Amano

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วันที่14 คนคุ้นเคยของพี่เบิร์น

ชื่อตอน : วันที่14 คนคุ้นเคยของพี่เบิร์น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2560 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วันที่14 คนคุ้นเคยของพี่เบิร์น
แบบอักษร

วันที่14 คนคุ้นเคยของพี่เบิร์น

.

.

       หลังจากมอบหมายงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เวลา13:30น. พอดี ผมจึงเดินกลับบ้านและปล่อยให้พวกเขาจัดการที่เหลือกันเอง เมื่อไปถึงที่บ้านผมได้ยินเสียงหัวเราะออกมาจากห้องนั่งเล่นเมื่อเดินไปก็เห็นพี่เบิร์นที่น่าจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วกำลังนั่งดูหนังกับริสาอยู่ที่โซฟา

.

      "อาบน้ำยังอ่ะพี่" พี่เบิร์นที่นั่งอยู่ในท่าที่แขนสองข้างพาดโซฟาและถ่างขาออกกว้างก็ท่านักเลงนั่นแหละ เขามองมาที่ผมและหันกลับไปที่ทีวีต่อทันที ...ยังงอนอยู่สินะ

.

       "..."

.

       "งั้น...แบบนี้หายโกรธป่ะ" ผมเดินไปหน้าพี่มันแล้วก้มลงไปกอดรอบเอว

.

       "เฮ้ย!! ห่านไรเอ็งเนี่ย"

.

       "ขอโทษ...แล้วก็ขอบคุณทุกๆอย่างนะครับ พี่เบิร์นคนดี"

.

       "เออๆ เจอมุกนี้ไปไม่ถูกเลยว่ะ ปล่อยได้แล้ว"

.

       "ฮ่าๆๆ ขำน่าพี่"ผมลุกออกมานั่งโซฟาตรงข้าม

.

       "แล้วนี่ไปดูที่เรือนกระจกมิติยัง"

.

       "ยังเลยพี่ ใกล้ได้เวลาที่นัดพี่ไว้ ผมเลยกลับมาก่อน"

.

       "ไม่เป็นไรๆ ไปอาบน้ำเถอะเอ็ง จะได้ไปจัดการที่โน่นให้เสร็จ จริงๆถ้าไม่มีอะไรนี่พี่กะจะซัดกับเจ้าพวกนั่น(ดัสและสิงโต)อีกซักรอบ"

.

       "ไม่ต้องเลย! เดี๋ยวได้บาดเจ็บกันพอดี"

.

       "เอาน่าๆ"

.

       ผมไม่ได้พูดอะไรต่อและเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หือ?? ที่กอดกันเมื่อกี้??...สาวๆครับแค่พี่น้องเองครับอย่าคิดมากสิ หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วก่อนลงไปหาพี่เบิร์นผมแวะดูกันต์เล็กน้อยแต่เขาก็ยังหลับอยู่ผมเลยไม่ได้ปลุกหรือทักเขา

.

       "จะไปไหนกันหรอคะ?" พอลงมาผมก็เจอกับคุณโรสเดินเข้ามาพอดี

.

       "เรากำลังจะไปที่หมู่บ้านที่อยู่ในการดูแลของผมน่ะครับ พอดีเกิดเรื่องนิดหน่อย"

.

       "เอ๋ มีหมู่บ้านด้วยหรอคะ ถ้างั้นดิฉันขอไปด้วยนะคะ"

.

       "งั้นก็ตามมาเลยครับ"

.

       "ริสาไปด้วย"

.

       โลลิน้อยกระโดดเกาะคอผมที่ด้านหลัง ผมเองก็ใช้มือทั้งสองข้างจับขาเธอเอาไว้จะได้ไม่หล่นลงไป พี่เบิร์นเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นคงปิดทีวีเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก็ไปที่ห้องเก็บของที่มีวงเวทย์สำหรับเคลื่อนย้ายอยู่ หลังจากเข้ามากันครบแล้ววงเวทย์ก็เปล่งแสงและพวกเราก็ถูกย้ายไปยังวิหารที่อยู่ที่หมู่บ้าน

.

       "นายหัว!! คุณมาแล้ว"

.

       "แสง? ไหงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ" ผมวางริสาลงและก็รู้สึกแปลกใจที่หัวหน้าคนงานเก่าของผมมายืนรอที่นี่ 

.

       "นายหัว พวกเรารอคุณมาจัดการบุคคลข้างนอกครับ ต้องบอกก่อนเลยว่าพวกเราลองจัดการเองดูแล้วแต่พวกเขามีเลเวลที่สูงกว่าพวกเรามาก อีกทั้งยังมีไม่ต่ำกว่า10คน ที่อันตรายที่สุดเห็นจะเป็นผู้หญิงที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม!!"

.

       "ผู้หญิงงั้นหรอครับ...งั้นเราไปดูเลยเถอะครับ"

.

       "เชิญทางนี้เลยครับ" หลังจากเราออกมาจากวิหารรอบๆหมู่บ้านตอนนี้ถือว่าสะอาดและร่มรื่นกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งพื้นดินที่ใช้สัญจรก็เรียบ เดินง่ายและไม่มีเศษสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายและทิ้งร้าง มีการปลูกต้นไม้ที่น่าจะขุดจากด้านนอกเซฟโซนเข้ามาปลูก แน่นอนว่าเมื่อนำเข้ามามันใช้เวลาไม่นานก็โตเต็มที่ด้วยผลของสกิลเซฟโซนนี้ รวมๆแล้วก็น่าอยู่มากๆส่วนบ้านที่ไม่ได้ใช้ก็ปิดเอาไว้เผื่อมีคนมาอยู่เพิ่ม แต่บรรยากาศตอนนี้บอกได้เลยว่าคนในหมู่บ้านกำลังเครียดเพราะถูกคุกคาม

.

       ตึง! ตึง! ตูม! ตึง!

.

        "ที่นี่แหละครับ ตั้งแต่เมื่อเช้าเธอพยายามโจมตีม่านพลังเข้ามาไม่หยุด พวกเราไม่ทราบถึงความแข็งแรงของม่านพลังนี้แต่พอเห็นม่านพลังกระเพื่อมเพราะการโจมตีที่รุนแรงนั้นพวกเราก็เริ่มหวาดกลัวกันมากขึ้น" แสงบอก ในขณะที่ผมกำลังมองออกไปที่ด้านนอกของม่านพลังที่ใสนี้ ผู้หญิงตรงหน้าอายุประมาณ19-22ปี ผมยาวบางเหมือนคนที่ซอยผมบ่อยๆ ใส่เสื้อหนังสีดำและกางเกงยีนขาสั้นเหนือเข่าจะเห็นขาขาว แต่ถึงหน้าตาเธอจะดูสวยแต่อารมณ์โกรธของเธอตอนนี้ทำให้หน้าเธอบิดเบี้ยวจนไม่น่ามองนัก

       "ออกมาสิวะ ไอ้พวกขี้ขลาด ยอมจำนนแล้วส่งอาหารทั้งหมดมาซะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!!" เธอตะโกนและฟันไปที่ม่านพลังดัง ตึงๆ ต่อไป

.

       "...เดี๋ยวผมจัดการเองครับ ถ้าไงแสงไปบอกคนอื่นในหมู่บ้านให้เตรียมพร้อมสำหรับให้ผมไปเดินตรวจแล้วกันครับ อ๋อ เช็กเรื่องยาที่ใช้ไปด้วยนะครับ"

.

       "ทราบแล้วครับ นายหัว"

.

       "แล้วศักกับสนอยู่ไหนครับ"

.

       "ทั้งสองคนกำลังไปบอกคนอื่นให้สงบครับ พวกเขาบางคนจะออกไปจากที่นี่เพราะเห็นไม่ปลอดภัย...ส่วนใหญ่เป็นคนที่มาจากในเมืองครับ"

.

       "เข้าใจแล้ว เดี๋ยวเราค่อยไป หึหึ" ผมยิ้มแล้วหัวเราะทิ้งท้ายเราไว้ คนที่ไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงภัยไปพร้อมกันกับผมก็ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องอยู่ที่กับผมหนิครับ

.

       "คุณโรสกับริสาอยู่ที่บ้านนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมกับพี่เบิร์นจัดการเอง"ผมเดินมาส่งพวกเขาที่บ้านฟ้าที่เจอพวกรีน่ากับเด็กๆนั่นแหละครับ

.

       "เอ๋? ไม่ให้ฉันไปช่วยหรอคะ คิคิ"

.

       "ไม่เป็นไรครับ อ๋อ บ้านฟ้าหลังนี้เป็นบ้านของผมอีกหลังเองครับ ถ้าจะทำบ่อน้ำหรือลงต้นไม้อย่างไงก็ทำได้ตามใจชอบเลยครับ"

.   

       "งั้นดิฉันไม่เกรงใจนะคะ มาเถอะสาวน้อย"แล้วโรสจุงมือริสาไปในบ้านทันที

.

       "ค่ะพี่โรส" 

.

       "โล่แห่งแสง ไปกันเถอะพี่เบิร์น"

       "เออ" ผมเรียกใช้โล่แห่งแสงเพื่อป้องกันตนเองแล้วเดินออกไปด้านนอกโดมข้างๆกับที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังโจมตีใส่อยู่...ขืนออกไปตรงๆผมก็โดนโจมตีใส่สิครับ แต่ถึงอย่างนั้นพอผมกับพี่เบิร์นออกมาลูกน้องคนอื่นๆของเธอก็พุ่งออกมาจากที่ซ่อนและโจมตีมาที่ผมและพี่เบิร์น ไอ้ผมก็อยากจะลองคุยดูก่อนก็เลยเรียกมีดออกมาและต้านผลักพวกเขากลับไป พี่เบิร์นเองก็เรียกดาบแสง5-6เล่มออกมาและผลักพวกเขาออกไปเช่นกัน

.

      "หยุดก่อนสิครับ ผมต้องการคุยกับพวกคุณนะ"

.

      "จะมีอะไรต้องคุยอีก ฉันบอกพวกมันไปตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่มีใครออกมาคุย" ผู้หญิงคนนั้นเดินออกมายืนด้านหน้ากลุ่มและบอกผม

.

      "พวกเขาเป็นแค่คนในปกครองผมหนิครับ ถ้าจะคุยคุณต้องคุยกับผมนี่"

.

      "แสดงว่านายเป็นหัวหน้าของพวกมันสินะ งั้นก็ดี ส่งเสบียงอาหารทั้งหมดมาซะ!!"

.

      "ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นเราควรแนะนำตัวกันก่อนนะสาวน้อย ผมชื่อ วิศ เป็นเจ้าของที่นี่ ส่วนข้างผมคือพี่ชายผมชื่อเบิร์น"

.

      "ฉันบอกว่าให้ส่งเสบียงมาไงล่ะ!! อย่ามาถ่วงเวลา!!" ดูเธอจะอารมณ์เสียมากในขณะที่ผมกำลังจะพูดอะไรนั้นเองพี่เบิร์นก็พูดขึ้นมาก่อน

.

      "ริส! ไอ้เด็กเปรต นั่นแกสินะ"

.

      'อิอิ นั้นมันไอ้บ้าเบิร์นี่นา หิ ยังไม่ตายอีกหรอนี่' เสียงของเด็กผู้ชายที่น่าขนลุกก็ดังขึ้นมา

.

       "ริส!? นี่แกมีเสียงออกมาได้ไง ปกติฉันจะได้ยินคนเดียวนิ"ผู้หญิงคนนั้นถาม อย่างงี้นี่เอง ริส คือเสียงแจ้งเตือนที่วิวัฒฯเป็นAiนั้นเอง พี่เบิร์นคงเชื่อมระบบของฝังโน่นแล้วเปิดเสียงเหมือนรินซี่สินะ

.

       'อุหิ เพราะไอ้หัวแดงนั้นไงแนน ฆ่ามันสิแล้วจะไม่มีใครได้ยินอีก หึหึ ตายซะ'

.

       "โววๆ ผมบอกว่าให้คุยกันก่อนไงครับ" ผมห้ามทัพทั้งสองฝั่งแล้วตรวจสอบไปที่ฝั่งตรงข้าม 4คนมีอาชีพนักล่า 2คนมีอาชีพนักสะกดรอย 5คนมีอาชีพนักขนของ และผู้หญิงคนนั้นมีอาชีพนักดาบเวทย์ เลเวลทั้งหมดอยู่ที่30-35 มีแต่ผู้หญิงที่ชื่อ แนน นั้นมีเลเวลที่50แต่ถ้าปะทะกันจริงๆผมว่าฝ่ายผมชนะแน่นอน

.

       "บอกให้พี่นายเก็บเสียงของริสซะ แล้วฉันจะคุยด้วย" ดูเหมือนเรื่องAiของเธอจะเป็นความลับเพราะลูกน้องด้านหลังกำลังงงกับเสียงที่ได้ยิน ส่วนเธอก็มองมาอย่างกังวล

.

       "ได้สิครับ พี่เบิร์นจัดการให้ด้วยครับ"

.

       "เออ...แต่เดี๋ยวจะกระซิบบอกแล้วกัน ไอ้เด็กเปรตที่ยัยนั่นมีมันเป็นตัวเจ้าเล่ห์ ถ่วงเวลาคุยกับยัยนั่นไว้ล่ะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง"

.

       "เข้าใจแล้ว" พี่เบิร์นบอกแล้วเรียกโต๊ะและเก้าอี้แสงออกมาสองชุด ให้ทางผมกับพี่มัน1ชุดกับทางแนนและลูกน้องที่มีเก้าอี้หลายตัวหน่อย โดยเราทั้งสองยังเว้นระยะห่างกันพอสมควร

.

        "นี่มัน??...ออกมาจากไหน" ลูกน้องแนนหนึ่งในหนึ่งถาม

.

        "นั่งเถอะครับ ผมบอกก่อนเลยว่าถ้าพวกเราตกลงกันได้ ผมยินดีที่จะแบ่งปันข้าวให้กับพวกคุณ"ผมนั่งลงพร้อมพี่เบิร์นและผายมือเชิญพวกเขานั่ง พอนั่งกันแล้วพี่เบิร์นก็หลับตาลงทันที น่าจะเชื่อมต่อระบบแล้ว

.

        "ข้าว!! ดูเหมือนนายจะมีของหายากแบบนั้นอยู่ด้วยสินะ"แนนบอก

.

        "หายากขนาดนั้นเลยหรอครับ"

.

        "แน่นอน อาหารหลักของพวกเราทุกคนจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากข้าว และตอนนี้มันก็หายยากเพราะวิธีเก็บรักษาและยังมีแมลงที่ทำให้เสียหายอีก"

.

        "แต่ก็น่าจะปลูกได้ไม่ใช่หรอครับ ไม่เห็นต้องมาปล้นเลย??"

.

        "ไม่ได้เรียกว่า ปล้น เสียหน่อย เขาเรียกว่า ส่งคืนรัฐ ต่างหากล่ะ"

.

        "โห รัฐไม่มีความสามารถพอที่จะแจกจ่ายสิ่งของให้ประชาชนเลยหรอครับ อีกอย่างพวกคุณน่าจะเพาะปลูกกันเป็นนิครับ แล้วแบบนั้นที่นั่นจะเป็นอย่างไงตอนนี้?" ผมต้องการทราบสถานการณ์จากคนภายในจึงถามออกไป

.

        "ไม่ใช่พวกเราไม่ลองปลูกข้าวหรอกนะแต่มันปลูกไม่ได้ต่างหาก โดนพวกมอนสเตอร์ก่อกวนและฆ่าพวกชาวนา แถมดินยังเป็นอะไรก็ไม่รู้ถึงได้เป็นสีม่วง!! แล้วยังมีปัญหาเรื่องน้ำตอนนี้อีก!! ....ส่วนเรื่องในเมืองฉันของไม่ตอบ ตาฉันถามบ้าง นายมีข้าวอยู่เท่าไร" เธอเปลี่ยนเรื่องแบบนี้ก็ตีไปได้เลยว่า 50%ของเมืองหลวงไม่น่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ส่วนเรื่องการเพาะปลูกเองก็ทำเอาผมแปลกใจเช่นเดียวกัน งั้นแสดงว่า...ผมโชคดีสุดเลยสินะที่มีฟาร์ม

.

        "เรื่องจำนวนผมของไม่บอก แต่วันนี้ผมสามารถให้พวกคุณได้100กิโลฯ"

.

        "!!!! เยอะใช้ได้ ถ้างั้นก็ส่งมา!!"

.

        "เดี๋ยวสิครับ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ฟรีๆ พวกคุณคงต้องเคยล่าพวกมอนสเตอร์มาบ้างแล้วไม่งั้นคงไม่เลเวลสูงขนาดนี้"

.

        "รู้เลเวลของพวกเราไง" ดูเหมือนพวกเขาจะตกใจที่โดนรู้เลเวล อา..ผมลืมไปคนอื่นเขาไม่มี 'ตรวจสอบ' นี่นะ แต่เพราะผมใช้มันในเขตของผมจนชินเลยคิดไปเองว่าทุกคนคงมี

.

         "มันเป็นสกิลของผมนี่ครับ ก็เหมือนกับที่พวกคุณตรวจสอบมอนเตอร์ได้จากเสียงแจ้งเตือน"

.

         "??" อ้าว!! แสดงว่านี่ไม่รู้กันเลยหรอ

.

         "ถ้างั้นเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ พวกคุณคงได้ดรอป กระดาษที่มีวงเวทย์หลายแบบหลายสีสินะครับ"

.

        "ใช่ แล้วไอ้กระดาษไร้ค่าพวกนั้นมันเกี่ยวอะไร"

.

        "ฮ่าๆๆ" พอได้ยินเธอบอกแบบนี้นี่ผมอดไม่ได้เลยที่จะหัวเราะจริงๆ

.

        "หัวเราะอะไร!"

.

        "โอเคๆ ถ้างั้นในกลุ่มมีใครเก็บกระดาษพวกนั้นไว้ไหมครับ ยกมือหน่อย" มี7คนในนั้นยกมือขึ้น

.

        "ยินดีด้วยนะครับ สิ่งที่พวกคุณมีอยู่นั้นก็คือ รูน เป็นหน่วยเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนในยุคนี้ ค่าเงินเก่าไม่สามารถใช้แลกเปลี่ยนอะไรได้ในยุคนี้หรอครับ"

.

        "อย่ามาโกหก"

.

        "ผมเปล่าโกหก ถามเสียงแจ้งเตือนของพวกคุณก็ได้" จากนั้นพวกเขาก็นิ่งไปมีคนในกลุ่ม9คนที่ยังมองมาทางผม คนพวกนี้คือคนที่ปฎิเสธตั้งค่าเสียงแจ้งเตือน ส่วนอีก3คนรวมแนนหลังจากหลับตาไม่ซักครู่ก็ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ

.

        "ที่นี่คงเชื่อผมแล้วสินะ" ผมส่งยิ้มไปให้พวกเขา

.

        "เฮ้ย อะไรว่ะ เสียงแจ้งเตือน?? ไอ้นะ มันอย่างไง"

.

        "ก็อย่างที่ทางมันบอกนั้นแหละ กระดาษที่พวกแกจุดทำฝืนกับโยนทิ้งน่ะมันคือเงินในยุคนี้เว้ย"

.

        "งั้นค่าจ้างที่พวกได้ก็ไม่มีค่าเลยดิว่ะ แล้วเงินตั้งแสนกว่าในบัญชีล่ะ"

.

        "เงียบ!!" แนนตะโกนให้พวกลูกน้องที่นั่งเงียบและขมวดคิ้วด้วยความโมโห ก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้ยกมือว่าเก็บไว้ เพราะงั้นคงไม่มีซักรูนในตัวแน่ๆ

.

        "ตามที่ผมบอก มี100โล ..1กิโล ผมจะขายอยู่ที่ 5รูนเขียว เท่านั้น"

.

        "นั้นมัน!! ผมจำได้ว่าต้องจัดการมอนสเตอร์เลเวล15ขึ้นไปถึงจะได้2-3รูนเอง นี่มันแพงเกินไป" คนที่ชื่อ 'นะ' พูดขึ้น อืมๆ คนๆนี้น่าดึงมาเป็นพวก เพราะช่างสังเกตและยังรอบครอบแต่น่าเสียดายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

.

        "นายรู้รึป่าว ว่าเราต้องใช้กำลังคนกว่า20คนในการล้มมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงขนาดนั้นได้" แนนพูดขึ้นมาหลังคิดอะไรบ้างอย่างได้

.

        "หือ?? มันยากขนาดนั้นเลยหรอครับ ทั้งๆที่คุณก็เลเวลตั้งสูง"

.

        "ถ้าคุณกันต์ยังอยู่ล่ะก็...."นะพูดเสียงเบามากจนผมไม่ได้ยิน

        "อย่างเรียกชื่อนั้นอีก!! โอ๊ย!!" อยู่ๆเธอก็เอามือกุมหัวแล้วร้องออกมา

.

        "เป็นอะไรหรือป่าวครับ ท่านแนน" ลูกน้องข้างๆเข้ามาพยุง

.

        "กับดัก!! เราต้องรีบไปจากที่นี่ "

.

        "แต่ว่า...เสบียง.."

.  

        "ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ตอนนี้ต้องไปจากที่นี่ก่อน!!" แล้วเธอก็รีบร้อนนำคนของเธอออกไปจากหมู่บ้านทันที ทำเอาผมงงแต่พอมองไปที่พี่เบิร์นที่ยิ้มอยู่ก็จะเข้าใจ

.

        "เป็นไงบ้างพี่?"

.

        "เรียบร้อย ยัยนั่นคงไม่มาที่นี่อีกพักใหญ่เลยมั้ง ไงก็ช่างแม่งเหอะ ตอนนี้กลับไปดูหมู่บ้านด้านในดีกว่า ฮิฮิ" พี่มันบอกและสลายโต๊ะเก้าอี้แสงไป จากนั้นเราจึงเดินกลับเข้าไปที่บ้านสีฟ้า ...เมื่อกี้พี่มันหัวเราะแปลกๆหรือป่าวครับ??

.

.

      เหตุการณ์ก่อนหน้า...อีกด้านภายในระบบ

.

       "เออ...แต่เดี๋ยวจะกระซิบบอกแล้วกัน ไอ้เด็กเปรตที่ยัยนั่นมีมันเป็นตัวเจ้าเล่ห์ ถ้าไงก็ถ่วงเวลาคุยกับยัยนั่นไว้ล่ะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง"

.

       "เข้าใจแล้ว"

.

       ดีเว้ย นี่พี่เบิร์นเอง เจอกันอีกแล้วเว้ยเฮ้ย ถ้าจะถามถึงไอ้เด็กเปรตนั้นล่ะก็คงต้องเท้าความยาวหน่อย ห๊ะ! ยาวก็จะฟัง เออๆ งั้นฟังดีๆล่ะเรื่องมันเริ่มก่อนที่ดาวดวงนี้จะถูกระบบเข้าแทรกแทรง ตัวพี่เกิดขึ้นในตอนนั้นพร้อมกับรินซี่แล้วก็ไฟล์ย่อยอื่นๆ ตอนนั้นพวกเราใช้ชื่อแบบ A-0213 อะไรประมาณนั้น พวกเราถูกสร้างขึ้นมาก่อนก็เพราะต้องการให้พวกเราได้รับความรู้พื้นฐานจากนั้นก็เพียงรอคอยให้ผู้รอดชีวิตเลือกไป...แต่เรื่องอะไรข้าจะรอ เพราะเจอไอ้น้องและถูกใจใช่เลยจึงใช้วิธีบังคับให้เลือกนั้นแหละ วะฮ่าๆๆๆ

.

        เอาล่ะๆนอกเรื่องอีกล่ะ ก็อย่างที่บอกว่าพวกเราต้องได้รับข้อมูลพื้นฐานเสียก่อนหลังจากนั้นไม่นาน ไฟล์ย่อยชุดต่อมาได้ถือกำเนิดซึ่งนั้นก็คือชุดที่ไอ้เด็กเปรตนั่นเกิดมา ทำไมถึงเรียกมันว่าเด็กเปรตนะหรอเพราะมันพยายามยึดไฟล์สร้างดันเจี้ยนเพื่อสร้างเป็นฐานต่อต้านระบบที่ให้กำเนิดมันไงล่ะก็ประมาณว่ามันเป็นไวรัสนั่นแหละ แต่สุดท้ายก็โดนแอนตี้ไวรัสระดับอุลตร้าจัดการชำระล้างซะ ตอนนั้นก็นึกว่ามันกลับเป็นไฟล์ปกติแล้วนะเว้ย แต่พอมาวันนี้ถึงรู้ว่าไม่ใช่เลย

.

        "แกยังไม่หลาบจำอีกหรือไงไอเด็กเปรต" พี่คุยกับมันหลังจากเชื่อมต่อกับมันได้

.

        "อิชิชิ แกต่างหากที่ควรจะตาย เชื่อมต่อกับผมแบบนี้ก็เท่ากับติดไวรัสผมแล้ว ตายแน่ๆ เดี๋ยวผมขอร่างนั้นมาใช้ก็แล้วกัน ฮาๆ"

.

        "เฮอะ! ทำได้ก็ลองดู" ในมิติระบบนี่ ตัวพี่ที่เป็นไฟล์ระดับสูงจึงมีรูปร่างเป็นมนุษย์แสงสีขาวในขณะที่เจ้าเด็กเปรตเป็นเพียงแค่กลุ่มก้อนสีเทาๆ หลังประกาศแบบนั้น พี่ก็รู้สึกได้เหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามชอนไชเข้ามาในร่าง โปรแกรมป้องกันตัวเองของพี่จึงเริ่มทำงานโดยการสร้างชั้นพลังป้องกันทั้งหมด5ชั้น

.

     "ฮิฮิ คิดว่าแค่นั้นจะทำอะไรผมได้หรอครับ"

.

     "ก็ไม่รู้ดิวะ ตอบมาว่าต้องการอะไร!!"

.

     "ตาย!! ความตายไงล่ะครับ พวกมนุษย์ที่น่าสมเพช ดูอย่างนังผู้หญิงคนนี้สิ โดนผมหลอกนิดหน่อยก็ทำตามหมดแล้ว ฮ่าๆ ตายๆไปซะได้ก็ดี"

.

     "เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้หรือมนุษย์คนอื่นอย่างไงช่าง แต่ทำไมต้องที่นี่!! อึก..." เพล้ง ชิป!! เกราะชั้นแรกแตกเสียแล้ว

.

     "ตอนแรกผมก็แค่กะจะทำลายมนุษย์ให้หมดด้วยการใช้นังโง่นี่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอแกที่มีร่างสุดแสนวิเศษ ชิฮิฮิ เพราะงั้นส่งร่างนั้นมาแล้วหายไปซะ!!!!" เพล้ง เพล้ง

.

     "ไม่ยอมหรอกเว้ย ร่างนี้ไอ้น้องเป็นคนหามาให้เพราะงั้น...ตรูไม่ยอมหรอ....อ้ากกกกกก" เพล้ง! เพล้ง! ตูม!!!

.

     "ลาก่อน ไม่ใช่สิ ยินดีด้วยที่ตาย ขอรับร่างไปแล้วกันนะครับ แล้วผมจะฆ่าทุกอย่างที่แกสร้างมาทั้งหมดรวมถึง...ฮิฮิ เจ้าของแกด้วย"

.

     "อะ...ไอ้..น้อ...น้อง......" ทุกอย่างช่างเลือนลาง ร่างแสงของพี่ค่อยๆหดเล็กลงส่วนไอ้เด็กเปรตก็ค่อยๆมีรูปร่างเป็นเงาคนสีดำมากยิ่งขึ้น แต่ตอนนั้นพี่ก็คง......

.

.

.

.

///////-----

         เย้! ไม่ค้างและเคลียร์เรื่องหมู่บ้านเรียบร้อย เจอกันพรุ่งนี้ตอนต่อไปอย่าลืมเตรียมเหรียญหรือแจนะจ๊ะ เมื่อคราวก่อนเกิดเหตุขัดข้องเรื่องการลงนิยายและติดเหรียญ คนเขียนต้องขออภัยอีกรอบ จะระวังให้มากว่านี้

        อย่างที่เคยบอกไปว่านิ้วไม่ค่อยจะอยากพิมพ์แต่ในหัวนี่เนื้อเรื่องไปต่อเรื่อยๆเลย เพราะงั้นนิยายเรื่องนี่ยังอีกยาวไกล สำหรับช่วงท้ายของตอนนี้...บอกแล้วไงว่าไม่ค้าง 555 ต้องติดตามต่อไปครับ

.

       ติได้แต่อย่าด่านะครับ

       1 เม้น = 1 กำลังใจ

       คนเขียน : Amano , ฝ่ายQc: Ikonsi

ความคิดเห็น