หนูแดง/หนูแดงตัวน้อย/NooDangzz
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะบายดี ครั้งที่ 11: ปั้น (น่า) รัก[100%]

ชื่อตอน : สะบายดี ครั้งที่ 11: ปั้น (น่า) รัก[100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2560 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะบายดี ครั้งที่ 11: ปั้น (น่า) รัก[100%]
แบบอักษร

สะบายดี ครั้งที่****11: ปั้น (น่า) รัก

หลังจากจูบกัน พอผมกลับขึ้นมาบนห้อง เสียงพูดคุยระหว่างเราก็ไม่เกิดขึ้นเลยสักนิดเพราะทันทีที่ผมมาถึง ปั้นรักที่ขึ้นมาก่อนก็กระโดดขึ้นเตียง เอาผ้าห่มคลุมโปง แกล้งหลับไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะอะไรผมถึงรู้ว่ามันแกล้งหลับน่ะเหรอ?

ก็ตอนที่ผมลองเรียกชื่อมันดู เห็นว่ามันไม่ตอบเลยแกล้งเอาหน้าไปใกล้ๆ มันทำเป็นละเมอฟาดหน้าผมเข้าให้อย่างจังน่ะสิ ผมเลยพอจะเดาได้ว่ามันไม่ได้หลับจริง อะไรไม่ว่า หูก็แดงให้เห็นเป็นหลักฐานว่ามันกำลังเขินอยู่อีกด้วย

แต่ก็ช่างมันเถอะ มันก็คงจะเขินแหละนะที่ทำอะไรอย่างนั้นกับผมไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนผมน่ะเหรอ... ยิ้มไม่หุบเลยล่ะ

เช้าวันต่อมา ทุกอย่างกลายเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ผมอยากจะพูดถึงเรื่องเมื่อวานนะ อยากจะถามด้วยว่ามันคิดอะไรอยู่ถึงได้จูบผมแบบถึงพริกถึงขิงอย่างนั้น แต่พอเรียก...

“ปั้น เรื่องเมื่อคืนน่ะ...”

...ก็เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะถามอะไร มันเลยรีบเสียงดังโวยวายกลบเกลื่อนทันที

“เอ้ารถมาแล้ว รีบขึ้นรถเร็วเข้า!”

รถที่จะพาเรามุ่งหน้าไปหลวงพระบางมาพอดีจริงๆ อย่างที่มันพูด ทำเอาผมต้องเก็บคำถามไว้ เดินตามขึ้นรถไปอย่างช่วยไม่ได้ แล้วใช่ว่าขึ้นรถมา ผมจะมีโอกาสได้ถามนะ ปั้นรักไม่เปิดโอกาสให้ผมเลยสักนิด ทั้งที่ก็ไม่ได้ตื่นเช้าอะไรมาก เที่ยวรถรอบแรกประมาณเก้าโมงเช้าเท่านั้น แต่ปั้นรักทำอย่างกับว่าอดหลับอดนอนมาจากไหนก็ไม่รู้ นั่งหลับไปตลอดทาง มีตื่นขึ้นมาตอนที่คนขับจอดให้พักกินข้าวกลางวันกับแวะเข้าห้องน้ำแค่รอบเดียวเท่านั้น ผมนี่อยากจะรู้เลยว่ามันจะทนแกล้งนั่งหลับไปได้อีกสักกี่น้ำ

ขึ้นรถตอนเก้าโมงเช้า ไปถึงที่หมายประมาณสี่หรือห้าโมงเย็น ถ้าจะหลับไปตลอดทางก็จะเกินไปแล้ว...

แต่ผมไม่ได้ไปเซ้าซี้อะไรมันหรอก เพราะหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วกลับขึ้นรถอีกรอบ คราวนี้เหมือนมันจะหลับจริงๆ

ผมเหลือบมองคนข้างๆ เห็นมันนอนสัปหงก โงนเงนไปมาตลอดทางจนหัวโขกเข้ากับหน้าต่างหลายต่อหลายรอบ ไหนผมหน้าจะถูกลมจากช่องหน้าต่างที่เปิดออกเล็กน้อยพัดจนกระจายให้มันทำสีหน้ารำคาญอีก ผมก็อดไม่ได้ที่จะค่อยๆ เอื้อมมือไปปัดปอยผมพวกนั้นออกให้ ก่อนจะประคองหัวมันให้เอนกลับมาทางผม จัดท่านั่งของตัวเองดีๆ แล้วกดให้มันนอนซบกับไหล่ผมอย่างเบามือ

ปั้นรักยังคงนิ่งเหมือนไม่รู้สึกตัวว่าถูกทำอะไร ผมเหลือบมองมันในสภาพที่หลับตาพริ้มแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมา

แม่งโคตรน่ารักเลย...

นอกจากแสงเหนือแล้ว ผู้ชายที่ผมเห็นว่าน่ารักมากๆ อีกคนก็เห็นจะเป็นไอ้คนที่นอนหลับอยู่บนไหล่ผมนี่แหละ

ไม่สิ... ไม่ใช่น่ารักเหมือนกับแสงเหนือ น่ารักกว่าด้วยซ้ำ

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สายตาผมมีแต่ผู้ชายคนนี้ ในตอนนี้เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าแสงเหนือมีหน้าตาแบบไหน

เอาแต่นั่งมองปั้นรักอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะค่อยๆ ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าคาดอก เปิดกล้องเพื่อที่จะถ่ายรูปเซลฟี่ หากแต่พอกดไปได้รูปหนึ่ง เสียงชัตเตอร์ก็ดังปลุกให้ปั้นรักรู้สึกตัวขึ้นมา ผมเหลือบมองมันในขณะที่มันเองก็ผงกหัวขึ้นมามองหน้าผมด้วยสีหน้างัวเงียปนหงุดหงิด

“ทำอะไร”

“ถ่ายรูปนิดหน่อย”

ผมว่ายิ้มๆ กะว่าต้องโดนมันด่าแน่ๆ แต่เปล่า...เปล่าเลย มันไม่ด่า นอกจากจะซบลงมาบนไหล่ผมเหมือนเดิมแล้วว่าเสียงเบา

“เมื่อกี้หลับตา เอาใหม่อีกทีซิ”

แล้วก็ยกมือมากอดแขนผมหน้าตาเฉย ทำเอาผมมองด้วยความประหลาดใจ ปั้นรักเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง ว่าพร้อมกับหัวคิ้วย่นยู่

“เอ้า ยังจะลีลา ถ่ายเร็วๆ เข้า”

แล้วผมจะรอช้าทำไมอยู่ล่ะ รีบถ่ายรูปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คราวนี้ไม่ใช่แค่รูปเดียวด้วย กดชัตเตอร์รัวจนนิ้วแทบเป็นอัมพาต ไม่รู้ถ่ายเยอะไปหรือเปล่า เพราะมือของปั้นรักที่เกาะแขนผมอยู่เอื้อมมาแย่งโทรศัพท์ในมือไปแล้ว

“จะถ่ายเยอะเกินไปละ อย่าให้มันได้ใจมาก” พูดจบก็ส่งโทรศัพท์คืนให้ผม ก่อนจะพึมพำมาอีกนิดหน่อย “ถ้าไอไม่ง่วงอย่างนี้ รับรองได้เลยว่าโทรศัพท์อยู่ได้ไปนอนอยู่ข้างพงหญ้าเมื่อกี้แล้ว”

สิ้นเสียงก็หลับตาทั้งที่ยังซบไหล่ผมเหมือนเดิม แค่ไม่ได้กอดแขนเฉยๆ

ผมมองแล้วก็กลั้นรอยยิ้มตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

น่ารัก...น่ารัก...น่ารัก...

น่ารักโว้ย!

ใจเต้นตึกตักรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งเหลือบมองปั้นรักที่หลับตาพริ้มเหมือนเดิมแล้ว ผมก็ยิ่งใจเต้นหนักกว่าเดิม และคิดว่าปั้นรักเองก็คงจะรู้สึกอย่างเดียวกัน เพราะถึงมันจะไม่แสดงสีหน้าหรือท่าทางอะไรออกมา แต่ก็ปิดผมไม่ได้หรอกเพราะว่าหูของมันน่ะ...แดงแจ๋อีกแล้ว

น่ารักจนอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปดึงหูมันเบาๆ ทำเอาปั้นรักลืมตาขึ้นมาถามเสียงขุ่น

“อะไร”

“หูแดงน่ะ” ผมบอก “เขินเหรอ” ตามด้วยกระเซ้าอีกนิดหน่อย

ปั้นรักทำหน้าตกใจไปทันที รีบดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงแล้วพูดเร็วๆ

“อะ...อากาศมันร้อน”

“จริงเหรอ ไม่ใช่เขินพี่แน่นะ”

ผมก็ยังกระเซ้าไปเลิก ทำเอาปั้นรักตวัดตามามอง

“แน่ะๆ ทำมาเป็นจีบไอ ลืมแฟนเก่าได้แล้วหรือไง”

ผมว่าผมไม่ได้คิดไปเองว่ามันกำลังโยนหินถามทาง

คิดว่าเล่นกับใครอยู่ หยอดมาแบบนี้ ผมก็แกล้งถามกลับด้วยการโยนหินถามทางเช่นเดียวกัน

“ถ้าพี่บอกว่าใช่ ปั้นจะยอมให้พี่จีบไหม”

เท่านั้น จากแค่หูที่แดงก็ลามไปยังใบหน้าและลำคอ ผมไม่เคยปั้นรักหน้าแดงมากขนาดนี้มาก่อนเลย พอได้เห็นแล้วก็รู้สึกว่า... น่ารักดี

น่ารักมากกก ก.ไก่ล้านตัวไปเลย จนผมอดพูดออกมาไม่ได้

“น่า...”

“อะไร” มันถามเสียงขุ่นอีกรอบเมื่อได้ยินผมพูดไม่ชัดเจนนัก

“น่ารัก... พี่จะบอกว่าปั้นน่ารักดี”

สิ้นเสียง ก็ยิ้มให้มันขณะที่มันมีสีหน้าอึกอักขึ้นมา

“วะ...เว้าอีหยัง! ฮ่วย!” แก้เขินด้วยการพ่นภาษาลาวใส่แล้วหันหนีไปมองนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว

ผมเห็นด้วยนะว่ามันพึมพำอะไรสักอย่างออกมาที่ผมเองก็จับใจความไม่ได้ ก่อนที่มันจะเอาหน้าผากโขกกับหน้าต่างรถเบาๆ ประมาณว่าทำโทษตัวเองที่ดันมาเขินอายกับการกระทำและคำพูดของผม

ผมหัวเราะ นึกอยากแกล้งให้มันอายมากขึ้นไปอีกด้วยการยื่นมือไปกุมมือมันเอาไว้ ปั้นรักถึงกับสะดุ้งสุดตัว หันมาฟาดฝ่ามือใส่หน้าผมเต็มแรงดังเพียะ ก่อนที่มันจะทำหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าซีกหน้าผมมีรอยนิ้วมือขึ้นเป็นปื้นแดง

ส่วนผมน่ะเหรอ... หน้าชาสิครับ ชาดิกจนไม่รู้สึกอะไรเลย มิหนำซ้ำยังจะตกเป็นเป้าสายตาของผู้โดยสารคนอื่นๆ ในรถด้วยเพราะเสียงเมื่อกี้มันดังมากจริงๆ ก่อนที่หูจะได้ยินเสียงของปั้นรักลอยมาให้ได้ยิน

“คะ...ความผิดยูนะ ใครใช้ให้มาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ล่ะวะ แม่ง ยอมนิดเดียว จะได้ใจเกินไปละ!”

ผมหันไปมอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหน้าข้างที่โดนตบของตัวเอง

“ก็มือปั้นน่าจับนี่” ผมก็ดันกลายไม่สำนึก หยอกมันไปอีก

ปั้นรักเบ้ปากใส่ผม แต่คราวนี้ไม่เถียง เบนหน้าไปทางอื่นแทน ปล่อยให้ผมได้ขยับเข้าใกล้มันกว่าเดิมแล้วกระซิบถามเบาๆ

“จับไม่ได้เหรอ”

“จับอะไร” มันเหล่มอง ถามอย่างหงุดหงิด”

“ปั้นอยากให้พี่จับอะไรล่ะ พี่จับได้หมดแหละ”

ผมก็ดันไปแหย่มันอีก มันเลยขู่เข้าให้

“เดี๋ยวโดนถอง”

ไม่ได้พูดเปล่า ทำท่าจะเอาข้อศอกมากระทุ้งผมจริงๆ ผมรีบหลบแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน พอเห็นมันเฉยก็ถามอีก

“จะไม่รับผิดชอบที่ตบหน้าพี่หน่อยเหรอ”

“ยูจะเอาอะไร” รอบนี้น้ำเสียงฟังดูเบื่อหน่ายมาก

“ก็...ให้นั่งจับมือไปตลอดทางจนกว่าจะถึงท่ารถดีไหม”

พูดไปอย่างนั้น ผมไม่ได้คาดหวังจะให้มันเซย์เยสหรอกนะ แค่อยากจะกวนมันเล่นๆ เวลามันหงุดหงิดแล้ว ผมสนุกดี แต่คำตอบที่ได้กลับมาดันเหนือความคาดหมายเอามากๆ

“ได้ จับแค่มืออย่างเดียวนะ”

แล้วมันก็จัดการคว้ามือผมไปจับเองเฉยเลย ผมเบิกตาโพลง มองมือที่ถูกมันจับแล้วรีบหันไปมองมัน ปั้นรักก็มองออกไปนอกหน้าต่างรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้ผมได้แต่ยิ้มแล้วมองมันตามลำพัง

ปั้นรัก... โอย ใจพี่จะพังแล้ว

นับว่าเวลาหลายชั่วโมงในการนั่งท่าเดิมอยู่บนรถทัวร์เก่าๆ ที่มีเพียงพัดลมจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่กับลมจากด้านนอกให้ความเย็น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมมีความสุขมาก... แค่เพียงได้จับมือปั้นรักเท่านั้น

แค่จับมือ...ก็ทำให้ผมอยากจะหยุดเวลานั้นไว้ ไม่อยากให้มันถึงที่หมายเลยสักนิด ผมไม่รู้หรอกว่าปั้นรักคิดยังไง เพราะพอลงจากรถมาได้ มันก็ทำทุกอย่างเหมือนกับปกติ จะมีก็แต่ผมนี่แหละที่นอกจากอยากจะพูดเรื่องจูบเมื่อคืนนี้แล้ว เรื่องจับมือเมื่อกี้ก็อยากจะพูดเหมือนกัน

ทำไมมันถึงจูบผมอย่างนั้น? ทำไมถึงยอมให้ผมจับมือ? ทำไมๆๆๆ

อยากถามใจจะขาดอยู่แล้วโว้ย!

แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ไปเช็กอินเข้าพักที่เกสต์เฮ้าส์ แล้วก็ออกไปนมัสการพระธาตุพูสี จากนั้นก็ชมพระอาทิตย์ตกดิน พอฟ้าเริ่มมืดถึงได้ลงมาข้างล่างเพื่อหาอะไรกิน บอกตามตรงว่าการไปเที่ยวนั้นไม่ได้ทำให้ผมซึมซับบรรยากาศเลยแม้แต่น้อย ในหัวมีแต่เรื่องของปั้นรักกับคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ นอกจากจะไม่เข้าใจมันแล้ว อะไรไม่ว่า ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันด้วย

หรือว่าผมจะรู้สึกกับปั้นรักเกินกว่าสถานะที่เป็นอยู่?

ไม่กล้าคิดต่อจากนี้เลย เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ผมคงจะไม่กล้าจีบมัน ก็มันบอกเองใช่ไหมล่ะว่าไม่ใช่เกย์ ดูท่าทางจะไม่ชอบเกย์ด้วย ถ้าผมหน้าด้านบุกเข้าไปแล้วต้องผิดหวังกลับมาอีก ผมไม่ต้องไปพักใจไกลกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างที่ทำอยู่เหรอ

นั่นแหละ เลยได้แต่เงียบอยู่อย่างนั้น ระหว่างกินข้าวก็มองหน้ามันไปด้วย ทำเอาปั้นรักที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอึดอัดขึ้นมา ก่อนจะโพล่งทำลายความเงียบ

“มองอะไรนักหนา มองหน้าไอแล้วอิ่มหรือไง”

“พักนี้ดูปั้นไม่ค่อยกวนพี่เลยเนอะ” จู่ๆ ผมก็ว่าออกไป

ปั้นรักย่นคิ้วยู่ “กวนอะไร”

“ตีน”

พอผมบอกไปอย่างนั้น ปั้นรักก็มุ่ยหน้าใส่

“อยากให้ไอกวนตีนว่างั้น?”

“เปล่าหรอก แต่พี่แค่คิดว่าถ้าปั้นรักกวนพี่เหมือนเดิมอย่างนั้น พี่ก็คงจะไม่สับสน”

ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย ปั้นรักก็เข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อ มันเลิกคิ้วสูงทันที

“อย่าบอกนะว่ายูหลงเสน่ห์ไอเข้าให้แล้ว?”

ผมไม่ตอบตรงๆ เม้มริมฝีปากแล้วหัวเราะแทน

“แหม ช่วยไม่ได้นะ ก็ไอมันหล่อนี่หว่า” มันก็ดันหลงตัวเองไปอีก

“พี่จะไม่เถียงเลย ถ้าปั้นแต่งตัวไปในแนวทางเดียวกันหน่อยน่ะนะ”

อันนี้ผมก็ว่าไปตรงๆ เหมือนกัน ตอนนี้มันเริ่มกลับมาแต่งตัวแบบไม่ค่อยเข้ากันอีกแล้ว ผมทำใจได้แล้วล่ะกับการแต่งตัวไปซ้ายทีขวาทีของมันน่ะ ปั้นรักนี่ไม่สนใจอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอผมพูดไปอย่างนั้น มันก็ทำหูทวนลมไปเลย คว้าแก้วน้ำขึ้นมาดูดน้ำ ก่อนจะพูดไปเรื่องอื่น

“ตกลงยูชอบไอก็เลยสับสน?”

“ก็ปั้นมาจูบพี่อย่างนั้น แถมยอมให้พี่จับมืออีกต่างหาก จะไม่ให้พี่สับสนได้ไง ปั้นจะบอกพี่ได้ไหมล่ะว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น”

ได้โอกาส ผมก็รีบพูดเรื่องที่ค้างคาใจทันที ปั้นรักมองผมนิ่ง ดูท่าทางมันน่าจะพร้อมกับการคุยเรื่องนี้แล้ว แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่งเลยทีเดียวก่อนที่มันจะว่าออกมา

“เรื่องจูบนั่น ยูมาจูบไอก่อนไม่ใช่หรือไง ส่วนจับมือ ยูก็จับไอก่อนเหมือนกัน”

“มันก็ใช่ แต่ปั้นก็ยอมให้พี่ทำนี่”

“ไม่ได้ยอม”

“แล้วให้จับให้จูบทำไม”

“ไอก็แค่อยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

พูดมาอย่างนี้ เป็นตาผมที่เงียบบ้างแล้ว

“พิสูจน์เหรอ”

อันนี้ผมก็อยากได้คำตอบ หากแต่ปั้นรักไม่บอก ได้แต่ตัดบทสั้นๆ

“ไม่ใช่เรื่องของไอ แล้วนี่จะเอาไงต่อ ฟ้ามืดแล้ว จะไปเที่ยวต่อหรือกลับห้อง”

“วันนี้นั่งรถมาทั้งวัน ปั้นน่าจะเหนื่อย กลับห้องไปพักกันดีไหม”

ในเมื่อมันไม่ตอบ ผมก็คงจะทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เปลี่ยนเรื่องอื่นคุยตามมันแทน พร้อมกับคิดไปด้วยว่าความรู้สึกของผมที่มีต่อปั้นรักนั้นคงต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่ามีแค่ผมที่คิดเองคนเดียว ไม่แน่ว่าคงเพราะผมเหงาหรือโดดเดี่ยว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นผลพวงจากการถูกแสงเหนือหักอกก็เป็นได้ ที่ทำให้ผมเผลอหวั่นไหวไปกับปั้นรักอย่างนี้

ผมลุกขึ้นไปจ่ายเงินค่าอาหารแล้วเดินออกจากร้าน ทอดน่องไปเรื่อยโดยมีปั้นรักเดินขนาบข้าง ไม่รู้ว่าหน้าตาผมมันดูสลดมากหรือยังไง ปั้นรักถึงได้รำคาญใจจนต้องพูดออกมา

“นี่ก็ทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่ได้ แค่ไม่ตอบคำถามหน่อยเดียว ทำมาจะเป็นจะตาย”

ผมหันมองหน้ามัน ทำปากยู่น้อยๆ

“ก็พี่อยากรู้”

“รู้เรื่อง?”

“จูบพี่ทำไม ให้พี่จับมือทำไม คิดอะไรกับพี่หรือเปล่า”

ผมถามรัวเลย ไม่มีอะไรต้องปิดอีกต่อไปแล้ว ปั้นรักก็คงจะเลิกอายแล้วเหมือนกันล่ะมั้ง เพราะมันมองหน้าผมได้ครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมา

“ถามมางี้ แสดงว่าชอบไอเข้าให้แล้วล่ะสิ?”

“ถ้าตอบพี่ พี่ก็จะบอก” ผมได้ทีเลยเล่นแง่บ้าง

ปั้นรักสูดหายใจเข้าปอดแล้วบอกอย่างไม่ยี่หระ

“ไม่บอกก็เรื่องของยู ไอไม่ได้อยากรู้”

สิ้นเสียงก็เดินนำไปโน่น ทำเอาผมรีบก้าวตามไปคว้าแขนมันแทบไม่ทัน

“เดี๋ยว อยากรู้สักหน่อยก็ได้”

“ก็ยูไม่บอกเอง” มันว่า

ผมก็ไม่รู้เป็นบ้าอะไรถึงอยากจะให้มันถามให้ได้ แถมไปง้อให้มันอยากรู้อีก

“ขอโทษครับ อยากรู้หน่อยนะ นะๆ”

“ได้ อยากรู้แล้ว เอ้า บอกมา”

“ปั้นบอกมาก่อน”

ปั้นรักทำหน้ารำคาญออกมาทันที แล้วต่อยเข้ามาที่อกผมไม่แรงนัก

“กวนตีน”

โดนด่าอะ แต่ผมดันยิ้มเสียอย่างนั้น

“ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก ยิ้มทำบ้าอะไร”

“ฉันนั่งยิ้มลำพัง หัวเราะลำพัง สุขยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา...” ผมก็เลยร้องเพลง หยุด ของวง กรูฟไรเดอร์ ออกมา

ปั้นรักทำหน้าเหยเกทันควัน แล้วมันก็คว้าแขนผม ชี้ไปแบบไม่มีจุดหมายข้างหน้า

“เนี่ยๆ รับยาช่องนั้นนะ เชื่อฟังหมอด้วยล่ะ”

ไอ้ปั้น! กูไม่ได้เป็นบ้า แค่มีความสุขเว้ย!

กลายเป็นว่าหัวเราะร่วนไปแล้ว ปั้นรักเองก็หัวเราะไปกับผมด้วยเช่นกัน มันเป็นช่วงเวลาที่... ผมมีความสุขมากๆ

ไม่เข้าใจ อธิบายไม่ถูกเลยว่าเพราะอะไร แต่การได้มีปั้นรักอยู่ข้างๆ อย่างนี้ มันทำให้ทุกความเจ็บปวดของผม...ได้รับการเยียวยา เป็นอีกครั้งที่ผมอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ ทว่าปั้นรักกลับพูดออกมาก่อน

“ถ้ายูไปโกนหนวดให้เรียบร้อย ไอจะบอกว่าทำอย่างนั้นกับยูทำไม”

“ได้ ปั้นอยากให้พี่โกนอะไรก็บอกเลย ไม่ต้องแค่หนวดก็ได้ ยอมทุกอย่าง” ผมยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข

ปั้นรักเหลือบมองผมอย่างหมั่นไส้

“ระริกระรี้เชียวนะ”

แหม ก็นิดนึง

“แต่ปั้นต้องโกนให้พี่นะ”

พอผมบอกไปอย่างนี้ ปั้นรักก็พ่นลมหายใจออกมาเต็มแรง คิดว่ามันจะปฏิเสธนะ แต่มันดันชี้นิ้วไปที่มินิมาร์ทซึ่งอยู่ไม่ไกล

“แวะซื้ออุปกรณ์ก่อนก็แล้วกัน”

พักนี้พูดง่ายเชียว เชื่องผิดปกติ หรือว่า... มันก็รู้สึกแบบผมเหมือนกัน?

กลับมาถึงห้องได้ ก่อนที่จะอาบน้ำ ผมก็ถูกปั้นรักลากเข้าไปยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ ในขณะที่มันถือมีดโกนไว้มั่น

ใช่ มันกำลังจะโกนหนวดให้ผม ไม่สิ...ตอนแรกน่ะจะโกนหนวด แต่พอกลับมาถึงห้อง มันก็ดันเปลี่ยนใจขึ้นมา เนื่องจากว่า...

“ตกแต่ง เล็มให้เรียบร้อยก็โอเคแล้วมั้ง ยูคงไม่เหมาะกับหน้าโล้นๆ หน้าตาต้องเหี้ยมๆ แบบนี้ ถึงจะเป็นได้แค่เล็บขบอนันดาก็เถอะ”

...นั่นแหละ หนวดเคราเลยอยู่ครบเหมือนเดิม แค่ถูกจับเล็มเท่านั้น

ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนให้มันเอาแหนบมาถอนไอ้พวกเส้นที่ขึ้นเกินๆ มาออก บอกตามตรงว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แล้วมันโคตรจะเจ็บเลยเถอะ ถูกดึงไปเส้นนึงทีก็สะดุ้งไปที เหลือบมองหน้าตัวเองในกระจกก็เห็นว่าบริเวณที่ถูกดึงหนวดเกินๆ ออกแดงเถือกเลยทีเดียว

“แล้วนี่จะบอกพี่ได้หรือยังว่าจูบพี่ทำไม”

ผมได้ทีก็ถามขณะที่ปั้นรักยืนจ้องถอนหนวดผมอย่างตั้งใจ

“ก็บอกไปแล้วไงว่าเพราะยูจูบไอก่อน”

“แล้วปั้นก็เลยจูบพี่อีกครั้งเหรอ พี่ว่ามันไม่เมคเซ้นส์เลยนะ”

ท้วงไปอย่างนั้น ปั้นรักก็ชะงักนิดหนึ่ง แล้วพูดออกมาอีก

“ถ้ามันรู้สึกดี อะไรๆ ก็เมคเซ้นส์ทั้งนั้นแหละ”

กลายเป็นผมบ้างแล้วที่ชะงักงันไป

รู้สึกดี... จูบกับผมอีกรอบเพราะรู้สึกดีอย่างนั้นเหรอ

“แล้วจับมือล่ะ ทำไมยอมให้พี่จับ เพราะรู้สึกดีเหมือนกัน?”

“อืม” มันขานรับทั้งที่ไม่มองหน้า ตั้งใจถอนหนวดผมเหมือนเดิม

“แต่พี่เป็นผู้ชายนะ แล้วก็เป็นเกย์ด้วย”

“มันสำคัญยังไงในเมื่อไอรู้สึกดี จูบกับใครมันไม่สำคัญหรอก แค่รู้สึกดีก็พอแล้ว และไอก็รู้สึกดีกับยู มันก็แค่นั้น”

ยิ่งฟัง ใจก็ยิ่งเต้นแรง

ปะ...ปั้นรัก ฮึ่ยยย! อยากจะคว้าตัวมากอดแน่นๆ ชะมัด!

แต่ไม่กล้าทำอะ กลัวมันจะเอาแหนบแทงปาก ได้แต่ยืนนิ่งๆ ให้มันได้ถอนหนวดเหมือนเดิม ทว่าเพราะอดยิ้มออกมาไม่ได้ ปากเลยขยุกขยิกไปเรื่อย จนปั้นรักแหวออกมา

“จะยิ้มอีกนานไหม อยู่เฉยๆ มันถอนไม่ได้”

“มันกลั้นไม่ไหวน่ะ” ผมบอกไปตามตรง ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่เปล่าเปลือยของตัวเองด้วย “ตรงนี้ก็อดใจเต้นแรงไม่ไหวเหมือนกัน”

ปั้นรักมองหน้าผมนิ่ง ผมเองก็มองมันนิ่งเช่นกัน ก่อนมันจะทนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา

“ยูมันบ้า”

พูดจบก็มีท่าทีเลิ่กลั่กเพราะขวยเขินให้เห็น ไม่รู้เพราะอะไรจู่ๆ ผมก็เกิดมั่นใจขึ้นมาว่าในใจผมตอนนี้รู้สึกกับปั้นรักแบบไหน ถึงมันจะไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับผมสักเท่าไหร่ แต่ผมคงจะทนความน่ารักของมันอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว พอมันเผลอ ผมก็ฉวยโอกาสประทับจูบลงบนหน้าผากของมันฟอดหนึ่งเต็มรัก

ถอนริมฝีปากออกมาได้ ปั้นรักก็ทำหน้าเหวอ อ้าปากเตรียมจะด่าผมทันที

“เฮ้ย! ทำอะ...”

“พี่ชอบปั้นนะ”

ผมไม่ปล่อยให้มันได้ด่า พูดแทรกขึ้นมาก่อน ปั้นรักนิ่งค้าง ทำหน้าเหลอหลาทันควัน

“เมื่อกี้ยูว่าอะไรนะ”

ถามซ้ำอีกครั้งประหนึ่งไม่แน่ใจด้วย

“พี่บอกว่า...พี่ชอบปั้นนะ” ผมย้ำอีกครั้ง

เท่านั้น ใบหน้าของปั้นรักก็แดงซ่านทันควัน ผมขยับเข้าไปใกล้ โน้มใบหน้าลงเล็กน้อยเพื่อที่กระซิบข้างหู

“พี่ชอบปั้น แล้วปั้นชอบพี่ไหม”

“มะ...ไม่รู้!”

มันเอาแหนบวางกระแทกลงบนพื้นที่ข้างๆ อ่างล้างหน้าทันที ก่อนที่มันจะรีบวิ่งพรวดพราดออกจากห้องน้ำไป ผมโผล่หน้าออกไปมองตามก็เห็นว่ามันกระโดดขึ้นเตียง เอาผ้าห่มคลุมโปงแล้วโวยวายไม่หยุด

“ไม่รู้โว้ย! หยุดถาม! You need to stop talking sh*t! (หยุดพูดอะไรบ้าๆ ได้แล้ว!)”

แปลไม่ออกอะ แต่พอจะเดาได้ว่ามันด่ากลบเกลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อยู่

ทว่าถึงจะโดนด่า ผมก็ยังมั่นใจเหมือนเดิมว่า... ผมชอบไอ้ตัวน่ารักตัวนี้เข้าให้แล้ว

-------------------------

มาต่อเถอะ เบี้ยวมาหลายวันแล้ว 555

ตอนนี้พี่ดื้อใจพังเพราะบักปั้นหลายรอบมาก บักปั้นก็ซึนไม่เลิก แหมมม ทำเป็นเล่นตัว น่าตบให้หายดีดดิ้นสักที 555 เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อให้นะคะ ฝากฟีดแบ็กไว้ด้วยเน้อ

ความคิดเห็น