ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SPECAILCHAPTER : XII

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2557 09:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SPECAILCHAPTER : XII
แบบอักษร














กัณฐ์&กรีน
SPECAILCHAPTER : XII










TODSAKAN’s

 

 

“มึงจะไปไหน?”

 

 

ผมผุดตัวขึ้นถามร่างบางที่กำลังค้นตู้เสื้อผ้าด้วยท่าทางรีบๆ ทั้งที่ขาตัวเองก็ยังแทบทรงตัวยืนไม่อยู่ แล้วมันจะรีบไปไหนของมันกันวะ!?

 

 

“เมื่อกี้ใครโทรมา?”

 

 

ผมถามคำถามที่สองออกไป แต่มันก็ยังเมินที่จะตอบคำถามผมอยู่ ผมจึงลุกขึ้นจากเตียงด้วยอารมณ์หัวเสียสุดๆ

 

 

หมับ

 

 

ผมคว้าข้อมือร่างบางที่กำลังจะสวมเสื้อนั่นไว้ ก่อนจะออกแรงกระชากให้เจ้าตัวหันมาหน้าผม

 

 

กึก

 

 

ผมชะงักลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของกรีน

 

 

“น้องกำลังจะตาย! มึงได้ยินไหม!?!

 

 

ผมปล่อยมือสั่นๆนั่นให้สวมเสื้อต่อ

 

 

“โรงบาลไหน? เดี๋ยวกูไปส่ง”

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล กรีนก็รีบวิ่งไปที่ห้อง ICU ตรงหน้าห้องนั้นมีชายชุดดำอยู่เต็มไปหมด และหนึ่งในนั้นก็คือ ไอ่คม  :(

 

 

“ก่ะ.. .กัสล่ะ?”

 

 

เสียงสั่นๆเอ่ยถามออกไป

 

 

“กัสล่ะคม! มันเกิดอะไรขึ้น!?! มันเป็นแบบนี้ได้ยังไงฮึก.. .ก.! มัน.. .ได้ยังไง?”

 

 

เสียงของกรีนขาดหายไปตามก้อนสะอื้น บอกเลยว่าตอนนี้คนตรงหน้าผมมันกำลังร้องไห้ได้อย่างน่าสงสารที่สุด คนที่คุณคิดว่าแกร่งอาจจะไม่ให้อย่างที่คุณคิดเสมอไป

 

 

ฟึ่บ

 

 

ผมเดินเข้าไปแตะไหล่ร่างบางที่กำลังร้องไห้ตัวโยนเบาๆ

 

 

“คมบอกอะไรกูสักอย่างจะได้ไหม!?!

 

 

“คุณกัสเข้าไปวางเดิมพันกับลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทนายท่าน ด้วยการแข่งรถ แต่อีกฝ่ายกลับเล่นไม่ซื่อ รถคุณกัสเบรกไม่อยู่ แล้วก็พลิกคว่ำ ตอนนี้เข้าไปในห้องICUได้สักพักแล้ว กูพยายามจะติดต่อมึงแล้ว แต่มึงก็ไม่รับสักที”

 

 

ตุบ

 

 

จู่ๆสัมผัสของไหล่ร่างบางใต้ฝ่ามือผมก็หายไป หันมองอีกทีก็เห็นกรีนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก้มหน้าลงมองพื้นพร้อมปล่อยโฮและพึมพำออกมาอย่างไม่เป็นคำ

 

 

“อย่า. ..เป็นอะไรนะ ฮึก.. .กๆ!

 

 

แอด

 

 

สิ้นสุดคำของกรีน ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก พร้อมหมอที่เดินออกมาด้วยใบหน้าเครียดๆ

 

 

“ไม่ทราบว่าในที่นี้ใครพอจะมีกรุ๊ปAB บ้างครับ?”

 

 

“ผม!

 

 

กรีนยกมือเสนอตัวขึ้นทันที ก่อนจะยันตัวเองลุกยืน แล้วพุ่งเข้าไปหาหมอ

 

 

“เอาเลือดผมไปเลย เอาไปเลยนะครับ ฮึก ก. .. ช่วยน้องผมที”

 

 

“ไม่ได้!

 

 

ผมค้านเสียงแข็ง ก่อนจะดึงกรีนที่สติหลุดออกมาจากหมอ ทำเอามันดิ้นขืนอย่างสุดแรง

 

 

“ปล่อยกู! กูจะช่วยน้อง!!

 

 

“กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงไอ่กัส แต่มึงก็ควรจะรู้ลิมิตตัวเองซะบ้างสภาพร่างกายอย่างมึงจะไปเอาเลือดออกให้ใครไหวอีก!!

 

 

ผมตะคอกเสียงแข็งกลับไป ตอนทำกับมันเมื่อกี้หน้านี้ ผมยอมรับเลยว่าผมไม่ได้ถนอมร่างบางสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ควรจะคิดก่อนว่านี้เป็นครั้งแรกของมัน แต่เมื่อความโกรธมันบังตา ผมแทบไม่ได้นึกถึงส่วนนั้นเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนเช็ดตัวให้

 

 

คาบเลือดที่เกราะกรังขารวมทั้งเลอะผ้าปู มันทำให้ผมสำนึกจริงๆว่าตัวเองทำกับกรีนไปแรงมาก

 

 

“กูไม่สน”

 

 

ใบหน้าหยิ่งๆเชิดใส่ผม ก่อนจะดันตัวเองออกจากผมแล้วเดินตามหมอไป

 

 

 

 

 

 

ผมก้มหน้าเครียดอยู่นาน สักพักไอ่รามกับคุณหนู พร้อมเพื่อนๆคนอื่นของคุณหนูก็มา ขาดก็แต่ปลาวาฬที่ยังไม่มีใครติดต่อได้

 

 

“นั่งเครียดอะไรวะ กูไม่ยักรู้ว่ามึงจะห่วงกัสด้วย”

 

 

“กูไปห่วงห่ามันที่ไหน กูห่วงเมียกูเหอะแม่ง!! กูบอกอะไรไปก็ไม่เคยจะเชื่อกูสักอย่าง!

 

 

ผมกระชากเสียงใส่ไอ่รามที่ถามอะไรไม่รู้จักคิด

 

 

“เมีย?”

 

 

“เออเมีย”

 

 

ผมตอบออกไปก่อนจะลุกเดินหนีออกไป

 

 

END-

 

 

 

 

 

ผมมองเลือดตัวเองที่ผ่านท่อเล็กเข้าไปในร่างของไอ่กัส ถึงผมกับมันจะคนละแม่ ผมหมู่เลือดผมกับมันกลับABเหมือนกัน รวมทั้งกิลล์ด้วย ผมไล่สายตาขึ้นมาใบหน้ามันที่มีแต่แผลเต็มไปหมด

 

 

...ถ้าผมช่วยอะไรมันได้มากกว่านี้ มันก็คงไม่ทำแบบนี้...

 

 

ผมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา พลางจ้องมองใบหน้าของไอ่กัสและจดจำเอาไว้  เพราะโอกาสที่จะได้ใกล้กับคนๆนี้อีก สำหรับผมคงอีกนาน  ถึงคำว่าจะยอมคืนดีจะหลุดออกจากปากของไอ่กัสเอง

 

 

แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่หรอก สิ่งที่ผมทำกับมันในอดีตมันคงยากเกินกว่ามันจะให้อภัยได้ ตอนเด็กครั้งหนึ่งมันเคยติดผมแน่น ช่วงเวลาในตอนนี้มันมีแต่เสียงเล็กๆที่เอ่ยเรียกชื่อผม ยอมรับเลยว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ผมอยากจะหยุดมันมากที่สุด

 

 

พอโตขึ้น เมื่อถึงวันที่ผมจำเป็นต้องรับรู้ทุกอย่างของธุรกิจของพ่อ ผมกับกัสและกิลล์ก็เริ่มห่างกัน จากที่เคยไปไหนกันสามคน ตอนนั้นมันก็เหลือแค่ผมคนเดียวที่เอาแต่ตามหลังพ่อต้อยๆ

 

 

รอยยิ้มและความสดใสของผมเริ่มหายไป สีหน้าบึ้งตึงและเคร่งขรึมเริ่มเข้ามาแทน เมื่อผมรู้ว่าการทำธุรกิจมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย ผมคิดอยากจะหนีจากเรื่องงานเป็นร้อยๆครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะผมรู้... ถ้าผมไป คนที่ต้องมาแทนที่ผม ก็ต้องเป็นกัสแน่ๆ

 

 

...ผมยอมให้มันลำบากไม่ได้...

 

 

ผมสัญญากับแม่ไว้เลย แม่ที่ยอมให้ผมเรียกตัวเองว่าทั้งๆที่ผมมันก็แค่ลูกของคนที่เกิดจากผู้หญิงที่ไหนไม่รู้กับสามีของเธอ เธอคือคนที่เข้ามาปลอบผมทุกครั้งที่พ่อโกรธผม แล้วกระแทกคำแรงๆว่าผมไม่ใช่ของลูกเขาออกมา

 

 

...ผมเจ็บ แต่ทนได้...

 

 

เพราะผมมีเธอ ผมมีแม่ที่คอยห่วงใยผมเสมอ จนตอนอาการท่านทรุดลง ท่านก็ได้เอ่ยฝากทั้งกัสและกิลล์ไว้กับผม ตั้งแต่นั้นมาผมก็พยายามพัฒนาตัวเองให้สามารถปกป้องคนสองคนได้ ผมเคยคาดฝันว่าทุกคนจะมีความสุข

 

 

...แต่ไม่เลย...

 

 

ผมเดินมาผิดทางไปหมด พวกมันเกลียดผมกันทุกคน ความสุขเริ่มไม่หลงเหลือในชีวิตผม และมันจะต้องหมดไปแน่ๆถ้ากัสมันเป็นอะไรไป ฮึก.. .ก.!

 

 

...ขอโทษนะแม่ที่ผมดูแลน้องไม่ดี...

 

 

“ขอร้องนะกัส.. . ฮึก.. .ก! ฟื้นขึ้นมาเกลียดพี่ต่อเถอะ”

 

 

 

 

 

 

หลังจากให้เลือดเสร็จ ผมก็ถูกนางพยาบาลเข็นออกมา ตอนนี้ร่างกายผมมันเพลียเกินกว่าจะเดินไหว

 

 

“ทำไมวะพี่! ทั้งๆที่มันสัญญากับผมไว้แล้ว ฮึก.. .ก! มันแม่งเหี้ย! ฮึก มันผิดสัญญา!!

 

 

ผมส่งสัญญาณให้นางพยาบาลหยุด ก่อนจะมองภาพตรงหน้า ภาพที่กัณฐ์กำลังกอดและปลอบวาฬมันอย่างอ่อนโยน

 

 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีมันแต่มึงยังมีกูนะ”

 

 

ร่างผมชาวาบไปหมด ความปวดแทรกเข้ามาภายในอก ความรู้สึกโหวงและว่างเปล่าเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

สุดท้ายมึงก็หลอกกู

 

 

 

 

 

 

“ไอ่เหี้ย. .. มึงมัน ฮึก.. .กทำแบบนี้ได้ไง ฮือ..อ”

 

 

เสียงร้องไห้แหบๆของปลาวาฬดังขึ้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล  ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงแทบรีบลุกไปหาไม่ทัน  แต่ตอนนี้...ผมกลับรู้สึกเป็นห่วงคนข้างในนั่นมากกว่า

 

 

กรีนจะเป็นอย่างไรบ้าง?

 

 

แปะ

 

 

สัมผัสหนักๆตบลงตรงบ่าผม เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นไอ่ราม มันมองหน้าผมเงียบๆก่อนจะพยักเพยินหน้าไปทางปลาวาฬที่นั่งร้องไห้อยู่

 

 

“อะไร?”

 

 

“ปลาวาฬของมึงร้องไห้”

 

 

“แล้ว?”

 

 

“หึ  เปลี่ยนไปแล้วจริงๆสิด้วยมึง”

 

 

-*-

 

 

“ถึงมึงจะไม่ชอบเขาแล้ว แต่ก็ไปปลอบเขาหน่อยก็ดีเหอะวะ ดูสิ ร้องไห้เสียงแทบไม่มีแล้ว”

 

 

ผมมองไปยังปลาวาฬอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหามัน

 

 

“ไง”

 

 

ผมทักมันก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆปลาวาฬที่ยังว่างอยู่ พวกเพื่อนๆมันต่างค่อยๆแยกย้ายกันออกไป

 

 

“ร้องไห้อะไรนักหนาหว้า ไม่ตายก็รอดแหล่ะวะ”

 

 

“พี่กัณฐ์~ TT ถ้าจะมาพูดงี้ก็ไปไกลๆเลยนะ ฮึก”

 

 

“ฮ่ะๆ กูล้อเล่น”

 

 

“ฮึก.. .ก! ไม่ตลก”

 

 

“เอาหน่ะมึง กูเองก็ไม่ได้เป็นห่วงคนข้างในน้อยไปกว่ามึงหรอก”

 

 

0[]0! นี่พี่คิดอะไรกับไอ่กัสเหรอ?”

 

 

ผมกัดปากตัวเองก่อนจะมันอย่างอาฆาตนิดๆ แม่ง คิดได้ไง -*-

 

 

“นี่ถ้าไม่ติดว่ามึงร้องไห้อยู่นะ แม่งจะตบหัวให้คว่ำ”

 

 

“ก็แล้วพี่หมายถึงใครล่ะ? ฮึก”

 

 

“กรีน”

 

 

“พี่กรีน? หมายความว่าไง!?

 

 

“นี่มึงไม่ฟังคนอื่นๆเขาเล่าสถานการณ์เลยใช่ไหม”

 

 

ผมถามปลาวาฬออกไปด้วยเสียงเพลียๆ ซึ่งก็อย่างคาด มันส่ายหน้า

 

 

“เฮ้อ งั้นเดี๋ยวมึงตั้งใจฟังเลยนะ ตอนนี้แฟนมึงที่กำลังนอนปางตายอยู่ข้างในมันต้องการเลือดอย่างมาก เลยต้องลำบากกรีนให้ไปให้เลือดให้มัน ทีนี้เข้าใจยัง?”

 

 

“อือ ฮึก.. .ก ดูดิพี่  โง่ไม่โง่ ทำตัวเองลำบากไม่พอยังไปเบียดเบียนคนอื่นอีก  มันแม่ง...!

 

 

“รักมึง”

 

 

ผมชิงตอบออกมาก่อน แล้วค่อยๆระบายยิ้มส่งให้ปลาวาฬ

 

 

“วาฬ  ถ้ามันไม่รักมากมึง มันคงไม่ทำแบบนี้หรอก เชื่อกูมันไม่ตายหรอกน่ะ :)

 

 

ผมส่งยิ้มให้ปลาวาฬอีกครั้ง ซึ่งน่าแปลกที่ครั้งนี้ ผมสามารถพูดทั้งคำว่า แฟนมึงและรักมึง’ ได้โดยไม่รู้สึกเจ็บในใจสักนิด  นั่นมันแสดงให้เห็นว่าผมสามารถตัดใจจากคนๆนี้ได้จริงๆ

 

 

 “ไม่เป็นไรนะ ไม่มีมันแต่มึงยังมีกูนะ”

 

 

ผมแกล้งพูดติดตลก ก่อนจะดึงร่างเล็กของปลาวาฬเข้ามากอดปลอบ  แต่ก็ได้แค่พักเดียว เพราะปลาวาฬมันรีบดันตัวผมออกอย่างเร็วก่อนจะทำหน้ากลัวๆส่งมาให้ผม

 

 

“ผมยังไม่อยากตายนะพี่”

 

 

“ฮ่ะๆ”

 

 

จริงอยู่ที่คนๆนี้คือคนที่สามารถทำให้ผมยิ้มและหัวเราะได้ มันทำให้ผมสบายใจ แถมยังตรงสเป็คไปซะทุกอย่าง  แต่ใจผมตอนนี้มันไม่ใช่ของปลาวาฬอีกต่อไปแล้ว

 

 

กรีน.. .กูจะบอกมึงยังไงดี?

 

 

END-

 

 

 

 

 

 

ผมนอนขดตัวบนเตียงแล้วปล่อยน้ำตาลงมาเงียบๆ ผมร้องจนรู้สึกตึงและเครียดไปหมด ความปวดเริ่มเกาะกินหัวผม จนสุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว ต้องกดเรียกนางพยาบาลมาเพื่อขอยานอนหลับ เมื่อได้มาผมก็กิน หลังจากนั้นไม่นานผมก็ผล็อยหลับไปได้สักที

 

 

แชะ

 

 

เสียงบางอย่างปลุกผมขึ้นมาจากการนอน เมื่อลืมตาขึ้นผมก็พบกับกัณฐ์ที่กำลังเบียดผมบนเตียงแคบนี่อยู่

 

 

“โทษๆ กูทำมึงตื่นเหรอวะ? แต่ตื่นก็ดีเลย นี่ กูมีอะไรจะอวดมึงด้วย”

 

 

มันพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงแล้วหันหน้าจอโทรศัพท์ที่มีรูปผมหลับและมันที่กำลังส่งสายตามองผมด้วยสายตาห่วงๆ รูปนั้นถูกโพสลง instargram พร้อมแคปเจอร์ที่พิมพ์ว่า“เมียครับ”

 

 

ผลั่ก

 

 

ผมคั้นแรงทั้งหมดออกมาเพื่อผลักร่างสูงนั่นให้ตกเตียงลงไป

 

 

“เป็นอะไรของมึงอีกเนี่ย!?

 

 

“...”

 

 

ผมเม้มปากเงียบสนิท

 

 

“กูไปทำอะไรให้มึงอีก? อ่อ นี่มึงยังโกรธกูอยู่งั้นสิที่ขืนใจมึง แต่มึงก็ควรจะรู้นะเว้ยว่ากูไม่ได้ขืนใจมึงทั้งหมด เพราะมึงเองก็เล่นกับกูด้วยเหอะ!

 

 

“...”

 

 

“เม้มปากเงียบอยู่ได้ พูดอะไรสักอย่างเหอะ กูจะได้รู้ว่ากูควรจะทำตัวยังไง!?

 

 

“ออกไป”

 

 

ผมเบ่งเสียงที่แหบแห้งออกไป

 

 

“กรีน.. . กูตามมึงไม่ทันแล้วนะ เป็นอะไร!?

 

 

มันพูดออกมาด้วยเสียงเหนื่อยๆ แต่ผมก็ยังเงียบ นิ่งและไม่ตอบใดๆทั้งสิ้น

 

 

“โอเค กูยอมแล้ว กูจะออกไปก่อน แต่กูจะกลับเข้ามาใหม่แน่  ถึงตอนนั้นถ้ากูถามอะไรไป มึงต้องตอบกูให้ได้ทุกคำถามด้วย”

 

 

มันพ่นเสียงหงุดหงิดใส่ผมก่อนจะเดินตึงตังออกไป

 

 

...ผู้ชายคนนี้นี่มันยังไงกัน...?

 

 

ถ้าคิดอยากแค่จะปั่นหัวผมเล่นๆ แล้วทำไมต้องทำเสียงจริงจังขนาดนั้น? ถ้ายังรักปลาวาฬอยู่ แล้วจะมาทำกับผมแบบนี้ทำไม!?!

 

 

...ชั่ว เลว หยาบ!...

 




_________________________________________________________________________________
--เช้าวันเสาร์--   เพลิดเพลินกับการอ่านกันนะคะ :)






ความคิดเห็น