by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

27/ แตกสลาย (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 27/ แตกสลาย (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 27

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 62.9k

ความคิดเห็น : 617

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 07:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
27/ แตกสลาย (แก้คำผิด)
แบบอักษร

**​คำเตือน เนื้อหาบางช่วงบางตอนไม่สมควรลอกเลียนเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง มีคำหยาบคายมากมายในบทนี้

​ปอรักP...

ผมยืนมองพี่โปรดล้มลงไปต่อหน้าต่อตา มือที่ยกมาจับบริเวณหัวใจตัวเองและท่าทางทรมานนั้น ทำให้ผมเองก็เจ็บลึกลงไปถึงข้างในหัวใจเหมือนกัน ทุกอย่างมันตีกันไปหมดความรู้สึกสองอย่างวิ่งสวนทางจนตัวเองแทบสิ้นสติ แต่สุดท้ายมืออุ่นๆของพี่ชินก็เรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง

"เรากลับกันเถอะ ไม่ต้องกังวลหรอกไอ้ตุลย์มันเก่งมากรับรองว่ามันไม่ปล่อยให้เพื่อนรักมันเป็นอะไรแน่ๆ" ทั้งที่ปากก็เอ่ยปลอบแท้ๆแต่สีหน้าแววตาพี่ชินเองก็ดูกังวลไม่แพ้ผม

"ครับ กลับกันเถอะ" ผมตัดใจกลับไปในที่ที่ตัวเองอยู่ เพราะสายตาเหลือบไปเห็นพีจับมือพี่โปรดไว้แน่น นั่นสินะที่ตรงนั้นมันเป็นของพี ผมไม่ควรต่อเวลาให้ตัวเองเจ็บเรื่อยๆด้วยการรอใครบางคนหวนคืนอย่างไม่มีจุดหมายมันเสียเวลาเปล่าๆ เจ็บปวดมากพอแล้วกับเรื่องราวที่ผ่านมา มันควรจบลงสักที

"คืนนี้กูค้างที่นี่ได้มั้ย" พี่ชินเอามือค้ำประตูห้อง ปากก็เอ่ยเหมือนขออนุญาตแต่สายตากดดันกันชัดๆ

"กูสัญญาจะไม่ทำอะไรแน่นอน ถ้ามึงไม่เต็มใจน่ะนะ หึหึ" ว่าแล้วก็ถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งแปะที่เตียง เตียงที่เคยมีผมกับพี่โปรดนอนด้วยกัน ถูกแล้วครับตั้งแต่ย้ายออกจากคอนโดพี่โปรด ผมก็กลับมาอยู่ห้องแถวตัวเองก็ซอยร้านลาบลุงเลิศนั่นแหละ ข้าวของทุกชิ้นที่พี่โปรดซื้อไว้ในห้องมันยังอยู่เหมือนเดิม นอกจากของที่ผมขนมาจากคอนโดอันนั้นผมไปแจกน้องๆที่วัดหมดแล้ว

"รอไปก่อนนะพ่อร่มกันแดด แต่ระหว่างรอถ้าพี่จะไปมีอะไรกับใครปอจะไม่ว่าพี่ซักคำ มันผิดที่ปอเองปอไม่ได้ให้ความชัดเจนอะไรกับพี่ซักอย่าง พี่ชินไปอาบน้ำก่อนเถอะ" ผมเดินไปเปิดพัดลมไอเย็นของพี่โปรดแล้วค้นผ้าเช็ดตัวมายื่นให้พี่ชิน อากาศวันแรกของปีนี้มันไม่หนาวอย่างที่คิดไว้แฮะ

"ปากเก่งนะมึงน่ะ ไหนดูซิว่าลิ้นจะเก่งด้วยมั้ย" พี่ชินรั้งตัวผมไปนั่งคร่อมตักแล้วแนบปากสอดลิ้นเข้ามา ผมไม่ได้ตกใจอะไรเพราะก่อนหน้านี้เราเคยจูบกันมาบ้างแล้วสองสามครั้ง แต่ก็แค่จูบไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ผมเองก็ยังไม่พร้อมให้มันมีอะไรเกินเลยกว่านี้จริงๆ ส่วนเหตุผลนั่นคงมีแต่ตัวเองที่รู้ดีที่สุด 

ตราบใดที่สมองยังคงจดจำกลิ่นกายและไออุ่นของใครบางคนได้ มันก็เป็นเรื่องยากที่เราจะยอมรับสัมผัสจากคนอื่น สำหรับผมแล้วมันยิ่งยากเกินไป คงเหมือนกับการที่ผมใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อรับใครบางคนเข้ามาในชีวิต แต่มันต้องใช้เวลานานสักเท่าไหร่ เพื่อดึงใครบางคนนั้นออกไปจากความทรงจำทั้งหมดที่มีอยู่มันอาจจะกินระยะเวลายาวน​านเกินกว่าที่คนตรงหน้าตอนนี้จะอดทนรอก็ได้


"กูโคตรเสียดายเวลานอนเลยว่ะ อุตส่าห์เป็นห่วงไอ้ท่านจนรีบแจ้นมาหาแต่เช้าแม่งเสือกมาเจอมันจู๋จี๋กับเมียซะนี่" พี่โอบ่นเรื่องเมื่อเช้าไป มือก็ตักข้าวเข้าปากไปด้วย ผมคิดว่าตัวเองจะเจ็บมากกว่านี้เสียอีก แต่พอเห็นความรักที่เขาแสดงออกให้กันเต็มๆตา เออเนอะ..มันก็ไม่ได้เจ็บปวดมากเท่าไหร่ ก็แค่ชาๆเท่านั้นสักพักก็คงจะจางหายไปเอง

"ปอวันที่15มึงว่างมั้ย"

"คิดว่าว่างนะครับ พี่ชินมีอะไรรึเปล่า" ผมเงยหน้าจากปลาหมึกชุบแป้งทอดมาตอบพี่ชิน พอก้มลงอีกทีพี่โอก็จิ้มชิ้นที่ผมหมายตาไปซะงั้นแถมมียักคิ้วให้ด้วย ฮึ่ม!มันน่าเจ็บใจจริงๆ

"น้องปอไม่รู้เรื่องแฟนตัวเองจริงๆเหรอ ก็วันที่15เนี่ยวันเกิดไอ้ชินสงสัยมันมีแผนจะทวงของขวัญจากเรารึเปล่า แม่งเจ้าเล่ห์ฮ่าๆๆ" 

ผัวะ! "มึงไม่เห่าก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้นะไอ้โอ" พี่ชินนี่มือหนักไม่ใช่เล่นนะ ตบมาทีหัวพี่โอถึงกับสะเทือน

"วันเกิดพี่ชินเหรอ? แป๊บนะครับ อ้อวันนั้นปอว่างนะไปทำบุญที่วัดมั้ยเดี๋ยวพาไป" ผมควักสมุดบันทึกเล่มหนามาดูรายการที่จดไว้ วันที่15ตรงกับวันเสาร์ ไม่มีเรียนหรือไม่มีธุระอะไรพอดีเลยออกปากชวนเจ้าของวันเกิดดู

"เอาสิ กูให้มึงจัดโปรแกรมวันนั้นทั้งวันเลยแล้วกัน" พี่ชินพยักหน้าแถมบอกให้ผมเป็นคนจัดการทุกอย่างให้ด้วย 

สำหรับพี่ชินตอนนี้ผมอาจยังไม่เปิดรับอย่างเต็มหัวใจ แต่ผมก็ไม่ได้ปิดประตูใส่พี่ชินเสียเลยทีเดียว สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาสอนให้ผมโตขึ้นและรู้จักระมัดระวังความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ผมอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไปให้ผมกับพี่ชินได้ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ เรียนรู้นิสัยใจคอกันมากกว่านี้ ไม่มีอะไรรีบร้อนให้ด่วนตัดสินใจทั้งนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องฉาบฉวยพอเวลาผ่านไปทุกวัน ผมก็อยากใช้เวลากับคำว่ารักน้อยลงและทบทวนอยู่กับความเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ถ้าต้องคบกับใครสักคน ผมก็อยากคบกับคนที่อยู่ด้วยกันแล้วมีแต่กำลังใจ พากัน**ไปในทิศทางที่ดีและคบกันไปนานๆ หวังว่าสักวันผมคงได้พบใครคนนั้นจริงๆ หรือบางทีอาจเป็นคนที่นั่งตรงหน้าก็ได้ ใครจะไปรู้เรื่องของวันพรุ่งนี้กันล่ะจริงมั้ย?


"สุขสันต์วันเกิดครับคุณร่มกันแดด ปอขอให้พี่ชินมีความสุขเยอะๆ ขอให้เป็นที่รักของทุกคนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยเลย อ้อ ขอให้เอ็นดูปอไปนานๆด้วยล่ะอย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะครับ" กลับจากทำบุญที่วัด ผมก็อุ้มกล่องของขวัญที่แอบไว้ในตู้เสื้อผ้ามายื่นให้ พี่ชินยิ้มกว้างจนหน้าดุๆนั้นดูละมุนขึ้นทันที ก่อนจะรั้งตัวผมไปจุ๊บหน้าผากเบาๆ

"ขอบใจมาก มีแค่มึงเป็นแฟนกูก็มีความสุขแล้วว่ะ"

"จริงดิ งั้นอันนี้ก็ไม่ต้องเอาแล้วนะ" ผมทำท่าจะยกกล่องไปเก็บที่เดิม แต่พี่ชินรีบดึงไปอุ้มไว้แล้วมานั่งแกะบนเตียงนั่นแหละ ก็นะห้องผมมันแคบเกินไปด้วยข้าวของพวกนี้นี่นา เห็นทีต้องขนไปให้น้องๆที่วัดบ้างแล้วมั้ง

"ไอ้ปอ มึงนี่นะ" พี่ชินทำหน้าเหวี่ยงทันทีที่แกะกล่องของขวัญขนาดใหญ่ของลังเบียร์ไปสามชั้นแล้ว แต่ก็ยังต้องเจอกล่องเล็กซ้อนอยู่อีกสองชั้น สุดท้ายสีหน้าพี่ชินที่เห็นของในนั้นทำให้ผมล้มตัวนอนหัวเราะอย่างอดไม่ไหว

"ไอ้ปอ ไอ้เด็กเวร!เนี่ยนะของขวัญวันเกิดที่มึงให้กู ห๊ะ!"

"ฮ่าๆๆ ถูกใจล่ะสิคุณร่มกันแดด ใส่เลยมั้ยเอาเลยปออยากเห็น" พี่ชินใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งคีบบิกินี่สีดำชูขึ้น แล้วหันมาทำหน้ายังกับจะกินเลือดกินเนื้อผม

"หึหึ ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันเกิดกู มึงลองใส่ไอ้นี่เป็นของขวัญให้กูดูหน่อยสิ" ผมรีบถอยหลังจนติดตู้เสื้อผ้าเมื่อพี่ชินถือบิกินี่สีดำเดินเข้ามาอย่างเอาจริงเอาจัง

"ปอล้อเล่น ปอขอโทษ ของขวัญอยู่นี่อันนี้ต่างหากจริงๆนะ" ผมรีบล้วงกระเป๋ากางเกงยื่นกล่องให้พี่ชินอย่างไว แต่พี่แกดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรแล้ว จ้องแต่จะจับผมใส่ไอ้ที่ถืออยู่ในมืออย่างเดียว

"คุณชนัตรครับ ปอรักล้อเล่นมาแกะของขวัญดูกันเถอะ อันนี้ปอตั้งใจให้จริงๆหาอยู่เป็นอาทิตย์เลย" ผมทำใจกล้าเดินไปกอดเอวอ้อนพี่ชิน ระยะเวลาเกือบเดือนที่เราอยู่ในสถานะแฟน จนถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ทางด้านร่างกายเราอาจยังไม่พัฒนามากขึ้นนอกจากการกอดจูบ แต่ด้านความรู้สึก คิดว่าผมเริ่มจะสนิทใจกับพี่ชินมากขึ้นแล้วนะ

"ฮึ่ม แม่งจับกดซักทีดีมั้ยวะ" ประโยคนี้ของพี่ชินทำให้ผมกลัวอย่างบอกไม่ถูก คือตอนนี้ผมไม่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ด้านร่างกายกับใครจริงๆ ภาพที่ตัวเองโดนพี่โปรดบังคับวันนั้นมันก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว

"เฮ้อ กูยังไม่ทำหรอก บอกแล้วไงว่าจะรอจนกว่ามึงจะเต็มใจให้กูเอง" พี่ชินน่าจะรับรู้ถึงความระแวงที่ผมมีถึงได้กอดผมแน่นขึ้น และผมเองก็สัมผัสได้ถึงความน้อยใจของพี่ชินที่มันซ่อนอยู่ลึกๆเหมือนกัน

"ขอโทษนะครับพี่ชิน" ผมได้แต่เอ่ยคำขอโทษที่มาจากความรู้สึกทั้งหมดของตัวเอง และหวังว่าความละอายใจในครั้งนี้ มันจะส่งไปถึงคนที่เป็นเหมือนร่มเงาตรงหน้า และทำให้ความน้อยเนื้อต่ำใจของเขาที่มีมันเบาบางลงบ้างสักนิดก็ยังดี

ตรู๊ดๆๆ "ว่าไงมึง" พี่ชินมองชื่อที่โทรเข้าก่อนจะกดรับแล้วดึงผมไปนอนกอด มืออีกข้างก็ลูบหัวผมเล่นเบาๆ เสียงทุ้มที่ดังลอดผ่านโทรศัพท์ทำให้ใจผมอดกระตุกไม่ได้ ตั้งแต่วันไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ผมกับพี่โปรดก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยจนนี่ก็เกือบครึ่งเดือนแล้ว อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมหลงๆลืมๆเรื่องพี่เขาไปบ้าง ถึงจะน้อยนิดก็ยังดี

"เดี๋ยวกูถามแฟนก่อน ปอคืนนี้ไอ้โปรดมันชวนไปผับน่ะว่าไง" พี่ชินถามทั้งที่โทรศัพท์ยังจ่ออยู่ที่ปาก และพี่แกยังรั้งตัวผมให้ชิดขึ้นจนแทบจะเกยไปครึ่งตัวแล้ว

"ปอแล้วแต่พี่ชินเลยวันนี้วันเกิดพี่ชินนี่นา ต้องตามใจเจ้าภาพสิ" พอเงยหน้าบอกทำให้ปากผมมันอยู่ในระยะใกล้โทรศัพท์ คาดว่าปลายสายน่าจะได้ยินเสียงผมเช่นกัน

"จุ๊บ น่ารักว่ะ เออโปรด เดี๋ยวดึกๆกูเข้าไปนะขอเวลาอ้อนแฟนก่อนตามนี้เพื่อน" พี่ชินตัดสายพี่โปรด จากนั้นก็หันมาตะครุบตัวผมไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงจนหมอนกับผ้าห่มกระจัดกระจายไปทั่ว ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างบอกผมว่ามันกำลังเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะมีเสียงหัวเราะแบบนี้ ผมได้แต่ขอให้รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะที่ผมมีอยู่อย่าเพิ่งจากผมไปเลย อย่าให้มันเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้สัมผัสกับมันเลยครับ


"สุขสันต์วันเกิดเพื่อนรักของกู เอ๊ะๆกูยังไม่เคยเห็นนาฬิกาเรือนนี้นี่" ผมอดขำกับท่าทางของพี่โอไม่ได้ เห็นพี่โอทีไรทำให้ผมนึกถึงพี่โยทุกที คนอะไรจะเหมือนกันได้ขนาดนี้

"แฟนกูซื้อให้" พี่ชินยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ แถมมียกข้อมือตัวเองมาอวดพี่โอด้วยนะ

"อุ๊ยตายว้ายกูจะกรี๊ดอิจฉาเว้ย น้องปอน่ารักจังสนใจรับกิ๊กรูปหล่ออารมณ์ดีแบบพี่ไว้ซักคนมั้ย"

ผัวะ! "เมียกูไอ้สัส"

"โทษทีมาช้าไปหน่อย" พี่ชินตบหัวพี่โอในจังหวะที่พี่โปรดจูงมือพีมานั่งที่โซฟาพอดี ผมก็แค่ยิ้มให้พีนิดๆแล้วยกมือไหว้พี่โปรดเหมือนที่ปฏิบัติกับพี่ตุลย์ พี่โอ หรือพี่คนอื่นๆ

"ขอให้มีความสุขมากๆนะฮะพี่ชิน นี่ของขวัญจากผมกับพี่โปรดฮะ" 

"ขอบใจ" พี่ชินพูดด้วยเสียงเรียบๆ เอื้อมมือไปรับกล่องมาวางข้างๆ พอความรู้สึกที่มีต่อพี่โปรดมันเริ่มเบาบางลง ความอึดอัดในใจเวลาเจอพวกเขามันก็เริ่มผ่อนคลายขึ้นเช่นกัน ทุกอย่างคงเป็นเพราะผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ผู้ชายที่เปรียบเสมือนร่มกันแดดคอยปกป้องผมจากความร้อนของแสงอาทิตย์ อืม..ผมชักจะหวั่นไหวกับร่มกันแดดนี้แล้วสินะ

"ป๊าด น้องปออย่ามองเพื่อนพี่แบบนั้น พี่สงสารไอ้ชินดูมันอยากขย้ำน้องปอกลืนเข้าท้องแล้วนะเนี่ย เฮ้ยไอ้ชินมึงอย่าหาเรื่องชิ่งกลับก่อนนะเว้ย ยังไงคืนนี้ก็ต้องอยู่กับเพื่อนกับฝูงก่อน มีเมียแล้วแม่งหมกตัวอยู่กับเมียจนกูแทบจะจำหน้ามึงไม่ได้แล้วนะเนี่ย" ผมหัวเราะเบาๆกับท่าทางจริตจะก้านของพี่โอ แต่ก็ไม่ได้ท้วงติงอะไรเรื่องความเข้าใจผิดของสถานภาพผมกับพี่ชิน

"จุ๊บ กูอยากกินมึงไม่ให้เหลือซากเลยจริงๆปอรัก" คำพูดห่ามๆที่กระซิบเบาๆข้างหู ช่างแตกต่างกับการกระทำแสนจะอ่อนโยนเหลือเกิน เมื่อพี่ชินหอมที่หัวผมเบาๆมันทำให้ผมอุ่นไปถึงหัวใจ 

บางทีอาจเป็นคนนี้ก็ได้ ชีวิตของผมควรก้าวต่อไปข้างหน้าได้แล้ว เมื่อมองย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวครั้งหลังที่เคยทำให้ผมร้องไห้และเจ็บปวด มันยิ่งทำให้ผมยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าวันนั้นผมไม่เจ็บปวดไม่ถูกทอดทิ้ง วันนี้ผมก็คงไม่มีโอกาสได้นั่งข้างผู้ชายแสนดีคนนี้หรอก อย่างน้อยนี่ก็เป็นอีกเรื่องดีๆที่เกิดกับผม อืม..ความสุขกำลังใกล้เข้ามาแล้วสินะ

"พี่ชิน ปอไปห้องน้ำแป๊บนะ" 

"เดี๋ยวไปส่ง"

"กูไปกับน้องปอเอง มึงไม่ต้องกลัวว่ากูจะตีท้ายครัวหรอกสัส รู้หรอกว่าเมียเพื่อนกูมีจรรยาบรรณพอไม่แทงข้างหลังเพื่อนเว้ย" คำพูดของพี่โอทำให้ผมเหลือบไปมองพีโดยอัตโนมัติ พีเองก็มองมานิ่งๆแววตาน่ากลัวนั้นทำให้ผมขนลุกนิดๆ แต่ก็สลัดความแคลงใจครั้งนี้ออกก่อนจะลุกจากโซฟามาพร้อมพี่โอ

"พี่โอ ปอตื่นเต้นอ่ะปอไม่เคยทำมาก่อน กลัวนักเที่ยวทั้งหลายจะปาขวดขึ้นมาน่ะสิ" ตอนนี้มือผมมันทั้งเย็นทั้งสั่นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

"เอาน่า รับรองว่าไอ้ชินมันต้องชอบแน่ๆยิ่งเราเคยทำเป็นครั้งแรกมันยิ่งประทับใจ เราเองก็เริ่มเปิดใจให้เพื่อนพี่แล้วไม่ใช่เหรอ อะไรที่คิดว่าทำแล้วไม่เดือดร้อนใคร ทำแล้วตัวเองมีความสุขและส่งมอบความสุขให้คนที่ตัวเองแคร์ก็ทำไปเถอะเชื่อพี่สิ" พี่โอจูงมือผมเดินมาด้านหลังเวที จากนั้นก็ไปคุยอะไรกับดีเจสักอย่าง ดูเหมือนว่าพี่โอจะสนิทและคุ้นเคยกับคนที่นี่พอๆกับพวกพี่หมอและพอๆกับผม อย่าลืมสิว่าผมอยู่กับพี่โปรดมาสองปี ทุกคนที่นี่ผมก็รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีเช่นกัน

"ปอจะเอาแบบนี้แน่เหรอ พี่ว่าไม่ดีมั้งถึงจะเลิกกับเฮียโปรดแล้วแต่นี่มันก็ที่ของเฮียเขานะ เด็กๆที่นี่ต่างก็รู้ว่าเราเคยเป็นอะไรกับเฮียมันจะเป็นการหักหน้ากันเกินไป อย่าทำดีกว่าเดี๋ยวเฮียโกรธขึ้นมาเรานั่นแหละจะซวย เฮียโปรดน่ะน่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้เยอะ" พี่พุที่คุมโซนเวทีรีบเดินเข้ามาท้วงทันทีที่พี่ดีเจไปกระซิบบอก

"พี่พุ ปออยากมีความสุขบ้าง" ผมก้มหน้าบอกพี่พุเบาๆพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ผมจะทำสิ่งที่ผมคิดว่ามีความสุขบ้างไม่ได้เลยเหรอมันผิดมากนักหรือไง อีกอย่างก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะทำให้พี่โปรดไม่พอใจนี่ในเมื่อเราจบกันไปแล้ว ทีพี่โปรดยังมีคนของความสุขเลย แล้วทำไมผมจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ ผมก็แค่อยากมีความสุขบ้างแค่นั้นเอง

"เฮ้อ ตามใจก็แล้วกันพี่เตือนเราแล้วนะ" พี่พุส่ายหัวก่อนจะเดินไปคุยกับพี่ดีเจโดยมีพี่โอยืนเท้าเอวหน้างอรออยู่ ผมสูดลมหายใจลึกๆเดินไปรับไมค์จากพี่พุ ในใจก็ได้แต่บอกตัวเองว่าผมกำลังมอบโอกาสให้ความสุขเข้ามาในชีวิต และหันหลังปิดประตูให้กับความเสียใจเรื่องเดิมๆที่ทำให้หัวใจตัวเองเหนื่อยมามาก เอาน่ะไอ้ปอรักถึงเวลาต้องปล่อยสักที

ฉันที่เคยโดนทำร้ายมา ใจเหมือนไม่มีคุณค่าใด เป็นของที่ไม่น่าสนใจ โดนเหวี่ยงทิ้งไป รักษาเท่าไรก็เหมือนเดิม ไร้แม้กำลังจะหายใจ เป็นสิ่งของไม่มีชีวิต ข้างในบุบสลายจนเกินจะคิดเยียวยา จนเมื่อฉันได้มาเจอกับเธอ คนอย่างฉันถูกโยนทิ้งขว้าง กลับมีเธอรับเอามาใส่ใจดูแล หยิบใจฉันขึ้นมาจากพื้น ช่วยชีวิตให้ยืนได้เหมือนเดิม ขอบคุณที่เธอยอมรักกัน..รับได้ทุกเรื่องที่ฉันเป็น รับไม่ว่าเป็นมาเช่นไร จากสิ่งของไม่มีความหมายข้างใน เกิดเป็นใจดวงหนึ่งที่รักเพียงเธอ ฉันก็รู้ว่าโชคดีแค่ไหน คนอย่างฉันถูกโยนทิ้งขว้าง กลับมีเธอรับเอามาใส่ใจดูแล จากสิ่งของที่ไม่มีค่าอะไร ได้มาเป็นคนเดียวในใจของเธอ ฉันจะมีชีวิตต่อจากนี้ เพื่อรักเธอ #สิ่งของ เคลียร์

ตลอดเวลาที่ยืนบนเวทีสายตาผมพุ่งตรงไปยังพี่ชิน แต่ผู้ชายที่นั่งข้างพี่ชินกลับลุกขึ้นจ้องเขม็งด้วยสายตาที่ผมไม่เคยเห็น จนตัวเองเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพียงแว่บเดียวที่สบตากันมันมีสัญญาณอะไรบางอย่างเตือนผมว่า พี่โปรดกำลังเป็นไฟพร้อมจะเผาผมได้ทุกวินาที พี่โปรดกระตุกยิ้มจนขนแขนผมลุกชันเย็นวาบถึงแผ่นหลัง จากนั้นพี่เขาก็หมุนตัวเดินไปทางห้องทำงาน ทิ้งอาการสั่นกลัวไว้ให้ผมอย่างบอกไม่ถูก 

แต่เมื่อเลื่อนสายตามาเจอพี่ชินความหวาดกลัวเมื่อกี้มันเริ่มจางลง พี่ชินเดินผ่านทุกคนมาหาผมอย่างแน่วแน่แล้วหยุดยืนด้านล่างเวที ความจริงจังถูกส่งให้จนผมเริ่มสงบขึ้น ไม่มีอะไรต้องเหนื่อย ต้องกลัว ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ พี่ชินทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นด้วยการเดินเข้ามา ในขณะที่พี่โปรดก็ทำให้หัวใจผมเบาขึ้นด้วยการเดินจากไป ตอนนี้ผมผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปได้แล้ว บันไดขั้นต่อไปผมเชื่อว่าจะได้สัมผัสความหอมหวานของคำว่าความสุขที่รออยู่ตรงหน้า ถึงปลายทางจะเป็นยังไงแต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ มึงเก่งแล้วไอ้ปอรัก สุรดิษ

"อุ๊บ!อื้อ อ่อยย!" ผมดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนของกลิ่นคนคุ้นเคย ต่อให้ห่างเหินกันไปนานเท่าไหร่ผมก็จำกลิ่นนี้ได้เสมอ ในเมื่อมันเป็นกลิ่นที่ผมเลือกมาเองกับมือ

"โอ๊ย เป็นบ้าอะไรของพี่ลากผมขึ้นมาทำไมวะห๊ะ!" ผมตวาดใส่พี่โปรดด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มที่ เมื่ออยู่ๆพี่โปรดก็ล็อกคอปิดปากลากผมจากห้องน้ำขึ้นมาห้องข้างบนของผับ

"หึหึ เลิกกับผัวเก่าไม่ถึงเดือนมีผัวใหม่เสียบต่อทันที กูก็ไม่แปลกใจอะไรหรอกนะในเมื่อกูเป็นคนโยนมึงให้มันเอง แต่มึงแรดเกินตัวผู้ไปหน่อยมั้ย ถุย! ร้องเพลงสารภาพรักกันจนกูเลี่ยน"

"เลี่ยนแล้วยังไง แรดแล้วยังไงมันเป็นสิทธิ์ของผมไม่ใช่เหรอ ผมจะทำอะไรก็ได้นี่มันชีวิตของผม แล้วคุณน่ะเพ้อเจ้ออะไรใครผัวใครเมีย เท่าที่ผมรู้มันมีแค่คนซื้อกับคนขายแค่นั้นเอง บางทีสมองคุณมันก็เอาแต่ใช้งานในเรื่องต่ำๆเลยมองคนอื่นติดลบไปหมด ทำตัวเองให้ดีก่อนเถอะถึงค่อยมาว่าคนอื่นเขา ตัวเองก็แรดไม่ใช่น้อยนะโปรดปราณ" ผมสวนกลับทันทีทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห พี่มันจะอะไรกับผมนักหนาวะ

"คุณ ผม? หึหึ เปลี่ยนไปเยอะนะแมงปอหรือน้ำของผัวใหม่มึงจะไปลบความจำว่ามึงมีกูเป็นผัวคนแรก กูก็ไม่อยากใช้คำว่าผัวเมียกับมึงหรอกนะโคตรสะอิดสะเอียน แต่ที่ต้องใช้เพราะอยากย้ำไอ้ตัวผู้ที่นอนอ้าขาให้กูเสียบตั้งสองปีจำใส่สมองว่า กูต่างหากล่ะที่เป็นคนเ_็ดมึงคนแรก เลิกดัดจริตทำเป็นว่าตัวเองมีคุณค่าเถอะ มึงก็แค่แปรงสีฟันเก่าๆถูกๆที่กูใช้จนบานถึงส่งต่อให้คนอื่นว่ะ"

"จะคนแรกหรือคนที่ร้อยแล้วมันยังไงวะ _วยของใครก็เหมือนกันหมดแหละ อ้อโทษทีนะโปรดปราณผัวใหม่กูบอกว่ากูยังฟิตอยู่นะ เอ..หรือว่า_วยมึงเล็กกว่าผัวกูก็ไม่รู้สินะ แต่ที่รู้ก็คือผัวกูเ_็ดมันกว่ามึงเยอะ ฮ่าๆๆ"

"ไอ้ปอ!!" ผมรีบร่นถอยหลังอย่างเร็วเมื่อเห็นแววตาลุกเป็นไฟของพี่โปรด มันน่ากลัวจนสติที่เตลิดเมื่อกี้เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ผมลนลานหาทางหนีให้เร็วที่สุด

"โอ๊ย! ปอเจ็บนะพี่โปรด ปล่อย!" ผมจะวิ่งเข้าห้องน้ำหลบพี่โปรดที่ยืนขวางประตูห้อง แต่ก็วิ่งได้แค่สองก้าวก็ต้องรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งหัว เมื่อพี่โปรดวิ่งพรวดพราดจิกกระชากหัวผมเหวี่ยงไปที่เตียงแล้วกระโจนมานั่งทับอกผมไว้ มือคู่ใหญ่นั้นบีบคอผมแน่นจนหายใจไม่ออกได้แต่เหวี่ยงแขนเอามือตบตีจิกข่วนไปตามใบหน้าดุดันนั้น

อึกก แฮ่กๆๆ" ไอ้สัสมึงจะเอายังไงกับกูอีกห๊ะ! ต้องให้กูตายไปเลยใช่มั้ยมึงถึงจะพอใจ เลิกจองเวรจองกรรมกูซักทีไอ้เหี้ย!" ผมแหกปากด่าพี่มันทันทีที่มือใหญ่คลายออก ผมกำลังบ้าเต็มขั้นความกลัวมันหายไปหมดตั้งแต่วินาทีสุดท้ายที่คิดว่าตัวเองกำลังหมดลม

"แต่ไอ้เหี้ยตัวนี้มันก็เป็นผัวมึงได้ยินมั้ย! กูเป็นผัวมึงเป็นคนที่มึงบอกว่าจะรักจนกว่าลมหายใจสุดท้าย" เสียงแผ่วเบาในประโยคสุดท้ายกับหยดน้ำจากตาคมหยดหนึ่งร่วงกระทบมาโดนเปลือกตาผม แว่บหนึ่งความรู้สึกทั้งรักทั้งชังอยากผลักไสแต่อีกมือก็อยากดึงรั้งทำให้หัวผมแทบจะระเบิด แต่แล้วรอยยิ้มของพีการกระทำของเขาทั้งสองก็หลั่งไหลมาทำให้ผมสติแตกอีกครั้ง

"แต่ตอนนี้กูไม่ได้รักมึงแล้ว ไอ้เหี้ยโปรดได้ยินมั้ย! ว่ากูไม่รู้สึกอะไรกับมึงแล้ว กูรักพี่ชินรักคนที่เห็นคุณค่าของกูคนที่มีแต่กู ส่วนมึงถ้ากูเป็นแปรงสีฟันเก่าๆมึงมันก็แค่รองเท้าเก่าๆเน่าๆเหมือนกัน ออกไปจากชีวิตของกูซักที!" ผมสะใจที่เห็นความเจ็บปวดของเขา สะใจจนน้ำตามันไหลมาจากหางตาเช่นกัน เรื่องที่ผ่านมาถาโถมเข้าใส่ทำให้ผมระเบิดตัวเอง ยิ่งมองเห็นเงาของตัวเองในแววตาคมนั้นมองเห็นสายตาที่คุ้นเคยถูกส่งมาให้ ผมรู้จักความหมายของมันดีเพราะตลอดมาผมก็ใช้สายตาแบบนี้ส่งไปให้พี่โปรด แต่มันก็ไม่เคยส่งไปถึงพี่เขาเลยสักที

กริ๊ก! "งั้นมึงกับกูมาตายพร้อมกันเถอะเมีย"

โครม!! "ไอ้สัสมึงจะทำอะไรห๊ะ!" พี่โปรดกระเด็นตามแรงเหวี่ยงของพี่ชิน ทำให้วัตถุเย็นๆที่จ่อหน้าผากเมื่อกี้กระเด็นไปอีกทาง

"พี่โปรด" พีเป็นอีกคนที่วิ่งเข้ามาประคองพี่โปรดให้ลุกขึ้น แววตาเย็นชาของพี่โปรดส่งมาให้ผมที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชินอย่างเปิดเผย

"เมื่อกี้มึงบอกว่าลีลาผัวใหม่มึงถึงใจกว่าใช่มั้ย งั้นมาดูลีลากูกับเมียกูบ้างก็แล้วกัน" แววตาและน้ำเสียงของพี่โปรดมันนิ่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นนิ่งจนผมลนลาน นิ่งจนผมหายใจไม่ออกเหมือนว่าแววตาคู่นั้นพร้อมจะพรากลมหายใจผมได้ทุกเมื่อ พี่เขาเดินออกไปข้างนอกยังไม่ทันที่ผมกับพี่ชินจะตามออกไป พี่พุกับพี่ๆบอดี้การ์ดในร้านอีกสี่คนก็กรูเข้ามา ปิดท้ายตามด้วยพี่โปรดที่เดินมาหยุดตรงหน้า

"จะรีบไปไหนล่ะเมียรัก รอดูลีลาอดีตผัวมึงกับเมียใหม่ก่อนสิ" พี่โปรดเฉียดเข้ามากระซิบเบาๆ โดยไม่ทันได้ตั้งตัวพี่ๆการ์ดก็เข้ามาล็อกพี่ชินไว้ พี่พุเองก็ดึงผมให้ยืนที่ปลายเตียง

จากนั้นภาพที่ผมคิดว่าถ้าต้องมาเห็นตำตาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากมายเพราะได้เตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่พอเห็นจริงๆมันก็ทำให้ผมเหมือนจะวูบไป จนพี่พุต้องประคองให้นั่งลงกับพื้น

"ไอ้พุ มึงจับเมียกูให้หันมาดูลีลาผัวเก่าอย่างกูบ้างซิ เมื่อกี้มันบอกว่าลีลาผัวใหม่มันดีกว่ากูน่ะ หึหึ" ผมพยายามก้มหน้าขัดขืนแต่พี่พุก็ยึดคางไว้ให้จ้องมองคนทั้งคู่ ผมหลับตาลงทันทีเมื่อพี่โปรดกำลังควักท่อนเนื้อตัวเองจากกางเกงสอดแทรกเข้าไปในร่างกายของพี ถึงจะหลับตาเพื่อหนีความเจ็บปวดแต่เสียงครวญครางของพวกเขาก็ยังดังลั่นไปทั้งห้องพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมา ผมลืมตาช้าๆบางครั้งคนเราก็ต้องยอมเจ็บบ้าง เพื่อจะได้มองเห็นบางสิ่งบางอย่างชัดเจนขึ้น

"อ๊ะ อ่าา พี่โปรด"

พั่บๆๆๆ "อืมม พีครับ ซี๊ดเมีย" พี่โปรดกับพีกำลังสมสู่ต่อหน้าคนทั้งห้องอย่างไร้ความอาย และไร้ความเมตตาต่อความรู้สึกของผม แทนที่ภาพเหล่านั้นมันจะเบลอเพราะน้ำตา แต่น่าแปลกที่ผมกลับได้ยินและได้เห็นเรื่องราวตรงหน้าอย่างชัดเจน

"ไอ้สัสโปรดมึงจะเ_็ดกันก็ปล่อยกูกับปอไปสิวะไอ้ขี้ขลาดเอ้ย! รู้ตัวมั้ยว่ามึงกำลังทำอะไร มึงกำลังบีบหัวใจตัวเองอยู่นะไอ้เหี้ย!" เสียงตะโกนด่าทออีกมากมายดังมาจากพี่ชินที่โดนการ์ดของผับทั้งสี่ล็อกตัวไว้

"อ๊ะ อ่ะ อ่าา พีไม่ไหวแล้วครับผัว อ๊ะ อ๊าา"

ปึกๆๆๆ "อืมม" พี่โปรดยังคงทำกับพีไปเรื่อยๆและผมเองก็นั่งมองอย่างนั้นไปเรื่อยๆเช่นกัน มองทั้งที่ตอนนี้ในสมองผมเริ่มว่างเปล่า มองทั้งที่รู้สึกว่าหัวใจตัวเองมันเต้นช้าลง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่พวกเขาส่งเสียงครวญครางแข่งกับเสียงสั่นสะเทือนของเตียงใหญ่และเสียงเนื้อกระทบเนื้อ แต่ผมก็ได้แค่นั่งกอดเข่ามองผ่านม่านน้ำตาอยู่อย่างนั้น

"อ๊าาาา พี่โปรดพีรักพี่โปรดนะฮะ"

"พี่ก็รักพี พีเป็นเมียของพี่นะครับ อืมม" หัวใจผมหยุดเต้นทันทีที่ประโยคนี้มันดังออกมาจากปากพี่โปรด คำนี้ทำให้ผมทรมานยิ่งกว่าเห็นภาพตรงหน้าเสียอีก ผมหมดเรี่ยวแรงกับทุกสิ่งทุกอย่างจนต้องเอนตัวลงนอนกับพื้น แต่ตาก็เพ่งไปยังคนทั้งคู่ที่กำลังมัวเมาในกิจกรรมนั้น พี่โปรดเอนตัวพิงหัวเตียงจับพีนั่งคร่อมก่อนที่พีจะขยับโยกปากก็ครวญครางไม่หยุด ส่วนพี่โปรดกับผมเรามองสบตาและรับรู้ว่ามันมีแต่ความเฉยชาที่เราทั้งคู่ต่างมอบให้กัน มือใหญ่ที่เคยเช็ดน้ำตาให้ผม ข้างหนึ่งกำลังบีบเคล้นก้นของพีอยู่ อีกข้างก็คว้าบุหรี่ขึ้นมาสูบทั้งที่บนร่างกายยังมีพีขยับตัวโยกร้องครวญครางไม่หยุด

"หึหึ เมียรักเห็นลีลาผัวแล้วถึงกับร้องไห้เลยเหรอ" ไฟสีแดงของปลายบุหรี่อยู่ในระยะใกล้ตาผมเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่รู้ก็คือพี่โปรดใช้ไฟสีแดงนั้นกดจี้ไปที่อกข้างซ้ายของตัวเอง มันไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดให้เห็น กลิ่นไหม้ของเนื้อทำให้ผมต้องยกมืออ่อนแรงไปลูบมือใหญ่ที่ยังกดไฟร้อนเพื่อทำร้ายตัวเอง จนสีแดงของไฟมันมอดดับลงพี่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย

"ฮึก" 

"ไอ้เหี้ยโปรด! อย่านะไอ้สัสนั่นหัวใจของมึงนะไอ้เหี้ย!!" ผมกัดปากตัวเองจนรู้สึกถึงกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วเมื่อพี่โปรดรับไฟแช็กจากพี่พุมาจุดบุหรี่มวนเดิมแล้วสูบ ไฟแดงๆจากปลายบุหรี่มวนเดียวกันนั้นกดจี้มาที่ไหล่ซ้ายผมจนได้กลิ่นเนื้อไหม้

"ไอ้พุ กูบอกให้เอามา!!" จากนั้นผมยังโดนตอกย้ำความเจ็บด้วยปลายมีดพกของพี่พุที่พี่โปรดตวาดใส่ดังลั่นห้อง ไม่รู้ว่าคมมีดมันกรีดไปทางไหนบ้าง แต่ที่รู้ก็คือมันเป็นจุดเดียวกันกับที่ไฟร้อนกดทับไปเมื่อกี้ มันเจ็บจนชาเจ็บจนไม่มีแม้แต่เสียงร้องออกมาสักคำ

"กูเป็นคนที่มึงรักจนลมหายใจสุดท้าย และกูก็จะอยู่ติดตัวมึงจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของมึงเหมือนกัน" คำแผ่วเบาเอ่ยอย่างเนือยๆ ผมนอนคว่ำมองพี่โปรดกำลังใช้มีดที่มีเลือดผมติดอยู่กรีดทับแผลจากรอยไหม้บนอกซ้ายของตัวเอง โดยที่ผมหมดแรงจะห้ามปรามใดๆทั้งสิ้น อะไรทำให้เราทั้งคู่มาถึงจุดนี้ได้นะ จุดที่เราต่างทำร้ายกันและกัน จุดที่เราต่างทำร้ายหัวใจของตัวเอง

"โปรดปราณเค้ารักตัวเองนะแต่เค้าเหนื่อยเกินไปแล้ว เค้าขอโทษที่ผิดสัญญาเค้าไม่มีแรงเหลือจะบินตามพระอาทิตย์ได้อีกจริงๆ" ผมใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกระดิกปลายนิ้วเกี่ยวรั้งปลายขากางเกงความสุขตรงหน้าไว้ ไม่รู้ว่าความในใจของผมจะส่งไปถึงความสุขไหม แต่ผมเหนื่อยเกินไป เหนื่อยแทบจะขาดใจจริงๆ

"ไหวไม่ไหวนั่นมันเรื่องของมึง กูจะลืมมึงแล้วนะแมงปอลืมทั้งที่กูรู้สึกกับมึง แต่มึงต้องจำว่ากูคือลมหายใจสุดท้ายของมึงนะครับ จุ๊บ" พี่โปรดก้มลงกระซิบบอก ใบหน้าคมคายเกลือกกลิ้งลงมาแนบชิดกับใบหน้าผมเพื่อเช็ดน้ำตาของเราทั้งคู่ ริมฝีปากที่ใช้จูบกับคนอื่นตอนนี้มันทาบทับที่ปากผมเบาๆ ทำให้ภาพของพี่โปรดกับพีเมื่อกี้ย้อนกลับเข้ามาจนผมหายใจไม่ออก

"ไอ้สัสมึงหายบ้ารึยัง พอได้รึยังห๊ะ!!" เสียงตวาดปนเสียงหอบหายใจของพี่ชินทำให้ผมโหยหาความปลอดภัยนี้อีกครั้ง

"พี่ชิน จะไปหาพี่ชิน" จิตสำนึกมันบอกให้ผมต้องพาตัวเองไปหลบในที่ที่ปลอดภัย ที่ที่ไฟร้อนจากคนคนนี้จะตามไปแผดเผาไม่ถึง

"หึหึ สงสัยว่าเมียเก่ากูจะเห็นลีลากูเอากับเมียเมื่อกี้แล้วจะหิวดุ้นของมึงน่ะ อ่ะไหนๆก็ไหนๆแล้ว เมียเก่ากูอวดว่าลีลาของมึงดีนี่ ยังไงก็รบกวนมึงโชว์ลีลาให้กูดูเป็นบุญตาหน่อยนะ"

แคว่ก!! พี่โปรดกระชากเสื้อผมที่หลุดลุ่ยตั้งแต่ถูกดึงทึ้งเพื่อสร้างรอยประทับเมื่อกี้ จนความคมของเศษผ้ามันบาดเข้ากับผิวเนื้อ

"ไอ้โปรด!" ภาพพี่ชินใกล้เข้ามาเรื่อยๆพอๆกับแรงจิกจนหนังหัวผมแทบหลุดเพราะการกระชากลากถูให้มาหาพี่ชิน น้ำตาที่ไหลอยู่มันยิ่งไหลออกมาเป็นสาย เมื่อคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ได้

"ไม่เอาโปรดปราณเค้าไม่ทำ อย่าให้เค้าทำ ฮึกก" ผมอ้อนวอนอย่างแผ่วเบา ผมไม่อยากทำให้พี่เขาเจ็บเหมือนที่ผมเจ็บ ไม่ว่าจะชิงชังไม่ว่าจะอ่อนล้าไม่ว่าจะหวาดกลัวยังไง ผมก็ไม่อยากทำร้ายหัวใจของความสุขตัวเองมากไปกว่านี้แล้ว เพราะผมสัมผัสได้จากความทรมานของพี่โปรดว่ามันมีมากมายแค่ไหน

"ไอ้ชินเอาสิ กูยกแปรงสีฟันเก่าๆมาประเคนถึงปากมึงแล้วนะ"

"โทษทีว่ะเพื่อน กูไม่โง่ทำร้ายหัวใจตัวเอง" ท่าทีพี่ชินเริ่มสงบขึ้นเมื่อได้รับอิสระจากผู้ชายร่างยักษ์ทั้งสี่

"ถ้ามึงไม่ทำงั้น" ผมเย็นยะเยือกไปถึงหัวใจเมื่อพี่โปรดเลื่อนสายตาไปที่ผู้ชายทั้งหมดในห้อง และพี่พุก็เป็นคนถอดเสื้อคนแรก

"ไอ้สัสโปรด มึงไม่ใช่คนแล้วไอ้เหี้ย!!"

"เออ นี่แหละตัวกู!! เอ..ท่าทางมึงแปลกๆนะ เผลอแดกไอ้ที่กูเพิ่งแดกเมื่อกี้รึเปล่า งั้นก็สนุกน่ะสิเพื่อนถ้ามึงไม่ทำ หึหึ" ผู้ชายสองคนที่กำลังห้ำหั่นกันด้วยสายตาตรงนั้น คนหนึ่งทำเพื่อปกป้องแต่อีกคนทำเพื่อทำลาย สุดท้ายฝั่งทำลายก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ เมื่อพี่ชินปัดมือพี่พุให้พ้นก่อนจะเอื้อมมาถึงตัวผม ทุกคนพากันเดินออกไปเหลือแค่พีที่หลับใหลบนเตียงกับเราสามคนที่เผชิญหน้ากันอยู่ ผมสั่นหัวให้พี่ชินพยายามคลานหนีคนทั้งสอง ผมไม่ได้รังเกียจหรือเกลียดพี่ชินแต่ผมทำไม่ได้จริงๆ

"ไม่เอาพี่ชินอย่าทำปอกลัว ฮึก" ภาพที่เกือบโดนข่มขืนจากคนแปลกหน้าเมื่อสองปีกว่าโผล่เข้ามาในความทรงจำ เมื่อพี่โปรดกดตัวผมให้นอนคว่ำหน้าแล้วพยายามดึงรั้งกางเกงออก จนความเย็นของแอร์มันปะทะกับส่วนล่างที่เปลือยเปล่า

"ไม่เอาพี่ชินอย่าทำนะ ฮึก พี่โปรดตัวเองอย่าทำเค้าแบบนี้เลย เค้ากำลังจะตายอยู่แล้วเค้าไม่เอา ฮืออ" พี่ชินเดินมาหยุดตรงหน้าผม จากนั้นก็รูดซิปควักท่อนเนื้อขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่ามันไปตื่นตัวตอนไหนมาจ่อที่ปาก

"ไอ้ปอ อมของผัวรักของมึงให้กูดูหน่อยซิไหนมึงบอกว่าชอบ_วยของมันไง" พี่โปรดกระชากหัวผมให้ลุกนั่งคุกเข่า มือใหญ่บีบปากผมที่พยายามกัดปากตัวเองไว้จนแผลเก่าแผลใหม่ในปากทำให้กลิ่นคาวจากเลือดคละคลุ้งแทบจะอ้วก ไหนจะเลือดที่ไหล่ซ้ายมันไหลมาเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งไหล่ทั้งหน้าอก

"เจ็บมั้ย ตรงนี้ของตัวเองเจ็บมั้ย จุ๊บ หายไวๆนะครับ" ผมเบี่ยงหน้าจากท่อนเนื้อของพี่ชินมาจูบอกซ้ายของผู้ชายอีกคนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ รสคาวของเลือดพี่โปรดมันติดที่ริมฝีปากของผมจนรู้สึกได้

"ถ้ามึงไม่อยากให้กูเจ็บมึงก็ให้เพื่อนกูเอาสิ ไหนบอกว่ารักกูไงแค่นี้ทำให้ไม่ได้เหรอ หื้มปอรัก" เพราะคำขอของความสุขตรงหน้าทำให้ผมหันกลับไปคว้าท่อนเนื้อของผู้ชายอีกคนมาครอบครองไว้ในปาก เสียงครางแผ่วเบาและมือใหญ่ของพี่ชินสอดมาตามเส้นผม จากนั้นก็จับหัวผมแล้วกระแทกท่อนเนื้อตัวเองเข้าปากเร็วขึ้น

"อืมม ซี๊ดด ปอ" รสชาติขมคาวของน้ำพี่ชินพุ่งเข้ามา มันเยอะจนไหลย้อนตามมุมปากผสมกับน้ำตาของผม

"ลืมกูแล้วบินจากไปซะแมงปอตัวน้อยๆ" นี่คือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่แผ่นหลังของตัวเองจะสัมผัสกับความเย็นของพื้นห้องโดยมีความร้อนของร่างกายเจ้าของท่อนเนื้อเมื่อกี้ทาบทับมา พร้อมกันนั้นเสียงครวญครางของสองคนบนเตียงที่เริ่มทำกิจกรรมกันอย่างเร่าร้อนก็ดังให้ได้ยินอีกครั้ง 

เวลาเหมือนผ่านไปเนิ่นนาน ท่อนเนื้อเมื่อกี้ถูกยัดเยียดมาที่ปากตัวเองอีกแล้วครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ผมหลับตาลงช้าๆปิดกั้นการรับรู้ทุกอย่างทุกสัมผัสทุกเสียง สมองมีแต่ความว่างเปล่าเหลือเพียงความเปียกชื้นของน้ำตาที่ยังไหลออกมาให้ได้สำนึกว่าตัวเองยังหายใจอยู่ ทั้งที่ตอนนี้หัวใจมันแตกสลายไปเสียแล้ว

​เผื่อซักวันถ้ากูทำร้ายมึงจนเกินให้อภัย กูขอให้มึงลืมกูซะนะแมงปอ ลืมความทรงจำที่มีกับผู้ชายเลวๆคนนี้ซะ..

เอี๊ยดด !! ​"เฮ้ยไอ้หนูเป็นไงบ้างวะทำไมพรวดพราดมาแบบนี้ห๊ะ! เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันพอดี แล้วไปโดนอะไรมาวะนั่นสภาพแบบนี้มาเดินโต๋เต๋ข้างนอกได้ยังไง เป็นอะไรมากรึเปล่าไปโรงพยาบาลมั้ย"

"มีอะไรรึเปล่าโยมพจน์"

"อ๋อ ไอ้หนูคนนี้น่ะสิหลวงตาอยู่ๆก็ทะเล่อทะล่าเดินตัดหน้ารถ ดูจากสภาพแล้วท่าจะโดนมาหนักนะหลวงตา" ชายผ้าเหลืองปลิวไสวตรงหน้าในเวลากำลังย่ำรุ่ง แสงแดดอ่อนๆกระทบกับใบหน้าที่ผ่านร่องรอยของกาลเวลามาเนิ่นนาน แต่รอยยิ้มเต็มไปด้วยความเมตตาปรานีทำให้ผมยิ้มแฉ่งออกมา

"ชื่ออะไรเจ้าหนู"

"ไม่รู้"

"แล้วจะไปไหนล่ะเดี๋ยวหลวงตาไปส่ง"

"ไม่รู้"

"ถ้าบินไม่ไหวก็ให้วิ่ง ถ้าวิ่งไม่ไหวก็ให้ยืน ถ้ายืนไม่ไหวก็ให้คลาน ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองยังมีชีวิตเพื่อหลุดพ้น งั้นไปอยู่กับหลวงตาก็แล้วกัน การพบเจอของเรามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไปกันเถอะ" 

"อื้อ" โดยไม่ลังเลสักนิด ผมเดินตามชายชราที่ใส่ผ้าเหลืองขึ้นรถ ผมชื่ออะไรนะยิ่งคิดยิ่งปวดหัวไม่คิดดีกว่า

"ตาๆหิวแล้ว" เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายชรากังวานไปทั่วรถ จ๊อกก อ่าา ผมหิวจริงๆแล้วนะ


***พอถึงจุดๆหนึ่งเมื่อสิ้นสุดความอดทนเราจะไม่มีคำพูดอะไรออกมาสักคำ แต่จะเดินออกมาเงียบๆ"

งดตอบคำถามว่า ปอรักโดนชินเอาจริงๆไหม โปรดใส่ถุงกับไก่จ๋าหรือเปล่า ไก่จ๋าซิงไหม และอีกบลาๆ ไม่มีเวลาจริงๆเน้อไปกาดก่อนหนา

ฟางงดวิจารณ์ในตอนนี้ เชิญเอาก้อนหินมาปาบ้านฟางเลยเดี๋ยวส่งพิกัดไปให้  ไปเน้อตาบวมหนักมากกว่าจะจิ้มจบ แรงจุ๊บเหม่งแทบจะไม่เหลือ แต่ก็จะพยายามเอา อึ๊บ จุ๊..จุ๊บเหม่ง พบกันวันศุกร์จ้าว 

ปล.ขออภัยถ้าเขียนไปยังไม่โดนใจกันเน้อจ้าวว





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น