by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

21/ คำขอของโปรดปราณ (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 21/ คำขอของโปรดปราณ (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 21

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.8k

ความคิดเห็น : 157

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2560 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
21/ คำขอของโปรดปราณ (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

"แล้วปวดท้องอยู่มั้ย แวะหาซื้อถุงร้อนประคบท้องดีมั้ยวะ ปอมึงรอแป๊บนะ...โทษทีที่โทรมาปลุก ตุลย์กูถามหน่อยสิถ้าปวดท้องแล้วเอาถุงร้อนประคบท้องมันจะหายมั้ยวะ หรือต้องกินยาอะไรดี"

"หื้ม อะไรของมึงช่วยให้ความกระจ่างกูหน่อยที่มาที่ไปน่ะ" ไอ้ตุลย์มันถามเสียงงัวเงีย ก็มันเพิ่งจะได้นอนตอนพวกผมออกจากบ้านมันเมื่อพักใหญ่นี่แหละ ผมมองไอ้ปอที่นั่งตัวงอมือกุมท้องตัวเองน้ำตาไหลเป็นทาง เห็นแล้วอยากจะบึ่งรถพามันไปโรงพยาบาลให้รู้แล้วรู้รอดซะ

"พอดีกูเอาไอ้ปอหนักไปหน่อย แม่งถึงกับได้เลือดนอนปวดท้องอยู่เนี่ย จะพาไปโรงพยาบาลมันก็เสือกหน้าบางไม่ไปอีก"

เพี๊ยะๆ! ผมอดแขวะไอ้ตัวที่นอนน้ำตาไหลไม่ได้ทีเมื่อกี้ล่ะเก่งดีนัก จบประโยคของผมไอ้ปอมันก็ฟาดฝ่ามือมาที่แขนผมเต็มแรงปากขมุบขมิบด่าผมใหญ่

"เฮ้อ มึงเนี่ยนะทำไมไม่รู้จักออมแรงบ้างวะโปรด น้องมันก็ตัวแค่นั้นน่ะเดี๋ยวได้หักตายคามือมึงซักวัน แล้วฉีกมั้ย เลือดออกเยอะแค่ไหน น้องมันปวดท้องมากป่ะ ตรงนั้นบวมมากมั้ย" ไอ้ตุลย์ถามรัวๆอย่างเป็นงานเป็นการจนผมแทบฟังไม่ทันว่ามันถามอะไรบ้าง วิญญาณว่าที่คุณหมอเข้าสิงสินะ

"แป๊บกูถามมันก่อน ปอมึงปวดท้องมากมั้ยแล้วตรงนั้นเจ็บมากป่ะไหนถอดกางเกงให้กูดูหน่อยว่ามันฉีกรึเปล่า"

"โอ๊ย! เค้าแสบอยู่นะคนบ้า ไอ้พี่โปรดคนบ้านี่!" ที่มันแหกปากด่าผมอยู่นี่ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมรำคาญในความอืดอาดของมันก็เลยจับมันคุกเข่าโก่งตูดดึงกางเกงลงพรวดเดียวแล้วใช้สองมือตัวเองจับแก้มก้นมันอ้าออกให้รู้แล้วรู้รอดไป ไฟในรถก็เปิดสว่างโร่มันอย่างนี้แหละ ดีอย่างที่วันนี้เป็นเวลาตีห้ากว่าๆของวันที่1มกราคม ทำให้ยังไม่มีคนผ่านไปมาในซอยนี้

"ฮืออ พอแล้วโปรดโปราณเค้าแสบ"

"เหมือนจะฉีกว่ะ" ผมส่องดูจนแน่ใจโดยไม่ฟังเสียงท้วงหรือเสียงร้องไห้ของมัน ดูจนเรียบร้อยแล้วก็รีบดึงกางเกงมันขึ้นเหมือนเดิม เห็นตูดขาวๆของมันลอยไปลอยมาได้ไม่นานครับเดี๋ยวตะบะแตกซ้ำอีกรอบเรื่องจะยุ่งไอ้ปอมันจะได้ตะปบเล็บใส่ผมอีก ผมเคยโดนมันตะปบเล็บใส่ครั้งหนึ่งจนคอมีรอยเล็บไอ้ปอติดไปทำงานกับไปเรียนตั้งหลายวันกว่าจะตกสะเก็ด

"งั้นมึงก็ไปซื้อยาเหน็บยาแก้ปวดแก้อักเสบที่ร้านขายยาให้น้องกิน อาการปวดท้องให้นอนซักพักเดี๋ยวก็คงจะดีขึ้นแต่ถ้าไม่หายต้องไปโรงพยาบาลนะเว้ย อ้อระหว่างนี้มึงอย่าเพิ่งไปซ้ำอีกล่ะงดจนกว่าแผลน้องมันจะหาย หาอาหารที่มีกากใยเยอะๆให้กินจะได้ไม่ท้องผูก เดี๋ยวจะลำบากตอนเข้าห้องน้ำถ้าปล่อยให้ท้องผูกนานๆริดสีดวงจะถามหา" ไอ้ตุลย์ร่ายมายาวๆ คำพูดคำจาของมันทำให้ผมอดนั่งตัวตรงอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจไม่ได้ ก็เพื่อนรักของผมน่ะมันกำลังจะเป็นคุณหมอแล้วจริงๆ

"งั้นกลับห้องกัน พระอาทงอาทิตย์ไม่ต้องไปดูแล้วไปตอนนี้มึงก็ไม่สนุก" วางสายจากไอ้ตุลย์ ผมก็เอ่ยปากบอกไอ้ปอพร้อมกับวนรถออกถนนใหญ่มุ่งหน้ากลับคอนโด ไอ้ปอหน้าจ๋อยลงแต่ก็พยักหน้ารับโดยดี

พอแวะซื้อของร้านขายยาก่อนถึงคอนโดตามที่ไอ้ตุลย์สั่งเรียบร้อย ผมก็เดินไปซื้อโจ๊กกับน้ำผลไม้ในเซเว่นก่อนจะออกมาแวะซื้อฝรั่งกับมะละกอปอกแล้วอีกอย่างละสองถุง

"มึงหิ้ว" จอดรถที่คอนโดเสร็จสรรพ ผมก็จัดการยัดถุงทั้งหมดที่ซื้อเมื่อกี้ใส่มือไอ้ปอก่อนจะอุ้มกระเตงมันขึ้นมา

"เดี๋ยวว ดอกไม้ของเค้าเอามาให้เค้าด้วย" ไอ้ปอมันละล่ำละลักพูดมือไม้ก็ชี้ไปที่เบาะหลัง ผมเลิกคิ้วงงๆมองไปที่เบาะก็เห็นดอกกุหลาบที่ยายให้มาแล้วผมเอามาให้มันอีกต่อ

"เออ" ผมต้องวางมันลงก่อนจะหันไปเอาดอกกุหลาบเจ้าปัญหามายัดใส่มือมัน ก่อนจะกระเตงไอ้ปอไปนอนแหมบที่ห้องตามเคย

"ตัวเองอาบน้ำให้เค้าด้วยสิ" พอถึงห้องมันก็เรียกร้องหางานให้ผมทำเดี๋ยวนั้นเลย

"เช็ดตัวก็พอเดี๋ยวไม่สบายอีก กูยังจำวีรกรรมตอนมึงไม่สบายได้ติดตาไอ้ปอแม่งโคตรจะงี่เง่า" พอผมจับมันแก้ผ้า มันก็ยังเอาแต่นั่งหน้าตูมมือข้างหนึ่งยังกำช่อดอกกุหลาบไว้ไม่ยอมปล่อย

"ก็เหนียวตรงนั้นอ่ะ แฉะด้วย" พอผมเท้าเอวจ้องแค่นั้นแหละไอ้ปอรีบพูดอย่างไวจนต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานเมื่อนึกถึงภาพลูกๆตัวเองเต็มร่องไอ้ปอ ผมเลยต้องอาบน้ำปะแป้งใส่แต่เสื้อให้มันอย่างเดียวข้างล่างก็ปล่อยให้ห้อยโตงเตงอย่างนั้นแหละ 

เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็พามันมานั่งกินโจ๊กจะได้กินยาเหน็บยา มันก็ทำตามอย่างว่าง่ายนะครับเรื่องพวกนี้ไอ้ปอไม่ค่อยงี่เง่าหรอก รับผิดชอบการกระทำของตัวเองช่วยดูแลมันจนถึงขั้นตอนการเหน็บยาเรียบร้อยแล้วไอ้ปอก็ร้องหาดอกกุหลาบกำนั้นจะเอาไปนอนกอดบนเตียง เป็นผมนี่แหละที่ต้องเดินไปเอามาให้มัน

"เค้าไม่คิดว่าตัวเองจะให้ เค้าชอบมากๆขอบคุณนะครับ โอ๊ย!" เพราะปากมันมัวแต่เจื้อยแจ้ว ตามันมัวแต่เพ้อฝันเลยทำให้โดนหนามกุหลาบตำมือเต็มๆ ผมเกือบจะโบกหัวมันซ้ำอีกสักทีแม่งมีแต่เรื่องเจ็บตัวนะมึง!

"คุณยายที่ขายดอกไม้ปากซอยเขาให้กูอีกที ทำไมไอ้ชีเปลือยมึงคิดว่ากูจะซื้อดอกไม้ให้มึงเหรอ แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกซุ่มซ่ามหาเรื่องเจ็บตัวซักทีดูดนิ้วตัวเองไปเลยปะเดี๋ยวก็หายเอง" ดูแล้วมันน่าจะเจ็บพอสมควรเพราะหนามใหญ่ซะด้วยแต่ผมก็ไม่ได้ทำแผลให้มันทุกอย่างหรอก บางสิ่งบางอย่างมันทำตัวของมันเองมันก็ต้องก้มหน้ายอมรับในสิ่งที่มันทำ ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่มันตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็เถอะ

ทุกการกระทำทุกคำพูดที่ผมแสดงกับไอ้ปอผมรู้สึกตัวทุกอย่างรวมถึงที่ผมต้องเป็นกังวลเรื่องที่ตัวเองรู้สึกดีกับมัน แต่ระหว่างผมกับไอ้ปอจะก้าวข้ามผ่านแค่คำว่ารู้สึกดีได้ไหมนั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ผมมั่นใจว่ามันเลือนรางจนแทบจะมองไม่เห็นเลย

ปอรักP...

ดอกกุหลาบที่ได้จากพี่โปรดถึงแม้ว่าพี่โปรดจะได้มาจากคุณยายอีกต่อหนึ่งก็เถอะแต่มันก็ทำให้ผมดีใจยิ้มได้มีความสุขได้ไปอีกหลายวัน และตกลงวันเกิดปีนี้ในรอบสี่ปีของผมเราก็ไม่ได้ไปภูเก็ตกันนั่นเพราะภารกิจเรื่องเรียนทั้งผมทั้งพี่โปรด แต่ก็ช่างมันเถอะจะไปเนื่องในโอกาสไหนก็ได้หรือจะไปแค่ปากซอยคอนโดก็ได้ขอแค่มีพี่โปรดไปด้วยมันก็ดีต่อใจทั้งนั้น

"ว่าไง" 

"สวัสดีครับท่านโปรดปราณ นี่ใครครับนายปอรัก สุรดิษ นะครับ ข้อสอบทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถทำอะไรนายปอรักได้ชิลๆครับท่าน แถมวันนี้มีหอบเลขสี่มาฝากท่านโปรดเต็มกระบุงด้วย" ผมนั่งกอดอกคุยฟุ้งตั้งแต่ที่พี่โปรดมาจอดรถรอรับที่โรงเรียนเหมือนเดิม จนตอนนี้ก็ถึงบ้านพี่มินที่ปากน้ำแล้ว นี่เป็นวันสอบสุดท้ายของชีวิตนักเรียนม.ปลาย ผมมั่นใจพอสมควรว่าจะไม่ทำให้พี่โปรดผิดหวังแน่ๆ

และก้าวต่อไปก็คือการสอบตรงที่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่โปรด พอจบม.หกแล้วพี่โปรดก็วางแผนให้ผมติวหนังสือที่โรงเรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้น ส่วนผมน่ะเหรอนอกจากทางธรรมชาตินั่นคือการตั้งใจเรียนอย่างหนักแล้ว ผมก็เล่นเรื่องเหนือธรรมชาติด้วยการบนบานศาลกล่าวขอกับหลวงพ่อทุกคืนก่อนนอนจนพี่โปรดส่ายหน้าเอือมระอา ทำไมอ่ะผมก็ทำแบบนี้ประจำตั้งแต่ประถมถึงยังไงสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ผมมีกำลังใจก็แล้วกันน่ะ

"สวัสดีครับพี่ยิ้ม"

"ต๊าย น้องปอรักลูกชายเจ้นี่เองไม่ได้เจอกันตั้งน๊านนาน ทำไมหนูถึงน่ารักขึ้นล่ะลูกมิน่าไอ้หมาโปรดถึงพฤติกรรมเปลี่ยนไป คิคิ" พี่ยิ้มวิ่งมากอดแล้วฝังจมูกที่แก้มผมแรงๆก่อนจะพาผมเดินเข้าไปในบ้าน พี่มิน...คิดถึงจัง

ป๊อก "ห้ามร้องนะมึง เพราะแบบนี้แหละกูถึงไม่อยากพามาที่นี่" พี่โปรดดีดเหม่งผมแรงๆแล้วเดินไปทางครัว มีเสียงพี่โยโวยวายอะไรสักอย่างแว่วมาจากทางนั้น

"ว่าไงลาบไม่ได้เจอกันตั้งนานสบายดีป่ะ ท่านเขาเลี้ยงดีมั้ย" พี่ดิวถอดแว่นสายตาออก เงยหน้ามาจากกองหนังสือแล้วตบเปาะแปะข้างๆให้ผมนั่งกับพี่เขา

"สวัสดีครับพี่ดิว พี่รหัสท่านโปรดของพี่ดิวก็เลี้ยงผมตามอัตภาพเหมือนเดิมนั่นแหละไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกเรื่องครับ ฮ่าๆๆ" พี่ดิวยกมือมาลูบหัวผม พี่เขาคงเข้าใจคำว่าเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะพี่ดิวนี่แหละที่ผมไหว้วานให้ไปขนของในครั้งแรกที่พี่โปรดขอจบการเป็นคู่ค้า

"ไอ้ดิวมึงเต๊าะหลอกอะไรเด็กเนี่ยนี่มันเด็กของท่านโปรดนะเว้ยเดี๋ยวก็โดนมันแดกหัวเอาหรอก น้องปอของพี่โยมาให้พี่โยกอดหน่อยเร๊วคิดถึงไม่ได้เจอกันตั้งนาน" ผมหัวเราะเบาๆแล้วเดินไปกอดพี่โยตามคำเรียกร้อง 

ถามว่าผมสนิทกับพี่ๆเขามากไหมขอตอบว่าไม่รู้สินะครับผมเจอพี่ๆเขาไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ แต่พี่ดิวจะเจอบ่อยอยู่ก็พี่โปรดชอบใช้พี่ดิวเป็นประจำ บางทีตัวเองนอนเล่นอยู่ที่ห้องก็โทรใช้พี่ดิวซื้อบะหมี่เข้ามาให้โดยอ้างความเป็นพี่รหัสจนผมนึกเห็นใจพี่ดิวเบาๆที่มีพี่รหัสเป็นจอมมารแบบพี่โปรด อีกคนที่เจอบ่อยหน่อยก็คือพี่ตุลย์เพราะบางครั้งพี่ตุลย์จะไปค้างที่คอนโดหรือไปเอาของทำให้ผมได้ขนมนมเนยที่พี่เขาหิ้วมาฝากอยู่ประจำ 

ผมกวาดสายตามองรอบๆบ้านที่เคยมาบ่อยๆทุกอย่างยังคงเหมือนครั้งที่พี่มินยังอยู่ อาจมีเพิ่มเติมตรงที่รอบๆผนังบ้านมีรูปของพี่มินกับรูปอัลตร้าซาวด์ของน้องติณฑ์แปะอยู่เกือบเต็มพื้นที่ เห็นแบบนี้ก็คิดถึงพี่มินอีกแล้ว

"แล่วๆ ไอ้โปรดเว้ยกูไม่ได้ทำเด็กมึงร้องไห้นะเว้ย น้องปอเป็นอะไรครับคนเก่งไม่เอาไม่ร้องนะ" พี่โยลูบหัวมือก็เช็ดน้ำตาให้ผมใหญ่

"เป่าปี่อะไรล่ะมึงน่ะ" พี่โปรดเดินมาถามมือก็ปาดน้ำตาให้ผมแรงๆ คือถ้าจะปาดแรงขนาดนี้นะพี่ไปเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดหน้าให้ผมเถอะครับ

"ปัญญาอ่อน" พูดจบก็ผลักหัวผมแล้วเดินกลับไปในครัว มีเสียงหัวเราะหึหึของพี่ดิวไล่ตามหลังไปด้วย

"น้องปอ ร้องไห้ทำไมคะลูก"

"ปอคิดถึงคนในรูปภาพน่ะครับ" เหมือนว่าหูผมจะแว่วได้ยินเสียงสะอื้นนะ พอเงยหน้าเท่านั้นแหละทั้งพี่ยิ้มพี่โยน้ำหูน้ำตาไหลแข่งผม พี่ดิวก็ตาแดงๆอีกคน

"ไอ้โปรด เด็กมึงดูท่าจะก่อม็อบน้ำตาน่ะ หึหึ" พี่นัทเดินถือจานยำวุ้นเส้นมาวางที่โต๊ะรับแขกหน้าทีวีปากก็ตะโกนฟ้องพี่โปรดไปด้วย ผมไม่ได้ก่อม็อบน้ำตาสักหน่อย พี่นัทเนี่ยเห็นเงียบๆแบบนี้แต่ชอบแซวผมทุกทีที่เจอสิน่า ตามมาด้วยพี่เดียร์เดินกอดขวดเหล้ากับถังน้ำแข็งไว้ในอ้อมแขน พี่ตุลย์เดินมาพร้อมกับจานปลาหมึกชุบแป้งทอดผมเห็นแล้วต้องตาลุกวาวก็มันเป็นเมนูที่ผมชอบกินนี่นาพี่มินชอบทำให้กินบ่อยๆ และปิดท้ายด้วยท่านชายโปรดปราณที่เดินชิลๆมือล้วงกระเป๋าข้างหนึ่งอะไรจะเป็นคุณชายขนาดนั้นล่ะโปรดปราณของผม

"สวัสดีครับพี่ๆ"

"สวัสดีน้องปอ ว่าไงขนมที่พี่เอาไปให้วันก่อนอร่อยมั้ย" พี่ตุลย์วางจานปลาหมึกชุบแป้งทอดลงบนโต๊ะแล้วเดินมาลูบหัวผม เมื่อก่อนสัมผัสของพี่มินอบอุ่นยังไงผมว่าตอนนี้สัมผัสของพี่ตุลย์มันก็อ่อนโยนไม่แพ้กัน

"มึงห้ามเป่าปี่อีกนะไอ้ปอไม่งั้นกูจะจับมึงขังไว้ในห้องน้ำจริงๆด้วย" พี่โปรดน่ะนิสัยไม่ดีเอะอะอะไรก็ชอบขู่แต่เรื่องนี้ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งผมอยากกินข้าวไข่เจียวตอนดึกแต่มันไม่มีไข่ไงผมแค่บ่นเบาๆครึ่งชั่วโมงเองพี่โปรดก็อุ้มผมไปวางแหมะในห้องน้ำพร้อมกับล็อกประตูขังผมไว้ทั้งคืน คนนิสัยเสียนี่!

"ไอ้โปรดมึงนี่เผด็จการจริงๆเลย ปอรักมากินเหล้ากับพี่มา" พี่เดียร์จูงมือผมมานั่งข้างๆระหว่างพี่ดิวกับพี่เดียร์ แล้วใช้ไฟแช็กเปิดขวดโซดาดังป๊อกผสมแอลกอฮอล์แก้วนั้นยื่นให้ผมอย่างรวดเร็ว พี่เดียร์นี่มือโปรจริงๆ

"แต่ว่าปอ เอ่อ.." ผมไม่เคยดื่มเหล้าเลยนะ เต็มที่ก็ค็อกเทลกับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์แค่ห้าเปอร์เซ็นที่พี่โปรดเคยสั่งมาให้ดื่มนั่นแหละ

"ทำไมไม่ดื่มล่ะลาบดื่มไม่เป็นเหรอหรือท่านโปรดสั่งห้ามไว้ อย่าไปเชื่อท่านมากสิลาบต้องหัดแข็งไว้บ้างนะอย่าอ่อนให้ท่านมากเดี๋ยวท่านจะได้ใจ" พี่ดิวพูดเสียงกลั้วหัวเราะไปด้วยจนผมอดขำตามไม่ได้

ผัวะ! "กูว่าซักวันกูได้มัดมึงกับเมียรวมกันแล้วไปโยนสะพานบางปะกงแน่ๆไอ้น้องเวร!" มึนแทนพี่ดิวจังผมได้แต่ส่งสายตาเห็นใจไว้อาลัยให้พี่ดิว เฮ้อ โปรดปราณเป็นคนก้าวร้าวชอบใช้แต่กำลังเสียจริง พี่ๆเขาดื่มไปคุยกันไปทั้งเรื่องเรียนเรื่องนั้นเรื่องนี้หลายเรื่อง ผมเองก็ดื่มนะแต่ผสมโค้กกับเหล้าตั้งหนึ่งฝาแน่ะด้วยเหตุผลว่าต้องหัดดื่มบ้างเผื่อเข้ามหาวิทยาลัยอาจต้องไปงานเลี้ยงรับน้องอะไรนี่แหละ

คืนนั้นเราก็ค้างที่บ้านพี่มินนอนกองรวมๆที่กลางบ้านนั่นแหละ ไม่ค้างเห็นจะไม่ได้ครับคนขับรถเมาแอ๋เสียขนาดนั้น คนที่ไม่เมาเลยคือพี่ยิ้มพี่ดิวพี่ตุลย์เพราะพี่ตุลย์ไม่ค่อยดื่มเท่าไหร่เอาแต่เหม่อดูรูปที่ฝาบ้านมากกว่า ผมเองก็ไม่ค่อยเมาดื่มไปแค่สามแก้วเต็มโควต้าที่พี่โปรดให้ พี่นัทเองก็เมานะครับแต่เมาแล้วเงียบสงสัยจะคิดหนักเรื่องพี่พันไทอยู่ ทำไมผมรู้น่ะเหรอ? ก็ท่านโปรดชอบเอาเรื่องของเพื่อนมาเม้าให้ผมฟังประจำ ส่วนตัวท่านโปรดปราณน่ะ

"เอ๊ะ! อยู่เฉยๆสิเค้าจะเช็ดตัวบอกให้ไปอาบน้ำก็ไม่ไป ถ้าขี้เมาแบบนี้วันหลังไม่ต้องดื่มอีกแล้วนะ" ผมอดบ่นไม่ได้เมื่อพี่โปรดมือไม้ยุ่มย่ามยังกับหนวดปลาหมึก ปัดตรงนั้นก็มาล้วงตรงนี้

"แมงปอ ปอจูบกูหน่อยดิ๊มาจูบผัวที" ผมชะงักมือที่กำลังเช็ดฝ่าเท้าให้พี่โปรด ทั้งคำพูดที่พี่โปรดเอ่ยเมื่อกี้และแสงแว่บหนึ่งจากโทรศัพท์เหมือนใครสักคนกำลังถ่ายรูปอยู่ทำให้อดหันไปดูตามแสงไม่ได้

"แมงปอครับมาจูบผัวที อยู่ไหนวะเมียกู"

"หึหึ"

"เต็มปากเต็มคำขนาดนี้ยังฟอร์มเยอะอีกนะท่าน พี่ตุลย์ผมถามจริงๆเถอะเพื่อนพี่เขาไม่หนักบ่ารึไงแบกฟอร์มเอาไว้เป็นปีเพื่อ?"

เสียงพี่ตุลย์หัวเราะเบาๆตอนพี่โปรดโวยวายเรียกหาผมและเสียงพี่ดิวเอ่ยถามอะไรสักอย่างกับพี่ตุลย์ทำให้ผมอดกระดิกหูฟังไม่ได้ นี่ผมไม่ได้ชอบกินเผือกนะแต่มันเป็นเรื่องของพี่โปรดนี่นาเลยอยากรู้ว่าพี่โปรดโดนเม้าอะไรบ้างแค่นั้นเอง

"ไอ้โปรดมึงเมาแล้วนอนไปเลย ไอ้ดิวน้องรักมึงกำลังเป็นผู้กำกับให้มึงอยู่นั่นน่ะ" พี่ตุลย์ปาผ้าขนหนูที่กำลังเช็ดตัวให้พี่นัทใส่หน้าพี่โปรดแรงๆ รักกันรุนแรงจังเลยนะครับพวกพี่

"ตุลย์เพื่อนรัก มึงเอาไอ้ดิวกับไอ้โยผัวเมียคู่เวรไปถ่วงน้ำให้กูที ปอมานี่ดิ๊กูง่วงแล้ว" ผมลุกไปล้างไม้ล้างมือ ดีนะที่บ้านพี่มินยังมีเสื้อผ้าผมหลงเหลืออยู่บ้างเลยได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย

"พี่ตุลย์ขึ้นไปนอนข้างบนห้องก็ได้ครับ" พี่ตุลย์ลูบหัวผมยิ้มเหมือนที่พี่มินชอบยิ้มให้แล้วเดินไปปิดไฟ ผมได้ยินเสียงพี่ตุลย์บ่นพี่โยในความมืดเบาๆ

"แมงปอ"

"หื้ม?" เสียงเรียกขานนั้นทำให้ผมพึมพำรับคนที่รั้งตัวผมไปนอนหนุนแขนเหมือนทุกคืนเช่นเคย

"มึงเริ่มเกลียดกูบ้างรึยัง หื้ม" พี่โปรดนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผม นิ้วอุ่นๆของพี่โปรดลูบไล้ที่แก้มอย่างแผ่วเบาราวกับว่าพี่เขาไม่ต้องการให้แก้มผมต้องบอบช้ำจากการสัมผัสนี้แม้แต่น้อย

"ไม่เกลียดเค้าไม่มีวันเกลียดโปรดปราณถึงแม้ว่าวันนึงตัวเองจะเลิกสัญญานั้นเค้าก็จะไม่เกลียดตัวเองเลย ทุกลมหายใจของเค้าจะมีไว้เพื่อโปรดปราณคนเดียวจนกว่าเค้าจะจดจำเรื่องระหว่างเราสองคนไม่ได้ มีคนเคยบอกว่าเรามักจะจำสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่ฝังใจได้เสมอ แต่ถ้าสิ่งสุดท้ายระหว่างเราจะเจ็บปวดเค้าก็ไม่อยากจำมันหรอกนะ เพราะเค้าอยากจดจำแต่เรื่องราวดีๆที่เค้ามีความสุขกับโปรดปราณมากกว่า ถ้าไม่มีเรื่องพวกนี้ให้จำก็สู้ลบเลือนมันไปให้หมดดีกว่าเนอะ"

"จุ๊บ เผื่อซักวันถ้ากูทำร้ายมึงจนเกินให้อภัยก็ขอให้มึงลืมกูซะนะแมงปอ ลืมความทรงจำที่มีกับผู้ชายเลวๆคนนี้ซะ" พี่โปรดรั้งผมไปกอดแน่น สองแขนของผมก็กอดรัดพี่เขาไว้เช่นกัน น้ำตาไม่รู้มันมาจากไหนผมรู้แต่ความรู้สึกตอนนี้มันวูบไหวจนน่าตกใจ ไม่มีอะไรหรอกน่ะปอรักมันก็แค่เรื่องที่ขี้เมากับขี้นอยด์คุยกันแค่นั้นเอง แค่นั้นจริงๆ..


ตั้งแต่สลัดชุดนักเรียนม.ปลายผมก็ตั้งหน้าตั้งตากับการติวเข้มไปโรงเรียนกวดวิชาทุกวันกลับมาก็ต้องอ่านทวนทำความเข้าใจอีกรอบ ขนาดสงกรานต์ยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะพี่โปรดเองก็แสนจะยุ่งทั้งงานที่ร้านกับโปรเจคกลุ่มที่ต้องส่งอาจารย์อีก จนบางครั้งพี่โปรดกับเพื่อนต้องมาทำงานที่ห้อง และนั่นก็ทำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อนพี่โปรดนอกเหนือจากกลุ่มพี่หมอ

"ปอ มึงลงไปซื้อบุหรี่ให้กูหน่อยสิ" พี่โปรดเดินเข้ามาในห้องนอนหัวยุ่งคิ้วก็ขมวดรอยคล้ำใต้ตามีให้เห็นเด่นชัด นี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่พี่โปรดอดหลับอดนอนปั่นโปรเจคอะไรสักอย่าง และก็เป็นวันที่สามแล้วที่ข้างนอกมีเพื่อนพี่โปรดอีกสองคนมาแข่งกันเป็นหมีแพนด้าแต่ละคนเอาจริงเอาจังจนบางครั้งถึงกับลืมกินข้าวกินน้ำเลยก็มี และผมนี่แหละที่เป็นหน่วยเสบียงเคลื่อนที่ให้

"อาบน้ำหน่อยมั้ยจะได้สดชื่น ตัวเองดูเพลียๆนะไหวรึเปล่า" ผมวางหนังสือในมือดึงแขนคนตัวใหญ่หน้ายุ่งให้นั่งบนเตียงแล้วย้ายก้นตัวเองนั่งคร่อมตักไว้ มือก็นวดไปตามขมับหัวคิ้วจนรู้สึกว่าพี่โปรดเริ่มผ่อนคลายขึ้น

"อืมม สบายว่ะทำเอากูง่วงเลยเนี่ยไอ้ชีเปลือย เมื่อไหร่งานจะเสร็จวะกูไม่ได้เห็นมึงแก้ผ้ามาหลายวันแล้วนะเนี่ย" พี่โปรดพึมพำก่อนจะรั้งเอวผมให้แนบชิดและซบหน้าลงกับไหล่ผมเพื่อรอรับการนวดที่ท้ายทอย

"สงสารจังเลยเค้าไม่รู้จะช่วยยังไงดี จุ๊บ อดทนไว้นะครับโปรดปราณของเค้าเก่งอยู่แล้ว" ผมจุ๊บเบาๆที่ติ่งหูพี่โปรดปากก็เอ่ยคำตามที่สมองคิด แรงกระชับของพี่โปรดมันแน่นขึ้นพร้อมกับจมูกโด่งๆนั้นก็ฝังมาเต็มซอกคอผม คำกระซิบของพี่โปรดมันทำให้หน้าร้อนจนจะผัดมาม่าได้เถอะ คนอะไรลามกจริงๆ

"หึหึ ว่าไงล่ะอยากช่วยกูไม่ใช่เหรอ" ผมเผลอมองรอยยิ้มกระเซ้าของคนที่ตัวเองนั่งคร่อมตักอยู่ พี่โปรดยิ้มกว้างให้ผมอีกแล้วยิ้มแบบยิ้มจริงๆเหมือนวันที่ไปกินข้าวแล้วมีพี่เปาไปด้วย กับเหมือนครั้งที่เราไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันเลย อ่าา พี่โปรดจะทำให้ผมหลงรักไปถึงไหนนะ

"ไอ้ชีเปลือยมึงมองกูอย่างนี้กลืนกูลงท้องเลยดีกว่ามั้ย ลุกไปได้แล้วเดี๋ยวมันตื่นขึ้นมามึงจะเดือดร้อนอีก" พี่โปรดเป็นพวกปากอย่างการกระทำอย่างจริงๆเลย ปากน่ะให้ผมลุกจากตักแต่มือนี่จับสะโพกผมแน่นแถมจับให้มันโยกคลึงไอ้ที่เริ่มจะแข็งจนมันทิ่มก้นผมอยู่เนี่ย

"จูบกันหน่อยเนอะ เค้าคิดถึงจูบของตัวเอง" ผมโอบสองแขนรอบคอพี่โปรดแล้วเงยหน้ารับจูบหวานๆปนเร่าร้อนนั้น

"อืมม ปอกูอยากเอาว่ะ ซักรอบมั้ย" พี่โปรดถอนจูบออกฝังหน้ากับซอกคอผมแล้วงับดูด ถึงจะไม่ได้ดูดจริงจังแต่ก็คิดว่าน่าจะขึ้นรอยอีกแล้วสิ ชอบทิ้งรอยจริงๆ

ก๊อกๆ "โทษทีที่ขัดจังหวะว่ะเพื่อนแต่กูรอบุหรี่อยู่ ตกลงจะให้เด็กมึงลงไปซื้อหรือจะให้กูลงไปซื้อเอง สัสเพื่อนง่วงก็ง่วงมึงมาดอดนัวเนียเด็กซะงั้น" ผมรีบซุกหน้าลงกับคอพี่โปรดหลบเจ้าของเสียงทักที่น่าจะเห็นท่าล่อแหลมตอนนี้ จะว่าพี่ชินไม่มีมารยาทก็ไม่ใช่เป็นเพราะผมลืมไปเองว่าพี่โปรดไม่ได้ปิดประตูห้องนอนน่ะสิ

"สัส!" พี่โปรดเอ่ยคำสรรเสริญเพื่อนก่อนจะตบก้นผมเบาๆให้ลุกขึ้น

"มึงลงไปซื้อบุหรี่ให้กูหน่อย เอากาแฟด้วยนะ"

"อื้อ ตัวเองหิวมั้ยจะกินอะไรรึเปล่า พี่ชินล่ะครับจะกินอะไรมั้ยเดี๋ยวปอซื้อมาให้ทีเดียวเลย" ผมข่มความอายหันไปถามพี่ชินเพื่อนสนิทอีกคนของพี่โปรดที่เรียนคณะเดียวกัน

"อืม เดี๋ยวถามไอ้โอก่อน อ้อ ถ้าจะลงไปข้างล่างแนะนำว่าหาเสื้อมีปกมาใส่ด้วยนะ" พี่ชินพูดเรียบๆ สายตาดุจ้องมานิ่งๆก่อนจะเดินหันหลังกลับไป

"ตัวเอง พี่ชินไม่ชอบเค้ารึเปล่า" ผมนั่งขัดสมาธิคว้าเท้าพี่โปรดมาวางกับตักแล้วนวดปากก็อดถามในสิ่งที่สงสัยไม่ได้ ผมเคยเจอพี่ชินสองสามครั้งก่อนหน้านี้และทุกครั้งก็เหมือนพี่เขาจะกินหัวผมตลอด เมื่อกี้ยิ่งเหมือนจะถลามาทึ้งหัวผม เอ๊ะ! หรือว่า..

"คิดอะไรของมึงอยู่ อย่าคิดในสิ่งที่ทำให้กูขนลุกนะไอ้ปอแค่คิดสีหน้ามึงก็แสดงออกจนกูขนลุก" พี่โปรดแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ารังเกียจเดียดฉันท์ในความคิดของผมมาก

"เอ่อ ฮ่าๆๆ เค้าแค่คิดเล่นๆเฉยๆ นี่ๆไม่แน่นะเห็นพี่ชินตัวล่ำๆเป็นพี่หมีแบบนี้บางทีพี่ชินอาจจะเป็นก็ได้" ผมพยักหน้ารับกับข้อสันนิษฐานของตัวเอง สมัยนี้ดูไม่ออกหรอกว่าใครเป็นไม่เป็นแล้วถ้าพี่ชินเป็นจะเป็นแบบไหนล่ะ แบบผมหรือพี่โปรดเรื่องแบบนี้มันดูกันที่รูปร่างหน้าตาไม่ได้หรอกความชอบใครความชอบมันอย่าไปว่าหรือยี้ใส่ใครเขาเลย

ผัวะ! "โอ้ย! ตัวเองนี่ชอบตีหัวเค้าจนเค้าโง่หมดแล้วนะ ถ้าเค้าสอบไม่ติดมันเป็นความผิดของตัวเองล้วนๆเลย" ผมแว้ดทันทีที่พี่โปรดตบหัว คนกำลังใช้จินตนาการมโนอยู่มาขัดซะกระจายเลย

"ก็มึงมัวแต่คิดอุบาทว์ๆ แล้วอย่ามาโยนขี้ให้กูนะไอ้ปอถ้ามึงสอบไม่ติดนั่นคือความผิดของมึงล้วนๆไม่ต้องโยนให้ใครเลย ไปออกไปข้างนอกเดี๋ยวไอ้ชินมันก็ตามมาแดกหัวมึงอีกหรอก เอานี่จะซื้ออะไรก็ซื้อมาเผื่อขนมนมเนยของมึงด้วยเดี๋ยวจะมาอ้างเพราะท้องว่างเลยอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องอีก" พี่โปรดยัดกระเป๋าเงินตัวเองใส่มือผมทั้งใบ

"รอแป๊บเค้าเปลี่ยนเสื้อก่อน" ผมรีบคว้าเสื้อเชิ้ตสีดำของพี่โปรดมาสวมทับเสื้อกล้ามไว้

"พี่ๆจะเอาอะไรบ้างครับจดรายการมาเลย โอ๊ะขอโทษครับ" ผมมัวแต่เดินก้มหน้าติดกระดุมเสื้อเลยเดินไปชนกำแพงเมืองจีนที่ไหนสักที่ คือแข็งเหมือนกำแพงน่ะ

"หึหึ เวลาเดินเงยหน้าหน่อยก็ดีระวังจะไปชนตอเข้า" พี่ชินพูดก่อนจะเอามือใหญ่ๆยันหัวผม สายตากวนว่ะ

"ตัวเองจะกินอะไรมั้ยเดี๋ยวเค้าซื้อมาให้" ผมเดินเลี่ยงไปนั่งแหมบข้างๆพี่โปรดที่กำลังใจจดใจจ่อกับกระดาษกองโต

"เอาอะไรก็ได้ อย่าลืมซื้อของมึงมาด้วยนะนมหมดตู้แล้วนี่" พี่โปรดไม่ได้หันมาแต่มันทำให้ผมอดยิ้มกว้างกับคำพูดของพี่โปรดไม่ได้ 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าพักหลังๆมานี้ผมว่าพี่โปรดมักจะเผลอแสดงความใส่ใจมากขึ้น พอพี่เขาเหมือนจะรู้สึกตัวก็ชอบพูดให้ผมเจ็บแต่แขนแข็งแรงนั้นก็ยังดึงผมเข้าไปกอดอยู่เหมือนเดิม ผมล่ะอยากเข้าข้างตัวเองเหมือนกันว่าพี่โปรดเริ่มรู้สึกอะไรกับผมบ้างแล้ว ติดที่ไอ้ปากแข็งๆของพี่เขานี่แหละเมื่อไหร่มันจะยอมอ่อนสักที แต่แค่นี้ก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้วนะขอให้เรื่องของเรามันรักษาระดับกลางๆแบบนี้ตลอดไปเถอะ 

สำหรับผมน่ะความสุขไม่จำเป็นว่าเราต้องมีมันทุกวัน อาจมีบางวันที่เราต้องเจอกับความทุกข์บ้าง แต่อย่างน้อยความสุขมันก็ไม่ได้หายจากเราไปไหนตราบใดที่ความทุกข์วนออกจากชีวิตเราไปแล้ว เมื่อนั้นความสุขมันก็จะวนกลับมาหาเราเอง...



***"อย่าจำกัดตัวเองด้วยมุมมองของคนอื่น อย่าจำกัดคนอื่นด้วยมุมมองของตัวเอง"

ขออนุญาตห้อยคำที่ไม่ตรงกับเนื้อหา สอบถามนะคะว่าใครมีปัญหากับการเฉลยตอนต่อๆๆไปหรือการสปอยล์ตอนต่อไปยันตอนจบของฟางมั้ย? คือแบบผมหรือฉันไม่อยากรู้ไรงี้ ถ้ามีจะได้ไม่ต้องมานั่งพิมพ์บอกกัน 

***ฟางดักไว้ตัวโตๆนะคะว่าการเขียนนิยายสักเรื่องหรือมีผลงานเรื่องต่อๆไป มันไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะออกมาดีหรือออกมาฟินเหมือนเรื่องที่แล้วๆมาหรอก ฟางกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีผลงานใครไม่ว่าจะเป็นนิยาย ละคร หนังภาคต่อ ที่จะออกมาโดนใจคนอ่านคนดูทุกเรื่องทุกตอน ขนาดแฮรี่พอตเตอร์ที่ฟางชอบมากถึงกับหาซื้อหนังสือไว้หลายภาค บางภาคฟางยังไม่ถูกใจไม่โดนเลย ฉะนั้นแค่คนโนเนมแบบฟางจะทำให้โดนใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ อันนี้บอกกันไว้ล่วงหน้าก่อนเผื่อไม่โดนใจจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาอ่านกันจนจบ ฉะนั้นตอนต่อจากนี้ท่านไหนจิตอ่อนบ่อน้ำตาตื้นแบบฟาง ตั้งแต่วันจันทร์มันจะหน่วงและจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ คือแต่งไว้แล้วค่ะหน่วงจิตอยากตบกบาลไก๋จ๋ากับท่านโปรดและมันเพิ่งต้นบอกเลย แต่ภารกิจรัดตัวมากสามารถลงได้วันจันทร์นู่นเลยจ้าว

กรุณาจำตอนที่เขาคุยกันที่บ้านมินตอนท่านโปรดเมาอ่ะให้ดีๆ มันพ้องกับครั้งหนึ่งที่ปอรักเคยพูดเอาไว้ที่หาดป่าตอง จะรักจนกว่าจะจำไม่ได้ เอ๊าสปอยล์อีกละเดี๋ยวว่าฟางมาเฉลยกันอีกงั้นพอแล้วเน้อ 

ขอบคุณทุกเม้นทุกคำแนะนำทุกกำลังใจเน้อจ้าว แต่ฟางย้ำอีกครั้ง นิยายมันก็คือนิยายอ่านแล้วอย่าใช้อคติส่วนตัวจ้องว่าเว่อร์ เป็นไปไม่ได้ เพราะมันคือนิยายจะให้เขียนออกมาเป็นไปได้ตามจริงทุกอย่างเป๊ะๆคงไม่ได้ มันต้องมีเว่อร์มีเกินจริงกันบ้างไม่งั้นคงไม่จำแนกอยู่ในหมวดเพื่อการบันเทิงนะคะ อันนี้ฟางก็ดักไว้ก่อนจะได้เห็นตรงกันเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย อยากทึ้งหัวเครียดกับหน่วงจิตเครียดกับมาม่าชามโต เดี๋ยวแจกมาม่าเมื่อไหร่ฟางจะให้พิกัดบ้านจะได้เอาหินเอารองเท้ามาปาถูกหลัง555

ปล.เจอคำผิดรบกวนแจ้งด้วยค่ะ เดี๋ยวฟางมาแก้ให้ กราบงามๆเจอกันวันจันทร์พร้อมสปอยล์ในเพจตอนของวันจันทร์ เอาๆทิชชูเตรียมไว้เลยเอาตามระดับความแข็งของใจ แข็งมากแค่น้ำตาปริ่ม แข็งปานกลางทิชชูถือไว้ซะ ไม่แข็งเลยนั่นต้องผ้าเช็ดหน้าติดมือด่วน จำไว้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้นจ้าว



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น