Aomjai

ขอบคุณทุกการสนับสนุน

EP6 | เหตุเกิดในน้ำ

ชื่อตอน : EP6 | เหตุเกิดในน้ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2560 14:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP6 | เหตุเกิดในน้ำ
แบบอักษร


หลังจากที่จัดการเรื่องในร้านเสร็จ ภาคินสั่งให้เสี่ยวฉิงกลับจวนสกุลหยางเพื่อช่วยงานแม่นมเหยา ส่วนตัวเขาเดินทางไปยังค่ายผู้ยากไร้พร้อมกับอิ่งฉิน

“อิ่งฉินดีใจยิ่งนักที่ผู้ยากไร้มีค่ายให้อาศัยอยู่เช่นนี้” อิ่งฉินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเดินผ่านประตูค่าย

“นั่นสิ ท่านอ๋องเจ็ดที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดตั้งค่ายผู้ยากไร้ช่างน้ำใจงามยิ่งนัก” ภาคินมาแจกทานในค่ายนี้หลายครั้งหลายครา จึงทราบว่าผู้ก่อตั้งคือท่านอ๋องต้วนหานเฟิงหรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าท่านอ๋องเจ็ด

แม้มิเคยได้เข้าเฝ้า แต่เขาก็รู้สึกชื่นชมด้วยใจจริง น้อยยิ่งนักที่ผู้สูงส่งจะเห็นใจและสงสารในความยากลำบากของผู้ด้อยชนชั้นเฉกเช่นท่านอ๋องผู้นี้

“สำหรับอิ่งฉิน คุณหนูมีจิตใจที่งามกว่าท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

“เจ้าเยินยอข้าเกินไป ข้ามิอาจเทียบเคียงผู้ที่มีบุญบารมีอำนาจเทียมฟ้าได้หรอก เจ้าไม่เห็นหรือ เพียงไม่นานค่ายขนาดใหญ่เช่นนี้ผุดขึ้นมาราวถูกเสกด้วยมนตรา ข้าในตอนนั้นคงไม่มีทางทำได้ถึงเพียงนี้” ภาคินยอมรับ ยิ่งอำนาจและเงินทองมีมาก ไม่ว่าจะทำเรื่องใดก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายไปเสียหมด ดูอย่างค่ายขนาดใหญ่เช่นนี้ยังสามารถถูกเนรมิตขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่วันได้

“สำหรับอิ่งฉินแล้ว คุณหนูคือคนแรกๆที่เห็นถึงความยากไร้ของคนที่นี่ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร น้ำใจคุณหนูก็งดงามยิ่งกว่าเจ้าค่ะ”

“เดี๋ยวนี้เจ้าช่างพูดเสียจริง”

“อิ่งฉินพูดความจริงเจ้าค่ะ”

“เอาเถิดขืนฟังคำหวานจากเจ้าต่อ ข้าคงกลายเป็นคนหลงตนกันพอดี” ความช่างพูดของนาง ยิ่งฟังยิ่งหุบยิ้มไม่ลง จึงต้องเอ่ยปรามออกไป

“พี่สาว! พี่สาวมาแล้ว!” น้ำเสียงคึกคักยินดีของเด็กๆดังขึ้น เมื่อเห็นว่า คุณหนูชุดขาว ผู้มีจิตใจงดงามราวเทพเซียนก้าวเข้ามาในค่าย

สำหรับทุกคนที่นี่ คุณหนูชุดขาว ถือเป็นผู้มีพระคุณคนแรกๆ นางมักมาบริจาคทานอยู่เสมอ มีทั้งข้าวปลาอาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์พืชผัก ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆที่นี่ยังได้รับเครื่องเขียนจากนางด้วย นางจึงเป็นที่รักยิ่งนัก

“คุณหนูให้ข้าน้อยช่วยถือนะเจ้าคะ” หญิงหลายนางเข้ามาช่วยถือสิ่งของต่างๆ เดินตรงไปยังเรือนกลางสถานที่สำหรับไว้ชุมนุมสำหรับกิจต่างๆ

“ขอบใจมาก นี่เป็นขนม้าที่ข้าขอมาได้”

“ขนม้าหรือเจ้าคะ?”

“ถูกต้อง คราก่อนข้าสอนให้พวกเจ้า ทำด้ามแปรงสีฟันแล้ว ครานี้ข้าจะสอนให้พวกเจ้า ถักร้อยขนม้าเข้ากับตัวแปรง”

“ขนม้าเยอะแยะเช่นนี้ คงได้แปรงสีฟันมากล้นจนใช้ไม่หมดแน่ๆขอรับ” ชายชราเอ่ย นางไม่เพียงไม่หวงความรู้ นางยังช่วยจัดหาอุปกรณ์มาสอนให้ด้วย

“ใครบอกว่าข้าจะให้พวกเจ้าใช้กันเองอย่างเดียวเล่า?”

“คุณหนูหมายความว่า?”

“เมื่อพวกเจ้าทำออกมา ร้านเสี่ยวกันจะรับซื้อและช่วยขายให้พวกเจ้า”

“จริงหรือขอรับ!”

“จริงสิ ในอนาคตหากเจ้าสรรหาอุปกรณ์เองมิได้ ข้าจะหาให้และหักต้นทุนค่าอุปกรณ์ ส่วนที่เหลือพวกเจ้าก็รับไป ข้าจะมิเอาผลประโยชน์ใดๆจากพวกเจ้า” ร่างระหงเอ่ยออกมา ทำให้เกิดเสียงดังฮือขึ้นมาในกลุ่มคนเหล่านี้

แม้ท่านอ๋องเจ็ดจะหาอาชีพให้แก่ผู้ยากไร้ได้ แต่ก็มียังมีบางกลุ่มหลงเหลืออยู่ เป็นกลุ่มคนชรา พิการ ร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถใช้แรงงานได้เฉกเช่นหนุ่มสาวทั่วๆไป ผู้ยากไร้เหล่านี้จึงยังว่างงาน

ภาคินจึงคิดหางานให้คนพวกนี้ทำ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงมาก ไม่ต้องลงทุนสูง และที่เขานึกออกก็คือการทำแปรงสีฟันนั่นเอง

หลังจากที่ทดลองทำไว้ใช้เองกับบ่าวในเรือน ด้วยขนสัตว์นาๆชนิดแล้ว พบว่าขนม้าเหมาะกับการนำมาทำเป็นขนแปรงที่สุด อีกทั้งยังหาได้ง่าย คนส่วนใหญ่ในแค้วนต้องใช้ม้าไว้เป็นพาหนะ และอย่างไรเสียขนม้าต้องถูกตัดแต่งอยู่ตลอด ทิ้งไปก็เปล่าประโยชน์สู้เอามาสร้างเป็นอาชีพให้คนที่นี่ดียิ่งกว่า

“ท่านมีจิตใจงดงามยิ่งนัก เปรียบนางฟ้านางสวรรค์มาโปรดพวกเราจริงๆ”

“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย ตัวข้าช่วยเพราะมีใจอยากช่วยจริงๆ” อย่างน้อยจะได้มีบุญติดไปตอนตายบ้าง

ประโยคหลังภาคินกล่าวในใจอย่างติดตลก หวังว่าในร่างนี้จะไม่ต้องทรมานเก้าวันเก้าคืนอีก

“พวกข้าน้อยจะตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยดึงมือของคุณหนูชุดขาว ผู้ที่นางเทิดทูนมากุมแนบกลางอกของตน

“ถ้าเช่นนั้นมาเริ่มกันเถอะ”

“เจ้าค่ะ/ขอรับ”

บรรยากาศในค่ายตั้งแต่ที่คุณหนูชุดขาวเหยียบย่างเข้ามา จวบจนถึง ณ บัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น จนทำให้ผู้ที่แอบยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

หลังจากที่สอนถักขนแปรงสีฟันเสร็จ เหล่าบรรดาเด็กๆ ก็เข้ามาห้อมล้อม บางคนอวดภาพวาด บางคนอวดตัวอักษรที่หัดเขียนด้วยกระดาษและพู่กันที่ได้รับแจกไปจากคุณหนู

“ดอกหญ้าที่ขึ้นริมน้ำที่ช่างงดงามนัก” ภาคินเอ่ยชมภาพวาดของเด็กหญิงคนหนึ่ง

“นั่นสินางรู้จักใช้สีด้วยนะเจ้าคะเหมือนภาพวาดของคุณหนูเลยเจ้าค่ะ” อิ่งฉินเอ่ยขึ้น ในขณะที่ภาคินยิ้มขำขันเมื่อนึกถึงภาพของตน

อภินิหารจากภาพที่ติดไว้ชวนเชื่อให้ผู้คนรู้จักสบู่ ส่งผลให้ศิลปะในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลง!

แม้ว่าภาพนั้นจะถูกวาดขึ้นด้วยทักษะพอใช้ของทั้งเขาและกันหนี่ว์ กลับมีนักสะสมมาขอซื้อด้วยราคาที่สูงลิ่ว เพียงเพราะมีการใช้สีในการวาด

สีที่ได้ก็มาจากต้นไม้ ดอกไม้ รวมไปถึงหินสีที่มีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ

ยิ่งคิดยิ่งขำภาพสีภาพแรกในประวัติศาสตร์ของแคว้น ถูกแข่งกันประมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆที่มันเป็นเพียงภาพโฆษณาสบู่ของเสี่ยวกันแท้ๆ

“หลินหลินใช้สีตามคุณหนูเจ้าค่ะ” คำพูดของเด็กหญิงเจ้าของภาพทำให้ภาคินหลุดออกมาจากห้วงความคิด

“เจ้าเก่งมาก สีเขียวอ่อนที่เจ้าใช้ดูสีสดงดงามยิ่ง” เสียงหวานเอ่ยชม ทำให้เด็กหญิงคลี้ยิ้มกว้างยืดอกภูมิใจที่ได้รับคำชมจากคุณหนูชุดขาว

“หลินหลินใช้ต้นหญ้าริมน้ำเจ้าค่ะ ขยี้กับน้ำแล้วออกสีง่าย มีกลิ่นหอมด้วยนะเจ้าคะหลินหลินชอบกลิ่นของมันมากเลยเจ้าค่ะ”

“มีกลิ่นหอมงั้นหรือ?” พอได้ยินว่ามีกลิ่นหอมก็อดสนใจขึ้นมิได้

“เจ้าค่ะ พี่สาวลองดมดูสิเจ้าคะ กลิ่นยังติดอยู่นิดๆ”

“อืม มีกลิ่นติดอยู่ แต่มันจางแล้ว” จมูกโด่งรั้นดมภาพของเด็กหญิงแล้วขัดใจนิดๆ มันบางเบาจนตัดสินไม่ได้ว่าเป็นกลิ่นแบบใด

“ถ้าอย่างนั้นหลินหลินพาไปชมของจริงดีหรือไม่ อยู่ตรงริมริมแม่น้ำติดกับค่ายนี่แหละเจ้าค่ะ”

“ดีเหมือนกัน” ภาคินยอมรับคำชวน ให้ขณะที่อิ่งฉินหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาเสียดื้อๆ

“คุณหนูจะไปประเดี๋ยวนี้เลยหรือเจ้าคะ?”

“อืม เจ้ามีปัญหาอันใดหรืออิ่งฉิน?”

“อิ่งฉิน เอ่อ...คือ...ปวดหนักเจ้าค่ะ” นางขยับเข้ามากระซิบกระซาบใบหน้าแดงระเรื่อ

“เอาเถอะ เจ้าไปจัดการกิจส่วนตัวของเจ้าให้เรียบร้อย จากนั้นค่อยตามข้ากับเด็กๆไป”

“แต่แม่นมเหยา บอกให้อิ่งฉินตัวติดกับคุณหนูนะเจ้าคะ” อิ่งฉินดื้อดึง เป็นเพราะหลังจากที่ได้โอสถ ได้ตำราฝึกยุทธ์ นางก็เลื่อนขึ้นพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว 

ตอนนี้นางอยู่ในระดับสามขั้นต้นแล้ว แม่นมเหยาจึงมอบหมายหน้าที่องค์รักษ์เพิ่มให้ พร้อมกำชับให้นางตามดูแลเขาทุกฝีเก้า หากไม่มอบหมายงานสำคัญให้ นางก็มักจะเป็นเงาตามตัวเขาอยู่ตลอดเวลา

“แล้วอย่างไร เจ้าคงไม่ลากข้าไปนั่งหน้าห้องปลดทุกข์ ดมกลิ่นของเจ้าหรอกนะ”

“โธ่คุณหนูก็...”

“เอาน่า มาที่นี่บ่อยจะตาย ไม่มีเรื่องอันตรายหรอก เจ้าจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วตามไปก็แล้วกัน” ร่างระหงกับเด็กๆเดินกันจูงมือไปทางริมแม่น้ำโดยไม่อยู่รอให้อิ่งฉินเอ่ยสิ่งใดคัดค้าน

“นั่นไงเจ้าคะ หญ้าที่หลินหลินใช้” เด็กหญิงชี้ไปทางต้นหญ้าสีเขียวอ่อนที่ขึ้นอยู่ริมตลิ่ง

“อันนี้นะเหรอ?”

“เจ้าค่ะ!” พอเด็กน้อยยืนยัน มือเรียวเล็กก็ขยี้ส่วนใบของมัน เกิดเป็นกลิ่นหอมลอยออกมา

“ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน กลิ่นคล้ายน้ำหอมผู้ชาย” เจ้าตัวพึมพำ เขาไม่ใช่ผู้รอบรู้ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าที่มิติเดิมโลกเดิมมีหญ้าชนิดนี้อยู่หรือไม่

“พี่สาวชอบหรือไม่เจ้าคะ?”

“ชอบมาก ถ้าพี่สาวเอาไปเป็นกลิ่นสบู่จะต้องขายดีแน่” สบู่มีกลิ่นที่กำลังจะวางขาย มีกลิ่นสำหรับผู้หญิงเป็นหลัก หากได้กลิ่นแบบนี้ไปอาจผลิตสบู่ที่เหมาะกับชายชาตรี จนพวกคุณชายทั้งหลายต้องพากันแห่มาซื้อแน่ๆ

ว่าแล้วความโลภก็เริ่มบังตา ภาคินเดินลุยน้ำเลาะตลิ่งเก็บต้นหญ้าเสียเต็มกำมือ

“ให้พวกหลินหลินช่วยไหมเจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง เด็กๆไม่ต้องลงน้ำมา คอยรวบรวมไว้ให้พี่สาวข้างบนก็พอ” ว่าแล้วก็โยนต้นหญ้าขึ้นฝั่งให้เด็กๆช่วยกันถือ นึกถึงความปลอดภัยของเด็กๆ แต่ไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเอง

“เฮ้ย!!!” ร่างระหงลื่นจากตลิ่งที่เกาะอยู่ ตกลงไปกลางน้ำ!

“พี่สาว!” / “ใครก็ได้ช่วยพี่สาวที พี่สาวตกน้ำ!” เสียงหวีดร้องของเด็กๆดังลั่น!

“ชุดหนักเชี่ยๆ” คนจะตายไม่มาห่วงภาพลักษณ์คุณหนูหยางกันหนีว์ ชุดหนักจนคนว่ายน้ำได้อย่างปลาก็ต้องจม! ตะเกียกตะกายมากเท่าใดเหมือนชุดยาวๆหนักๆพวกนี้พยายามลากจมดิ่งลงไปในน้ำมากขึ้นเท่านั้น!

ถอด...

ในเมื่อชุดหนักต้องถอด มือเล็กตะกุยดึงชุด แม้ด้านนอกจะหลุดออกไปแล้ว แต่ที่เหลือก็ยังหนักอยู่ดี!

ถอดอีก...

งานนี้ถอดจนเหลือแต่เอี๋ยมด้านบนกับผ้านุ่งส่วนล่าง สองแขนจะว่ายสู่ผิวน้ำแต่ดันหมดแรงเสียก่อน! ร่างระหงค่อยๆแน่นิ่ง

ถอดเกือบหมดยังจะจมอีก...

ถ้าตายแบบนี้ก็ไม่ทรมาน แต่สงสาร หยางกันหนี่ว์ นางต้องถูกประณามแน่ๆที่ตายในสภาพเกือบเปลือยเช่นนี้

“หวืด! พรวด!” ทั้งที่เกือบจะตัดใจปลงตกกับห้วงสุดท้ายของชีวิต ก็ถูกใครบางคนดึงขึ้นมาเหนือผิวน้ำ!

“แค่กๆ...”

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงทุ้มของผู้ที่ฉุดดึงขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เมื่อดรุณีน้อยสำลักน้ำจนใบหน้าแดงก่ำ

“ข้า...แค่ก...แค่ก ขอบใจท่านมากจริงๆ ข้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” น้ำเสียงที่เคยหวานบัดนี้แหบแห้งเอ่ยขอบคุณ  แล้วปรือตาขึ้นมองผู้ที่มีน้ำใจกระโดดลงมาช่วย

“...”

ทว่า!

ผู้มีพระคุณไม่มองหน้าตอบเลยสักนิด!

หน้าอกอวบอิ่มภายใต้เอี้ยมตัวบางเปียกน้ำลู่ราบติดสัดส่วน จนเห็นยอดปทุมถันต่างหากที่ผู้มีพระคุณกำลังจ้องอยู่!

“ไอ้ลามก!”/ “พลั่ก!” มือบางกำหมัดแน่นชกลงไปบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง!

“เจ้า!”

“ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นคนดีเสียอีก!” ภาคินผลักและพยายามดิ้นออกจากวงแขนแกร่ง! ถึงไส้ในจะเป็นชายแต่ถูกจ้องตาไม่กระพริบอย่างนี้ก็เลือดขึ้นหน้าโกรธเป็นเช่นกัน!

“เจ้าหยุดดิ้นเดี๋ยวนี้! อยากจมน้ำตายหรืออย่างไร!” เจ้าของวงแขนแกร่งตวาดดุ เมื่อทั้งตัวเขาและนางยังอยู่กันกลางน้ำ

“ข้ายอมจำน้ำตาย! ปล่อยข้านะ! ไอ้โจรเด็ดบุปผาชั่ว!”  ร่างระหงดิ้นเร่าๆ ปากก็ร้องด่าไปด้วย!

“บุปผาไม่ถึงวัยปักปิ่นเช่นเจ้ามีอะไรให้เปิ่นหวางอยากเด็ดกัน!?”

อะไรที่เจ้ามองตาวาวนั่นแหละ ที่มันทำให้เจ้าอยากเด็ด! เอาสิ! เถียงสิว่าเจ้าไม่ได้มองนมข้า!” ภาคินตอกกลับอย่างรวดเร็ว แต่นั่นส่งผลให้ผู้มีพระคุณก้มมองหน้าอกอิ่มอีกครั้ง และครานี้ใบหูของเขาก็แดงก่ำขึ้นมา

“ข้า…”

“คุณหนู! ตายแล้วปล่อยคุณหนูของข้านะ!” อิ่งฉินตามมาทีหลังเห็นเหตุการณ์พอดี ทำให้ภาคินอับอายยิ่งขึ้นจึงกำหมัดประเคนลงบนใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรง!

“พลั่ก!”

“ไอ้คนมากราคะ!” งานนี้ภาคินดิ้นหลุดจากวงแขนแกร่งตะเกียกตะกายเข้าหาอิ่งฉินที่ริมฝั่ง

“ฮือออ...คุณหนูเจ้าคะ เจ้าโจรนั่นบังอาจทำกับคุณหนูเยี่ยงนี้” อิ่งฉินร้องไห้ออกมา นางอยากจะตรงไปจัดการชายผู้นั้น แต่การปกป้องร่างกายคุณหนูที่เกือบเปลือยสำคัญกว่า จึงรีบคว้าเสื้อคลุมสีดำที่ไม่รู้ว่าผู้ใดทิ้งเอาไว้ริมตลิ่ง มาห่อหุ้มกายของคุณหนู

“พาข้ากลับเดี๋ยวนี้อิ่งฉิน!”

“แต่อิ่งฉินควรจะจัดการมันก่อนเจ้าค่ะ!”

“ข้าหนาวข้าอายนะอิ่งฉิน!” ภาคินขึ้นเสียงสั่ง

“เจ้าค่ะ! อิ่งฉินจะพาคุณหนูกลับเดี๋ยวนี้” ว่าแล้วนางก็ดึงร่างคูณหนูขึ้นหลัง ใช้พลังยุทธ์วิ่งลัดเลาะป่าหายไปจากริมแม่น้ำ ทิ้งให้คนถูกตราหน้าว่าเป็นโจรเด็ดบุปผา โจรลามก มองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“เปิ่นหวางไม่ได้ถอดผ้าของนางนะ” เขากล่าวขึ้นเมื่อหยิบผ้าของนางที่จมอยู่ในน้ำขึ้นมา

“กระหม่อมเห็นแค่ด้านหลังของท่านอ๋อง ไม่รู้ว่าท่านเป็นผู้ถอดหรือไม่ จึงไม่อาจเป็นพยานให้ได้พะยะค่ะ” องครักษ์เอ่ยด้วยใบหน้ากลั้นยิ้มสุดความสามารถ

“แต่ท่านอ๋องจ้องนมพี่สาว”

“ใช่ๆ ตาเป็นมันเลย” เด็กๆที่นั่งอยู่ริมตลิ่งเอ่ยความจริงขึ้นอย่างไร้เดียงสา

“อ่า...ท่านอ๋อง...ท่านทำแบบนั้นนางก็ตบแต่งให้ผู้ใดมิได้แล้ว”

“ข้า...” เสียงท่านอ๋องเงียบไป ในขณะที่ดวงตาคมเอาแต่จ้องผ้าของหยางกันหนีว์ในมือ...



โปรดติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}