junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER55:เราสามคน (upload100%)NEW UPLOAD

ชื่อตอน : CHAPTER55:เราสามคน (upload100%)NEW UPLOAD

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2561 02:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER55:เราสามคน (upload100%)NEW UPLOAD
แบบอักษร

CHAPTER55:เราสามคน (upload100%)



รถยนต์คันหรูแล่นลงมาจากทางด่วน ก่อนจะชะลอความเร็วและจอดนิ่งเพื่อรอสัญญาณไฟเขียว นิ้วเรียวเคาะลงบนพวงมาลัยด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ไม่เหมือนคนที่กำลังพากันหลบหนีสักนิด

“คิดออกรึยังว่าจะหนีไปไหน”ถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบ เพราะมองปราดเดียวก็รู้ว่าคนที่นั่งตัวลีบติดเบาะอยู่ข้างกันไม่มีการวางแผนอะไรล่วงหน้าไว้แต่น้อย คิดจะหนีก็หนี เรียกว่าไปตาบเอาดาบหน้าว่างั้น

“คุณส่งฉันลงข้างหน้าก็ได้ค่ะ ฉันจะหาทางไปต่อเอง”ณฉัตรตอบคำถามนั้น ยอมรับว่าตัวเองยังคิดไม่ออกว่าจะหลบหนีไปอยู่ที่ไหน ไม่มีอะไรอยู่ในแผนการ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงเพราะหวาดกลัวว่าลูกน้อยในท้องจะเป็นอันตราย คิดแต่เพียงต้องหนีให้พ้นเงื้อมมือของชานนท์แค่นั้น แต่แค่เริ่มต้น ทุกอย่างก็ดูผิดพลาดไปเสียหมด

“หาทางไปต่อเองเหรอ พอฉันปล่อยลงรถก็คงจะถูกลูกน้องชานนท์จับกลับไปมากกว่า อย่างนี้ช่วยให้หนีไปก็เท่ากับเสียเวลาเปล่า”

“ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับได้ค่ะ”ณฉัตรตอบด้วยความมุ่งมั่น อลิสาแสยะยิ้มเยาะ

“อย่างเธอเหรอจะมีปัญญา เหตุการณ์เมื่อกี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายังไงก็เอาตัวไม่รอด ถ้าไม่มีฉันมาช่วยไว้ก็คงถูกลากกลับไปแล้ว”

“ฉันอาจไม่มีปัญญาหนีอย่างที่คุณว่าก็จริง แต่ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณช่วย แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับความหวังดีประสงค์ร้ายที่คุณมอบให้ ฉันจะลงตรงนี้ล่ะค่ะ ขอบคุณมาก”ณฉัตรโต้ตอบกลับไป ไม่ได้อยากรับความช่วยเหลือจากอลิสาตั้งแต่แรก แต่เพราะว่าทุกอย่างมันจวนตัวเลยยอมกระโดดขึ้นรถมา หนีเสือปะจระเข้ของแท้ หญิงสาวทำท่าจะเปิดประตูรถออกไป แต่อลิสาเหยียบคันเร่งเดินหน้า จนคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเกือบหน้าทิ่ม ก่อนจะหันขวับกลับไปมองคนจงใจแกล้งด้วยสายตาดุดัน

“ฉันจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับความอวดดี อวดเก่งของเธอ ไม่ใช่เพราะฉันเกิดเห็นใจหรือมีมนุษยธรรมขึ้นมาหรอกนะ แต่ถ้าหากคนโง่ๆอย่างเธอหนีด้วยตัวเอง ยังไงก็คงหนีไม่รอด และถ้าขืนยังเสนอหน้าอยู่อย่างนี้ คุณอลันก็ต้องวุ่นวายกับเธอไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะฉะนั้น ฉันจะเป็นคนส่งเธอไปให้พ้นหน้าเขาเอง นั่งนิ่งๆแล้วเงียบซะ ฉันจัดการทุกอย่างเอง”

สัญญาณไฟเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว รถยนต์เคลื่อนตัวไปข้างหน้า พุ่งตรงไปด้วยความเร็วสูง โดยที่ณฉัตรไม่มีโอกาสได้รู้ ว่าจุดหมายของตัวเองคือแห่งใด

อลันเคาะนิ้วมือลงบนโต้ะเป็นจังหวะ เป็นความเคยชินที่ทำในขณะที่ตนเองกำลังใช้ความคิดกับอะไรสักอย่าง เขานั่งอยู่ในคลับเฮ้าหรู หลังจากพาอานนท์มายืดเส้นยืดสายออกรอบกับกีฬาที่คนเป็นพี่โปรดปรานตั้งแต่ช่วงเช้า

“แกไม่เอาสักหน่อยเหรอ ออกแรงสมองจะได้โล่ง”อานนท์หย่อนตัวนั่งลงตรงข้ามพลางถอดถุงมือไดรฟ์กอล์ฟวางลงตรงหน้า เครื่องดื่มเย็นๆมาเสริฟถึงโต๊ะทันที เขาเอ่ยขอบคุณบริกรก่อนจะยกขึ้นมาดื่มดับกระหาย อานนท์สีหน้าแช่มชื่น ร่างกายฟื้นฟูสภาพกลับมาแข็งแรงเกือบเป็นปกติ อดอู้เพราะรักษาตัวอยู่นานเป็นแรมปี ถวิลหาการออกกำลังให้เลือดลมแล่นพล่าน แม้ภรรยาจะวิตกกังวลว่าจะเป็นการออกแรงหนักไป แต่เมื่อแพทย์เจ้าของไข้อย่างอลันอนุญาตและตามมาดูแลด้วยตัวเองจึงค่อยคลายกังวล

“ผมไม่อยากทำอะไรเลย ในหัวผมคิดอยู่แค่เรื่องเดียวในตอนนี้”อลันตอบ อานนท์พยักหน้าช้าๆอย่างเข้าใจ สำหรับอลันแล้วคงไม่มีเรื่องไหนสำคัญไปกว่าเรื่องณฉัตรในตอนนี้

“ทำไม แกกลัวว่าชานนท์จะไม่ยอมรับข้อเสนอนั้นเหรอ อะไรทำให้แกคิดว่าคนอย่างเขาจะปฏิเสธ”

“ไม่มีทาง ชานนท์ไม่มีวันปล่อยให้ตำแหน่งประธานบริหารแกรนด์คริสตัลตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแน่ แล้วข้อเสนอที่ยื่นให้ มีแต่พวกโทรลว์เท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ”

“ถ้าอย่างนั้นแล้วแกกลัวอะไร”

“ผมกลัวว่ามันจะเล่นตุกติกอีกนะสิ ชานนท์คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่”อลันบอกถึงสิ่งที่เขาวิตก อานนท์ไม่สงสัยในข้อนั้น เขาเองก็รู้จักคนหนุ่มผู้นั้นดีพอๆกับที่น้องชายเขารู้จัก

“งั้นแกก็ต้องทำให้เรื่องนี้จบโดยเร็วที่สุด เร่งรัดและขีดเส้นตายให้กับชานนท์ ลูกไก่อยู่ในกำมือ ถ้าแกไม่คลายให้มันรอด ก็บีบให้ตายคามือไปเลย”

อลันสบตากับพี่ชายเขาอย่างมีความหมาย บางครั้งเขาก็นึกกลัวพี่ชายตัวเองขึ้นมาเสียดื้อๆ ภายใต้หน้ากากศัลยแพทย์และผู้บริหาร อานนท์เป็นคนเลือดเย็นและเฉียบขาดมากกว่าเขานัก

“ผมจะไปพบชานนท์เดี๋ยวนี้”อลันลุกพรวดขึ้น เขาต้องการไปพบกับชานนท์ในตอนนี้ ตั้งใจจะเดินหน้ากดดันให้อีกฝ่ายยอมจำนนโดยเร็วที่สุด ในขณะนั้นเองที่ได้ยินเสียงโวยวายอยู่ข้างนอก พนักงานของคลับเฮ้าสามคนกำลังร้องห้ามและกันใครบางคนไม่ให้บุกเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น”อานนท์หันไปตามเสียง ถามอย่างสงสัย

“ผมออกไปดูเอง”อลันบอกพร้อมทั้งเดินออกไปนอกห้อง บานประตูกระจกถูกผลักออก ทั้งพนักงานโค้งต่ำและหลีกทางให้กับเขา ชายในชุดสูทสีดำก้าวถอยออกจากหน้าประตู พร้อมทั้งเปิดทางให้กับผู้เป็นเจ้านายก้าวมาข้างหน้า

“มาหาถึงที่ ไม่ต้องให้เสียแรง”อลันพูดกับคนตรงหน้า และโดยไม่คาดคิด ชานนท์พุ่งเข้าหาเขากระชากคอเสื้อพร้อมเหวี่ยงหมัดใส่หน้าอย่างเต็มแรง อลันเซไปเพราะแรงหมัด อลันจับปลายคางตัวเอง รู้สึกได้ถึงความชาวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าซีกขวา เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองพร้อมกับใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดวนตรงมุมปาก คราบเลือดติดอยู่ตรงปลายนิ้ว

พลั๊วะ

อลันไม่รอตั้งคำถามว่าชานนท์ชกเขาด้วยเหตุใด รู้ตัวอีกทีก็ปล่อยหมัดที่หนักพอกันพุ่งแหวกอากาศสวนกลับคนที่กล้าทำร้ายร่างกายเขา ชานนท์เซถอยหลังไปตามแรงหมัด ลูกน้องคนสนิทสองคนรีบเข้าไปประคอง

“ก็ดีที่แกเป็นคนเปิด เพราะฉันก็รอเวลาจะกระทืบแกมานานแล้วเหมือนกัน”อลันพูดจบทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาชานนท์อีกครั้ง ชานนท์สะบัดตัวออกจากลูกน้องพุ่งใส่อลันเหมือนกัน ง้างหมัดพร้อมแลก ใส่กันไปคนละที เกิดเสียงกรีดร้องวุ่นวายของพนักงาน

“หยุดน่ะ!”

เสียงสั่งดังแหวกอากาศ ทั้งอลันและชานนท์หยุดชะงัก คนที่เข้ามาห้ามทัพคืออานนท์ ผู้อวุโสสุดเพ่งสายตาดุดันมองคนทั้งสอง แม้จะกราดเกรี้ยวขนาดไหน ต่างก็รู้ดีว่าต้องให้เกียรติอานนท์ อลันกับชานนท์ดีดตัวออกจากกันทันที แต่สายตายังคงจับจ้องกันอย่างอาฆาตแค้น

“มันเรื่องอะไรถึงใช้กำลังตัดสินกันอย่างกับพวกไม่มีสมอง”

“ถามน้องชายท่านสิครับ ผมว่าเขาคงจะตอบคำถามท่านได้ดีกว่าผม”สิ่งที่ชานนท์เอ่ยออกมา ทำให้อลันประหลาดใจเป็นที่สุด นายแพทย์ใหญ่ทำหน้าฉงนไม่เข้าใจที่ชานนท์พูด

“ตอบคำถามอะไร คนที่จะต้องให้คำตอบกับข้อเสนอและเงื่อนไขที่วางไว้ มันก็คือแกไม่ใช่ฉัน”อลันสวนกลับพลางชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“ข้อเสนอ เงื่อนไข ที่สร้างขึ้นมาบีบให้คนจนตรอกแบบนั้นนะเหรอ ท่านครับ ท่านคงภูมิใจที่น้องชายของท่านเลือกวิธีการสกปรกแบบนั้น หรือว่านี่มันเป็นวิธีการที่คนในตระกูลปรีชาไวยกิจใช้ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ”

“คนในตระกูลเรามีเกียรติและศักดิ์ศรีพอที่จะต่อสู้อย่างตรงไปตรงมา แต่มันก็ต้องกับคู่ต่อสู้ที่มีเกียรติเสมอกัน บางครั้งถ้าเราถูกลอบกัดก่อน เราก็ไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีที่มีเกียรติ ในสนามรบเอาดาบไปสู้กับปืนไม่ได้หรอกคุณชานนท์”อานนท์ย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ ชานนท์บดกรามแน่น แค่นหัวเราะในลำคอ

“ข้อเสนอกับเงื่อนไขที่ต้อนให้คนจนตรอกนั่น มันยังบีบกันไม่พออีกเหรอ คุณอลันถึงได้ใช้วิธีอย่างพวกหมาลอบกัดกับผม”

“แกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ลอบกัดอะไร”อลันถามออกไปเพราะเริ่มงุนงงกับสิ่งที่ชานนท์เอ่ยขึ้นมาเต็มที อานนท์เองก็เช่นกัน เขาไม่เข้าใจว่าชานนท์กำลังพูดถึงเรื่องอะไร

“น้องชายของท่านส่งคนไปลักพาตัวว่าที่เจ้าสาวของผม ณฉัตรหายตัวไปและผมรู้ว่าเป็นฝีมือของเขา”

“แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแกว่ะ ลักพาตัวอะไร แล้วที่บอกว่าณฉัตรหายไปหมายความว่ายังไง”อลันถามขึ้นอย่างร้อนรน

“นั่นนะสิมันเรื่องอะไรกัน”

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เมื่อวานนี้ณฉัตรหายตัวออกไปจากคอนโด มีใครบางคนมารับตัวเธอไป ลูกน้องของผมเห็นกับตา ถ้าไม่ใช่คุณมันจะเป็นใคร มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่ต้องการตัวเธอ คุณบอกเองว่าไม่เกี่ยงวิธี ขอแค่ให้ได้ตัวเธอไป แต่ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะใช้วิธีนี้”ชานนท์แสร้งทำเป็นหัวร้อนและโวยวาย เขารู้ดีกว่าใครทุกคนว่าณฉัตรเต็มใจหนีไปเองหลังจากที่เขาเผลอเกรี้ยวกราดและลงไม้ลงมือกับเธอไป แต่ที่ไม่รู้คือใครกันที่เป็นคนช่วยเหลือให้เธอหลบหนี แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็ดูประจวบเหมาะให้เขาโยนข้อกล่าวหานั้นให้อลัน

“ณฉัตรหายตัวไปเหรอ แก...”อลันพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชานนท์ดึงขึ้นสุดแรง

“แกอย่ามาเจ้าเล่ห์เล่นตุกติก แกเอาณฉัตรไปไว้ที่ไหน ฉันรู้ว่าทุกอย่างมันเป็นแผนของแก  ไม่ฉลาดเลยที่ทำแบบนี้ แกอยากจะเก็บณฉัตรไว้เพราะแกรักเธอหรือแกแค่อยากเอาชนะฉัน ฉันไม่สน เพราะว่าฉันรักผู้หญิงคนนั้นและเธอก็รักฉัน และถ้าหากแกไม่อยากทำให้ทุกอย่างมันพังย่อยยับด้วยมือแกเอง ก็อย่าเล่นนอกเกมส์ รับข้อเสนอแล้วทำตามเงื่อนไขซะ”อลันบอกกับตัวเองว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะใช้วิธีเจรจากับชานนท์ และถ้าหากคนตรงหน้ายังมีเล่ห์เหลี่ยมกับเขา เขาจะใช้วิธีแบบพวกไร้สมองอย่างที่อานนท์บอกแทน

“คิดว่ามันเป็นเรื่องของความรัก เรื่องของการชนะเหรอ มันไม่เกี่ยวว่าคุณรักเธอ เธอรักคุณ หรือว่าผมอยากเอาชนะใคร เพราะตอนนี้ผมอยากจะเก็บณฉัตรไว้ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น”แววตาชานนท์กล้าแกร่ง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอลันอย่างคนมุ่งมั่นและไม่สะทกสะท้านใดๆ เกมส์มันเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อไพ่ใบที่ดีที่สุดตกมาอยู่ในมือเขา

“ณฉัตรกำลังอุ้มท้องลูกของผมอยู่ นั่นมันคงเป็นเหตุผลมากพอที่ผมต้องการเก็บเธอไว้ และถ้าหากคุณบีบบังคับเอาเธอไปจากผม ก็เท่ากับว่าคุณกำลังพรากพ่อแม่ลูกให้จากกัน มันไม่ใช่เรื่องของเราสามคน อีกต่อไปแล้วคุณอลัน มันยังมีชีวิตเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งอีกด้วย”

อลันรู้สึกราวกับตัวเองถูกฟาดด้วยของแข็งหนักๆแล้วก็เหวี่ยงออกไปยังเวิ้งอากาศ สติสัมปชัญญะที่พอหลงเหลืออยู่ปฏิเสธจะยอมรับอย่างอัตโนมัติ แม้บริบทแวดล้อมนั้นจะจริงและเป็นไปได้สักแค่ไหนก็ตาม

เขาไม่เชื่อ

เป็นไปไม่ได้

“ไม่จริง แกโกหก”น้ำเสียงพร่าสั่นบ่งบอกว่าสั่นคลอนความเชื่อมั่นขนาดไหน

“ณฉัตรไม่ได้ท้องกับแก”

“เธอท้องกับผม เพราะผมเป็นพ่อของเด็กในท้อง เธอถึงเลือกที่จะอยู่กับผมไม่ใช่คุณ แค่นี้มันคงชัดเจนแล้วนะครับ เพราะอย่างนั้น คุณล้มเลิกความคิดที่จะครอบครองเธอไว้สักที คุณคงไม่อยากได้ผู้หญิงที่กำลังอุ้มท้องลูกของผู้ชายคนอื่นหรอกใช่ไหม”

สองมือที่กำกระชากคอเสื้อนั้นคลายออกแล้วทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง อลันถอยห่างออกจากชานนท์ เขามึนงงและปวดแปลบจนคิดว่ากำลังจะล้มทั้งยืนในตอนนี้

ณฉัตรเป็นผู้หญิงของเขา

เป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ

แต่เธอเป็นสมบัติของชานนท์ เขาปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงความสัมพันธ์นั้นเพราะมันไม่มีผลต่อหัวใจเขาสักนิด ตราบใดก็ตามที่เขารู้สึกได้ว่าณฉัตรรักเขา เขาไม่คิดรังเกียจไม่ว่าเธอจะเคยเป็นของใคร ทว่าในตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องกับผู้ชายอีกคน

เขาควรทำอย่างไรดี

“จะรู้ได้ยังไงว่าณฉัตรกำลังตั้งท้องจริงๆ”อานนท์เอ่ยขึ้น ในฐานะที่เขาเป็นคนกลางในสถานการณ์นี้ ดูเหมือนว่าอลันจะสติหลุดและไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก และประการสำคัญ เขายังไม่เชื่อชานนท์เสียทั้งหมด

“ถ้าเผื่อคิดว่าผมโกหก ก็เอานี่ไปดู”ชานนท์ยื่นแผ่นภาพอัลตราซาวด์ไปตรงหน้า เขาใช้อำนาจที่มีในการสืบเสาะจนรู้ว่าณฉัตรไปตรวจกับคลินิกใด และใช้วิธีเอาข้อมูลมาจนได้ อานนท์รับไปดู มันคือแผ่นภาพอัลตราซาวด์ของหญิงตั้งครรภ์ ตรงขอบกระดาษมีชื่อของณฉัตรชัดเจน เขาส่งภาพถ่ายนั้นให้กับอลัน นายแพทย์ใหญ่ยื่นมือไปรับอย่างสั่นเทา ตรงตำแหน่งกลางภาพเป็นเงารูปร่างเมล็ดถั่วนั้น บีบหัวใจเขาจนแหลกสลาย

ถ้านี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เขาจะมีความสุขมากมายขนาดไหนกันนะ

 “ในเมื่อณฉัตรท้องจริงๆ เราก็ต้องรีบหาเธอให้พบ คนกำลังตั้งท้องอ่อนๆ จะให้หนีระหกระเหินได้ยังไง คุณชานนท์ผมรู้ว่าคุณคิดว่าอลันมีส่วนสำหรับการหายตัวไปในครั้งนี้ แต่ผมรับประกันได้ว่าเขาไม่ได้ทำ ทางที่ดีเราควรจะพักเรื่องทุกอย่างแล้วร่วมมือกันตามหาตัวณฉัตรมากกว่า เพราะความปลอดภัยของเธอและลูกสำคัญที่สุด”อานนท์เป็นฝ่ายไกล่เกลี่ยเสียเอง ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่สามคนอีกต่อไป เมื่อมีอีกชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้น เขารู้ดีว่าอลันมีมนุษยธรรมมากพอที่จะไม่ทำร้ายเด็กบริสุทธิ์

“ถ้าแกคือสาเหตุที่ทำให้ณฉัตรหายตัวไป ฉันจะฆ่าแกเพื่อให้เธอกลับมา ฉันจะหาตัวเธอให้เจอแล้วถามในสิ่งที่ฉันอยากได้ยินปากของเธอ ไม่ใช่จากปากของแก”อลันเอ่ยจบ เดินออกไปจากตรงนั้นทันที เหลือเพียงแค่อานนท์กับชานนท์ที่ยังยืนเผชิญหน้ากันอยู่

“อย่าเสียเวลาอยู่เลย รีบหาณฉัตรให้เจอ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป”อานนท์ทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปอีกคน คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังปรับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองแทบจะในทันที รอยยิ้มเล็กๆชั่วร้ายปรากฏขึ้นตรงมุมปาก เป็นไปตามคาด อลันยังไม่รู้เรื่องที่ณฉัตรตั้งท้องและเขาสวมรอยเป็นพ่อคนได้อย่างหมดจด อลันอาจไม่แคร์ที่ณฉัตรเป็นผู้หญิงของใคร แต่จะมีใครทำใจยอมรับผู้หญิงที่อุ้มท้องลูกของศัตรูได้ ที่ต้องทำคือหาณฉัตรให้เจอโดยเร็วที่สุด และทำให้ทุกอย่างจบด้วยวิธีการของเขา

 หนึ่งวันเต็มที่อลิสาพาณฉัตรมาหลบซ่อนตัวในเขตจังหวัดปราจีนบุรี บ้านปูนเปลือยสไตล์รีสอร์ทตั้งลึกเข้าไปในที่ดินสวนผลไม้ซึ่งเป็นของญาติผู้พี่ของอลิสา เธอเองเคยมาเยี่ยมเยียนเมื่อนานมาแล้ว หากจะนึกถึงสถานที่ที่สามารถหลบเร้นจากสายตาผู้คนได้ ก็คงจะเป็นที่นี่ บ้านพักดังกล่าวมีสามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่เพราะถูกจ้างวานให้ดูแลเฝ้าสวนผลไม้ และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองจะมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกอย่าง นั่นคือการเฝ้าจับตาดูณฉัตรแล้วส่งข่าวรายงานให้กับอลิสาเป็นระยะ จนกว่าจะย้ายออกไป

“อาหารเช้าป้าทำเผื่อ คุณทานสิ”หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมผิวกรำแดดเอ่ยถามขึ้นตอนที่เอาโจ๊กร้อนๆมาเสิร์ฟให้ ณฉัตรเอ่ยขอบคุณแล้วจ้องมองอาหารเช้าด้วยความหิวโหย เมื่อวานไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่นิดเดียว คนท้องจ้วงโจ๊กในชามแล้วตักเข้าปากอย่างเร่งรีบ

“เป่าก่อนสิคุณ เดี๋ยวมันก็ลวกคอหรอก”เอ่ยอย่างตำหนิตามประสาคนอาวุโสกว่า ณฉัตรพยักหน้ารับรู้ก่อนจะตักโจ๊กเข้าปากช้าลง

“ตอนกลางวันป้ากับลุงจะเข้าไปในสวน คุณหาอะไรในครัวทำกินเองแล้วกัน มีผักมีไข่ ข้าวป้าหุงไว้แล้ว แล้วก็อย่าเดินเพ่นพ่านเข้าใจมั้ย เดี๋ยวได้หลง”กำชับนักหนา เพราะอลิสาสั่งไว้ว่าให้จับตาดู ณฉัตรพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นป้าไปก่อน”หญิงวัยกลางคนบอก หยิบปิ่นโตติดมือแล้วเดินออกจากบ้าน เมื่อลับสายตารีบดึงมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโทรติดต่อหาอลิสาทันที

“ฮัลโหลว่ายังไง”คนปลายสายรับโทรศัพท์ อลิสากำลังเดินทางไปพบอลัน จู่ๆเขาก็โทรเรียกให้เธอออกไปพบที่โรงพยาบาลโดยด่วน หวังว่าอลันคงไม่ระแคะระคายเรื่องที่เธอพาณฉัตรหนี

“ป้ายังไม่ได้ถามเลยว่าคุณจะให้ยัยหนูนี่อยู่กับฉันอีกกี่วัน อาทิตย์หน้าป้ากับลุงจะต้องเดินสายงานกระฐิน คงไม่ได้เฝ้าหรอกนะ”

“เรื่องนี้เองเหรอ นึกว่ามีเรื่องด่วนอะไร ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นั่นไม่กี่วันหรอก เฝ้าไว้ให้ดี แล้วถ้าไม่มีเรื่องด่วนก็ไม่ต้องโทรมา แค่นี้แหละ”อลิสากระแทกน้ำเสียงใส่ก่อนจะกดปิด หญิงชาวสวนเบะปากแล้วทำท่าทางล้อเลียน ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปขึ้นรถกระบะ

อลันอยู่ภายในห้องทำงานของตัวเอง เขาใช้เวลาในการสงบสติอารมณ์ตัวเอง สิ่งที่เพิ่งรับรู้มันมีผลต่อจิตใจเขามากกว่าครั้งไหนๆ ตั้งแต่รู้หัวใจตัวเองก็ไม่เคยมีความคิดจะปล่อยมือจากณฉัตรแม้แต่เพียงครั้งเดียว ต่อให้เธอตัดสินใจเลือกจะอยู่กับชานนท์จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเขาก็พร้อมที่จะแย่งเธอกลับคืนมา แต่คราวนี้เหตุผลกลับอยู่เหนือความคาดหมาย เขาไม่เคยคิดถึงสิ่งนี้มาก่อน ภาพถ่ายอัลตราซาวด์ยับยู่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน มันเหมือนเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าเป็นเรื่องจริงคำถามมากมายผุดพรายขึ้นในหัว

เด็กนั่นเป็นลูกของชานนท์จริงเหรอ

แล้วทำไมณฉัตรถึงต้องหายตัวไปอีกครั้ง

“เธออยู่ที่ไหนณฉัตร”อลันกุมขมับตัวเองด้วยท่าทางเคร่งเครียด สมองเขาปวดหนึบไปหมด แต่ยังคงน้อยกว่าหัวใจ ก้อนเนื้อข้างอกซ้ายของเขาปวดจนชาดิก และความรู้สึกผิดหวังเสียใจกำลังเกาะกินเขาและลุกลามไปถ้วนทั่ว ไม่ต่างอะไรจากคนป่วยใกล้ตายสักนิด

ก้อก ก้อก ก้อก

เสียงเคาะประตู ดังขึ้น เลขาเปิดประตูเข้ามาก่อนจะรายงานว่าคนที่เขานัดไว้มาถึงแล้ว อลันพยักหน้าช้าๆเป็นเชิงอนุญาติ แขกที่ยืนคาอยู่หน้าประตูเดินเข้ามาภายในห้อง อลิสายกมือไหว้ทักทายอลันด้วยสีหน้าแช่มชื่น

“สวัสดีค่ะคุณอลัน ขอโทษนะคะที่มาช้า พอดีกำลังทำธุระ ห่างจากที่นี่พอสมควร”อลิสาเอ่ยขึ้น อลันผายมือเชื้อเชิญให้นั่ง อลิสาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอีกคน พร้อมทั้งจับบรรยากาศอึมครึมได้ รู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมาทันที

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ เพราะเรียกคุณให้มาพบด่วน”

“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณอลันมีอะไรให้อลิสรับใช้คะ ใช่เรื่องโรงแรมแกรนด์คริสตัลหรือเปล่า”

“ใช่ ผมเรียกคุณมาเพราะเรื่องนี้”คำตอบนั้นทำให้อลิสาเป่าปากย่างโล่งอก คิดว่าอลันจะรู้เรื่องที่เธอพาณฉัตรไปหลบซ่อนเสียอีก

“ได้ข้อสรุปแล้วใช่มั้ยคะ ตกลงว่าชานนท์ยอมรับเงื่อนไขนั้นรึเปล่า เพราะถ้าไม่อลิสกับทีมจะได้เริ่มกวาดล้างพวกขยะซะที”อลิสากระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะคาดเดาว่าชานนท์ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้แน่ เขาจะทำตามได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้ ตัวแปรสำคัญอย่างณฉัตร หายตัวไป ต่อให้อยากคืนณฉัตรเพื่อแลกกับตำแหน่งประธานแกรนด์คริสตัลขนาดไหน ก็ไม่มีปัญญา

“ผมอยากให้คุณกับพวก หยุดทุกอย่างไว้ก่อน”

“ว่าไงนะคะ”อลิสาถามเสียงสูง หยุดทุกอย่างไว้ มันหมายถึงอะไร

“เราจะยังไม่แตะต้องแกรนด์คริสตัลตอนนี้”อลันย้ำให้เข้าใจอีกครั้ง สีหน้าของอลิสาบ่งบอกว่าตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินมากมายขนาดไหน

“ทำไมล่ะค่ะ หรือว่าชานนท์ยอมรับข้อเสนอนั้น”

“ผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณถึงเหตุผลนั้น ถ้าผมบอกให้รอก็คือรอ ไปบอกคนของคุณให้สงบไว้ก่อน อย่าเพิ่งโจมตีชานนท์ในตอนนี้ รอคำสั่งโดยตรงจากผม แค่นี้ล่ะที่ผมต้องการบอกกับคุณ”อลันรวบรัดและแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้อลิสาถามต่อ เขารู้ว่าอลิสาคาดหวังอะไรไว้ การได้ทำลายชานนท์แล้วกลับเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารโรงแรมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นกิจการของครอบครัวนั้นคงเป็นสิ่งที่หญิงสาวปราถนาสูงสุด อลิสนิ่งไปเหมือนกำลังปรับอารมณ์ตัวเอง หญิงสาวกลบเกลื่อนใบหน้าไม่พอใจเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากาก

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ จะทำตามคำสั่งของคุณทันที ฉันหวังว่าทุกอย่างคงมีข้อสรุปเร็วๆนี้”อลิสาทิ้งท้าย เมื่ออลันหมดเรื่องจะพูดคุยอีกจึงขอตัวออกไปจากห้อง อลันมองตามจนสุดสายตา เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกเพื่อสั่งการบางอย่าง

“สืบหาตัวณฉัตรให้เจอเร็วที่สุด แล้วจับตาดูชานนท์ไว้ มีความเคลื่อนไหวอะไรรายงานผมทันที”

อลิสาเดินกระฟัดกระเฟียดมายังลานจอดรถ คำสั่งของอลันสร้างความไม่พอใจให้เธอเป็นอย่างมาก ไม่รู้ใครหรืออะไรทำให้เขามีท่าทีที่เปลี่ยนไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้อลันมีความมุ่งมั่นจะทำลายชานนท์ให้ย่อยยับ เขาไม่ได้ฟันธงว่าจะทำอย่างไรกับชานนท์และแกรนด์คริสตัล เขาเพียงบอกให้รอ

รออะไร

รอทำไม

ยิ่งคิดก็ยิ่งว้าวุ่น การหายตัวไปของณฉัตรต้องมีส่วนกับเรื่องนี้ จากที่คิดว่าถ้าทำให้ณฉัตรหายไปได้ ทุกอย่างคงเป็นไปตามเกมส์ที่คาดไว้ หรือว่าชานนท์จะมีลูกไม้อย่างอื่นอีก คนแบบนั้นต้องไม่ยอมจนตรอกจนมุมง่ายๆเป็นแน่ เพราะฉะนั้นตอนนี้อลิสาไม่มั่นใจสักนิดว่าการเก็บณฉัตรไว้จะเป็นผลดีสักเท่าไหร่

จะเอายังไงดี

กัดปากตัวเอง รีดความคิดออกมาอย่างหนัก สองเท้าก้าวไปยังรถยนต์คันหรู มือควานหากุญแจรถในกระเป๋า ก่อนจะหยิบออกมากดรีโมทปลดล็อก

คลิ๊ก

“อะ อื้อออออออ”

โดยไม่ทันตั้งตัว อลิสาถูกชาร์ทเข้าทางด้านหลัง ชายนิรนามโปะยาสลบหญิงสาว หลังจากดิ้นได้มีกี่ทีก็แน่นิ่งไป รถตู้มาจอดเทียบ ก่อนจะเปิดประตู ร่างอลิสาถูกลากเข้าไปในรถตู้ และขับออกไปจากที่จอดรถอย่างรวดเร็ว

พื้นเย็บเฉียบ เครื่องปรับอากาศเครื่องเก่าส่งเสียงดังหึ่งๆรบกวนโสตประสาทนั้นไม่ได้ช่วยลดอุหภูมิอบอ้าวภายในห้องได้เลยสักนิด กลับยิ่งส่งเสริมกลิ่นอับชื้นจนฉุนขึ้นจมูก ร่างบางนอนคดคู้อยู่บนพื้นห้องด้วยสภาพถูกมัดมือมัดเท้า เทปกาวสีน้ำตาลปิดปากสนิท อลิสาปรือตาขึ้นช้าๆ ภาพในลานสายตาพร่าและเบลอเหมือนกำลังลืมตาในความมืด สติสัมปชัญญะค่อยๆถูกกู้คืนกลับมาพร้อมๆกับสายตาที่ปรับมองจนเห็นสภาพแวดล้อมชัดเจน ทำให้ร่าวกายดีดผึงขึ้นมาอัตโนมัติ ทว่ามือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้ รวมถึงขาสองข้างที่ถูกมัดติดกันทำให้ทุกอย่างทุลักทุเลไปหมด

“อื้อ อ่อย อั่น อ่ะอั่ย”อลิสาโวยวายทั้งที่มีผ้าปิดปากและมัดมือมัดเท้า หญิงสาวดิ้นพล่านลนลานด้วยความกลัว เมื่อรู้ตัวว่าถูกลักพาตัวมาขังไว้ในห้องที่มืดและอับชื้นเช่นนี้

“ฟื้นแล้วครับ”ชายผู้หนึ่งรายกับเจ้านายของเขา ร่างที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมกลางเก่ากลางใหม่ด้วยท่าทางใจเย็นทำเพียงเหลือบมองคนที่กำลังดิ้นพล่านอย่างหวาดกลัว เขาพยักหน้าน้อยๆส่งสัญญาณบางอย่าง ลูกน้องเข้าใจสิ่งที่ผู้เป็นนายต้องการสื่อ เดินเข้าไปกระชากแผ่นเทปกาวออกจากปากของอลิสาทันที

แคว่ก

“โอ้ยยยยย”อลิสาร้องลั่นพลางถ่มน้ำลายออกมา เพราะรสชาติและความเหนียวของเทปกาวเกินจะทนทานได้ ใบหน้าสวยเป็รฃนรอยแดงเถือก และทันทีที่ปากเป็นอิสระก็เปิดขึ้นแหกร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น

“ช่วยด้วยค้า ช่วยฉันด้วย มีคนจับตัวฉันมา”เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง หากอลิสารู้ว่านี่เป็นเพียงห้องเก็บของโรงแรมร้างที่ปิดกิจการลงไปคงไม่เสียแรงแหกปากเป็นแน่

“ร้องให้ดังกว่านี้อีกสิอลิส เสียงแค่นี้ใครมันจะไปได้ยิน”คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นยะเยียบ อลิสาหยุดร้องโวยวายทันทีเมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงใคร ร่างนั้นลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินมาหยุดลงตรงหน้าอลิสา หญิงตาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจยิ่งกว่าเก่า

“ชะ ชานนท์”

“ใช่ ผมเอง”ชานนท์ย่อตัวลงตรงหน้าอลิสา แสยะยิ้มหวาดหยดย้อยทว่าน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึก แผงขนที่คอหญิงสาวลุกชัน รู้สึกหวาดกลัวรอยยิ้มของชานนท์เหลือเกิน

“คุณจับตัวฉันมาทำไม”อลิสาถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก ห่อตัวลีบด้วยความกลัว

“นึกสิอลิสา ว่าตัวคุณมันมีค่าให้ผมทำอย่างนี้ทำไม ตัดเรื่องเรียกค่าไถ่ออกไปนะ เพราะตัวคุณมันคงไม่มีมูลค่าอะไรเลย”ท่าทีสงบ คำพูดเรียบง่ายเหมือนการสนทนาบนโต๊ะอาหารเย็นนั้นไม่ได้ทำให้อลิสาหวาดกลัวน้อยลง สิ่งแรกที่คิดได้ถึงเหตุผลที่ชานนท์จับตัวเธอมา นั่นก็เพราะเขารู้แล้วว่าคนที่พาณฉัตรหนีคือ เธอ

“คุณพูดถึงเรื่องอะไร นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจมาจับให้หมดเลย”อลิสาขู่ฟ่อ ทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อน ชานนท์ส่ายหน้าช้าๆ ถอนหายใจยาวลึกก่อนจะทำสิ่งที่รุนแรงต่ออลิสาเป็นครั้งแรก

“โอ้ย”

มือใหญ่กระชากกลุ่มเส้นผมที่ถูกมัดรวบเป็นหางม้าของอลิสาจนสุดแรง อีกมือบีบคางเรียวบังคับให้เงยมาสบดวงตาดุร้ายของเขา อลิสากรีดร้องเสียงหลง ไม่เคยเห็นชานนท์เกรี้ยวกราดอย่างนี้มาก่อน

“ไม่ต้องเสแสร้งหรือเล่นละครด้วยแอคติ้งห่วยๆของเธอ เพราะฉันรู้ดีว่าคนที่พาตัวณฉัตรหลบหนีออกไปก็คือเธอ ป้ายทะเบียนรถยนต์คันนั้นที่เธอขับไปที่คอนโดถูกกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้หมด มันง่ายนิดเดียวที่จะสืบรู้ว่าเป็นรถของใคร คนโง่มักจะชอบแส่หาเรื่องใส่ตัวเสมอ เธอมันเป็นคนแบบนี้แหละอลิสา”ชานนท์บีบคางแน่นจนปวดร้าว อลิสารู้ตัวดีว่าไม่วามารถโกหกชานนท์ได้อีกต่อไป เพราะคนอย่างเขาคงสืบเอาข้อมูลทั้งหมดมาโดยง่าย

“ฉะ ฉันแค่รับณฉัตรขึ้นรถไป แล้วก็ปล่อยลงกลางทาง”

เพี้ยะ

เสียงตบดังสะท้อน ใบหน้าเรียวหันไปตามแรง อลิสารู้สึกเหมือนจะวูบด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปราดอยู่ทั่วใบหน้า เลือดสดๆไหลกลบตรงมุมปาก ใบหน้าเรียวถูกกระชากเข้ามาให้เผชิญหน้ากับผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในสายตาเธอ

“ไม่ฉลาดเลยนะอลิส อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอมีแผนการอะไรอยู่ในหัว คิดเหรอว่าการที่เอา ณฉัตรไปหลบซ่อน มันจะเป็นชนวนให้อลันเล่นงานฉัน คนอย่างฉันเธอก็รู้ว่ากำจัดไม่ได้ง่ายๆ”ชานนท์อ่านเกมส์ขาด อลิสาขึงตามองด้วยความโกรธแค้น แต่ไม่สามารถทำอะไรได้

“หึหึ เจอตัวณฉัตร แกก็ต้องส่งยัยนั่นให้กับคุณอลัน ท้ายที่สุดก็ต้องจนตรอกยอมก้มหัวทำตามเงื่อนไขนั้น คนอย่างแกมันจะมีอำนาจบารมีสู้คนอย่างคุณอลันได้ยังไง แม้กระทั่งอำนาจของตัวเอง ก็ยังต้องแลกมาด้วยผู้หญิงตัวเล็กๆเพียงแค่คนเดียว”

เพี้ยะ

ฝ่ามือตบซ้ำลงตรงตำแหน่งเดิม ด้วยความแรงที่มากกว่าเดิม คราวนี้อลิสาตาพร่าจนเห็นดาววับ แต่ก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“ฮ่าๆๆ”

“หุบปากแล้วบอกมาซะว่าเอาณฉัตรไปไว้ที่ไหน ถ้าเธออยากเอาชีวิตตัวเองแลกกับผู้หญิงที่เธอแสนเกลียดคนนั้นก็เอาเลยอลิสา ลองทำดู มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันเองก็ไม่มีอะไรจะเสีย ฉันพัง เธอตาย มันเป็นเรื่องแบ๊ดโรมานซ์ที่เหมาะกับเราสองคนสุดๆไปเลย”

อลิสารู้ดีว่าชานนท์ไม่ได้ขู่ เพราะตอนนี้เขาได้กลายสภาพเป็นปีศาจไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าเธอไม่ยอมบอกที่ซ่อนณฉัตร เห็นทีว่าจะต้องถูกฆ่าทิ้งเสียจริงๆ

“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าฉันบอกแล้ว แกจะไม่ทำอันตรายและปล่อยฉันไป”อลิสาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวดกลัว ชานนท์ผ่อนลมหายใจ คลายมือที่บีบปลายคางออก เขาเหยียดตัวลุกขึ้นและสายตาไม่ละไปจากอลิสา

“เราเป็นนักธุรกิจไม่ใช่ฆ่าตกร ถ้าเราเจรจาตกลงกันได้ ต่างคนต่างได้ผลประโยชน์ มันก็จบ เธอแค่พาตัวไปหาณฉัตร หลังจากนั้นก็เลือกยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ซะ ฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเราก็กลับไปเป็นศัตรูที่แสร้งปั้นหน้ายิ้มให้กันเหมือนเดิม”

“ฉันจะพาไปเอาตัวณฉัตร แต่ขอให้แกรักษาคำพูดตัวเองแล้วกัน”

อลันกำลังจะขับรถออกจากโรงพยาบาล วันนี้สมองเขาทำงานอย่างหนัก และทุกส่วนในร่างกายก็หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ในขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยก ความคิดก็พาเขาออกไปไกลจนไม่มีสติจดจ่ออยู่กับการขับรถ

ปี๊นนนนนนนนนนนน

เสียงแตรรถคันข้างหลังบีบไล่ยาว จนคนเหม่อสะดุ้ง อลันรีบขับเคลื่อนรถตัวเองทันที และก่อนที่จะถึงทางแยก เสียงสมาร์ทโฟนก็แผดร้องดังจนเขาต้องหยิบขึ้นมากดรับ

“ท่านครับ คุณชานนท์มีความเคลื่อนไหวแล้วครับตอนนี้”เลขาคนสนิทที่เป็นคนจัดการเรื่องตามตัวรฉัตรรายงานมาตามสาย อลันมีท่าทีกระตือรือร้นใคร่รู้ขึ้นมาทันที

“ยังไง”

“คุณชานนท์หายไปเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เราติดตามเขาได้อีกครั้งเมื่อสักครู่ เขาเปลี่ยนรถที่ใช้ในการเดินทางเป็นรถตู้ ซึ่งมีลูกน้องกับคนขับรถ รถตู้นั้นมุ่งหน้าไปออกนอกกรุงเทพ ผมกำลังให้คนขับตามอยู่ครับในตอนนี้”คนปลายสายรายงานโดยละเอียด เวลาไม่ถึงวันหลังจากที่อลันออกคำสั่ง ชานนท์ก็มีความเคื่อนไหว ปกตินักธุรกิจหนุ่มจะขับรถด้วยตัวเอง ไม่เคยนั่งรถตู้ไปทำงานหรือทำธุระเลยแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งรถยังแล่นมุ่งหน้าไปต่างจังหวัด นับว่ามีเค้าชวนสงสัย บางทีตอนนี้เขาอาจจะรู้ที่อยู่ของณฉัตรแล้วก็เป็นได้

“คุณบอกว่าตอนนี้ให้ลูกน้องขับตามอยู่ใช่มั้ย”

“ใช่ครับ”

“ส่งตำแหน่งเส้นทางงมาให้ผม ผมจะตามไปด้วย”

“แต่ท่านครับ ผมว่าให้คนของเราติดตามไปก็พอนะครับ”เลขาคนสนิทท้วงติง เขาไม่อยากให้เจ้านายต้องออกโรงเอง

“ไม่ ผมจะไปด้วยตัวเอง คุณส่งตำแหน่งเส้นทางมาก็พอ”อลันยืนยันคำเดิม เขาร้อนใจอยากเจอ

ณฉัตรจนไม่สามารถอดรนทนรอเธอได้อย่างนิ่งเฉย ไม่กี่วินาทีตำแหน่งเส้นทางก็ถูกส่งมาให้อลัน เขามองปราดเดียว ก่อนจะเลี้ยวรถยูเทินเปลี่ยนเส้นทาง

ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนช่วงเวลาใกล้ค่ำ ทั้งที่เพิ่งย่ำสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ ณฉัตรแหงนมองท้องฟ้าครึ้มนั้นแล้วทอดถอนระบายลมหายใจออกมา หญิงสาวใช้เวลาทั้งวันในการวางแผนที่จะหนีต่อจากนี้ รู้สึกไม่ไว้วางใจอลิสาเท่าไหร่นัก เพราฉะนั้นต้องหาวิธีแยกออกไปให้เร็วที่สุด ณฉัตรพยายามนึกถึงสถานที่ที่เธอรู้จักดี แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงคฤหาสถ์ปรีชาไวยกิจและเรือนกระจกแห่งเดียวเท่านั้นที่เธอคุ้นเคย และเมื่อนึกย้อนไปในวัยเด็ก ตั้งแต่จำความได้ ก็เติบโตมาในร้านขายดอกไม้ที่เป็นเสมือนบ้าน เท่าที่รู้คือพ่อแม่ของเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เป็นครอบครัวเดี่ยว เพราะฉะนั้นตัดเรื่องการขอความช่วยเหลือพึ่งพาญาติออกไป หนทางการหลบหนีของเธอเข้าขั้นมืดมนเข้าทุกขณะ มีวูบหนึ่งที่คิดจะกลับไปหาอลัน ทว่าณฉัตรรู้ดีว่าเธอจะต้องกลับไปสู่วังวนการยืนกึ่งกลางอยู่ระหว่างผู้ชายทั้งสอง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยืดเยื้อและเกิดการสูญเสีย เพราะฉะนั้นต่อให้เธออุ้มท้องลูกของเขาอยู่ ก็ไม่มีความคิดจะย้อนกลับไปในเส้นทางเดิม

สายฝนหยดลงกระทบหลังคาดังเปาะแปะ ณฉัตรเหม่อมองออกไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า มือลูบท้องเบาๆอย่างทะนุถนอม และความทรงจำหนึ่งก็ผุดวาบขึ้น ภาพเด็กหญิงตัวน้อยนอนหนุนตักพี่สาวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ในสถานที่หนึ่งลอยเข้ามา ณฉัตรพยายามเค้นสมองตัวเองนึกถึงสถานที่นั้นเพราะมันผ่านมานานมากแล้ว แต่ความรู้สึกดีที่ได้รับจากการไปเยือนสถานที่แห่งนั้นยังคงกรุ่นอยู่ในความรู้สึก

แสงแดดอ่อนๆ ต้นไม้ใหญ่ ผืนหญ้าสีเขียว กลิ่นของฟางหรือดอกไม้แห้งหรืออะไรสักอย่างที่หอมอ่อนๆ

ที่นั่นคือที่ไหนกันน่ะ ที่ไหนกัน

“ใช่แล้ว!”ณฉัตรลุกพรวดอย่างดีใจ เมื่อนึกถึงสถานที่นั้นออก มันเป็นสถานที่ที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าเป็นที่นั่น เราคงจะพอซ่อนตัวได้สักระยะ”ณฉัตรเอ่ยกับตัวเอง ตอนนี้เริ่มมีความหวัง ความทรงจำในสถานที่นั้นค่อยๆทะยอยเข้ามาในสมอง จากเลือนลางก็เริ่มชัดเจนขึ้น ณฉัตรจำชื่อสถานที่นั้นได้ และรู้ว่าตั้งอยู่ในจังหวัดใด แต่ก่อนอื่นจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน ซึ่งณฉัตรคิดแล้วว่าต้องไปโดยที่ไม่ให้อลิสาล่วงรู้ เพราะฉะนั้นแผนการหนีจึงเกิดขึ้นในหัวอีกครั้ง

ถ้าฝนซาเม็ดลงจะลองออกไปสำรวจทางหนีทีไล่รอบๆดู ณฉัตรคิดในใจแล้วนั่งรอให้ฟ้าฝนสงบลง

“พามาอยู่ลึกขนาดนี้ ไม่ได้มีลูกไม้ตุกติกอะไรอีกนะ”ชานนท์ถามคนที่นั่งสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ข้างกัน อลิสาไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าไว้เหมือนตอนถูกลักพาตัวมา ชานนท์รู้ดีว่าอดีตภรรยาของเขาฉลาดพอที่จะไม่เอาชิตมาเสี่ยงอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ไว้ใจมากนัก จึงให้ลูกน้องคอยนั่งประกบอยู่ใกล้

“เอาคนมาซ่อนตัว ก็ต้องพามาสถานที่ลับตาผู้คนสิ จะให้ฉันเปิดโรงแรมแกรนด์คริสตัลให้ยัยนั่นเข้าไปหลบรึไง”เอ่ยอย่างประชดประชด แล้วก็ต้องเงียบปากตัวเองทันทีเมื่อสายตาดุดันจ้องมองอย่างเอาเรื่อง

“อย่าอวดดีไปอลิสา ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัวอีก”ชานนท์ปราบเสียงเฉียบ อลิสายกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองแล้วก็นึกหวาดหวั่น

“อีกไกลมั้ยกว่าจะถึง”

“เข้าไปตามทางนั่นอีกประมาณสามกิโลก็ถึง”อลิสาบอก รถแล่นเข้ามาตามทางดินลูกรังเส้นแคบผ่านพ้นป้ายบอกทางเข้าสวนผลไม้มาได้ประมาณสองร้อยเมตร สองข้างทางเต็มไปด้วยไม้ยืนต้น เพราะฝนเพิ่งเทกระหน่ำลงมาทำให้หนทางชื้นแฉะ จึงต้องชะลอความเร็วของรถเป็นระยะ

“แล้วเธอปล่อยทิ้งให้ณฉัตรอยู่กลางสวนนั่นคนเดียวเหรอ”ชานนท์ถามขึ้น อลิสาเบ้ปากตัวเองในตอนที่เขาไม่ทันสังเกต

“ถามเหมือนเป็นห่วงเลยนะ ฉันก็อยากทิ้งยัยนั่นไว้คนเดียวเหมือนกันแหละ”

“ตกลงว่า?”

“มีคนคอยดูยัยนั่นอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าตายอยู่กลางสวนหรอก”อลิสาอดไม่ได้ที่จะประชดประชัน ชานนท์ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขาจึงเลือกที่จะเงียบและรอคอย

“เลี้ยวซ้ายตรงข้างหน้า ก็ถึงแล้ว”อลิสาบอกทาง

ลูกน้องของอลันชะลอรถตรงป้ายปากทางเข้าไปยังสวน ไม่กี่นาทีรถยนตร์คันหรูขับมาจอดจ่อท้าย รถคันหน้าส่งสัญญาณไฟกระพริบให้รถคันหลังแล่นตามไป ก่อนที่ทั้งหมดจะขับตามกันเข้าไปยังในสวน

“โอ้ย ฝนบ้านี่ก็เทลงมาไม่บอกไม่กล่าว ดูสิปุ๋ยที่ตั้งใจจะใส่ก็ใส่ได้แค่นิดเดียว ไหนจะเสียเวลาหลบฝนอีก กลับมามืดค่ำข้าวยังไม่ได้หุง”หญิงชาวสวนบ่นโวยวายลั่น ทันทีที่เท้าเหยียบถึงหน้าบ้าน คนเป็นสามีปิดประตูรถตามก่อนจะหยิบถุงกระสอบที่บรรจุปลีกล้วยติดมือมาด้วย

“บ่นอะไรของเอ็งนักหนา รีบไปหุงข้าวเข้าเถอะ ป่านนี้นังหนูนั่น หิวโซแล้วละมั้ง”

“เออ ฉันลืมไปเลย ว่าตอนนี้เรามีคนมาอยู่ด้วย แล้วนี่นังหนูนั่นมันหายไปไหนล่ะเนี่ย”ชะเง้อมองพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน เพื่อหาตัว แต่กลับไร้วี่แววของหญิงสาว ป้าชาวสวนวิ่งหน้าตาตื่นออกมานอกบ้านร้องบอกกับสามี

“ตายแล้วพี่ นังหนูนั่นไม่ได้อยู่ในบ้าน ฉันกำชับนักหนาว่าอย่าออกไปไหน ตายๆๆๆถ้าคุณอลิสารู้ต้องแหกอกตายแน่ๆ”

“เอ็งดูดีๆแล้วน่ะ ในครัวล่ะ ข้าวของยังอยู่รึเปล่า”

“เออจริง ฉันไปดูในห้องแป้บว่ายังมีข้าวของอยู่หรือเปล่า”ป้าชาวสวนวิ่งกลับเข้าไปดูในบ้านอีกครั้งก่อนจะออกมาอย่างรวดเร็ว

“เป้ของนังหนูนั่นยังอยู่นี่ แสดงว่ายังไม่ได้หนีไป”บอกพร้อมกับชูเป้ในมือขึ้น

“ข้าว่าคงไปเดินเล่นแถวๆนี้แหละ ไปช่วยกันตามหา เดี๋ยวได้หลงอยู่ในสวนพอดี”ลุงชาวสวนกวักมือเรียกภรรยาพร้อมเดินนำ แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน รถตู้ก็เลี้ยวเข้ามาจอดเทียกับรถกระบะ มีผู้ชายหนึ่งคนท่าทางน่ากลัวลงมาจากรถ ตามด้วยอลิสาซึ่งถูกผู้ชายอีกคนพาตัวลงมาจากรถตู้ในสภาพตามประกบ และคนสุดท้ายที่ลงมาคือชายรูปร่างหน้าตาดีแต่งตัวเรียบหรู

“ใครมากันว่ะ เต็มไปหมด”

“นั่นคุณอลิสานี่”ป้าชาวสวนร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นอลิสา ทั้งสองผัวเมียมองหน้ากัน ต่างรับรู้ว่าเรื่องเดือดร้อนกำลังจะกิดขึ้นกับตนเอง

“คุณอลิสา พาใครมาเยอะแยะจ้ะ”เอ่ยถามเสียงตะกุกตะกักพลางมองผู้มาเยือนอย่างหวดกลัว

“ป้า ผู้หญิงที่ฉันพามาฝากไว้ อยู่ที่ไหน”อลิสาเอ่ยถามทันที

“อะ เอ่อ”

“ตอบมาเร็วๆสิป้าว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน”อลิสาเร่งเร้า สองผัวเมียมองกันอย่างหวาดหวั่น ชายชาวสวนเข้ามายืนกันคู่ชีวิตตัวเองไว้ด้านหลัง รับรู้ว่าอาจเป็นอันตราย

“ยัยหนูนั่นไม่ได้อยู่ในบ้านจ้า พวกฉันกลับมาจากสวนก็ไม่เห็นแล้ว”

“โถ่เว้ย ก็ฉันบอกใฟ้เฝ้าไว้ดีๆไง”อลิสาแผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราด ชานนท์สงบอารมณืตัวเองไว้ไม่ไหว เขาดึงปืนที่เหน็บอยู่ตรงเอวของลุกน้องออกมาแล้วถือไว้ในมือ อลิสากับหญิงชาวสวนกีดร้องลั่น

ว้าย!!!

ณฉัตรที่แอบอยู่หลังกำแพงพุ่มไม้ข้างบ้านสะดุ้งตกใจจนหน้าซีด หลังจากฝนหยุดตกเธอออกไปเดินสำรวจเส้นทางบริเวณรอบๆ เพราะตอนขามาจดจำเส้นทางเข้าได้ไม่มากนัก เมื่อดูทางหนีทีไล่คร่าวๆจึงกลับมายังบ้านพัก แต่ยังไม่ทันเข้าบ้านก็เห็นรถตู้คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดเสียก่อน จึงหลบซ่อนตัวอยู่ไม่กล้าออกไป และก็เป็นอย่างที่สังหรณ์ อลิสาพาชานนท์มาที่นี่จริงๆ คราวนี้ชานนท์ถึงกับพาคนและพกอาวุธมาด้วย เขามันบ้าไปแล้ว

“คุณอย่าทำอะไรฉันกับผัวเลยจ้ะ เราไม่รู้เรื่องอะไร”สองคนผัวเมียนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วยกมือไหวร้องขอชีวิต อลิสาเซถอยหลังไปจนจวนเจียนล้มด้วยความหวาดกลัว

“ชะ ชานนท์ ใจเย็นสิ”

“บอกแล้วใช่มั้ยอลิสา ว่าห้ามเธอมีลูกไม้กับฉัน ตกลงว่าณฉัตรอยู่ที่ไหน”ปืนพกขนาดเหมาะมือถูกลูบวนตรงปลายกระบอก ชานนท์ทำท่าทางเหมือนพร้อมจะเหนี่ยวไกปืนทุกเมื่อ

“ฉันไม่รู้จริงๆว่าณฉัตรหายไปไหน ฉันแค่พามาหลบที่นี่ แล้วก็บอกให้สองคนนั่นเฝ้าไว้”อลิสาเอ่ยอย่างระล่ำระลัก

“แต่ตอนนี้ณฉัตรไม่ได้อยู่ที่นี่”ชานนท์ตะโกนแผดเสียงด้วยความกราดเกรี้ยว ทุกคนสะดุ้งจนสุดตัว รวมถึงณฉัตรที่แอบอยู่ไม่ไกล

“ฉะ ฉันไม่รู้ ฉันก็พามาหาแล้วไง”

“ฉันว่านังหนูนั่นยังไม่ไปไหนหรอก ข้าวของยังอยู่ที่นี่ บางทีอาจจะแค่ออกไปเดินแล่นแถวนี้ก็ได้”หญิงชาวสวนชูเป้ในมือ ชานนท์พยักเพยิดให้ลูกน้องไปเอาเป้มาให้ตน เขาเปิดมันออก เป็นข้าวของของณฉัตรจริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าณฉัตรอาจจะยังอยู่แถวนี้”

ชานนท์เอ่ยขึ้น นั่นทำให้ณฉัตรรู้ตัวว่าไม่สามารถหลบซ่อนอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป เพราะถ้าเขาเริ่มออกค้นหา ในไม่ช้าจะต้องพบเจอเธอแน่ หญิงสาวค่อยๆถอยขยับออกไปจากที่หลบซ่อน เป้าหมายคือเส้นทางลัดเล็กๆที่ต้องข้ามห้วยตัดออกไปทางสวนกล้วยแล้วมุ่งตรงไปยังเส้นทางอันนำไปสู่ทางออกไปถนนใหญ่ที่เธอเพิ่งสำรวจมาเมื่อครู่

“พวกแกสองคนแยกกันไปหา ค้นทุกซอกทุกมุม เอาตัวมาให้ได้”

“ครับนาย”ลูกน้องทั้งสองรับคำก่อนจะแยกย้ายกันออกตามหา เหลือชานนท์กับอลิสาและสองผัวเมีย ทุกคนหวานกลัวเขาเพราะว่าเขามีปืนอยู่ในมือ

“สองคนเอามือถืออกมาวางไว้ตรงหน้าแล้วเข้าไปในห้องล็อกประตูให้สนิท ห้ามออกมาจนกว่าฉันจะสั่ง และถ้าตุกติกโทรบอกตำรวจ ได้กลายเป็นผีเฝ้าสวนอยู่ที่นี่แน่”ชานนท์ออกคำสั่งพร้อมชี้กระบอกปืนกระดิกไปทางสองสามีภรรยาชาวสวน คนทั้งสองพยักหน้าทำตามอย่างรัวเร็ว ทั้งคู่เอามือถือออกมาวางไว้กับพื้นตรงหน้า ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งโกยอ้าวเข้าไปภายในบ้านพร้อมกับล็อกประตูแน่นหนา คราวนี้ก็เหลือเพียงแค่อลิสา ที่ยังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“ชานนท์ คุณปล่อยฉันไปเถอะ ฉันก็พาคุณมาถึงนี่แล้วไง ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรอีก”

“ไม่เกี่ยวข้องอะไรเหรอ ถ้าไม่ใช่เธอที่แส่ไม่เข้าเรื่องพาณฉัตรหนีมา มันก็คงไม่เป็นแบบนี้”

“กะ ก็ฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะเป็นแบบนี้”

“นี่ไงอลิสา ผลของการทำอะไรโดยไร้สมอง วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ตัวณฉัตร เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด”

รถยนตร์สองคันแล่นมาถึงปากทางเข้าบ้านสวน รถคันหน้าชะลอจอด รถคันหลังชะลอตาม ลูกน้องของอลันลงมาจากรถ

“ท่านครับ ผมว่าถ้าเราขับรถเข้าไป พวกนั้นอาจรู้ตัวได้ ผมสองคนจะจอดรถไว้ตรงนี้แล้วเดินเท้าเข้าไป ท่านรออยู่ที่นี่เถอะครับ”

“ไม่ ผมไม่รออยู่ในรถ ผมจะไปกับพวกคุณ”อลันลงมาจากรถ เขาไม่อาจรออยู่อย่างนิ่งนอนได้

“ผมกลัวว่าจะเป็นอันตราย ลูกน้องของคุณชานนท์มีอาวุธและดูไม่น่าไว้วางใจ ผมคิดว่าบางทีอาจจะเกิดเรื่องขึ้นได้”

“ผมไม่กลัว รีบไปกันเถอะ ก่อนที่จะคลาดกัน”อลันยืนกรานหนักแน่น ลูกน้องจำใจต้องทำตามคำสั่ง คนทั้งสองนำทางเจ้านายเข้ายังบ้านสวน

ณฉัตรวิ่งลัดเลาะไปตามไร่กล้วย วิ่งเร็วเท่าที่ใจอยากไม่ได้เพราะกลัวว่าจะสะดุดล้มหรือกระทบกระเทือนลูกในท้อง พื้นดินชื้นแฉะและเป็นโคลนติดรองเท้ายามเหยียบย่ำทำให้การวิ่งหนียิ่งเต็มไปด้วยความลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นจุดหมายตรงปากทางก็อยู่ไม่กี่ร้อยเมตร

“รอยเท้าไปทางนี้”หนึ่งในลูกน้องของชานนท์ชี้ให้คู่หูดูรอยเท้าที่ย่ำไปเป็นทาง รอยเท้านั่นมุ่งตรงไปยังสวนกล้วย ทั้งสองคนพยักหน้ากัน ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามไป

“ว้าย!!”

ด้วยอารามรีบร้อนและพื้นดินค่อนข้าลื่น ณฉัตรสะดุดต้นกล้วยที่ล้มทับขวางทางจนล้มคะมำลงกับพื้นดิน เสียงร้องนั้นทำให้ลูกน้องของชานนท์รู้ว่าหญิงสาวอยู่ไม่ห่างมากนัก ณฉัตรรีบยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบย่างใกล้เข้ามา

“ทางนั้น!”

ณฉัตรกุมท้องตัวเอง แข็งใจขืนวิ่งต่อ ตั้งหลักได้รีบวิ่งไปจากจุดนั้นทันทีได้ยินเสียงคนใกล้เข้ามาติดๆ

“เฮ้ย อยู่นั่นไง หยุดน่ะ!”

ในที่สุดลูกน้องของชานนท์ก็ตามมาทัน ณฉัตรหันไปดูด้านหลังพบว่ามีคนไล่กวดตามมาติดๆ รีบเร่งสาวเท้าวิ่งจนสุดแรง

“หยุดนะโว้ย!”

ปัง ปัง !!!

เสียงปืนดังสนั่นติดกันสองนัด อลันกับลูกน้องอีกสองคนหยุดชะงักนิ่งแล้วพากันมองหน้า

“เสียงปืนครับคุณอลัน ดังมาจากทางด้านนั้น”ลูกน้องบอกพร้อมกับชี้ไปยังเส้นทางเล็กๆ ตอนนี้พวกเขาเห็นหลังคาบ้านสวนอยู่แค่เอื้อม

“ผมจะไปดูทางนั้น นายคุ้มกันคุณอลันด้วย”หนึ่งในลูกน้องออกคำสั่งอีกคน ก่อนจะรีบวิ่งไปตามเสียงปืน

“ผมว่าท่านอย่าไปต่อดีกว่าครับ อาจมีอันตราย”

“ผมไม่เป็นไรหรอก ผมว่าคุณไปช่วยดูทางนั้นดีกว่า ผมจะรอตรงนี้”

“ไม่ได้ครับ ผมจะทิ้งท่านไม่ได้”

“ผมดูแลตัวเองได้ ถ้าคุณไม่ตามเสียงปืนนั่นไป ผมจะไปเอง”อลันทำท่าจะตามไปอีกคน ลูกน้องต้องรีบร้องห้ามก่อนจะยอมทำตามคำสั่ง

“ครับผม ท่านรออยู่ตรงนี้ห้ามเข้าไปในบ้านเป็นอันขาดจนกว่าพวกผมจะกลับมา”อลันพยักหน้ารับรู้ ลุกน้องของเขารีบตามเสียงปืนไปอีกคน ทันทีที่ลับหลัง อลันก็มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านสวนทันทีโดยไม่ฟังคำขอร้องของลูกน้อง

“ไอ้โง่เอ้ย แกยิงปืนทำไมว่ะ เดี่ยวแม่งคนก็ได้แห่มาหรอก”ลูกน้องของชานนท์แย่งปืนออกมาจากมือเพื่อนอย่างหัวเสีย เมื่อคู่หูของเขาทำอะไรไม่เข้าท่า

“ก็แค่จะยิงขู่”

“แล้วมันได้ผลมั้ยล่ะ เตลิดไปนู่นแล้ว ตามไปสิว่ะ”

“กรี้ดดดดดดดดดดดดด”

อลิสายกมือขึ้นปิดหูพร้อมกับกรีดร้องเสียงดังทันทีที่ได้ยินเสียงปืน ชานนท์หันไปตามเสียง แล้วก็สบถออกมาเสียงดัง เสียงปืนจะทำให้ผู้คนแตกตื่นและเขาไม่รู้ว่าคนโง่พวกนั้นจะเผลอทำอันตรายรฉัตรหรือเปล่า

“บ้าเอ้ย!”

“นี่ ลูกน้องแกจะฆ่ายัยนั่นเลยเหรอชานนท์ ถ้ายัยนั่นตายไม่เกี่ยวกับฉันนะ”อลิสาถอยครูดไปไกล ชานนท์ใช้สมองคิดอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดว่าเสียงปืนเมื่อสักครู่เป้นการยิงใครสักคน นั่นอาจหมายถึงณฉัตร ระหว่างที่เขากำลังว้าวุ่นครุ่นคิดกับสถานการณ์ตึงเครียดจนลืมสนใจคนข้างๆ อลิสาสบโอกาสหญิงสาวค่อยๆเคลื่อนตัวเองไปทางด้านข้างอย่างช้าๆ เป้าหมายคือขึ้นไปบนรถตู้ให้ได้ จากนั้นก็ขับหนีออกไป

“จะทำอะไร!”

ในขณะที่อลิสาเอื้อมมือไปจะจับประตูรถตู้เพื่อเลื่อนเปิดออก จังหวะนั้นชานนท์หันมาพบเจอเข้าพอดี เขาคว้าตัวอลิสาแล้วลากออกมา ร่างบางปลิวหวือไปตามแรงเหวี่ยงซวนเวเจียนล้ม ทว่าก็ถูกใครบางคนรับร่างนั้นไว้ได้

“ว้าย!”

พลั่ก!

ก่อนที่ชานนท์จะทันตั้งตัว ขายาวๆของใครบางคนก็เตะฟาดจนปืนที่อยู่ในมือร่วงลงกับพื้น ก่อนที่หน้าอกจะถูกแรงถีบจนหลังไปชนกับประตูรถตู้อย่างจัง

อ่า

ความเจ็บจุกแล่นปราดไปทั้งแผงอก ชานนท์ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด อลิสาเหนี่ยวเกาะตัวเองไว้กับร่างสูงที่ไม่รู้เป็นใคร จนเมื่อเงยขึ้นไปจึงได้เห็นว่าเป็นอลัน หญิงสาวเบิกตาโพลงตกใจในทีแรก ก่อนจะดีใจสุดขีด รีบรวบกอดร่างอลันแน่น

“คุณอลันขา ช่วยอลิสด้วยค่ะ”

อลันเข้ามาทันเห็นชานนท์จะทำร้ายร่างกายหญิงสาวที่คลับคล้ายคลับคลากับณฉัตร อีกทั้งในมือยังถือปืนจึงรีบเข้าช่วยทันที กระบอกปืนกระเด็นตกลงบนพื้นทำให้เกิดปืนลั่นเสียงดังขึ้นหนึ่งนัด

ปัง!

 เขาดึงร่างอลิสาออกจากอ้อมกอดแล้วจ้องมองหญิงสาวอย่างฉงน

“คุณเองเหรออลิส แล้วณฉัตรล่ะอยู่ไหน”อลันหลงคิดว่าอลิสาคือณฉัตร หญิงสาวส่ายหน้ารัวเร็วแล้วรีบผละตัวออกเหมือนคนไม่รับรู้อะไร

“ฉันไม่รู้ ฉันถูกชานนท์ลักพาตัวมา ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”อลิสาปฏิเสธลิ้นพันกัน หากอลันรู้ว่าเธอมีส่วนร่วมกับการหายตัวไปของณฉัตร อลันต้องไม่ปล่อยเธอไงว้แน่ อลันเลื่อนสายตาไปยังคนที่ทรุดกองอยู่บนพื้น ชานนท์พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ถูกอลันโถมร่างเข้าใส่ ร่างหนาขึ้นคร่อมร่างของชานนท์กดลงไปกับพื้นก่อนจะประเคนหมัดเป็นชุด

พลั่กๆๆๆ

“แกเอาณฉัตรไปไว้ที่ไหน”อลันกระชากคอเสื้อขึ้นมาถาม ชานนท์เลือดไหลกลบปาก แต่สายตายังแข็งกร้าวดุดัน

“แกคิดวว่าไงล่ะ”

พลั่ก!

“อย่ามาเล่นลิ้น บอกมาณฉัตรอยู่ไหน”

“ถามฉันเหรอ ฉันว่าแกถามคนผิดแล้วอลัน คนที่แกควรจะถามคือยัยนั่นต่างหาก”ชานนท์โยนไปยังอลิสา หญิงสาวส่ายหน้ารัวเร็วปฎิเสธทุกอย่าง

“ไม่จริงนะคะคุณอลัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“อลิสาเกี่ยวอะไรด้วยว่ะ”อลันถามด้วยความสงสัย เรื่องราวมันวุ่นวายจนเขาประติดประต่อไม่ถูก

“ณฉัตรหายไป ถ้าไม่ใช่ฉันหรือแกที่เอาตัวเธอไป แล้วจะเป็นใคร”

“กูไม่รู้ไง มึงบอกมาเซ่!”        

“อย่าไปฟังมันนะคะคุณอลัน”

“หุบปาก!”อลันตะหวาดเสียงดังลั่น อลิสาตัวแข็งทื่อไปในทันที

“บอกมา อลิสาเกี่ยวข้องยังไง”

“คนที่ลักพาตัวณฉัตรมา ก็คืออลิสานั่นแหละ รู้เอาไว้ด้วยไอ้โง่!”คำตอบจากชานนท์ทำให้อลันสตั้นไปหลายวินาที เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอลิสาต้องทำอย่างนั้น สายตาดุดันเกรี้ยวกราดเลื่อนไปจับจ้องยังอลิสา อลันลุกแล้วผละออกจากตัวชานนท์ ก่อนจะกระชากแขนอลันเขย่าสุดแรง

“เธอทำแบบนี้ทำไม ฮ่ะ ทำทำไม เพราะอะไรบอกมาสิ”

“ฉันเปล่านะคะ ฉันเปล่า ณฉัตรจะหนี ฉันแค่ช่วยเธอหนีเท่านั้น ฉันไม่ได้ลักพาตัวเธอ”อลิสาน้ำตาไหลพราก เธอหวาดกลัวอลันยิ่งกว่าชานนท์เสียอีกในตอนนี้

“เชื่อก็โง่เต็มทีแล้ว เธอลักพาตัวณฉัตรมาเพราะว่าไม่อยากให้ฉันทำตามเงื่อนไขที่แกมอบให้ ถ้าไม่มีณฉัตรสักคน แกก็คงคิดว่าฉันเล่นตุกติก แกก็รู้ว่าอลิสาต้องการทำลายฉัน เพราะฉะนั้นจึงยืมมือแกเพื่อมาทำลายฉันไง เป็นไงล่ะ โดนหักหลังซะเอง”ชานนท์เอ่ยอย่างเย้ยหยัน อลันบดกรามตัวเองแน่น ไม่คิดเลยว่าการไว้ใจและดึงอลิสาเข้ามาร่วมมือมันจะย้อนกลับมาทำลายเขาและคนที่เขารักได้ในที่สุด

“อลิสา ฉันจะให้โอกาสเธอ บอกมาว่าณฉัตรอยู่ไหน ถ้าฉันหาตัวณฉัตรไม่พบ เธอนั่นแหละต้องสูญเสียทุกอย่าง”อลิสารู้ว่าอลันพูดจริงทำจริง แต่ณฉัตรหนีหายไปแล้ว และเธอคงไม่มีปัญญาเอาใส่พานมาถวายในตอนนี้

“ใช่ ฉันอยากจะให้ไอ้เงื่อนไขบ้าๆนั่นมันพังๆไป เพราะว่าฉันเกลียดไอ้ชานนท์ ฉันอยากเห็นมันย่อยยับไปกับตา แล้วรู้อะไรไหมคุณอลัน คุณมันเป็นผู้ชายที่โง่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาในชีวิต คุณยอมแลกทุกอย่างเพื่อผู้หญิงไร้ค่าอย่างนั้น แล้วรู้อะไรมั้ย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณรับเอาผู้หญิงที่เหลือเดนต่อจากมัน”อลิสาระเบิดออกมาอย่างคนหมดความหมดทน เพราะรู้ดีว่าอนาคตและแผนการทุกอย่างของเธอล่มสลายลงแล้ว ไม่ว่ายังไงอลันคงไม่มีวันยอมช่วยเธอให้ได้แกรนด์คริสตัลกลับคืนอีกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเธอพัง ทุกคนก็ต้องพังด้วย

“เธอพูดถึงเรื่องอะไร”

“หยุดนะอลิสา!”เป็นชานนท์บ้างที่ต้องเป็นฝ่ายร้อนรนในเวลานี้ เขารู้ว่าอลิสากำลังจะเอ่ยถึงเรื่องใด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่รู้ว่าทำไมอลิสาถึงเก็บงำความลับนี้ไว้กับตัว บางทีอาจจะรอเวลาที่ต้องการทิ้งระบิดเป็นครั้งสุดท้าย ในตอนที่ไม่หลงเหลืออะไรเลยอย่างในตอนนี้

“ฮ่าๆๆๆ ทำไมชานนท์ กลัวในสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกออกไปรึไง”

“ถ้าเธอไม่หยุดฉันจะฆ่าเธอ ฉันสาบาน”

ชานนท์กดเสียงต่ำ เขาไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆอีกต่อไป เขาไม่แน่ใจว่าอลิสารู้เรื่องความสัมพันธ์กับเฌอร์มาลได้อย่างไร แต่สิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะเผยออกมา มันจะทำให้แผนทุกอย่างที่เขาวางไว้มันพังครืนลงมา

“แหมๆๆๆ ถ้ารู้ว่าไอ้ความลับนั่นมันจะทำให้แกกลัวจนตัวสั่นขนาดนี้ ฉันคงไม่เก็บมันไว้กับตัวมานานถึงหกปีหรอก”

“อลิสา บอกมาสักทีว่ามันเรื่องอะไร”อลันหมดความอดทน เขารู้สึกเป็นโง่เพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยในตอนนี้

“หกปีที่แล้วมันทำไม”

“หกปีที่แล้ว คุณคงยังไม่ลืมเหตุการณ์วันที่ภรรยาคุณเสียชีวิตหรอกนะ”

“อลิสา!”ชานนท์ทำท่าจะกระโจนพุ่งเข้าหาอลิสา แต่ถูกอลันซัดลงไปกองอีกครั้ง ร่างของชานนท์นอนแผ่หลากับพื้น คราวนี้จุกจนยากจะลุกขึ้นในเวลารวดเร็ว

“ทำไม มันเกิดอะไรขึ้น”

“คุณรู้มั้ยว่าทำไมพี่สาวกับน้องสาวถึงทะเลาะวิวาทกันจนเกิดโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า”อลิสาย้อนความคิดกลับไปในเหตุการณ์วันนั้น สิ่งที่ได้รู้ได้เห็นมันน่าเวทนาสมเพชในความรู้สึก เมื่อนึกถึงใบหน้าเด็กสาวที่ต้องมารับรู้ความจริงอันเจ็บปวด อลันมองหน้าอลิสานิ่ง จู่ๆเขาก็รู้สึกกลัวที่จะได้ยินอะไรก็ตามที่ออกมาจากปากของอลิสา

“บอกผมมาอลิสา”

“ก็เพราะว่าความจริงก็คือ…”

ปัง! ปัง!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น