พาพราว

:)

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ

พัดลมเพดานตัวเก่าหมุนอย่างเหนื่อยหน่ายคล้ายจะหลุดลงมากลางห้องเรียนอยู่รอมร่อ เก้าอี้ถูกยกขึ้นวางบนโต๊ะนักเรียนเรียบร้อย พื้นห้องยังคงชื้นจากการถูทำความสะอาด ฝุ่นผงและเศษกระดาษถูกเก็บกวาดไปรวมไว้ในถังขยะสีดำหลังห้องจนแทบล้นทะลัก

เด็กหญิงคนหนึ่งไล่ปิดหน้าต่างตลอดแนวนับสิบบานจนครบ ขณะอีกคนยังคงพิรี้พิไรกับการคัดไทยสวยงาม

‘วันอังคาร ที่ ๗ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔...’

เธอคนนั้นตั้งใจเขียนวันที่จนใบหน้าแทบชิดกระดานดำ บนอกข้างขวาของเสื้อนักเรียนปักชื่อ ‘แพรพิชชา จินตศิลี’ ด้วยด้ายสีน้ำเงินเข้มเฉดเดียวกับกระโปรง

“พีช! แค่ลบเปลี่ยนวันกับวันที่ก็พอแล้วไหม แกจะเขียนใหม่หมดทำไม”

“ก็ลายมือมันไม่เหมือนกัน มันขัดตา ฉันเห็นแล้วเรียนไม่รู้เรื่อง”

“ขนาดนั้น?”

“อือ...ขนาดนั้นแหละ แกไม่เข้าใจหรอก”

“เออ ฉันไม่เข้าใจหรอก เพราะไงก็เรียนไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว”

‘พู่กัน’ เอือมกับนิสัยเพื่อนคนนี้ ชอบมีปัญหากับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าจะมีได้ อะไรที่คนทั่วไปมองข้ามแพรพิชชามักจะไม่! ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยสมเป็นแชมป์คัดไทยระดับสายชั้น

“เร็วๆ เหลือเอาขยะไปเทอีก”

พอเพื่อนว่าแบบนั้นคนขยันไม่เข้าเรื่องจึงเร่งมือ หลังตวัดเลขไทยตัวสุดท้ายของปีพ.ศ. เสร็จก็รีบกระโดดลงจากเก้าอี้ ลากไปเก็บเข้าที่ ก่อนโยนแท่งชอล์กจิ๋วในมือจากระยะกลางห้องลงร่องใต้กระดานดำด้วยความแม่นยำ แล้วหันไปทำหน้าภูมิใจใส่เพื่อน

“แม่นว่ะ” เธอชมตัวเอง

“ลีลา!” พู่กันด่าตามความเคยชิน

อันที่จริงแล้วเวรทำความสะอาดของทั้งคู่คือวันพุธ แต่เลือกมาทำล่วงหน้าในเย็นวันอังคารเพราะขี้เกียจมาวุ่นวายเอาตอนเช้าก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่เวรด้วยกันนั้นกลับไปแล้วหลังเสร็จหน้าที่ที่แบ่งกันชัดเจน

“ทำไมทำเวรทีไรต้องเป็นเราสองคนตลอดเลยวะ ทิ้งขยะเนี่ย” พู่กันบ่น

“ทำๆ ไปเหอะน่า” แพรพิชชาตัดบท

แผ่นไม้สลักอักษร ‘ม.๒/๓’ เหนือกรอบประตูสั่นไหวตามแรงลม เด็กหญิงสองคนช่วยกันหิ้วถังขยะคนละข้างไปตามระเบียงทางเดินบนชั้นสามของอาคารเรียนสีเปลือกไข่ ผ่านต้นหูกวางสูงใหญ่ที่อยู่คู่โรงเรียนมายาวนาน ใบไม้สีเหลืองปลิดขั้วร่วงหล่นบนถนนคอนกรีตประปราย

ประกายแดดเย็นทอแสงสบายตา เป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว แต่เด็กๆ ยังคงจับกลุ่มกันอยู่ตามมุมต่างๆ ของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ บ้างก็นั่งทำการบ้าน จับกลุ่มคุยงาน บ้างก็ล้อมวงกินขนมที่ไปเหมามาจากร้านรวงซึ่งเปิดเรียงรายตลอดแนวกำแพงหน้าโรงเรียน บ้างก็เล่นดนตรี ดีดกีตาร์ร้องเพลงแซวสาวเอาฮา

แพรพิชชาพาเพื่อนเดินผ่านกลุ่มรุ่นพี่โดยไม่สะทกสะท้านใดๆ เพราะรู้ว่าถ้ายิ่งอายคนชอบแซวก็จะยิ่งได้ใจ ในขณะที่พู่กันแอบเลิ่กลั่กเล็กน้อย ขยับแว่นกรอบดำอย่างประหม่า

กระทั่งเดินพ้นมุมตึกผ่านสนามบาสเกต...

“เฮ้ย!!!”

ทั้งสองประสานเสียงร้องด้วยความตกใจในวินาทีที่ถังขยะสีดำถูกบางสิ่งบางอย่างอัดกระแทกอย่างแรงจนหลุดมือและกระเด็นไปไกลหลายเมตร ล้มคว่ำ ขยะกระจายเกลื่อนกลาด

แพรพิชชายืนอึ้งมองผลงาน ส่วนพู่กันนั้นกระโดดหลบเข้าพุ่มไม้อย่างไว

“โทษน้อง พี่พลาด” ตัวต้นเหตุวิ่งตามมาพลางยกมือขึ้นโบกขอโทษ ก่อนวิ่งเลยพวกเธอทั้งคู่ไปเก็บลูกฟุตบอลเจ้าปัญหาแล้วเตะส่งๆ กลับไปให้เพื่อนในสนาม

“ซวยจริง” แพรพิชชาถอนหายใจอย่างเซ็งๆ รีบเดินตรงไปดึงถังขยะให้ตั้งตรง และก้มลงเก็บขยะที่พื้นโดยไว

“แก...” พู่กันสะกิดเพื่อนเหมือนมีอะไรจะพูด

“อะไร? ดูดิไม่มีมาช่วยอะ” เธอบ่นคนก่อเหตุ

“พีช...” พู่กันยังคงสะกิด ก่อนจะเงียบลงในทันใด

“มา! เดี๋ยวพี่ช่วยเก็บ” เด็กหนุ่มวิ่งกลับมาหาทั้งคู่ด้วยรู้ในความผิด

มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ใครทำคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ*!*

แพรพิชชายอกย้อนในใจ รีบเก็บขยะโดยไม่สนใจมองใคร

ไม่นานทุกอย่างก็ถูกเก็บลงถัง เศษกระดาษ แก้วพลาสติก ถุงใสที่มีซอสสีแดงอมส้มนอนก้น ถุงน้ำจิ้มลูกชิ้นเยิ้มๆ ไม้ไอติม เศษลูกอม ถุงขนม...ขยะที่เด็กนักเรียนนิสัยไม่ดีแอบเอาอาหารขึ้นไปกินบนห้องเรียนทั้งที่มีป้ายห้าม (และเธอคือหนึ่งในนั้น)

เด็กหนุ่มขอโทษอีกครั้งอย่างไม่จริงจังนักก่อนวิ่งไปวักน้ำจากบ่อบัวบริเวณสวนหย่อมล้างมือลวกๆ เช็ดกับกางเกงนักเรียน แล้ววิ่งกลับไปยังสนามที่มีเพื่อนชายนับสิบยืนกระจายตำแหน่งแย่งลูกกลมๆ สีขาวสลับดำ ได้ยินเสียงเฮฮาแว่วมาตามประสา

แพรพิชชามองมือเหนียวๆ ของตนเอง ใช้ไหล่สะกิดเพื่อนที่นิ่งไป ซึ่งดูไม่ค่อยปกติ เลิกคิ้วแทนการถามว่า ‘เป็นไร’

“แก...ตะกี้มือฉันสะกิดโดนพี่เขาด้วย” พู่กันตาลอยขณะพูด

“ฮะ?” แพรพิชชาตามไม่ทัน

“ก็ที่ฉันบอกว่าชอบไง คนนี้แหละ พี่ม.4 ที่เคยเล่าให้ฟังอ้ะ” เธอลดเสียงเป็นกระซิบทั้งที่ไม่จำเป็น

“อ๋อ...พี่กันอะไรนั่นอะนะ”

“พี่กานต์แกพี่กานต์ โอ๊ย...ใจฉันเต้นแรงมากอ้ะ แบบว่ามันได้ มันใช่!”

คนฟังหัวเราะหึ “เน่ากว่าขยะเปียกก็จินตนาการแกนี่แหละพู่”

“ไม่อยากล้างมือเลยอะ” พูดไปยิ้มไป

“อี๋! เชื้อโรคมะ!”

“ฝันดีแล้วคืนนี้ อีพู่เอ๊ย” เด็กหญิงช่างฝันว่า เอียงหน้าอย่างเขินอาย

แพรพิชชาส่ายหน้าระอาพลางใช้มือกดขยะ ขณะตาก็มองไปยังแก๊งรุ่นพี่ม.ปลายที่เตะฟุตบอลกันอยู่ในสนามบาสเกตบอล ไม่เข้าใจว่าสนามฟุตบอลก็มีทำไมไม่เตะ ไปอัดกันทำไมในสนามซีเมนต์เล็กๆ มิหนำซ้ำยังเตะกันรุนแรงจนน่ากลัว กลัวว่ากระจกห้องผอ. ที่อยู่ในตำแหน่งสุ่มเสี่ยงจะแตกเข้าสักวัน แบบนั้นคงสยองพิลึก

นึกๆ ไปก็ตลกตัวเอง เธอมักกลัวอะไรไม่เข้าเรื่องแบบนี้เสมอ จินตนาการในด้านความเสียหายมักไปเร็ว

“แกดูดิ โคตรเท่”

เสียงนั้นของเพื่อนดึงความสนใจเธอออกจากกระจกหน้าต่างห้องผู้อำนวยการไปยังสนามอีกครั้ง จับโฟกัสที่เป้าหมายของพู่กัน ก่อนดับฝันเพื่อน “พี่อีกคนไม่หล่อกว่าเหรอแก คนนั้นอ้ะ ขาวๆ สูงๆ จมูกโด่งๆ”

“พี่ดังอะเหรอ ก็หล่อ...แต่คนหล่อมันก็งั้นๆ อ้ะ ฉันเฉยๆ ว่ะ ชอบแบบนั้นมากกว่า”

แพรพิชชาพยายามเพ่ง ‘แบบนั้น’ ของเพื่อน

อืม...ไม่ขาวมาก ไม่สูงมาก ไม่หล่อมาก เล่นบอลก็กาก โดนเพื่อนแย่งลูกแล้วนั่นน่ะ...



______________________________

เปิดตัวพระเอกที่กากที่สุดในจักรวาลของเลาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น