หนูแดง/หนูแดงตัวน้อย/NooDangzz
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะบายดี ครั้งที่ 12: ศึกชนช้าง[100%]

ชื่อตอน : สะบายดี ครั้งที่ 12: ศึกชนช้าง[100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2560 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะบายดี ครั้งที่ 12: ศึกชนช้าง[100%]
แบบอักษร

สะบายดี ครั้งที่****12: ศึกชนช้าง

ปั้นรักก็คือปั้นรัก ต่อให้ผมบอกว่าชอบมันหรือมันรู้สึกอะไรกับผมอย่างเดียวกับที่ผมรู้สึกกับมัน มันก็ไม่พูดออกมาให้เสียหน้าหรอก มันเลยทำได้แค่เงียบแล้วก็กวนบาทาไปเรื่อยเพื่อกลบเกลื่อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็เท่านั้น ผมไม่ได้ว่าอะไรมันหรอก ตอนนี้ไม่ว่ามันจะทำอะไรก็น่ารักในสายตาผมไปหมดแล้วล่ะ แต่เอาจริงๆ ผมก็อยากรู้นะว่ามันคิดยังไงกับผมบ้าง เวลาเราบอกชอบใครสักคน เราก็อยากจะได้คำตอบใช่ไหมล่ะว่าอีกฝ่ายคิดยังไง ทว่าพอผมถาม...

“พี่ชอบปั้น แล้วปั้นชอบพี่ไหม”

...มันก็เบี่ยงประเด็น ไม่ยอมตอบคำถามทุกที

“ถามอะไรนักหนาเนี่ย วุ้ย!”

“เอ้า ก็อยากรู้” ผมว่าขณะที่เราทั้งคู่กำลังเดินไปหาอะไรในละแวกเกสต์เฮ้าส์รองท้องในช่วงเย็นหลังจากที่เราเที่ยวเล่นแถวๆ นี้เป็นที่พอใจแล้ว

วันนี้พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะผมบอกกับมันว่าไม่อยากรีบเที่ยว เที่ยวมาหลายวันติดๆ กันแล้ว เดินทางมากเกินไปมันเหนื่อยอะไรแบบนั้น แต่จริงๆ ผมแค่จะประวิงเวลาเพื่อที่จะอยู่กับมันให้นานกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง

“เก็บความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้บ้างเถอะ”

พอพูดไปอย่างนั้น ปั้นรักก็หันมาแหว หน้านี่งอง้ำเป็นม้าหมากรุกเลย แต่ผมรู้นะ มันแสร้งทำเป็นหงุดหงิดกลบเกลื่อนความเขินอายต่างหาก ไม่ได้หงุดหงิดจริงหรอก

“ถ้าไม่อยากให้พี่ถามบ่อยๆ ปั้นก็บอกมาสิว่าคิดกับพี่ยังไง” ผมตอแยไม่เลิก

ปั้นรักหยุดเดิน หันมามองหน้าผมทันใด

“ถ้าไอบอกว่าไม่ชอบยูแล้วยูจะทำยังไง”

“ก็ไม่ยังไง พี่ก็คงจะถอย แต่ถ้าบอกว่าชอบ พี่ก็จะเดินหน้าจีบ” ผมว่าไปตามตรง

ปั้นรักก็ยังคงไม่บอก ผมเลยถามไปอีก

“ตกลงชอบพี่ไหม”

ตอนถามประโยคนี้ แกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ด้วย ใครจะว่ากะล่อนหรืออะไรก็ช่างเถอะ เพราะเวลาทำแบบนี้ ปั้นรักก็จะทำสีหน้าไม่ถูก มันดู...น่ารักดี

“มะ...ไม่ชอบ!”

ถูกทำอย่างนั้น ปั้นรักก็โวยวายใส่ผมเสียงดังเลย ผมแกล้งทำปากยู่

“ว้า เสียดายจัง แต่ถ้าปั้นไม่ชอบพี่ แล้วปั้นยอมให้พี่จูบ...ไม่สิ จูบพี่ทำไมเหรอหืม?”

แกล้งหยอกไปอีก คราวนี้ปั้นรักหน้าง้ำกว่าเดิม

“ไอก็บอกแล้วไงว่าแค่อยากจะลองพิสูจน์น่ะ!”

“พิสูจน์อะไร”

เออ ผมจำได้ว่าปั้นรักเคยพูดนะว่าที่จูบผมเป็นเพราะต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง

พอสิ้นเสียงผม ปั้นรักก็มีท่าทางอึกอักขึ้นมา

“ไปกินข้าวกันสักที ไอหิวจะแย่แล้ว”

แถมไม่ยอมตอบอีกต่างหาก ผมเห็นมันเดินดุ่ยๆ ไปข้างหน้าก็รีบก้าวยาวๆ ไปคว้าแขนมันเอาไว้ ดึงให้มันหันกลับมาเผชิญหน้ากับผมแล้วถามขึ้นอีกครั้ง

“บอกพี่มาก่อนว่าพิสูจน์อะไร”

“อะไรของยูวะเนี่ย ปล่อย!”

“พี่จะปล่อยถ้ายอมบอกว่าปั้นจะพิสูจน์อะไร”

“น่ารำคาญฉิบ”

มึงน่ารำคาญกว่าอีก มีอะไรก็ไม่พูด ลีลาท่ามากอยู่ได้

แต่ไม่ว่ามันเลยสักคำ ได้แต่บ่นในใจ

แหม ก็ใครจะกล้าว่ากันล่ะ เดี๋ยวน้องปั้นรักของพี่ดื้อก็ตกใจเตลิดเปิดเปิงหมด กว่ามันจะกลายเป็นผู้เป็นคนแบบนี้ได้ เล่นเอาผมอยากกระโดดถีบขาคู่ไปหลายรอบ ผมไม่ยอมให้มันกลับไปเป็นแบบเดิมอีกหรอก

“ว่าไง จะบอกพี่ไหม ไม่บอก พี่ก็ไม่ปล่อย ไม่ปล่อยแล้วก็จะจูบด้วย” ผมถามย้ำอีกครั้ง พร้อมกับขู่แบบขำๆ เล็กน้อย

ปั้นรักที่ถูกผมจับอยู่เบนสายตาไปทางอื่นก่อนว่าเสียงเบา

“เผด็จการว่ะ”

“บอกเร็ว” ผมย้ำอีกระลอก

ปั้นรักเหลือบมองหน้าผม ก่อนตอบออกมาตรงๆ

“ไอก็แค่อยากจะพิสูจน์ว่าเป็นหรือเปล่า”

“เป็น?”

“เป็นเกย์ ไอแค่อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเกย์หรือเปล่าเลยจูบยูอีกรอบเพราะตอนที่ถูกยูจูบ ไอรู้สึกดีไง”

กลายเป็นผมบ้างแล้วที่นิ่งไป นิ่งแค่ตัวนะ แต่หน้าไม่ได้นิ่งตาม ยิ้มแป้นแล้นชวนให้คนมองหมั่นไส้เลยทีเดียว

“ไม่ต้องยิ้มปากฉีกถึงรูหูก็ได้มั้ง” มันค่อนขอดมา

ผมแสร้งทำหูทวนลม

“แล้วตกลงพิสูจน์ได้ไหม”

“ไม่รู้” ปั้นรักว่าอุบอิบ “รู้แต่ว่าจูบกับยูแล้วรู้สึกดี” พูดประโยคนี้จบแล้วก็เบนสายตาไปทางอื่นอีกครั้ง

ผมล่ะอยากจะจับมันมาขยำขยี้ให้หายมันเขี้ยวจริงๆ

น่ารักอะไรอย่างนี้นะ!

ทว่าก็ได้แต่เต๊าะมันไปเรื่อยๆ เท่านั้น

“แล้ว...อยากลองพิสูจน์อีกทีไหมล่ะ”

ปั้นรักเหลือบมองผม ผมไม่รอคำตอบก็ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปบนเรียวปากมันแผ่วเบา

“รู้ตัวหรือยัง” ผละออกมาได้ ผมก็ถามอีก

ปั้นรักนิ่งงัน มองหน้าผมแล้วก็กัดริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะถาม

“ไม่กินข้าวแล้วใช่ปะ”

“อยากกินปั้นมากกว่า”

อันนี้พูดจริง ไม่ได้พูดเล่นเลยแม้แต่น้อย มันน่ารักมากจริงๆ น่ารักจนผมอยากจะทำอะไรสักอย่างให้มากกว่านี้ แต่ก็หยอดไปแบบทีเล่นทีจริงแหละนะ ไม่กล้าบุกอะไรมาก เดี๋ยวปั้นรักจะตื่นตกใจไปก่อน

ทว่าการที่ผมพูดไปอย่างนั้น จู่ๆ ปั้นรักก็โพล่งขึ้นมาเร็วๆ

“งั้นรออยู่นี่แป๊บนึง เดี๋ยวมา”

“ไปไหน”

ผมทำท่าจะเดินตามไป หากแต่ปั้นรักหันมาชี้นิ้วเป็นสัญญาณบอกให้ผมยืนอยู่กับที่ พอผมหยุด ไม่เคลื่อนไหว มันก็รีบก้าวเข้าไปยังมินิมาร์ทที่อยู่ไม่ไกล ใช้เวลาพักหนึ่งถึงกลับออกมา ผมพยายามมองหาว่ามันซื้ออะไรมาก็ไม่เห็น แถมพอจะถาม มันก็ไม่เปิดโอกาสให้ถามอีกต่างหาก เดินกลับมาได้ก็ออกคำสั่งกับผมเสียอย่างนั้น

“ถ้าไม่หิวก็กลับห้อง”

เอาจริงๆ คือผมหิวนะ แต่ในเมื่อมันชวนกลับห้องอย่างนั้น ผมก็เดินตามต้อยๆ ไม่มีข้อโต้แย้งอะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะอยากรู้ว่ามันจะทำอะไร

ซึ่ง...พอกลับมาถึงห้องแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหนือความคาดหมายของผมมากๆ ทันทีที่ปิดประตูห้องได้ ปั้นรักก็พูดออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“มาจูบกัน”

ผมถึงกับเบิกตาโตทันทีด้วยความตกใจ

“พูดจริง?”

“เออ ไออยากมั่นใจอีกทีว่าตกลงรู้สึกยังไงกับยูกันแน่”

ไม่พูดเปล่า จัดการลากผมมานั่งบนเตียงเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายดึงผมเข้าไปจูบเองด้วย

ริมฝีปากของมันยังคงมีรสหวานเหมือนเดิม ตอนแรกผมกะว่าจะปล่อยให้มันเป็นฝ่ายจูบจนกว่าจะพอใจ ทว่าพอได้ลิ้มรสเรียวปากนั้นแล้ว ผมก็อดใจไม่ไหว รุกล้ำโพรงปากด้วยการแทรกปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของมัน ปั้นรักเองก็ไม่ปฏิเสธหรือหลีกหนีแม้แต่น้อย ตอบสนองเป็นอย่างดี อะไรไม่ว่า ยังจะเป็นฝ่ายรุกอีกด้วย จนผมชักทนไม่ไหว เผลอทำอะไรที่มากกว่าการจูบลงไป

มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดของปั้นรัก ลูบไปบนหน้าท้องที่มีลอนกล้ามอ่อนๆ ไต่ระดับขึ้นไปยังแผงอก หยอกล้อกับตุ่มไตเม็ดเล็กๆ จนมันชูชันขึ้นมา หูได้ยินเสียงของปั้นรักครางฮืมในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนที่มันจะละริมฝีปากออกมาเล็กน้อยเพื่อถอดเสื้อแจ็กเก็ตที่สวมอยู่ออก จังหวะนี้เองที่สายตาของเราทั้งคู่ประสานกัน ไม่รู้ทำไม สายตาของมันที่มองผมในตอนนี้ถึงได้ดูหวานฉ่ำมากเป็นพิเศษ เป็นสายตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แต่มันดู...ยั่วมาก

ไม่แน่ใจว่าปั้นรักตั้งใจหรือเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ที่รู้ๆ คือมันทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ดึงมันเข้ามาบดจูบหนักหน่วงอีกครั้ง ปั้นรักประคองท้ายทอยผม กดให้เข้าใกล้มันยิ่งขึ้น

เนิ่นนานทีเดียวที่เราต่างคนต่างแลกเปลี่ยนชิมรสชาติหวานของกันและกันอยู่อย่างนั้น จนถึงเวลาอันสมควร ผมจึงถอนริมฝีปากออกจากปั้นรักอย่างอ้อยอิ่ง ยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูคนตรงหน้าที่ตอนนี้หน้าแดงรื้นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เดาว่าตอนนี้ไม่ได้แดงเพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะอย่างอื่นมากกว่า

“ยู...”

“เรียกอ้ายดื้อสิ”

พอได้ยินมันคราง ผมก็ว่าสวน ปั้นรักจึ๊ปากเล็กน้อย ก่อนจะเรียก

“ไอ้ดื้อ”

“อ้ายๆ ไม่ใช่ไอ้” ผมหัวเราะ แก้ต่างให้

“มันก็คือๆ กัน” มันยังจะมีหน้ามาเถียงข้างๆ คูๆ อีก

ผมแกล้งจูบหน้าผากมันแรงๆ ไปทีหนึ่ง พลันผละออกมา

“งั้นเรียกว่าพี่ดื้อก็แล้วกัน”

มันหัวเราะในลำคอ ทำเหมือนจะไม่ยอมพูด แต่สุดท้ายก็...

“พี่ดื้อ”

ผมยิ้มไม่หุบเลย

น่ารักโคตรๆ!

ถึงปั้นรักดูเป็นคนเกรียนๆ เรื้อนๆ ปากไม่ค่อยดี ไม่มีหูรูด แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอได้ลิ้มรสแล้ว มันจะหวานขนาดนี้ แถมตอนว่านอนสอนง่ายก็น่ารักเสียจนผมไม่เป็นตัวของตัวเอง ดึงมันเข้ามาประทับริมฝีปากอีกครั้งเบาๆ ก่อนจะถามออกมาชนิดที่ว่าลืมไปเสียสนิทว่าจริงๆ แล้วพวกเรากลับห้องมาทำไม

“พี่ขอได้ไหม”

ไม่ต้องอธิบายให้มากความ ปั้นรักก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร มันเม้มปากไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าให้ผมทำมากกว่านี้ได้

ความกลัดมันตามประสาชายหนุ่มและความอดทนที่ผมกักเก็บมานานปะทุออกจนหมด แทบรอกดปั้นรักลงไปนอนเสียไม่ไหว ผมโน้มใบหน้าไปประกบปากจูบเรียวปากนุ่มอีกระลอก ดูดกลืนความหอมหวานจากคนตรงหน้าอย่างกระหายขณะที่อีกฝ่ายก็จูบผมตอบเช่นเดียวกัน

จูบตอบอย่างร้อนแรง... ร้อนแรงมาก ร้อนจนผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ผละออกมาถอดเสื้อจากตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ส่วนปั้นรักก็รู้งาน ดึงเสื้อยืดออกจากร่างกายตัวเองเช่นกัน ตอนนี้เราสองคนอยู่ในสภาพที่เปลือยท่อนบนกันทั้งคู่ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงใดๆ อีกต่อไป ผมโผเข้าหามัน ส่วนมันก็พุ่งเข้ามากอดผม จูบกันนัวเนีย แลกลิ้นเป็นพัลวัน

ความร้อนรุ่มที่พร่างพรายไปทั้งกายทำให้ผมชักจะทนเล้าโลมต่อไม่ไหว

ไม่ไหวแล้ว อยากทำ... จะทำเดี๋ยวนี้

ไหนๆ ปั้นรักก็เป็นคนลุยๆ อยู่แล้ว ถ้าผมจะบุกเลยมันก็คงไม่เป็นไร กดเลยก็แล้วกัน

คิดแล้วก็เอื้อมมือไปจะดันไหล่ให้คนตรงหน้านอนราบไปบนฟูก หากแต่ผมก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ ผมก็เป็นฝ่ายถูกดันเสียเอง

ตุ้บ...

ผมล้มลงนอนราบบนเตียง มองปั้นรักที่กำลังขึ้นมาคร่อมผมพร้อมสีหน้าหื่นกาม หื่นอย่างเดียวไม่ว่า แม่งเอาหน้ามาซุกไซ้ซอกคอผมแล้วด้วย

รุกหนักนี่หว่า...

ปล่อยให้มันพรมจูบตามลำคอผมได้ครู่หนึ่ง ผมก็เป็นฝ่ายจับมันพลิกตัวแล้วขึ้นคร่อมบ้าง ลากฝ่ามือข้างหนึ่งไปบนแผงอกที่แน่นไปด้วยกล้าม จมูกซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ลากปลายลิ้นกระตุ้นอารมณ์ด้วยความหื่นไม่แพ้กัน แล้วก็ต้องสลับตำแหน่งเมื่อจู่ๆ ผมก็ถูกปั้นรักพลิกตัวขึ้นมาคร่อมอีกรอบ

ปั้นรักทำแบบเดิม เริ่มไต่ระดับลงไปยังหน้าอกผม ละเลงจูบไปทั่ว ผมมองท่าทางนั้นแล้วก็คิดเอาเองว่าปั้นรักคงอยากจะออนท็อป แต่ด้วยความที่ผมเป็นรุกไง ผมเลยไม่ค่อยชอบถูกกระทำสักเท่าไหร่ต่อให้เป็นการเล้าโลมก็เถอะ

อดทนรอให้ปั้นรักเล่นสนุกได้ครู่หนึ่ง ผมก็จับปั้นรักพลิกลงมานอนอีก ปั้นรักจึ๊ปาก ทำหน้าไม่พอใจ ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไร มันก็จับผมพลิกลงนอน หยอกล้อกับร่างกายผมได้ครู่หนึ่ง แล้วผมก็จับมันพลิกลงนอนแทน

ปั้นรักชักสีหน้า ดันหน้าผมออกแล้วจับผมพลิก

ผมล้มลงนอน มันยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ผมก็จับมันพลิก

มันบุ้ยปาก ลุกขึ้นมาจับผมพลิก

ผมจับมันพลิกอีกครั้ง

มันก็จับผมพลิกกลับมานอนอีก

คราวนี้ไม่พลิกเปล่า ยกขาผมทั้งสองข้างขึ้นชันเข่า แทรกตัวเองเข้ามาตรงกลางระหว่างขาผมจนเป้ากางเกงของเราสัมผัสกัน

เดี๋ยวนะ กูว่ามันทะแม่งๆ แล้ว...

“หยุดก่อนนะปั้น”

ผมรีบร้องทัก เอามือดันหน้าไอ้เด็กนั่นที่กำลังจะครอบครองยอดอกผมออกห่างจากตัว ปั้นรักเงยหน้าขึ้นมา ขมวดคิ้วยู่อย่างไม่พอใจที่ผมขัดจังหวะพร้อมส่งเสียงถาม

“What? (อะไร)”

อันนี้ผมแปลได้ ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือมึงคร่อมกูทำไม!? คร่อมไม่พอ แม่งเอาตัวแทรกเข้ามาระหว่างกลางด้วย มึงคิดว่าตัวเองทำอะไรอยู่!?

“พี่ว่าโพสิชันมันผิดนะ”

ผมไม่โวยวาย บอกไปเสียงนิ่งๆ ปั้นรักได้ยินแล้วก็ย่นคิ้วหนักกว่าเดิม

“ผิดตรงไหน”

“ก็ที่เป็นอยู่เนี่ยมันผิด”

ผมชี้นิ้วให้ดูสภาพที่ผมนอนแล้วถูกมันคร่อมเอาไว้ ปั้นรักมอตามงแล้วก็หรี่ตามองผม เหมือนจะเข้าใจอะไรๆ ขึ้นมาได้

“อย่าบอกนะว่ายู... เป็นรุก?”

รู้จักกันมาตั้งพักหนึ่งแล้ว มึงเพิ่งรู้ว่ากูเป็นรุกเหรอไอ้ปั้น! โอ้โห ดูขนาดตัวกูด้วย ใหญ่โตมหึมาเป็นรถบรรทุกขนาดนี้ มึงจะให้กูเป็นรับหรือไง!

ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกถ้าหากฝ่ายรับจะตัวใหญ่ แต่ไม่ใช่ผมไง หน้าแม่งก็หนวดเฟิ้มด้วยเถอะ จะเป็นรับที่เถื่อนไปหน่อยไหม

ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างระอากับความเข้าใจผิดของมัน ก่อนพยักหน้ารับเบาๆ

“พี่ถึงได้บอกไงว่าโพสิชันมันผิด”

ปั้นรักทำหน้าไม่เชื่อ ถอยห่างจากผม ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดปาก บ่นพึมพำ

“แล้วยูจะให้ไอเป็นรับว่างั้น? Gosh! Are you f*cking kidding me!? (พระเจ้า! ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย!?)”

แปลได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ช่างมันเถอะ พอจะรู้ว่ามันคงไม่อยากจะเชื่อชะตากรรมตัวเอง ผมเลยได้แต่ปลอบใจมันไปตามเรื่องเพราะรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของมัน...กับผู้ชาย

“ไม่เป็นไรปั้น เดี๋ยวพี่จะอ่อนโยนกับปั้นนะ”

ลูบหัวมันไปด้วยเผื่อมันจะใจเย็นลง ทว่าไม่ มันดึงมือตัวเองที่ปิดหน้าอยู่ลงแล้วถามผมกะทันหัน

“ปิโตรเลียมเจลหรือออยล์?”

“ฮะ?”

ผมทำหน้างงฉับพลัน ส่วนมันก็ก้มลงไปคุ้ยเสื้อแจ็กเก็ตที่มันถอดแล้วโยนทิ้งไปก่อนหน้า คว้าเอาของบางอย่างออกมาถือในสองมือให้ผมเลือกแล้ว

“ถามว่าปกติยูใช้ปิโตรเลียมเจลหรือออยล์ จะได้เลือกใช้ถูก แต่ไอว่าปิโตรเลียมเจลมันเหนียว ใช้ออยล์น่าจะเวิร์กกว่า ลื่นดี แล้วใช้ท่า Doggy style ด้วย เข้าง่าย ไม่เจ็บ”

นี่มึงมีอะไรกับผู้ชายครั้งแรกจริงหรือเปล่า ทำไมรู้ดีจังวะ แล้วไอ้ของที่มึงว่านี่มึงไปหามาตั้งแต่เมื่อไหร่!

นึกขึ้นได้ทันทีว่าก่อนหน้านั้นมันแวะเข้ามินิมาร์ท

ที่แท้...มึงก็ไปซื้อไอ้พวกนี้มานี่เอง ไอ้ปั้น... เตรียมพร้อมมาก แสดงว่าคิดจะรุกกูตั้งแต่แรกแล้วสินะ เด็กเวรจริงๆ เลยมึงเนี่ย!

“ไม่เวิร์กทั้งคู่ ปิโตรเลียมเจลมันเหนียวอย่างที่ปั้นว่า ส่วนออยล์...เอาไว้ทาผิวหรือใส่ผมเถอะ มันไม่ค่อยช่วยหรอก ถ้าจะใช้ตัวช่วยก็ต้องใช้อันที่มันทำมาเฉพาะเพื่อทำกิจกรรมนั้นเลย”

ผมอธิบาย ในใจก็นึกขำกับความเตรียมพร้อมของมันไม่น้อย แต่เหมือนจะไม่ใช่ประเด็น เพราะทันทีที่ผมพูดจบ ปั้นรักก็มีสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมา

“เอ้า ถ้าใช้ไม่ได้ แล้วยูจะหยุดไปดื้อๆ แบบนี้?”

“ก็เราไม่พร้อม พี่ก็ไม่อยากจะฝืนปั้นด้วย ไว้วันหลังเถอะเนอะ”

“อะไรวะ ศึกชนช้างล่มซะงั้นอะ” มันพึมพำ แสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ

ผมก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำนะ โคตรอยากจะทำเลย แต่ถ้าฝืนทำต่อไป ผมกลัวว่าปั้นรักจะเจ็บตัวน่ะ หยุดแค่นี้แล้วไว้ต่อวันหลังจะดีกว่า

“พี่เป็นห่วงปั้นนะถึงได้หยุดแค่นี้” ผมให้เหตุผล

ทว่าให้เหตุผลไปก็เท่านั้น ปั้นรักไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นแม้แต่น้อย บูดบึ้งเสียจนน่าจับมาตีก้นให้รู้แล้วรู้รอด

“บ่มีไก๊แท้ๆ เสพบ่มิสม”

แถมยังจะดูถูกผมอีก ผมถึงกับต้องสงบสติอารมณ์ตัวเองเป็นพัลวัน

หึย ถ้าไม่กลัวว่ามึงจะเจ็บตัว ป่านนี้กูทำไปนานแล้ว

อุตส่าห์เป็นห่วงมันแท้ๆ แต่มันยังคงถามไม่เลิก

“สรุปไม่อยากเยแล้ว?”

ผมถึงกับเบิกตาโต

มึงก็จะพูดตรงเกินไปไหม! รู้ไหมเนี่ยว่ามันหมายความว่าอะไร!

เออ แต่คงไม่ต้องอายแล้วล่ะ มาถึงขั้นนี้กันแล้ว จะใช้คำว่าอะไรก็ช่างเถอะ

“ใครว่าไม่อยาก แต่เอาไว้วันหลัง วันนี้ยังไม่พร้อมก็เอาไว้ก่อน”

“ฮ่วย!” ปั้นรักแสดงท่าทางฮึดฮัดออกมา

“ถ้าจะอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้ งั้นวันนี้ทำแค่ภายนอกดีไหม”

สุดท้ายผมก็เลยต่อรอง พอเข้าใจอยู่ว่าการที่มีอารมณ์รุนแรงอย่างนั้นแล้วจู่ๆ มาหยุด มันทำให้เสียอารมณ์ก็เลยลองเสนอดู

ปั้นรักมองหน้าผมครู่หนึ่งพลันพยักหน้า “จะทำอะไรก็รีบๆ ทำก่อนที่ไอจะเปลี่ยนใจ”

พูดมาอย่างนี้ ผมก็ไม่รอแล้ว จัดการดันปั้นรักให้นอนราบลงไป ประทับจูบบนเรียวปาก ผละออกมาก็ไล่ไปตามต้นคอ แผ่นอก หยอกเย้าตุ่มไตเล็กๆ ด้วยปลายลิ้น มือที่ว่างอยู่ก็จัดการถอดกางเกงออกจากตัวของคนใต้ร่าง ก่อนจะมาจัดการกับตัวเอง ไม่นานนัก เราทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

สีหน้าของปั้นรักกลับมาดูยั่วยวนอีกครั้ง และทวีมากขึ้นไปอีกเมื่อมือของผมกอบกุมอยู่บนส่วนกลางลำตัวของมัน พอเคลื่อนไหว เสียงครางอือออก็ดังลอดออกจากริมฝีปากหนา ผมเร่งจังหวะทีละน้อยจนปั้นรักชักทนไม่ไหว ผวาคว้าผมไปกอดแน่น ปากก็ยังครวญครางไม่หยุด

“อะ...อ้ายดื้อ...”

ถึงจะถูกเรียกด้วยสรรพนามไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็ทำให้หัวใจผมพองโตจนแทบปริแตก และผมก็ได้โอกาสในตอนนี้ ก่อนจะถามออกมาอีกครั้ง

“ปั้น...ชอบพี่ไหม”

ไม่มีเหตุผลที่ปั้นรักจะต้องปฏิเสธอีกต่อไปแล้ว หรือไม่อย่างนั้นก็เพราะตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามไหวก็เป็นได้ มันถึงรีบพยักหน้ารัวๆ

“พูดสิ...” ผมแกล้งผ่อนความเร็วลงเพื่อยั่วให้ปั้นรักทรมาน

ปั้นรักทำหน้าขัดใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมพูด

“ชอบ...ไอชอบยู แค่นี้พอใจหรือยัง”

ผมยิ้มรับ จูบลงไปบนริมฝีปากของคนใต้ร่างเบาๆ

“พอใจแล้วครับ”

จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปตามอย่างที่ควรจะเป็น พร้อมกับความสุขแทบกระอักที่ผมไม่ได้สัมผัสมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ปั้นรัก... ผมชักจะเริ่มหลงรักผู้ชายคนนี้เสียแล้วสิ

หลังจากผ่านกิจกรรมเข้าจังหวะแบบไม่เป็นทางการไปเป็นทีเรียบร้อย ปั้นรักก็ผล็อยหลับหมดสภาพด้วยถูกผมรังแกจนหมดแรง ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ได้รับการปลดปล่อยอะไรอย่างนั้นหรอกนะ ผมเองก็ถูกปั้นรักรังแกเหมือนกัน แต่มันถูกผมกระทำมากกว่า ตอนนี้ผมเลยได้นอนมองหน้ามันขณะหลับไปเพลินๆ โดยลืมไปสนิทเลยว่าเราทั้งคู่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ตอนเย็น แน่นอนว่าพอมันตื่น มันก็จะหิว ผมเลยตั้งใจจะลุกไปหาซื้ออะไรมาไว้ให้มันกินก่อนที่ร้านแถวนี้จะปิด

ทว่าพอลุกจากเตียงไปแต่งตัวและคว้ากระเป๋าคาดหน้าอก ผมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเชือกรัดข้อเท้าที่ซื้อไว้ตั้งแต่ไปวังเวียงอยู่ในนั้น ผมหยิบมันออกมาไว้ในมือ พลันหันไปมองทางปั้นรัก ก่อนจะตัดสินใจคว้าเอาเส้นหนึ่งไปมัดให้ที่ข้อเท้าของคนที่นอนหลับอยู่ มัดยังไม่ทันเสร็จ ปั้นรักก็รู้สึกตัวตื่นเสียก่อน

“ทำอะไร” ตื่นไม่พอ ยังจะผงกหัวขึ้นมามองอีกต่างหาก ผมยังไม่ทันจะตอบ มันก็ใช้แขนข้างหนึ่งเท้าหัวแล้วว่ายิ้มๆ “อะไร แค่ทำภายนอกแค่นี้ถึงกับต้องตีตราจองเลยหรือไง”

“แค่อยากให้นกเพนกวินมันมีเจ้าของ”

ผมว่ายิ้มๆ ขณะที่ปั้นรักหัวเราะออกมา

“สัญลักษณ์ของความเป็นเกย์”

ไม่รู้ว่ามันกำลังว่าผมหรือเยาะเย้ยตัวเองกันแน่ที่สุดท้ายแล้วมาชอบผมอย่างนี้ ผมมัดให้มันเสร็จก็ขยับเข้าไปนั่งข้างๆ มัน พลางเอื้อมมือไปลูบแก้มของปั้นรักเบาๆ

“จะเป็นสัญลักษณ์ของอะไรแล้วมันสำคัญตรงไหน แค่นกเพนกวินมันมีเจ้าของแล้วก็ได้อยู่เป็นคู่ แค่นี้ก็พอแล้ว มันจะได้รักกันไปชั่วนิรันดร์”

ครั้งนี้ผมใช้คำว่า ‘รัก’ ไม่ได้พูดว่า ‘ชอบ’ อย่างที่เคยพูด ปั้นรักคงจะเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ผมรู้สึกกับมันยังไง มันยกยิ้มออกมา ก่อนจะมองมาที่ข้อเท้าผม

“แล้วไหนคู่มัน?”

“อยู่ในกระเป๋า” ผมพยักพเยิดไปทางกระเป๋าคาดอกที่ยังคงวางอยู่ที่เดิม

“เอามาใส่สิ”

พอมันพูดมาอย่างนี้ ผมก็เดินไปหยิบมาผูกกับข้อเท้าตัวเองบ้าง

“แบบนี้โอเคไหม” ใส่เสร็จก็ถาม

ปั้นรักพยักหน้ารับ

“เอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้ด้วยสิ”

ผมก็หยิบมาถ่ายแหละ ถ่ายเสร็จก็ดูรูปข้อเท้าตัวเองกับข้อเท้ามันที่ใส่เครื่องประดับเป็นคู่กัน พลันนึกอะไรขึ้นมาได้

“ปั้นรู้ไหมว่าแบบนี้เหมือนเราเป็นแฟนกันเลยนะ”

พูดจบก็หันมองหน้าปั้นรัก ผมกะว่ามันคงจะโวยวายหรือไม่ก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่อะไรเทือกนั้น ทว่าก็ต้องพบว่ามันมองหน้าผมแล้วเออออเสียอย่างนั้น

“เป็นแฟนก็เป็นแฟนสิ ยูโสด ไอก็ยังโสด คบกันก็ไม่เสียหาย”

ฮะ...เฮ้ย! พูดจริงดิ!?

ผมเบิกตาโพลงทันทีที่จู่ๆ ก็กลายเป็นแฟนมันโดยไม่รู้ตัว

“เดี๋ยวนะปั้น หมายความว่าปั้นจะเป็นแฟนพี่ว่างั้น?”

“เหนื่อย จะนอน”

มันไม่ตอบแล้ว พอผมถามปุ๊บ มันก็ดึงผ้าห่มมาคลุมโปงปั๊บ ผมมองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทิ้งตัวลงไปกอดร่างใต้ผ้าห่มนั้นไว้แน่นจนมันโวยวายออกมา

“อะไรของยูวะเนี่ย อึดอัด!”

“ก็ดีใจอะ” ผมว่า “ดีใจที่มีปั้นเป็นแฟน”

ปั้นรักเงียบไป ผมเลยดึงผ้าห่มออกเพื่อมองหน้ามัน เห็นหน้าปั้นรักแดงแจ๋ ผมก็ฝังจูบแรงๆ ลงบนซีกแก้มมันเต็มรัก ผละออกมาได้ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“สัญญาว่าจะดูแลเป็นอย่างดี ฝากหัวใจพี่ไว้ด้วยนะ”

ปั้นรักดูอึกอักไป หน้าแดงยิ่งกว่าเดิมอีก แต่มันก็ยอมพยักหน้ารับน้อยๆ

“อือ จะดูแลให้”

ผมว่าผมไม่ออกไปซื้ออะไรมาให้มันกินแล้วล่ะ แต่จะกินมันอีกรอบแทน

จะรู้บ้างไหมว่าตัวเองมีอิทธิพลกับหัวใจพี่ขนาดไหนเนี่ย เด็กดื้อของพี่ดื้อ...

------------------------------

มาแล้ววว มาหัววันหน่อย ตอนเย็นจะได้ไปอัปเรื่องอื่นแทน 

ตอนนี้ปั้นรักดูมึนๆ อึนๆ ดี ตีเนียนให้พี่ดื้อตกร่องปล่องชิ้นเป็นแฟนเฉย พี่ดื้อก็หยอดน้องซ้า 555

ฝากฟีดแบ็กไว้ให้หน่อย เดี๋ยวมาต่อให้นะคะ

ความคิดเห็น