ถั่ว งอก.

เรื่องนี้มันก็จะหนาวๆหน่อย...

ชื่อตอน : Snowflakes: LIE LILITH

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 303

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2560 11:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Snowflakes: LIE LILITH
แบบอักษร


ณ เขตชายแดนแห่งนครเหมันต์



แม้ทุกอย่างจะแทบเป็นสีขาวล้วน แต่ยังมีต้นไม้สูงใหญ่เก้งก้างในผืนป่า สีดำของลำต้นตัดกับสีขาวของหิมะที่ร่วงหล่นปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่



เสียงกุบกับจากรถม้าที่เคลื่อนไปตามทาง ประทับรอยเกือกม้าบนพื้นสีขาวที่เย็นและนุ่ม



ดวงตาสีฟ้าราวกับน้ำแข็งเย็นยะเยือกมองออกไปนอกรถม้ายามเมื่อมันเคลื่อนไปตามทางที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนเป็นอุปสรรคต่อกงล้อรถม้ามีบ้างที่ต้องหยุดชะงักระหว่างการเดินทาง



หญิงงามวัยแรกแย้ม ผู้มีผิวพรรณขาวผุดผ่องดุจหิมะแรกของปี แม้ว่าผิวหน้าของนางจะบอบบางกว่าชาวเหมันต์ทั่วไปที่ปลายจมูกจึงมีแดงระเรื่อเล็กน้อยเพราะหิมะกัด และนางเองก็รู้สึกหายใจไม่ค่อยโล่งเมื่อถูกอากาศเย็นๆของเหมันต์พัดโชยมา



ลิลิธได้รับคำสั่งจากกษัตริย์แห่งเหมันต์ ผู้เป็นบิดาของเธอ



เนื่องในวาระฉลองครบพระชนมายุปีที่ ๔๙ ที่ใกล้จะมาถึง พระองค์ปรารถนาจะให้พระโอรสและพระธิดาทุกพระองค์อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา



มันจึงเป็นหน้าที่ของนางในการเดินทางมาแจ้งข่าวแก่พระโอรสองค์ที่สามผู้ซึ่งได้รับหน้าที่ให้มาประจำการปกป้องกำแพงเมืองแห่งนครเหมันต์ และรับตัวเขากลับมา



แม้นว่านางจะเป็นพระธิดาองค์สุดท้องแต่ก็ได้รับตั้งแต่งว่าด้วยตำแหน่งราชครูแห่งนครเหมันต์



กษัตริย์ฮันน์ทรงทราบดีว่าลูกชายของตนผู้นี้ช่างหัวรั้นและดื้อด้าน เขาคงไม่ยอมกลับมาเป็นแน่หากส่งใครคนอื่นไป เพราะองค์ชายสามนั้นยังขัดเคืองใจเรื่องที่การออกคำสั่งให้เขาเดินทางมาปกครองดูแลชายแดนราวกับเป็นการเนรเทศ



ดังนั้นหากจะมีใครพูดจาหว่านล้อมและเกลี้ยกล่อมได้ดีก็คงไม่พ้นราชครูน้อยผู้นี้



ลิลิธเธอไม่ได้กังวลเรื่องพี่ชายจอมเอาแต่ใจและขี้ฉุนเฉียว แต่เธอกำลังกังวลเรื่องที่เป็นปัญหาคาใจของนครเหมันต์


มีคนเถื่อนจำนวนไม่น้อยที่แอบเข้ามาภายในกำแพงได้


พวกนอกรีตเหล่านั้นคลั่งในลัทธิประหลาด และสามารถใช้พลังเวทฟาดฟันศัตรูได้ราวกับเป็นผู้วิเศษ พ่อมด แม่มด ผู้เล่นศาสตร์มืด บ้างก็มีรูปกายที่แปลกประหลาดผิดรูปแบบ และกราบไหว้เทพเจ้าของพวกเขาจากภายนอกกำแพงผู้มีนามว่า ‘เซกันต์’



ผู้วิเศษเหล่านั้นสร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวประชาแห่งเหมันต์



เช่นนั้นแล้ว... หมู่บ้านเล็กๆระหว่างทางเข้าสู่เขตชายแดนติดกำแพงเมือง อาจจะมีพวกนอกรีตนั้นปะปนอยู่ บางทีในฐานะของขุนนางหลวงผู้จงรักภักดีเธอควรจะเข้าไปตรวจสอบ



...เธอนั้นหาข้ออ้างหลอกข้าราชบริพารผู้ติดตามมาไปอย่างนั้นแหละ



เธอก็แค่ต้องการจะออกมาเดินเล่น



“รอข้าอยู่ตรงนี้” ลิลิธเอ่ยกับชายขับรถม้าผู้นั้นและหญิงรับใช้หนึ่งนาง เมื่อพวกเขาพยักหน้ารับ เธอก็เดินถอยหลังออกมาก่อนจะหันทางไปทางเข้าหมู่บ้านพร้อมสวมหมวกจากชุดคลุมหนังหมีสีขาวขึ้นมาคลุมผมหนาสีขาวหม่นๆที่ปล่อยสยาย และมีถักเปียประดับไว้อย่างงดงาม



พระธิดาองค์สุดท้องนั้นมักจะพกกล่องไม้ที่เอาไว้ใส่พิณสะพายหลังอยู่ตลอดเวลาแทบไม่ห่างจากตัวของนาง แต่ไม่มีใครเคยเห็นนางบรรเลงเพลงพิณนั้นเลยสักครั้ง



ลิลิธซ่อนความตื่นตาตื่นใจไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉยของนางได้อย่างเรียบเนียน ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นลอกแลกมองซ้ายขวาไปมา พบกับข้าวของแปลกใหม่ละลานตา



พวกเขาเป็นมนุษย์ปกติ ไม่มีผู้ใดที่ดูแปลกประหลาด



หรือมีท่าทีว่าเป็นพวกนอกรีต...



เสียงฝีเท้าของชายกลุ่มหนึ่งนั้นวิ่งมาแต่ไกลพร้อมร้องตะโกนออกมาอันสัญญาณให้ชาวบ้านแห่งนี้ต้องรีบเก็บข้าวของหลบซ่อนตัว



เป็นคำพูดเพียงสองคำที่ลิลิธได้ยิน มีเพียงเธอที่ยืนนิ่งหยุดชะงักท่ามกลางฝูงชนที่เริ่มแตกหือกันจ้าละหวั่นไปคนละทิศละทาง



“หมาป่า!!”



ราชครูสาวเมื่อจับศัพท์ได้นั้นก็วิ่งไปคว้าดาบจากแฝงขายอาวุธที่ปลอดพ่อค้าในยามนี้แล้วหันหน้ากลับมาเผชิญกลับชายฉกรรจ์ห่มหนังหมาป่าควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน



หมาป่านี่ไม่ได้หมายถึงหมาป่าตัวเป็นๆจริงๆงั้นเหรอ...


หญิงสาวทำสีหน้าฉงนก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนี หากว่าเธอนั้นคิดและวิ่งช้าไป หนึ่งในชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นควบม้าเร็วเข้ามาประชิดตัว ลิลิธคิดว่าชายผู้นั้นหมายจะใช้ดาบฟันเข้าที่หลังให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ



แต่เขากลับฟันสายสะพายของกล่องพิณข้างหลังของเธอตกหล่นลงกับพื้น



แทนที่นางจะรีบวิ่งหนีไป ร่างบางนั้นกลับหยุดชะงักแล้วหันกลับมาเก็บกล่องไม้ที่แสนหวงแหนนั่น



ก่อนที่จะชายถูกร่างสูงผู้ห่มหนังหมาป่ากระโดดลงมาตะคุบตัวของเธอพร้อมกับดาบของเขาที่จ่อที่คอระหงภายใต้ผ้าคลุมหนังหมีที่เธอสวมใส่ เช่นเดียวกันกับลิลิธที่หันดาบสนิมเขรอะเล่มนั้นมาทางเขา



“เจ้าเป็นพวกนอกรีตเช่นนั้นรึ” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยถามก่อนจะกดน้ำหนักมือของเขาที่จับไหล่ของนางกดร่างบางให้ติดกับพื้น



“...” ลิลิธไม่ตอบ แต่เธอใช้จังหวะนั้นเอาปลายดาบเสยหมวกเสื้อคลุมของชายตรงหน้าออกไป เผยใบหน้าที่มีแผนเป็นข้างแก้ม ดวงตาสีฟ้าเข้ม และเส้นผมสีขาวแซมทองมีเปียถักเล็กๆประดับไว้ ร่างบางนั้นเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา “ลีเวียร์...”



เธอจำแผลเป็นที่ข้างแก้มของเขาได้ เขาได้รับมันมาก็เพราะเธอ...



“เจ้ารู้จักนามของข้า...เจ้าเป็นใคร ?”



“ข้ามีนามว่าลิลิธ และข้าเป็นน้องสาวของท่าน”



เขาลดดาบลงพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปม



“ข้ามี... น้องสาวอีกคนด้วยงั้นหรือ ?”



หญิงสาวเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะฉุกเข้ามาให้เธอนึกออก...



ในวันก่อนที่เขาจะออกเดินทางมายังเขตชายแดนนั้น...



มีสิ่งหนึ่งที่ลิลิธนั้นได้หลงลืมไป ด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ชายหนุ่มผู้นี้กำลังเดินทางมาที่เขตชายแดน รถม้าของเขานั้นเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าเขาจะรอดปลอดภัย ...แต่เขาได้สูญเสียความทรงจำไปส่วนหนึ่ง



และในส่วนนั้น คือเรื่องราวของเธอ...














องค์ชายสามแห่งเหมันต์ในคราบผู้ตรวจการณ์สวมเสื้อคลุมหนังหมาป่า นำพาลิลิธและคณะเดินทางของเธอกลับมาที่ค่ายหน่วยลาดตะเวนแถวเขตชายแดน



ใกล้กับเขตชายแดนนั้นล้วนเป็นป่าสนสูงใหญ่เรียงราย และกระโจมสีขาวหลายหลังตั้งอยู่เป็นค่ายปราการห้อมล้อมคอยตรวจสอบเหล่าผู้คนที่เดินทางมาจากเมืองอื่นและดูแลความปลอดภัยชาวเมืองจากพวกนอกรีต..



แม้ว่าวิธีการของเขาจะป่าเถื่อนไปสักหน่อยจนผู้คนแตกตื่นกันยกใหญ่



นั้นก็เพราะว่าส่วนหนึ่งชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนั้นค้าขายของเถื่อนและหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีเข้าสู่กรมการคลังเพราะคิดว่าอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง



ลิลิธกระชับอ้อมกอดของผ้าคลุมหนังหมีขาวที่ห่อหุ้มร่างให้แน่นขึ้นเมื่อสายลมนั้นพัดโชยมาขณะที่เดินตางหลังของชายหนุ่ม ลีเวียร์มองเกล็ดหิมะที่เกาะเต็มผมของนาง แต่ไม่คิดจะเอื้อมมือมาปัดมันออกให้ อีกทั้งยังเบือนหน้าหนีไปพร้อมกับแหวกม่านเข้าไปในกระโจมใหญ่โดยไม่กล่าวเชื้อเชิญ



หญิงสาวถอนหายใจออกมาเป็นควันสีขาวก่อนจะแหวกม่านตามเข้าไป



ภายในกระโจมนั้นอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าเธอก็ไม่คิดจะปลดผ้าคลุมผืนหนานี้ออกห่างจากตัวเหมือนที่ชายหนุ่มทำ



“จมูกเจ้าแดงเพราะแพ้อากาศ...” ลีเวียร์พูดขึ้นหลังจากที่เขานั้นทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วยกขาขึ้นพาดกับโต๊ะทำงาน ดวงคาคมของชายหนุ่มหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ไว้วางใจ “ชาวเหมันต์น้อยคนนักจะเกิดอาการแบบนี้ เพราะมีแต่ชาวเมืองอื่นเท่านั้นเมื่อมาเยือนเหมันต์แล้วจะแพ้อากาศ”



“ข้าคงเป็นชาวเหมันต์ที่หายาก” ลิลิธพูดก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ ครั้นเธอจะเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่เธอเดินทางมา ปลายดาบแหลมคมนั้นถูกดึงออกมาจากฝักแล้วชี้เข้าหาเธอทันควัน



“อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้ข้า” ดวงตาสีฟ้าเข้มของชายหนุ่มหรี่ตามองหญิงสาว “ข้ายังไม่วางใจเจ้า นางแม่มด...”



“ข้าไม่ใช่แม่มด” ลิลิธพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉานพร้อมเชิดใบหน้าขึ้น “ข้ามาที่นี่เพราะประสงค์ขององค์ราชา”



“พระบิดา ?” คิ้วที่เป็นสีเดียวกันกับสีผมของเขาเลิกสูงขึ้นข้างหนึ่ง ลิลิธพยักหน้ารับพร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเอื้อมมือไปปัดดาบของเขาออกห่างช้าๆอย่างระมัดระวังพร้อมกับพูดออกมา



“พระบิดามีความต้องการให้ลูกทุกคนนั้นอยู่พร้อมหน้ากันในวันที่พระองค์เฉลิมฉลองพระชนม์มายุในอีกหนึ่งเดือน”



“หึ...” เสียงทุ้มนั้นแค่นหัวเราะในลำคอ ลีเวียร์หันดาบกลับมาทางเดิมแต่คราวนี้มันใกล้กับคอของหญิงสาวมากขึ้น “อีกตั้งหนึ่งเดือน ทำไมต้องแกล้งทำเป็นรีบร้อนส่งนางแม่มดอย่างเจ้ามาตามลูกนอกคอกที่โดนเนรเทศมาอยู่ชายแดนด้วยเล่า”



“ข้าไม่ใช่แม่มด...” ลิลิธเอ่ยแก้ตัว แม้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะแกล้งทำเป็นหูทวนลมเธอก็ยังคงยืนยันว่าเธอไม่ใช่แม่มด ครั้นเมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายผู้เอาแต่ใจหญิงสาวก็รู้ดีว่าการเจรจาเรียกตัวกลับครั้นนี้คงจะล่มไม่เป็นท่าแน่ บางทีเธอควรจะพูดอะไรแก้สถานการณ์



ว่าแล้วร่างบางก็ขยับเข้ามาใกล้ทำให้ตอนนี้ปลายดาบนั้นจิ้มที่ลำคอผ่านขนหนาของหมีขาว ลีเวียร์จ้องมองหญิงสาวนิ่งงัน เธอจึงค่อยๆพูดออกมา “แล้วก็สิ่งที่องค์ราชาทำไม่ใช่การเนรเทศท่าน...”



“...” องค์ชายลำดับที่สามของเหมันต์นั้นเงียบไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของเขากำลังให้ความสนใจฟัง



“มันเป็นการเตรียมพร้อมต่างหาก” ลิลิธพูดพร้อมคลี่ยิ่มออกมาบางๆอย่างเจ้าเล่ห์



“สำหรับอะไร ?” คิ้วหนาของชายหนุ่มเลิกสูงขึ้นอีกครา



“เพื่อให้ท่านเตรียมตัวสำหรับการเป็นราชาที่ดี” หญิงสาวตอบออกมาด้วยใบหน้าชื่นมื่น ดวงตาสีฟ้าใสของเธอนั้นจ้องมองเขานิ่งอย่างไม่ละสายตาแม้ว่ากำลังพูดโป้ปด



ลีเวียร์แค่นหัวเราะ ก่อนจะเก็บดาบยาวเล่มนั้นที่จ่อคอระหงของนางเข้าฝัก “...ถือว่าเป็นคำโกหกที่สร้างสรรค์มาก”



“ข้าเป็นถึงราชครูแห่งนครเหมันต์ ต้องเชี่ยวชาญเรื่องโกหกหลอกลวงด้วยเป็นเรื่องธรรมดา”






NEXT Chapter: two loaves

“ที่ไหนงั้นหรือ ?

“...ซ่อง”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}