เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 12 คราปักษาเยี่ยมเยือนสุสานประจำเมือง

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 คราปักษาเยี่ยมเยือนสุสานประจำเมือง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 354

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2560 18:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 คราปักษาเยี่ยมเยือนสุสานประจำเมือง
แบบอักษร

ตอนที่ 12 คราปักษาเยี่ยมเยือนสุสานประจำเมือง

          เมืองลักกี้ โบราณสถานประกายไฟแห่งปักษา ป่าสุสานล้อมนคร และแม่น้ำสตาร์ เมรัยเคยสำรวจอาณาเขตรอบเมือง นางค้นพบป่าพงไพรเขียวขจีและมีต้นไม้แผ่กิ่งก้านหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์มิให้ตกสู่ผืนดิน ค้นพบแม่น้ำสตาร์ที่ไหลทอดยาวคดเคี้ยวผ่านเมืองลักกี้ ชาวบ้านชาวไร่เรียกป่าประชิดเมืองว่าป่าสุสาน ซึ่งที่มาของชื่อเกิดจากเพราะมันมีคนฆ่าตัวตายและสัตว์ร้ายอาศัยชุกชุม ด้านข้างทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีสุสานประจำเมือง สถานที่พักพิงของเหล่าผู้ล่วงลับและสิ้นอายุขัย แหล่งมพบปะของผีสาง ปีศาจ ภูตพรายวิญญาณ

          พวกนางเดินพาดผ่านดงพุ่มไม้หนาม ก้าวข้ามรากไม้สูงเหนือพื้นดิน แลมองธรรมชาติที่กำลังแผ่ไพรศาล นารีมิเคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน นางจึงตกใจและตะลึงในความพิศวงของโลกมนุษย์ที่มิเหมือนดั่งเช่นดินแดนเหนือฟากฟ้า ณ ดินแดนเกาะลอยปลาวาฬมีป่าไม้เช่นกันแต่มันคล้ายปะการังมากกว่า ที่นี้ใบหญ้าสีเขียวไผ่และคลื่นลมหนาวพัดโชยกลิ่นหยดน้ำค้าง แอ่งโคลนมีลูกอ๊อดแหลกว่ายและคลองน้ำใสกระจ่างมีครอบครัวนาคกำลังทำฝายชะลอน้ำ เมรัยยื่นมือช่วยพยุงนารีให้ปีนข้ามท่อนไม้ที่หักโค่นล้มขวางทางถนนเพราะฟ้าผ่ายามีคุณฝน หมอผีน้อยอมยิ้มอารีดั่งพี่สาว นางจับมือนารีและดึงสหายขึ้นยืนเคียงข้าง

          สรรพสัตว์กู่คอร้องขับขานบทเพลงปักษาแห่งชวา นกกระจอกเกาะกิ่งไม้ ภายในโพรงลำต้นมีนกฮูกหลับปุ๋ย หมู่ผีเสื้อหางแดงกระพือปีกบินหาคู่ครองรัก นารีสะดุ้งเมื่อมีกระรอกนหางม้วนแทะกระโปรงตัวโปรด เมรัยกระแอ่มและโบกมือไล่สัตว์ตัวกระจิ๋วให้ห่างจากเพื่อน ปกป้องดวงดาวน้อยจากเงื้อมมือสกปรกเปื้อนน้ำลายและสิ่งมิพึ่งประสงค์ แม่กวางโคลงคอแลสาวน้อยเดินลัดเลาะ ย่างกรายหลบบ่อโคลนดูด  

          หยดน้ำฝนแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำค้างเกาะบนดอกอาเคเซียสีเหลือง จู่ๆนารีก็โยกเท้าและเริ่มกระโดดโลดเต้น ทุกย่างก้าวของดวงดาวน้อยมีละอ่องแสงสีทองไหลอ่อนผุดโผล่ตามติด เรือนผมยาวสลวยสาดแพร่สยายเพรียงพร้อมฝ่ามือเรียวยาวที่กางสะบัดลีลานางระบำ เมรัยมือเกาแก้มและค่อยๆเดินตามเพื่อน เฝ้ามองนารีร่ายรำอย่างเบิกบานเปี่ยมด้วยไอความสุขเอ่อล้น ทั้งคู่เดินเล่นบนท่อนไม้ยักษ์ เหล่าสะเก็ดโยดาต่างเปล่งแสงแพรวพราว ลอยล่องและเต้นรำรอบต้นไม้คล้ายใบหน้ามนุษย์กำลังยิ้ม

          ดั่งบทกวีเอกมีแม่นางเอกกำลังย่อกายเคารพเทพแห่งพฤกษา เมรัยยื่นมือแตะสะเก็ดโยดาด้วยใจอบอุ่นเปี่ยมเมตตา พลันพวกมันแตกสลายและลอยไปหลบหลังนารีด้วยความกลัวจะถูกเมรัยจับกิน

          “ฮึๆ”นารียกมือปิดปากกลั้นหัวร่อ

          นี่ข้าแตะแรงเช่นนั้นหรือ เมรัยหน้าเหวอปากอ้าเห็นลิ้นสีชมพู นางพานารีเดินชมป่าสุสานกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง สุสานประจำเมือง เมรัยมาที่นี่บ่อยพอๆกับการสิงบ้านคุณบาเบลร่า เหตุเพราะสุสานคือห้องทำงานของนาง เป็นจุดรวมไอวิญญาณและสิ่งลี้ลับจากปรโลก พิภพใต้ฝ่าเท้าและโลกอีกฟากของกระจก ดินแดนมายาลวงตาที่ผู้คนมิค่อยชอบยุ่งเกี่ยวมานัก เพราะมันน่ากลัว สะยองเขย่าขวัญ และเต็มเปี่ยมด้วยความอันตรายดั่งว่ามียมทูตหายใจรดต้นคอตลอดเวลาที่ยืนสวดมนต์ให้ผู้เสียชีวิต อาชีพบาทหลวง สาวกเทพแห่งปักษาก็มีความเสี่ยงมิต่างจากอาชีพอื่น พวกเขาต้องระวังตัวไม่ให้ยมทูตจ่อเคียวที่คอเสมอเวลาใช้พลังแห่งแสงชำระล้างความมืด  

          พิธีฝังศพในยุคปัจจุบันคือ จะทำพิธีที่โบสถ์และค่อยนำศพมาฝังที่สุสานโดยคนเก็บศพ นานๆครั้งจึงจะมีญาติผู้เสียชีวิตเอาดอกไม้มาไหว้ที่สุสาน สถานที่นี้จึงเงียบงันและปราศจากผู้คนเพ่นพ่านเพื่อให้เกียรติและมอบความสงบสุขแด่ผู้ล่วงลับ อวยพรให้พวกเขาไปในที่ที่ชอบและมีความสุขในพิภพภายภาคหน้า มันเปรียบเสมือนดินแดนศักดิ์สิทธิที่มิอาจล่วงเกิน หากแต่สร้างความแค้นให้เหล่าวิญญาณ ชีวิตคนผู้นั่นย่อมต้องแบกรับผลตอบแทนที่มิน่าอภิรมย์ตลอดกาล  

          ป้ายสุสานแผ่นหินสีเหลี่ยมสะลักชื่อเจ้าของไว้ตรงกลาง ใกล้ๆสุสานมีคฤหาสน์ร้าง คฤหาสน์ผีสิงที่เด็กเมืองลักกี้ทุกคนรู้จักมักคุ้น และต้องมีการมาท้าพิสูจน์ว่ามีผีจริงหรือไม่ เรียกว่าเป็นการละเล่นชวนขนหัวลุกของพวกวัยรุ่นหน้ามึนที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ กระนั้นปีนี้ก็มิค่อยมีใครกล้ามาเสี่ยงแล้ว เพราะเมื่อสองปีก่อนเมรัยแอบลงอาคมกลั่นแกล้งเด็กๆนิดหน่อย ทำให้พวกนั้นกลัวฉี่ราดมิกล้ากลับมาเยือนอีกเป็นหนที่สอง

          ตั้งแต่ราตรีนั้นคฤหาสน์ผีสิงก็กลายเป็นคฤหาสน์ผีจริงๆที่ผู้ใหญ่ห้ามให้เด็กเข้าไปเล่น

            “ข้าแกล้งพวกเขาเพราะว่ารำคาญ…สถานที่ที่คนเป็นควรอยู่ก็ไม่อยู่ ดันมาลบหลู่ดินแดนคนตายเสียนี่”

          เมรัยมือลูบรั้วเหล็กและเผยยิ้มแม่มดใจร้าย นางรักสันโดษและรักความสงบดั่งพวกดวงวิญญาณ พวกเขาอยากนอนหลับอย่างสงบมิต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงตะโกนโวยวายของพวกไม่รักดีหรือพวกเด็กดื้อทั้งหลาย ภูตพรายวิญญาณร้ายในสุสานมีพลังมิมากพอปรากฏกายต่อหน้าเด็กๆเมรัยจึงออกแรงช่วยให้พวกมันหลอกหลอนเด็กๆด้วยอาคมพิเศษ อาศัยพลังจากเส้นชีพจรธรรมจักรที่แตกกิ่งก้านด้านใต้สุสาน ผสานด้วยอาคมลี้ลับแขนงหนึ่งก็สามารถทำให้พวกผีมีตัวตนจับต้องได้ มองเห็นด้วยตาเปล่า

          เจ้าของหลุมศพส่วนมากเป็นชาวเมืองลักกี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งนครา มีหลุมศพมากกว่าสามร้อยแห่งกระจักกระจายล้อมส่วนลึกใจกลางป่าสุสาน นารีมือทาบอกมองไปหนใดก็เห็นป้ายหลุมศพตั้งประปราย พวกมันหลบซ่อนหลังพงหญ้าสูง บางอันล้มระเนระนาดแลยับเยินคล้ายโดนขี้เมาเตะใส่

          หอมผีน้อยเล่าว่า สาเหตุที่สุสานเละเทะเช่นนี้ก็เพราะว่าพวกสัตว์วิ่งชน ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วม หิมะตก ฟ้าผ่าฟ้าร้อง สาเหตุนับร้อยประการที่เกิดขึ้นกับสุสาน ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูหลงยุคคล้ายดินแดนเมื่อพันปีก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งอาศัยของธรรมชาติร้อยส่วน รากไม้และเถาวัลย์เลื่อนฝังกำแพก ป้ายหลุมศพ งูเหลือมเลื่อยผ่านขานารีและเหล่ามัจฉานุแหลกว่ายในแอ่งน้ำ

          นารีเริ่มหวั่นผวามิกล้าห่างเมรัย นางคิดว่าเพื่อนหมอผีมิกลัวหรือไร

          “ข้าชินแล้ว”มนุษย์สามารถปรับตัวเข้ากับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ประเทศใด พวกเขาล้วนปรับตัวให้กลมกลืนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนั้นโดยไม่ช้าก็เร็ว บางคนก็แปรผันมิหลงเหลือโครงเค้า กระนั้นบางคนก็ยังมีจิตวิญญาณหนักแน่นและแรงกล้าพอประครองหัวใจแก่นแท้มิให้แปรสภาพตามกาลเวลา ยุคสมัย และความคิดสังคม

          ไร้แสงแดดทว่ามีแสงขาวริบหรี่โยกระย้า เมรัยจับมือนารีไม่ปล่อย เพราะกลัวเพื่อนหายตัวไปดื้อๆ

          คฤหาสน์ที่เมรัยพูดถึงมีสภาพพังทลายและชิ้นส่วนกระจายตามมุมสุสานคนละทิศคนละทาง เมรัยบอกนารีว่าที่เป็นเช่นนั้น เพราะเคยมีน้ำท่วมในป่าสุสานทำให้น้ำพัดสิ่งของ เครื่องเรือน และสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ตัวคฤหาสน์ นารีร้องอ่อ เข้าใจแล้วว่าทำไมเตาพิงถึงกองตรงหน้า มิใช่ติดอยู่กับปล่องไฟ

          “รอประเดี๋ยวนะ”เมรัยเอ่ยน้ำเสียงอ่อนละมุนจนหัวใจนารีอ่อนยวบ คิดมิถึงว่าเพื่อนจะเป็นคนอ่อนโยนและพูดจาใจเย็นเช่นนี้ เพราะที่แล้วมาเมรัยพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยน้ำเสียงกดต่ำและแหบพร่า

          จู่ๆเมรัยก็แลดูเป็นผู้ใหญ่และมีภาวะสุขุมจนนารีตกใจเบาๆ

          “บรรดาสามทหารเสืออยู่หรือไม่”นางป้องปากเอ่ยถาม ทว่ามิมีเสียงตอบรับจากผู้ใด

          ดวงดาวน้อยเลิกคิ้ว เมรัยลดมือและยืนนิ่ง กระทั่งมีเสียงแฝงความรำคาญดังขึ้น “ไม่มีใครอยู่”

          “แล้วนั้นใครตอบ”

          “นี่ระบบฝากข้อความอัตโนมัติ ถ้ามีอะไรก็ฝากข้าไว้ก็ได้”

          “ข้ามีของเซ่นมาด้วย”

          “…”

          เสียงระบบฝากข้อความเงียบกริบ หมอผีน้อยเงี่ยหูตั้งใจฟัง นางมีแผนล่อพวกวิญญาณ หากขั้นแรกมิสำเร็จผล ขั้นที่สองจะรุนแรงขึ้นอีกสิบส่วน

          “เพื่อวันวานแด่วันพรุ่ง”ผีเอ่ยรหัสตรวจสอบ

          “หมายจมปักเป็นนิรันกับปัจจุบัน”เมรัยเอ่ยขานรับช่วงรหัส

          “นี่ อีหนูเมรัยนี่ว้า!!!”

          ทันใดนั้นความโกลาหลก็บังเกิด…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น