ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน

ตอนที่ 1 เมื่อระลึกชาติได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เมื่อระลึกชาติได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เมื่อระลึกชาติได้
แบบอักษร

หลังจากที่ไข้ขึ้นสูงมาสามวันติด กัส การ์เซียก็ได้รู้ว่า เขามาเกิดในโลกนิยายแฟนตาซีเรื่องหนึ่ง ที่เคยอ่านซึ่งตัวเขานั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่ออกมาปรากฏในเนื้อเรื่องเพียงไม่กี่บรรทัด เป็นคนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางเอก ที่กำลังถูกนางร้ายฆ่าตาย เพียงเพราะแอบรักเจ้าหล่อนมานานแสนนาน แต่ถ้าถามความรู้สึกของเขาตอนนี้ละก็...

เชี่ยแล้ว...

ใครจะยอมตายเพราะผู้หญิงเป็นคนเดียวกัน เขาไม่ใช่คนที่เชื่อในความรักถึงขนาดยอมแลกชีวิตหรอกนะ

ฉะนั้น คุณนางเอกครับปกป้องตัวเองให้ดีละกันนะ เรื่องความเป็นความตายของคุณผมจะไม่ขอยุ่ง

“ไข้ของท่านกัสลดลงแล้วนะขอรับ” หมอประจำตระกูลการ์เซียที่รับหน้าที่มาดูอาการเอ่ยขึ้น

“ขอบคุณครับ”

“ผมจะเรียนท่านดยุกริชาร์ทว่าท่านใกล้หายดีแล้ว”

“ทำตามที่หมอคิดว่าสมควรเถอะครับ” กัสค่อนข้างเฉยเมยกับคนในครอบครัว ก่อนที่จะได้ความทรงจำชาติก่อนมา เขาคิดว่าตัวเองจัดอยู่ในเกณฑ์เด็กมีปัญหาอยู่เหมือนกัน

กัสการ์เซีย เป็นลูกคนที่สาม มีพี่สาว และพี่ชายอย่างละคน เขาเป็นคนเดียวที่พลังเวทย์ต่ำเรี่ยดิน ร่างกายอ่อนแอ มีดีแค่ความจำดี แน่นอนว่าความจำดีไม่ได้ช่วยให้ตำแหน่งดยุกหล่นใส่หัว ดังนั้นเขาไม่ได้รับความคาดหวังใดๆ จากครอบครัว เขาจึงกลายเป็นเด็กเก็บตัวอยู่แต่บนห้องและอ่านหนังสือไปวันๆ

ส่วนตอนนี้เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเด็กมีปัญหาเช่นก่อน เพราะชีวิตในชาติที่แล้ว เขาแบกรับอะไรต่อมิอะไรมากมายกว่ากัสการ์เซียในชาตินี้มากนัก

ชาติที่แล้วเขาเกิดเป็นลูกคนโตในครอบครัวเกษตรกร เรียนจบเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ทำงานได้สามปีก็ลาออกเพราะค่าครองชีพในเมืองใหญ่สูงลิบ เงินเดือนไม่พอใช้ ไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว

อีกทั้งพ่อยังป่วยเป็นสารพัดโรค หนึ่งในนั้นคือโรคไต ที่ต้องไปฟอกอาทิตย์ละสองวัน หากไม่มีเขาขับรถพาไปฟอกที่โรงพยาบาลในตัวเมือง ก็ต้องเสียเงินเช่าเหมารถแพงๆ ไป จึงจำเป็นที่ต้องทิ้งชีวิตในเมืองกลับมาอยู่บ้านนอก

แต่นั่นไม่ลำบากเท่ากับนิสัยของพ่อที่เขาและแม่ต้องแบกรับ 

พ่อเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง พูดจากับคนในครอบครัวไม่เคยดี มีแต่ตวาดกรรโชก ท้าตีท้าต่อย วันไหนอารมณ์ร้ายมากๆ ก็เดินถือปืนรอบบ้านขู่ยิงทิ้ง

ส่วนแม่นิสัยโดยรวมเป็นคนดีน่าสงสารที่ต้องทนอยู่กับพ่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อเสีย ข้อเสียของแม่คือชอบเลี้ยงปลิง

ปลิงที่ว่าคือน้องสาวของแม่ หรือก็คือน้าของเขาเอง น้าที่ว่าทำกินไม่เป็นหลักแหล่ง มีงานอดิเรกพอกพูนหนี้สิน ชอบมายืมเงินแล้วไม่ใช้ บางทีก็ก่อหนี้ให้แม่ใช้แทน เขาท้วงติงเรื่องน้าหลายหน แต่คำตอบที่ได้มาคือน้าคือน้องของแม่ จะทิ้งกันได้อย่างไร

เขาไม่ได้อยากให้แม่ตัดขาด แต่อยากให้แม่หยุดอุ้มชูน้าได้แล้ว อาชีพเกษตรกรไม่ได้มั่นคง หมดไปหลายแสนไม่ได้คืนสักบาทมันเกินเป็นไป แม่ไม่นึกถึงฐานะครอบครัวของตัวเองเลย นั่นทำให้เขาเหนื่อยใจ เหนื่อยจนเลิกรับรู้แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเครื่องจักรให้เวลาจบไปวันๆ จะมีก็สร้างความสุขให้ตัวเองบ้างเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการอ่านนิยาย เล่นเกมก่อนนอนเท่านั้น

ฉะนั้นชีวิตของกัสการ์เซียถือเป็นชีวิตที่ดีแล้วสำหรับเขาในตอนนี้ แม้จะไม่มีใครฝากความหวังอะไรก็ไม่มีเรื่องในหนักใจให้เครียด ใช้ชีวิตชิลๆ ไปเรื่อยๆ ก็นับว่าดี

“ตอนนี้เราอายุสิบปีแล้ว อีกห้าปีถึงจะเข้าโรงเรียนเวทย์ อีกหกปีถึงจะตาย” กัสพึมพำคำนวณเวลาของตัวเอง แต่ไม่แน่ว่าอีกหกปีจะตาย เพราะเขาไม่ใช่กัสการ์เซียคนเดิม จะไม่ตายเพราะบูชาความรักแน่นอน

แต่ก็นะเขาร่างกายอ่อนแอบางทีไม่ตายเพราะช่วยนางเอก อาจป่วยตายก็ได้ เขาควรจัดการกับร่างกายนี้ให้แข็งแรงมีมัดกล้ามเนื้อเช่นเด็กผู้ชายคนอื่นๆ เสียแล้ว

หลังจากหายป่วยกัสตื่นแต่เช้ามืดวิ่งออกกำลังกายทุกวัน กินของที่มีประโยชน์ร่างกายอย่างเหมาะสม จนรู้สึกได้ว่ายามนี้เขาไม่ใช่กัสคนเดิมที่แค่เดินขึ้นบันไดก็เหนื่อยอีกต่อไป

“ตั้งแต่หายป่วยพี่รู้สึกว่านายเปลี่ยนไป” เกรซการ์เซียอายุสิบสองปีผู้เป็นพี่สาวเอ่ยขึ้นเมื่อรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน

“ผมก็คือกัสเหมือนเดิมนั่นแหละ”

“ไม่นะ...นายไม่มาแอบดู...เอ่อช่างเถอะ” เกรซตัดบท แต่กัสพอจะเดาได้แล้ว ก่อนหน้าเขาก็เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่ง มีความต้องการอยากได้ความรักจากคนในครอบครัว นอกจากจะอ่านหนังสือในห้องแล้ว เขามีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เกรซรังเกียจคือการแอบดู

เขาชอบแอบดูเกรซจัดงานเลี้ยงน้ำชากับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน ตามมุมต่างๆ เกรซมักโกรธเสมอ แต่สำหรับตัวกัสในตอนนั้นก็แค่อยากมีส่วนร่วม อยากให้พี่สาวเรียกตนเข้าไปหาก็เท่านั้น

ส่วนกับแกริคพี่ชายวัยสิบเอ็ดที่จะได้รับสืบทอดตำแหน่งดยุกในอนาคต เขาก็แอบดู แอบโฉบไปลานฝึกดาบบ่อยๆ เช่นกัน แน่นอนว่าแกริคไม่พอใจและอับอายที่น้องชายผู้อ่อนแอมักปรากฏตัวตอนที่เพื่อนๆ ผู้มีหน้ามีตาทางสังคมแวะเวียนมาฝึกดาบด้วย

“ขอโทษที่ทำให้พี่ๆ ลำบากใจก่อนหน้า แต่เชื่อเถอะ ต่อจากนี้ไปไม่มีอีกแล้วครับ” กัสเอ่ยทำเอาเกรซกับแกริคมองหน้ากัน

จะว่าไปแกริคเป็นหนึ่งในฮาเร็มของนางเอก ส่วนเกรซก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนางร้ายนี่น่า

อ่า... เกรซจะรู้ตัวไหมนะว่าเธอรักและเอ็นดูน้องชายผิดคนแล้ว

อีกหน่อยแกริคจะไม่ปกป้องเธอ จะทิ้งเธอไปถือหางนางเอก ปล่อยให้เธอรับโทษ ถูกประณามและถูกจับแต่งไปเป็นภรรยารองของขุนนางแก่คราวพ่อ

เอาเถอะยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของเขา เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจใครทั้งนั้น ชีวิตใครชีวิตมันเถอะนะพี่สาว

“ไม่ทำอย่างนั้นก็ดีแล้ว พรุ่งนี้เจ้าชายทั้งสองจะมาฝึกดาบกับพี่ชายของแก อย่าทำให้พวกเขาต้องลำบากใจ” ดยุกริชาร์ทเอ่ยหลังจากเงียบจ้องมองลูกชายเจ้าปัญหา

“ครับท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะไม่ทำให้ใครลำบากใจอีก”

“อืม... ดีแล้ว แกทำตัวอย่างนั้นทีไร ท่านแม่ของแกเครียดทุกที” ดัชเชสแอนนายิ้มเจื่อนๆ เมื่อสามีเอ่ยถึงตน ส่วนกัสไม่ได้รู้สึกอะไร เขารู้ดีว่าคนเป็นพ่อแม่ที่บอกว่ารักลูกเท่ากันนั้นไม่มีอยู่จริง มันต้องมีเหลื่อมล้ำในความรู้สึกบ้างนิดๆ อยู่แล้ว ซึ่งในตอนนี้เขาก็ไม่ได้แคร์เรื่องนั้น

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น