ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน

ตอนที่ 2 เมื่อประลองกับเจ้าชาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เมื่อประลองกับเจ้าชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2563 22:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เมื่อประลองกับเจ้าชาย
แบบอักษร

ช่วงบ่ายของวันต่อมา กัสฝังตัวเองกับที่นอนนุ่มๆ ไม่ออกจากห้องก่อกวนคนในครอบครัว...

ทั้งๆ ที่ตั้งใจแบบนั้นแต่สายตาเจ้ากรรมดันหันไปเห็นผีเสื้อทองเปล่งประกายระยิบระยับเข้าเสียนี้!

คิ้วเข้มของกัสขมวดเข้าหากัน นี่มันผีเสื้อตะวันไม่ใช่เหรอ?

ผีเสื้อตะวันเป็นสัตว์ภูตหายาก มีคุณสมบัติเพิ่มพลังผู้กิน เคยอ่านเจอในตำราว่าหากมนุษย์กินเข้าไปร้อยตัว กำลังวังชาจะมากมายจนเทียบเท่าราชาอ็อค

นี่ไม่ใช่โอกาสดีที่กัสการ์เซียผู้อ่อนแอจะกลายเป็นคนแข็งแรงหรอกหรือ?

กัสรีบกระโจนออกทางหน้าต่างเพื่อจับผีเสื้อตะวัน จนลืมคิดไปว่านี่คือชั้นสอง!

“โครม!”

กัสหล่นลงมาในพุ่มไม้ชั้นล่าง ที่แย่ไปกว่านั้นคือลานฝึกดาบอยู่ใกล้ๆ แกริค เจ้าชายเอ็ดการ์ดกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รวมไปถึงบุตรชายหัวหน้าอัศวินหลวงอย่างเบลซ แฮนสันกำลังฝึกดาบกันอยู่หันมามองทางเดียวกัน

“กัส นี่แก...” แกริครู้สึกอับอายอีกแล้วที่น้องชายผู้ไม่ได้เรื่องเรียกร้องความสนใจหนักถึงขั้นกระโดดลงมาจากชั้นสอง

“เวรแล้ว...” กัสพึมพำ ในมือของเขากำผีเสื้อตะวันเอาไว้แน่น ไม่ต้องการให้ใครมาแย่งไป

“แกริค นายไม่สงสารน้องชายของนายเหรอ เรียกเขาให้มาฝึกกับพวกเราดีกว่าน่า” เบลซพูดน้ำเสียงปนขำขัน

“แต่ว่า...”

“เอาน่าเราว่าเรียกน้องชายนายมาเถอะ” เจ้าชายเอ็ดการ์ดเห็นด้วยกับเบลซ ทำให้แกริครู้สึกจนใจ สาวเท้าไปหาน้องชายที่พุ่มไม้ ขณะเดียวกันกัสเหงื่อแตกพลั่ก เขาไม่ต้องการเสียของดีอย่างผีเสื้อตะวันไป

“เอาว่ะ!” กัส ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวในทันทีทันใดเอาผีเสื้อตะวันเข้าปากแล้วกลืนลงท้องทันที

“เอื๊อก!” / “กัส แกมากับฉัน” รอดพ้นไปอย่างหวุดหวิดแกริคมาถึงตัวหลังจากนั้นเพียงไม่ถึงอึดใจ

“ผมไม่รบกวนพวกพี่ดีกว่า”

“แต่แกรบกวนมาแล้ว ลุกขึ้นแล้วมากับฉันเดี๋ยวนี้” แกริคออกคำสั่ง กัสไม่อยากทำตัวกระด้างกระเดื่องให้มีปัญหาจึงยอมลงตามพี่ชายไป

“เจอกันอีกแล้วนะ เจอกันทุกครั้งที่พวกเรามาที่นี่เลย” เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดของเจ้าชายเอ็ดการ์ดเอ่ยทักทาย กัสมองไปรอบๆ ตัวแล้วรู้สึกขนลุก เขากำลังอยู่ในดงฮาเร็มของนางเอกครบเลย

“อ่า... เอ่อ พ่ะย่ะค่ะ”

“เอาเถอะ ทีหลังนายอยากจะร่วมกลุ่มก็มาขอดีๆ ไม่ต้องลงทุนโดดลงมาจากชั้นสองเรียกร้องความสนใจแบบนี้ มันอันตราย เกิดนายเป็นอะไรขึ้นมาดยุกริชาร์ทจะเสียใจเอาได้” เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดคนเดิมพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าแววตากลับไม่ได้เป็นมิตร กัสรู้มาว่าเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเป็นคนใจร้อน ถือตัว ยโส ที่พูดออกมาทั้งหมดไม่ได้ยินดีรับเขาเข้ากลุ่ม แต่พูดเพื่อเหน็บแนมต่างหาก

“เข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้อยากเข้ากลุ่ม”

“แต่นายลงทุนโดดลงมาเลยนะ อย่าโกหกน่า” เบลซค้านขึ้นมา ทำเอากัสหน้าชาไม่รู้ว่าจะยกคำไหนมาแก้ต่าง ภาพลักษณ์ของเขาก็เป็นอย่างนั้นเสียด้วยสิ

“เอาเถอะ พวกเรากำลังฝึกดาบกันอยู่ ถึงตอนที่กำลังจับคู่ประลองกันอยู่พอดี นายคู่กับเอ็ดเวิร์ดสิ ตัวไล่เลี่ยกัน พอดี” เจ้าชายเอ็ดการ์ดเจ้ากี้เจ้าการจับคู่ให้ กัสมองตาทุกคนแล้วรู้สึกโกรธในใจ ไอ้พวกฮาเร็มนางเอกมันกำลังเล่นงานเขาอยู่ชัดๆ

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดตัวเล็กกว่าทุกคนก็จริง แต่มันแข็งแรงกำลังเยอะกว่าใคร เอาเขาไปคู่กับมัน เท่ากับส่งเขาไปเป็นกระสอบทรายชัดๆ

“กระหม่อมไม่ถนัดเรื่องแบบนี้”

“จะเข้ากลุ่มกับพวกเราต้องปรับตัว! เอ้า! ดาบ!” เบลซโยนดาบไม้ให้ ในขณะเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว!

“เปรี๊ยะ!” กัสยกดาบขึ้นกันดาบไม้จากเจ้าชายได้ทัน!

“ฮึ่ย!” ยิ่งไปกว่านั้น ดวงตาคมของเจ้าชายเบิกกว้าง เมื่อครู่เข้ารู้สึกเหมือนฟาดก้อนหินแข็งๆ มันสะเทือนกลับมาหาเขาจนรู้สึกร้าวไปทั้งแขน

“พอเถอะ กระหม่อมไม่เข้ากลุ่มหรอก กระหม่อมจะกลับห้องแล้ว”

“หุบปาก!” เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดตวาดลั่น ฟาดขามาหมายเตะ แต่ด้วยสัญชาตญาณกัสยกเข่าขึ้นมารับแข้งอย่างรวดเร็ว!

“กร๊อบ!”

“โอ๊ย!” ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดล้มลงกอดแข้งข้างที่เจ็บกับพื้น!

“ไม่จริงน่า...” เบลซอึ้งเพราะตัวเขาไม่เคยชนะเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดมาก่อน แต่น้องชายของสหายที่อ่อนแอปานเด็กสามขวบกลับเอาชนะได้ง่ายๆ

“กัส! แกทำบ้าอะไร แกกล้าทำร้ายเจ้าชายเหรอ?” แกริคตวาด พร้อมผลักกัส แต่คนถูกผลักกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ทำเพียงยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ให้ตายเถอะ! ผีเสื้อตะวันตัวเดียวมีผลขนาดนี้เลยเหรอ!

ท้องพระโรงในพระราชวัง กำลังเคร่งเครียดโดยเฉพาะดยุกริชาร์ทที่ยืนก้มหน้ารับในสิ่งที่ลูกชายคนเล็กก่อ

“กัสทำให้ขาของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดหักพ่ะย่ะค่ะ” แกริค ไอ้ลูกช่างฟ้องเสนอหน้าเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ไม่แปลกใจเลยที่ไม่อนาคตก็เลือกที่จะทิ้งพี่สาวแสนดีอย่างเกรซได้ง่ายๆ เพียงเพราะอยู่คนละฝั่งกัน

“เจ้ามีอันใดจะแก้ตัวหรือไม่?” พระราชาเอ่ยถามกัส

“มันเป็นอุบัติเหตุพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายเอ็ดการ์ดให้กระหม่อมจับคู่ประลองกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ทุกคนก็รู้ว่าตัวกระหม่อมอ่อนแอจะตาย ไม่ทางเอาชนะหรือทำร้ายเจ้าชายได้อยู่แล้ว ที่เจ้าชายเจ็บเป็นเพราะเจ้าชายใช้ท่าต่อสู้ผิดพลาดเองเสียมากกว่า”

“โกหกแกเป็นคนทำร้ายเจ้าชายชัดๆ”

“งั้นถามหน่อยเถิดเจ้าชายอ่อนแอถึงขั้นคนอย่างผมสามารถทำร้ายได้เลยหรือพี่ชาย?” กัสย้อนถามแกริค

“เอาเถอะ ทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด เอ็ดเวิร์ดใช้ท่าต่อสู้ผิดไปจริงๆ” เจ้าชายเอ็ดการ์ดไม่ต้องการให้น้องชายตนถูกมองว่าแพ้คนอ่อนแอ จึงยอมรับในสิ่งที่กัสพูด

“นั่นสินะ ฮะฮะ... คนอย่างเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดจะแพ้น้องชายของแกริคได้อย่างไร ที่แกริคเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะห่วงเจ้าชายใช่ไหมแกริค?” เบลซออกปากอีกคน ทำให้แกริคพยักหน้า

ถ้าให้แยกแยะนิสัย เจ้าชายเอ็ดการ์ดคงเป็นสุขุม เงียบขรึม ฉลาด

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา แต่กลับมีนิสัยยโส ถือตัว

เบลซ มองโลกในแง่ดี เส้นตื้น แต่มีเหตุผลรับมุกเจ้าชายเอ็ดการ์ดเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนแกริคพี่ชายของเขา มีดีแค่ที่มีพลังเวทย์เยอะ ครอบครองธาตุสามธาตุ ส่วนนอกนั้นเป็นคนไร้สมอง ชอบเข้าข้างพวกพ้อง

“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายไม่มีทางอ่อนแอจนคนอย่างกระหม่อมทำร้ายได้พ่ะย่ะค่ะ” กัสพูดยืนยันด้วยท่าทีอ่อนน้อมกับพระราชา

“อืม... งั้นเราคง ตัดสินโทษอะไรไม่ได้” พระราชาสรุปทำให้กัสลอบถอนหายใจออกมา ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุสิบปีเท่านั้น ไม่พร้อมที่จะถูกตัดสินให้รับโทษทำร้ายเจ้าชาย ดังนั้นการเอาตัวรอดถือเป็นเรื่องที่ดีควรทำ

แม้เรื่องจะจบลงโดยที่ไม่ถูกลงโทษใดๆ จากพระราชา แต่คนในครอบครัวก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่ดี ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเขา แต่เป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างแกริคกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเสียมากกว่า

“หากเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเห็นหน้ากัสอีก อาจจะไม่พอพระทัย” เสียงดยุกริชาร์ทดังมาจากห้องทำงาน ทำให้กัสชะงักเท้าแล้วถลาตัวไปแนบกับประตูแอบฟัง

“แล้วจะให้ทำอย่างไร กัสก็ลูกของฉันนะคะ”

“แต่กัสไม่เคยทำให้เราสบายใจเลย ผมมีความคิดจะส่งเขาไปอยู่ที่อื่น”

“แต่ว่า...” ดัชเชสแอนนาดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ดยุกริชาร์ทไม่ยอมให้เธอเอ่ยขัดใดๆ

“ผมตัดสินใจแล้ว แกริคกำลังจะได้เป็นคนสนิทของเจ้าชาย และมันดีกว่าเขาในอนาคตผมไม่อยากให้มันพังเพราะกัส”

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ แล้วคุณจะส่งกัสไปที่ไหนคะ?”

“โรงเรียนฟิโลโซเฟียร์...”

“ฟิโลโซเฟียร์คุณคิดดีแล้วหรือ”

ชนชั้นสูงส่วนใหญ่เมื่ออายุห้าถึงสิบสี่ปี พ่อแม่จะจัดหาอาจารย์มาสอนที่บ้านก่อนเข้าโรงเรียนเวทย์ตอนอายุสิบห้า ส่วนเด็กสามัญชน เด็กยากไร้ จะเรียนตามวิหารกับนักบวช หรือไม่ทางเลือกสุดท้ายก็คือโรงเรียนฟิโลโซเฟียร์

โรงเรียนฟิโลโซเฟียร์ก็เหมือนโรงเรียนสำหรับเด็กเหลือเดนดีๆ นี่เอง

ใจของกัสกระตุก ดยุกริชาร์ทไม่ต้องการเขาถึงขั้นส่งไปอยู่โรงเรียนฟิโลโซเฟียร์เลยหรือ? เด็กที่ออกมาจากโรงเรียนฟิโลโซเฟียร์ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนต่อที่โรงเรียนเวทย์ มักออกไปเข้ากิลด์เป็นนักผจญภัย หรือไม่ก็ทหารชายแดนเสียส่วนใหญ่ นิสัยก็มักเป็นคนเถื่อนไม่น่าคบ

แค่ใช้เข่ารับแข้งเจ้าชายชีวิตของเขาพลิกได้ขนาดนี้เลยหรือ? ขอเป็นท่านชายกินนอนในคฤหาสน์หรูๆ ไม่ได้หรือไง!

“ผมคิดดีแล้ว กัสไปอยู่ที่นั่นจะได้แข็งแกร่งขึ้นด้วย”

ทำเป็นพูดดี... กัสอยากจะเถียงกลับ แต่ติดอยู่ที่สถานะเขาตอนนี้คือคนแอบฟัง

“ถ้าคุณคิดว่าดีแล้วก็ตามใจค่ะ”

นี่ก็อีกคน ตอนแรกทำเป็นคัดค้านสุดท้ายแล้วก็อยากกำจัดเขาไม่ต่างกัน

แต่เอาเถอะในเมื่อคนที่นี่ไม่มีเยื่อใยอะไรกับเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องอาลัยอาวรณ์ โรงเรียนนั้นอาจจะน่ากลัวหน่อยๆ แต่มันอาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็ได้

ในที่สุดวันเดินทางไปโรงเรียนฟิโลโซเฟียร์ก็มาถึง มีเพียงดัชเชสแอนนาที่ออกมายืนส่ง หล่อนทำท่าเหมือนกับว่าไม่เห็นด้วยกับดยุกริชาร์ทที่ส่งเขาไปที่นั่น

เขาไม่เข้าใจทำไมหล่อนต้องเล่นละครฉากนี้ด้วย หรืออยากเป็นแม่ที่ดีในความทรงจำ?

หากเป็นกัสคนก่อนอาจจะมองแบบนั้น แต่นี่คือกัสคนนี้ คนที่มีความทรงจำชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าอยู่ในหัว เขามองว่าเธอไม่ใช่แม่ใจชั่ว แต่ก็ไม่ใช่แม่ที่ดีเช่นกัน แต่นั่นแหละการมีอยู่ของเธอไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเขา เขาเฉยชากับเธอไปเสียแล้ว

“เดินทางดีๆ นะกัส”

“ครับท่านแม่” กัสรับคำเบาๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าโดยไม่หันไปมองดัชเชสแอนนาอีก เธอหน้าเสียเล็กน้อยที่บุตรชายคนเล็กเย็นชาใส่ ไม่เหลียวมองจนกระทั่งรถม้าออกไปลับตา

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น