อัญญา.

คอมเม้นพูดคุยกันได้นะคะทุกคน ฝากติดตามด้วยนะคะ ว่างปุ๊บ ไรท์จะรีบแต่ง และรีบอัพอย่างรวดเร็วค่ะ :D

ชื่อตอน : ตอนที่ 12...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 975

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2560 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12...
แบบอักษร

​“เจนคิดว่าเจนหายเหนื่อยแล้วค่ะ” เจนจิราอยากมีความสุขอีกครั้ง เธอเรียกร้องเขาด้วยสายตา และแมทธิวก็ตอบสนองให้เธอทันที

.

.

.

หลังจากผ่านค่ำคืนอันหอมหวาน ค่ำคืนที่ทั้งคู่ละทิ้งหน้าที่ของตัวเองและรับผิดชอบต่อความรู้สึกของหัวใจและร่างกาย เจนจิราก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของแมทธิวที่นอนกอดตะแคงข้างกอดเธอจากด้านหลัง เธอค่อยๆ พลิกตัวหันกับมานอนมองหน้าของผู้ชายที่เธอหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น ใบหน้าของเขาหล่อเหลา ดวงตาช่างมีเสน่ห์ ทุกส่วนในร่างกายของเขานั้นสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นนายตำรวจผู้มีความสามารถ เธอยื่นมือไปแตะที่แก้มเขาเบาๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใต้จมูกโด่ง เพื่อตรวจสอบดูว่าเขายังหลับสนิทอยู่หรือเปล่า แต่ว่าลมหายใจของเขานั้นร้อนขึ้นเรื่อยๆ แถมยังหายใจไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ

“ฉันรู้นะผู้กอง... คุณตื่นแล้วแต่แกล้งหลับต่อ อยากนอนกอดฉันนานๆ ใช่ไหม”

“อื้ม...” แมทธิวลืมตาขึ้นมามองและดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น จนหน้าอกของทั้งคู่แนบชิดกัน

“ฉันต้องกลับแล้วค่ะ” เจนจิราบอกเขาด้วยน้ำเสียงเศร้า เธอไม่อยากกลับไปเผชิญกับความจริง ความจริงที่ว่า... เธอกับเขาจะต้องกลับมาเป็นศัตรูกันอีก

“เราจะได้เจอกันอีกไหม” แมทธิวก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด สองอาทิตย์ที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับนิสัยใจคอของเจนจิรามากพอสมควร จนเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำงานที่เหี้ยมโหดแบบนั้นได้ลงคอ

“เราจะได้เจอกันแน่นอนค่ะ แต่เราอาจจะไม่ได้นอนกอดกันแบบนี้”

.

.

.

“หายไปไหนมาทั้งคืนเจน” เสียงองอาจดังขึ้น เมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง เขามารอเธอตั้งแต่เช้าแล้ว

“เข้ามาในห้องนอนเจนทำไมคะ เดี๋ยวลูกน้องพ่อก็เข้าใจผิดหรอก”

“อย่าตอบคำถามด้วยคำถาม พ่อถามว่าไปไหนถึงกลับบ้านเอาป่านนี้”

“เจนก็ไปเรื่อยๆ แหละค่ะ”

“ไปหาไอ้ผู้กองนั่นมาหรือเปล่า” เขามองลูกสาวอย่างจับผิด

“เปล่าค่ะ” เจนจิราถือว่าเธอไม่ได้โกหก เธอไม่ได้ตั้งใจออกจากบ้านไปหาเขา แต่เธอเจอเขาโดยบังเอิญ

“คืนนี้เจนต้องไปปรากฏตัวที่สนามบิน ระหว่างที่พวกมันขนย้ายอาวุธ พ่ออยากให้พวกคนร้ายเชื่อมั่นใจตัวเจน ว่าเจนยังอยู่พวกเดียวกับมัน”

“เจนรู้ค่ะว่าเจนต้องไป พวกนั้นสั่งงานเจนมาแล้ว

“ระวังตัวนะเจน” องอาจกังวลใจอยู่ไม่น้อย เพราะทุกครั้งที่เจนจิราต้องไปรวมตัวกับกลุ่มผู้ค้าอาวุธ เธอจะมีคนของเขาคอยคุ้มกันอยู่ด้วย แต่ภารกิจคืนนี้ เธอเหมือนตัวคนเดียว และเขาก็ไม่อาจขอความช่วยเหลือจากจอห์นให้คุ้มกันลูกสาวของเขาได้ เขาต้องการให้ฝ่ายของจอห์นเข้าใจในตัวเจนจิราผิด เหมือนที่เคยเป็นมา เพราะอย่างที่จอห์นเคยพูดไว้ว่า เขาและจอห์นกำลังแข่งขันกันอยู่

“จะพยายามค่ะ พ่ออย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ก็พอ” เจนจิราตอบโดยไม่หันมาสบตาผู้เป็นพ่อ เธอโยนกระเป๋าสะพายลงเตียงและหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมา ตั้งแต่เด็กจนโต เธอเห็นองอาจทำงานเป็นสายลับมาตลอด จนกระทั่งพ่อของเขาได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องค้าอาวุธสงครามจากประธานาธิบดี ซึ่งเป็นงานใหม่และงานที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ พ่อของเขาตั้งการสายลับหน้าใหม่ ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน แต่คนของเขาที่มีส่วนใหญ่อาจจะใช้ทำงานนี้ไม่ได้ เพราะฝ่ายศัตรูอาจจะมีข้อมูลของคนเหล่านี้ไว้ในมือ เขาจึงขอความช่วยเหลือจากลูกสาว ที่ใช้ชีวิตสันโดษ และเก็บตัวเงียบมาโดยตลอด ซึ่งเจนจิรายอมตกลง เพราะเห็นว่าพ่อของตัวเองหาทางแก้ปัญหาไม่ได้ ในตอนแรก งานของเธอก็เพียงแค่ไปขายภาพวาดให้กลุ่มคนค้าอาวุธ และแอบซ่อนเครื่องดักฟังไว้ในกรอบรูป ซึ่งเธอทำได้สำเร็จ แต่มันไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะพ่อของเธอยังขอความช่วยเหลือเธออยู่เรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นสายลับให้พ่อเธออย่างเต็มตัว ตอนนี้สถานะของเธอคือสายลับของกลุ่มค้าอาวุธที่ใช้งานขายศิลปะบังหน้า และยังเป็นสายลับให้กับตำรวจลับอย่างพ่อของเธอ ความลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน จนเธอไม่อาจทนทำงานนี้ต่อไปได้ เพราะนอกจากเธอจะเหนื่อยกับการปิดบังตัวตน เธอยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตของตัวเองมาหลายปี

.

.

ณ สนามบินร้าง ห่างจากมหานครนิวยอร์กไม่ไกล ที่แห่งนี้แม้จะปราศจากผู้คน แต่ก็ยังใช้เป็นสถานที่จอดเครื่องบินที่ปลดประจำการ หรือเครื่องบินที่รอการซ่อมบำรุง เจนจิราขับรถเข้ามา โดยมีการต้อนรับจากกลุ่มชายฉกรรจ์ผิวสีเข้มและหนวดเครารุงรังเป็นอย่างดี เธอเดินเข้ามาในอาคารโล่ง ก่อนจะเดินเข้าไปร่วมวงกับกลุ่มคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

“มาแล้ว! สายลับคนเก่งของเรา” เสียงเข้มของผู้ชายวัยสามสิบกลางๆ ดังขึ้น เมื่อเห็นเจนจิรา เขามีใบหน้าคมแบบชาวสเปน

“สวัสดีมาร์คัส” เจนจิราจับมือทักทายเขา

“ถ้าวันนี้เธอไม่มา พวกฉันก็ตั้งใจว่าจะปิดปากเธอซะ”

“สรุปว่าทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นจะย้ายไปอยู่ข้างไอ้ตำรวจฝรั่งนั่นงั้นสิ” แม้จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ แต่เจนจิราก็กล้าหาญที่จะปะทะคารมณ์ สายตาของเธอแน่วแน่ ไม่มีท่าทีว่าจะโอนอ่อนให้คนเหล่านี้เลย

“เล่ามาดีกว่าทำไมไอ้ตำรวจนั่น ถึงตามติดเธอแจ”

“มันอยากรู้ว่าฉันไปทำอะไรที่เวียดนาม แต่ตำรวจโง่ๆ แบบนั้นก็ตามฉันไม่ทันหรอกจริงไหม เพราะถ้าพวกนั้นรู้ทัน พวกนายคงไม่ย้ายวันขนอาวุธมาเป็นวันนี้”

“เอาเป็นว่า ถ้าวันนี้มีพวกตำรวจโผล่มา ฉันจะถือว่าเป็นความผิดของเธอ”

“หึ... แบบนี้มันใจร้ายกันเกินไปหน่อยมั้ง ฉันส่งข่าวเรื่องวันที่ตำรวจจะมาตรวจค้นที่นี่ให้นายได้รู้ นายก็เลื่อนวันเข้ามาก่อน แบบนี้พวกมันอาจจะล้อมที่นี่ไว้หมดแล้วก็ได้มั้ง ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้านายใจเย็นกว่านี้อีกสักนิด รอให้พวกมันมาตรวจก่อน แล้วพวกนายค่อยขนย้าย แบบนั้นไม่ฉลาดกว่าเหรอ”

“เธอว่าฉันโง่เหรอ!” มาร์คัสหัวเสียที่ถูกเจนจิราดูถูก

“เปล่า... ฉันก็แค่แนะนำเฉยๆ แต่ถ้านายไม่ตัดฉันออกจากการวางแผน นายคงได้ยินคำแนะนำดีๆ แบบนี้ ก่อนที่จะขนอาวุธมาที่นี่ แต่ฉันยังพอมีเวลาให้ขนอาวุธที่นายซ่อนไว้ไปที่อื่นนะ”

“ฉันจะไม่เปลี่ยนแผนอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เครื่องบินพร้อมที่จะออกจากที่นี่แล้ว”

“เอาสิ... เราทีมเดียวกันอยู่แล้วนี่” แม้จะหวาดกลัวในใจ แต่เธอก็ยังพูดให้พวกเขามั่นใจว่าเธออยู่ฝ่ายเดียวกับเขา

.

.

สองชั่วโมงต่อมา อาวุธสงครามที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปในเครื่องบินลำหนึ่งจนหมด มาร์คัสแน่ใจให้ลูกน้องตรวจสอบดูจนแน่ใจว่ามีสิ่งใดหลงเหลือที่จะสืบสาวราวเรื่องถึงเขาได้ก็สั่งแจ้งให้นักบินเตรียมออกเดินทาง

“เธอไปกับฉันด้วย!” เขาเห็นว่าเจนจิรากำลังจะกลับไปที่รถของตัวเองเมื่องานเสร็จเรียบร้อยก็สั่งห้าม เขาไม่ไว้ใจเธอเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และเจนจิราก็ทำตามที่เขาต้องการ คือขึ้นไปบนเครื่องบินกับเขาด้วย เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา รัดเข็มขัดนิรภัยและปล่อยให้เครื่องบินขึ้นที่อยู่ที่สูง และเมื่อถึงเวลาที่เครื่องบินต้องลงจอด มาร์คัสก็โล่งใจที่นักบินพาเขามาถึงที่หมาย ตามเวลาที่กำหนด เขาปลดเข็มขัด และยืนรอจนกระทั่งประตูท้ายเครื่องเปิดลง

“ยกมือขึ้น! แกถูกจับกุมในข้อหาข้ออาวุธสงครามแล้ว!” แสงไฟที่ส่งกระทบตาเขาในนั้น ไม่ใช่แสงไฟจากลูกน้องของเขา หากแต่เป็นตำรวจ มาร์คัสหันไปมองเจนจิรา และจับพิรุธว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับคนพวกนี้หรือไม่ แต่เจนจิราก็มีสีหน้าหวาดกลัวและตกใจไม่ต่างจากเขา แต่เหตุผลที่เจนจิรามีสีหน้าแบบนั้น ไม่ใช่เพราะเธอกำลังจะถูกตำรวจจับ แต่เป็นเพราะตำรวจเหล่านี้ ไม่ใช่ตำรวจของพ่อเธอและที่สำคัญ...

“แมทธิว...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเบา เมื่อเห็นเขาเล็งปืนมาที่เธอ เขาเดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ และใส่กุญแจมือเธอทั้งสองข้าง ไม่มีคำพูดจาใดๆ นอกจากสายตาที่ว่างเปล่า เหมือนว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนมาร์คัสนั้นถูกจอห์นคุมตัวไว้เรียบร้อย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น