by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

26/ ความจริงของโปรดปราณ

ชื่อตอน : 26/ ความจริงของโปรดปราณ

คำค้น : ตอนที่ 26

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.4k

ความคิดเห็น : 392

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 07:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
26/ ความจริงของโปรดปราณ
แบบอักษร

โปรดP...

ตั้งแต่วันที่ผมยั้งมือตัวเองไม่ทันถึงกับตบไอ้ปอและเหวี่ยง​มันลงสระว่ายน้ำ นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่มันย้ายออกจากห้องนี้ไป ข้าวของทุกชิ้นที่ผมซื้อให้หรือเป็นของมันเองก็ถูกเก็บไปจนหมด เมื่อวานไอ้ดิวถึงกับเดินมาเล่าว่าของทุกชิ้นไอ้ปอมันส่งต่อให้เด็กวัดหมดทุกอย่าง เหลือเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียวที่มันทิ้งไว้ที่ห้อง แต่ข้อมูลภายในก็ถูกลบออกไปหมดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือคลิปที่เราเคยถ่ายเล่นก็ไม่มีให้เห็น ทุกอย่างถูกลบจนเหลือแต่ความว่างเปล่า

ตรู๊ดๆๆ "ว่าไงหมอ" หวังว่าไอ้ตุลย์คงไม่โทรมาด่าผมเรื่องของไอ้ปออีกคนนะ

"มะรืนนี้มึงจะไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหน"

"กูอยู่ที่ร้านพวกมึงมาที่ร้านดิ จิ๊ อยู่ไหนวะ" ผมคุยกับไอ้ตุลย์ ปากก็เผลอบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดที่หาเสื้อกล้ามตัวโปรดไม่เจอ

"หาอะไรของมึง?"

"เสื้อกล้ามกูดิ ตัวที่ใส่ไปภูเก็ตไม่รู้ไอ้ปอมันเอาไปเก็บไว้ไหน" พอรู้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากเอ่ยถึงชื่อไอ้ปอ ผมกับไอ้ตุลย์ต่างก็เงียบทั้งคู่ก่อนจะหันไปคุยเรื่องอื่น จนไอ้ตุลย์วางสายไปนั่นแหละผมถึงสังเกตว่าตัวเองรื้อข้าวของเกือบทั้งห้อง เดินวนหาทุกที่ยกเว้นโซฟาตัวที่ไอ้ปอกับไอ้ชินนั่งจูบกัน โซฟาตัวนั้นมันเป็นเหมือนของร้อนจนผมไม่กล้าเข้าใกล้

"สัส!แม่งซุกอยู่หลืบไหนวะ" ผมเท้าเอวมองรอบห้อง ที่บัดนี้มีข้าวของวางเกลื่อนกลาดกระจุยกระจายไปทั่วเพียงเพราะเสื้อกล้ามตัวนั้นตัวเดียว ตัวที่ไอ้ปอเป็นคนซื้อให้ก่อนเราไปภูเก็ตเมื่อสองปีที่แล้ว อย่าบอกว่ามันให้แล้วเอาคืนไปแจกเด็กวัดนะ พ่อจะตามไปจับขังไว้ในห้องน้ำวัดซะเลย

ติ๊ง {พีมีแฟนแล้วฮะ : พี่โปรด พีรอที่เดิมนะฮะ} พีไลน์มาแบบนั้นผมเลยจำใจคว้าเสื้อยืดมาสวมก่อนจะเตรียมตัวออกไป เดี๋ยวพีรู้ว่าผมมาที่นี่จะหาเรื่องงอนตัดพ้อว่าผมอาลัยอาวรณ์ไอ้ปออีก ทั้งที่ผมไม่รู้สึกเสียดายหรือห่วงหามันสักนิด.. ไม่มีเลยจริงๆ

"โอ๊ะ!" ผมเผลอทรุดนั่งโซฟาตัวที่พยายามไม่เฉียดเข้าใกล้ตั้งแต่เห็นภาพนั้น ฝ่ามือยกขึ้นมาเลื่อนจับตำแหน่งหัวใจตัวเอง อีกครั้งแล้วที่อยู่ๆก็รู้สึกเจ็บที่ตำแหน่งนี้โดยไม่ทันตั้งตัว แต่เจ็บบ่อยๆก็ดีผมจะได้รู้สึกว่าหัวใจตัวเองมันกำลังทำงานอยู่เหมือนเดิม เพราะผมไม่อยากรู้สึกว่าหัวใจตัวเองมันว่างเปล่าเหมือนครั้งที่เห็นไอ้ปอกับไอ้ชินจูบกัน เห็นมันยิ้มหัวเราะให้กันอีก ที่สำคัญผมไม่อยากเห็นความว่างเปล่าจากไอ้ปอ ทุกอย่างมันน่ากลัวเกินไป และไอ้ปอก็น่ากลัวแถมอันตรายเกินไปสำหรับชีวิตผมจริงๆ

"โอ้ย!สัสแม่ง" ผมหลุดสบถออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งก้มมองมือข้างที่ตบไอ้ปอวันนั้นยิ่งเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เจ็บจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายตรงนี้จริงๆ

ตรู๊ดๆๆ "ตุลย์ มะ..มึงมาหากูหน่อย โอ๊ะ!" 

"ไอ้โปรด ไอ้สัสมึงเป็นอะไร เฮ้ย!ตอบสิวะ" ไอ้ตุลย์ส่งเสียงถามอย่างร้อนรน ผมเองก็เจ็บจนพูดไม่ออก

"ตะ..ตุลย์กูเจ็บ มาหากูหน่อย" บอกไอ้ตุลย์แค่นั้นผมก็ได้แต่ทรุดตัวนอนบนพื้นมองมือตัวเอง อยู่ๆก็รู้สึกถึงความชุ่มและเปียกชื้นที่หางตา ยิ่งนึกถึงสายตาเฉยชาของไอ้ปอ หัวใจผมยิ่งเจ็บจนต้องยกมือกุมตำแหน่งอกข้างซ้ายนอนคว่ำหน้ากับพื้นห้องตรงที่เคยใช้กำลังบังคับขืนใจมัน โดยปล่อยให้น้ำใสๆไหลมาอย่างไม่คิดจะกลั้น

ถ้านี่เป็นเรื่องที่ผมหวาดกลัวว่าจะเกิดความรู้สึกนี้กับไอ้ปอมาตลอด งั้นก็ดีแล้วที่ตัดมันออกไปจากชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ เพราะวันนี้แค่นึกถึงความเฉยชาจากมันผมยังเจ็บปวดแทบทนไม่ไหว แล้วถ้าวันหน้าผมถลำตัวไปมากกว่านี้ และถ้าวันนั้นผมต้องเห็นความเฉยชาที่ตัวเองหวาดกลัวอีกครั้ง ชีวิตผมคงเหมือนตายทั้งเป็นนั่นคือเรื่องที่ผมไม่อยากเผชิญหน้ามากที่สุด

ขอโทษนะแมงปอตัวน้อย พระอาทิตย์มันร้อนเกินไปถ้าขืนมึงยังอยู่ใกล้ๆ สักวันปีกบางๆของมึงคงถูกความร้อนของพระอาทิตย์แผดเผาจนตัวมึงสูญสลาย และพระอาทิตย์ก็คงต้องแตกสลายตามแมงปอตัวน้อยๆนั้นไปเหมือนกัน

"ฮึก" ผมพลิกตัวนอนหงาย แขนซ้ายยกขึ้นมาพาดทับปกปิดความเจ็บปวดและความจริงบางอย่างที่ตัวเองพยายามหนีมาตลอด มือขวาที่ใช้ทำร้ายคนที่คอยดูแล คอยถอดถุงเท้า คอยบีบนวด คอยบีบยาสีฟัน คอยสระผม และคอยทำทุกอย่างให้ เลื่อนขึ้นมากุมหัวใจตัวเองที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่

"จบกันไปน่ะดีแล้วแมงปอ มึงแข็งแกร่งจนน่ากลัวเกินไปสำหรับคนอ่อนแอขี้แพ้อย่างกู แล้วซักวันมึงจะพบความสุขครั้งใหม่เอง ฮึก แมงปอพี่ขอโทษนะครับ" 


ออดด​ ​"เป็นไงมั่งวะเจ็บตรงไหนบอกกูมาดิ๊ ไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า" เกือบชั่วโมงต่อมา ไอ้ตุลย์กับเพื่อนคนอื่นๆก็พากันยืนออเต็มหน้าห้อง ในตอนที่สติและสมองผมกลับมาทำงานเหมือนเดิม

"อืม เมื่อกี้รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ แต่นี่ดีขึ้นแล้ว"

"มึงเป็นหนักปะเนี่ยโปรด หน้าแดงตาแดงหมดมีไข้ด้วยรึเปล่าไหนกูดูซิ" ไอ้โยเดินตามมาติดๆแล้วกระโดดนั่งคร่อมตัก มือก็แตะหน้าผากแตะตัวผมไปเรื่อย

"กูหนักไอ้อ้วน ลงไปเลยเดี๋ยวกูถีบ" ผมยกตัวไอ้โยมานั่งแหมะข้างๆก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาหลับตาลง เพื่อหลีกเลี่ยงการจับจ้องของสายตาหลายคู่ โดยเฉพาะไอ้ตุลย์กับไอ้นัท

"เฮ้ย!มึงตัวร้อนว่ะ อะไรวะมะรืนก็สิ้นปีแล้วนะไอ้โปรดมึงอย่าเพิ่งตายสิ"

ผัวะ! ผมใช้มือซ้ายตบที่หัวไอ้โยแรงๆข้อหาที่มันกวนตีนไม่รู้จักเวล่ำเวลา ปกติผมถนัดมือขวามากกว่า แต่ตอนนี้มือข้างนั้นมันสั่นและไม่กล้าจะลงมือกับคนใกล้ชิดแรงๆอีก ขอให้ครั้งนั้นมันเป็นครั้งสุดท้ายที่มือของผมจะทำร้ายคนใกล้ชิดด้วยเถอะ

"มีไข้อ่อนๆด้วยว่ะ ยังไงมึงก็พักผ่อนให้เต็มที่ซักวันสองวันแล้วกัน เอากินซะจะได้กินยาแล้วนอน" ไอ้ตุลย์เอาปรอทวัดไข้ให้ แล้วแกะแซนวิชมาจ่อปากทำให้ผมต้องจำใจอ้าปากงับอย่างเสียไม่ได้

"หมาโปรด ตกลงมึงเลิกกับน้องปอลูกชายกูแล้วเลือกอิทรพีจริงๆใช่มั้ย" ไอ้ยิ้มนั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่ สักพักก็เงยหน้าถามผมนิ่งๆ

"กูไม่เคยคบกับมันจะเลิกกันได้ไงวะ แล้วเลิกเรียกแฟนกูว่าทรพีซะทีมึงนี่ปากจัดจริงๆ หึหึ" ด้วยความปากไวผมตอบไอ้ยิ้มทันควันอย่างเต็มปากเต็มคำ และทันทีเหมือนกันไอ้ยิ้มก็แสยะยิ้มพร้อมกับวางโทรศัพท์โชว์หราบนโต๊ะ พวกที่เหลือต่างก็พากันคว้าโทรศัพท์ไปดู หน้าตาท่าทางแต่ละคนแตกต่างกันออกไป จะมีก็แค่ไอ้นัทกับไอ้ตุลย์ที่ดูแปลกใจนิดๆแต่ยังวางสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไรออกมา

"เหยดดด อิจฉาไอ้ห่าชินฉิบหาย ไอ้สัสโปรดก่อนมึงจะเลิกกับน้องปอทำไมไม่สะกิดบอกหน่อยวะกูจะได้เสียบต่อ รู้มั้ยว่าตอนนี้กูเสียดายหนักมาก โถ่เว้ย!" ไอ้โยมันฟึดฟัดหน้าหงิกหน้างอยื่นโทรศัพท์มาจนเกือบกระแทกหน้า ผมถอนใจในความเยอะของมันแล้วรับโทรศัพท์มาดู ภาพที่เห็นคือเฟสบุ๊คของไอ้ชินที่ขึ้นสถานะว่าเป็นแฟนกับไอ้ปอ แถมด้วยรูปที่มันจูบกันโชว์เต็มหน้าวอลล์เฟส พร้อมด้วยคอมเม้นท์หลายร้อยที่ไหลเข้ามาไม่หยุด

"แล้วไง?" ผมยักไหล่ คืนโทรศัพท์ให้ไอ้ยิ้มอย่างไม่สนใจเท่าไหร่

"มึงไม่หวงบ้างเหรอวะโปรด" คำถามของไอ้เดียร์ทำให้ผมต้องหันไปเลิกคิ้วมองมัน 

"กูต้องหวงเรื่องอะไร?" ไอ้เดียร์ถอนหายใจทำหน้าเซ็ง แล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ของมันต่อ

ผมไม่อยากสนใจไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น อยากให้มันผ่านไปแล้วผ่านไปเลย ขอให้เหลือไว้แค่ความรู้สึกว่าอย่างน้อยผมก็เคยได้รับความรักมากมายจากใครคนหนึ่ง และก็เป็นผมเองที่ขี้ขลาดหวาดกลัวจนต้องหันหลังให้ความรักนั้น แต่ผมก็จะไม่มีวันเสียใจในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจทำลงไปแล้ว ถ้าคนเราถ้าใช้แต่หัวใจและความรู้สึกนำทางป่านนี้ครึ่งโลกคงมีแต่น้ำตา เพราะจุดจบความรักมันไม่ได้สวยงามอย่างที่หวังไว้เสมอไป


"โอ๊ยกูล่ะเซ็ง! ถ้ารู้ว่าวันสุดท้ายของปีต้องมาเจอตัวทรพีนะ กูไม่มาให้เสนียดติดตัวด้วยหรอก" ไอ้ยิ้มจิกตาใส่ทันทีที่ผมจูงมือพีมาที่โต๊ะ คำพูดของไอ้ยิ้มทำให้หลายคนหัวเราะออกมาเบาๆ รวมถึงไอ้ดิวผัวไอ้โยตัวดีด้วย

"ยิ้ม จะพูดจาอะไรไว้หน้าไอ้โปรดมันหน่อยสิ" ไอ้ตุลย์เป็นคนออกปากปราม ทำให้ไอ้ยิ้มยิ่งหน้าบึ้งก่อนจะสะบัดหันไปทางอื่น

"สวัสดีครับพี่ๆ" พีหน้าเสียลงก่อนจะยกมือไหว้เพื่อนผม ได้รับการตอบรับบ้าง ไม่ได้รับการตอบรับบ้าง โดยเฉพาะไอ้โยกับไอ้ยิ้มนี่แสดงออกมาชัดเจนว่าไม่ชอบใจและต่อต้านอย่างรุนแรง

"วันนี้คนเยอะนะ แต่เมื่อกี้กูเหมือนจะเห็นเด็กมึงที่ชื่อกอล์ฟด้วยปะวะ" ไอ้โยยักคิ้วถามเสียงดังข้ามฝั่งโซฟามา พีหันมายิ้มอ่อนๆให้ ผมเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ พีเหมือนลูกแกะหลงมาในดงหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำรุมทึ้งลูกแกะชัดๆ ผมรู้ว่าพีร้ายพอตัวแต่ถึงจะร้ายยังไงก็คงเทียบกับหมาป่าฝูงนี้ไม่ได้หรอก อีกอย่างผมก็เป็นคนดึงพีเข้ามาในวังวนนี้เอง มันคือความรู้สึกผิดอย่างหนึ่งที่ผมมีต่อเด็กคนนี้

"โอ๊ยกูจะอ้วก มองซะหยาดเยิ้มแบบนี้กูว่ามึงลากกันลงไปกินในน้ำเถอะ" ไอ้โยไม่ยอมหยุดถึงแม้จะถูกไอ้ตุลย์มองด้วยสายตาปรามๆก็ตาม ที่ไอ้โยมันยังเพลินปากอย่างนี้เพราะไอ้ดิวผัวมันให้ท้ายหรอก ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าไอ้ดิวน่ะถือหางเด็กลาบมากแค่ไหน

"อ่าว โอเพื่อนรักสุดสวาทขาดใจ มึงก็มาด้วยเหรอวะ" ไอ้โยกวักมือเรียกไอ้โอเพื่อนวิศวะของผม ไอ้โอเดินมานั่งแทรกคู่ผัวเมียดิวโย แล้วกอดคอไอ้โยจนไอ้ดิวต้องปัดมือรุ่นพี่มันออก

"ไอ้ดิวนี่กูพี่มึงนะ ชิช๊ะกล้าปัดมือกูระวังโดนสั่งซ่อมนะไอ้น้อง"

"พี่โอ ผมว่าพี่ไปอยู่กับท่านโปรดหรือเฮียชินได้เลยนะ เอะอะสั่งซ่อมตลอดเต่าล้านปีชะมัด"

"เออ พูดถึงไอ้ชินแล้วมันไม่มาเหรอวะ" ไอ้โยรับที่ผัวมันชงมา แล้วสอดส่ายสายตามองหาไอ้ชินใหญ่

"มันไปรับเมียมันอยู่ เฮ้ย!โทษๆว่ะโปรด มึงก็นะไม่รู้จะชวนพวกกูมาให้อึดอัดใจกันทำไม" นาทีนี้อยากตบปากไอ้โอสักที มันพูดมากจนไอ้ตุลย์ ไอ้นัท ไอ้ดิว หัวเราะใส่ผม

"กูก็ชวนเพื่อนมาทุกคน หรือมึงไม่ใช่เพื่อน" ตอบกลับไอ้โอจบ ผมก็ต้องหันไปตามแรงกระตุกเสื้อของพี น้องมันหน้าจ๋อยกว่าเดิมพอมองตามผมถึงเห็นว่าไอ้ยิ้มจ้องเขม็งจิกตาใส่พีอย่างหาเรื่องเต็มที่

"เฮ้อ มานี่มา" ผมรั้งตัวพีมานั่งตัก จับหันหลังให้ไอ้ยิ้มซะเลยจะได้ตัดปัญหาไป

"แล่วๆๆมาแล้วเว้ยคู่รักแห่งปีเทพีขวัญใจแห่งวิศวะ แต่ทำให้หมอหล่ออย่างพี่โยต้องน้ำตาตกใน" เสียงทักไอ้โยทำให้ผมต้องเหลือบตามองตาม ไอ้ชินกอดคอไอ้ปอเดินเข้ามาทั้งคู่ตรงไปนั่งข้างไอ้โย ทำให้เป็นการนั่งประจัญหน้ากับผมอย่างเลี่ยงไม่ได้

"ปอรักลูกชายของเจ้ทำไมหนูถึงน่ารักขึ้นมากเลยลูก แบบนี้เจ้ต้องตบรางวัลให้ชินซักหน่อย ดูซิพอลูกหลุดจากบ่อโคลนได้ก็ไฉไลกว่าเดิมเยอะเลย ฟอดด คิดถึงนะคะคนดี" ไอ้ยิ้มลุกไปนั่งตักไอ้โย แล้วโน้มคอไอ้ปอมาหอมจนมันหัวเราะออกมา 

"ของผมครับคุณหญิงยิ้ม" ไอ้ชินดันหัวไอ้ยิ้มออก ไอ้ปอยิ่งยิ้มและหัวเราะขึ้นมาอีก ผมเมินหน้าหนีจากภาพนั้นแล้วสอดมือลูบตามแผ่นหลังพีเบาๆ 

ก็เคยบอกแล้วไงว่าผมน่ะรู้ว่าพีร้ายยังไงบ้าง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือพีรักผมตั้งแต่ม.สามพีเริ่มตามติดผมมาตลอด นั่นคือเรื่องราวของนายพิชญะรุ่นน้องจากโรงเรียนม.ปลายที่ผมเพิ่งให้พี่บัญชาหาประวัติให้ พีมีความกล้าเสี่ยงเดินเข้ามาจนผมสะดุดตาเมื่อแรกเห็น แต่ที่สำคัญจากตอนนั้นถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้สึกกลัวอะไรพีเลยแม้กระทั่งกลัวการสูญเสีย นั่นยิ่งทำให้พีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเห็นแก่ตัวและขี้ขลาดอย่างผม

"พี่โปรด พีอยากเข้าห้องน้ำ"

"ครับ ตุลย์เดี๋ยวกูพาพีไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ผมบอกไอ้ตุลย์ก่อนจะจูงมือพีเดินออกไป โดยไม่สนใจมองคู่ตรงข้าม

"เด็กมึงล่ะ" ส่งพีหน้าห้องน้ำผมก็ออกมาสูบบุหรี่ข้างนอก เป็นไอ้ชินที่เดินมาสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ

"เข้าห้องน้ำ" ผมตอบมันไปเรียบๆ ปากก็อัดนิโคตินเข้าเต็มปอด

"วันนั้นทะเลาะอะไรกันแล้วมึงตบปอทำไมวะโปรด ตบอีกคนเสือกอุ้มอีกคนไปทิ้งไว้ แล้วตาลีตาลานบอกให้กูรีบขึ้นไปช่วยคนที่มึงทำร้ายเนี่ยนะ กูสับสนกับความคิดและการกระทำของมึง แต่ก็พอจะเข้าใจว่ามึงเป็นอะไร กูขอเตือนและขอถามมึงเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน สิ่งที่กูอยากเตือนก็แค่อยากให้มึงยอมรับความรู้สึกตัวเองเถอะ มึงจะพยายามหนียังไงมันก็ไม่พ้นหรอก โกหกทุกคนน่ะได้แต่มึงจะโกหกตัวเองไม่ได้ กูถามจริงๆระหว่างสองคนนั้นคือใครกันแน่วะ" ไอ้ชินพูดจนผมต้องหันหลังให้มัน แล้วอัดควันบุหรี่เข้าเต็มปอดอีกครั้ง

"กูเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีใครรักคนสองคนได้ในเวลาเดียวกัน มันมีแค่รักคนนึงแต่เสียดายอีกคนก็เท่านั้น ตอนนี้กูยังไม่ได้รู้สึกถึงขั้นรักใคร แต่มึงเชื่อมั้ยชินว่าตอนนี้กูไม่กล้าจับลูกโป่ง ครั้งนึงกูเคยเปรียบเทียบว่าลูกโป่งกับตุ๊กตาอันไหนน่าสนใจกว่ากัน ทั้งที่มือกูจับลูกโป่งอยู่แต่สายตากูก็ยังมองตุ๊กตาจนทำให้สายป่านของลูกโป่งสั้นลง และกูก็เผลอปล่อยให้ลูกโป่งหลุดมือ ถึงกูจะกระโดดคว้ามันไว้ได้อีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่ากูจะไม่เผลอไปสนใจของเล่นอย่างอื่นจนปล่อยให้ลูกโป่งหลุดมือไปอีก แล้วมันก็จะเหมือนเดจาวูลูกโป่งจะช้ำลงเรื่อยๆเพราะมือกู จนสุดท้ายมันก็จะแตกเพราะมือกูอีกนั่นแหละ ในเมื่อกูรู้อย่างนี้แล้วสู้ปล่อยให้ลูกโป่งลอยไปตามอิสระไม่ดีกว่าเหรอวะ" 

ผมนึกถึงสายตาและรอยยิ้มครั้งสุดท้ายที่ไอ้ปอมีให้หลังจากที่ผมบังคับขืนใจมันวันนั้น ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองกลัวอะไร ผมกลัวว่ามันจะฝังใจและเอาคืนเรื่องพี กลัวว่าถ้าขืนอยู่ด้วยกันต่อไปถึงไม่ใช่พี แต่ถ้ามีวันไหนที่ผมตั้งใจหรือเผลอไผลไปกับคนอื่นในระหว่างที่ผมยังขี้ขลาดไม่กล้าชัดเจน และไม่กล้าเสี่ยงกับความเจ็บปวดถ้าต้องสูญเสีย แล้วคนที่จะเจ็บก็คือไอ้ปอ ที่สุดของความกลัวก็คือกลัวว่าถ้าถึงวันนั้นไอ้ปอจะทนไม่ไหว และตอบกลับผมมาด้วยความว่างเปล่าในวันที่ผมให้มันไปจนหมดใจผมคงทนไม่ได้ และสายตากับรอยยิ้มครั้งนั้นมันทำให้ผมเห็นภาพของไอ้ปอชัดเจนกว่าพีจนเทียบกันไม่ติด นั่นยิ่งกระตุ้นให้ผมเห็นแก่ตัวและรักตัวเองมากพอจะจบกับไอ้ปอตอนนี้ดีกว่า เพื่อตัวผมเองจะได้ไม่ต้องอยู่กับความหวาดกลัวนั้นต่อไปอีก 

"ตกลงมึงชอบตุ๊กตาจริงๆเหรอวะ"

"หึหึ มึงเคยกินข้าวทุกวัน แล้ววันนึงอยากเปลี่ยนรสชาติมากินก๋วยเตี๋ยวกินแฮมเบอร์เกอร์บ้างมั้ย มันก็แค่ความรู้สึกอยากเปลี่ยนรสชาติ แต่พอเปลี่ยนแล้วสุดท้ายเราก็ต้องกลับไปกินข้าวอยู่ดี ยกเว้นว่าข้าวจานนั้นมันจะแข็งขึ้นเพราะกูดันเผลอไปกินอย่างอื่น กูไม่กล้าเคี้ยวว่ะ กลัวว่าถ้าขืนกินต่อไปมันจะติดคอจนทำให้กูหายใจไม่ออกและตายในที่สุด เพราะงั้นกูว่ากินก๋วยเตี๋ยวดีกว่าเส้นมันอ่อนกว่ากันเยอะลื่นคอดี กูกลัวตายว่ะ" ผมหันไปมองสบตาไอ้ชินโดยที่เราต่างก็เข้าใจในความหมายนี้ บางสิ่งบางอย่างคนสนิทบางคนควรรับรู้แค่บางเรื่องก็พอ เหมือนพวกไอ้หมอที่ผมให้พวกมันรับรู้แค่ด้านเดียวก็พอแล้ว

"เฮ้อ กูไม่รู้จะด่ามึงยังไงดี ด่าไอ้ขี้แพ้ไอ้ขี้ขลาดก็ยังน้อยไปทำไมมึงไม่รู้จักเสี่ยงบ้างวะ อย่าประเมินตัวเองกับคนตรงข้ามต่ำไปสิ"

"มึงดูแลมันให้ดีๆก็แล้วกันเพราะเป็นมึงกูถึงไว้ใจ มันชอบเที่ยวทะเลพามันไปเที่ยวบ่อยๆด้วยล่ะ อีกอย่างมันชอบกินปลาหมึกชุบแป้งทอดกับช็อกโกแลตหาให้มันกินอย่าได้ขาด อาทิตย์ละครั้งก็ยังดี" ผมตัดสินใจไม่รับในความหวังดีของไอ้ชิน เรื่องผมกับไอ้ปอมันเดินมาไกลเกินกว่าจะวกกลับคืนแล้ว สู้ต่างคนต่างเสาะหาความสุขครั้งใหม่ดีกว่า 

สำหรับผม พีอาจไม่ใช่คนที่ผมจะหยุดด้วยตลอดชีวิต และทั้งชีวิตของผมอาจจะไม่ได้จับลูกโป่งแบบนั้นอีกแล้วก็ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเผชิญกับความกลัวที่จะสูญเสียแน่นอน

"มึงเลือกทางนี้เองนะโปรด เลือกที่จะทำร้ายใจตัวเองแค่เพราะมึงกลัวที่จะรัก และกลัวทำร้ายคนที่รักมึงจนต้องยอมปล่อยไป ก็ดีจำคำของมึงไว้ด้วยล่ะ ถ้าคิดจะปล่อยก็ต้องปล่อยให้ตลอดอย่าหวนกลับมาเพื่อทำให้ลูกโป่งมันแตกอีก เพราะลูกโป่งลูกนี้มันช้ำมาจากมือมึงเยอะอย่างที่มึงว่าจริงๆ ช้ำจนกูกลัวว่ามันจะแตกในซักวัน งั้นกูไม่เกรงใจแล้วนะ" คำพูดของไอ้ชินทำให้ผมยิ่งต้องรีบปล่อยมือก่อนที่จะทำมันแตก ในใจก็นึกยินดีที่มันไม่รู้ไปเสียทุกเรื่อง อย่างน้อยมันก็ไม่รู้ว่าผมกลัวที่สุดคือความว่างเปล่าจากลูกโป่งลูกนั้นต่างหาก

"พี่โปรดฮะ อยู่ไหนเนี่ย" ผมกับไอ้ชินหันไปตามเสียงก่อนที่เราจะเหลือบตามองอย่างรู้กัน ทำไมผมจะไม่รู้ว่าพีแอบฟังตั้งนานแล้ว เหมือนบนดาดฟ้าวันก่อน ทำไมผมจะไม่รู้ว่าระหว่างพีกับไอ้ปอเกิดอะไรขึ้น แต่ที่ยั้งมือไม่อยู่นั่นเพราะผมเห็นความเปลี่ยนแปลงของไอ้ปอที่เปลี่ยนจนผมกลัว เลยต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถ้าฆ่ามันได้ผมก็จะฆ่าขอแค่ไม่ต้องเห็นแววตาที่กำลังเปลี่ยนไปของมันก็พอ

"อ่าว อยู่นี่กันเองเหรอฮะพีก็หาตั้งนาน เข้าไปข้างในเถอะฮะพี่โปรด" พีเดินเข้ามากอดแขน ผมมองแววตาสั่นๆของพีแล้วอดยกมือลูบหัวเด็กคนนี้ไม่ได้ แค่เพราะรักมันทำให้หลายๆคนสามารถทำอะไรได้มากมายกว่าที่คิดไม่ว่าสิ่งนั้นจะแสนดีหรือเลวร้ายก็ตาม แต่หลายคนยังพร้อมกระโจนเข้าไปหามันรวมถึงเด็กคนนี้เช่นกัน และถ้าเป็นเด็กคนนี้เรื่องราวต่อไปในวันข้างหน้าคงไม่มีอะไรน่ากลัวและยากเย็นสำหรับผมจนเกินไป นั่นมันทำให้ผมคลายใจขึ้น

"หึหึ กูเข้าไปก่อนนะเมียรออยู่" ลมหายใจของผมสะดุดลงที่คำว่าเมีย ก่อนหน้านี้ไอ้โอก็บอกว่าไอ้ชินไปรับเมียและนี่จะครบอาทิตย์แล้วที่ไอ้ปอมันย้ายออกไป ผมพยายามไม่สนใจว่ามันย้ายไปอยู่ด้วยกันหรือเปล่า แต่คำว่าเมียจากปากไอ้ชินก็มีอิทธิพลกับผมมากพอสมควร

"อืม ปะเราเข้าไปเถอะจะเที่ยงคืนแล้ว" ผมจูงมือพีเดินตามไอ้ชินก่อนจะคลาดกัน เพราะไอ้ชินมันเดินเลี่ยงไปทางด้านหลังเวที ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิดไอ้ชินมันคงตั้งใจประกาศความเป็นเจ้าของไอ้ปอคืนนี้ล่ะมั้ง

​ไม่ต้องบอกฉันถึงวันที่เลยผ่าน ไม่ต้องบอกฉันว่าเคยมีใครคนไหนยังไง ถ้าเผื่อฉันเผลอบังเอิญฉันถามเธอไป เธอก็ไม่ต้องตอบฉันเลย แต่ฉันคนนี้ก็มีที่พลาดผิด ใช่ว่าชีวิตจะดีจะงามซักเท่าไร ไม่อยากให้ถามมันไม่น่ารู้เท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นของเรา วันวานยังคืนย้อนมาไม่ได้ และวันพรุ่งนี้ยังไม่รู้ ฉันพร้อมจะอยู่ฉันพร้อมจะตายเพื่อรักคำเดียว ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใครจะผ่านอะไรมาขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรต่อจากนี้ไป ฉันจะอยู่ดูแลเธอด้วยคำว่ารักด้วยใจ ไม่ต้องบอกฉันถึงวันที่เลยผ่าน ไม่ต้องบอกฉันว่าเคยมีใครคนไหนยังไง แค่บอกว่ารัก แค่เธอรักฉันง่ายๆ ฉันต้องการแค่ใจของเธอ ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใครจะผ่านอะไรมาขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไปฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ เป็นคนรักเธอตลอดไป # คนของเธอ แมว จีระศักดิ์ ปานพุ่ม

​นั่งดื่มยังไม่ถึงแก้วไอ้ชินก็ทำในสิ่งที่ผมคาดไว้ มันเดินร้องเพลงมาจากด้านหลังเวทีแสงไฟดันตบทุกระยะการก้าวจนถึงโต๊ะ ผมหันขวับไปหาไอ้พุมือซ้ายที่ผมให้มันช่วยพี่บัญชาดูแลร้านอย่างหมายหัว แม่งใครอนุญาตให้มันใช้สถานที่ใช้ไฟแบบนี้วะ มันเปลืองไฟนะไอ้สัส!

"ว่าไง โอกาสที่ขอไปจะให้มั้ย" ไอ้ชินมันหอบกุหลาบสีแดงช่อใหญ่เป็นร้อยดอกมั้งยื่นให้ไอ้ปอ ผมอดมองหน้าไอ้ปอไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องมอง แต่ที่รู้คือตอนนี้ผมเองก็อยากให้ไอ้ปอหันมามองผมเหมือนกัน

หมับ! "น่าอิจฉาปอรักเนอะ พี่ชินโรแมนติกจังเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากๆ" แรงกอดรัดที่แขนผมแน่นขึ้น ตั้งแต่กลับเข้ามาจากหลังร้านพีกอดแขนผมไม่ยอมปล่อย มันคงเป็นความกลัวที่จะสูญเสียเพราะพีคงได้รับสารที่ผมเจตนาส่งให้แล้ว

"ครับพี่ชิน" 

"โอ๊ะ!" คำตอบรับของไอ้ปอเรียกความสนใจให้ผมกลับไปมองอีกครั้ง แล้วต้องยกมือขึ้นมากุมหัวใจตัวเองเพราะความเจ็บ มันเจ็บเหมือนวันนั้น เจ็บแทบขาดใจจนผมหายใจไม่ออก

"พี่โปรดเป็นอะไรฮะ!" ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรร้ายแรงมากแค่ไหน แต่ที่รู้ก็คือเกิดความชุลมุนขึ้นรอบๆตัว และสายตาผมมันก็เอาแต่เหลียวหาสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่บินหันหลังให้พระอาทิตย์ไปเสียแล้ว

"ห่าโปรดเป็นอะไรวะ! ฮึก กูไม่ขำไอ้สัส"

"โปรด มึงหายใจลึกๆนะ" ไอ้โยกระโดดข้ามโต๊ะจากโซฟาฝั่งตรงข้ามมาหา ผมรู้ตัวว่าไอ้ตุลย์มันกระชากกระดุมเสื้อผมออกและเริ่มทำcpr

"ตะ ตุลย์ กูเจ็บตรงนี้" หัวใจผมกำลังเต้นช้าลงเหมือนมันพร้อมจะหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ เปลือกตาก็เริ่มหนักจนแทบลืมตาไม่ไหว

"กูว่าพามันไปโรงพยาบาลเถอะว่ะ"

"ไอ้ดิวมึงไปเอารถออกเลย เร็วๆนะ ฮึก"

ท่ามกลางเสียงผู้คนรอบตัวที่เอะอะโวยวาย แต่เสียงที่ผมต้องการได้ยินมันกลับเงียบเหมือนที่ตรงนี้ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าของเสียงนั้นเลย จนสมองของผมมันปิดรับการสื่อสารจากผู้คนรอบข้างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในวังวนของความมืดมิดนั้นผมเห็นตัวเองนอนคุดคู้อยู่กับพื้น มือก็กำเชือกลูกโป่งไว้แน่นมันดูหดหู่และน่าสมเพชเกินไป ผมจะไม่มีวันให้ตัวเองต้องเป็นอย่างที่ตากำลังเห็นแน่นอน


โปรดปราณตื่นเถอะครับขี้เซาซะจริง เค้าบอกแล้วว่าอย่านอนดึกเดี๋ยวจะไปเรียนสาย เค้าบีบยาสีฟันให้แล้วนะรีบตื่นมาอาบน้ำแปรงฟันล่ะ

​เฮือก! เสียงที่แว่วเข้ามาทำให้ผมสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งทันควันก่อนจะหันมองรอบๆตัว ผนังห้องฉาบด้วยสีขาวชุดที่ใส่เป็นสีฟ้ามีโลโก้โรงพยาบาลของไอ้ตุลย์แปะอยู่แบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผมคงอยู่โรงพยาบาลในเครือของครอบครัวไอ้ตุลย์แน่ๆ

ก๊อกๆ "ขออนุญาตค่ะ คนไข้ตื่นแล้วงั้นขอวัดชีพจรเลยนะคะ" นางพยาบาลเข็นรถเครื่องมือวัดอะไรสารพัดมาแตะนั่นวัดนี่จนน่ารำคาญ

"ปกติทุกอย่างนะคะเดี๋ยวอาจารย์สิงห์จะมาดูอีกทีค่ะ ตอนนี้คนไข้นอนพักผ่อนไปก่อนนะคะ" พอพยาบาลออกไป ผมก็ลากขาที่หนักอึ้งของตัวเองเข้าห้องน้ำกะว่าจะล้างหน้าแปรงฟันสักหน่อย แต่ต้องหยุดชะงักกับสิ่งที่วางอยู่บนอ่างล้างหน้า มีแปรงสีฟันที่บีบยาสีฟันเรียบร้อยวางไว้ตรงนั้น นั่นมันทำให้ผมรีบวิ่งออกมาอย่างไร้สติ

"พี่โปรดจะไปไหนฮะ ตื่นนานรึยังพีลงไปซื้อข้าวต้มมาให้กลัวพี่โปรดกินกับข้าวของโรงพยาบาลไม่อร่อย"

"ตื่นได้ซักพักแล้ว เมื่อกี้มีใครมารึเปล่า"

"ไม่มีนี่ เพื่อนๆพี่บอกจะเข้ามาสายๆทำไมเหรอฮะ" พีวางมือจากชามข้าวต้ม หันมาถามอย่างแปลกใจ

"พี่แค่สงสัยน่ะว่าแปรงสีฟันในห้องน้ำเป็นของใคร นึกว่าเป็นของพวกไอ้ตุลย์"

"อ๋อ พีเตรียมไว้ให้พี่โปรดก่อนลงไปซื้อข้าวต้มน่ะ แปรงฟันแล้วมากินข้าวเนอะเดี๋ยวคุณพ่อพี่ตุลย์มาดูอีกที พี่โปรดอย่าเป็นอะไรเหมือนเมื่อคืนอีกนะ พีใจไม่ดีเป็นห่วงมากรู้มั้ยฮะ" พีเดินเข้ามากอดผม ไหล่เล็กๆนั้นกำลังสั่นสะท้านและผมสัมผัสได้ว่ามันเป็นความรู้สึกจริงๆไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใด ทำให้ผมต้องยกมือโอบกอดกลับไป

แกรก "อ่าวโทษทีพวกกูไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะพวกมึงนะเว้ย แต่แหม่..ท่านโปรดแห่งวิศวะวูบทั้งที ไอ้เราก็อุตส่าห์เป็นห่วงพากันมาเยี่ยมแต่เช้า เสือกมายืนกอดกันกลมซะงั้น" ไอ้โอเปิดประตูเข้ามา คนที่เดินตามมาข้างหลังไอ้โอนี่สิทำให้ผมประหม่า ไม่รู้ว่าจะกอดพีต่อหรือผลักออกไปดี แต่ความลังเลนี้มันก็แค่แว่บเดียวและผมมั่นใจว่าไม่มีใครทันสังเกตเห็นแน่นอน

"พีพาไปนั่งนะฮะ" พีจับมือผมพากลับไปนั่งที่เตียง จากนั้นทั้งห้องก็มีแต่เสียงไอ้โอพูดพร่ำไปตามเรื่องตามราว มีคำสนทนาของผมกับไอ้ชินแทรกไปบ้าง และแน่นอนว่าผมกับไอ้ปอเราสองคนต่างไม่มองหน้าหรือพูดจากันแม้แต่คำเดียว

"ไม่เป็นโรคหัวใจหรือโรคที่สุ่มเสี่ยงกับระบบหัวใจนะ พักผ่อนไม่พอรึเปล่าเราน่ะ ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆหน่อยวูบบ่อยๆไอ้อรรคจะอายุสั้นเอา เรื่องสูบบุหรี่กับดื่มก็งดๆบ้างเป็นห่วงสุขภาพปอดกับตับหน่อย จะได้ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆลุงขี้เกียจฟังไอ้อรรคมันฟูมฟาย" เกือบเที่ยงลุงสิงห์เข้ามาบอกผลการตรวจพร้อมแขวะไปถึงคุณอรรคที่โทรมาโวยวายแต่เช้า และขู่บังคับให้ผมนอนดูอาการต่อที่โรงพยาบาลอีกวันสองวัน เหตุผลเพราะคุณอรรคเขาเดินทางกลับมาถึงวันนั้นน่ะ เขาบอกถ้าผมออกโรงพยาบาลก่อนแล้วเขาจะมาทำหน้าที่พ่อที่ดีคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนน้ำให้ไม่ทัน

"งั้นผมออกวันนี้เลยนะครับคุณลุง"

"ไม่รอพ่อก่อนเหรอเจ้าโปรด หึหึ" ลุงสิงห์หัวเราะไปด้วยเมื่อพูดถึงคู่ซี้ของเขา ผมรีบสั่นหน้าแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าคว้าเสื้อที่ไอ้ตุลย์เอามาให้เปลี่ยนมันตรงนั้นเลย ท่ามกลางเสียงสรรเสริญของไอ้โอกับไอ้โยที่แพ็คคู่แล้วปากหมากว่าคู่ดิวโยเสียอีก

"เดี๋ยวพี่ทำเองครับ นอนอีกซักคืนดีมั้ยวะโปรด" ไอ้ตุลย์มันบอกพีที่กำลังติดกระดุมเสื้อให้ผมด้วยเสียงเรียบๆ พีชะงักมือก่อนจะถอยหลังหลีกทางให้ไอ้ตุลย์มาติดกระดุมแทน

"มึงไม่ได้เป็นอะไรมากแน่นะโปรด" ไอ้ตุลย์ก้มหน้าก้มตาติดกระดุมเสื้อให้ผม พลางกระซิบถามเบาๆ

"เรื่องไหน" ผมย้อนถามเพราะรู้ว่าที่ไอ้ตุลย์ต้องการคำตอบคงไม่ได้หมายถึงเรื่องสุขภาพแน่นอน

"หัวใจมึงน่ะไม่เป็นอะไรแน่นะ กูเป็นเพื่อนมึงนะโปรดไม่ว่าหัวใจหรือร่างกายของมึงถ้ามันจะเป็นอะไรกูขอให้มึงนึกถึงกู กูจะยืนข้างมึงเอง" ผมสะกดใจตัวเองไม่ให้แสดงท่าทีอะไรออกไป ไม่ใช่ว่ากลัวเพื่อนจะซ้ำแต่ถึงแม้ว่าผมจะยอมรับความจริงอะไรบางอย่างในตอนนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้สิ่งที่เป็นอยู่เปลี่ยนแปลง การยอมรับความจริงมันไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกหวาดกลัวจะจางหายไป ยิ่งสายตากับท่าทางของไอ้ปอเวลานี้ยิ่งตอกย้ำทำให้ผมมั่นใจกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว 

ถ้ารู้ว่าแก้วมันร้าวเราก็อย่าเอามือไปจับ เพราะถ้าเผลอผิดพลาดขึ้นมามันจะบาดมือและเอาชีวิตเราได้ เช่นกันกับหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้ที่เราจะสามารถเก็บไว้ มันไม่ได้มีแค่สิ่งของอีกอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าและจะทำให้เรามีความสุขได้ตลอดชีวิต นั่นคือความทรงจำต่างหาก

อย่างน้อย เธอก็ทำให้ฉันรู้ว่าเคยมีความสุขเพียงใด ได้เป็นคนที่เธอเคยรักก็ดีแค่ไหน​...


***"หากเราเลือกทิ้งความรู้สึก แล้วเดินออกจากชีวิตใครสักคน การเดินกลับไปเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำที่สุด"

นำเสนอเด็กชายโปรดปราณ ดช.ที่ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีคนสำคัญในฐานะนี้ พอเริ่มรู้ตัวว่าจะได้เจอจะอะไรแบบเลยลังเล ยิ่งเคยได้รับความเฉยชาจากคนนั้นยิ่งทำให้ตัวเองหวาดกลัวว่าตัวเองจะเจ็บปวดจะทนไม่ได้ถ้าต้องได้รับความเฉยชาแบบนั้นอีก จนต้องสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นมา ดช.โปรดปราณก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ขี้ขลาด ขี้กลัว และเห็นแก่ตัว พร้อมจะตัดทุกอย่างจะทำลายทุกอย่างที่จะนำพาความเจ็บปวดมาให้ตัวเอง 

มีอยู่หนึ่งเม้นที่เพจฟางวิจารณ์ความเป็นโปรดปราณได้ตรงใจฟางมาก ฟางได้หยิบยกไปคุยที่เพจแล้วขออนุญาตหยิบยกมาคุยที่นี่นะคะ #ท่านโปรดเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน พอเจอคนเข้มแข็งแบบน้องหลง(ปอรัก)เลยประหม่า สังเกตได้จากความหวั่นไหวตอนล่าสุดมีหลบตาด้วย #นี่คือตรงที่สุดสำหรับโปรดปราณ ฟางเข้าใจว่าทำไมหลายคนอ่านตอนที่แล้วเกลียดโปรด ส่วนหนึ่งมาจากวีรกรรมที่ท่านทำไป แต่ถ้าอ่านให้ละเอียดอีกนิดฟางได้เขียนไปแล้วนะว่า หลังจากตบท่านโปรดก็อึ้งไปพร้อมปอรักและเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีนั่นปอรักถึงต่อยท่านได้ คือฟางตั้งใจเขียนตอนนี้ในพาร์ทปอรักเพื่อให้ปอรักเล่าเองว่าท่านเขาหลบตา การหลบตานั่นคือความละอายการยอมแพ้การหลบหนีการถอยอย่างหนึ่ง สำหรับฟางท่อนนั้นฟางตั้งใจสื่อออกมาว่าโปรดก็รู้สึกถึงเบือนหน้าหนีไปก่อน 

บางทีความรักทำให้หลายคนเห็นแก่ตัวร่มกันแดดก็เช่นกัน เฮียชินมาช่วยปอรักได้เพราะโปรดรีบไปบอกแต่เฮียชินเองก็ไม่ได้บอกปอรักถึงที่มาที่ไปตรงนี้ มันคือความเห็นแก่ตัวเล็กๆที่ฟางว่าน่าจะมีอยู่ในตัวกันทุกคนแล้วแต่ว่าใครจะมีเยอะมีน้อย 

สปอยล์>>ฟางหาทางลงให้ท่านโปรดสุดฤทธิ์เพราะมาม่าชามโตวันพุธนี่หนักมาก ย้ำว่าหนักมากมีชามเดียวตูมเดียวเน้อ คิดไว้แล้วถามว่ามาจากไหนมาจากความ บอลแพ้คนไม่แพ้ของความใจร้อนความหยิ่งทรนงและความเขลาของท่านและความท้าทายไม่ยอมแพ้ของน้องปอรักล้วนๆ อารมณ์ชั่ววูบของทั้งคู่มันสามารถทำลายอะไรได้มากมายจริงๆ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการรอคอย ทุกอินเนอร์ของแม่ยกน้องปอจัดมาเต็มมาก วันพุธนี้กรุณาอยู่กับฟางเพื่อเข็นเรือฝ่าทะเลโซเดียมไปส่งปอรักแล้วรับน้องหลงมาลงเรือในตอนที่30กัน พรุ่งนี้ฟางจะใช้สตินั่งนึกแต่งแบบละเอียดอีกทีจ้าว พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะ ขอบคุณจ๊าดนักจ้าว จุ๊บเหม่งทั่วหน้า

ฟางลืมบอก ตอนแต่งงานกันนะ เรื่องก็แค่ตัวแทน พี่หมอตุลย์เลียนแบบเฮียชินเน้อ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดก่อนจ้าว ไปแต้ๆละ






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น