Aomjai

ขอบคุณทุกการสนับสนุน

EP4 | สร้างช่องทางทำมาหากิน

ชื่อตอน : EP4 | สร้างช่องทางทำมาหากิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2560 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP4 | สร้างช่องทางทำมาหากิน
แบบอักษร


เหตุการณ์ปะทะที่ผ่านไปได้หนึ่งวัน คนก็รู้กันทั่วทั้งจวน แต่กลับไม่มีใครตามมารื้อฟื้นเรื่องที่คุณหนูรองกล้ารับบ่าวเข้ามาในจวนด้วยตนเอง

“คงจะกล้ากันหรอก” เสียงหวานพึมพำ ในเมื่อจี้ย้ำเรื่องจำนวนบ่าวของลูกอนุที่มีมากกว่าตนไปแล้ว ภาคินจึงเดิมพันไว้ว่าเสนาบดีหยางจะไม่ทำโทษใดๆอย่างแน่นอน และมันเป็นจริงดั่งคาด

“คุณหนูเจ้าขา นอกจากนายท่านจะไม่เอาเรื่องแล้ว ยังมอบโอสถตำราสำหรับฝึกยุทธ์ให้อิ่งฉินด้วยเจ้าค่ะ” แม่นมกล่าว นางถูกเรียกไปรับของเหล่านี้มา ทำให้ผู้มีศักดิ์เป็นคุณหนูขมวดคิ้วเข้าหากัน

“อะไรกัน เหตุใดอยู่ๆท่านพ่อก็ใจดีขึ้นมา?”

“ไม่เพียงเท่านี้นะเจ้าคะ ท่านยังมอบเครื่องประดับชุดใหญ่ให้คุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”

“ดูท่าราคาจะไม่เบา”

“เจ้าค่ะ นี่ยังไม่พอ ฮูหยินใหญ่ คุณหนูใหญ่ ฮูหยินรอง กระทั่งคุณหนูเล็กก็ส่งของขวัญของกำนัลมาให้คุณหนูเจ้าค่ะ นมว่านี่มันไม่ปกตินะเจ้าคะ” ได้ของมีค่ามามากมาย แต่แม่นมมิได้มีน้ำเสียงท่าทางตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด ภาคินมองหน้าแม่นมแล้วคลี่ยิ้ม นางไม่เพียงเลี้ยงกันหนี่ว์มาตั้งแต่ยามเป็นทารก แต่นางยังเลี้ยงดูมาอย่างฉลาดด้วย

“ข้าก็เห็นผ้อง”

“คุณหนู! คุณหนูเจ้าขา!” เสี่ยวฉิงเจ้าเดิมที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาอย่างไร้มารยาท

“อีกแล้ว คราวนี้เกิดเหตุอันใดขึ้น?”

“คือ ... คือตอนนี้ลมเปลี่ยนทิศมาทางคุณหนูแล้วเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวฉิงบอกออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มยินดี”

“เปลี่ยนทิศมาหาข้า?”

“เจ้าค่ะ บ่าวเดินผ่านเรือนอื่นๆ ได้ยินพวกบ่าวไพร่พูดคุยกันเรื่องเมื่อวาน มีแต่คนชื่นชมคุณหนูที่ออกตัวปกป้องบ่าวก้นเรือน ยิ่งคุณหนูยอมจ่ายค่าโอสถผู้ฝึกยุทธ์ด้วยแล้วพวกเขาเหล่านั้นล้วนอิจฉาอิ่งฉิน อิจฉาเสี่ยวฉิงที่ได้อยู่กับเจ้านายดีมีน้ำใจดุจแม่น้ำเฉกเช่นคุณหนูเจ้าค่ะ” เสี่ยวฉิงเล่าอย่างภูมิใจ

“เข้าใจแล้ว” ผู้ที่ถูกเยินยอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เสี่ยวฉิงจึงเอียงคอมิเข้าใจนายของตน

“คุณหนูมิดีใจเลยหรือเจ้าคะ?”

“ไยข้าต้องดีใจ ยิ่งข้าโดดเด่นมากเท่าใด ผู้ที่แสวงหาประโยชน์จากข้าก็มากขึ้นเท่านั้น” กล่าวไปก็จ้องมองบรรดาของขวัญด้วยแววตาเย้ยหยัน พอได้ยินที่เสี่ยวฉิงพูดก็รู้ทันทีว่าคนใดคิดอะไรอยู่

เสนาบดีหยางผู้เป็นบิดาคงต้องการซื้อใจ ทำตัวเป็นบิดาที่ดี และที่เผื่อแผ่ไปถึงอิ่งฉิน ก็แสดงถึงความใจกว้าง ยามที่มีผู้เอ่ยชมในน้ำใจของคุณหนูกันหนี่ว์ จะได้คิดไปในทางเดียวกันว่า “เหมือนบิดา

ส่วนมารดา มารดาเลี้ยง พี่สาว และน้องสาวต่างมารดาคนเล็ก จุดประสงค์แน่ชัดว่าต้องการให้เข้าพวกเป็นปรปักษ์กับซูเม่ย

แต่ขอโทษที

คนๆนี้ไส้ในคือภาคินคนที่เคยชั่วมาก่อน ไม่โง่พอให้ใครใช้ประโยชน์ได้ง่ายๆ

“แล้วจากนี้คุณหนูจะทำเยี่ยงไรเจ้าคะ?” แม่นมเหยาเอ่ยถาม

“อยู่จากเงียบๆอย่างที่เคยอยู่มาตลอด ข้าจะไม่ไปเสวนากับคนอื่นๆในครอบครัว ผู้ใดเอ่ยชวนมาแม่นมโปรดเป็นธุระบอกไปว่าข้าเป็นหวัด”

“เจ้าค่ะ แล้วที่คุณหนูตั้งใจว่าจะไปแจกทานกับผู้ยากไร้เป็นอันยกเลิกเช่นกันหรือไม่เจ้าคะ” เดี๋ยวนี้คุณหนูของนางจะแอบออกไปแจกทานทุกๆห้าวัน แม่นมเหยาจึงอดถามถึงเรื่องนี้ไม่ได้

“เสี่ยวฉิง เจ้าอยากจะเป็นธุระให้ข้าหรือไม่?”

“หากคุณหนูไว้ใจบ่าว บ่าวย่อมยินดีเจ้าค่ะ”

“ดียิ่ง งั้นเรื่องแจกทานข้ามอบหมายให้เจ้าดูแล แต่เจ้าห้ามเอ่ยชื่อข้า ห้ามเอ่ยแซ่หยางออกไปเด็ดขาด เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวฉิงยิ้มรับคำ

หลายวันผ่านไป

อิ่งฉินกลับมาหายดีเป็นปกติ ท่าทางของบรรดาคนในครอบครัวที่มีต่อหยางกันหนี่ว์ก็กลับมาเป็นเช่นเดิมดังกาลก่อน อาจเป็นเพราะภาคินเลือกที่จะอยู่เงียบๆไม่เคลื่อนไหวอันใด ทุกคนจึงเลิกให้ความสนใจ ซึ่งตัวภาคินเองรู้สึกยินดียิ่งนัก

“งานนี้จะได้เคลื่อนไหวได้อย่างสบายใจเสียที”

“เจ้าค่ะ แต่นมก็ยังมิเข้าใจอยู่ดี ของพวกนี้เป็นสิ่งไร้ค่าทั้งนั้นไยคุณหนูถึงได้มั่นใจว่าจะหาเงินหาทองจากสิ่งเหล่านี้ใด” แม่นมเหยามองวัตถุดิบที่คุณหนูให้เตรียมมาแล้วขมวดคิ้วกลุ้มใจ มองไม่ออกว่าคุณหนูของนางจะหาเงินจากสิ่งนี้อย่างไร

“ฮิฮิ...ข้าจะร่ำรวยเพราะสิ่งพวกนี้แหละ” ภาคินยิ้มกว้างพลางทอดมอง ไขมันหมู ขี้เถ้า และเกลือที่ถูกจัดเตรียมไว้เต็มลานหลังเรือนของตน

“คุณหนูจะทำสิ่งใดเจ้าคะ?” เสี่ยวฉิงเอ่ยถามหลังจากที่นางไปเที่ยวเหมาไขมันหมูมาทั่วทั้งตลาด

“นั่นสิขอรับ ขี้เถ้าจากถ่านไม้ที่คุณหนูสั่งให้ข้าน้อยเตรียมไว้จะทำอันใดได้กัน?” ลุงหวงคนสวนที่ถูกเรียกมาช่วยงานก็งุนงง

“ไขมัน ขี้เถ้า เกลือ บ่าวคิดไม่ออกเลยว่าจะออกมาเป็นสิ่งใด ของกินบ่าวว่ามิใช่แน่” อิ่งฉินที่หายดีแล้วได้รับหน้าที่หาเกลือก็งงเช่นกัน

“สิ่งที่ข้าจะทำเรียกว่า ‘สบู่’ ”

“สบู่? มันคืออันใดเจ้าคะ? นมไม่เคยได้ยินมาก่อน” แม่นมเหยาเอ่ยถาม เมื่อได้ยินคุณหนูเอ่ยถึงสิ่งที่ตนไม่รู้จักมาก่อน

“มันคือสิ่งที่เอาไว้ล้างหน้าล้างตัวได้สะอาดสะอาดยิ่งนัก” ภาคินอธิบายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างกันหนี่ว์ เขาไม่เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่าสบู่เลยสักครั้ง แปรงสีฟัน ยาสีฟันก็ยังไม่มี อาบน้ำแต่ละทีต้องขัดต้องถูนานๆ วันดีคืนดีต้องแช่น้ำสมุนไพรเพื่อให้รู้สึกสะอาด แปรงสีฟันก็เป็นก้านหลิวทุบขัดฟันเอา ยาสีฟันก็คือเกลือ เขารู้สึกขัดใจยิ่งนักที่ของใช้ประจำวันในอดีตไม่มีที่นี่ เขาจึงตั้งมั่นไว้ว่า

ในเมื่อไม่มีข้าผลิตเองก็ได้!

แปรงสีฟันยาสีฟันที่เป็นก้านหลิวกับเกลือเป็นของที่หาได้ทั่วไป การผลิตของอื่นขึ้นมาทดแทนที่ต้องเสียเบี้ยซื้อ อาจไม่ได้รับการยอมรับ เขาจึงเลือกทำสบู่ขึ้นมาก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่มี ผู้คนน่าจะยอมจ่ายได้มากกว่า

“ล้างหน้าล้างตัว? ไขมัน ขี้เถ้า เกลือ พวกนี้จะล้างหน้าล้างตัวได้อย่างไร?” แม่นมเหยาเอามือกุมอกส่ายหัว

คุณหนูของนางอาการหนักแล้ว!

“ใจเย็น สิ่งเหล่านี้ต้องการผ่านผลิตเสียก่อน เอาเป็นว่าพวกเราห้าคนจะช่วยกันทำ แต่ทุกคนต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ วิธีการทำต้องเป็นความลับ ข้าไม่ต้องการให้เกิดคู่แข่งการค้า ข้าจะผูกขาดการค้าสบู่แต่เพียงผู้เดียว” งานนี้รวย รวย และรวยเท่านั้น ภาคินยิ้มกว้าง คราก่อนที่ออกจากเรือน เขาไปดูเรือสินค้าของพวกพ่อค้าผมทองจากด้านไกลมาแล้ว คนพวกนั้นก็ยังไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า “สบู่” เช่นกัน!

จากนั้นการทำสบู่ในเรือนไม้หอมก็เริ่มขึ้น

ภาคินเทน้ำใส่ลงไปในหม้อขี้เถ้า คนให้เข้ากัน จากนั้นน้ำผ้าขาวบางมากรองเอาแต่น้ำ น้ำที่ได้จากขี้เถ้านี้เรียกว่าน้ำด่าง จากนั้นนำน้ำด่างที่ได้มาต้มกับไขมันเติมเกลือ จากนั้นคนจนไขมันข้น 

“เราได้สบู่แล้วหรือเจ้าคะ?” เมื่อมองเห็นว่าคุณหนูเทมันลงไปในถาดสี่เหลี่ยม

“ยัง ข้าคิดว่าต้องรอให้มันแข็งตัวอีกสักสี่ห้าวัน”

“บ่าวอยากรู้เสียแล้วว่ามันจะออกมาเป็นเยี่ยงไร” เสี่ยวฉิงที่ยังข้องใจ นางอยากรู้ผลของมันใจจะขาดแล้ว

“ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ”

“อ้าว!? ไยคุณหนูกล่าวเช่นนี้ ก็คุณหนูรู้วิธีการทำนี่เจ้าคะ?” แม่นมเหยาตกใจ คุณหนูที่มีท่าทีมั่นใจมาตลอดกลับกล่าวเช่นนี้

“ข้ารู้วิธีการทำ แต่มิรู้สัดส่วนผสมนี่ เอาเป็นว่าทุกคนลงมือทำ แล้วผสมวัตถุดิบเหล่านี้ตามสูตรที่ข้าให้แล้วกัน ข้าจะดูว่าสัดส่วนใดได้ผลที่สุด”

“เจ้าค่ะ / ขอรับ” บ่าวทั้งสี่รับคำ แล้วเริ่มลงมือทำ

ภาคินเขียนสูตรผสมสัดส่วนออกมาทั้งหมดห้าสูตร แต่ละสูตรปริมาณน้ำ ขี้เถ้า เกลือ ไขมันไม่เท่ากัน เพื่อเป็นการทดลองหาสูตรที่ดีที่สุด

และถ้าสงสัยกันว่าคนที่ทำเรื่องเลวๆมาจนวันสุดท้ายของชีวิตก่อน รู้ถึงวิธีการทำสบู่ได้อย่างไร คงต้องตอบว่า...

ครั้งหนึ่งเขาเคยผลิตสบู่เคลือบถุงเฮโรอีนเอาไว้เพื่อส่งออกนอกประเทศ!

มันเป็นวิธีที่แยบยล ตำรวจไม่สงสัยมาเป็นปีๆ แต่ข้อเสียคือนายของเขาไม่พอใจที่การขนส่งมีต้นทุนสูง เขาจึงศึกษาหาวิธีการผลิตสบู่ต้นทุนต่ำออกมา จึงได้ทราบถึงวิธีการผลิตสบู่ตั้งแต่ยุคโนราณเช่นนี้

หลังจากได้สูตรที่ดีที่สุด สบู่ก็ถูกภาคินและคนในเรือนช่วยกันทำไว้เป็นพันก้อน ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องเริ่มทำการค้าขายอย่างจริงๆจังๆเสียแล้ว

“แม่นม เครื่องประดับทั้งหมดของข้า ท่านเอาไปขายแล้วใช่หรือไม่?”

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ นี่คือตั๋วเงินทั้งหมดเจ้าค่ะ แน่ใจแล้วหรือเจ้าคะว่าจะไม่เบิกเบี้ยเลี้ยงที่คุณหนูสะสมไว้” แม่นมเหยาเอ่ยถาม คุณหนูของนางมิค่อยได้ใช้เบี้ยเหมือนคนอื่นๆ จึงมีสะสมไว้จำนวนไม่น้อย สามารถไปเบิกกับพ่อบ้านได้ แต่คุณหนูของนางกลับไม่เบิก เลือกที่จะขายเครื่องประดับจนหมดเรือน

“อย่างไรท่านพ่อต้องดูบัญชีทุกเดือน ข้าไม่ต้องการให้เขามาสงสัยข้า”

“คุณหนูแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ ถ้านายท่านทราบว่าคุณหนูมากความสามารถเพียงใด นายท่านต้องรักและเอ็นดูคุณหนูมากกว่าใคร”

“รักและเอ็นดูในยามที่ข้ามีความสามารถ เรียกว่าจริงใจได้หรือ? ข้าไม่ต้องการให้ผู้ได้สูบหาผลประโยชน์จากข้า หวังว่าแม่นมจะเข้าใจ”

“นมทราบแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมเหยาสงบปากสงบคำ คุณหนูของนางมีความเด็ดเดี่ยวจนเกินดรุณีวัยสิบสี่ไปเสียแล้ว

“แล้วนี่อิ่งฉิน กับเสี่ยวฉิงล่ะ? เราจะออกไปข้างนอกกัน ทำไมพวกนางยังไม่มาอีก?”

“พวกนาง ยังทำสบู่กันอยู่เลยเจ้าค่ะ ตอนนี้พวกนางคลั่งไคล้สบู่จนถอนตัวไม่ขึ้นไปเสียแล้ว” แม่นมเหยากล่าวไปก็ส่ายหัวไป

สบู่ที่คุณหนูทำคิดเปรียบดั่งของที่หล่นมาจากสวรรค์ เล่นเอาเด็กสาววัยรักสวยรักงามอย่างเสี่ยวฉิงกับอิ่งฉิน คลั่งไคล้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกวันนี้พวกนางอาบน้ำนานกันเกือบครึ่งชั่วยาม (*1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง) นับว่านานมากจนแม่นมอยากจะลงโทษพวกนางเสียให้ได้

“เอาเถิด พวกนางชอบแสดงว่าสบู่ของข้าดี”

“ดียิ่งเจ้าค่ะ นมไม่เคยเห็นสิ่งใด ช่วยให้อาบน้ำล้างหน้าสะอาดได้เท่านี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ คุณหนูของนมเก่งกล้าสามารถยิ่งนัก” แม่นมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแววตาชื่นชมเทิดทูนคุณหนูที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก

“อืม เอาไว้เปิดตลาด มีทุนเยอะๆแล้วข้าจะทำสูตรที่ดีกว่านี้”

“ยังมีดีกว่านี้อีกหรือเจ้าคะ?”

“คุณภาพของสบู่ที่มีต่อผิวกายของคน ขึ้นอยู่กับชนิดไขมัน หากเอาไขมันแพะ ขี้ผึ้ง ไขมันจากพืช มาทำจะได้สบู่ในแบบที่ต่างไป ตอนนี้ข้าทำจากไขมันหมูที่หาง่ายๆเพื่อสร้างค่านิยมก่อน จากนั้นข้าจะปล่อยสบู่ทีมีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ ราคาแพงขึ้นออกมา” พูดไปแววตาก็เป็นประกายระยิบระยับ อีกหน่อยจะมีชนชั้นของสบู่ สบู่สำหรับคนทั่วไป สบู่สำหรับพวกมีเงิน และสบู่ชาววัง แค่คิดก็สนุก

“นมตื่นเต้นยิ่งนักเจ้าค่ะ ตอนแรกนมคิดว่าไม่น่าจะขายได้ แต่ตอนนี้ขอเพียงมีหน้าร้าน นมว่าต้องผลิตไม่ทันแน่ๆเจ้าค่ะ”

“ข้าวางแผนเอาไว้แล้วล่ะ ตอนนี้รบกวนแม่นมไปตามสองสาวมา เราจะได้ไปหาตึกเปิดร้านกัน”

“เจ้าค่ะ รอนมสักครู่นะเจ้าคะ” แม่นมเหยาออกไปตามอิ่งฉิน กับเสี่ยวเหยา ในขณะที่ภาคินนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่วันนี้เป็นอีกวันที่สำคัญ เขากับแม่นมเหยาจะไปหาทำเลเปิดร้าน ส่วนอิ่งฉินกับเสี่ยวฉิงจะไปคัดเลือกผู้ยากไร้มาช่วยงาน

พอออกมาจากจวนภาคินกับแม่นมเหยาก็แยกจากอิ่งฉินกับเสี่ยวฉิง วันนี้เขาต้องพาแม่นมมาด้วย เพราะร่างกายของกันหนี่ว์ยังเยาว์เกินกว่าจะเจรจาซื้อตึกสำหรับเปิดร้านได้ด้วยตัวเอง

“ตึกที่ดีที่สุดก็แพงเกินไป” ภาคินเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามานั่งในภัตตาคาร ที่ซึ่งเป็นจุดนับพบกับอีกสองคน

“คุณหนูหมายถึงตึกที่อยู่หน้าโรงเตี้ยมไผ่สีทองนั่นน่ะหรือเจ้าคะ?”

“อืม นอกจากโรงเตี้ยมไผ่สีทองอยู่ในย่านการค้า ยังเป็นที่ๆผู้คนต่างถิ่นนิยมเข้าพักมากที่สุด หากเราได้ตึกหน้าโรงเตี๊ยมนั่นสินค้าของเราจะมีชื่อเสียงไปต่างถิ่นได้ไม่ยาก” ภาคินอธิบายให้แม่นมเข้าใจ มิได้รู้ตัวเลยว่าชายที่อยู่นั่งโต๊ะด้านหลังแอบสนใจตั้งแต่เดินเข้ามาในร้าน

“ไยท่านอ๋องเงียบไปล่ะพะยะค่ะ?” ผู้ที่นั่งอยู่กับชายคนนั้นกระซิบกระซาบถามขึ้น อยู่ๆผู้เป็นนายก็เงียบนิ่งไปราวกับถูกสกัดจุด เขาจึงใคร่สงสัยขึ้นมา

“เปิ่นหวางอยากฟังเสียงนก เจ้าเองก็ควรเงียบ อย่าส่งเสียงกลบเสียงนกของเปิ่นหวาง”

โปรดติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}