เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 13 คราปักษากลายเป็นนางมาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 คราปักษากลายเป็นนางมาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 384

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2562 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 คราปักษากลายเป็นนางมาร
แบบอักษร

ตอนที่ 13 คราปักษากลายเป็นนางมาร 

ผืนพงไพรส่องแสงอรุณสาดระยับแพรวพราวดั่งโลกในละอองแก้วกระจกล่องหน ณ สุสานประจำเมืองอันเงียบงัน สุขสงบ ว่างเปล่า และเดี่ยวดาย ยามนี้คล้ายช่วงฤดูกาลผันแปรจากไอร้อนผ่าวสู่กลิ่นชื้นแฉะกรุ่นไอดินโคลน ณ มุมหลุมศพและหลังกำแพงรั้วทมิฬ เหล่าอสุราไร้กายสังขารลุกโยกแขนและแตกตื่นดั่งว่ามีตำรวจบุกเข้าทลายรังโจร เมรัยยิ้มเจื่อนสีหน้าเอือมระอาสี่ส่วน ทุกตนต้องตกใจเช่นนี้หรือเวลานางมาเยี่ยมกขอความช่วยเหลือ เหตุใดพวกเขาถึงหวาดกลัวนางราวแม่เสือเยี่ยงนี้ 

แม้กาลก่อนนางเคยเสกไฟสวรรค์เผาวิญญาณสองสามดวง 

“กลับไปเลย ยัยแม่มด” 

“ไสหัวไป” 

“ก กรุณากลับเถอะ..”แม้กระทั่งผีสตรียังหวาดเกรงฤทธิ์อำนาจแห่งศาสตร์มืดดำ เมรัยกระแอมมิยอมแพ้ต่อเสียงอ้อนวอน นางยืนตระหง่านหน้าป้ายหลุมศพหินเทา รอตัวแทนกลุ่มวิญญาณเผยตัวรับหน้าที่เจรจา นารียืนนิ่งส่ายหน้าโคลงศีรษะแลรอบสวนสุสานร้าง นางมองไม่เห็นวิญญาณและมิอาจยินเสียงพวกเขา 

“เมรัยกำลังคุยกับวิญญาณหรือ..”ดวงดาวน้อยแผ่วเสียงถามนุ่มนวลด้วยความใคร่รู้สงสัย นารีเคยฟังเรื่องภูตผีในเล่าสนทนารอลกองไฟคราวเข้าค่ายลูกเสือ แต่นางมิเคยพบเจอตั้งแต่ไรมา นางหลบหลังเมรัยลอบแลรอบข้างอีกครั้ง แต่ก็มิอาจมองเห็นพวกวิญญาณไร้รูปลักษณ์ สาวน้อยเพ่งสายตาลองใช้ดวงตาวิเศษที่นางครอบครอง กระนั้นยังมิอาจสบเผชิญหรือจับต้องไอวิญญาณอีกพิภพ ช่างน่าเสียดาย 

ภายในป่าใต้เงาพฤกษายักษ์ เมรัยคลี่ยิ้มลี้ลับดั่งราชินี นางได้ยินเสียงกรีดร้องโหยห้วนและเห็นความวุ่นวายชุลมุน ผิดกับนารีที่มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสุสานอันเงียบเหงาอันมีแอ่งน้ำฝนส่องแสงแพรวระยับดั่งมีมณีล้ำค่า 

ปลาน้อยบรรจงจูบเศษแก้วแตกจมในบ่อน้ำตื้น สกุณาน้อยโพนบินเหนือยอดสนไวต์ พลันผีเสื้อปีกเหลืองบินสลับเล่นสนุกเคียงคู่ชีวิต 

เมรัยและนารีดั่งพวกนางยืนอยู่คนละฝั่ง พิภพคนเป็นและดินแดนคนตาย แม้แต่รัชทาบาทแห่งดวงดาวก็มิอาจข้ามมาฝั่งของเมรัย โลกแห่งความตายที่มีเปลวไฟสีเขียวโชติช่วง 

“ไม่ต้องห่วง พวกเขามิอันตราย” 

หมอผีน้อยหลุบตาปิดบังความเศร้าบอบบาง เพื่อนถามว่าวิญญาณอยู่ที่ไหน เมรัยมิตอบเพราะว่าตรงหน้านารีตอนนี้มีวิญญาณโจรสลัดกำลังยกสองนิ้วเป็นเชิงทดสอบว่านารีมองเห็นมันหรือไม่ ผีโจรสลัดแลบลิ้น ชักดาบจอคอสาวน้อย กระนั้นไม่ว่าทำเช่นไร นางก็มิรับรู้และหันมองเมรัยด้วยสายตาไถ่ถามจนปัญญา 

เมรัยก้มหัวและพลิ้วตัวหันเข้าแท่นหลุมฝังศพ ตะโกนะเรียกสุดเสียง 

“ออกมากันซะที ข้ามิมีเวลาว่างทั้งวันนะ ต้องกลับไปนอนกลางวันอีก” 

“เงียบเลยยัยหนู สถานที่แห่งนี้มิต้อนรับหมอผีที่เอาไฟสวรรค์มาเผาพวกข้าจนหางไหม้” 

“นั้นมัน..มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ว่าที่หลังข้าจะระวัง” 

นางกอดอกพลางช้อนตามองผีนก วิญญาณวิหกแห่งโบราณกาลที่ตายแล้วไม่มีที่ไป ร่างกายพร่าพรากมิอาจแตะต้อง ปีกสองข้างยืดยาวต่างแขนและมือ มันเกาะบนป้ายหลุมศพของคนที่ชื่อดิกซ์และกำลังสะบัดปีกดั่งนักโต้วาที ส่วนหัวไม่มี เพราะตอนมันตายมันถูกสะบั้นศีษระจากร่าง วิญญาณผีนกมีชื่อว่า วอนเดอร์หรือที่เจ้าตัวเรียกขานตัวเองว่า [จักรพรรดิแห่งอาชานาคาริเคียงฝ่าพระบาท] 

“ใครมันจะเชื่อฮึ” 

“เรื่องจริงยัยหนูขี้คร้าน สมัยก่อนข้าคือผู้ลากรถเทียบสุลาลัย”เจ้าวอนเดอร์เอ่ยพูดโดยไม่มีหัว มันกระโดดย่ำกรงเล็บบนแผ่นหินจนบังเกิดเสียงกริ่งๆและกำปีกท่าทางองอาจพลันชี้ปีกใส่ซากกระดูกขาวผ่องที่นอนตายข้างๆหลุมศพ โครงกระดูกนกส่วนปีกชี้ฟ้าพร้อมสองขาที่ชักงอ สภาพการตายเหมือนดิ้นๆและขาดใจอย่างน่าสมเพช มิได้ยิ่งใหญ่สมนามเรียกขานแม้แต่น้อย 

“ช่างเรื่องอดีตอันเล็กเท่าถั่วของเจ้าเถอะ วันนี้พวกข้า..” 

“ไม่ ข้าไม่ฟัง” 

“…จะฟังดีๆหรือจะให้ข้าเผาเจ้าไปฟังเจ้าไป” 

“…อย่างแรกละกันยัยหนู” 

วอนเดอร์ยืดหลังตอบด้วยความภูมิใจ เขามิอยากผิดใจหมอผีหน้ามึนที่ไม่รู้จะจุดไฟเผาขนอันสวยงามวิจิตเมื่อใด เมรัยสมองวิกลจริตควรอยู่ให้ห่างแต่หากห่างมากจนอีกฝ่ายไม่ชอบก็น่าเป็นห่วงชีวิตนกผอมแห้งและมีขนปีกร้อยยี่สิบสี่ก้าน วอนเดอร์ขยับเท้าและยกปีกลูบขนอก ท่าทางหุ่นกระบอกแข็งทื่อและวางมาดดั่งนักไวทยากรสร้างความรำคาญให้หมอผีตัวเล็ก เจ้าวิญญาณนกหัวขาดชอบพิรี้พิไร ครั้งจะพูดก็ตัวแข็งเหมือนกำลังคิดว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี 

ปานประหนึ่งพ่อค้าทาสกำลังครุ่นคิดหาทางหลอกลูกค้าให้ซื้อทาสอีกสองคน หากตกลงวอนเดอร์ก็จะแถมหมาให้หนึ่งตัว 

“เชิญเจ้า…กล่าว”เจ้าผีลากเสียงยาวจนคนฟังอยากตบปาก กระนั้นน่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่มีหัว เมรัยสูดลมเต็มปอดพลางโพลงอย่างจริงจัง 

“มีเด็กคนหนึ่งขึ้นเขามาและช่วยยายแก่เอาไว้ ไม่รู้ว่าตอนไหน พวกเจ้าเคยเห็นเด็กคนนั้นหรือไม่” 

“พวกข้าเคยเห็นแต่ท่านสุภาพสตรีหลังงอเก็บสมุนไพร” 

บรรดาผีผงกหัวให้คำประกาศต่างความคิดเห็นทุกตน เจ้าผีสับขาและกระพือปีกบินเกาะกิ่งไม้แห้ง มันลองเงี่ยหูถามพวกวิญญาณคนชรา พวกท่านส่ายหน้าดิกๆครั้นวอนเดอร์กระโดดโลดเต้นไปถามวิญญาณหญิงสาวผูกคอตาย นางก็ส่ายหน้าไม่รู้มิเห็น “แล้วเจ้ามีความคิดอย่างไร กัปตันจาคอปร์”เจ้านกบินกลับมาเกาะหลุมศพดังเดิมพลันผายปีกชี้วิญญาณโจรสลัดข้างหลังนารี 

“#%#@%%#%$#” 

แน่นอนว่าวลีจ้าวสมุทรของโจรสลัดไม่ใช่สิ่งที่บรรดาคนโง่และชาวเมืองบนแผ่นดินจะฟังเข้าใจเจ้านกผงะในท่าผายปีกและม้วนทั้งสองปีกคืนพลางตอบเมรัยด้วยการจ่อคอใส่ 

“เจ้าฟังออกหรือไม่” 

“ไม่” 

“ข้าก็ฟังไม่ออก” 

สรุปคือวิญญาณในสุสานไม่มีใครเห็นเด็กที่พวกเมรัยตามหา ไม่มีใครรู้เรื่องเด็กเล่นวิ่งไล่จับบนขุนเขาต้องห้ามและอาณาเขตป่าสุสาน หมอผีน้อยมาเสียเที่ยวเสียเพลา วอนเดอร์หัวเราะเยาะด้วยการเขย่าอกและสั่นปีกพลั่งๆ เจตนากวนประสาทเมรัย แม่นางน้อยหมดความอดทนอุ้งมือกระชากวิญญาณนกและเขย่าๆๆๆๆ 

“อ๊ากก อั๊กก” 

“นี่แนะๆ”ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เมรัยคิดถามพวกวิญญาณเพราะว่าพวกนี้อาศัยในป่าควรจะเห็นเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตหลังบ้านตนเองนะ 

“เมรัยกำลังทำอะไรหรือ” 

“ข้าจะหักคอไอ้นกบ้านี่” 

ดวงดาวน้อยเห็นเพื่อนกระชากความว่างเปล่าและกำลังทำท่าทางบีบเค้นบางสิ่ง นารีบอกได้เลยว่าตอนนี้เมรัยเหมือนคนบ้าอย่างมาก เพราะนางทำราวกับว่ามีตัวอะไรสักอย่างอยู่ในอุ้งมือจริงๆ บรรยากาศยามนี้สำหรับนารีนั้นเงียบครึม ผิดกับเมรัยที่เดือดจัด 

“#$%$#%#@” 

“จ เจ้าโจรสลัดจะพูด..แคกกๆๆปล่อยข้าก่อน” 

“หา” 

“#$#@%#@$!!!@$@#$?!@” 

“ไม่เข้าใจย่ะ”เมรัยมิสนใจโจรสลัดที่พยายามสื่อสารอย่างทุ่มเทมุ่งมั่น นางมั่วแต่ให้ความสนใจเรื่องบีบคอผู้บังอาจท้าทายนาง สาวน้อยเขย่าๆจนวอนเดอร์อยากอ้วกแตก เสียแต่มันไม่มีหัว โจรสลัดผู้สุภาพและมีนามว่าจาคอปร์มิรู้จะช่วยห้ามหมอผีน้อยเช่นไร เขาจึง 

“stop!!!” 

“…”เงียบหมดป่า เมรัยค้าง วอนเดอร์อึ้ง ผีทั้งปวงอ้าปากผงะตะลึง 

“#@$@#$”โจรสลัดชักดาบขึ้นสนิมและเดินมาหลังป้ายหลุมศพพลันปักดาบแทงพื้นตรงหน้าเมรัยและวอนเดอร์ โจรสลัดไว้เคราสีเทายาวลากพื้นสวมชุดหนัง และใส่หมวกกัปตัน เขาผายมือและกำมือในท่าห้ามปรามราวทูตหยุดมหาสงคราม “#@%$#@%#$”ท่านผีโจรสลัดเค้นเสียงและพูดอย่างองอาจหาญกล้าประหนึ่งขุนพลทะเลแปดคาบสมุทร แต่ก็นั้นแหละ ไม่มีใครฟังออกว่าท่านโจรสลัดพูดสิ่งใด 

แววตาเหวอนับร้อยพุ่งเป้ามองเขา โจรสลัดแห่งน่านน้ำทะเลแดงจึงยกมือตีหน้าผากอย่างปลงตก เพี๊ยะ… 

“ท่าน…จักรพรรดิวิญญาณ…”เขาเปล่งน้ำเสียงแหบพร่าด้วยภาษาชาวแคว้นแมรี่ คำพูดแต่ละคำกว่าจะเปล่งนั้นช่างยากลำบาก ทำเอาผีโจรสลัดเหงื่อแตก ลิ้นพักกันยุ่งเหยิง เขาไอแคกๆและกางแขนรอฟังความเห็นเพื่อน เข้าใจ? 

“…”ทั้งป่าเงียบกริบ ครั้นได้ยินชื่อท่านผู้นั้น ทุกผู้ราวโดนเมดูซ่าสาปเป็นหิน 

“…” 

ทุกคนทุกตนอึ้งเป็นรูปปั้น ผีโจรสลัดตบหน้าผากอยากตาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีสิทธิ์ตายอีกครั้ง 

“จักรพรรดิวิญญาณ”ครั้งนี้เขาตะโกนเต็มน้ำเสียง พลันทุกคนร้อง อ่อ 

“บางทีท่านอาจรู้”เจ้านกชูปีก เมรัยขว้างมันอัดป้ายหลุมศพ พลางมันตั้งตัวและปีนขึ้นด้านบนป้ายและยืนอย่างทระนงดั่งพึ่งกลับจากสนามรบ “ท่านโจรสลัดคงอยากบอกพวกเจ้าว่า ท่านจักรพรรดิวิญญาณรู้ว่าใครคือเด็กที่เจ้าตามหา” 

บรรดาผีพยักหน้ากึกๆ บางทีเรื่องที่พวกเขาไม่ทราบ ท่านอาจทราบ 

“ท่านชอบเดินเล่นแถวเชิงเขา” 

“เช่นนั้นหรือ” 

อย่างน้อยก็มีเบาะแส เมรัยถามชุมชนผีว่านางจะพบท่านจักรพรรดิวิญญาณได้อย่างไร หวังว่าคงพบง่ายๆนะ 

“ท่านมิค่อยยุ่งเกี่ยวกับพวกข้านัก เรียกว่าท่านรักสันโดษและแปลกแยก…”วอนเดอร์ปีกลูบคอ มันเป็นคนลากรถให้ท่านผู้นั้น 

“ผมรู้ว่าท่านเลี้ยงจิ้งจอกทองเอาไว้ตัวหนึ่ง หากตามหามันเจอก็เจอท่านกระมัง” 

เด็กน้อยที่ตายด้วยโรคร้ายไขข้อสงสัย เมรัยอมยิ้มมือลูบหัวเขาแทนคำขอบคุณ พลันได้รับสิ่งที่ตามหาแล้ว หมอผีน้อยจึงกล่าวอำลาและลากสหายออกจากสถานที่แห่งแสนพิลึกพิลั่น มิน่าเหยียบย่างกราย 

“ประเดี๋ยวยัยหนู ของเซ่น!!” 

“อ่ะ เกือบลืมเสียแล้ว” 

เมรัยฝากของเซ่นไว้กับนารี ดวงดาวน้อยยิ้มจืดรู้สึกไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ดั่งว่านางเป็นคนนอก ครั้นเมรัยถามหาของที่ฝากไว้ นารีจึงเปิดประตูโยดาและหยิบถุงใส่ขนมส่งให้เมรัย “เอาไปเลย”เมรัยวางถุงลงพื้นอย่างนิ่มนวลราวนนางฟ้า ไม่มีการจุดธูปและกล่าวบทสวดใดๆ 

“ไม่ให้พรหน่อยหรือยัยหนู” 

“พรให้ไปสู่สุขติเอาหรือไม่” 

“ไม่ขอรับ ข้ายังต้องรับใช้ท่านผู้นั่น” 

สุสานขนาดใหญ่และรกร้าง กลุ่มผีวิญญาณร้ายทยอยมุดหัวจากหลุมหลบภัยขึ้นแย่งอาหารของเซ่นอย่างหิวกระหาย วอนเดอร์ไม่ยอมให้ใครแย่งขนมจึงตั้งกฎให้ดวงวิญญาณเล่นพนันกัน ใครชนะก็ได้ไป ใครแพ้ก็มุดหางกลับบ้านกลับหลุมไปซะ ครั้นวอนเดอร์ใช้กลอุบายเอาชนะทุกตนจนได้ครอบครองของเซ่นและต้องพ่ายแพให้แก่ความตรงไปตรงมาของกัปตันจาคอปร์… 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น