by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

24/ ขืนกายปวดใจ

ชื่อตอน : 24/ ขืนกายปวดใจ

คำค้น : ตอนที่ 24

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.8k

ความคิดเห็น : 477

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 07:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
24/ ขืนกายปวดใจ
แบบอักษร

โปรดP...

สุดท้ายแล้วคนแรกที่ผมดูแลในวันเกิดตัวเองก็คือพี และคนที่ปกป้องผมวันนี้ก็คือพีเหมือนกัน ส่วนไอ้คนทำจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร ลุงสันต์ให้ตำรวจในพื้นที่ช่วยตรวจสอบอีกทีอย่างละเอียดดูเหมือนว่าลุงสันต์จะสนใจคดีนี้เป็นพิเศษเหมือนกัน

"พี่โปรดฮะ พีไม่สบายใจเลย พีรู้ว่าพีมาทีหลังปอรักมันไม่ดีเลยนะฮะในสิ่งที่พีรู้สึกกับพี่โปรดในตอนนี้" ผมมองด้านหลังของคนที่กำลังทำเค้กให้ชิมอยู่ ผมเองก็ไม่ได้ชอบกินของหวานอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ก็ลองมากินของหวานดูบ้างไม่เสียหายอะไรนี่

"ไม่สบายใจทำไม พี่ก็บอกเราแล้วไงครับว่าพี่กับไอ้ปอเป็นอะไรกัน พีไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรพีไม่ได้มาทีหลังใครเพราะพี่ยังไม่มีใครเข้าใจรึยัง" ผมลุกไปกอดคนที่ยืนร้องไห้จนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นจนนี่ก็ธค.แล้วผมมาดูแลพีตลอด ส่วนหนึ่งอาจมาจากความรับผิดชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะผมเต็มใจ เต็มใจที่จะอยู่กับเด็กคนนี้เอง

"แต่ปอรักก็ยังอยู่กับพี่โปรดไม่ใช่เหรอฮะ มันเหมือนพีเป็นน้อยเลย" ผมคิดตามคำพูดของพีแล้วปฏิเสธไม่ได้ ไอ้ปอมันยังอยู่ในความดูแลของผม ถึงผมจะไม่ค่อยได้กลับคอนโดไม่ได้เอากับไอ้ปอแล้วก็เถอะ แต่ผมก็ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญากับมัน ที่ยังไม่ได้ยกเลิกเพราะผมตั้งใจว่าจะหาคอนโดเล็กๆให้มันสักห้องก่อน แต่คงต้องเป็นหลังปีใหม่เพราะทั้งเรื่องร้านกับเรื่องโปรเจคจบของผมตอนนี้มันก็ยุ่งจนแทบกระดิกตัวไม่ได้

"งั้นมกรานี้พี่จะให้ไอ้ปอย้ายออกก็แล้วกันนะครับ ไม่เอาไม่ร้องสิ" ผมเช็ดน้ำตาไปจนถึงเหนือคิ้วที่มีรอยเย็บจากเรื่องวันนั้นมันยังมีให้เห็นอยู่

"แล้วพี่โปรดเจอปอรักบ้างมั้ยครับ" ผมนิ่งไป นั่นสิผมไม่ได้เจอไอ้ปอมากี่วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมกลับไปนอนที่ห้องครั้งสุดท้าย นอกนั้นก็เห็นแบบผ่านๆตอนผมไปรับไปส่งพีบ้างแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกับมัน และทุกสิ้นเดือนผมก็ยังโอนเงินให้มันอยู่เหมือนเดิม

"ว่าไงฮะพี่โปรด หรือว่า" สายตาหวาดหวั่นของพีทำให้ผมอดสงสารไม่ได้ พีคงคิดมากเรื่องนี้น่าดูใจเขาใจเราถ้าเป็นผมก็คิดมาก

"ไม่ได้เจอครับ หายนอยด์แล้วเนอะ จุ๊บ" ผมก้มจุ๊บเบาๆที่ปากพี เราสองคนยังไม่มีความสัมพันธ์ทางร่างกายจนถึงขั้นนั้น กับพีผมอยากทะนุถนอมมากที่สุด พีอาจไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาพีอาจมีมุมที่ร้ายอยู่บ้างนั่นผมพอจะดูออก แต่ผมก็ดูออกเหมือนกันว่าพีรักผมจริงๆและผมเองเวลาอยู่กับพีก็สบายใจกว่าอยู่กับไอ้ปอ นี่ถึงเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าพีคือคนที่ใช่มากกว่าไอ้ปอ อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องกลัวสายตาเย็นชาคู่นั้นที่ผมเคยเห็นจากไอ้ปอ เพราะถ้าผมได้รับจากพีความน่ากลัวมันคงไม่เท่ากันและพีคงจะอ่อนกว่าไอ้ปอเยอะ

"อื้ออ" พีครางขึ้นมาเบาๆ ผมอาจไม่ใช่คนแรกที่จูบกับพี แต่ผมมั่นใจว่าพียังซิงถึงไม่ซิงมันก็ไม่ใช่ประเด็นอะไร เราจูบกันบ่อยมากจะว่าผมหลงจูบของพีเลยก็ว่าได้ เมื่อไหร่จะถอดเหล็กดัดฟันออกวะพ่อจะจูบให้หนำใจเลย


ตรู๊ดๆๆ "เออไอ้หมอ กูว่าจะโทรหาอยู่พอดี" ไอ้ตุลย์โทรมาได้จังหวะตอนที่ผมกำลังจะโทรหามัน เพื่อวานให้มันหาห้องให้ไอ้ปอหน่อย จะวานไอ้นัทตอนนี้มันก็กำลังคาราคาซังกับพันไทอยู่

"คุณโปรดคะมีเอกสารส่งมาถึงค่ะ" ผมชะงักเท้าที่กำลังเดินผ่านคอนโดแล้วย้อนกลับไปรับซองเอกสารสีน้ำตาล อะไรวะ?

"มึงอยู่ที่ไหนล่ะโปรด" ไอ้ตุลย์ส่งเสียงมาตามสายทำให้ผมละความสนใจจากซองสีน้ำตาลในมือชั่วคราว ก่อนจะเดินเข้าไปลิฟต์และกดชั้นสามสิบห้าซึ่งเป็นห้องที่ผมอยู่ประจำ

"อยู่คอนโด"

"ที่ไหน มึงกลับไปอยู่กับน้องปอแล้วเหรอวะ เออแม่งหัดสนใจน้องมันบ้างก็ดีนะเว้ย กูโคตรสงสารเลยเอาเขามาเลี้ยงแล้วทิ้งๆขว้างๆให้เขาอยู่คนเดียว"

"กูอยู่ห้องของกู" ไอ้ตุลย์เงียบไปก่อนจะชวนผมคุยเรื่องสัพเพเหระ พักนี้พวกเราไม่ได้เจอกันบ่อยๆแล้วครับไอ้กลุ่มหมอมันต้องออกพื้นที่เรียนกับคนจริงๆ ส่วนผมก็วุ่นวายอยู่กับโปรเจคจบปีสุดท้ายต้องเรียนรู้เกี่ยวกับรากฐานต่างๆ แถมยังต้องลงเรียนวิชาเลือกเฉพาะการบริหารงานก่อสร้างเพื่อศึกษาต่อป.โท ทุกอย่างมันรุมเข้ามาทำให้ผมหลงลืมความตั้งใจเรื่องหาที่อยู่ใหม่ และจัดการเรื่องของไอ้ปอตั้งแต่ที่ผมมั่นใจว่าพีคือคนที่ใช่

"โปรด มึงจำที่มึงเคยบอกกูได้มั้ย ตอนที่มึงขอให้กูเคลียร์กับมินให้รู้เรื่องถ้าจะจบก็จบแต่อย่ามีอะไรค้างคา วันนี้กูอยากเอาคำพูดของมึงวันนั้นมาย้อนให้มึงคิดบ้าง อย่าให้มีอะไรค้างคาเลยว่ะ กูสงสารน้องปอ" ผมเปิดประตูห้องเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาหูฟังที่ไอ้ตุลย์พูด สมองคิดย้อนไปครั้งที่ผมกับไอ้นัทได้เอ่ยขอไอ้ตุลย์

"แต่กูกับมึงคนละกรณีป่ะวะตุลย์ กูกับไอ้ปอไม่ได้คบกันฉันท์ผัวเมียเหมือนมึงกับมินนะเว้ย" ผมเปิดลำโพงโทรศัพท์ มือก็แกะซองเอกสารสีน้ำตาล ปากก็ยังโต้แย้งคำพูดของไอ้ตุลย์อย่างไม่ยอม

"มันไม่ได้สำคัญที่สถานะหรอกไอ้โปรด แต่มันสำคัญที่ความผูกพันมากกว่า มึงอยู่กับน้องปอมาสองปีแล้วถึงจะไม่ได้อยู่กันแบบผัวเมียจริงๆ แต่มึงต้องยอมรับสิว่าที่ผ่านมามึงก็ไม่เคยปฏิบัติตัวแบบนี้กับใคร อย่าเอาแต่ใช้ข้ออ้างการเลี้ยงดูมาเป็นเหตุผลว่ะมันฟังไม่ขึ้น หรือมึงจะเถียงว่าที่ผ่านมามึงไม่เคยรู้สึกอะไรกับน้องปอเลย ไม่เคยรู้สึกดีซักนิดไม่เคยรู้สึกแคร์ซักหน่อย มึงไม่มีความสุขเลยเหรอวะ" คำว่าความสุขที่ไอ้ตุลย์พูดมันทำให้ผมหยุดทุกการกระทำที่กำลังทำอยู่ 

คำว่าความสุขก็หมายถึงความรัก ​ไอ้ปอมันเคยบอกผมอย่างนี้ และผมก็เคยใช้คำนี้ถามไอ้ตุลย์มาแล้ว

"เพื่อนกูจะบอกให้นะ คนเราทุกคนมีสิทธิ์เห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น อะไรที่ทำแล้วมีความสุขเราก็อยากทำอยากคว้าให้มาเป็นของเรา แต่มึงอย่าลืมนะคนเรามีสิทธิ์เห็นแก่ตัวได้ แต่เราไม่มีสิทธิ์เหยียบย่ำใครด้วยความเห็นแก่ตัวของเรา อะไรก็ตามที่มันพังมันฉีกมันขาดหรือมันแตก มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม และสุดท้ายมันจะเหลือแต่ความว่างเปล่านะเพื่อน แต่ถ้าตอนนี้มึงยังยืนยันว่ามึงมีความสุขดีกูก็เคารพในการตัดสินใจของมึงเสมอ" ผมกำลังเคลิ้มไปกับคำพูดของไอ้ตุลย์ แต่รูปที่ไหลมาจากซองกระดาษสีน้ำตาลทำให้ผมเข้าใจถึงคำว่าแตก คำว่าพัง และคำว่าต่อไม่ติด

"อืม แค่นี้ก่อนนะตุลย์เดี๋ยวคุยกันใหม่" ผมตัดสายไอ้ตุลย์ทันที รู้สึกเลยว่าตอนนี้มือขวาที่หยิบรูปขึ้นมาดูมันกำลังสั่นมากจนผมต้องใช้มือข้างซ้ายมาจับมือขวาผมไว้อีกที

"หึ เนี่ยนะที่บอกว่ารักกู เนี่ยนะที่บอกจะมีกูคนเดียวมึงผิดข้อตกลงเองนะไอ้ปอ กรวดก็คือกรวดไม่ว่าจะเจียรไนขัดถูยังไงก็ไม่มีวันที่จะมีค่าขึ้นมา" ผมโยนรูปปึกนั้นพวกบนโต๊ะ รูปภาพพวกนั้นกระจายจนเห็นทุกภาพ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมาและไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร แต่ที่รู้ก็คือมันไม่ใช่รูปตัดต่อแน่นอน เค้าจะรักโปรดปราณจนกว่าลมหายใจสุดท้าย

"หึ งั้นตอนนี้มึงคงตายไปแล้วมั้ง เพราะถ้ามึงยังมีลมหายใจอยู่มึงคงไม่ทำแบบนี้กับกู" ผมลุกไปกวาดเบียร์ในตู้เย็นมาวางบนโต๊ะรับแขกเปิดเบียร์กระดกทีละกระป๋อง และทุกครั้งที่กระดกเบียร์เข้าไปผมก็จะหยิบรูปทุกอิริยาบถของไอ้ปอกับไอ้เบียร์ขึ้นมาดู ไอ้ปอกอดกับไอ้เบียร์ที่สวนสาธารณะที่ไหนสักที่ แล้วไอ้เบียร์ก็จูบไอ้ปอ ภาพต่อไปคือไอ้ปอกับไอ้เบียร์เดินกอดคอกันขึ้นรถเก๋งคันหนึ่งไปคอนโดน่าจะเป็นคอนโดของไอ้เบียร์ รูปสุดท้ายคือพวกมันออกมาจากคอนโดพร้อมกันในรุ่งเช้า 

"หึ ป่านนี้แม่งเอากันไปกี่ท่าแล้ววะ" ยิ่งมองรูปพวกนี้ผมยิ่งรู้สึกขยะแขยงอยากทำลายมันให้แตกสลายไปซะ ถ้าเป็นคนอื่นผมจะไม่โกรธขนาดนี้ แต่นี่เป็นไอ้เบียร์ไอ้คนที่เคยท้าทายผมมันหยามกันชัดๆ คิดได้แบบนั้นและเพราะความโกรธที่ถูกหยามหน้าทำให้ตอนนี้ผมถึงกลับมาห้องที่ให้ไอ้ปออยู่อีกครั้ง

"พี่โปรดมีอะไรรึเปล่าครับ" นี่คือประโยคแรกที่มันทักทายผม

"ไอ้ปอมึงได้รับเงินเดือนที่กูโอนให้รึยัง" ผมนั่งที่โซฟาควักบุหรี่ขึ้นมาสูบมันในห้องนี่แหละ

"ได้รับแล้วครับ ขอบคุณครับ" ไอ้ปอมันยกน้ำมาเสิร์ฟให้ หึ ห้องก็ห้องกู มึงก็ยังเป็นเด็กกูอยู่ทำเหมือนกูเป็นแขกเลยนะสัส

"มึงยังจำสัญญาได้มั้ยเงื่อนไขของกูที่บอกว่า ตราบใดที่มึงยังอยู่ในความปกครองของกู ห้ามมึงไปเอากับคนอื่นเพราะกูไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร" ผมยกขาพาดไปกับโต๊ะเอนตัวพิงพนักโซฟาตาจ้องบังคับให้มันนั่งลงตรงหน้า ยิ่งเห็นสีหน้าเรียบเฉยของไอ้ปอแล้วยิ่งทำให้ผมเดือดและกำลังเดือดขึ้นเรื่อยๆ

"จำได้ครับ"

"หึ จำได้ครับงั้นเหรอ ไอ้สัส! แล้วนี่อะไรห๊ะ!!" ผมควักรูปจากซองที่ถือมาปาใส่หน้าไอ้ปอ รูปพวกนั้นร่วงลงมากระจายรอบตัวมัน ไอ้ปอหยิบขึ้นมาดูแล้วทำสีหน้าแปลกใจ แม่งเล่นละครเก่งนะมึง

"พี่โปรดได้มาจากไหน"

"มึงไม่มีสิทธิ์ถามว่ะปอ หึหึ กูเพิ่งรู้นะว่ามึงเป็นคนสันดานแบบนี้ ไอ้ปอเด็กวัดคนเก่าที่มีแต่ความหยิ่งทะนงหายไปไหนหมดวะ ทำไมตอนนี้กูเห็นแต่ไอ้ปอเด็กร่านนอนกับคนอื่นไปทั่วคนนึงแค่นั้น" ผมมองไอ้ปอตั้งแต่หัวจรดเท้า ระหว่างที่ผมไม่ได้ติดต่อกับมัน ไม่รู้ว่ามันไปอ้าขาให้ใครเอาบ้าง

"ปอไม่ได้ไปเอากับใคร"

"มึงเห็นกูมีเขาหรือแดกหญ้ารึไงห๊ะ!" ยิ่งนึกถึงคำพูดของไอ้เบียร์แล้วยิ่งทำให้หน้ามืด จนกระชากไอ้ปอลงกับพื้นห้องแล้วคร่อมมันไว้ สายตาเฉยชาของมันยิ่งทำให้ผมเกลียด ทำให้ผมขาดสติสัมปชัญญะทุกอย่างจนลงมือบังคับขืนใจมันตรงพื้นห้องโดยไม่คิดแม้แต่จะป้องกัน 

ตอนนั้นผมแค่โกรธไอ้ปอที่นอนกับคนอื่นไปทั่ว เกลียดที่มันทำให้ผมเสียหน้าและชิงชังในความร่านจนทำให้ไอ้เบียร์มันหยามผมได้ถึงขนาดนี้ ทุกแรงกระแทกที่ผมใส่ไอ้ปอจึงเต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่มีแม้แต่ความสงสารหรือเห็นใจมันสักนิด ผมเลือกที่จะมองผ่านน้ำตากับคำขอร้องของมัน 

จากพื้นห้องผมก็ลากมันไปทำทุกที่ของห้องไม่เว้นแม้แต่ในครัวหรือหน้าระเบียง ในเวลาที่แสงสีด้านล่างเปิดรับราตรี ความมืดมิดของท้องฟ้าทำให้รู้ว่าผมทำกับมันมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำจนไม่มีน้ำจะออกทำจนมันหมดแรงทรุดตัวนอนกับพื้นระเบียง ผมปล่อยมันทิ้งไว้แบบนั้นแหละส่วนตัวเองก็เข้ามาอาบน้ำในหัวตอนนั้นเรื่องโนคอนดอมผมรู้ตัว รู้ตัวในทุกการกระทำของตัวเอง รู้ตัวว่าตัวเองสดกับคนที่ร่านกับคนอื่นไปทั่ว เพียงเพราะผมอยู่ในอารมณ์ที่โกรธและเกลียดมัน ผมหลับตาลงภาวนาขอให้ไอ้ปอมันท้องได้เหมือนมินด้วยเถอะ ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนั้นผมนี่แหละจะเป็นคนกระทืบให้มันแท้งด้วยตัวเองเลย

"ตายยากตายเย็นนะมึงน่ะ อึดสมเป็นเด็กวัด เอ๊ะ หรือว่าโดนบ่อยเลยชินวะ" ผมนั่งยองๆมองไอ้ปอที่นอนกระพริบตา เนื้อตัวล่อนจ้อนอยู่ท่าเดิมตั้งแต่เมื่อคืนที่ระเบียง

"กูบอกให้มึงสำนึกก่อนเลยนะไอ้ปอ ที่กูเอากับมึงสดๆเมื่อวานไม่ใช่เพราะกูเสน่หาหรือรักใคร่อะไรซักนิด และมึงก็ไม่ใช่เมียของกูด้วยไม่มีวันที่จะได้เป็น แต่มันก็แค่กูโกรธ กูเกลียด กูรังเกียจมึงที่ทำตัวร่านหยามน้ำหน้ากูขนาดนี้ ทำไมวะปอจะอดใจอีกซักนิดไม่ได้รึไง กูกำลังจะยกเลิกสัญญากับมึงอยู่แล้ว" ผมพูดประโยคนี้จบน้ำตาของไอ้ปอมันก็ไหลมาจากตาบวมเป่งคู่นั้น

"เค้าไม่ได้ไปเอากับใครจริงๆนะตัวเองเชื่อเค้าสิ เค้าไม่เคยนอกใจนอกกายตัวเองเลย" ผมอดเกลียดคำว่าตัวเองกับเค้าของมันไม่ได้ แม่งตอแหลชะมัด

"งั้นหลังจากที่มึงไปยืนกอด ยืนดูดปากกันที่สวนสาธารณะ แล้วมึงก็พากันขึ้นไปเล่นเป่ายิงฉุบที่ห้องกันทั้งคืนรึไงตลกไอ้สัส!" ผมจิกหัวไอ้ปอให้มันเงยหน้ามาสบตา

"สายตาตอแหลไปนะแมงปอ" ผมกระตุกยิ้มให้มัน แล้วเดินกลับเข้าห้องโดยทิ้งมันให้นอนตรงนั้นเหมือนเดิมตายไปเลยยิ่งดี

ตรู๊ดๆๆ พี่ร่มกันแดด ผมเลิกคิ้วกับชื่อที่โทรมาหาไอ้ปอ ใครวะร่มกันแดด?

"โหล ตื่นยังมึงน่ะถ้าตื่นแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวใกล้สอบห้ามขาดเรียนนะเว้ย อีกยี่สิบนาทีกูไปรับที่เดิม" เสียงคุ้นหูของเพื่อนสนิทผมอีกคนหนึ่งดังแว่วมาจากปลายสาย ร่มกันแดดนึกว่าใครไอ้ชินนี่เอง

"โทษทีนะ กูว่าสภาพมันวันนี้คงไปเรียนไม่ได้ว่ะ" ไอ้ชินมันเงียบไปสักพักก่อนจะถามหาเหตุผล ผมเลยให้มันมาดูเหตุผลด้วยตาของมันเอง ให้ภาพได้อธิบายคงจะชัดเจนได้กว่าคำพูดเป็นร้อยคำ 

ออดดด เวลาไม่กี่อึดใจไอ้ชินมันก็มาถึง ผมไม่รู้ว่ามันไปสนิทสนมกันตั้งแต่ตอนไหน แต่คิดว่าไอ้ชินมันคงมาที่นี่บ่อยพอสมควร ไม่งั้นมันคงผ่านล็อบบี้ข้างล่างขึ้นมาข้างบนไม่ได้

"ปอล่ะมันเป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่าวะถึงไปเรียนไม่ได้" ไอ้ชินมันเข้ามาก็กวาดสายตาปากถามหาไอ้ปอใหญ่ หรือนี่จะเป็นคู่ขาของไอ้ปออีกคน แม่งกูจะติดโรคด้วยมั้ยวะเนี่ย ผมเดินนำมันมานั่งที่โซฟาไอ้ชินตามมานั่งตรงข้าม แต่สายตาของมันก็ยังมองหาไอ้ปออยู่

"ไอ้ชินกูถามมึงคำเดียว" ผมควักบุหรี่ขึ้นมาสูบมองไอ้ชินนิ่งๆ มันก็สบตาผมด้วยสายตานิ่งๆเช่นกัน

"มึงเป็นโรคป่ะวะ"

"โรคอะไรกูงง ขอคำอธิบายขยายความซิ" ไอ้ชินทำหน้างงสุดขีด 

"โรคทางเพศ เอดส์อะไรแบบนี้" ผมยักไหล่ ปากก็ไม่ห่างจากนิโคตินที่คีบไว้ในมือ

"สัส อารมณ์ไหนของมึงอยู่ๆมาถาม"

"กูถามมึงก็ตอบเถอะน่า" ผมชักหงุดหงิดกับท่าทางโยกโย้ของมันซะละ

"ไม่เป็นครับไอ้ท่าน โอเคยังหรือมึงเป็นวะ อย่าบอกนะว่าระดับท่านโปรดติดโรคน่ะ หึหึ" ผมล่ะอยากประเคนมือตีนให้ไอ้ร่มกันแดดชินซะจริง แต่ติดที่ว่ากลัวไอ้ปอมันจะตายไปซะก่อนเดี๋ยวเป็นผีเฝ้าห้องผมอีก

"แล้วตกลงไอ้ปอมันไปไหนวะจะไปเรียนไม่ทันนะเนี่ย มึงล่ะไม่ไปเรียนรึไงหรือต้องไปรับแฟนมึงก่อน"

"เออ กูต้องไปรับพีก่อน ส่วนไอ้ปอ" ผมเบนสายตาไปทางระเบียง ไม่รู้ว่าผมใช้สายตาแบบไหนมองไอ้ชินมันถึงผลุนผลันวิ่งไปทางระเบียง ที่เปิดประตูทิ้งไว้มีแค่ผ้าม่านปิดกั้นทำให้ตอนแรกไอ้ชินมันถึงไม่เห็นว่าไอ้ปอนอนอยู่ข้างนอก

"ไอ้สัสโปรด!" ไอ้ชินอุ้มไอ้ปอมาวางบนโซฟาตัวที่ผมนั่งอยู่ ทำให้ผมต้องรีบลุกไปนั่งโซฟาอีกตัวด้วยความเกลียดมัน ตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าของไอ้ปอยังมีคราบเลือด คราบลูกๆของผมให้เห็นอยู่

"ทำไมมึงทำแบบนี้วะโปรด"

"มึงก็ถามมันดูสิ แต่อย่าหลงเชื่อคำตอแหลของมันเข้าล่ะ" ผมสบตากับไอ้ปอน้ำตามันยังไหลไม่หยุด ไอ้ชินเดินเข้าไปในห้องเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวไอ้ปอ ก่อนจะเอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้มัน ผมก็นั่งมองอยู่ที่เดิมแหละ มองด้วยใจที่ไม่ได้นึกสงสารหรือหึงหวงอะไรแม้แต่น้อย มีแต่ความสะใจมากกว่า

"มึงจำที่คุยกันวันนั้นได้มั้ยชิน กูว่าใกล้ถึงเวลาแล้วว่ะมึงรออีกซักนิดอีกไม่กี่วันหรอกถ้ามึงไม่ถือสาเรื่องที่กูใช้ซะพังนะ หึหึ" ผมมองไอ้ปอด้วยสายตาเหยียดหยามเต็มที่ เมื่อก่อนผมเคยมองว่ามันน่ารักน่าเอ็นดูได้ไงวะ

"ไอ้โปรดมึงจำคำนี้ให้ดีๆ จำทุกคำพูดของมึง มึงจะมองไอ้ปอว่ามันเป็นของตายก็ตาม แต่ในเมื่อวันนี้มึงไม่รู้จักรักษามันก็จะกลายเป็นของคนอื่นได้เหมือนกัน แล้วอย่ามาคืนคำทีหลังล่ะ คนเราเมื่อเลือกทิ้งความรู้สึกแล้วเดินออกไปจากชีวิตใครซักคน การกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำที่สุด" ไอ้ชินมันไม่ได้หันมาพูดกับผมหรอก แต่มันกำลังตั้งหน้าตั้งตาเช็ดตัวให้ไอ้ปออย่างตั้งใจเหมือนกลัวว่าไอ้ปอจะแตกสลายไปในตอนนี้ 

แมงปอร่านๆที่เที่ยวหลงในทุ่งหญ้าหรือดอกไม้ใบไม้ไปทั่วแบบนั้น มันก็สมควรแล้วที่จะโดนแบบนี้เผลอๆมันจะชอบจะถึงใจด้วยซ้ำ นี่คือส่วนหนึ่งที่สมองผมคิด แต่สายตาของผมที่มองไอ้ชินกำลังปฏิบัติกับไอ้ปอด้วยความอ่อนโยนและตั้งใจอย่างผมไม่เคยทำให้มันเลยสักครั้ง ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

"โปรดปราณ เค้าไม่ได้มีอะไรกับใครจริงๆนะ เค้าไม่ได้มีอะไรกับเบียร์จริงๆ" ปากแห้งแตกของไอ้ปอเอ่ยออกมา สายตามันยังคงเว้าวอนอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เมื่อคืน ไอ้ชินหันมาส่งสายตาคำถามให้ ผมเปิดผ้าคลุมโต๊ะที่ห่อรูปทั้งหมดแล้วยื่นให้ไอ้ชิน พอมันรับไปดูแววตาของมันไม่มีความตกใจ โกรธ เกลียดไม่พอใจอะไรสักนิด ไหนมึงบอกว่าชอบไอ้ปอไงวะตกลงอะไรยังไง

"มึงบอกมึงสนใจมัน มึงจะเอามันต่อจากกูแล้วนี่มึงไม่คิดอะไรซักนิดเลยเหรอที่มันร่านเอากับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว หรือมึงเองก็เอากับมันมาแล้ว"

"มึงจะให้กูคิดอะไร แค่ผู้ชายสองคนกอดกันที่สวนสาธารณะจูบนี่กูไม่รู้ว่าลิ้นสอดลิ้นรึเปล่า และรูปชายสองคนเดินมาจากคอนโดตอนเช้า มันไม่มีอะไรให้กูต้องโกรธหนิ หรือที่มึงทำกับไอ้ปอแบบนี้เพราะมึงโกรธ ถ้ามึงโกรธนะโปรดกูขอเตือนและถามมึงเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามึงทำกับเขาจนเขามีสภาพแบบนี้เพราะรูปพวกนั้น มึงก็ลองใช้ความฉลาดของมึงคิดถึงเหตุผลสิว่าทำไมมึงถึงต้องโกรธ"

"มึงคิดว่ากูหึงมันงั้นเหรอ มึงคิดผิด" ผมลุกเข้าไปในห้องเอาสัญญาที่เคยเขียนไว้กับไอ้ปอยื่นให้ไอ้ชินอ่าน ในสัญญาได้ระบุไว้ว่าห้ามไอ้ปอมีความสัมพันธ์กับคนอื่นทั้งสิ้น

"มึงก็รู้นิสัยกูนะชิน คำพูดก็คือคำพูดแต่ไอ้ปอมันหักหลังกูทั้งที่ยังกินเงินเดือนกูอยู่แท้ๆ"

"แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามันไปเอากับไอ้นี่ มึงตามเข้าไปเห็นกับตาเหรอแค่รูปพวกนี้มันไม่ได้หมายความว่าเด็กสองคนนี้เอากันนะเว้ย มันก็เหมือนกูมาทำโปรเจคและค้างที่ห้องมึง ตอนเช้าก็เดินออกไปพร้อมมึงแค่นั้นเอง มึงเป็นเยอะไปแล้วนะโปรดกูว่ามึงรู้ตัวแต่ไม่ยอมรับมากกว่าว่ะ ถ้ามึงไม่เป็นเยอะมึงคงไม่ขาดสติขนาดนี้ ทุกทีมึงฉลาดรอบคอบใจเย็นกว่านี้นี่" ผมนิ่งไปเริ่มใช้สติคิดได้ว่าตัวเองเอาแต่ใช้อารมณ์โดยไม่คิดถึงเหตุและผล แต่ด้วยทิฐิด้วยอคติบวกด้วยความขุ่นข้องหมองใจที่ยังมีอยู่เยอะทำให้ผมเมินต่อเหตุผลพวกนี้ไปอย่างตั้งใจ

"กูจะถามมึงอีกครั้งนะ กูต้องการคำยืนยันว่ามึงยังยืนยันคำเดิมใช่มั้ยเรื่องของปอ" ไอ้ชินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ไอ้ปอที่ยังไหลอยู่ ผมมองภาพนั้นแล้วย้อนนึกถึงทุกทีที่ไอ้ปอน้ำตาไหล ผมจะเป็นคนเช็ดน้ำตาให้เพราะทุกครั้งเรื่องที่จะทำให้มันร้องไห้ก็เป็นเรื่องของผม และเกิดจากผมทำทั้งนั้น

"อืม รออีกไม่กี่วันจะสิ้นปีเดี๋ยวกูจะยกเลิกสัญญากับมึงนะปอ ระหว่างนี้มึงก็พักอยู่ที่นี่ไปก่อนไว้กูจะหาห้องให้ เรื่องค่าใช้จ่ายมึงไม่ต้องห่วงเดี๋ยวกูจัดการให้เองพร้อมเงินอีกล้านนึงตามสัญญา" ผมกับไอ้ปอมองสบตากัน ตลอดเวลาที่ผมพูดผมคิดมาดีแล้วและรู้สึกตัวดี ผมสบายใจขึ้นเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรสักอย่าง

"ตัวเองจะยกเลิกสัญญากับเค้าแล้วเหรอ ตัวเองคบคนที่ใช่แล้วใช่มั้ย" ไอ้ปอถามออกมาเสียงแผ่วเบา ผมจำต้องพยักหน้ายอมรับกับมัน นอกจากเหตุผลเรื่องไอ้เบียร์แล้ว พียังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมอยากหยุดที่ใครสักคน แต่ก่อนที่ผมจะหยุดอยู่ที่ใครผมควรสะสางคนที่มีอยู่ให้จบสิ้นไปก่อน และไอ้ปอก็คือคนที่ผมต้องสะสาง

"มึงก็รู้เรื่องของกูกับพีแล้วนี่ พีคือคนที่กูรู้สึกด้วย" สายตาไอ้ปอมันแสดงออกถึงความเจ็บปวดและกำลังจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ จนผมต้องเบือนหน้าหนีจากภาพนั้น ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีคำอ้อนวอนอะไรจากมันอีก นอกจากความเงียบและน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด

"งั้นกูว่าไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นปีก็ได้มั้ง เรื่องที่อยู่มึงไม่ต้องห่วงหรอกกูจัดการเองไม่ต้องเป็นภาระของมึง" ไอ้ชินมันพูดนิ่งๆแต่จริงจังกว่าทุกครั้ง

"ก็กูบอกว่าสิ้นปีไง เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของกูกับไอ้ปอมึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้มันหรอก ระหว่างมึงกับไอ้เบียร์กูก็ต้องเลือกส่งต่อมันให้มึงอยู่แล้ว"

"แล้วทำไมมึงต้องรอให้ถึงสิ้นปีวะ มึงอย่ากั๊กสิสัสโปรดจะปล่อยก็ปล่อยเลยสงสารปอมันหน่อย มึงจะใจร้ายทรมานมันไปถึงไหนวะ ไปโกรธไปเกลียดอะไรมันนักหนา" ผมไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาแย้งคำพูดของไอ้ชิน นั่นสิมีอะไรต้องรอในเมื่ออีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็สิ้นปีแล้ว ผมจะยื้อเวลาไปเพื่ออะไร

"แล้วมึงว่าไงไอ้ปอจะรอสิ้นปีตามกูหรือตามคำไอ้ชิน แต่ไม่ว่ามึงจะเลือกยังไงสุดท้ายถ้ามึงกับกูจบกันไปแล้ว กูก็ขอให้มึงรับไอ้ชินเพื่อให้มันดูแลมึงต่อจากกู" ผมโยนภาระหน้าที่การตัดสินใจให้ไอ้ปอเพื่อหลบเลี่ยงการตอบคำถามจากไอ้ชิน พร้อมกันนี้ผมก็เจตนาผูกมัดไอ้ปอให้กับไอ้ชิน ผมรู้ถ้ายกเลิกสัญญากับไอ้ปอแล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตมัน แต่เพื่อป้องกันไอ้เบียร์กับคำสบประมาทของไอ้เบียร์ ผมต้องกันไอ้ปอออกจากไอ้เบียร์ทุกวิถีทาง

"งั้นระหว่างนี้ตัวมาอยู่กับเค้าเหมือนเดิมได้มั้ย มาอยู่ด้วยกันจนถึงวันสิ้นปี"

"อืม แต่กูคงมาอยู่กับมึงทุกวันไม่ได้มึงก็รู้ว่ากูกับพีเป็นอะไรกัน กูไม่อยากให้พีคิดมากอีกอย่างนึงกูจะไม่เอากับมึงอีก ไงไอ้ชินมึงสบายใจรึยังอยากมาหาไอ้ปอเมื่อไหร่ก็มาได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงมาค้างที่นี่เลยก็ได้กูไม่ซีเรียสอะไร ขออย่างเดียวอย่ามาเอากันที่ห้องของกู กูไปแล้วนะต้องรับพีไปเรียน" ผมมองไอ้ปอที่ค่อยๆหลับตาอมยิ้มทั้งที่น้ำตายังไหล แล้วต้องรีบลุกออกจากห้อง 

ไอ้ปอตอนนี้มันบอบบางจนผมคิดว่ามันสามารถสูญสลายได้ทุกเมื่อ ดีแล้วที่คนจะเข้ามาดูแลไอ้ปอต่อจากผมคือไอ้ชิน อย่างน้อยผมก็สัมผัสได้ว่าไอ้ชินมันจริงจังกับไอ้ปอจริงๆ และในสักวันหนึ่งไอ้ชินคงจะทำให้ไอ้ปอยิ้มได้มีความสุขได้โดยไร้น้ำตาเหมือนตอนที่อยู่กับผม

"โอ๊ะ!" อยู่ๆผมก็สึกเจ็บที่อกด้านซ้าย เจ็บเหมือนหัวใจผมกำลังจะขาดจนต้องยกมือกุมหัวใจนั่งอยู่ในรถนานเท่าไหร่ไม่รู้

"พี่ว่าความรักมันก็เหมือนการจับลูกโป่ง แต่ถ้าลูกโป่งมันแตกเพราะมือของเราซ้ำๆเราคงไม่กล้าจะถือมันอีกแล้ว จนบางคนต้องปล่อยมันไปดีกว่า บางคนปล่อยทั้งที่รู้ว่ารักแต่บางคนก็ปล่อยทั้งที่ยังไม่รู้ว่ารักคืออะไร แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามก่อนที่มือของเราจะปล่อยอะไรซักอย่างนึง เราต้องยอมรับนะคะว่าอะไรที่หลุดลอยไปแล้วมันจะไม่มีวันกลับเข้ามาอยู่ในมือของเราอีก ฉะนั้นพี่ว่าเราควรต้องคิดให้รอบคอบใช้หัวใจคิดไม่ใช่ใช้แต่สมองมาตัดสินค่ะ"

ผมปิดวิทยุทันทีที่ดีเจคนดังพูดประโยคนี้จบ ผมจะไม่มีวันเสียใจในเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้วเด็ดขาด ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไงก็ตาม...


***คนบางคนเดินเข้ามาในชีวิตเพื่อให้เราชดใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ คนบางคนเดินออกไปจากชีวิตนั่นเท่ากับการสิ้นเวรสิ้นกรรมต่อกัน"

ปอรักอาจจะรักโปรดถึงอยากรู้ด้วยให้นานที่สุด แต่ๆคิดว่าแค่นั้นอ่อออ นี่มันไอ้ปอรักตัวแสบเน้อจ้าวอย่างน้อยต้องเอาคืนเพื่อนรัักซักนิดจ้าว น้อยเดียวปอเน้อ แต่ก็นะจะเอาคืนเขาแต่อิท่านมันกำลังหน้ามืดความซวยเลยไปลงที่ปอรักรึเปล่า เดี๋ยวฟางแต่งตอนไปเชียงใหม่นี่แหละเน้อ 

ลืมกัดโปรด เอาซะหน่อยเดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง โปรดน่ะเป็นคนอีโก้ ทิฐิ ความมั่นใจ ความอวดดี ความอยากเอาชนะ ทุกอย่างสูง แต่สิ่งหนึ่งที่โปรดลืมว่า ตัวเองยิ่งหวาดกลัวกับอะไรมากๆนั่นแปลว่าเรายิ่งมีใจจดจ่อใจให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น เพราะถ้าไม่สำคัญก็คงไม่กลัว พระเอกมันไม่ต้องฉลาดทุกเรื่องงั้นเราจะด่าใครอ่าาา ให้มันโง่บ้างเถอะเนอะจะได้มีน้องหลงและมีเหตุผลให้ไม่รัก

พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะ เดี๋ยวฟางมาแก้ ขอบคุณทุกกำลังทุกเม้นทุกอารมณ์ร่วมนะคะ บางท่านถึงกับดื่มย้อมใจกันไปท่านละขวดสองขวด ฟางอ่านเม้นนะเออ555 น่าๆรับปากถึงเวลาของเราเราจะซ้ำให้จมดิน พบกันวันที่7เน้อจ้าวว ไปแอ่วเจียงใหม่แล้วหนา จุ๊บเหม่งถ้วนหน้า

แจ้งรายชื่อ ก็แค่ตัวแทน ตั้งแต่วันจันทร์26-วันนี้เวลา8.00น เฉพาะท่านที่แจ้งรายละเอียดมาแล้วนะคะ ส่วนท่านที่โอนวันนี้ฟางจะแจ้งในวันพรุ่งนี้เฉพาะที่เพจเน้อจ้าว ปิดโอนเงินหนังสือ ก็แค่ตัวแทนเวลา00.00น. แต่ต้องแนบสลิปพร้อมชื่อที่อยู่เมล์มาให้ฟางด้วยนะคะ เพราะว่าฟางงานเข้า ลองแท็กเฟสตอนพิเศษไปให้คนอ่านท่านนึงปรากฏว่าแท็กไม่ได้ แต่ฟางแท็กให้เพื่อนของเพื่อนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนเฟสฟางได้ จะส่งแชทก็ยาวมากในแต่ละตอน ข้อความขาดต้องตัดหลายรอบ ส่งเมล์สะดวกสุดจ้าว เดี๋ยวฟางหาวิธีก่อนเน้อจ้าว ขอบคุณจ้าว ปล.ขออนุญาตแปะรูปเลยนะคะก๊อปวางไม่ได้จ้าว





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น