I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[16] : การพลัดพราก

ชื่อตอน : [16] : การพลัดพราก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[16] : การพลัดพราก
แบบอักษร

 

[16] 

'I-RIS RED' 

 

@จวนตระกูลคัง 

อี้หลานเดินตรงไปยังห้องโถงในทันทีก่อนจะพบว่าท่านแม่สุดที่รักของเขากำลังนั่งจิ๊บชายามบ่ายอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ชายหนุ่มพุ่งพรวดเข้าไปหาผู้เป็นมารดาด้วยแววตาดุดันก่อนจะทุบมือลงบนโต๊ะอย่างจนเหล่าบรรดาสาวใช้ต่างพากันสะดุ้งโหยงแต่กลับไม่ทำให้คังฮูหยินสะดุ้งสักนิด 

“ทำไมท่านแม่ถึงได้ทำแบบนั้นกับข้า ท่านก็รู้ว่าข้ารักฟางซิน!” อี้หลานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน 

“เจ้าพูดจาดังไปแล้ว ทำตัวให้มันมีมารยาทคุณชายหน่อยไม่ใช่ทำตัวเป็นพ่อค้าปากมากในตลาด” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบในขณะที่ยังคงจิ๊บชาอยู่อย่างไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนสักนิด 

“ท่านแม่ไล่ฟางซินออกไปจากบ้านไม่พอยังเนรเทศนางไปไกลจากข้าอีก ท่านแม่มีสิทธิ์อะไรที่ทำแบบนั้นนางเป็นของข้า ข้ามีสิทธิ์ในตัวนางคนเดียวเท่านั้น!” อี้หลานยังคงตวาดใส่หน้าผู้เป็นมารดาด้วยความโมโหอย่างไม่มีความเกรงใจสักนิดเพราะตอนนี้ในหัวใจของชายหนุ่มคุกรุ่นไปด้วยไฟร้อนที่กำลังลุกโชน 

หญิงวัยกลางคนผู้สูงศักดิ์วางแก้วชาลงก่อนจะเงยมองหน้าบุตรชายคนโตที่มีปัญญาเป็นเลิศที่สุดในแคว้นแต่กลับมาโง่งมเพราะความรัก “ใครๆ ก็มองเจ้าว่าคือบุรุษที่ฉลาดหลักแหลมที่สุดในแคว้น ผู้คนมากมายนับถือเจ้า แต่เจ้ากลับกำลังทำให้คนเหล่านั้นหัวเราะเยาะเจ้าเพราะเจ้ากำลังโง่งมกับความรัก” 

“ความรักไม่เคยทำให้ใครโง่หรอกถ้าเช่นนั้นคนที่มีความรักทุกคนก็คือคนโง่น่ะสิ” อี้หลานเถียงผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าดุดัน 

“มันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะโง่เพราะความรักเพราะคนที่ฉลาดเขาจะเลือกสิ่งที่ดีและคู่ควรกับตัวเองไม่ใช่ไปคว้าเอาสิ่งต่ำๆ มา” 

“ท่านแม่!” อี้หลานถึงกับร้องออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดแต่ชายหนุ่มกับต้องพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้เพราะอีกฝ่ายคือมารดาผู้มีพระคุณ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าจนลึกเพื่อพยายามตั้งสติของตัวเองและจ้องมองผู้เป็นแม่ด้วยแววตาที่ยังคงดุดัน “ท่านแม่บอกข้ามาดีกว่าว่าท่านแม่ส่งฟางซินไปที่ไหน?” 

“แม่ไม่ได้ส่งนางไปที่ไหนและแม่ก็ไม่รู้ด้วยว่านางไปที่ไหนเพราะแม่ให้ทองและเงินบางส่วนกับนางและบอกแค่ว่าให้นางไปให้ไกลจากเจ้าและเรื่องที่น่าขบขันที่สุดคือนางเลือกรับของมีค่าเหล่านั้นไว้และยินดีจะไปจากเจ้าโดยไม่ไยดีสักนิด นั้นแปลว่านางต้องการเงินมากกว่าความรัก” 

“นางไม่ใช่คนแบบนั้นข้าเชื่อว่านางมีเหตุผลที่เลือกจะไป” 

“แล้วเจ้าว่าเหตุผลของนางคืออะไรล่ะ?” 

“ข้าไม่รู้แต่ข้าจะออกไปตามหานางและนำคำตอบจากปากของนางมาบอกท่านแม่อีกที” 

“เจ้าจะไปตามหานางที่ไหนแผ่นดินของเราไม่ได้กว้างแค่สองก้าวเท้าของเจ้านะ” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างเย้ยหยันเพราะแผ่นดินไม่ได้แคบสักหน่อย การที่จะตามหาใครสักคนในแผ่นดินที่แสนกว้างใหญ่นี่คงยาก 

"คนที่ข้ารักคือฟางซิน ไม่ว่าตอนนี้นางจะอยู่ที่ไหน สุดหล้าฟ้าเขียวหรือไกลจากอ้อมกอดข้าเป็นหมื่นลี้ ข้าก็จะตามหานางให้เจอและนำนางกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของข้าดั่งเช่นเดิมและท่านแม่จะไม่มีวันแยกข้ากับฟางซินออกจากกันได้" 

อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหันตัวเดินออกมาจากห้องโถงในทันทีและตรงกลับไปยังเรือนนอนของตัวเองเพื่อเก็บข้าวของเตรียมออกตามหาฟางซินเพราะไม่ว่าฟางซินจะอยู่ที่ไหนเขาก็จะตามหาฟางซินให้เจอเพราะคนที่เขารักและภักดีก็คือฟางซินผู้เดียวเท่านั้น 

“เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!” คังฮูหยินเดินตามอี้หลานมาที่เรือนนอนโดยมีคนใช้หนุ่มตามมาด้วย 4-5 คน 

“ท่านแม่ห้ามข้าไม่ได้หรอก” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหันไปคว้าห่อผ้าเพื่อเตรียมจะออกไปจากจวน 

หมับ! 

“อ๊ะ!” อี้หลานร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่อคนใช้หนุ่มที่ตามมารดามาด้วยพุ่งตรงเข้ามาหาเขาก่อนจะจับล็อกเขาไว้จนแน่นด้วยแรงมหาศาลแน่นอนคุณชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมเยี่ยงเขาจะสู้อะไรกับแรงของคนใช้เหล่านี้ได้เพราะถูกใช้แรงงานหนักมาตั้งแต่เยาว์วัย “ท่านแม่จะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้!” 

“แม่เป็นแม่เจ้าเป็นผู้ให้กำเนิดเจ้าเพราะฉะนั้นแม่มีสิทธิ์จะทำอะไรกับเจ้าก็ได้!” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าดุดันก่อนจะหันไปหาคนใช้ของตนเอง “จับคุณชายหนึ่งเอาไว้และเฝ้าให้ดีอย่าให้หนีไปไหนได้เพราะคุณชายหนึ่งจะต้องเตรียมตัวเข้าพิธีวิวาห์กับคุณหนูสองตระกูลลี่” 

คำพูดของมารดาทำให้อี้หลานเบิกตากว้างในทันทีก่อนจะขบกัดกรามจนแน่นด้วยความโมโหที่ถูกบังคับใจเช่นนี้ทั้งๆ ที่เขาเป็นบุรุษแท้ๆ แต่กลับดูบังคับไร้เสียงใดๆ จะพูดเหมือนสตรีไม่มีผิด คำพูดของท่านแม่ชัดเจนทุกอย่างคุณหนูสองตระกูลลี่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเสวี่ยนอันนั่นแหละและที่มารดาของเขาประกาศออกไปเสียงดังแบบนั้นก็เพราะให้เหล่าคนใช้ปากมากที่ชอบซุบซิบนินทาได้ยินจะได้เอาไปพูดให้ทั่ว ไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 

“ข้าจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากฟางซิน” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงใจ 

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะพูดหรือปฏิเสธ” 

คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันตัวเดินออกไปจากเรือนนอนของอี้หลานในทันทีด้วยสีหน้าดุดัน เธออาจจะเป็นแม่ใจร้ายในสายตาของอี้หลานแต่ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อรักษาเกียรติตระกูลให้สูงส่งดั่งเช่นบรรพบุรุษทำเพราะตระกูลคังตั้งแต่บรรพบุรุษก็ไม่เคยรับสะใภ้หรือเขยต่ำต้อยเข้ามาเป็นหนึ่งในตระกูลเลยและตอนนี้เธอกำลังสานต่อสิ่งเหล่านั้นและปกป้องตระกูลของเธอเอาไว้ 

@ด้านนอกเมืองแถบชายป่าของชนบท 

รถม้าวิ่งไปตามทางกันดารแถบชนบทที่มีแต่ป่าเขาด้านในรถม้ามีร่างบางของฟางซินและเคอร์ซีนั่งอยู่ด้วยกัน ฟางซินเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูภายนอกอยู่บ่อยครั้งด้วยสายตาเหม่อลอย เธอตัดสินใจหนีออกมาจากอี้หลานเพราะเธอกับอี้คงมีไม่มีวาสนาต่อกัน เขากำลังจะแต่งงานกับสตรีผู้สูงศักดิ์ส่วนเธอสตรีผู้ต่ำต้อยก็ต้องจากไปแต่ขอจากแบบมีค่าดีกว่า 

ตุบ! 

“โอ๊ย!” แต่พลันสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อรถม้าหยุดลงอย่างกะทันหันจนเด็กสาวทั้งสองคนเสียหลักล้มลงไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง ฟางซินยกแขนของตัวเองขึ้นดูก็พบว่ามีรอยถลอกเล็กน้อย เด็กสาวรีบพยุงตัวขึ้นมาจากพื้นในทันทีก่อนจะเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูเหตุการณ์ด้านนอก “มีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกช่วยบอกข้าที!” 

หมับ! 

“อ๊ะ!” 

ประตูรถม้าถูกเปิดออกอย่างแรงจนเด็กสาวทั้งสองคนส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจพลันดวงตากลมโตของฟางซินก็เบิกกว้างเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอมีอาวุธอยู่ในมือด้วยนั้นเป็นสัญญาณไม่ดีเอาเสียเลย “...จะ...เจ้าเป็นใคร?” 

“ข้าเป็นโจรไงเพราะฉะนั้นออกมา!” ชายหนุ่มตรงหน้าฟางซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะกระชากแขนของเด็กสาวทั้งสองคนออกมาพร้อมกันและเหวี่ยงตัวไปยังพื้นเบื้องหน้า 

ตุบ! 

“โอ๊ย!” ฟางซินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างกายที่บอบบางของเธอกระแทกลงบนพื้นดินแข็งๆ อย่างแรง เด็กสาวหันไปยังคนขับรถม้าของเธอก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้ชายวัยกลางคนคนนั้นเหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจที่ลำคอถูกปาดอย่างโหดเหี้ยม “...กะ...กรี๊ดดดดดด!” 

“นายหญิงไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ” เคอร์ซีรีบเข้ามากอดปลอบฟางซินในทันทีก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าพวกโจรเถื่อนที่น่ากลัวตรงหน้า “พวกข้าไม่มีทรัพย์สินให้เจ้าหรอก พวกข้าก็แค่ชาวบ้านธรรมดาที่กำลังจะเดินทางไปต่างเมืองเท่านั้น” 

“รถม้าที่หรูหราเช่นนี้คนธรรมดาคนนั่งได้หรอก บอกพวกข้ามาดีกว่าว่าทรัพย์สินของพวกเจ้าซ่อนเอาไว้ตรงไหน!” โจรเถื่อนพูดขึ้นด้วยท่าทางดุดันก่อนจะเดินเข้าไปหาฟางซินแล้วกระชากแขนของเด็กสาวให้ออกมาจากเคอร์ซี 

“...ปะ...ปล่อยข้านะ!” ฟางซินร้องโวยวายออกมาในทันทีเมื่อถูกโจรเถื่อนพวกนี้กระชากตัวออกมาและกำลังดึงเธอไปยังกลางวงของพวกมันด้วยท่าทางไม่น่าไว้วางใจสักนิดส่วนพวกมันส่วนหนึ่งก็กำลังจับเคอร์ซีเอาไว้ 

“ปล่อยนายหญิงข้านะ!” เคอร์ซีร้องโวยวายออกไปและพยายามจะดิ้นเพื่อไปช่วยฟางซินแต่กลับถูกโจรจับตัวเธอกดแนบไว้กับพื้นจนไม่สามารถขยับได้เลย 

“เจ้าสวยยิ่งนักดูผิวพรรณของเจ้าสิเนียนละออไปหมด ขอให้ข้าได้ลองเชยชมเจ้าหน่อยสิ” โจรเถื่อนคนที่จับฟางซินพูดขึ้นก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ฟางซิน 

“กรี๊ดดดดด! อย่ามายุ่งกับข้านะ ปล่อยข้า” ฟางซินร้องโวยวายออกมาด้วยความกลัวก่อนจะพยายามเอียงตัวหลบโจรชั่วที่กำลังจะล่วงเกินเธอและถ้าเธอปล่อยเอาไว้พวกมันก็จะย่ำยีเธอแน่ๆ 

“งั้นข้าขอนางนั้นแล้วกัน หุ่นก็น่าลิ้มลอง” 

“ให้พวกข้าได้เชยชมบ้างนะ” 

ทั้งฟางซินและเคอร์ซีต่างตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเพราะกำลังถูกไอ้พวกโจรบ้าลวนลามและต่างขัดขืนกันอย่างสุดกำลังแต่พวกมันก็เยอะกว่าและหาทางรอดยากในเวลานี้ฟางซินทำได้เพียงแต่นึกถึงอี้หลานเท่านั้นแต่มันเป็นไปไม่ได้เพราะอี้หลานไม่สามารถมาช่วยเธอได้แต่ขอใครสักคนที่เทพเจ้าจะเมตตาส่งมาช่วยเธอด้วยเถิด 

“หยุดนะไอ้พวกโจรชั่ว พวกเจ้ากำลังจะทำอะไรปล่อยพวกนางเดี๋ยวนี้นะ!” 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น