I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[15] : ยอมไปแบบมีศักดิ์ศรี

ชื่อตอน : [15] : ยอมไปแบบมีศักดิ์ศรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[15] : ยอมไปแบบมีศักดิ์ศรี
แบบอักษร

 

[15] 

'I-RIS RED' 

 

อี้หลานเดินวนไปมาในห้องด้วยความร้อนรนใจเพราะนี้เป็นเช้าอีกวันหนึ่งแล้วเมื่อคืนเขาแทบจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำเพราะมัวแต่กระวนกระวายเรื่องฟางซิน ตอนนี้ท่านแม่ของเขารู้แล้วว่าฟางซินอยู่ที่ไหนและบางทีอาจจะไปหาเรื่องนางหรือไล่ตะเพิดนางก็ได้เวลาท่านแม่เอาจริงน่ากลัวมากเพราะท่านแม่เป็นคนเด็ดขาด พูดคำไหนคำนั้น ไม่ชอบก็จะทำทุกทางให้ออกไปให้พ้นใจ เขาจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้เพราะเป็นห่วงฟางซินยังไงก็ไม่รู้ 

@บ้านพักอี้หลาน 

ประตูบานหนาที่หน้าบ้านถูกเปิดขึ้นจนฟางซินที่กำลังก้มๆ เงยๆ จัดสวนอยู่หันไปมองในทันทีก่อนจะยกยิ้มออกมาจนกว้างเพราะคิดว่าคนที่มาคืออี้หลาน เด็กสาววิ่งไปยังประตูหน้าบ้านในทันทีด้วยความดีใจแต่พลันฝีเท้าบางก็หยุดชะงักลงลงรอยยิ้มหวานหุบลงเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่อี้หลานแต่เป็นคังฮูหยินมารดาของอี้หลานเพราะเธอรู้จักดี ไม่มีใครในแคว้นนี้ไม่รู้จักคังฮูหยินมารดาผู้ให้กำเนิด นักปราชญ์ผู้รอบรู้ แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจ และ ฮ่องเฮาสตรีผู้เปี่ยมล้นไปด้วยบารมีหรอก 

“เจ้าสินะที่ชื่อฟางซิน” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะกวาดสายตามองฟางซินตั้งแต่หัวจรดเท้า 

ฟางซินทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นในทันทีก่อนจะก้มหนาลงอย่างนอบน้อมและหวาดกลัวในอำนาจของอีกฝ่ายเล็กน้อยเพราะเธอไม่เคยเผชิญหน้ากับคังฮูหยินตรงๆ แบบนี้เลย “...จะ...เจ้าค่ะ ข้าน้อยชื่อฟางซินเจ้าค่ะ” 

คังฮูหยินจ้องมองใบหน้าของฟางซินก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะใบหน้าของฟางซินช่างอ่อนเยาว์และงดงาม ท่าทางก็ดูอ่อนช้อยดุจกุลสตรี สมแล้วที่กุมหัวใจของบุตรชายเจ้าสำราญของเธอได้แบบนี้ ถ้าไม่คิดว่าเคยอยู่ในหอนางโลมมาก่อนเธอก็พอจะรับได้นะแต่นางดันอยู่ในหอนางโลมถ้าเธอเอาสะใภ้แบบนี้เข้าบ้านมีหวังตระกูลเธอถูกนินทาจนเสียหายแน่นอน แถมบรรพบุรุษคงได้ลุกหือออกมาจากหลุมมาหักคอเธอพอดีที่ทำให้ตระกูลแปดเปื้อนมลทินเช่นนี้ 

“ข้ามาที่นี้เพื่อคุยกับเจ้า ข้าอยากให้เจ้าออกไปจากชีวิตของบุตรชายข้า อี้หลานกำลังมีชีวิตที่ดีหน้าที่การงานก็สูงส่งไม่ควรค่ากับเจ้าที่เป็นเพียงเด็กสาวจากหอนางโลม หัวนอนปลายเท้าไม่มีสักนิด คนที่จะมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลข้าจะต้องเป็นสตรีจากตระกูลสูงส่งที่เท่าเทียมกันเท่านั้น” 

“...ตะ...แต่ข้ากับท่านอี้หลานรักกันนะเจ้าคะ” ฟางซินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพราะเธอไม่มีอะไรจะสู้หรอกนอกจากความรักเท่านั้น 

“ความรักมันกินไม่ได้หรอกนะ ข้ารักบุตรชายของข้าและในฐานะแม่ข้าต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเท่านั้นถึงแม้ว่าสิ่งที่ข้าเลือกมันจะขัดกับสิ่งที่ลูกข้าต้องการแต่ข้าก็ต้องทำเพราะข้ามีหน้าที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก สิ่งที่ทำให้ลูกมีอนาคตที่ดีและมีเกียรติ ไว้เจ้ามีลูกเจ้าก็จะเข้าใจข้าเอง” 

คำพูดของคังฮูหยินเหมือนคมมีดที่กำลังทิ่มแทงหัวใจเธอจนเจ็บปวดไปหมด เด็กสาวขบกัดริมฝีปากจนแน่นเพื่อพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาทั้งๆ ที่ความจริงเธออยากจะร้องไห้มากก็ตาม เธอไม่อยากให้คังฮูหยินสมเพชเธอไปมากกว่านี้ 

ปึก! 

“ของกำนัลแก่เจ้า” 

ถุงหนึ่งถูกโยนมาที่หน้าของฟางซินจนเด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อย มือบางค่อยๆ เอื้อมไปหยิบเอาถุงมาเปิดดูก็พบว่าเป็นเหรียญเงินจำนวนหนึ่งและแท่งทองอีกเล็กน้อยเรียกได้ว่าเธอสามารถเอาพวกมันไปสร้างตัวได้เลยแหละเพราะมูลค่ามันมหาศาลมากไม่รู้ว่าชาตินี้เธอจะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บทองแท่งแบบนี้ได้หรือเปล่า 

“...ทะ....ท่านให้ข้าทำไมหรือเจ้าคะ?” 

“เอาของมีค่าพวกนี้ไปและไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะไปให้ไกลจากเมืองนี้ ไปที่ไหนก็ได้ที่ลูกชายข้าจะตามหาเจ้าไม่เจออีกเพราะอี้หลานกำลังจะแต่งงาน” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง 

“...ตะ...แต่งงานหรือเจ้าคะ?” ฟางซินพูดขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ 

“ใช่อี้หลานกำลังจะแต่งงานออกเรือนกับเสวี่ยนอันบุตรสาวของพ่อค้าผ้าไหมผู้ร่ำรวยฐานะตระกูลดีสมเกียรติ มากกว่าเจ้าเพราะฉะนั้นถ้าเจ้ารักบุตรชายข้าจริงๆ เจ้าก็ต้องปล่อยให้เขาไปเจอทางที่ดีกว่าเจ้า” 

เป็นอีกครั้งที่คำพูดของคังฮูหยินกรีดลึกลงบนหัวใจของเธอจนปวดร้าวไปหมด ตอนนี้เธอเหมือนคนที่กำลังจะตายเลยมันหมดเรี่ยวแรงไปหมด อี้หลานกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นทั้งๆ ที่เขาบอกว่าเขาจะแต่งงานกับเธอไม่ใช่หรือนี่เขาโกหกเธอใช่ไหม ผู้หญิงคนนั้นคงงดงาม มารยาทเรียบร้อย ฐานะคู่ควรสมเกียรติคังฮูหยินถึงได้ภูมิใจเช่นนั้น ถ้าเธอรักอี้หลานเธอก็ควรปล่อยเขาให้ไปเจอคนที่ดีกว่าคู่ควรกว่าสินะ 

หมับ! 

ฟางซินตัดสินใจรับถุงเอาไว้ก่อนจะเงยมองหน้าคังฮูหยินแม่ของคนรักของเธอ “ข้าจะไปจากที่นี่ตามที่ท่านต้องการเพราะข้าก็ไม่ได้อยากจะเป็นอนุของใครเช่นกัน ถึงข้าจะเติบโตในหอนางโลมแต่ความคิดของข้าไม่ได้ต่ำช้าเหมือนที่ที่ข้าเติบโตมาหรอก ข้าก็รักในศักดิ์ศรีของข้าเช่นกัน” 

“ข้าดีใจที่เจ้าเลือกเช่นนี้เพราะมันคือสิ่งที่ข้าต้องการ” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะจ้องมองไปยังเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูเป็นห่วงฟางซินจนออกนอกหน้า “แล้วเด็กคนนั้นเป็นใครอีกอย่าบอกนะว่าเป็นผู้หญิงอีกคนของบุตรชายข้า?” 

“นั้นคือเคอร์ซีสาวใช้ของข้าเองและนางจะไปกับข้า” ฟางซินพูดขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย “ข้าจะไปจากที่นี่ในวันนี้และท่านสบายใจได้เพราะข้าจะไม่กลับมาที่นี้อีก” 

ฟางซินย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาทเพื่อลาคังฮูหยินแล้วหันตัวเดินออกมาจากจุดนั้นในทันทีอย่างมีศักดิ์ศรีเพราะเธอจะไม่ขออยู่ต่อให้คนอื่นมาดูถูกเหยียดหยามเธอหรอก เธอขอเดินออกไปในตอนนี้แบบมีค่าดีกว่า ถ้าเธอกับอี้หลานเป็นคู่แท้ที่มีเส้นด้ายผูกติดกันแล้วไซร้สักวันหนึ่งฟ้าต้องนำพาเธอกับเขามาพบกันอีกแน่ 

เคอร์ซีจ้องมองเลยผ่านฟางซินผู้เป็นนายไปยังด้านหลังก่อนจะก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อลาคังฮูหยินที่กำลังเดินออกไปจากบ้านด้วยท่าทางหวาดกลัวเมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปหาฟางซินในทันทีด้วยความเป็นห่วงเพราะตอนแรกเธอไม่กล้าเข้าไปหรอก “...นะ...นายหญิงเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ?” 

“ข้าไม่ใช่นายหญิงแล้ว ต่อจากนี้ที่นี้ไม่ใช่บ้านของข้าแล้ว” ฟางซินพูดขึ้นด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตาเล็กน้อยแต่ก็พยายามฝืนมันไม่ให้ไหลออกมาเพราะเธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้ เด็กสาวหยิบเอาทองแท่งขึ้นมาแท่งหนึ่งก่อนจะยื่นมันให้เคอร์ซี “เจ้าจงเอาสิ่งนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะกลับบ้านของเจ้าไปเพราะข้ากำลังจะไปเมืองอื่นและไม่สามารถให้เจ้าอยู่ที่นี่ได้เนื่องจากเจ้าของบ้านตัวจริงเขากำลังจะแต่งงานกับสตรีอื่นแล้วและนางก็ต้องเข้ามาอยู่ที่นี่แทนข้าในฐานะภรรยาที่ถูกต้อง” 

“...ตะ...แต่นายหญิงเป็นภรรยาของท่านอี้หลานนะเจ้าคะ” เคอร์ซีรีบพูดเหนี่ยวรั้งขึ้นในทันทีเพราะไม่อยากให้ฟางซินตัดสินใจแบบนั้นเพราะคนที่เจ็บปวดที่สุดจะเป็นนายหญิงของเธอเนี้ยแหละที่ต้องทุกข์ทรมาน 

“ก็แค่ภรรยาทางร่างกาย ภรรยาที่ตระกูลไม่ยอมรับมันก็ไร้ค่า ข้าจะไม่ยอมอยู่ในฐานะอนุภรรยาของใครหรอกนะ” 

ฟางซินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพราะเธอตัดสินใจดีแล้วเธอจะยอมเดินออกไปแบบมีค่าดีกว่าอยู่อย่างไร้ค่าและถูกกดขี่ให้ต่ำต้อยด้วยคำดูถูกเหยียดหยามจากคนภายนอกในฐานะภรรยาแรกที่เป็นได้แค่อนุภรรยาเท่านั้น เด็กสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินหันตัวหนีเคอร์ซีเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูในทันทีเพื่อขังตัวเองเอาไว้ภายในคนเดียวเงียบๆ 

ร่างบางเดินไปยังหีบเก็บเสื้อผ้าก่อนจะหยิบเอาผ้าออกมามัดเป็นถุงแล้วเอาเสื้อผ้าที่จำเป็นใส่ลงไปเพื่อเตรียมจะออกเดินทาง เด็กสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่ที่มีความทรงจำอันหอมหวานระหว่างเธอกับอี้หลานอยู่แต่ตอนนี้เธอกลับต้องละทิ้งมันไว้เบื้องหลังและเดินหน้าต่อไปอย่างเดียวดายในเส้นทางอันโดดเดี่ยว 

“ท่านกำลังจะแต่งงานมีความสุขในขณะที่ข้ากำลังจะมีความทุกข์แสนสาหัส” 

ฟางซินพูดพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่น้ำตาหยดใสจะไหลอาบแก้มนวลเนียนทั้งสองข้างอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ เด็กสาวฟุบหน้าลงบนพื้นเตียงก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แสนร้าวรานมันเหมือนมีมัดนับพันเล่มกำลังกรีดแทงหัวใจเธออยู่เลย ทำไมความผิดหวังมันถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้นะแล้วแบบนี้หัวใจของเธอมันจะทนได้สักแค่ไหน? 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น