พาพราว

:)

บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 25%

ชื่อตอน : บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 25%
แบบอักษร

บทที่ 1

F4 โรงเรียน

เช้านี้อากาศเย็นสบาย เสียงตามสายเป็นเพลงป็อปของวงบอยแบนด์ชื่อดัง ฟังดูสดใสเหมาะกับเด็กวัยมัธยม แพรพิชชากระชับกระเป๋าเป้ยี่ห้อเอาต์ดอร์บนบ่าให้เข้าที่ หยุดสวัสดีคุณครูที่ยืนต้อนรับหน้าประตูโรงเรียน ก่อนจะชะงักเมื่อโดนท่านเรียกตัวไว้ แล้วใช้สายตาดุๆ คาดโทษเรื่องเหยียบส้นรองเท้าผ้าใบ

เด็กหญิงผมสั้นในชุดพลศึกษายิ้มแหย รีบก้มลงใส่รองเท้าให้เรียบร้อยแล้วถอยห่างจากอาจารย์แขไขฝ่ายปกครอง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด กฎเป็นกฎ!

ยังไม่เจ็ดโมงดีด้วยซ้ำตอนที่เธอย่ำเท้าไปตามถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน ผ่านต้นก้ามปูขนาดใหญ่ซึ่งแผ่กิ่งก้านขยายคล้ายร่มยักษ์ปักแน่นบนแผ่นดิน ใบไม้จิ๋วปลิวละล่องเมื่อต้องแรงลมของฤดูหนาว ร่วงกราวเกลื่อนพื้น

เพลงจังหวะเร้าใจจบลง รุ่นพี่ที่รับหน้าที่เป็นดีเจเอ่ยทักทาย แล้วเริ่มเล่นเพลงใหม่ที่มีคนขอมา แพรพิชชาคลอตามในลำคอ เดินต่อไปตามทางที่ขนาบข้างด้วยอาคารเรียนแปดชั้นและศาลากลางประชาสัมพันธ์ เลี้ยวผ่านสี่แยกกลางซึ่งมีซุ้มขายน้ำตรงหัวมุม เดินเรื่อยไปจนถึง ‘ลานวิทย์’ อันเป็นที่สิงสถิตของเพื่อนร่วมห้อง โต๊ะหินอ่อนถูกจับจองเต็มอัตราแม้ว่าจะเช้าอยู่มากก็ตาม

เด็กนักเรียนชั้นม. ๒/๓ กำลังคร่ำเคร่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ‘มหกรรมลอกการบ้าน’ มักจะมีให้เห็นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ

“ทำไมแกดูชิล” พู่กันเงยหน้าจากโจทย์สมการกำลังสองตัวแปรเดียวเพื่อแซวเพื่อนที่เพิ่งมาและเดินช้าสบายใจเฉิบ

แพรพิชชายักไหล่ แล้วกระโดดข้ามพุ่มเทียนทองที่กั้นเป็นแนวยาวสลับกับต้นอโศกอินเดียเพื่อเข้ามาหาเพื่อนที่โต๊ะประจำ

“เอามาลอกหน่อย พู่มันช้าอ้ะ” ศิรินว่า ทำหน้าตาเซ็งๆ หลังจากนั่งรอเปิดหน้าถัดไปมาหลายนาทีแล้ว

“เซ่! คนเรามันก็ต้องลอกแบบมีศักดิ์ศรีปะวะ ใครจะหลับหูหลับตาลอกเหมือนแก” พู่กันตวัดตาใส่เพื่อนลุคทอมบอย จับสมุดการบ้านต้นฉบับขยับให้เข้าที่เข้าทางเนื่องจากลมพัดจนหน้ากระดาษสะบัด

“เหอะ! ทำเป็นมานั่งทำความเข้าใจ นาทีนี้มันไม่ทันแล้วมั้ง แล้วถ้ามีศักดิ์ศรีจริงก็ไม่ควรลอกแต่แรกปะวะ” ศิรินเหน็บกลับ

“เอ๊...แกนี่!” พู่กันของขึ้นนิดนึง

“พอ! หยุด! เอาไป” แพรพิชชาห้ามทัพก่อนที่พวกมันจะสับกันแหลก เปิดกระเป๋าแล้วยื่นสมุดการบ้านของตนให้ศิริน “แล้วนี่ร่มไปไหนแล้ว” เธอถามถึงร่มรวิ เพื่อนสนิทอีกคนในแก๊ง เจ้าของสมุดการบ้านที่พู่กันกำลังคัดลอกอย่างละเอียดประหนึ่งถ่ายเอกสาร

“ไปร้านลุงมั้ง” พู่กันตอบโดยไม่เงยหน้า

‘ร้านลุง’ ที่ว่าคือร้านเครื่องเขียนที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียน มีทุกอย่างที่เด็กมัธยมเช่นพวกเธอต้องการ

แพรพิชชาพยักหน้ารับรู้ แล้วควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเกมงูระหว่างรอเพื่อน ตายไปหลายรอบจนกระทั่งหางยาวเฟื้อยแทบล้นหน้าจอขาวดำ

ทันใดนั้นเสียงกริ่งจักรยานอันคุ้นเคยก็แว่วมา หัวหน้าห้องรีบเก็บโทรศัพท์หน้ากากสีน้ำเงินลงกระเป๋ากางเกงวอร์ม ลุกขึ้นตบโต๊ะส่งสัญญาณบอกเพื่อนร่วมชั้นในบริเวณนั้น  

“เร็ว! เจ๊รื่นมาแล้ว”

ครั้นรวบรวมสมุดการบ้านของทุกคนได้ก็หอบทั้งตั้งกอดอกไว้แล้ววิ่งสี่คูณร้อยตรงไปยังโต๊ะของอาจารย์รื่นฤดี ผู้ที่เพิ่งปั่นจักรยานเข้ามา แพรพิชชาทำเวลาในฐานะความหวังของห้อง กระโดดพรวดข้ามพุ่มไม้ ตรงไปยังชั้นสามของอาคารเรียนสีขาว เป้าหมายเป็นห้องพักครูหมวดคณิตศาสตร์

ดีที่วันนี้ใส่กางเกงจึงคล่องตัว สามารถก้าวขึ้นบันไดได้ทีละสองขั้น

และแล้วก็ทัน!

สมุดการบ้านสี่สิบกว่าเล่มถูกวางเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะก่อนเจ้าของจะมาถึง แชมป์วิ่งพรูลมหายใจ ถอดเสื้อกันหนาวมัดเอวไว้ขณะเดินออกมาจากห้องพักครู

แล้วจู่ๆ เธอก็หยุดเดิน เมื่อบังเอิญหันไปเจอสายตาคู่หนึ่ง ซึ่งใครคนนั้นกำลังยืนคุยกับผู้หญิงอีกคนบริเวณชานพักที่ถูกจัดเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก เด็กหนุ่มดึงสายตากลับไป บ่งชัดว่าไม่ได้สนใจเธอ เพียงมองผ่านเท่านั้น

พลันเพลงมาร์ชโรงเรียนก็ดังตามมา แพรพิชชาจึงผละลงบันไดไป มุ่งตรงสู่สนามหญ้าหน้าเสาธง วิ่งไปต่อท้ายแถวซึ่งเรียงตามลำดับความสูง ค่อยๆ แทรกตัวจากด้านหลังมาจนถึงช่วงกลางแถว แล้วชะเง้อคอมองหาพู่กัน ปกติมันอยู่ก่อนเธอเพราะเตี้ยกว่าหนึ่งเซนติเมตร

เด็กหญิงแก้มแดงพยายามเพ่งหาเพื่อนที่ใส่เสื้อกันหนาวสีส้มอมชมพู แล้วก็พบว่าอยู่ห่างไปเกือบสิบคนเห็นจะได้ จึงรอจนกระทั่งร้องเพลงชาติจบและหันหน้าไปสวดมนต์ทางพระพุทธรูปประจำโรงเรียน จึงค่อยเขยิบแทรกเลื่อนไปจนถึงตัวพู่กัน

ดึงสายเสื้อในเพื่อนจนได้ยินเสียงเปรี๊ยะไม่ดังนัก!

“อะไร!” คนโดนเรียกด้วยวิธีป่าเถื่อนหันมาถลึงตาใส่ เค้นถามเสียงต่ำ

“ตะกี้ฉันเจอพี่กานต์แกด้วย อยู่กับพี่คนสวยประจำโรงเรียน” แพรพิชชาโน้มตัวกระซิบ ลดมือที่พนมลงเมื่อสวดมนต์จบบท

“พี่น้ำอะเหรอ” คนแอบชอบรุ่นพี่ไม่มีสมาธิแผ่เมตตา

“กิ๊กกันป้ะ”

“...ไม่หรอก เขาแค่อยู่ห้องเดียวกันเฉยๆ”

“เหรอ...”

“คุยอะไรกัน! ยุกยิกๆ” อาจารย์โอบนิธิเดินถือไม้เรียวเข้ามาใกล้ แผ่รังสีใส่เด็กหญิงช่างคุยสองคนในแถว

พู่กันและแพรพิชชาหายใจเข้าแรงๆ ตัวแข็งทื่อ ยืดหลังตั้งตรง แผ่เมตตาพร้อมกันเสียงดังฟังชัด

“...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย...”



____________ t a l k ' s ____________

ทุกคนอาจจะแบบ...เอ๊ะ!?

นี่มันเรื่องโทนไหน ใช่เรื่องเดียวกันไหม

ไม่ใช่ต้องเผ็ชๆ จี๊ดๆ ปรั๊วะๆ เปรี๊ยะๆ เหรอ

ไมเปิดมากระโปรงสั้นคอซอง อิหยังวะนิ



/me ก้มหน้าหลบสายตา

ใช่ค่ะ แต่แค่พาย้อนวัยไปไกลนิดนึง 

ใครบอกไม่รู้จัก F4 หรือเกิดไม่ทัน 

ขอไม่คุยด้วยนะคะ เกียดดด 555+



ความคิดเห็น