ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 25 ทำตามแผน 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 25 ทำตามแผน 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2560 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 25 ทำตามแผน 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECT: 25


ตีสาม...


วาณิริณนั่งอยู่ในห้องด้วยความกระวนกระวายในหัวใจ เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่ริดหาดที่ผ่านมาภาคิณและภากรพาร่างของชลธิชาไปส่งโรงพยาบาลตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆแล้วตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวอะไรกลับมาเลย


ก๊อกๆ !!


หญิงสาวรีบวิ่งไปที่ประตูแล้วสอดสายตาออกไปยังตาแมวของบานประตู เห็นเป็นร่างสามีของเธอจึงรียเปิดให้เขาเข้ามา "เป็นยังไงบ้างคะ?" วาณิริณถามด้วยความเป็นห่วง


ภาคิณมีสีหน้าเคร่งเครียดส่ายหัวเล็กน้อยเป็นคำตอบให้เธอ ร่างสูงเดินเข้ามาช้าๆแล้วนั่งลงที่ปลายเตียงโดยมีภรรยาของเขาตามมาอยู่ด้วยข้างๆ "พี่กับพี่กรพยายามแล้วแต่ว่าช้าเกินไป ชลธิชา..."


วาณิริณสวมกอดเอวของเขาหลวมๆ คางมนเกยอยู่บนไหล่ขวาของเขา "ต่างกรรมต่างวาระค่ะ ถึงเวลาก็ต้องชดใช้กันไป"


"หึ! แต่ก็อย่างว่า...แม่ต้องมาพิการเพราะเจ้านายถ้านึกเกลียดก็ไม่เห็นแปลก พี่พยายามแล้วจริงๆที่จะไม่เอาเรื่องและจะกันไว้เป็นพยายานคนสำคัญ สุดท้ายก็ลงเอยแบบนี้" น้ำเสียงหนักใจของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วง "ณิริณนอนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องขึ้นเรือแต่เช้า"


เธอยิ้มบางๆ "นอนบนเรือก็ได้ค่ะ คืนนี้ไม่นอนแล้ว" มือเล็กดันตัวเขาให้เอนลงไปนอนกับเตียงหว้าง "พี่คิณต่างหากค่ะที่ต้องพักผ่อน"


พึ่บ!!


มือใหญ่กระตุกร่างเล็กให้ลงมานอนข้างๆเขา ท่อนแขนแกร่งวาดเกี่ยวกอดกายสาวไว้แนบตัว ปากหยักจุมพิตที่หน้าผากมน "ไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย" ภาคิณรู้สึกกังวลอยู่ในใจ เขากลัว...กลัวว่าถ้าหากแผนการทุกอย่างไม่สำเร็จนั่นมันหมายถึงทั้งหมดในชีวิตของเขา ลำพังตัวเองนั้นไม่ค่อยเท่าไหร่หรอกแต่ครอบครัวของเขานี่แหละที่อาจจะต้องมาเดือดร้อนไปด้วย โดยเฉพาะวาณิริณ...


ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาวาณิริณนั้นสัมผัสได้ หญิงสาวเงยหน้าแล้วยิ้มบางๆ สองมือยกขึ้นแตะเบาๆที่แก้มสากของเขา "อย่าคิดมากสิคะ! มันเป็นเรื่องที่เราควรจะทำ พี่คิณสัญญาได้ไหมคะว่ามีอะไรจะไม่ปิดบังกัน"


ภาคิณพยักหน้าเล็กน้อย "พี่สัญญา"


สองสามีภรรยาคุยกันจนท้องฟ้าเริ่มสว่างก็เตรียมตัวที่จะขึ้นเรือสำราญหรูลำใหญ่ เป้าหมายในครั้งนี้คือการกระชากหน้ากากของการันต์ออกมาให้ได้ เมื่อถึงเวลาทั้งสองครอบครัวก็มาส่งพวกเขาที่ท่าเรือ...กระเป๋าสัมภาระที่เตรียมไว้ถูกลูกเรือนำไปไว้ยังห้องพักที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว ร่ำลากันจบก็เดินควงกันขึ้นเรือไปแต่ก่อนหน้าภาคิณก็ยังไม่ลืมที่จะสั่งงานสำคัญให้กับเทวินทร์


"ยินดีต้อนรับนะ...ครับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง" สารวัตรณัฐเศรษฐ์ที่อยู่ในมาดของผู้จัดการของเรือสำราญลำนี้ผายมือเชิญคู่สามีภรรยาเข้าสู่ด้านใน แน่นอนว่าตอนนี้ทีมตำรวจได้ครอบครองหน้าที่บนเรือเกือบทั้งหมดโดยไม่มีใครสงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย "กุญห้องของคุณทั้งสอง ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ของเรารอให้บริการอยู่ด้านใน ขอให้มีความสุขนะครับ" สารวัตรหนุ่มเลือกที่จะส่งกุญแจให้วาณิริณพร้อมกับข้อความที่ใครบางคนอยากพบเธอ


"ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มอ่อนโยนแต่ใบหน้าดูอ่อนเพลีย ภาคิณพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะประคองร่างของภรรยาคนสวยออกไปจากบริเวณนี้ 


เมื่อมาถึงยังห้องพัก...


ห้องสวีทบนเรือสำราญถูกจัดเตรียมไว้สำหรับทั้งคู่โดยเฉพาะ...ห้อวนี้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูงและไม่ค่อยมีสิ่งใดมารบกวน ผู้กองธีรารัตน์ในบทบาทของหัวหน้าแม่บ้านบนเรือได้ทำหน้าที่อย่างแนบเนียน "บริการนี้พิเศษสำหรับคู่ฮันนีมูนค่ะแล้วก็..."


"ในนี้ไม่มีใคร ไม่ต้องตีบทแตกขนาดนั้นก็ได้นะผู้กอง" ภาคิณนั่งลงเงียบๆบนโซฟาสีขาวสะอาดตา "คุณดูพะอืดพะอมแปลกๆนะ เมาเรือหรอ?"


ผู้กองสาวยิ้ม "คงงั้นมั้งคะ? แต่ระวังตัวหน่อยก็ดีเพราะคนที่กำลังสู้ด้วยก็ไม่ธรรมดา ฉันตรวจดูในห้องนี้จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีกล้องและเครื่องดักฟัง ขอยืมตัวภรรยาของคุณสักครู่นะคะ อึก.."


"ไหวไหมคะผู้กอง?" วาณิริณถามด้วยความรู้สึกเป็นห่วง


"ไหวค่ะ เราไปด้านในกันก่อนดีกว่า" พูดจบผู้กองธีรารัตน์ก็รีบพาตัววาณิริณเข้าไปยังห้องนอน ผู้กองสาวที่รู้สึกไม่ค่อยดีก็วิ่งเข้าไปยังห้องน้ำแล้วาเจียรออกมาไม่หยุด


วาณิริณตกใจจึงรีบตามเข้าไปดู "ไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยนะคะ"


ผู้กองธีรารัตน์เงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม "ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ สามสี่เดือนแรกก็คงจะแพ้หนักเป็นธรรมดา"


"ผู้กองกำลัง...."


"ใช่ค่ะ...ฉันท้อง แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ฉันจะคุยกับคุณ" พูดจบก็พากันออกมานั่งที่ปลายเตียง "จากที่ฉันสอบถามเด็กที่เป็นเหยื่อพวกค้ามนุษย์...พวกเขาบอกว่านายการันต์ร่วมมือกับคนมีหน้าตาในสังคมและนักการเมืองจะส่งเด็กพวกนั้นไปขายยังชายแดนมาเลฯ และคุณ...คือสินค้าที่ลูกค้าของพวกมันต้องการ" วาณิริณนั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออก การันต์ยังคงตามราวีเธอไม่ยอมเลิกลา...ต้องเลวขนาดไหนถึงได้มองคนอื่นเป็นดั่งสินค้าไว้แลกขายไปมาประดุจสิ่งของแบบนี้ "ฉันต้องการเตือนให้คุณอย่าประมาท ไอ้การันต์มันเล่ห์เหลี่ยมเยอะกว่าที่เราเห็น ที่ต้องมาคุยกันสองต่อสองเพราะฉันรู้ว่าหากสามีของคุณรู้เข้าคงบุกไปฆ่าไอ้การันต์แน่ๆ"


"เขาคงรู้บ้างแล้วค่ะ...ฉันจะระวังไม่ให้เป็นภาระของทุกคน" ความไม่ประมาทคือทางรอดทางเดียวของวาณิริณ เธอจะต้องทำทุกทางไม่ให้การันต์ได้สมหวังและถูกดำเนินคดีเสียที 


"เข้าใจก็ดีแล้วค่ะ อ่อ...ฉันมีอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอ อย่าบอกเรื่องที่ฉันท้องให้แชมป์หรือคนอื่นๆรู้ได้ไหมคะ?" 


"ทำไมล่ะคะ? ไม่นานสารวัตรก็ต้องรู้อยู่ดี"


ผู้กองธีรารัตน์ได้แต่ถอนหายใจแล้วลูบท้องของตัวเองเบาๆ "เพราะถ้าเขารู้ เขาคงส่งตัวฉันกลับและให้ฉันลาออกจากราชการแน่นอน...ฉันตั้งใจจะสะสางคดีของคุณภูษิตให้จบซะก่อน แต่เจ้าตัวเล็กคงใจร้อนอยากจะรู้ว่าพ่อกับแม่ทำงานอะไรมั้งคะ!" แววตาหวานปนเศร้าเล็กน้อยมองวาณิริณเชิงอ้อนวอน "ช่วยปิดเรื่องนี้ไว้จนกว่าจะจับกุมไอ้การันต์สำเร็จได้ไหมคะ? คดีเป็นคดีสุดท้ายของฉันแล้ว ฉันอยากจะทำให้สำเร็จก่อนมี่จะหันหลังให้กับอาชีพนี้"


"ก็ได้ค่ะ !! แต่ผู้กองต้องระวังดีๆนะคะ..." ตาปรือๆคล้ายกับคนใกล้หลับเต็มทีทำเอาผู้กองธีรารัตน์หลุดขำออกมา 


"พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ เอาไว้เดี๋ยวฉันจะมาช่วยแนะนำบางอย่างให้" ผู้กองสาวยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป ภาคิณที่กำลังจะเคลิ้มหลับถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแล้วดีดตัวขึ้นมานั้งในท่าปกติ "ธุระของฉันเสร็จแล้วค่ะ ขออภัยที่รบกวน"


"หึ! หน้าที่นี่ครับ ผมเข้าใจ" ทันทีที่ผู้กองสาวออกจากห้องนี้ไปแล้วเขาก็รีบเข้าไปยังห้องนอนทันที วาณิริณพยายามฝืนลืมตาแต่ทนไม่ไหวเผลอหลับไปทันทีที่หัวได้แตะหมอน ภาคิณมองแล้วยิ้ม...เขาจัดท่านอนให้ภรรยาสาวก่อนที่ตัวเองจะล้มตัวลงนอนข้างๆ สอดมือเข้าใจ้เอวบางแล้วซุกใบหน้าลงที่ซอกคอขาว "ฝันดีนะครับ...ที่รัก"


ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน...


อือ...


วาณิริณเริ่มขยับตัวหลังจากที่ได้ฟื้นพลังกายขึ้นมาบ้างแล้ว ร่างอรชรพลิกตัวช้าๆเพราะไม่อยากให้คนที่กำลังสวมกอดเธออยู่ตอนนี้ตื่นขึ้นมา มือเล็กค่อยๆหยิบแขนของเขาออกแล้วลุกออกจากเตียงนอยไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น ตากลมจ้องมองตัวเองมนกระจกก็นึกถึงคำพูของผู้กองสาวที่กล่าวเตือนเธอเอาไว้


วาณิริณเดินวนไปมาก็คิดขึ้นได้ว่าเธอยังไม่เคยหัดใช้อุปกรณ์ที่ภาคิณให้พกติดตัว แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้มันไม่ใช่แนวทางของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายก็ต้องทำเพื่อป้องกันตัวเองและไม่ให้เป็นภาระแก่คนอื่นๆ


"เฮ่อ แล้วฉันจะกล้าแทงใครไหมล่ะเนี่ย" ตากลมมองมีดพกสั้นในมือก็ทอดถอนหายใจ มดสักตัวยังไม่เคยบี้แต่กลับต้องมาสู้กับคน...ถ้าเพื่อความอยู่รอดยังไงก็ต้องทำ ค้นดูกระเป๋าไปสักพักก็เห็นอุปกรณ์ที่มีเพิ่มเติมขึ้นมาสองชิ้น นั่นคือเครื่องช็อตไฟฟ้าและซองยานอนหลับ "อดทนเอานะณิริณ เราต้องเปิดโปงคนชั่วให้ได้"


"ใช่ อดทนเอาอีกนิดเดียว"


"พี่คิณ...ทำไมตื่นไวจังคะ?" ร่างบางค่อยๆหันไปหาคนที่ยืนพิงตู้เสื้อผ้าข้างหลังเธอ "เพิ่งจะบ่ายกว่าๆเอง"


"พอดีขยับตัวแล้วตุ๊กตาที่พี่กอดอยู่นั้นหายไป เลยจะมาพากลับไปนอนที่เดิม" ร่างสูงย่อตัวลงพร้อมกับขโมยหอมแก้มนิ่มด้วยรอยยิ้ม "มาสิ! เดี๋ยวพี่จะสอนวิธีใช้ของพวกนี้ให้" ภาคิณอธิบายถึงขึ้นตอนและวิธีการใช้สิ่งของที่พอจะช่วยป้องกันวาณิริณจากภัยคุกคาม เธอพยายามเรียนรู้และจดจำเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือตัวเองในยามคับขัน โดยเฉพาะเครื่องช็อตไฟฟ้าที่ดูเหมือนว่าเธอจะชอบเป็นพิเศษ


เวลาหกโมงเย็น...


เหล่าเซเลปไฮโซที่ถูกเชิญมาร่วมงานประมูลเครื่องเพชรการกุศลก็แต่งตัวหรูหราอวดประชันกันอย่างเต็มที่ เครื่องประดับราคาแพงที่พวกเขาสวมใส่กันนั้น...วาณิริณมองแล้วรู้สึกปวดคอแทน


สองสามีภรรยาเดินควงกันเข้ามายังบริเวณงานท่ามกลางสายตาของทุกคน วาณิริณในชุดราตรียาวสีขาว เธอแต่งหน้าทำผมดูสวยสมวัยแม้ว่าบนร่างจะมีเครื่องประดับชิ้นเล็กๆเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้เธอโดดเด่นที่สุดในงาน...ไม่ต่างอะไรกับผู้เป็นสามี ภาคิณในชุดสูทสีดำเรียบหรูเดินโอบเอวภรรยาสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเป็นปกติ ผู้หญิงหลายคนได้เห็นต่างก็พากันเสียดายในความหล่อและมีฐานะของเขา...


"แหม ควงกันมาขนาดนี้ กลัวภรรยาหายไปจากงานหรอคะ พี่คิณ!" ญาดาในชุดสีแดงเลือดนกเดินเข้ามาทักทายแต่ว่าสายตากลับมองเหยียดใส่วาณิริณ "พี่คิณไม่ได้บอกภรรยาหรอคะว่า...เวลาเข้าสังคมไฮโซควรจะแต่งตัวแบบไหน เฮอะ! แต่ก็อย่างว่านะคะ มาจากท้องไร่ท้องนาอยู่แต่ในกะลาก็คงจะไม่รู้ว่าชนชั้นสูงเขาทำตัวกันยังไง" ใบหน้าโฉบเฉี่ยวหยัดยิ้มมุมปาก ญาดาตั้งใจพูดเสียงดังให้วาณิริณเกิดความรู้สึกอายต่อหน้าผู้คนมากมายในสถานที่แห่งนี้ 


ภาคิณกำหมัดแน่นหมายจะเดินเข้าไปเอาเรื่อง วาณิริณรู้ทันจึงรีบยกมือแตะที่อกข้างขวาของเขา "หมาจะกัด เราก็ไม่ควรไปกัดกับหมานะคะพี่คิณ"


"นังณิริณ!!" ญาดาแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาโดยไม่ได้แคร์สายตาคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย "หึ! ปากดีไปให้ตลอดเถอะ อีกไม่นานแกได้ไม่เหลือความเป็นคนอยู่แน่"


"อย่าคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่คุณกับอีกหลายๆคนในนี้คิดจะทำนั้นจะสมหวังง่ายๆนะคะ หน้าตาก็สวย ฐานะ ชาติตระกูลที่เพียบพร้อมอย่างคุณก็น่าจะมีคนเข้ามาให้เลือกมากมาย แต่แปลกนะคะ..." วาณิริณยกสองมือขึ้นจับแขนของภาคิณเอาไว้ "วันๆคิดแต่จะหาทางแย่งสามีของฉัน ไม่เหนื่อยหรอคะ?"


ภาคิณลอบยิ้มยินดี นอกจากภรรยาของเขาจะดำเนินแผนการไปอย่างแนบเนียนแล้วยังแสดงความหึงหวงเขาต่อญาดาออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ญาดาหน้าชาคล้ายโดนตบมองสองคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นในทรวง


แปะ! แปะ! แปะ!!


เสียงปรบมือดังขึ้นมาไกลๆ การันต์ที่ดูสถานการณ์เดินปรบมือแหวกฝูงชนเข้ามา แววตาและท่าทางของเขาไม่ต่างอะไรกับพวกที่ชอบมีบุคลิกแอบแฝง "ปากยังดีเหมือนเดิมเลยนะ กล้าดีนี่ที่ยังขึ้นเรือลำนี้มาทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร ไม่มีทางรอดกลับไปง่ายๆหรอกเว้ย"


ภาคิณยังคงมีสีหน้าเย็นชาใส่ "อย่าชะล่าใจก็แล้วกัน ใครอยู่ใครไปเดี๋ยวมึงก็รู้" พูดจบก็หันหน้ามาทางภรรยาสาว สายตาที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่เขามองวาณิริณยิ่งสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจของญาดา "ไปด้านโน้นดีกว่าครับที่รัก...แสดงได้ดีมากนะ" ก้มลงกระซิบข้างๆหูของเธอ


วาณิริณหันกลับไปสบตาเขาระหว่างที่กำลังเดินออกมา "บางอย่างก็ไม่ใช่การแสดงค่ะ พูดแบบนี้พี่คิณคงจะเข้าใจ"


"ฟอด! เข้าใจสิ พี่แค่รอให้ณิริณพูดออกมาก็เท่านั้น" พากันมาอยู่ในที่เงียบๆสองต่อสองภาคิณก็ถอนหายใจออกมาหลายครั้ง วาณิริณได้แต่นั่งนิ่งๆแล้วกุมมือของเขาเอาไว้ "ที่ณิริณต้องทำหลังจากนี้คือพยายามยุแยงให้ญาดาแสดงตัวตนออกมา ผู้หญิงคนนี้ถ้าริษยาใครมากๆก็จะเผยความลับที่เราอยากรู้ออกมาเอง"


"กับญาดาคงไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่กับการันต์...ณิริณกลัวทำพลาด ผู้ชายคนนั้นคิดจะขายณิริณไปทางมาเลฯ แสดงว่าต้องมีแผนแยบยลที่เราคาดไม่ถึง"


สองมือโอบประคองใบหน้าสวยหวานแล้วยิ้มให้เธออีกครั้ง "พี่จะไม่ปล่อยให้มันมาทำอะไรเมียพี่แน่ๆ พี่สัญญา...ถ้าณิริณมีบาดแผลหรือรอยอะไรก็ตาม พี่จะฆ่ามันเอง"


#####


กรุงเทพฯ

กลับมาถึงบ้านได้ภากรก็รับหน้าที่อธิบายให้นาตยาเข้าใจถึงการหายตัวไปของภูชิต คุณผู้หญิงของบ้านได้รับรู้เช่นนั้นก็รู้สึกใจหายเพราะไม่คาดคิดว่าคนใกล้ตัวจะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้


"พี่น้องกันแท้ๆยังทำได้ลง กร...แม่ไม่อยากให้กรกับคิณต้องเป็นแบบนั้นเลย" นาตยานัยตาแดงคล้ายจะร้องไห้ เพิ่งมารู้ก็วันนี้ว่าสามีของเธอเลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกายตลอดเวลา เพราะความเป็นพี่น้องจึงไม่คิดระแวงสงสัยจึงถูกแว้งกัดได้โดยง่าย


"แม่ครับ ผมกับไอ้คิณไม่มีทางที่จะทำร้ายกันแน่นอน แม่สบายใจได้เลยครับ...ทุกวันนี้ผมสองคนทำทุกอย่างเพื่อจะคลี่คลายคดีของพ่อแต่ก็ยังเหลืออีกสองสามคน" สีหน้าหนักหน่วงแสดงออกมาจนคนเป็นแม่รู้สึกกังวล "แม่อย่าคิดมากเลยครับ คิดแค่ว่าไอ้คิณมันจะได้หลานกลับมาให้แม่หรือเปล่าจะดีกว่า"


เพียะ!


ได้ยินเช่นนั้นก็เอื้อมมือไปตีลูกชายคนโตด้วยความหมั่นไส้ "หนูณิริณใจแข็งจะตายไป แม่ยังคิดอยู่นะถ้าคิณไม่ลักพาตัวไปคราวแล้วเนี่ยป่านนี้ก็คงตามจีบอยู่แน่ๆ แม่เองก็อยากจะมีหลานไว้เป็นเพื่อนเล่น...อยู่บ้านคนเดียวเหงาชอบกล" ภากรยิ้มที่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของนาตยาได้ "ว่าแต่เราเถอะ! คืนที่หายไปกับหนูณิชาน่ะไปทำอะไรเขาไว้บ้าง หืม?"


"ก็แค่อบรมเด็กดื้อเฉยๆครับ ได้ผลดีใช่ไหม? โอ้ยย!!"


นาตยาหยิกเข้าที่สีข้างของเขา "ไว้ใจอะไรได้บ้างไหมหะ? อะ อ้าว...แล้วจะไปไหนล่ะกร กร! แม่ถามนี่ได้ยินไหม?" สายตาหันมองตามลูกชายที่รีบเดินห่างออกไป


ภากรหันมายักคิ้วให้สองที "ไปเลี้ยงดูเด็กครับ"


ร่างสูงเดินขึ้นชั้นสองของบ้านอย่างสบายอารมณ์ เขาเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองซึ่งมีอีกคนครอบครองเตียงนอนอยู่ในเวลานี้...วาณิชาหลับมาตลอดทางตั้งแต่แยกกับกลุ่มพนักงานของบริษัท เดิมทีแล้วภากรจะไปส่งเธอที่คอนโดแต่เปลี่ยนใจจึงพามาไว้ที่บ้านของเขาแทน


"อื้อ อย่ากวนสิ" เสียงอู้อี้พร่ำบอกพร้อมใช้มือปัดป่ายไปทั่ว ภากรที่เป่าลมเบาๆแกล้งคนที่นอนหลับอยู่ก็หัวเราะชอบใจอยู่ไม่น้อย สายตามองเห็นข้อความทางไลน์ของสาวน้อยแจ้งเตือนมาเป็นระยะจึงนึกสงสัยขึ้นมา


ฟู่! ฟู่!


"งื้ออ พี่กร!!" ลืมตาขึ้นมาได้ก็คาดโทษอีกฝ่ายทันที "ไม่หลับแล้วก็ได้"


"โอ๋ๆ เด็กน้อยทำไมขี้งอนจริงๆ" พูดจาเล่นลิ้นยิ่งทำให้วาณิชารู้สึกขุ่นเคืองมากกว่าเดิม "อะๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ พอดีมีเรื่องอยากจะถามณิชาหน่อย..."


"เรื่อง?"


ภากรให้เธอปลดล็อคโทรศัพท์แล้วถือวิสาวะเปิดอ่านข้อความนั้น พอได้เห็นประโยคหลังๆก็เริ่มขมวดคิ้วเป็นปม "คนชื่อปอกับนายณวัฒน์นี่เป็นอะไรกัน? ดูท่าอยากจะรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับณิริณนะ"


วาณิชามีสีหน้าไม่เข้าใจ "ก็...คงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก็จริงที่ปอชอบถามเกี่ยวกับพี่ณิริณแต่คิดว่ายูคงฝากมาถามก็เท่านั้น" เธอเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์กลับคืนมา "พูดแบบนี้สงสัยอะไรหรอ...คะ?" เกือบลืมที่จะใส่คำลงท้ายเพราะให้ฟังแม้น้ำเสียงจะห้วนๆก็ตาม


"ปละ เปล่า..." ภากรตัดบทสนทนาก่อนจะยืดตัวขึ้นหยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง กล่องของขวัญชิ้นเล็กถูกวางไว้บนมือของเธอ ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นในหัวใจ "ว่าจะให้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วมีแต่เรื่องวุ่นวายเลย...เอามาให้ตอนนี้ดีกว่า แกะสิ!"


วาณิชาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรีบแกะริบบิ้นออกด้วยความอยากรู้ เมื่อเปิดกล่องออกจึงได้เห็นสร้อยเงินมีจี้รูปดาวติดอยู่ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกดีใจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันดูดีกว่าของแบรนด์เนมที่เธอแกล้งให้เขาซื้อให้เสียอีก "สวยจัง"


ชายหนุ่มคว้าสร้อยเส้นนั้นแล้วเข้าไปที่คอของเธอ "สัญญาสิว่าจะไม่ถอด"


"ไม่รับปาก"


"ณิชา!!" ภากรเสียงแข็งจนยัยตัวแสบหลุดขำออกมา


"ขึ้นอยู่กับว่าพี่กรจะทำตัวยังไง เอ...แบบนี้คิดจะจองตัวณิชาไว้หรอ?" วาณิชาดึงเข้าไปแนบชิดกับเจ้าของห้องห้องนี้ เสียงหัวใจเต้นแรงพลันจะหลุดออกมาจากตัวยิ่งได้เห็นสายตาที่เขามองเธอก็คล้ายกับว่าถูกสะกด เขากำลังสะกดให้เธอไม่กล้าละสายตา


"ถ้าบอกใช่ล่ะ จะได้รางวัลเป็นอะไรน้า..."


"มะ ไม่มี ปล่อยเลยนะแล้วพาณิชาไปส่งที่คอนโดด้วย" สองมือเล็กดันอกของเขาให้ออกห่างก่อนจะรีบลงจากดตียงนอนแล้วหายวับเข้าห้องน้ำไป


ภากรหัวเราะพลางส่ายหัวไปด้วย "วัยเจริญพันธุ์น่าฟัดแบบนี้นี่เอง"


Arrr Arrr


"ว่าไงเทวินทร์...อืม...ส่งเข้ามาที่เมลของฉันตอนนี้เลย" ร่างสูงไม่รอช้าที่จะรีบเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็คหลักฐานใหม่ที่ได้มา ราวๆสิบนาทีก็ได้รับอีเมลจากเลขาหนุ่มของน้องชายจนครบถ้วน ในนั้นคือคลิปที่หุ้นส่วนหน้าม้าทั้งสองคนสารภาพถึงเบื้องหลังว่ามีใครบ้าง หลักฐานการยักยอกทรัพย์ของภูชิต ที่มาของอะไหล่ยานยนตร์ปลอมที่ปะปนเข้ามาในบริษัทและ...เหตุจูงใจที่ทำให้พวกอิทธิพลมืดต้องสังหารพ่อของเขาอย่างเลือดเย็น 


"พวกฉันยอม ยอมแล้ว!! ถ้า...ถ้าฉันสองคนไม่ทำตาม อึก พวกมันก็จะฆ่าลูกเมียฉัน ยะ อย่าให้พวกมันรู้เรื่องนี้นะ นอกจากคุณภูชิตกับคุณวิวัฒน์แล้ว ก็มีคุณการันต์กับคุณณวัฒน์ที่ได้ผลประโยชน์ร่วม อึก มีนายใหญ่อีกคนแต่พวกฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร ฉะ...ฉันพูดจริงๆนะ ส่วนเรื่องของคุณภูษิตที่ตายน่ะ รู้แค่ว่ามีเบื้องบนสั่งมาว่าเขาขัดผลประโยชน์ของนักการเมืองหลายคนเลยถูกกำจัด อึก..."

"ณวัฒน์!...แล้วไอ้นายใหญ่นั่นมันคือใคร?" ภากรเอ่ยชื่อนั้นเบาๆเพราะมีอยู่ในคำสารภาพที่อยู่ในคลิป เขาเริ่มสืบหาข้อมูลและประวัติส่วนตัวของผู้ชายคนนั้นอย่างละเอียดในทันที


วาณิชาเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขากำลังคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอนึกสงสัยจึงเข้าไปดูใกล้ๆ "สงสัยอะไรก็ถามณิชาได้นี่ ไม่เห็นต้องมาค้นกูเกิ้ลเลย"


ชายหนุ่มหันหน้าไปหาเธอ "พ่อกับแม่ของไอ้นี่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แล้วจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเพื่อนของณิชาได้ยังไง? เคยพูดอะไรเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทณิริณไปให้ฟังบ้างหรือเปล่า?"


วาณิชาส่ายหัว "ไม่เคย งานของพี่ณิริณ...ณิชาไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยหรอก แต่ถ้าถามพี่ปิงปองหรือคนในคนอื่นๆล่ะก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตามกฎก็คงไม่มีใครเอาความลับองค์กรไปพูดกะบคนนอกหรอก"


"ดี ถ้าเช่นนั้น...หลังจากนี้คนชื่อปอมาถามอะไรเกี่ยวกับณิริณหรือไอ้นี่ฝากถามมาก็ตาม ณิชาห้ามพูดแม้จะรู้ดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่อยากให้สิ่งที่ณิริณสร้างมาต้องสลายไป...สิ่งที่ณิชาต้องทำก็คืออยู่ห่างๆจากคนๆนี้"


"คะ...ค่ะ" แม้จะไม่เข้าใจมากนักแต่เธอก็รับปากแต่โดยดี 


ภากรก็อปปี้หลักฐานทั้งหมดแล้วไรท์ใส่แผ่นดีวีดีเตรียมส่งให้ทางตำรวจเพิ่มเติม สิ่งที่เขาต้องติดตามหลังจากนี้คือการสืบเรื่องของณวัฒน์ให้มากยิ่งขึ้น และจะต้องรู้ให้ได้ว่านายใหญ่คนนั้นที่สั่งฆ่าพ่อของเขามันคือใครกัน


_______________100%_________


มาแย้วววว ไรท์หลบไปทำใจเรื่องสามีจุงกิประกาศแต่งงานนานไปหน่อย ฮรือๆๆๆๆ

เจอกันตอนต่อไปจ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น