเองเนอะ "

" อ้าว ไหงงั้นอะ " ผมขำเบา ๆ

" หูย มันน่าอายอะ เล่นต้องมาพูดต่อหน้าเจ้าตัวแบบนี้ "

" อายส่วนไหนอะ เป็นคนเข้าถึงยากหรือเป็นผู้ชายหล่อที่ควรเก็บขึ้นหิ้ง " ผมแกล้งหยอกถามพู่กันต่อ ทำเอาพู่กันเขินจนต้องเอามือมาปิดหน้าตัวเอง

" โอ้ยยย เราเลิกคุยเรื่องนี้กันเถอะ "

" อ่าว เรื่องสำคัญเลยนะพู่กัน เลิกได้ไง " สนุกโว้ยยย

" อุ๊ย เท้ากายไปโดนไรมา " พู่กันทำเป็นเมินไอที่ผมพูดก่อนจะชี้ไปที่เท้าของผมที่มีผ้าพันไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

" แน่ะ เปลี่ยนเรื่องได้เนียนมาก " ผมขำเบา ๆ พู่กันก็ขำเขิน ๆ ให้ผมเหมือนกัน

" จริง ๆ แล้ว.. กายก็เป็นคนน่ารักกว่าที่คิดนะ "

เอาแหล่ววว เอาแหล่ววววววว

พอพู่กันพูดแบบนี้แล้วผมไม่รู้จะรู้สึกยังไงเลยครับ มันก็เขินแหละคนน่ารักขนาดนั้นมาชมว่าผมก็น่ารักเหมือนกันเนี่ย แต่อีกความหมายนึงก็คือตอนแรกเขาคิดว่าผมไม่น่ารักเลยไม่ใช่รึไงครับ

" คิดไปเองเปล่า "

" จริง ๆ นะ " พู่กันยังคงพูดย้ำด้วยรอยยิ้ม " เอ้อ เดี๋ยวเราไปละ พอดีมีนัดกับเพื่อน คุยกับแกเพลินจนเกือบลืมเลย "

" โอเคครับ งั้น.. ไว้เจอกันนะ " ผมโบกมือเบา ๆ ให้พู่กันที่ฉีกยิ้มให้ผมพลางเก็บของใส่กระเป๋า พอเขาสะพายกระเป๋าแล้วเดินผ่านผม ผมก็โบกมือซ้ำอีกรอบ

แม่งเอ๊ย คนอะไรโคตรสวย ยิ้มก็น่ารัก หุ่นก็ดี เฟรนด์ลี่อีกต่างหาก ถ้าคณะผมมันมีจัดประกวดดาวเดือนเหมือนคณะอื่น ไอตำแหน่งดาวปี 1 ก็คงไม่หลุดไปจากพู่กันแน่ ๆ

แต่.. เอาจริง ๆ เลยนะ ผม.. ไม่รู้สึกอะไรเลยว่ะ

จะว่ายังไงดี ก็ใช่ครับที่พู่กันสวยมาก จัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของคนที่ผมเคยเจอเลย แต่ขนาดโดนทักก็แล้ว ได้คุยกันก็แล้ว โดนรอยยิ้มพิฆาตก็แล้ว แถมยังโดนเขาชมอีกต่างหาก ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรู้สึกเฉย ๆ กับพู่กัน ยังไม่ได้รู้สึกว่าชอบหรืออะไรมากกว่านั้นเลย ทั้งที่ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงใจลอยตามจีบตามขอเบอร์แล้วมั้งครับ

หรือผมตายด้านแล้ววะ ไอสัตว์

ไม่ดิเฮ้ย ผมก็อาจจะแค่สตรองขึ้น ไม่หวั่นไหวง่ายเหมือนเมื่อก่อนมั้ยล่ะ! มันคือผลกระทบจากการอยู่ในคณะที่มีแต่ผู้หญิงรึเปล่าวะครับ เรื่องนี้ต้องมีคนทำวิจัย

กลับมาที่ปัจจุบันซึ่งเหลือแต่ผมกับเบาะเพื่อนรักที่ผมตั้งใจมาหา ตอนนี้พู่กันก็ไม่อยู่แล้ว ทีนี้เราก็จะได้ทำเรื่องระหว่างเรากันสักทีนะตัวเอง

จะอะไรล่ะ ก็นอนไง!!       


ผ่านไปไม่นาน ไม่นานที่ว่านี่คือไม่นานในความรู้สึกผมอะนะ ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ก่อนนอน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร คนรอบ ๆ ผมก็หายไปหมดแล้ว มีเหลืออยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง           

ผมดูเวลาจากจอโทรศัพท์มือถือพบว่ามันก็เป็นเวลา 5 โมงตามที่ผมได้ตั้งปลุกเอาไว้ในตอนแรก ไม่เข้าใจตัวเองเมื่อสี่ชั่วโมงก่อนเหมือนกันครับว่าทำไมมึงไม่ตั้งปลุกให้ไวกว่านี้หน่อย ตื่นมาก็ต้องหิวอยู่แล้ว กว่าจะหาอะไรกิน กว่าจะเดินไปห้องชมรม เลทกันพอดี            

แต่เอาเหอะ พูดซะอย่างกับว่าผมมีหน้าที่สำคัญอะไรในชมรมอะ            

พอนั่งสะบัดหัวจนสร่างแล้วผมก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงไปโรงอาหาร จัดการสั่งข้าวเหนียวไก่ทอดตามเดิมโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลาแล้วนั่งกินไปเพลิน ๆ จนหมด            

สายไป 20 นาทีแล้วแฮะ..            

แต่ไม่เป็นไรครับ เราก็ยังชิลต่อไป สายแค่ไหนก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนแน่นอนเพราะไม่มีหน้าที่เหี้ยไรเลย พูดมาเหมือนจะเป็นข้อดีแต่เอาจริง ๆ ก็น้ำตาร่วงแหมะ ๆ ข้างในเหมือนกันนะเว้ย            

ผมก้าวเอื่อย ๆ ขึ้นบันไดไปห้องชมรมที่ชั้นลอย พอถึงหน้าห้องผมก็เปิดประตูเข้าไปทันที


กึก         


หือ..            

ผมบิดลูกบิดประตูไปมาอยู่สองสามรอบก่อนจะสรุปได้ว่าห้องแม่งล็อค ไม่ใช่ล็อคเพราะไม่มีคนอยู่แน่ ๆ เพราะรองเท้าก็วางเต็มหน้าห้องซะขนาดนี้ แล้วไหนจะเสียงเครื่องดนตรีข้างในที่ดังออกมาอีก แต่คำถามคือใครล็อค แล้วล็อคทำไม ล็อคไม่ให้ผมเข้าเพราะมาสายเหร๊อออ            

พอเปิดเข้าเองไม่ได้ผมก็เปลี่ยนมาเคาะประตูเรียกให้คนที่อยู่ข้างในออกมาเปิดให้แทน ผ่านไปสามสี่ก๊อกผมก็ได้ยินเสียงพี่ดราฟท์ถามมาจากข้างในว่าใครล็อค ล็อคทำไม ทำเอาผมโล่งใจระดับนึงที่ประตูมันไม่ได้ล็อคเพื่อกันไม่ให้ผมที่มาสายเข้า            

ไม่นานประตูตรงหน้าผมก็ถูกเปิดออกแล้วตามมาด้วยไอพี่ดราฟท์ที่เป็นคนเปิดประตู            

แต่ไม่ทันที่ผมจะก้าวเข้าห้อง พี่มันก็ปิดประตูใส่หน้าผมอีกรอบ..


ฮะ..



​________________________________________________________________​​



BABBLING CORNER

เว็บแบบ.. ปวดหัวมาก กว่าจะแก้ให้หน้าไม่เลื่อน เว้นวรรค เว้นบรรทัดอะไรเงี้ยปาไปสามสี่รอบ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}