ณัฐวรรณณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 ทางเดินของเราสองคน (END)

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ทางเดินของเราสองคน (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2560 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ทางเดินของเราสองคน (END)
แบบอักษร

ตอนที่ 20 ทางเดินของเราสองคน

รวีรินมองเอกสารในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าเอกสารการตอบรับทุนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาซึ่งเธอพึ่งได้รับมันมาจากอาจารย์เมื่อสักครู่ หญิงสาวคิดอะไรไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อไปถ้าจะต้องไปเรียนต่อคือไปหนึ่งปีแล้วก็กลับมาทำTHESISจบทางบ้านเธอไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่คนที่มีฐานะว่าเป็นแฟนนี่สิจะทำยังไงดี

เธอคบกับภูผามาสามเดือนได้แล้วช่วงแรกๆคนก็ให้ความสนใจดีแต่พวกเขาก็ทำตัวปกติจะได้เจอกันบ้างในวันที่ว่างแต่ก็ไม่ใช่ทุกวันเธอไม่อนุญาตให้ภูผามานอนที่ห้องถ้าไม่จำเป็น

และกำหนดการเดินทางของเธอคืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้าหลังจากจบปีสามแล้วเธอต้องปูพื้นฐานใหม่ที่โน่นด้วยทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควรนั้นหมายความว่าเธอจะต้องบอกเรื่องนี้ให้ภูผาได้รู้ให้เร็วที่สุด

“ ต้น ว่างไหมออกมาหาหน่อยสิ “ เมื่อไม่รู้จะต้องทำยังไงคงต้องหาตัวช่วยให้ออกมาช่วยแล้ว

รวีรินมาถึงช้ากว่าต้นตระการเพราะเธออยู่ในมหาวิทยาลัยส่วนอีกคนอยู่ด้านนอกพอดีเพื่อนรักของเธอนั่งยิ้มหวานโบกมือเรียกเธออย่างอารมณ์ดีผิดกับอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ มีอะไรทำไมหน้าเครียดอย่างนั้น “ รวีรินยื่นซองเอกสารให้กับต้นตระการชายหนุ่มหันมามองอย่างงงๆ

“ คงไม่ใช่ใบตรวจเจอมะเร็งหรอกนะ “ เขาพูดติดตลกก่อนจะสนใจเอกสารตรงหน้าจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มตอนนี้มันมีแต่สีหน้าที่เรียบเฉยและหันมองหน้าเธอ

“ จะเอายังไงกับไอ้ภู “

“ ฉันไม่รู้จะเริ่มบอกยังไง “

“ พวกแกพึ่งคบกันเองนะ “

“ ฉันรู้ ตอนยื่นเรื่องเราทะเลาะกันอยู่นะ”

“ คงต้องบอกมันไปตรงๆ”

“ จะดีหรอ?”

“ ดีกว่าหนีไปเลยเหมือนคราวก่อนนะ “ รวีรินพยักหน้าเข้าใจแต่จะเริ่มพูดยังไงไม่รู้ว่าภูผาจะเข้าใจไหม?

รวีรินนอนไม่หลับทั้งคืนเธอตัดสินใจจะบอกภูผาพรุ่งนี้เพราะมีนัดกินข้าวกับเขาที่ห้องแล้วก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดีเหมือนกัน

ภูผานั่งหน้าบูดอยู่ที่วัดอยู่ดีๆแม่เขาลากมาทำบุญตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างไม่รู้นึกอะไรถึงได้มาถึงเขาจะถามแม่ก็ไม่ยอมตอบว่าจะพาเขามาทำไมจนเขาได้รู้ความจริงว่าแม่เขานับถือพระอาจารย์ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดที่นี่ซึ่งท่านมักจะดูดวงชะตาให้กับลูกศิษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นซึ่งหนึ่งในนั้นคือเขาที่ดูมาตั้งแต่เกิด

“ ทำกรรมไว้มันจะย้อนคืนแต่ไม่นานถ้าทนได้มันจะดีขึ้น…” ท่านไม่พูดอะไรมากแค่ประโยคเดียวสายตานิ่งๆกับท่าทางสงบของท่านก็ทำให้เขาขนลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้และมีลางสังหรว่ามันจะมีเรื่อง

ภูผานั่งเงียบมาตลอดทางเพราะกำลังคิดว่าเรื่องที่พระอาจารย์พูดคงต้องเกี่ยวข้องกับคนที่เขาจะไปหาในตอนเย็น เมื่อแม่เห็นอาการลูกชายไม่ดีจึงต้องเอ่ยถามให้รู้ความ

“ คิดอะไรอยู่ภู “

“ นิดหน่อยครับแม่ “

“ แม่เห็นเราเงียบมาตลอดทางเลยนะ ใช่ที่พระอาจารย์ท่านเตือนรึเปล่า “

“ ครับ…”

“ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนะภู ภูต้องรับความจริงและยอมรับผลที่ตัวเองก่อไว้ให้ได้ “ ภูผาหันไปยิ้มแห้งๆให้มารดาก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างคิดหนักหวังว่าวันนี้รวีรินคงจะไม่มีเรื่องเซอร์ไพร์สอะไรเขาหรอกนะ

รวีรินเตรียมอาหารในช่วงบ่ายสำหรับดินเนอร์สองคนในห้องของเธอแต่หญิงสาวแทบไม่มีสมาธิเลยด้วยซ้ำเพราะไม่รู้จะเอ่ยบอกภูผายังไงแล้วก็กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจในเรื่องนี้

เสียงเปิดประตูทำให้คนที่กำลังยกอาหารมาวางไว้บนโต๊ะหินอ่อนต้องหันไปมองภูผาเดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกสแตติสสีม่วงดูสดใส ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มที่แสนจะหายากให้เห็นเธอเลยยิ้มตอบไปอย่างเขินๆ

“ ไปไหนมาอ่ะ “

“ ไปวัดกับแม่มา “ แขนแกร่งโอบหญิงสาวเข้ามาในอ้อมแขนและจูบเบาๆที่แก้มเนียนก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนรอคอยอาหารสำหรับค่ำคืนนี้

น่าแปลกที่อาหารวันนี้ไม่ถูกปากทั้งสองคนแม้จะมีรสชาติดีแต่พวกเขากลับรู้สึกอึดอัดที่จะกินมันแม้จะสรรหาเรื่องสนุกๆมาพูดให้กันฟังแต่ก็ไม่สามารถทิ้งเรื่องที่คิดออกไปจากหัวได้เลย

ภูผานั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟาอันใหญ่ของเธอเพื่อดูสารคดีเกี่ยวกับเครื่องบินอย่างสนุกสนานรอคอยหญิงสาวที่พึ่งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อเตรียมตัวจะนอนเนื่องจากเขาได้รับคำสั่งจากมารดาว่าห้ามนอนค้างและต้องกลับบ้านเขาเลยไม่สามารถจะอยู่กับเธอได้ต่อแต่ขอยืดเวลาออกไปหน่อย

“ เป็นอะไรทำไมขี้อ้อนจัง “ รวีรินนั่งลงด้านข้างก่อนจะซุกตัวในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างอ้อนๆ

“ อ้อนไม่ได้รึไง “

“ เปล่าแค่รู้สึกแปลกใจ อ้อนบ่อยๆก็ดี “  รวีรินพยายามสนุกไปกับการบอกเล่าเรื่องเครื่องบินต่างๆจากภูผาแต่เธอก็ไม่สามารถสนุกไปกับมันได้เมื่อคิดถึงเรื่องไปเรียนต่อและต้องบอกภูผาในคืนนี้เธอก็น้ำตาคลอเบ้าแล้ว

“ ริน…เป็นอะไรทำไมเงียบไป “

“ ภู… “

“ ครับ “

“ มีเรื่องจะบอก “ ภูผาย่นคิ้วเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้เขามองร่างบางที่ลุกออกจากการซบอกเขาไปนั่งอยู่ข้างๆเธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้เขาช่วยหนุ่มอ่านตัวหนังสือภาษาอังกฤษตรงหน้าอย่างละเอียดก่อนจะค่อยๆวางกระดาษลงข้างตัวและมองหญิงสาวที่นั่งซึมอยู่ข้างๆ

มือใหญ่ประคองหน้าสวยขึ้นมาเบาๆรอยยิ้มของเขาทำให้เธอสบายใจขึ้นมาได้หน่อยแต่แววตาของเขามันไม่ได้ทำให้เธอสบายใจเลย

“ แค่ปีเดียวเอง  ภูทนได้ “

“ จริงๆนะ “

“ แค่อเมริกาบินไม่นานก็ถึงลืมไปแล้วหรอว่าบ้านรวย “ แม้อยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก

“ ขอโทษนะ “

“ ขอโทษทำไมมันเป็นอนาคตของรินนะ ไปทำมันให้เต็มที่เถอะอย่างห่วงทางนี้เลย”

“ แต่….”

“ อย่าทำให้ภูไม่สบายใจเพราะตัวเองเป็นคนรั้งรินเลย “ เขาลูบหน้าของเธอเบาๆสายตาที่จ้องมองกันมันมีหลายความรู้สึกทั้งอยากจะยื้อและอยากจะปล่อยให้เธอไปทำตามฝันอีกคนก็อยากอยู่แต่ก็อยากจะไปทำตามที่ตัวเองฝันไว้

รอยจูบที่แสนหวานทำให้หญิงสาวที่คิดหนักมาทั้งคืนสบายใจที่เขายอมเข้าใจแม้เธอจะไม่สบายใจอยู่ก็ตาม ภูผากล่อมเธอจนหลับและอุ้มหญิงสาวกลับไปนอนบนเตียงและกลับบ้านของตัวเองไป

ภูผาเดินลงจากรถเหมือนคนหมดแรงทันทีที่ถึงบ้านเสียงของมารดาก็ทำให้ชายหนุ่มอ่อนแอลงเขาสวมกอดมารดาที่นั่งอยู่ห้องรับแขกทั้งน้ำตา

“ แม่ผมผิดมากเลยใช่ไหม?”

“ ภูเป็นอะไรลูก “

“ รินจะไปเรียนต่อ “ คุณแม่ผู้สงสารลูกจับใจแม้เธอจะรู้เรื่องนี้จากรวีรินอยู่แล้วก็ตาม

“ ผมคงทำผิดต่อเขามากสินะ ทั้งๆที่ผมกำลังจะมีความสุขกับผู้หญิงที่รักแต่เขาก็ต้องไปจากผม “

“ ภู…เราห่างกันแค่ระยะทางเองนะ ลูกโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาในช่วงที่เทคโนโลยีมันพร้อมขนาดนี้ ดูพ่อกับแม่สิ พ่อเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กเจอกันแค่ปีละครั้งหรือสองปีครั้ง ทางเดียวที่ติดต่อกันได้คือจดหมายทำไมพ่อกับแม่ถึงผ่านมันมาได้รู้ไหม?”

“ ครับ?”

“ เพราะใจเราของไม่เคยห่างกันยังไงจ๊ะ พ่อมั่นคงต่อแม่ แม่มั่นคงต่อพ่อไม่มีอะไรที่จะทำให้เราต้องห่างกันนอกจากตัวของคนทั้งสองคนเอง “

“ แม่ทนได้ยังไง?”

“ แม่แค่คิดว่าพ่ออยู่กับแม่ตลอดเวลาสู้ไปพร้อมกันต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ “ ภูผานั่งอยู่กับมารดาสักพักก่อนจะหนีหายขึ้นไปบนห้องเขานอนคิดอยู่ทั้งคืนว่าจะทำยังไงต่อไปเทอมหน้าเขาขึ้นปีสี่งานแน่นไปทุกเวลาจะหาเวลาไปหารวีรินมันก็ยากเวลาติดต่อกันก็เป็นปัญหาเพราะเวลาต่างกัน

สองวันก่อนเดินทาง

รวีรินอยู่เก็บของสำคัญที่คอนโดเพราะใกล้เวลาจะเดินทางโดยมีลูกมือคือภูผาที่ช่วยเธอเลือกของตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มซื้อของบางส่วนจนวันนี้เขาก็มาช่วยเธอเก็บของใส่กระเป๋าใบสุดท้าย

“ เก็บเสร็จแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ “

“ ภู…”

“ เป็นอะไรอีกล่ะขี้แย “ ใช่ตั้งแต่บอกภูผาเรื่องนี้รวีรินจะเป็นสาวขี้แงตลอดเวลาที่อยู่กับเขาแต่เขาก็เข้าใจเธอเพราะเขาก็ทำใจยากเหมือนกัน

“ ไม่อยากไปแล้วอ่ะ “

“ ยัยบ๊องไปแค่ปีเดียวเอง “

“ มันก็นานไหมล่ะ “

“ เริ่มงอแงอีกแล้วนะ! ถ้าไปอยู่โน่นไม่มีใครเช็ดน้ำตาให้นะ “ ถึงจะบ่นแต่ยอมเดินไปเช็ดน้ำตาให้คนที่นั่งหน้าบูดกับพื้นเหมือนเด็กน้อยไม่ได้ของเล่นยังไงอย่างนั้น

“ นายห้ามไปมีคนอื่นนะ “

“ ฉันจะไปมีคนอื่นได้ยังไงเห็นเธอร้องไห้ก็จะขาดใจตายอยู่แล้ว “

“ ไม่รู้แหละถ้าฉันอยู่ฉันจะหนีไปให้ไกลๆเลย “

“ ฉันสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก ต่อให้เธอรอฉันไปอีกสิบปีฉันก็จะรอ “

“ นายพูดแล้วนะ…โอ๊ย!!บีบทำไม “ รวีรินโวยวายเมื่อถูกบีบจมูกเข้าให้

“ เธอจะใจร้ายขนาดให้ฉันรอสิบปีเลยรึไง รีบกลับมารีบจบจะได้หาฤกษ์แต่ง”

“ ใครจะแต่งด้วยย่ะ!!! “

“ ไม่แต่งกับเธอจะให้แต่งกับใคร นี่บอกไว้เลยนะถ้าเธออยากจะเรียนอยากจะทำอะไรห้ามเกินห้าปีเพราะหลังจากนั้นเธอไม่มีสิทธิ์อื่นนอกจากเลี้ยงลูกให้ฉัน “

“ ฉันควรจะแอบไปแต่งงานกับฝรั่งดีไหม?ทำไมถึงโดนบังคับตั้งแต่ยังไม่แต่งเลยห๊ะ !!! “ แล้วเธอก็โดนเขกหัวไปหนึ่งครั้งโทษฐานกวนประสาท

“ ถ้าฉันรู้นะไอ้เวรนั้นไม่รอดแน่ๆ “

“ ไปกินข้าวกันเถอะ “ รวีรินจูงมือชายหนุ่มออกไปหาอะไรกินข้างนอก ภูผาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายมือเล็กที่จับมือเขาไว้เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกระหว่างไม่ได้เจอหน้ากันหนึ่งปีจะได้ไม่คิดถึงกันมาก

ตลอดหนึ่งเดือนก่อนที่รวีรินจะไปเรียนต่อเขาเก็บภาพเธอไว้เยอะจนสามารถดูได้ทั้งปีแล้วไม่ว่าเธอจะทำอะไรเขาถ่ายไว้หมดจนนางแบบจำเป็นบ่นอยู่ไม่ใช่น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่เขาเพราะรวีรินก็แอบถ่ายรูปเขาไปดูด้วยเหมือนกัน

‘ กลับมาเดินด้วยกันอีกนะ




อันดับแรกไรท์อยากจะขอโทษทุกคนจริงๆที่ทิ้งเรื่องไปนานพอดีเกิดปัญหาคือคอมมีไวรัสและส่งซ่อมที่ร้านทำให้ไม่สามารถมาลงต่อได้ (และขอโทษที่ไม่ได้มาชี้แจ้งก่อนด้วย)

ตอนนี้เป็นตอนจบก็จริงแต่อยากจะบอกทุกๆคนว่าช่วยรอตอนพิเศษกันด้วยนะคะเพราะไรท์ก็ไม่ชอบการจบค้างๆแบบนี้เหมือนกัน 5555 แต่เพราะมีความหมั้นไส้ในตัวภูผาเลยอยากให้โดนอะไรบ้างแต่ในความหมั้นไส้ก็ยังมีความรักในตัวพระเอกเลยอยากจะแต่งตอนพิเศษสำหรับคู่นี้เลยอยากให้ทุกๆคนช่วยติดตามกันต่อด้วยนะคะ 

อยากขอบคุณทุกคนที่ติดตามจริงๆไม่คิดว่านิยายเรื่องแรกจะมีคนเข้ามาอ่านเยอะขนาดนี้ ทุกคนเป็นกำลังใจในการแต่งเรื่องต่อๆไปมากเลยยังไงก็ช่วยติดตามเรื่องต่อไปด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น