I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[17] : สิ่งมหัศจรรย์

ชื่อตอน : [17] : สิ่งมหัศจรรย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[17] : สิ่งมหัศจรรย์
แบบอักษร

 

[17] 

'I-RIS RED' 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นจนฟางซินและเคอร์ซีหันไปมองก็พบว่าเป็นกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งในชุดเหมือนพวกทหารหรือนักรบอะไรแบบนั้นเพราะในมือของพวกเขามีอาวุธกันครบมือกำลังวิ่งตรงมาทางพวกเธอและเหล่าโจรป่าพวกนี้ก็ดูหวาดกลัวเป็นอย่างมากด้วย 

“ทิ้งพวกนางไว้ที่นี้แหละส่วนทรัพย์สินเอาไปให้หมด พวกมันมากันเยอะกว่า!” โจรที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าพูดขึ้นก่อนจะรีบวิ่งหนีหายเข้าป่าไปในทันทีเฉกเช่นเดียวกับลูกน้องโดยมีกลุ่มชายในชุดนักรบวิ่งตามไปติดๆ เพื่อไล่ล่า 

“แม่นางเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มที่เอื้อนเอ่ยคำพูดเมื่อตะกี้นี้เดินเข้ามาหาฟางซินก่อนจะช่วยประคองร่างบางขึ้นมาจากพื้น 

“ข้าไม่เป็นไรขอบใจท่านมากที่มาช่วยพวกข้าสองคนพี่น้องเอาไว้” ฟางซินก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพเพื่อขอบคุณในน้ำใจของบุรุษตรงหน้าก่อนจะหันไปหาเคอร์ซีที่ถูกบุรุษอีกคนช่วยประคองอยู่ “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” 

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพี่” เคอร์ซีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปยังรถม้าเพื่อสำรวจทรัพย์สินก็พบว่าพวกโจรป่าไม่ได้เอาไปหมดพวกมันคงรีบเลยไม่ทันได้ค้นให้ทั่วโชคดีที่เธอแบ่งเก็บเงินไว้หลายที่และทองคำก็จะเก็บไว้กับหีบเสื้อผ้าทำให้พวกโจรพวกนั้นคงไม่ทันเอะใจ “โชคดีนะเจ้าค่ะที่ข้าเก็บของมีค่าไว้ในหีบพวกโจรพวกนั้นคงได้ไปแค่เศษเงินเท่านั้น” 

“ดีแล้วแหละเพราะของพวกนั้นมันสำคัญต่อเรา” ฟางซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างโล่งใจเพราะถ้าไม่มีเงินพวกเธอก็คงจะแย่เหมือนกันเพราะไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าที่นี่ที่ไหนจะทำมาหากินอะไรคงลำบาก 

“นี่พวกแม่นางทั้งสองกำลังจะไปไหนกัน?” บุรุษหนุ่มเอ่ยถามขึ้น 

“ข้ากำลังจะเดินทางไปอีกแคว้นหนึ่งที่อยู่ถัดจากป่านี้ไม่ไกลชื่อว่าแคว้นฉินที่มีภูเขาและป่าที่เงียบสงบ” ฟางซินหันไปพูดกับบุรุษหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่ท่านชื่ออะไร?” 

“ข้าชื่อหยวนซานและแม่นางล่ะชื่ออะไร?” 

“ข้าชื่อฟางซิน ยินดีมากที่ได้รู้จักท่านแต่ข้าคงจะอยู่นานไม่ได้เพราะต้องรีบเดินทางไปให้ถึงแคว้นฉินก่อนตะวันจะตกดินไม่อย่างงั้นคงต้องรอถึงเช้ากว่าจะเข้าแคว้นได้” 

“งั้นเดี๋ยวข้าให้คนของข้าควบม้าไปส่งพวกเจ้าดีกว่าเพราะสภาพรถม้าไม่น่าจะใช้ได้แล้ว” 

“ขอบใจท่านมากข้าซึ้งน้ำใจท่านยิ่งนัก” ฟางซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อขอบคุณในน้ำใจของอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปหาเคอร์ซีเพื่อช่วยอีกฝ่ายเก็บของที่ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายพลันภาพเบื้องหน้าก็เลือนรางลงและมืดดับวูบลงแบบกะทันหันจนฟางซินเสียหลักล้มลงในทันที “อ๊ะ!” 

“ท่านพี่!” 

“แม่นาง!” 

หยวนซางรีบพุ่งตัวเข้ามารับร่างบางของฟางซินเอาไว้ในทันทีก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น ชายหนุ่มจ้องมองสตรีในอ้อมแขนโดยมีเคอร์ซีรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยสีหน้าตื่นตกใจก็พบว่าใบหน้าของฟางซินซีดเผือดจนน่าเป็นห่วง “ข้าว่าพานางกลับไปที่หมู่บ้านก่อนดีกว่าเพราะที่นั่นมีหมอจะได้ช่วยดูอาการนางได้” 

“ได้เจ้าค่ะเอาแบบนั้นก็ได้รีบไปเถอะข้าเป็นห่วงท่านพี่” เคอร์ซีตัดสินใจในทันทีเพราะอยู่ดีๆ ฟางซินก็หมดสติแบบนี้ไม่ใช่สัญญาณดีแน่ถ้านางเกิดไม่สบายและฝืนเดินทางต่อมีหวังได้เป็นไข้ป่าจนตายแน่นอนเพราะหมอไม่ได้หากันง่ายๆ ในแทบชนบทแบบนี้ 

@โรงหมอประจำหมู่บ้าน 

หมอชราตรวจดูอาการของฟางซินอย่างถี่ถ้วนโดยมีเคอร์ซีนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ยอมหนีไปไหนเพราะเป็นห่วงเจ้านายของตนเองเพราะป่านนี้ฟางซินยังไม่ได้สติเลยแถมหมอชราก็ทำอะไรชักช้าไปหมดจนบางทีเธอก็หงุดหงิดอยากจะเป็นหมอเสียเองให้รู้แล้วรู้รอด 

“ท่านหมอพี่สาวของข้าเป็นอะไร?” เคอร์ซีรีบถามขึ้นในทันทีเมื่อเห็นว่าหมอตรวจอาการเสร็จแล้ว 

“จากอาการเบื้องต้นและหมอลองเช็คร่างกายดู นางน่าจะกำลังตั้งท้องอยู่และที่หมดสติไปคงเป็นเพราะร่างกายที่อ่อนแอ” หมอชราเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง 

“...นะ...นางตั้งท้องหรือท่านหมอ!” 

“ใช่แล้วเจ้าฟังไม่ผิดหรอก ต่อจากนี้เจ้าต้องดูแลนางดีๆ อย่าให้นางทำอะไรหนักและก็คอยหาอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนให้นางกินเพราะจะได้แข็งแรงทั้งแม่และลูก” 

เคอร์ซีอึ้งไปในทันทีเพราะไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะกลายเป็นแบบนี้ในขณะที่ท่านอี้หลานกำลังจะแต่งงานฟางซินกลับกำลังตั้งท้องโดยที่ท่านอี้หลานก็ไม่รู้เรื่อง ทั้งสองคนต้องแยกห่างจากกัน เมียแยกจากผัว ลูกแยกจากพ่อ เธอล่ะสงสารเด็กน้อยตาดำๆ คนนี้เหลือเกิน 

หลายชั่วโมงผ่านไปฟางซินก็ฟื้นขึ้นมาก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความมึนงงเพราะเธอไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนแต่ค่อนข้างฉุนไปด้วยกลิ่นยา เด็กสาวค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงเพื่อสำรวจรอบๆ ก็เดาได้ว่านี่น่าจะเป็นโรงหมอเพราะเธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธออยู่ในป่าและน่าจะหมดสติไปหรือเปล่าถึงได้จำอะไรหลังจากนั้นไม่ได้ฟื้นมาอีกทีก็อยู่ในโรงหมอแล้ว 

“ท่านพี่ตื่นแล้วหรืออย่าเพิ่งลุกเดินสิเจ้าคะกลับไปนั่งที่เตียงเลยข้านำข้าวต้มมาให้” เคอร์ซีรีบพาฟางซินกลับไปนั่งที่เตียงในทันทีก่อนจะวางถาดข้าวต้มลง “ดูสิเจ้าคะเครื่องเคียงน่ากินทั้งนั้นเลย ท่านหยวนซานให้คนจัดมาให้ท่านพี่” 

“หยวนซานคนที่ช่วยพวกเราไว้น่ะหรือ?” ฟางซินถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกันไหม 

“เจ้าค่ะ ท่านหยวนซานเป็นลูกชายของผู้นำหมู่บ้านที่นี้” 

“ถึงว่าผิวพรรณดูนวลเนียนกว่าบุรุษคนอื่นนักที่แท้ก็ลูกคนชั้นสูงนี่เอง” 

“ข้าว่ารีบกินข้าวต้มเถอะเจ้าค่ะเดี๋ยวมันเย็นเอา” 

ฟางซินพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะตักข้าวต้มขึ้นมากินด้วยความหิวเพราะเธอก็ไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เดินทางออกมาจากเมืองใหญ่แถมช่วงนี้ก็รู้สึกหิวง่ายมากๆ ด้วยไม่รู้เป็นเพราะอะไร เด็กสาวนั่งกินข้าวต้มมาได้สักพักจนหมดในที่สุด “ข้าอยากจะออกไปข้างนอกสักหน่อยอยู่ในนี้แล้วข้ามึนหัวเหลือเกิน” 

“...ขะ...ข้ามีเรื่องต้องบอกท่านพี่เจ้าค่ะ” 

“เรื่องอะไรทำไมต้องเสียงสั่นด้วย?” 

“...มะ...หมอบอกว่าท่านพี่กำลังตั้งครรภ์อยู่” เคอร์ซีตัดสินใจพูดออกไปตามตรงเพราะยังไงวันใดวันหนึ่งฟางซินก็ต้องรู้อยู่ดีจะช้าหรือเร็วก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ 

“...ทะ...ท้องหรอ?” ฟางซินชักสีหน้าอึ้งออกมาในทันที เด็กสาวจ้องมองเคอร์ซีอย่างทำอะไรไม่ถูกเพราะสิ่งที่ได้ยินมันทำให้เธอรู้สึกหลายๆ อย่างปนเปกันไปหมด มือบางที่สั่นคลอนเลื่อนลงมาลูบที่หน้าท้องของตัวเองก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่แววตากลับมีน้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “...จะ...เจ้าบอกว่าข้าท้อง ข้าท้องจริงๆ หรือ?” 

“จริงๆ เจ้าค่ะ ท่านพี่กำลังตั้งท้องอยู่” 

ฟางซินยกยิ้มออกมาในทันทีด้วยความปลื้มใจ ความรู้สึกของแม่หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเธออย่างรวดเร็วและเธอดีใจที่มีสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้อยู่ในร่างกายของเธอ เด็กคือสิ่งที่เทพเจ้ามอบให้เพื่อเป็นของขวัญแด่มนุษย์คือสิ่งบริสุทธิ์ที่แสนมีค่าที่สุด “...ละ...ลูกแม่ เจ้าอยู่ในท้องของแม่จริงๆ หรือ?” 

แต่พลันรอยยิ้มของฟางซินก็หุบลงเมื่อนึกถึงพ่อของลูกเธอนั้นคืออี้หลานที่ป่านนี้เขาคงไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ เขาคงกำลังมีความสุขกับว่าที่ภรรยาของเขาที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานอีกไม่นานนี่ส่วนเธอก็คงต้องยอมรับความเป็นจริงและเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่แสนเจ็บปวดของตัวเองเพียงลำพัง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็ก “ถ้าพ่อเขารู้ว่ามีหนูพ่อเขาจะดีใจไหมนะ?” 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น