ถั่ว งอก.

เรื่องนี้มันก็จะหนาวๆหน่อย...

ชื่อตอน : Snowflakes: KING ORDER

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 247

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2560 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Snowflakes: KING ORDER
แบบอักษร




“ข้าชอบหนังหมาป่าของข้าและข้าต้องการจะสวมมัน”



...เพราะว่ากลิ่นสาบของพวกมัน ทำให้ผู้หญิงอันตรายเหล่านี้จึงไม่กล้าเข้าใกล้


องค์ชายลำดับที่สามแห่งราชวงศ์ฮันน์ยืนกอดอกเปลือยเปล่าขณะที่ท่อนร่างสวมกางเกงเอาไว้ ขณะที่ช่างตัดเสื้อนั้นกุมขมับก่อนจะลูบศีรษะที่โล้นโล่งเตียนของตนอย่างเหนื่อยใจ บรรดาผู้ช่วยสาวก็เอาแต่หลงใหลได้ปลื้มกับรูปโฉมและเรือนร่างของชายหนุ่มจนมิอันเป็นงานเป็นการ



คอยแต่จะมาป้วนเปี้ยนพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ หมาป่าหนุ่มนั้นปรายตามองอย่างสะอิดสะเอียน แต่พวกนางกลับชื่นชอบในทีท่าแสนเย็นชาของเขา



“องค์ชาย... ข้าเกรงว่าหนังหมาป่าของท่านนั้นจะไม่แห้งทันเวลาให้ท่านได้สวมใส่ โปรดเลือกฉลองพระองค์ตัวอื่นไปก่อนดีรึไม่พะยะค่ะ”



ลีเวียธานหรี่ตามองช่างตัดเสื้อพลางแยกเขี้ยวใส่ “...ไม่มีวัน”



คราวนี้ไม่ใช่สาวรับใช้ผู้งดงามแต่เป็นช่างตัดเสื้อวัยกลางคนผู้หมดปัญญาจะเกลี่ยกล่อมชายบ้านป่าผู้ไม่สนใจแฟชั่นเมืองกรุงที่วิ่งแจ้นมาฟ้องราชครูสาว



ลิลิธกัดหมัดแน่นกัดฟันกรอดพร้อมสาวเท้าเดินฉับๆไปยังห้องรับรองขององค์ชายสาม ครั้นเมื่อเจอหมาป่าหนุ่มกำลังถูกหญิงสาวทั้งหลายรุมล้อมคล้ายจะขืนใจเขาอยู่รอมร่อ เธอก็ตีสีหน้านิ่งเรียบเฉยก่อนจะค่อยๆพูดออกมา “พวกเจ้าช่วยออกไปก่อน ข้าจะคุยกับพี่ชายของข้าสักพัก...”



ครั้นได้ยินคำสั่งของราชครูผู้สูงศักดิ์พวกนางก็ทยอยออกไป แม้แต่ช่างตัดเสื้อเองลิลิธก็บอกให้เขาออกไปก่อน



หญิงสาวรอจนกระทั่งประตูบานใหญ่นั้นปิดสนิทเธอก็เริ่มยกมือขึ้นมาเท้าเอวแล้วเอียงคอมององค์ชายจอมเอาแต่ใจตรงหน้า



“ข้าอยากได้หนังหมาป่าของข้าคืน” ลีเวียร์บอกความต้องการของเขาออกมาพร้อมยกมือขึ้นกอดอก “นางแม่มดเจ้าช่วยไปเอามาให้ข้าหน่อย”



“ต้องขอประทานอภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันได้ส่งไปซักกลิ่นคาวของมัน พรุ่งนี้เป็นอย่างเร็วที่พระองค์จะได้มันกลับคืน...” ลิลิธพูดพร้อมถอนหายใจ ก่อนจะเดินตรงมาคว้าเสื้อสักตัวพร้อมกับเลือกเสื้อคลุมที่เหมาะกับเขามาโดยไม่ไถ่ถาม



“แต่หนังหมาป่านั้นเปรียบเหมือนเกียรติยศของข้า”



“งั้นพระองค์คงจะต้องทิ้งเกียรติยศจากเขตแดนบ้านป่านั้นทิ้งไป”



ราชครูสาวพูดจาไม่เข้าหูองค์ชายจอมฉุนเฉียว ในขณะนางแม่มดนั้นเดินเข้ามาหาหมาป่าหนุ่มพร้อมกับยื่นเสื้อตัวในให้เขา หากว่าชายหนุ่มกลับปัดมือเรียวที่ยื่นเสื้อมาให้เขาออกไป



“ท่านจะเปลือยท่อนก็ได้นะ ข้าไม่ว่า” ลิลิธพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะโยนผ้าคลุมออกไปจากมือพร้อมเข้ามาประชิดตัวชายหนุ่มพร้อมสองมือที่จับขอบกางเกงของเขาพร้อมดึงลงอย่างรวดเร็วจนอวดบั้นท้ายและดาบประจำกายของชายหนุ่ม



นางจ้องมองมันพร้อมพูดหน้าตาเฉย “หรือจะไม่ใส่อะไรเลยไปเข้าเฝ้าองค์ราชา”



“นางแม่มด!” ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงผละออกห่างร่างบางพร้อมดึงขอบกางเกงขึ้นแล้ว ถลึงตาใส่ลิลิธ ราชครูสาวก้มหยิบเสื้อและเสื้อคลุมตัวเดิมที่โยนลงพื้นมายื่นให้ชายหนุ่ม เขารับคว้ามันมาแล้วสวมใส่อย่างรวดเร็ว



ลิลิธถอนหายใจก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ “จริงๆข้าอยากให้ท่านเปลือยกายไปเข้าเฝ้ามากกว่า เหล่าขุนนางและพี่น้องของท่านคงจะตื่นตาตื่นใจไม่น้อยที่ได้พบท่านอีกครั้ง...”



“ข้าไม่-----! เจ้ามันแม่มดไร้ยางอาย! ..ฮึ่ม!”



“ก็ได้เพคะ... หม่อมฉันเป็นแม่มด” ลิลิธผายมือออกก่อนจะค้อมคำนับชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าที่ค้อมต่ำแต่สายตานั้นช้อนมองขึ้นมาและริมฝีปากที่ยกยิ้ม “และพระองค์ก็ถูกหม่อมฉันร่ายคาถาใส่แล้ว”



...ข้ากำลังถูกนางร่ายคาถาสาป !?


“บู่ว!” ลิลิธแกล้งส่งเสียงดังพร้อมชูมือสองข้างราวกับกำลังร่ายคาถา



“...!” ดวงตาฟ้าเข้มนั้นเบิกกว้างอย่างตกใจ



สีหน้าของชายหนุ่มนั้นซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ราชครูสาวก็พลันหัวเราะในลำคอก่อนจะหันหลังให้พร้อมเดินหนีออกมา



ก่อนที่จะมีเสียงทุ้มของหมาป่าหนุ่มนั้นตะโกนไล่หลัง “...นางแม่มดเจ้าเล่ห์!”









วันนี้ได้เลื่อนการเข้าเฝ้าองค์ราชาออกไปเสียก่อน เมื่อลีเวียร์ทานอาหารมื้อค่ำเสร็จชายหนุ่มก็ปลีกตัวหนีหน้าบรรดาพี่น้องที่ไม่แม้แวะมาเยี่ยมเยียนเขาเมื่อเขากลับมาบ้านเสียเลยแม้สักคน



หมาป่าหนุ่มขึ้นไปยังห้องรับรองของเขาที่มันเป็นห้องนอนในวัยเยาว์ของเขามาก่อน เขายังรู้สึกคุ้นชินกับมันดีแม้ว่าจะจากมันไปนับสิบปีแล้วก็ตาม



ชายหนุ่มทิ้งร่างนอนลงบนเตียงหนุ่มเหมือนกับกองหิมะหนาแต่ตัวของเขาแทบจะลมลงไปบนฟูกนิ่มเตียงนี้ หากว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่นและชวนให้หนังตาที่แล้วหย่อยคล้อยหลับลงแม้ว่าสิ่งที่หายไปของเขานั้นจะทำให้ชวนคิดถึงอยู่บ้าง...



ก๊อก ก๊อก ก๊อก



เสียงเคาะดังมาจากประตูห้องทำลายอารมณ์เคลิ้มของหมาป่าขี้โมโหนั้นลง ชายหนุ่มทำสีหน้าฉุนเฉียวเดินมาเปิดประตูห้องออกหมายจะตวาดใส่สาวใช้ที่มาก่อกวนเขา



หากว่าคนเคาะประตูก่อกวนเขาคือราชครูสาวต่างหาก



“อากาศหนาวข้าจึงนำผ้าห่มมาให้ท่านเพิ่ม” นางไขว้มือไปทางข้างหลังพูดกับเขา พร้อมพยักหน้าบอกกับสาวใช้ สาวใช้ที่นำผ้าห่มผืนใหญ่นั้นเดินค้อมก้มตัวเข้ามาในห้องของชายหนุ่ม



ลีเวียร์รอจังหวะที่สาวใช้นั้นเดินห่างออกไปจึงพูดขึ้น



“นางแม่มด เจ้ามากวนเวลานอนของข้า” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่พอใจมือเรียวที่ไขว้ทางข้างหลังนั้นขยับเอาบางอย่างออกมา



ลิลิธยื่นหนังหมาป่าของเขาคืนให้ “ข้ายังไม่ซักมัน คิดว่าท่านเองก็ไม่ต้องการให้ซัก”



เขารับมันกลับคืนมาอย่างงุนงง ก่อนจะสูดดมกลิ่นสาบของหมาป่าที่ยังคงอยู่ นั้นหมายความว่าเขาไม่ต้องลำบากไปล่าหมาป่าตัวใหม่นำมาถลกหนังอีกรอบ



...นางแม่มดคิดจะมาไม้ไหนกัน ?


ดวงตาคมกริบนั้นหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจก่อนที่ริมฝีปากบางของเขาจะเอ่ยถาม “เจ้าได้ร่ายคาถาใส่มันรึเปล่านางแม่มด...”



ลิลิธถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดเฉไฉไปเรื่องอื่น “พรุ่งนี้ท่านต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทตั้งแต่เช้า ท่านไปเข้านอนได้แล้ว ...ท่านต้องการอย่างอื่นอีกรึเปล่า ?”



ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เขามองตามร่างบางที่เดินเข้าในห้องของเขา พร้อมกับหญิงรับใช้ที่นำผ้าห่มผืนหนาเข้ามาวางบนเตียงเหมือนว่านางจะมีภาระงานมากมายที่ต้องจัดการเสียเหลือเกิน



ชายหนุ่มเอาหนังหมาป่าพาดบ่ายืนกอดอกพิงประตูห้องจ้องมองลิลิธที่ชี้นิ้วสั่งงานสาวใช้และคอยตรวจดูความเรียบร้อยภายในปราสาทตลอดทั้งวัน แถมยังได้งานพร้อมจากชายหนุ่มอีกต่างหาก



เมื่อพบว่าทุกอย่างนั้นเตรียมพร้อมดีแล้วสาวรับใช้ก็เดินออกไปก่อน มิวายที่จะคำนับองค์ชายหนุ่มพร้อมช้อนสายตามองอย่างหว่านเสน่ห์



ลีเวียธานยกยิ้มมุมปากก่อนจะหันหน้าและตัวไปตามสาวรับใช้ที่เดินออกจากห้องของเขาไปแล้วรีบปิดประตูห้องทันที



“ข้ายังไม่ได้ออกไป” ราชครูสาวท้วงขึ้นมาเพื่อว่าชายหนุ่มจะลืมว่าตนยังอยู่



แต่นั้นแหละที่ข้าต้องการ... สะสางเรื่องคาใจกับนางแม่มด


“เจ้าเป็นใครกันแน่...” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นขณะที่เอนหลังพิงกับประตูห้อง ยกมือขึ้นกอดอกมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ปลายเตียงของเขา



ลิลิธที่ไม่เข้าใจในคำถามของเขาว่าต้องการจะสื่ออะไรจึงตอบออกไปสั้นๆ



“ข้าก็เป็นน้องสาวของท่านไง...”



“น้องสาว... ของข้า?” หมาป่าหนุ่มทวนคำตอบของนางพลางส่ายหน้าปฏิเสธไปมา “ข้าจำไม่ได้ว่ามีน้องสาวนามว่าลิลิธ”



“นั้นก็เพราะท่านได้รับอุบัติเหตุ” หญิงสาวเอ่ยให้เหตุผล



“ใช่.. เมื่อสิบปีก่อนขณะที่ข้าถูกเนรเทศออกไปชายแดนพร้อมมารดาของข้า” ลีเวียธานพูดด้วยน้ำเสียงเชิงตัดพ้อ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปเป็นยกยิ้มเหยียด “โอ้ ช่วงเวลานั้นเจ้าคงจะมีความสุขเหมือนบรรดาพี่น้องคนอื่นของข้าที่มารดาของตนเองอยู่อย่างสุขสบายในปราสาท”



“ท่านเข้าใจผิดแล้ว...” ราชครูสาวปฏิเสธ “พี่น้องของท่านทุกคนต่างก็ถูกย้ายไปให้ประจำแต่ละทิศชายแดนเช่นเดียวกัน มีเพียงข้าที่อยู่นครหลวง”



“หึ ท่านพ่อคงจะโปรดปรานเจ้ามากสินะนางแม่มด...”



“เรื่องนั้นท่านก็เข้าใจผิด...” เสียงหวานนั้นเอ่ยปฏิเสธ “ไม่มีใครโปรดปรานข้าสักคน กษัตริย์ฮันน์เกลียดชังข้า ...ข้ามันเป็นลูกนอกคอกของพระองค์”



ไม่ใช่ข้าหรอกหรือที่เป็นลูกนอกคอก... นางพูดอะไรของนางน่ะ ?


“ท่านเองก็ไม่โปรดปรานข้าแต่ไหนแต่ไร หรือแม้แต่ตอนนี้...” ลิลิธพูดพร้อมเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม



เขายักไหล่แทนคำตอบประมาณว่า ...แน่นอน



เขาที่ขวางประตูห้องเธออยู่นั้นจึงหลีกทางให้ร่างบางที่ยื่นมือเอื้อมมาข้างหน้าเหมือนจะเปิดกลอนประตู แต่ทว่ามือเรียวของลิลิตกลับเอื้อมมือจับที่ใบหน้าของชายหนุ่ม



นิ้วเรียวของเธอเกลี่ยที่แผลเป็นข้างแก้มของเขา “...แผลเป็นนี่ เกิดจากฝีมือของข้าเอง”



“โอ้... ลีเวียธาน” เสียงทุ้มของชายชราดังกังวาน อ้าแขนออกต้อนรับชายหนุ่มผู้สวมหนังหมาป่าพร้อมด้วยใบหน้าเปี่ยมปิติยินดีกลบเกลื่อนกลิ่นเหม็นสาบของหนังหมาป่า เมื่อพบกับลูกชายคนเล็กของตนหลังจากที่ผ่านมานับสิบปี



ตาเฒ่านี้ก็ถูกนางแม่มดนั้นร่ายคาถาใส่เหมือนกับคนอื่นๆสินะ...


ลีเวียร์ครุ่นคิดในหัวอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงของชายหนุ่มถูกกษัตริย์ฮันน์ดึงเข้ามากอดเอาไว้เต็มรัก ชายชราผู้นั่งบนบัลลังก์เงินผู้เป็นบิดาของเขาลูบเส้นผมหยาบกร้านของชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู



ไม่ได้ต้องมาทำเหมือนรักข้าจะเป็นจะตายเลย...


คราวนั้นก็เนรเทศข้ากับท่านแม่ไปชายแดน....


ลีเวียร์ชักสีหน้าใส่ผู้เป็นบิดาก่อนจะกวาดสายตาไปมองเห็นบรรดาพี่น้องของตนแล้วทันใดนั้นหมาป่าหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา



หึ... เจ้าพวกพี่น้องจอมลวงพวกนี้ ข้าจำได้ดีว่าพวกมันเคยกลั่นแกล้งอะไรข้าบ้าง


แต่แล้วการกระทำของขายหนุ่มนั้นแสนตรงข้ามกับความรู้สึกแท้จริงของเขา ลีเวียธานตรงเข้ามาโผเข้ากอดรัดสองหนุ่มและหนึ่งสาว สามพี่น้องที่แสนเกลียดชังเขาอย่างเต็มรักเหมือนที่องค์ราชาทำ



หมาป่าหนุ่มกัดฟันพูดข้างหูพี่ชายคนกลางอย่างอลาริคโดยมีอไลจาห์และออโรร่าขนาบข้าง เสียงทุ้มของลีเวียร์แม้ไม่ดังมากแต่พวกเขาทั้งสามก็ได้ยินชัดเจน “ข้าคิดถึงพวกท่านเสียจริง!”



ท่ามกลางเสียงหัวเราะจอมลวงของสามพี่น้อง สายตาของชายหนุ่มนั้นบังเอิญไปสบตากับหญิงสาวคนหนึ่งที่มุมห้อง ราชครูสาวมองมาทางสี่พี่น้องแห่งราชวงศ์ฮันน์ สีหน้าของเธอเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก



“ลูกของข้าอยู่กันพร้อมหน้าก็ดี...” ราชาผู้ชราวัยนั้นเอ่ยออกมา สายตาของเขามองมาที่ราชครูสาวผู้พ่วงตำแหน่งธิดาองค์เล็กด้วยพลางเอ่ยเสียงทุ้มกังวานสั่งกับข้าราชบริพารทั้งหลาย “พวกเจ้าทั้งหมดออกไปก่อน ข้าอยากจะคุยตามภาษาพ่อลูก”



ครั้นเมื่อเหล่าขุนนางและข้าราชบริพารได้ยินนั้นก็ถวายบังคมลาพระองค์และออกจากห้องท้องพระโรงไปเสียจนหมด เหลือแต่เพียงพระบิดาและผู้สืบสกุลทั้งห้าคนและบรรยากาศในห้องที่เปลี่ยนไป



กษัตริย์ผู้อบอุ่นและมีจิตใจโอบอ้อมอารีไม่สามารถปกครองเหมันต์ได้หรอก มีเพียงกษัตริย์ผู้แข็งแกร่งและจิตใจที่ด้านชาเท่านั้นที่เป็นผู้ปกครองนครแห่งความหนาวเหน็บ



ข้ารู้... ตาเฒ่านั้นกลัวว่าข้าจะคิดโค่นล้มบัลลังก์ตั้งแต่ข้ายังเยาว์วัย


เชื่อเถอะ ไม่ใช่แค่ข้าที่คิดจะแย่งบัลลังก์ตาแก่นี่หรอก


ลีเวียธานนั้นคลายอ้อมกอดจากสามพี่น้องก่อนจะถ่มน้ำลายลงบนพื้นห้องท้องพระโรงอย่างอุกอาจ สายตาเหยียดหยามของสามพี่น้องนั้นมองมาที่เขา พร้อมทั้งสองหวานที่เอ่ยมาจากริมฝีปากของออโรร่าอย่างแผ่วเบาว่า “...สถุล”



ชายหนุ่มจึงหันมามองหน้าหญิงผู้เกิดไล่เลี่ยตนเองก่อนจะคลี่ยิ้มให้ “แน่นอน ออโรร่า”



“ท่านพ่อมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับพวกเรา” อไลจาห์ขยับก้าวเดินออกมายืนตรงหน้ากษัตริย์แห่งเหมันต์ ชายร่างสูงเจ้าของเส้นผมสีทองสง่าถักเปียประดับความเป็นชาวเหมันต์ไว้ บนไหล่กว้างมีลูกจิ้งจอกที่ตายแล้วนั้นถูกถลกหนังนำมาพาดบ่าเอาไว้



“ข้าจะไม่พูดพร่ำทำเพลง” กษัตริย์ฮันน์ยกมือขึ้นมาประสานกัน สายตาเจ้าเล่ห์ขององค์ราชาจ้องมองไปที่หญิงสาวร่างบางที่มุมห้องของท้องพระโรง เสียงทุ้มแหบนั้นเอ่ยออกมาเสียงดัง “ข้าตัดสินใจจะยกบัลลังก์ให้แก่ลิลิธ*...*”



“อะไรนะ!?” หากว่าองค์ราชายังตรัสว่ากล่าวไม่จบ อลาริคก็แทรกพูดโวยวายเสียงดังลั่น เขาชี้นิ้วไปทางราชครูสาวที่มีสีหน้าแตกตื่นไม่แพ้อีกสี่คนที่เหลือ “นางนั่นมีอะไรดี ข้าสมควร---”



“เงียบ!” เสียงแหบพร่าของกษัตริย์แดนเหนือแผดเสียงก้องกังวาน “ข้ายังพูดไม่จบ เจ้ามันไร้มารยาทสิ้นดีอลาริค...”



“ขอประทานอภัยพะยะค่ะ...” ลูกชายคนที่สองนั้นมีสีหน้าเจื่อน ชายหนุ่มลดมือลงแล้วเบือนหน้าหนีจากลิลิธ



ลีเวียธานนั้นเป็นคนเดียวในเวลานี้ที่กำลังยกยิ้มมุมปาก



นั้นไง... นางแม่มดนั้นร่ายคาถาให้พระบิดายกบัลลังก์เงินให้นาง ช่างชั่วร้ายจริงๆ


“เช่นนั้นลิลิธถือว่าเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ขึ้นนั่งบนบัลลังก์เงินได้หลังจากที่ข้าสละราชบัลลังก์ในทันที และ... ในวันฉลองครบ ๔๙ ปีในหนึ่งเดือนข้างหน้า ข้าจะสละราชบัลลังก์”



“...!”



แม้ว่าจะไม่มีเสียงพูดใดๆเล็ดลอดออกมาจากปากของพวกเขา แต่สายตานั้นลอบมองไปทางหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีขาวหม่นที่แทบไม่ปริปากเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ



 “นางถือว่าเป็นราชครูผู้มีความเก่งกล้าสามารถ ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี อีกทั้งยังเป็นที่รักใคร่ของชาวประชา เหมาะกับตำแหน่งราชินีแห่งเหมันต์”



ทุกสายตานั้นล้วนจับจ้องไปที่องค์ราชาฮันน์ ขณะที่พระองค์นั้นลุกขึ้นยืนพร้อมชักดาบคู่กายกษัตริย์ออกจากฝักแล้วชี้ไปทางราชครูสาว



“และวงศ์ตระกูลของเรานั้นก่อตั้งขึ้นมาโดยผู้ที่แข็งแกร่ง หากเจ้าไม่พอใจคำสั่งเสียของข้าก่อนจะแก่ตายในเร็ววัน ก็ชิงบัลลังก์มาจากนางเสียสิ...”



“...!” ทายาทแห่งเหมันต์ทั้งหลายนั้นเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึงปนประหลาดใจ ทำให้พูดไม่ออก ได้แต่เพียงอ้าปากกว้างแต่พองาม แม้ว่าลิลิธเองก็เช่นกัน



เรื่องนี้ข้าไม่ทันได้คาดคิด ...หรือว่าคาถาของนางแม่มดจะเสื่อม ?




“ผู้ใดที่สังหารน้องคนเล็กของพวกเจ้าก่อนวันที่ข้าสละราชบัลลังก์ได้... ผู้นั้นจะได้ปกครองแห่งนครเหมันต์”




กษัตริย์ผู้อบอุ่นและมีจิตใจโอบอ้อมอารีไม่สามารถปกครองเหมันต์ได้หรอก



มีเพียงกษัตริย์ผู้แข็งแกร่งและจิตใจที่ด้านชาเท่านั้นที่เป็นผู้ปกครองนครแห่งความหนาวเหน็บ...








NEXT > Chapter stab back

“ลีเวียร์...”

“อืมห์ อ่าห์...”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}