by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

20/ คำพูดที่อยู่ในใจ nc20+ (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 20/ คำพูดที่อยู่ในใจ nc20+ (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.3k

ความคิดเห็น : 177

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2560 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
20/ คำพูดที่อยู่ในใจ nc20+ (แก้คำผิด)
แบบอักษร

โปรดP...

หลังจากจัดการเรื่องมินเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็แทบหมดแรงทำอะไรเหมือนกันสมองถึงกับหยุดใช้งานไปหนึ่งวันเต็มๆ ชาร์จแบตจนคิดว่าแข็งแรงดีแล้วผมก็ไปหาไอ้ปอที่ห้องหลังจากที่เงียบหายขาดการติดต่อกับมันไปหลายวันพอสมควร ตั้งแต่เกิดเรื่องของมินยิ่งผมก้าวขาใกล้ห้องไอ้ปอมากเท่าไหร่ ภาพการจากไปของมินภาพการสูญเสียคนอันเป็นที่รักของไอ้ตุลย์จนมันแทบจะเป็นบ้าทำให้ผมอดสั่นไม่ได้​ 

ผมยืนหน้าห้องไอ้ปออยู่นานพยายามไม่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ยิ่งพยายามลืมมันก็ยิ่งเหมือนจำได้ขึ้นใจ ในยามนี้ผมแค่อยากอ่อนแอให้ใครสักคนมาเช็ดน้ำตาให้บ้างหลังจากที่ต้องแสร้งทำตัวเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้ไอ้ตุลย์ จนสุดท้ายผมต้องร้องไห้กับตักไอ้ปอและเอ่ยขอให้มันไปอยู่ด้วยกันที่คอนโด นั่นเป็นเพราะผลกระทบจากการสูญเสียน้องชายกับหลานมันทำให้ผมไม่อยากสูญเสียอะไรหรือใครอีกก็ตามภาพมันยังฝังอยู่ในใจผมและคงจะเป็นแบบนี้ตลอดไป

"ปีนี้และปีต่อๆไปกูขอให้มึงเข้มแข็งขึ้นในทุกๆวัน ไม่ว่าวันหน้ามึงจะเจออะไรร้ายแรงขนาดไหนเจอเรื่องหนักหนากว่าวันนี้ที่ก้าวเข้ามา มึงต้องจำไว้ว่ามันเข้ามาได้มันก็ต้องออกไปได้เหมือนกัน อดทนเข้มแข็งเอาไว้ยังไงกูก็จะไม่มีวันทิ้งมึงเด็ดขาดเพื่อนของกู" ผมกับไอ้ตุลย์กอดกันแน่น ถึงมินจะจากไปได้สองเดือนกว่าๆจนนี่ก็ย่างเข้าสู่วันปีใหม่ แต่ผมก็รู้ว่าไอ้ตุลย์มันยังเจ็บและยังเสียศูนย์กับเรื่องที่เกิดขึ้น

"ความเจ็บมันจะค่อยๆหล่อหลอมให้มึงโตขึ้น และมึงจะรู้ว่าความเจ็บมันคือของขวัญ เพราะความรู้สึกเจ็บปวดของมึงในวันนั้นมันจะสร้างภูมิต้านทานให้มึงในวันนี้" ไอ้นัทเป็นอีกคนที่เดินเข้ามากอดไอ้ตุลย์ ก่อนพวกเพื่อนๆที่เหลือจะเดินเข้ามาส่งไออุ่นในวันสิ้นปีให้กับมัน ภายในบ้านของมินที่ปากน้ำกลิ่นอายของน้องยังมีอยู่ทุกซอกทุกมุมของบ้าน นั่นมันยิ่งทำให้เรารู้สึกหดหู่

"ไอ้หมาโปรด ตกลงมึงรู้รึยังว่าญาติคนไหนของมึงเทคโอเวอร์บริษัทพ่ออินังน้ำแข็ง" และนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผมคาใจอยู่ตั้งแต่วันที่ไปลอยอัฐิมินมาแล้ว ไอ้โยเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องเทคโอเวอร์ วันนั้นผมก็ทั้งโทรทั้งแชทไปหาคุณอรรคกรรมการผู้จัดการใหญ่ แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบสงบคุณอรรคยังไปเที่ยวเล่นที่จีนไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น

"ไม่รู้ว่ะ กูสงสัยอยู่ว่าจะเป็นยัยชมพู่น้องกูเอง" ข้อสันนิษฐานนี้มีความน่าเป็นไปได้ที่สุด เพราะยัยชมพู่มีอำนาจในบริษัทไม่น้อยไปกว่าผมเท่าไหร่ มิหนำซ้ำยังเป็นหลานสาวคนโปรดของคุณอรรคอีกต่างหาก คุณอรรคก็พ่อสุดที่รักของผมนี่แหละบ้านช่องไม่ค่อยยอมกลับสงสัยจะไปเที่ยวจนลืมว่าตัวเองมีลูกแล้วมั้ง

"เหยดดดด เชี่ย! น้องชมพู่คนสวยแม่งร้าย" ไอ้โยอุทานออกมา ผมกับไอ้นัทไอ้ตุลย์ก็ได้แต่มองตากันและคิดว่าพวกมันคงจะคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับผม

"เออไอ้โปรดแล้วเด็กมึงอ่ะ ทำไมไม่พามาฉลองปีใหม่ด้วยกันวะ" ไอ้เดียร์ยักคิ้วถามแบบกวนๆมันคงหมายถึงไอ้ปอนั่นแหละ ตอนนี้พวกมันรู้ว่าผมเลี้ยงไอ้ปอแล้วให้มันไปอยู่คอนโดเดียวกับไอ้ตุลย์ แต่สีหน้าแววตาถากถางเหยียดหยามรู้ทันอย่างไร้เหตุผลของไอ้โยที่ส่งมาทำให้ผมงง อะไรของมันอีกวะ?

"มึงก็ควรระวังตัวไว้นะโปรด อะไรที่มีคุณค่ามึงควรรักษาให้ดีๆก่อนที่มันจะหลุดไปจากมือ ไอ้ตุลย์อย่านอยด์นะกูเลิกกัดมึงแล้วต่อไปกูจะหันมากัดไอ้หมาโปรดต่อ" ไอ้ยิ้มเบะปากใส่ผมเสียจนน่าโบกให้หัวทิ่มสักที ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นผู้หญิงนะกวนตีนแบบนี้โดนเตะไปแล้ว

"นั่นสิทำไมมึงไม่พาน้องมาด้วยล่ะ ถ้าน้องมันมาเที่ยวที่บ้านลูกกับมินคงดีใจ" ไอ้ตุลย์เสียงเบาลงเมื่อพูดถึงมิน

"กูรำคาญเดี๋ยวมันมาง้องแง้งอีก" ผมยกเบียร์ขึ้นมาดื่มโดยไม่สนใจสายตาหมาแมวอย่างไอ้โยกับไอ้ยิ้ม

"อย่าบอกนะไอ้โปรดว่ามึงยังไม่เลิกตามหาคนที่มึงคิดว่าใช่อยู่อีก ในเมื่อคนนั้นมันก็อยู่ตรงหน้ามึงแล้วคิดให้ดีๆหน่อย มึงเคยเลี้ยงดูปูเสื่อใครเป็นจริงเป็นจังแบบน้องปอมั้ย? ก็ไม่เคย มึงเคยกินใครเป็นปีๆแบบน้องปอมั้ย? ก็ไม่เคย แบบนี้ยังไม่ใช่อีกเหรอวะแล้วคนแบบไหนมันถึงจะใช่สำหรับมึง จะคิดอะไรมากมายวะโปรดอย่าใช้สมองมากกว่าความรู้สึก" ไอ้นัทมันถามด้วยสีหน้าจริงจัง ตั้งแต่ที่มินจากไปทุกคนก็ดูจะจริงจังกับชีวิตและจริงจังกับคนที่ยังอยู่มากขึ้น

"ไม่รู้สิทั้งที่กูก็อยู่กับมันมานานกว่าทุกคนและกูก็อาจจะรู้สึกดีกับมันนิดๆก็ได้ ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วไม่ว่ากูจะพยายามคิดว่าไอ้ปอคือคนที่ใช่ แต่ยังไงสุดท้ายมันก็ยังไม่ใช่อยู่ดีว่ะ"

"ไอ้โปรดกูถามจริงๆน้องมันมีอะไรตรงไหนที่ไม่ถูกใจมึงวะ มันเป็นเพราะอคติในใจของมึงรึเปล่ามึงถึงย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันไม่ใช่ อย่าตัดสินใครโดยตั้งอยู่บนอคติในใจสิวะ หลายสิ่งหลายอย่างมันอาจไม่เป็นอย่างที่มึงเห็นไม่เป็นอย่างที่มึงคิดลองเปิดตาเปิดใจให้กว้างอย่าปิดกั้นความรู้สึกด้วยจิตใจที่คับแคบของมึงเอง เพราะไม่งั้นกว่ามึงจะรู้สึกตัวและยอมรับว่ามันใช่วันนั้นน้องเขาอาจไม่อยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้" ไอ้โยจ้องตาผมพร้อมกับพูดอย่างเป็นงานเป็นการทำให้พวกที่เหลือพากันขยับนั่งตัวตรงและส่งสายตากดดันมาที่จุดเดียว

"คนเรามักจะรู้ค่าของอาหารก็ตอนที่หิว จะรู้ค่าของร่างกายก็ตอนที่เจ็บป่วย จะรู้ค่าของเงินทองก็ยามที่ต้องการใช้ จะรู้ค่าของความรักก็ต่อเมื่อมันไม่อยู่ตรงหน้าซะแล้ว ระวังนะโปรดปราณระวังจะเป็นแบบกู มันทรมานยิ่งกว่าคำว่าทรมานซะอีก" ไอ้ตุลย์ตบไหล่ผมเบาๆ โปรดปราณ..ทั้งที่ไอ้ตุลย์เรียกแบบนี้ก่อนไอ้ปอ แต่ทำไมเวลาผมฟังไอ้ปอกับไอ้ตุลย์เรียกความรู้สึกมันถึงเป็นคนละอย่างวะถึงจะไม่แตกต่างกันขนาดฟ้ากับเหว แต่มันก็ยังมีความเหลื่อมล้ำที่ทำให้รู้สึกว่าแตกต่างกันอยู่นิดๆ

"กูจะพูดให้พวกมึงฟังอีกครั้ง กูอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวและเลวร้ายทั้งที่มั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่ไอ้ปอ กูก็ยังเก็บมันไว้ข้างตัวแบบนี้ แต่ให้พวกมึงคิดดูนะ มีรองเท้าสองคู่ คู่นึงใส่แล้วใครๆก็บอกว่าสวยแต่กูใส่แล้วกูเจ็บเท้า กับอีกคู่นึงธรรมดาแต่ใส่แล้วสบายใส่แล้วพอดี เป็นพวกมึงจะเลือกคู่ไหน ถึงแม้ว่าตอนนี้กูจะยังไม่เจอคู่ธรรมดาที่ใส่แล้วกูรู้สึกพอดีก็เถอะ อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่แล้วจะพยายามทำไปเพื่ออะไร จะพยายามฝืนความรู้สึกของตัวเองไปทำไม ความสุขมันไม่ได้อยู่กับเราไปจนนิรันดร์นะสัส ถ้ามัวแต่ฝืนให้มันใช่สุดท้ายจะลำบากทั้งกูทั้งไอ้ปอเอง"

"งั้นมึงก็ปล่อยน้องมันไปสิวะ" ไอ้นัทพูดออกมาเรียบๆน้ำเสียงไม่ได้กวนตีนแต่อย่างใด แต่คำพูดของมันก็ทำให้ผมไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน

"มันไม่จำเป็นต้องเหมาะสมหรือคู่ควรที่สุด แค่เวลามึงอยู่กับเขาแล้วมึงมีความสุขมันยังไม่พออีกเหรอวะ?" ไอ้โยยังไม่เลิกจี้กับเรื่องนี้จนผมชักสงสัยว่าที่มันเป็นเดือดเป็นร้อนอยู่แบบนี้เป็นเพราะตัวของมันหรือผัวมันอยากรู้เรื่องกันแน่ ไอ้ดิวนี่ก็ใช่ย่อยมันถือหางเด็กลาบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"อะไรก็ตามที่ลังเลพวกมึงคิดว่าใช่เหรอ แต่กูว่าแม่งไม่ใช่ว่ะเพราะถ้าใช่กูคงไม่ลังเล" ตอนนี้พวกมันกลับเป็นฝ่ายเงียบไปตามๆกัน เมื่อผมบอกกับพวกมันด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างตั้งใจพวกมันจะได้เลิกเซ้าซี้กันสักที 

บางครั้งผมก็เกลียดความปากไวของตัวเองที่ชอบพูดก่อนคิด เพราะไอ้การพูดก่อนคิดของผมในหลายเรื่องมันทำให้ผมพลาดอะไรที่ดีไปหลายครั้ง แต่ในเมื่อพลาดไปแล้วผมก็ต้องยืดอกไว้เสมอในเมื่อผมเป็นคนเลือกสิ่งนั้นเอง ยิ่งผมลังเลคนที่จะยิ่งเจ็บปวดจะยิ่งมีน้ำตาก็คือไอ้ปอ 

ไม่ใช่ว่าผมไม่คิดอะไรกับไอ้ปอเลยนะ ผมกับมันอาจจะไม่ถึงกับใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ปีกว่าๆนี้ผมก็มีแต่ไอ้ปอคนเดียวนั่นทำให้ผมรู้สึกดีและแคร์มันมากกว่าหลายคนที่เคยผ่านเข้ามา แต่มันต่างกันระหว่างคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายตากับอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไอ้ปอยังไม่ใช่คนที่ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เพราะในความเป็นไอ้ปอมันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว นั่นคือการกระทำเหมือนครั้งหนึ่งที่มันเคยทำกับผม ความเฉยชาของไอ้ปอมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดน่ากลัวจนผมไม่กล้าจะให้มันเข้ามาเป็นคนในความรู้สึก


ตรู๊ดๆๆ "ครับพี่โปรด"

"มึงอยู่ไหน" เสียงงัวเงียของไอ้ปอในเวลาตีสองกว่าๆ ผมก็พอจะรู้อยู่หรอกว่ามันอยู่ที่ห้องแต่ก็จงใจถามกวนประสาทมันไปงั้นแหละ

"เค้าอยู่ห้อง ตัวล่ะอยู่หนายย" หึหึ ยานคางมาแบบนี้แสดงว่ายังไม่ตื่นดี

"ใครอยากไปดูพระอาทิตย์แรกของปีก็ลุกไปอาบน้ำล้างหน้าได้แล้วไอ้เค็ม อีกสิบนาทีกูไปถึงไม่ต้องลงมาล่ะกูขึ้นไปที่ห้องเอง" เสียงปลายสายดังกุกกัก มีเสียงโอ้ยเบาๆมันคงจะรีบลุกจากเตียงจนตกเตียงแล้วมั้งนั่นน่ะ

ผมชะลอรถที่ปากซอยก่อนเข้าคอนโด มันจะมีร้านขายพวงมาลัยดอกไม้สำหรับไหว้พระมาขายตั้งแต่ตีสองวันนี้ก็ยังเปิดเหมือนเดิมแฮะ ถ้าวันไหนจะเข้าร้านผมก็แวะซื้อดอกไม้พวงมาลัยร้านคุณยายทุกครั้ง เป็นการอุดหนุนคุณยายไปด้วย

"สวัสดีปีใหม่ครับคุณยาย ขอให้สุขภาพแข็งแรงแบบนี้ตลอดปีนะครับ" พอจอดรถแอบริมทางได้ ผมก็คว้าตะกร้าผลไม้กระเช้าใหญ่ที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นเพื่อเอามาให้คุณยาย

"อ่าวคุณนี่เอง ขอบใจมากนะคะไม่น่าต้องลำบากเอามาให้ยายเลยเสียดายเงินเปล่าๆดูท่าจะแพง" คุณยายยิ้มกว้างมือก็เช็ดกับเสื้อตัวเองก่อนจะเอื้อมมารับตะกร้าผลไม้ จากนั้นท่านก็ให้ศีลให้พรจนแทบรับไม่ไหวเยอะเหลือเกิน

"งั้นผมไปก่อนนะครับยาย"

"เดี๋ยวสิคะคุณ เอานี่ไปด้วยยายให้" คุณยายกระวีกระวาดเอาดอกกุหลาบสีขาวดอกตูมใหญ่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ยื่นมาให้ ผมเองก็ไม่อยากรับแต่สายตาบังคับของคุณยายทำให้ต้องรับไว้

"ขอให้คุณเองก็ได้เจอคนดีๆ ถ้าได้เจอคนที่ดีแล้วก็รักษาเขาไว้ให้ดีนะคะ เพราะในชีวิตคนเรามีคนที่ดีกับเราจริงๆไม่กี่คนหรอก ยายไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อคำนี้มั้ย ถ้าคนมันจะใช่ต่อให้หายไปนานแค่ไหน ในที่สุดมันก็จะวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ปีนี้คุณก็โตขึ้นอีกหนึ่งปียายขอให้คุณระมัดระวังการใช้ชีวิต ขอให้คุณมองเห็นในสิ่งที่ควรมองเห็นและบางอย่างคุณจะได้มันมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมค่ะ" ผมเงียบคิดตามที่คุณยายบอก มองเห็นในเวลาที่เหมาะสมงั้นเหรอ?

"ตัวเองเมาหรือง่วงมั้ย นอนพักก่อนมั้ยล่ะ" ไอ้ปอเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้ ปากมันก็ถามผมไปอย่างงั้นแต่แววตามันระริกระรี้เตรียมพร้อมจะออกเดินทางทุกเวลา

"กูอาบน้ำแป๊บ ไปกลับนะบอกไว้ก่อนตอนเย็นกูต้องรีบมาเคลียร์งาน" ไอ้ปอพยักหน้ามือก็สาละวนอยู่กับการแกะกระดุมเสื้อให้ พร้อมกับเตรียมผ้าเช็ดตัวบีบยาสีฟันใส่แปรงให้เหมือนเคย มันทำอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกและผมก็เคยตัวกับอะไรหลายๆอย่างที่มันเป็นคนทำให้ไปแล้วด้วย หนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องตักกับข้าวป้อนข้าวล่ะนะ

"ไปดูพระอาทิตย์ที่ไหนดี ไปชะอำบ้างมั้ยล่ะมึงไม่ได้ไปมานานแล้วนี่ กูจำได้มึงบอกว่าเคยไปกับโรงเรียนมาครั้งหนึ่งไม่ใช่เหรอ" ผมรั้งคอไอ้ปอมาล็อกคอไว้ก่อนจะพากันเดินไปที่รถ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เวลาเดินด้วยกันผมมักจะทำอยู่บ่อยๆ 

"ไกลไปมั้ยตัวเองต้องกลับมาทำงานเค้ากลัวตัวเองเพลีย ไปแค่บางแสนก็ได้มั้ง" ข้อดีของไอ้ปอก็คือมันไม่ค่อยเอาแต่ใจตัวเองเท่าไหร่ ผมจะพาไปไหนมันก็ไป ช่วงไหนผมไม่มีเวลาพาไปเที่ยวมันก็ไม่เคยเรียกร้อง และมันก็ไม่เคยเกเรออกนอกลู่นอกทางแอบหนีไปเที่ยวที่ไหน นอกจากไปร้านลุงเลิศกับห้องแถวมันแค่นั้นแหละ

"อืม งั้นบางแสนก็แล้วกัน" ขึ้นรถมาได้ไอ้ปอก็จัดแจงเสียบแฟลชไดร์ฟเปิดเพลงที่มันชอบฟังทันทีก็แนวรักๆของมันนั่นแหละ ขับรถไปจนถึงถนนบางนา-ตราดทำให้ผมนึกเรื่องดอกไม้ของยายขึ้นมาได้

"อ้อเกือบลืม ที่เบาะหลังน่ะกูให้" ผมไม่ได้หันไปดูว่าไอ้ปอมันทำสีหน้าท่าทางยังไง รู้แต่ว่ามันเงียบไปนานจนผมอดไม่ได้ต้องหันไปมอง แล้วก็ต้องสะพรึงกลัวกับสายตาของไอ้ปอมันเป็นอะไรวะ?

"ไอ้ปอมึงเป็นอะไร แวะโรงพยาบาลก่อนมั้ย" ผมกลัวไอ้สายตาวิ้งๆเหมือนจ้องจะเขมือบกลืนผมลงท้องตอนนี้ของมันจริงๆ

"โปรดปราณเค้ารักตัวเองนะ รักมากที่สุด รัก รัก ได้ยินม้าย!" 

"เฮ้ย! เล่นอะไรของมึงเนี่ยไอ้เค็ม เดี๋ยวก็ได้ลงข้างทางก่อนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นหรอก" ผมรีบหักพวงมาลัยจอดชิดข้างทางเมื่ออยู่ๆไอ้ปอมันคว้าหน้าให้ผมหันไปหาก่อนจะจุ๊บปากจ๊วบแรงๆ พอจอดรถได้มันก็ตาลีตาลานปีนข้ามเบาะมานั่งคร่อมตักพร้อมกับระดมจูบผมใหญ่ 

"อืมม" ผมกับไอ้ปอต่างคนต่างจูบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือไม้เราต่างก็ร้อนรนแกะกระดุมรูดซิบทั้งของมันของผม

"เค้าอยากอ่ะ อื้ออ โปรดปราณ" ไอ้ปอพึมพำเสียงสั่นๆเมื่อผมคว้าไอ้น้องหนอนของมันมาปั่นเล่นจนฟู

"ซี๊ดด กูก็อยากเหมือนกัน เดี๋ยวนะ" ผมต้องรีบจับมือไอ้ปอที่กำลังรูดลูกชายผมเล่นอย่างเมามัน แล้วสอดส่ายสายตาหาโรงแรมหรือห้องพักอะไรที่อาจมีอยู่แถวๆนี้แต่เวลาเกือบตีสี่ถนนบางนา-ตราดมันหาโรงแรมยากจริงๆนอกจากในรถนี่แหละ คิดได้แบบนั้นผมก็รั้งเอวไอ้ปอให้เข้ามาชิดก่อนจะกระซิบบอกให้มันรอแป๊บหนึ่ง ขับรถไปจนเจอซอยแล้วขับเข้าไปในซอยเปลี่ยวเพื่อจัดการกับไอ้เด็กขี้ยั่วที่กำลังบดเบียดสะโพก มือก็ทั้งลูบทั้งรูดลูกชายผมไม่หยุด

"ฮึ่ม ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ทันอย่ามางอนกูนะ" ผมขยับเบาะไปด้านหลังปรับให้เอนราบสุด มือขวาก็ควานหาถุงยางอนามัยข้างประตูรถ มือซ้ายก็รั้งกางเกงขาสั้นของไอ้ปอโดยได้รับความร่วมมือจากมันอย่างเต็มที่ ผมใส่ถุงยางให้ตัวเองเสร็จสรรพไอ้ปอมันก็แก้ผ้าตัวเองล่อนจ้อนเรียบร้อย ไอ้ชีเปลือยเอ้ย ผมกัดจุกนมเล็กๆมันอย่างอดไม่ได้

"อื้อ เค้าเสียว" ไอ้ปอครางเสียงสั่นเมื่อผมคว้านนิ้วไปเจอจุดเสียวของมันพร้อมกดย้ำๆอยู่จุดนั้น มันเองก็เด้งก้นสู้กับนิ้วปากผมก็ยังมัวเมากับจุกนมของมันอยู่

"กูใส่เลยนะ ไม่ไหวแล้วว่ะ" ผมยกตัวไอ้ปอขึ้นแล้วจับแก้มก้นมันแบะออก ก่อนจะแทงสวนเข้าไปในคราวเดียว

"อื้ออ จุก"

"อืม แต่กูเสียว ปอมึงขย่มหน่อย" ไม่ต้องให้เอ่ยรอบสองไอ้ปอก็ใช้สองมือยึดไหล่ผมไว้มั่น แล้วขย่มตัวขึ้นลงอย่างแรงโคตรมันครับบอกเลย นับวันไอ้ปอมันยิ่งจะร้อนแรงขึ้นจนบางครั้งผมกับมันถึงกับปิดห้องเอากันข้ามวันข้ามคืนจนหลับคาอก ตื่นมาก็เอากันอีกจำได้ว่าฟ้าเหลืองจริงๆ

"อ่ะ อ่าา โปรดพี่โปรดเค้าไม่ไหวแล้ว" พั่บๆๆ มันขย่มตัวจนเป็นจังหวะ ผมเองก็เกร็งสะโพกเหยียดสวนไปไม่หยุด

"แป๊บนึงนะ กูก็จะเสร็จแล้วอืมม" ผมจับเอวมันให้กดขึ้นลงบดคลึงแรงๆจนไอ้ปอครางออกมาดังลั่นรถ ตัวมันสั่นน้ำพุ่งจนแฉะไปทั้งเสื้อยืดของผม

"เสียวฉิบหาย อืมม" ผมกลั้นใจกอดเอวมันแน่น เด้งลูกชายให้ควานลึกข้างในไอ้ปออีกไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยทุกอย่างใส่ถุงยาง แต่ด้วยอารมณ์ยังติดพันทำให้ผมพลิกตัวไอ้ปอนอนกับเบาะส่วนตัวเองเป็นฝ่ายอยู่ด้านบนจับขามันข้างหนึ่งมาพาดกับไหล่ไว้ อีกข้างก็จับอ้าออกกว้างแล้วขยับซอยลูกชายที่ในถุงยังเต็มไปด้วยเชื้อเผ่าพันธุ์ตัวเอง คือไม่มีเวลาจะมาเปลี่ยนถุงหรอกครับอารมณ์ตอนนี้มันพลุ่งพล่านอยากกระแทกใส่ไอ้ปอหนักๆ

ปึกๆๆๆ "อ่าา อ๊ะ อ้าา" 

"อืมม ซี๊ด เสียวมั้ยปอ มึงชอบมั้ย" พั่บๆๆๆ ผมจับข้อเท้าทั้งสองของมันอ้าออกกว้างแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกไม่หยุด ไอ้ปอเองก็ทั้งร้องทั้งครางสะอื้นไม่หยุด

"เสียวครับเค้าชอบ อื้ออแรงๆ" ไอ้ปอมันเรียกร้องมาผมเลยต้องจัดไป จับมันพลิกแพลงเล่นทุกท่าเท่าที่จะสามารถเล่นในสถานที่แคบๆแบบนี้ได้ ผมว่าถ้าใครผ่านไปมาถึงจะมองเข้ามาไม่เห็นแต่คงฟันธงได้แน่ว่าคนในรถทำอะไรกันอยู่

"อื้ออ จูบเค้าหน่อย" ผมก้มตัวไปจูบ ลิ้นร้อนชื้นต่างพัวพันกันไม่หยุดจนมันต้องทุบอกผมเบาๆ

"อื้อ มันจะเป็นรอย" ไอ้ปอร้องท้วงเมื่อผมก้มหน้าไปกัดคอแล้วดูดเม้มจนดังจ๊วบ ผมไม่ได้ฟังคำทักท้วงอะไรของไอ้ปอสะโพกยังทำงานซอยเข้าออกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ปากและลิ้นก็ยังทั้งดูดทั้งเลียตั้งแต่ต้นคอยันจุกนมมือก็บีบเคล้นตามเนื้อตัวมันไปทั่วอย่างหมั่นเขี้ยว ไม่มีการออมมือออมแรงใดๆในเซ็กส์ครั้งนี้ ผมใส่ไอ้ปอไม่ยั้งจนรู้สึกได้ว่ารถมันสั่นสะเทือนไปทั้งคัน

"อื้อ อ่ะ เค้าจะเสร็จอีกแล้ว อ๊าา" พอน้ำไอ้ปอพุ่งมาเป็นรอบที่สองผมก็จับขามันทั้งสองข้างรวบชิดกันแล้วโน้มไปข้างหน้าจนแนบกับอกของไอ้ปอ ก่อนจะหน่ำแทงรัวแรงสุดกำลังจนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของรถมันแว่วให้ได้ยินผสานไปเสียงหอบหายใจและเสียงครางของเราทั้งคู่

"ซี๊ดด โคตรมันว่ะ" ผมกระแทกหนักๆไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยมาอีกรอบ ความลื่นของน้ำอะไรสักอย่างทำให้ต้องเปิดไฟในรถดู

"ฉิบหายถุงยางแตก สัสเอ้ย!" ผมรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆเมื่อถอดลำเนื้อตัวเองออกมาแล้วพบว่าไอ้น้ำแฉะๆที่รู้สึกน่ะมันเกิดจากถุงยางอนามัยแตก

"อื้ออ จุกอ่ะ ปวดท้อง" ไอ้ปอมันนอนตะแคงตัวงอ พอเปิดไฟแบบนี้ทำให้ผมเห็นว่าตามเนื้อตัวของมันมีแต่รอยมือรอยดูดของผมทั้งนั้น

"ฮึกก" เสียงกลั้นสะอื้นของไอ้ปอทำให้ผมต้องรีบโยนถุงยางอนามัยใส่ถังขยะในรถแล้วจับไหล่มันให้หันหน้ามา น้ำตาใสๆของไอ้ปอไหลเต็มหางตาช่วงคอกับอกของมันมีแต่รอยดูดของผมเป็นจ้ำๆ

"เจ็บมากเหรอวะ ไปโรงพยาบาลมั้ย" คว้ากระดาษทิชชูเปียกได้ก็เช็ดให้ลูกชายตัวเองจับยัดใส่กางเกงเหมือนเดิม แล้วเอาทิชชูเปียกอีกแผ่นไปเช็ดตามซอกขากับด้านหลังของไอ้ปอ 

โคตรฉิบหาย!ยิ่งกว่าถุงยางแตกอีก เมื่อผมเห็นเลือดไหลปะปนกับลูกๆของผมที่ไหลเอ่อออกมาตามแรงขมิบของรอยจีบที่ทั้งบวมทั้งแดงจนน่ากลัว

"ไปโรงพยาบาลกัน" ผมละทิ้งความสนใจเรื่องถุงยางแต่กลับควานหาเสื้อผ้ามาใส่ให้ไอ้ปอ

"ฮึก ไม่เอาเค้าไม่ใส่ ไม่ไปโรงพยาบาลด้วย" ใส่เสื้อให้มันเรียบร้อยพอมาถึงกางเกงเท่านั้นแหละมันก็ปัดออก ทำให้นึกขึ้นมาได้เวลาไอ้ปอโดนเอาหนักๆทีไรมันจะไม่ชอบใส่กางเกงแต่จะใส่แค่เสื้อตัวเดียวด้วยเหตุผลตะเข็บกางเกงบาดร่องตูดมัน

"ไม่ไปได้ไงเลือดไหลเนี่ย มึงไม่เจ็บเหรอไม่กลัวติดเชื้อรึไงเดี๋ยวก็ได้ตัดตูดทิ้งหรอก ใส่แต่กางเกงขาสั้นก็แล้วกันถ้าไม่ใส่ก็ต้องเดินโตงเตงแบบนี้เข้าโรงพยาบาลนะ"

เพี๊ยะ! "บอกว่าไม่ไปไงคนบ้า!" ไอ้ปอมันตะโกนใส่หน้าปัดกางเกงที่ผมจะใส่ให้จนร่วงทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เป็นบ้าอะไรของมันอีกวะ จะโทษเป็นความผิดของผมฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ตัวมันก็ว้อนท์มากด้วยแหละ

"มึงอย่ากวนตีนนักไอ้ปอเดี๋ยวกูก็หลังมือให้ซักทีหรอก นี่กูใจดีกับมึงมากเกินไปใช่มั้ยมึงถึงงี่เง่ากวนตีนแบบนี้ห๊ะ!" พอมันตะโกนมาผมก็ตะคอกกลับ แม่งนิสัยเริ่มเสีย

"ฮึกก เค้าขอโทษแต่เค้าไม่ไปโรงพยาบาลนะ ฮือ"

"แล้วทำไมมึงไม่ไป เกิดมันอักเสบติดเชื้อเป็นหนักขึ้นมาจะทำไงวะ แม่งโคตรงี่เง่าสัส!" ปัง!! ผมออกมาสูบบุหรี่นอกรถไม่งั้นได้เผลอลงไม้ลงมือกับไอ้ปอแน่ๆ ยอมรับว่าเห็นเลือดกับท่าทางนอนตัวงอกุมท้องน้ำหูน้ำตาไหลของมันแล้วทำให้ผมลนลาน โกรธทั้งตัวเองที่เผลอหนักมือกับมัน โกรธตัวมันด้วยขี้ยั่วฉิบหาย

"เว้ย!" ผมตะโกนดังๆเตะประตูรถแรงๆมือก็ขยี้หัวตัวเองอย่างไม่รู้จะทำไงดี ดื้อฉิบหายจะพาไปโรงพยาบาลแม่งก็ไม่ไปปล่อยให้ตายที่นี่เลยดีไหมเนี่ย

"ฮึกก เค้าไปก็ได้ตัวอย่าโกรธเค้านะ อย่าโมโหเค้าสิ" ไอ้ปอเดินกระย่องกระแย่งขาหนีบๆมาจับมือผมไว้ มือสากๆของมันลูบเบาๆที่แก้มจนถึงคางทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นก่อนหน้านี้เบาบางลง

"แล้วทำไมมึงไม่ไปโรงพยาบาล เหตุผลล่ะถ้าฟังไม่ขึ้นมึงโดนตีจริงๆนะปอ" ผมหันซ้ายหันขวามองหากิ่งไม้แถวนั้นเตรียมจะฟาดน่องมันจริงๆสักที

"เค้าอาย"

"ห๊ะ! อะไรนะมึงพูดดังๆสิวะ ทีเมื่อกี้กูเห็นร้องครางซะลั่นรถ" ผมเดินไปหักกิ่งกระถินริมทางมากิ่งหนึ่ง เดินกลับมาหามันมือก็พร้อมจะหวดที่น่องได้ทุกเมื่อเหมือนกัน

"อื้อ เค้าอายได้ยินมั้ย! เค้าจะตอบยังไงถ้าหมอถามว่าไปทำอะไรมา ให้ตอบว่าเพิ่งเอากันมางั้นเหรอ แล้วถ้าหมอจะตรวจตรงนั้นล่ะ เค้าก็ต้องแก้ผ้าโก่งตูดให้หมอเห็นหมดเลยน่ะสิ ฮืออ!" ครับ..ทีนี้ดังลั่นซอยเผลอๆถ้ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาคงได้ยินกันจนทั่วถึง พอตะโกนตอบเสร็จมันก็นั่งยองๆกอดเข่าตัวเองปล่อยโฮออกมาดังๆ ผมไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือด่ากับเหตุผลของมันดี

"หึหึ แม่งร้องไห้เจ็บตูดเพราะโดนเอาหนักตั้งแต่วันแรกของปีเลยนะมึงสงสัยปีนี้มึงคงโดนกูเอาหนักทั้งปี พอแล้วไม่ต้องร้องไม่ไปก็ไม่ไป" ผมโยนกิ่งกระถินทิ้งไว้ข้างทางแล้วอุ้มมันไปนั่งในรถ ก่อนจะเดินอ้อมมาทำความสะอาดเบาะทำให้ฉุกใจคิดถึงเรื่องเมื่อกี้ขึ้นมา ช่างแม่งถือว่าเป็นอุบัติเหตุก็แล้วกัน อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของผม อุบัติเหตุแค่ถุงยางแตกแต่ผมยังไม่ได้โนคอนดอมกับมัน 

ความเย็นชาของผมเหมือนเป็นการทำร้ายไอ้ปอ แต่ถ้าผมอ่อนไหวให้กับมันโดยที่ความรู้สึกยังค้างคาว่ามันไม่ใช่อยู่แบบนี้ สักวันความอ่อนไหวจะทำร้ายมันมากกว่าความเย็นชาของผมในวันนี้เสียอีกและนี่มันเป็นการเซฟหัวใจของไอ้ปอเองเพื่อไม่ให้มันต้องเจ็บหนักกว่าที่คิดไว้ในอนาคต อย่าคิดว่าผมใจร้ายกับมันโดยที่ผมไม่รู้สึกอะไรสิ ลึกๆแล้วผมน่ะรู้สึกอยู่แม้มันจะสัมผัสได้ว่าบางเบาก็เถอะ เพียงแต่ผมไม่เอ่ยปากบอกกับใครเท่านั้นเอง...



***ดูไม่ค่อยสนใจนะ แต่ลึกๆแล้วนึกถึงตลอดแหละ แค่ไม่พูด" และ **จะเจอคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม

ข้างล่างยาวหน่อยเน้อ  ขี้เกียจอ่านกรุณาข้ามไปเพราะตอบเม้นกับสปอยล์ด้วยจ้าว

ต้องแยกท่านโปรดเป็นสองเวอร์ชั่น คือตอนที่อยู่กับเพื่อนกับตอนที่อยู่กับปอ และต้องแยกการกระทำกับความคิดของท่านโปรดเป็นสองข้อย่อยอีก โว๊ะอะไรจะเยอะปานนั้นล่ะท่านที่จริงมันไม่ซับซ้อนหรอกแค่ท่านมันทำให้ยุ่งยากไปเองเพราะท่านโปรดเป็นคนดื้อรั้น เป็นคนมั่นใจและปากแข็งพอเจอไก่จ๋าจะบวกว่าเป็นพระรามโง่ๆไปด้วย ในเมื่อออกตัวปฏิเสธกับเพื่อนจนล้อหมุนติ้วๆไปแบบนี้ ในอนาคตกับเมียไก่จ๋าโปรดถึงต้องหลอกตัวเองไปแบบนั้นไง เป็นแบบที่ฟางจะเอานิสัยนี้ไปต่อยอดในตอนอนาคตแต่ขอนึกก่อนเน้อจะเอายังไง แต่ฟางจำได้ว่าในเรื่องก็แค่ตัวแทนฟางปูเนื้อไว้หลายตอนหลายช็อตแล้วนะเรื่องท่านโปรดกับเมียไก่จ๋าน่ะ 

แต่เวอร์ชั่นตอนอยู่กับปอลบเรื่องคำพูดไปซะเอาที่การกระทำ ฟางคิดว่าท่านโปรดใส่ใจปอรักมากนะ คือฟางพยายามเติมปลีกย่อยไปเช่น จำได้ว่าปอรักเคยไปชะอำครั้งเดียวกับโรงเรียน ยอมให้ปอรักตะโกนใส่หน้า ร้อนรนทำอะไรไม่ถูกตอนเห็นเลือด และพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแม้จะต้องรีบกลับมาทำงานและตัวเองยังไม่ได้นอนก็เถอะ (**เพราะเคยเขียนว่าพระอาทิตย์มันขึ้นที่พัทยาไปแล้วทั้งที่ไม่ได้ขึ้นที่นี่และไม่ได้ขึ้นที่บางแสน แต่มันติดนิดเดียวฟางคุ้นเส้นนี้มากกว่าและลงไปหลายตอนก่อนหน้านี้ อีกอย่างเส้นลงใต้ฟางไม่คุ้นเลยนึกภาพไม่ออกจำต้องเขียนให้ไปขึ้นที่พัทยาทั้งเรื่องเน้อจ้าว) แถมตั้งแต่เอาปอมาเลี้ยงท่านโปรดก็เอากับปอคนเดียวจะด้วยอะไรก็ช่างหัวท่าน มันคือการกระทำที่ฟางถือว่าเป็นการใส่ใจนะคะ ไม่ต้องไปอ่านตอนมันย้อนแย้งตัวเองหรอกมันบ้าเหมือนฟางนี่แหละ555

ส่วนนัทกับตุลย์ในตลอดนี้ผ่านประสบการณ์การสูญเสียมาแล้วเลยดูเป็นผู้เป็นคนมีความคิดขึ้นมาหน่อย ในตอนนี้ถึงอ้าปากเตือนเพื่อนรักได้อย่างเต็มภาคภูมิ

มาอีกทีวันศุกร์เน้อ ฟางนึกไม่ออกจริงๆรู้แต่ว่าท่านโปรดกับปอรักจะอยู่กันเป็นปกติสุขอีกตอนคือวันศุกร์ เดี๋ยววันจันทร์จะให้ไก่จ๋ามารู้จักกับท่านโปรดแล้วและมันจะเริ่มมีกลิ่นโชยมาในวันจันทร์ 

​ตอบๆ>>อ่านคอมเม้นปรากฏว่าเฮ้ยมีหลายท่านเดาถูกอ่าา อุ๊บไว้ก่อนว่าเรื่องอะไรรู้แต่เดาถูกทาง เรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดมันมีแน่ๆนังฟางฟันธง หลายคนมอบความรักให้น้องไก่จ๋าเหลือเกินทำเอาฟางไม่กล้าหาอิมเมจไก่จ๋ามาแปะ เรื่องน้องปอรักกับหนูมินและพี่ติณฑ์ฟางเจตนาเขียนแบบนั้นเพื่อให้มันสอดคล้องว่าทำไมเขาถึงได้เจอกันอีกและทำไมเขาถึงได้ดูแลกันและกัน และเป็นแบบเม้นคุณgunเม้นมาเลยจ้าว เพราะคำขอแบ่งเบานั้นเองมินจึงต้องกลับมาเพื่อดูแลน้องหลง

ท้องๆเรื่องท้องน้องปอรักท้องไม่ได้เน้อ ฟางเครียดกับการแต่งคนท้องแล้วต้องหาข้อมูลมาก เลยกะจะพักเรื่องท้องไส้ไปก่อนเดี๋ยวปีหน้ารุ่นลูกค่อยมาท้องกันใหม่ เห็นเม้นแว่บๆว่ากันด้วยเรื่องรุ่นลูก อันนี้สปอยล์ข้ามปีนานมากๆๆ รุ่นลูกจะอัพความดราม่าหนักมากกว่ารุ่นพ่อแม่กับลุงๆ กรุณาเอ็นดูแมงหมูตอนละอ่อนมากๆเจอเวอร์ชั่นติณฑ์ กุลปรีดาพงษ์ ไปมีจี๊ด 

นิยายเรื่องนี้มี60ตอน+3ลบ2 ไม่เกินนี้จ้าว ถ้าไม่มีไก่จ๋า ไม่มีท่านโปรดเวอร์ชั่นย้อนแย้งจะโง่งมก็คงไม่มีน้องหลงและหลงลืมรัก อันนี้ฟางอ่านเม้นมาจำไม่ได้เม้นไหนแต่ชอบ555

อยากวาปให้ตอนมาม่าเหมือนกันแต่เดี๋ยวไม่มีที่มาที่ไปพอตอนทำโทษท่านโปรดเดี๋ยวไม่มีคนสงสารท่านอีก คือฟางมักจะเว้นช่องว่างนิดๆให้พอได้แถแก้ตัวแทนพระเอกกันไปเหมือนหมอตุลย์อ่ะจ้าว ร้ายไปหมดเดี๋ยวไม่เหลือเหตุผลให้กลับมารักกันอีก

ขอบคุณทุกๆคอมเม้น ทุกๆกำลังใจ ทุกๆการด่าทอไก่จ๋าจ้าว เอาไว้เจอกันวันศุกร์หนา พรุ่งนี้ฟางขอไปนึกตอนที่จะอยู่กันแบบสงบๆตอนสุดท้ายก่อน อ่อๆ ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ncนี้จะเป็นบทสุดท้าย อาจจะเจอกันอีกบทเดียวในเกือบจบเน้อ อยากอ่านncไก่จ๋ากับท่านไหมจะได้เตรียมหาไว้ให้เอาระดับไหนรีเควสกันมา แต่อ่านแล้วห้ามจุกเน้อ พบคำตกคำผิดรบกวนแจ้งด้วยจ้าว ขอบคุณจ้าว กราบงามๆ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}