ถั่ว งอก.

เรื่องนี้มันก็จะหนาวๆหน่อย...

ชื่อตอน : Snowflakes: two loaves

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 262

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2560 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Snowflakes: two loaves
แบบอักษร



“อึดอัด...”



ลิลิธได้ยินชายหนุ่มบ่นเป็นรอบที่ร้อยตั้งแต่เขานั้นขึ้นมานั่งบนรถม้าของเธอเพื่อเดินทางกลับไปเมืองหลวงของนครเหมันต์



และทุกครั้งที่เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง รถม้าขนาดเล็กที่เหมาะกับขนาดตัวของหญิงสาวนั้นก็จะสั่นคลอน จากเดิมที่โดยสารราชครูและข้าราชบริพารหญิงมาได้สะดวก ต้องให้หญิงรับใช้ผู้นั้นออกไปขี่ม้าตามพร้อมกับทหารชาวแดนอีกกองหนึ่งที่ติดตามองค์ชายลำดับที่สามกลับมายังเมืองหลวง



“นางแม่มด เจ้าใช้เวทมนต์เสกให้รถม้าใหญ่กว่านี้ได้รึเปล่า” ลีเวียร์ที่อึดอัดอยู่ไม่สุกต้องนั่งคร่อมก้มตัวในรถม้าเล็กนั้นเอ่ยขึ้นมา



“ข้าไม่ใช่แม่มด” ลิลิธยืนกรานเสียงดัง “แล้วทำไมท่านไม่ออกไปขี่ม้าตามข้ามาแทนล่ะ”



“ข้าไม่ไว้ใจเจ้า”



“ท่านไม่ไว้ใจข้า ?”



“ข้าไม่เคยจำได้ว่าราชครูของเหมันต์เป็นผู้หญิง ...แสดงว่าเจ้าเป็นแม่มดที่ร่ายคาถาใส่ขุนนางหน้าโง่พวกนั้นพร้อมกับฮุบตำแหน่งราชครูมาด้วยมนต์ดำ”



“เพ้อเจ้อ” ลิลิธพูดพร้อมเอามือเท้าคางแล้วเบือนหน้าหนีมองออกไปนอกทาง



“อีกอย่างเจ้ามาอ้างตัวว่าเป็นน้องสาวของข้า ข้าจำได้ว่านางสาวของข้านั้นมีเพียงแค่ออ...”



“ออโรร่า” ลิลิธเอ่ยตอบแทนชายหนุ่มที่อ้ำอึ้งอย่างใช้ความคิด



“ใครใช้ให้เจ้าพูดแทนข้า นางแม่มด...”



หญิงสาวกัดฟันกรอดอย่างนึกเจ็บใจ...



เขาจำเรื่องราวของเธอไม่ได้สักนิดเดียว แม้นว่าลีเวียจะสามารถไล่เรียงลำดับของทายาทแห่งบัลลังก์เงินได้ครบสี่คนและตกหล่นหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายเขาในตอนนี้ก็ตาม



องค์ชายอไลจาห์เป็นพระโอสรองค์แรก ถัดจากพระองค์คือองค์ชายอลาริคและอันดับต่อมาทั้งโอรสและพระธิดาที่เกิดช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็คือ องค์ชายลีเวียธานและองค์หญิงออโรร่า


และสุดท้ายก็คือลิลิธ...



นั้นแหละที่เขาหลงลืมไปหมดสิ้น ไม่มีเสี้ยวความทรงจำไหนเลยที่เขาจะจดจำเธอได้บ้างสักเรื่อง แม้ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาและเธอก็เป็นทั้งพี่ชายและน้องสาว



แต่ก่อนสุขภาพของลีเวียร์ไม่ค่อยจะดี เขาขี้โรคและถูกกลั่นแกล้งโดยบรรดาพี่น้องที่เหลือ เขาถูกมองว่าเป็นลูกนอกคอกแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งมีลิลิธ... และเธอเองก็ได้เป็นลูกนอกคอกของกษัตริย์ฮันน์อีกคนเหมือนกันเขา



แน่นอนแหละว่าทั้งสองนั้นร่วมมือกันกลายเป็นตัวแสบแห่งเหมันต์ จนกระทั่งลีเวียร์ได้รับบาดแผลเล็กที่ข้างแก้มของชายหนุ่มจนกระทั่งมันกลายเป็นแผลเป็นในทุกวันนี้



เขาลืมเรื่องราวเหล่านี้ไปหมดสิ้น เว้นเธอที่กลับจำได้หมดทุกอย่าง...



องค์ชายลีเวียร์ผู้ไม่อยู่เฉยนั้นเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นท่านอนบนเบาะที่นั่งแม้ว่าจะไม่พอดีกับตัวของเขาแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งค้อมหัวให้เมื่อยคอ



“นั้นคืออะไร ?” ลีเวียร์ที่มองกล่องพิณบนตักของหญิงสาวมานานแล้วถามออกมา ครั้นเมื่อเขาที่นอนอยู่จะเอื้อมมือไปจับมันอย่างถือวิสาสะลิลิธก็เอากล่องไม้นั้นหนีทันที



“อย่ายุ่งกับของของข้า... ว้าย!”



ขณะที่หญิงสาวกำลังชักสีหน้าใส่ชายหนุ่มที่เสียมารยาท รถม้านั้นกลับสะดุดกับหลุมใหญ่ทำให้ผู้โดยสารภายในนั้นเสียหลักแม้ว่าแขนแกร่งของชายหนุ่มจะจับยึดเอาไว้ได้แล้วนอนนิ่งแม้จะมีเขยื้อนตัวบางเล็กน้อย ขณะลิลิธที่ตัวลอยขึ้นไม่ติดเบาะนั่งนั้นถลามาทับ



“นางแม่มด... ลุกออกไป” ลีเวียร์พูดออกมาอย่างเจ็บจุก แขนของเขาจับยึดกับเบาะนั่งเอาไว้เลยไม่มีมือว่างมาผลักไสหญิงสาวออก



ลิลิธวางมือลงบนอกกว้างของชายหนุ่มแล้วยันตัวขึ้น ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยขัดหูขัดตาชายหนุ่ม ลีเวียร์เลยปล่อยมือที่จับยึดเอาไว้ทำให้เมื่อรถม้านั้นกระแทกกับหลุบบนเส้นทางขรุขระที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเตอะทำให้มองไม่เห็น พวกเขาก็พลัดตกลงมาตรงช่องว่างระหว่างเบาะที่นั่งสำหรับวางเท้าและสัมภาระ



“อั่ก!” ลีเวียธานที่รับน้ำหนักตัวของหญิงสาวและแรงกระแทงทั้งหมดนั้นร้องออกมาก่อนจะกัดฟันแน่นสบถด่าแล้วสองมือหนาก็จับไหล่ของลิลิธพร้อมผลักเธอออกจากตัวเขา



“หยุดร่ายคาถาได้แล้วนางแม่มด!” ลีเวียร์เองก็ลุกตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง มือหนาของเขาลูบบริเวณท้ายทอยอย่างเจ็บแป๊บ “เพราะเจ้า รถม้าถึงได้ตกหลุมบ่อยๆ”



“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย!” ลิลิธเถียงพร้อมจะลุกขึ้นไปนั่งแต่กลับถูกมือหนาฉุดลงมา แล้วออกแรงดึงให้เธอขยับตัวเข้ามาใกล้



ลีเวียร์ใช้มือหนาอีกข้างบีบแก้มเนียนของลิลิธจนใบหน้าของเธอนั้นผิดรูปดูน่าขบขัน ดวงตาคมนั้นพิจารณาใบหน้างามอย่างถี่ถ้วน “...เหมือนข้าจะเคยเห็นเจ้าที่ไหนมาก่อน”



เขาจำได้แล้วหรือ ? เพราะแรงกระแทกที่ศีรษะเมื่อครู่นั่นหรือเปล่านะ...


“ที่ไหนงั้นหรือ ?” หญิงสาวเบิกตากว้างแล้วถามออกมาเสียงอู้อี้ด้วยแก้มของเธอที่ถูกบีบทำให้พูดไม่ชัด



องค์ชายสามแห่งเหมันต์นั้นขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะคลี่ยิ้มมุมปากพร้อมเอ่ยออกมาด้วยคำคำเดียวอย่างแผ่วเบา “...ซ่อง”



ลิลิธตบฝ่ามือไปที่ใบหน้าหล่อที่มีขนหนวดและเคราขึ้นรุงรังของผู้มีศักดิ์เป็นพี่ในทันที ลีเวียร์นั้นไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงตบอันแผ่วเบาของนาง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเย็นก่อนจะผลักหญิงสาวออกห่างจากตัวเขา



“ข้าเป็นน้องสาวของท่าน” ดวงคาสีฟ้าคู่นั้นของเธอมองเขาอย่างผิดหวัง น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความตัดพ้อเล็กน้อย “โปรดอย่านำข้าไปเปรียบกับผู้หญิงชั้นต่ำที่ท่านโปรดปราน”



ชายหนุ่มคิ้วกระตุก ใบหน้าของเขาชาราวกับถูกตบฉาดใหญ่แม้ว่าแรงตบครั้งเมื่อครู่นั้นลิลิธไม่ได้ตบเขาแรงเลยแม้แต่น้อย



นั้นเพราะว่าทหารชายแดนทุกนายนั้นล้วนต้องรักษาพรหมจรรย์ของตนไม่ข้องเกี่ยวกับอิสตรีนางใด... ก็แค่ข่าวลวง แต่เอาเถอะลีเวียธานนั้นยังยึดถือข้อปฏิบัตินี้ เพื่อจะได้ไม่มีจิตใจไขว้เขวและหลงมัวเมาไปกับหญิงสาวที่ไม่ต่างจากนางแม่มดชั่วร้าย...



หากว่าอีกอย่างชายหนุ่มกลับไม่ค่อยยินดีเรื่องที่นางย้ำเสมอว่านางเป็นผู้ร่วมสายโลหิตเดียวกันกับเขา



นางแม่มดผู้นี้กำลังแอบอ้างตนว่าเป็นหนึ่งในพี่น้องของข้า...


หึ ป่านนี้นางคงใช้เวทมนต์ทำให้ขุนนางและท่านพ่อหลงเชื่อว่านางนั้นสืบสายโลหิตของกษัตริย์แห่งเหมันต์ หวังจะชิงบัลลังก์เงินไปน่ะสิ...


เขาเริ่มจะส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหงุดหงิดและชักสีหน้าใส่ราชครูสาวผู้วางมาดผู้ดีใส่ชายหนุ่มจอมป่าเถื่อนไร้อารยะธรรม เขาจึงขู่เธอด้วยความหมั่นไส้



“หากว่าข้ากลับไปถึงเมืองหลวง ข้าจะจับเจ้าไปขายที่ซ่องอย่างแน่นอน ...นางแม่มด”



ลิลิธเชิดใบหน้างามขึ้นแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก “หากท่านคิดว่าจะทำอะไรราชครูผู้เป็นที่โปรดปรานขององค์ราชาเยี่ยงข้าได้  ก็เชิญลองเพคะองค์ชายลีเวียธาน...”












อ่า... เหมือนว่านางจะร่ายคาถาใส่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวง


ลีเวียธานรู้สึกหมั่นไส้หญิงสาวข้างกายผู้เป็นที่รักใคร่ของชาวประชาแห่งนครเหมันต์ ระหว่างทางที่นางเดินเข้ามาภายในพระราชวัง ข้าราพบริพารล้วนรอต้อนรับและยินดีกับการกลับมาของเธอแล้วมองข้ามหัวขององค์ชายหนุ่มไป



บางทีอาจเป็นเพราะกลิ่นสาบจากตัวของเขา ไม่สิ... หนังหมาป่าที่เขาสวมมากกว่า


นางแม่มดในสายตาของชายหนุ่มหันกลับมามองเขาราวกับเยาะเย้ยก่อนที่นางจะถือวิสาสะกระชากเสื้อคลุมหนังหมาป่าของเขาออกแล้วพูดว่า “...เหม็นสาบ”



ดวงตาทีฟ้าเข้มของชายหนุ่มจ้องเธอเขม็ง ลิลิธยื่นหนังหมาป่าของชายหนุ่มให้กับสาวใช้เพื่อไปซักฟอก อีกทั้งยังหันกลับมาสูดดมกลิ่นกายของชายหนุ่มแล้วยกมือขึ้นมาบีบจมูกของนางไว้



“ท่านควรไปอาบน้ำก่อนเข้าเฝ้าองค์ราชา” หญิงสาวออกคำสั่ง แต่ไม่ใช่แค่กับชายหนุ่ม



เธอออกคำสั่งกับบรรดาทหารชายแดนที่ติดตามองค์ชายสามมายังเมืองหลวง “พวกท่านทุกคนด้วย เดี๋ยวข้าจะให้พวกนางจัดเตรียมเสื้อผ้าใหม่ให้พวกท่าน”



“เจ้าจะมาสั่งข้าไม่ได้นะนางแม่มด” ลีเวียร์แยกเขี้ยวขู่หญิงสาวขณะที่ข้าราชบริพารสาวผู้อยู่ภายใต้คำสั่งของเธอจะเข้ามาห้อมล้อมชายหนุ่มฉกรรจ์ผู้มีกลิ่นสาบของหมาป่าเหม็นโฉ่



ลิลิธคลี่ยิ้มพร้อมยักไหล่ให้กับชายหนุ่มตรงหน้า



“ทำไมจะไม่ได้เพคะ...” หญิงสาวค่อยๆถอนหลังออกมาเมื่อรู้ว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นไม่ค่อยถูกกับหญิงสาวเสียเท่าไหร่เพราะพวกเขานั้นถือครองความบริสุทธิ์ถึงแม้จะเป็นแค่บางคน พอจับไต๋เรื่องนี้ที่นำมาเป็นจุดอ่อนของหมาป่าหนุ่มได้นั้นลิลิธก็คลี่ยิ้มชั่วร้าย “ท่านกล่าวหาว่าข้าเป็นแม่มด เพราะท่านหวาดกลัวอิสตรีหรือเปล่าองค์ชาย...”



“...!” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด แล้วถอยห่างเมื่อหญิงสาวเหล่านั้นเข้ามาใกล้ แต่เมื่อเขาถอยหลังไปชนกันข้ารับใช้สาวอีกคนองค์ชายก็สะดุ้งโหยงพร้อมขยับมาข้างหน้า



เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยสาวงามมากมาย



ลีเวียร์ถลึงตาใส่หญิงสาวจอมเจ้าเล่ห์ที่ก้าวถอยห่างพร้อมปัดไม้ปัดมืออิสตรีที่ห้อมล้อมตน ลิลิธจับคลี่กระโปรงสีฟ้าของตนออกพร้อมคำนับถอนสายบัว “ขอให้สำราญกับการทรงน้ำนะเพคะ”







เนื่องด้วยชายหนุ่มนั้นเป็นถึงองค์ชายแห่งเหมันต์ เขาจึงได้แยกไปอาบน้ำเดี่ยวในห้องรับรองของพระองค์ที่ห้อมล้อมไปด้วยสาวงามที่หมายจะใช้เรือนร่างยั่วยวนองค์ชายหนุ่มบ้านป่าผู้ไม่ทันมารยาหญิงหวังสุขสบาย




มือของพวกนางพัวพันไปทั่วเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นขององค์ชายผู้ได้ออกจากเมืองหลวงไปประจำที่ชายแดน ร่างกายที่เกิดจากการฝึกฝนจนได้กล้ามเนื้อสวยได้รูปทั่วเรือนร่างของบุรุษหนุ่ม




ลีเวียธานถูกรุกรานไปทั่วตัว มือของพวกนางเปล่าเปลือยไม่มีแม้แต่น้ำมากวักล้างเนื้อตัวของเขา ต่อให้ต้องเผชิญกลับกลิ่นเหม็นฉุนจากกลิ่นสาบของหมาป่าพวกนางก็จำใจอดทน




สาวใช้เหล่านั้นเพิ่มกลีบดอกไม้เข้าไปพร้อมกับน้ำหอมสำหรับดับกลิ่นเหม็นสาบของชายหนุ่มที่ติดมาจากหนังหมาป่าตัวโปรดของเขา




มือของสาวรับใช้นางหนึ่งลูบที่ลำดาบแกร่งของชายหนุ่มที่มันยังคงนิ่งสงบ ก่อนที่นางจะรวบกำอย่างเบามือพลางขยับมือรูดกระตุ้นอารมณ์ร้อนของชายหนุ่ม



บุรุษทั่วไปหากเมื่อถูกฝ่ามือนุ่มของหญิงสาวลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง รวมไปถึงสัมผัสที่ด้ามดาบประจำกายก็จะปลุกอารมณ์ดิบของพวกเขาขึ้นมา



แม้ว่าร่างกายของชายหนุ่มจะตอบสนอง แต่อารมณ์ของเขากลับตรงกันข้าม ลีเวียธานนั้นเกิดความรำคาญขึ้นมาแทน...



“ข้าทำเองได้!” ชายหนุ่มกระชากมือของนาง พร้อมแผดเสียงใส่หญิงสาวทั้งหลายในห้องอาบน้ำ ทั้งตวาดเสียงดังขู่คำรามเหมือนหมาป่าคลั่งไล่ตะเพิดพวกนางให้ออกไป




หญิงสาวเหล่านั้นวิ่งหนีด้วยใบหน้าแตกตื่นไปฟ้องราชครูสาว




ลิลิธที่ว่าความอ่านเนื้อหาในตราสารที่กำลังถือในมือแกล้งจะทำเป็นเมินเฉย แต่ว่าเธอได้ยินเสียงดังลั่นกรีดร้องของหญิงสาว จึงส่งไปมันมอบให้ขุนนางท่านหนึ่งสานต่อ แล้วมุ่งตรงไปจัดการกับหมาป่าขี้โวยวายตนนั้นด้วยตนเอง



สาวรับใช้แอบมองอยู่ห่างๆแต่เมื่อสบตากับดวงตาสีฟ้าเข้มแล้วพวกนางก็วิ่งหนีไปด้วยความกลัว เหลือแต่เพียงลิลิธที่ต้องเข้ามาในห้องอาบน้ำนี้ตามลำพัง




“ข้าบอกว่าให้ออกไป!” ชายหนุ่มตะโกนเมื่อได้ยินฝีเท้าเยี่ยงเข้ามาใกล้ เขาขว้างถังไม้ขนาดเล็กที่เอาไว้สำหรับตักน้ำอุ่นในอ่างขึ้นมาอาบเพื่อไล่หญิงสาวคนนั้น หากแต่เธอกลับเดินเข้ามาใกล้ร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม




ครั้นเมื่อเขาจะหันมาตวาดใส่ให้นางกลัวจนหัวหดหญิงสาวก็พูดแทรกขึ้นมา




“ตอนนี้ท่านอยู่เมืองหลวงไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนเหมือนเขตชายแดน” ลิลิธพูดด้วยน้ำเสียงปนดุ ไว้เชิงมาดราชครูสาวแห่งเหมันต์เพื่อข่มชายหนุ่ม




“อ๋อ พวกลูกสมุนจากไป นางแม่มดค่อยปรากฏกายสินะ” เมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวคนนั้นโทนเสียงของชายหนุ่มก็เปลี่ยนจากฉุนเฉียวไปเป็นยียวน




ลิลิธก้มลงเก็บถังไม้ที่เขาขว้างมาตกตรงหน้าเธอแล้วเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มในร่างเปลือยเปล่าอวดกล้ามเนื้อได้รูปและแผลมากมายทั่วเนื้อตัวของเขา ขนเคราขึ้นรกรุงรัง ผมหนาและหยาบกร้าน




หากว่าเธอมองไม่เป็นรอยแผลเป็นของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอก็บอกไม่ได้เลยว่าเขาเป็นใคร




สภาพสารรูปของเขาในตอนนี้ ช่างเหมือนโจรป่ามากกว่าเจ้าชายเสียอีก



“ข้าเชื่อว่าท่านโวยวายเป็นหมาป่าหิวโซแบบนี้ต้องมีเหตุผล...” เธอยื่นถังไม้เปล่านั้นให้เขาพร้อมมองไปที่อ่างน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้กลิ่นหอมฟุ้ง “ท่านไม่ชอบสินะ ?”



ลีเวียร์กรอกตาไปมาก่อนจะพยักหน้ารับ



“ข้าจะได้บอกพวกนางให้เปลี่ยนน้ำอาบของท่านให้เบากลิ่นลงหน่อย” ลิลิธเลิกแขนเสื้อขึ้นแล้วจุ่มลงไปในอ่างน้ำ “อืม... น้ำอุ่นพอดี แสดงว่ามีแต่เรื่องกลิ่นที่มากเกินไป แต่ที่พวกนางใส่มันเยอะขนาดนี้ก็เพราะกลิ่นตัวของท่านเองด้วยนั้นแหละ”




ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นหรอก แต่พวกนางมาจับยุ่มย่ามวุ่นวายกับร่างกายของข้ามากเกินไป



จะให้บอกนางแม่มดว่าที่ข้าไล่ตะเพิดพวกนางออกไปเพราะพวกนางหมายจะขัดดาบให้ข้างั้นรึ


นางแม่มดได้หัวเราะเยาะข้าพอดี...


หญิงสาวเอามือเรียวออกมาจากอ่างก่อนจะเอื้อมหยิบผ้าสีขาวสำหรับเช็ดกายของชายหนุ่มหลังอาบน้ำเสร็จมาเช็ดมือให้แห้ง ลิลิธถอนหายใจออกมา “ท่านฝืนใจอาบไปก่อน เพราะข้าเกรงว่าเราจะมีเวลาไม่ทันเข้าเฝ้าองค์ราชา”



“งั้นเจ้าก็อาบให้แทนข้าสิ ถ้ารีบขนาดนั้น” ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมยกมือขึ้นกอดอก



“อะไรนะ ?” หญิงสาวเบิกตากว้างมองชายหนุ่ม แม้ว่าเธอพยายามบังคับสายตาให้มองสูงขึ้น แต่ว่าเธอก็ยังมองเห็นสิ่งนั้นที่ห้อยโตงเตงอยู่ดี... “ทะ ท่านไม่เรียกสาวใช้มาจัดการให้เล่า ข้ามีงานอีกมากต้องทำนะ”



“ก็ข้าไม่ไว้ใจผู้หญิงเหล่านั้น”



“ท่านก็ไม่ใจข้าด้วยไม่ใช่หรือ”



“ไม่ไว้ใจน้อยกว่าผู้หญิงเหล่านั้น” ชายหนุ่มเริ่มจนมุม เขากรอกตาไปมาก่อนจะยอมพูดความจริง “ข้าเอื้อมมือไปถูหลังไม่ถนัด”



“ลีเวียร์... แล้วท่านไล่ตะเพิดพวกนางออกไปทำไมเล่า” ลิลิธพูดโทนเสียงต่ำราวกับข่มอารมณ์หงุดหงิด



“หากเจ้าเป็นน้องสาวของข้าจริง แค่อาบน้ำให้ข้าแค่นี้มันจะเป็นอะไรไป”



ราชครูสาวหายใจฟึดฟัดก่อนที่เธอจะกลั้นใจเอื้อมมือมาจับบ่ากว้าง แล้วใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้ไม้อันเล็กสำหรับนั่งอาบมาแล้วกดร่างสูงให้นั่งลง



และถลกแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างพร้อมใช้ถังไม้นั้นตักน้ำจากในอ่างขึ้นมา หญิงสาวเดินอ้อมไปทางข้างหลังแล้วขยับตัวออกห่างก่อนจะสาดน้ำใส่ร่างของชายหนุ่มให้มันไหลชโลมไปทั่วตัว



ซ่า!



คิดเสียว่ากำลังอาบน้ำให้หมา... แล้วก็เป็นหมาป่าซะด้วย


ลิลิธเอื้อมมือไปหยิบแปรงขนอ่อนมาพร้อมขัดไปทั่วผืนหลังกว้างของชายหนุ่ม เมื่อเธอออกแรงขัดแรงก็ได้ยินเสียงคำรามเบาๆจากในลำคอหนาประมาณว่าเจ็บลิลิธจึงเบามือก่อนจะแกล้งขัดแรงส่งๆท้าย



“อ๊าก!” ลีเวียธานร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนจะหยิบข้าวของเครื่องใช้ในการอาบน้ำแถวนั้นโยนกลับหลังใส่หญิงสาว ลิลิธข่มอารมณ์นิ่งพร้อมหลบข้าวของกระจัดกระจายลอยมา แล้วก้มหยิบมีดโกนที่เขาเองก็โยนมันมาโดยไม่สนว่าหญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บรึไม่



“เลิกอาละวาดซะทีเถอะ” ลิลิธต่อว่าเขาพร้อมจับบ่ากว้างให้หันตัวมาหาเธอ พร้อมกับจับใบหน้าของชายหนุ่มให้แหงนขึ้นพอดีกับเธอที่ยืนก้มหน้ามองเขา หญิงสาวออกแรงบีบมือที่แก้มของชายหนุ่มเป็นการเอาคืนเขาเมื่อตอนนั้นบนรถม้าที่เขาบีบแก้มเธอ



นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับที่มีดโกนพร้อมค่อยๆไล่โกนขนหนวดของชายหนุ่มจนหมด ก่อนจะมาต่อที่ส่วนกรามมาจนถึงครามที่มีเคราขึ้นดก



“เงยหน้าขึ้น” นางแม่มดออกคำสั่งกับหมาป่าหนุ่ม ลีเวียธานเบ้ปากพร้อมถูกหญิงสาวบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นอย่างที่เธอพูดเอาไว้ แต่สายตาของชายหนุ่มก็พยายามหลุบต่ำลงมาเสียทุกที



เพราะขณะที่ลิลิธก้ม คอเสื้อของเธอที่มันคว้านเปิดกว้างทำให้เขามองเห็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจภายใต้เกาะอกของชุดกระโปรงสีฟ้าที่ตลอดเวลาที่เจอกันนางมักจะคลุมด้วยหนังหมีหนาทึบทำให้เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มันก่อน



ช่างเป็นก้อนเนื้อทั้งสองก้อนที่น่าจับขย้ำเสียจริง...


“อืม...” เสียงครางในลำคอของนางแม่มดทำให้ชายหนุ่มรีบละสายตาจากหน้าอกของเธอขึ้นมาสบตากับหญิงสาวพลางเลียริมฝีปากที่แห้งผาดของเขาพยายามกลบเกลื่อนความผิด



ลิลิธทำสีหน้าครุ่นคิดราวกับพิจารณาบางอย่าง



“ส่วนผมของท่าน ข้าจะให้ช่างตัดผมมาจัดการให้ท่านคราวหลังดีกว่า...” หญิงสาวพูดพึมพำออกมาก่อนจะละมือออกจากใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลา



ครั้นเมื่อราชครูสาวนั้นล้างไม้ล้างมือพร้อมโยนผ้าเช็ดตัวมาห่อหุ้มร่างกายของชายหนุ่มเอาไว้เสร็จสรรพเธอก็มีสีหน้าที่ปลอดโปร่งโล่งใจ คลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแทบตลอดเวลานั้นออกทันที



พร้อมจะรีบเดินออกจากห้องอาบน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำร้อนเพราะสภาพอาการของนครเหมันต์ที่มีแต่ความหนาวเหน็บพวกเขาจึงเพิ่มอุณหภูมิห้องอาบน้ำให้ร้อนกว่าปกติเพื่ออบอุ่นร่างกาย



ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องอาบน้ำ สองมือของเธอจับถลกกระโปรงขึ้นแล้วสาวเท้าอย่างฉับๆลาลับไปโดยไว



หมาป่าหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันพลางนึกคิดว่านางแม่มดนั้นแอบร่ายคาถาอะไรใส่เขาเหมือนกับที่นางร่ายคาถาให้ชาวเมืองนั้นหลงชื่นชอบ...



เพราะกว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็มองเธอเสียทุกอิริยาบถ สังเกตทุกท่วงท่าการขยับเขยื้อนกายไปสั่งความว่างานตรงนั้นที ตรงนี้ที



ใบหน้าเรียบเฉยที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำอย่างผู้ทรงปัญญาและเป็นมิตรกับผู้คน ขัดแย้งกับสายตาที่มองมายังชายหนุ่มโดยสิ้นเชิง ยิ่งทำให้เขานึกหงุดหงิด




นางต้องเป็นแม่มดอย่างแน่นอน ข้ามั่นใจและมีเพียงข้าที่จะไม่หลงกลนาง*!!*



ยกเว้นก้อนเนื้อสองก้อนนั่นของนางที่เป็นข้อยกเว้น...



เพราะข้าหลงกลมันเข้าแล้ว*!*




NEXT > Chapter KING ORDER

 “หม่อมฉันเป็นแม่มด”  

“...และพระองค์ก็ถูกหม่อมฉันร่ายคาถาใส่แล้ว” 








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น