ถั่ว งอก.

ติดเหรียญติดกุญแจนะจ้ะ

“กูเป็นห่วงมึง”

ชื่อตอน : “กูเป็นห่วงมึง”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 776

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 09:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
“กูเป็นห่วงมึง”
แบบอักษร

๓๔

“กูเป็นห่วงมึง”



กลิ่นควันบุหรี่นั้นปลุกให้เธอตื่น...



ญาณตื่นขึ้นมาพบกับกุมภัณฑ์ที่นั่งอยู่ปลายเตียง สูบบุหรี่ในห้องเธอตามอำเภอใจ ร่างบางนั้นลุกขึ้นมาจากเตียงห่มคลุมตัวด้วยผ้าห่มของเธอแล้วแย่งบุหรี่ออกมาจากมือของเขา




ริมฝีปากบางนั้นยังมีควันสีขาวคละคลุ้งอยู่แต่ดวงตาคมคู่นั้นจดจ้องไปที่เธอ



“ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่ามันไม่ดี” เธอพูดเสียงเข้มก่อนจะเดินมาที่หน้าต่างห้องของเธอแล้วโยนมันออกไป ก่อนจะหันมามองเขาอย่างไม่พอใจ



ชายหนุ่มเองที่มีเรื่องเครียดในใจ หากเขาไม่มีอะไรชวนน่าปวดหัวเขาก็ไม่มาสูบบุหรี่แบบนี่หรอก แต่แล้วเพื่อตบตาหญิงสาวตรงหน้าเขาเลยแกล้งคลี่ยิ้มบางแล้วเดินเข้ามาหาเธอ



“ถ้าไม่อยากให้สูบก็ทำแบบนี้สิ...” ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจูบที่ริมฝีปากสีนู้ดนั้น กลิ่นบุหรี่ของเขามันยังคละคลุ้งอยู่ในปากเหม็นจนญาณต้องผละออก



เธอรู้สึกว่าเขานั้นแปลกไป เขาเหมือนจะมีเรื่องบางอย่างกวนใจอยู่...



ญาณเลยกัดเข้าที่ต้นคอขาวๆของชายหนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว



“อือ...” กุมภัณฑ์ครางออกมาพร้อมถอนหายใจ “...ไม่ได้นะครับ ผมต้องไปทำงานตอนเช้า”



ดวงตาสีน้ำผึ้งของเธอนั้นเบิกกว้าง “มึงก็คิดแต่เรื่องอย่างนี้แหละกุมภ์ !”



จุ๊บ



 “พูดคำหยาบต้องโดนลงโทษด้วยการจูบ... ลืมแล้วหรอ ?”












ตึกราพณาสูร เวลา ๑๑.๕๖ น.


อิฐเดินเข้ามาในราพณาสูร โบกมือทักทายเลขาสาวสวยอย่างพริ้มพริ้ง ก่อนที่จะรีบค้อมหัวลงทำความเคารพชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตรงไปที่ลิฟต์ส่วนตัวของเขา



กุมภัณฑ์ที่ช่วงนี้โดดงานแอบไปข้างนอกมาเรื่อยๆเพิ่งกลับเข้ามาคลี่ยิ้มบางๆให้กับคนรู้จักเป็นการส่วนตัวอย่างอิฐ ตอนนั้นเขาเป็นครูสอนศิลปะป้องกันตัวให้แก่ชายหนุ่ม แต่ตอนนี้เขาเป็นยักษ์ขาวให้แก่ราพณาสูรที่กุมภัณฑ์เป็นเจ้าของ



อิฐกดลิฟต์ของบุคคลากรทั่วไปตรงไปยังชั้นรวมตัวของเหล่ายักษ์ขาว



เขามาทันเวลาประชุมทีมพอดิบพอดี ชายหนุ่มนั้นเดินไปเลื่อนเก้าอี้โต๊ะประชุมนั้นออกมาแล้วนั่งลง ขณะที่ยักษ์รุ่นพี่ที่ให้เกียรติมาร่วมประชุมอย่างเขี้ยวของสมิงทั้งสองนั้นเดินเข้ามาอย่างองอาจ



ธงก์นั้นเดินมาเลื่อนโปรเจคเตอร์ลงพร้อมเดินมากดเปิดเครื่องฉาย ในตอนนี้เหล่ายักษ์ขาวที่โดนเรียกมาประชุมนั้นอยู่พร้อมหน้า



“พวกมึงพอจะคุ้นๆกันบ้างมั้ย...” ธงก์พูดขึ้นมาขณะที่กดโน๊ตบุ๊คที่เชื่อมต่อกับเครื่องฉายภาพ



บนโปรเจคเตอร์นั้นกำลังเล่นวีดีโอที่ได้จากกล้องวงจรปิดที่โกดังเก็บของแห่งหนึ่ง เหล่ายักษ์ที่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเมื่อนานมาแล้วนั้นถูกเล่นงานโดยคนเพียงคนเดียว



แม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะอ่วมไม่แพ้กัน ถึงอย่างนั้นมันก็หยามเกียรติพวกเขาไม่น้อย



“ก็ไอ้หน้ากากมารที่กำลังเป็นข่าวนี่ครับ...” ยักษ์หนุ่มคนหนึ่งนั้นพูดออกมา “ที่ว่าแม่งเป็นฆาตกร ฆ่าคนขับแท็กซี่กับผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยม”



“แล้วมันแม่งก็ตามไปขัดขวางเส้นทางเจริญของราพณาสูรเท่าที่จะทำได้ด้วย”



“พวกมึงอาจจะรู้จักมันเพียงแค่นั้น แต่ว่า...” ธงก์นั้นถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้นมา “สิบปีก่อนมันเคยไปลานประลองแล้วล้มกูได้”



“เชรี่ย...” ขุนอุทานออกมาเมื่อได้ยินความโหดของคนที่เขาหมายหัวเอาไว้



อิฐไม่พูดอะไรนอกจากเอามือกอดอกข้างหนึ่ง อีกข้างนั้นกัดเล็บตัวเองด้วยสีหน้ากังวล



...ดูเหมือนพวกเขาจะสืบเรื่องของเธอเข้าใกล้มากขึ้นแล้ว



เขาเป็นห่วงญาณ ต่อให้เธอจะเก่งพอตัว แต่หากโดนคนมีฝีมือรุมเข้าก็จบไม่สวยทั้งนั้นแหละ



“แล้ว.. พี่ธงก์คิดว่ามันเป็นคนเดียวกันหรอครับ ?” แผนนั้นถามขึ้นมา เขี้ยวซ้ายนั้นพยักหน้าอย่างมั่นใจ



“ผมเคยเจอมัน...” ขุนพูดขึ้นพร้อมเอาประสานกัน “เมื่อสองปีก่อนแถวๆขัตติยะ ตอนแรกผมคิดว่าบอสคือมัน...”



“จริงเหรอ ?” ธงก์หันมามองขุนอย่างให้ความสนใจ “มึงแน่ใจนะว่ามันคือคนๆเดียวกัน”



“ครับ” ขุนตอบรับพร้อมพยักหน้า “อาจเป็นอาจารย์สักคนหนึ่งในโรงเรียนเก่าของผม”



กึด!



อิฐลิ้นตัวเองอย่างจัง แม้ว่าภายในห้องประชุมนั้นจะเปิดแอร์เย็นเฉียบ แต่ว่าความร้อนกังวลใจของเขาไม่สามารถดับได้ลง



“พอเถอะธงก์ มึงจะไปรื้อฟื้นมันมาทำไม แม่งก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว...” เขี้ยวขวาอย่างอติมานนั้นพูดขึ้น



“มึงเสือกไรอติมาน นี่เรื่องส่วนตัวกู !”



“มึงเอาความแค้นที่แพ้ให้เด็กบนสังเวียนมาตามล่าคนที่อาจตายไปแล้วเนี้ยนะ ! นิสัยส้นตีนแบบนั้นกูว่าอายุไม่ยืนหรอก !”



“มันยังไม่ตาย กูขอบอกเลยว่าเนี้ย แม่งคือคนเดียวกันกับสิบปีที่แล้ว !!” ธงก์ตวาดเสียงพร้อมตบมือไปที่โปรเจคเตอร์



ไม่มีใครทำให้เขาใจเย็นลงได้เวลาเขาฉุนขาด



มีหลายครั้งแล้วที่เขาทำนักสู้ใต้ดินนั้นเกือบตาย แต่เหตุผลบางอย่างที่เขานั้นดันปล่อยไอ้มารตัวกระจ้อยนั้นให้ได้อยู่กำราบเสิบสาน



“เออ มีอย่างหนึ่งที่กูยังไม่ได้บอก...” ธงก์นั้นพูดขึ้นมาพร้อมมองเหล่ายักษ์ขาวในห้องทั้งหลายก่อนจะมาหยุดสายตาที่อิฐ วินาทีนั้นชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ เขาตั้งใจจ้องมองที่ริมฝีปากของยักษ์รุ่นพี่ที่ขยับเอื้อนเอ่ยว่า "...มันเป็นผู้หญิง"












“รับสักทีสิวะ !” อิฐตะโกนใส่คนปลายสายที่ยังไม่ได้กดรับ พลางชกกำแพงห้องน้ำอย่างลดความตื่นตระหนก ครั้นกดรับไม่ทันที่ญาณจะได้พูดอะไรมากนัก



“มึงมี*----”*


“ไอ้ญาณ งานเข้ามึงแน่ !”



“...”


“กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้มึงระวังตัวเอาไว้ให้ดี กูไม่รู้หรอกว่ามึงไปพลาดได้ยังไง”



“...”


“รุ่นพี่ของกู... เขารู้แล้วว่าไอ้มารนั้นเป็นผู้หญิง”



“แล้ว...?”


“แล้วห่าเหวอะไร ! มึงควรจะระวังตัว อย่าออกจากบ้านเลยนะมึง”



“เพื่อ...?”


“มึงอย่ามากวนตีนกูตอนนี้ได้มั้ย กูเป็นห่วงมึง !!”



“กูดูแลตัวเองได้...”  พูดจบเธอก็ตัดสายใส่เขาทันที



ก่อนที่อิฐจะหันหลังกลับมาพบกับดาวเหนือที่ไม่ได้เข้าห้องประชุมเพราะว่ามาสายนั้นได้ยินประโยคที่เด็ดกว่าที่ธงก์พูดในที่ประชุม



ยักษ์วัยกลางคนผู้นั้นกำลังตามหามารตนนั้น


แต่ยักษ์หนุ่มรุ่นพี่ตรงหน้ากลับเป็นเพื่อนกับมารตนนั้น


ดาวเหนือนั้นเลิกคิ้วสูง “ญาณนี่... เป็นคนเดียวกันกับครูมนัสใช่รึเปล่าครับ ?”













ย่านร้านอาหารแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เวลา ๑๒.๐๘ น.


ญาณเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ของเธอฝั่งตรงข้ามของศาสตร์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังเป็นไปแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆไม่หวือหวามากนัก พวกเขาคบกันมาใกล้จะย่างเข้าปีที่สามแล้ว แต่ญาณตั้งใจจะหยุดความสัมพันธ์ลงเสียที



แต่เธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวด



ญาณหยิบแก้มน้ำของเธอมาดื่มอึกใหญ่เพื่อดับความตื่นเต้น



...จะให้บอกเขาไปว่าไง เธอมีคนใหม่งั้นเหรอ ?



ทุเรศเกินไปม้าง..



...จะบอกว่าเข้ากันไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่อง



ยังไม่เคยให้เขาเอาเข้ามาเลยสักครั้งด้วยซ้ำ...



...จะบอกว่าเขาดีเกินไป



เออ มันดีเกินไปจริงๆแหละ วันๆก็บ้าแต่งาน อยากมากสุดก็แค่จูบกัน



เห้อออ คิดมากแล้วแม่งก็ปวดหัว



ญาณที่จู่ๆที่ปวดขมับทั้งสองขึ้นมานั้นยกมือขึ้นมากุมหน้าผากของเธอเอาไว้ “ฉันรู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบาย...”



“กลับเลยดีมั้ยครับ ?” ผู้อำนวยการโรงเรียนหนุ่มนั้นถามขึ้น “ให้ผมไปส่งนะครับ...”









ญาณรู้สึกอยู่ไม่ถูก เธองุ่มงามอย่างผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะเธอร้อนใจเรื่องที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ระหว่างคนดีๆอย่างเขามากไป



แต่แล้วในขณะที่สายตาของเธอนั้นเริ่มพร่ามัว



สิ่งสุดท้ายที่เห็นเด่นชัดคือรถคันหรูคันนี้นั้นเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด...



นี่มันอะไรกันวะ***!?***


“ไม่...” ญาณพูดออกมาด้วยเรี่ยวแรงเท่าที่มีพร้อมพยายามดึงล็อคประตูของเธอแต่ว่ามันเป็นระบบที่ควบคุมจากฝั่งคนขับเท่านั้น



หลังจากที่เขานั้นเลี้ยวจอดที่หน้าห้องพร้อมบรรดาเด็กคนงานนั้นเลื่อนรูดม่านปิดเอาไว้อย่างรู้งาน



ญาณที่เปิดประตูได้แล้วนั้นก้าวขาที่อ่อนแรงนั้นลงมา เธอก็เข่าทรุดยวบ หูตาพร่ามัว ก่อนที่ตัวของเธอนั้นจะลอยขึ้นเมื่อชายหนุ่มร่างสูงนั้นแบกร่างของเธอขึ้นแล้วผลักประตูห้องเข้าไป



ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงกว้าง ตอนนี้ร่างกายของเธอมันร้อนวูบวาบไปหมด เธอหายใจหอบแรง นอนบิดเร่าไปมาบนเตียง ศาสตร์นั้นไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบรูปถ่ายออกมาจากซองสีน้ำตาลอ่อนมาโยนใส่หน้าของเธอ



มือเรียวสั่นเล็กน้อยเอื้อมมาหยิบรูปถ่ายนั้น



มันเป็นภาพของเธอที่กำลังอยู่บนเครื่องแป้งโดยมีชายหนุ่มร่างสูงอยู่ระหว่างขาของเธอที่พาดบนไหล่กว้างของเขา



อารมณ์คุกกรุ่นของเธอที่มันมีขึ้นมาเองอย่างน่าประหลาดนั้นทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์สุดเร่าร้อนนั้นแล้วเลือดในกายของเธอที่พุ่งพล่าน



“ทำไมคุณถึงหักหลังผมแบบนี้...” ศาสตร์นั้นพูดออกมาก่อนจะถอดแว่นตาทรงกรอบสี่เหลี่ยมของเขาออกแล้วเสยผมขึ้น สายตาคู่นั้นของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ “คุณควรจะเอากับผม ไม่ใช่ผู้ชายคนอื่น !”



“ขอโทษ...” ญาณพูดออกมาอย่างง่ายดาย



แม้ว่าแววตาของเธอจะไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว



แต่ตอนนี้ร่างกายของเธอนั้นมันถูกกระตุ้นด้วยยาบางอย่างที่เขาใส่ลงไปในน้ำดื่มของเธอตอนที่เธอเข้าห้องน้ำไปรับโทรศัพท์



เธออยากจะถอนคำพูดที่พูดเอาไว้กับอิฐเมื่อตอนนั้น...



ตอนนี้เธอต้องการใครก็ได้มาช่วยเธอจากตรงนี้เสียที เธอสาบานว่าหากเธอมีสติครบมากพอ เขาจะไม่มีวันได้ล้วงล้ำเธออย่างนี้แน่นอน



ศาสตร์นั้นตั้งโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาเอาไว้ในมุมที่จะมองเห็นหญิงสาวอย่างเด่นชัดพร้อมกดอัดคลิป แต่ว่าชายหนุ่มนั้นรู้มุมแล้วหลบไม่ให้กล้องบันทึกภาพใบหน้าของเขา



“กุมภ์...” ร่างบางเอ่ยชื่อของชายหนุ่มออกมาขณะที่สายตาของเธอมองศาสตร์ที่ปลดกระดุมของเขาพร้อมเข้ามาหาเธอ มือหนาที่ลูบไล้สัมผัสไปทั่วใบหน้าและเรือนร่างของเธอ



ญาณนั้นกัดริมฝีปากของเธอจนห้อเลือด จิกมือลงบนเตียงไม่ยอมแตะต้องกายของชายหนุ่มตรงข้าม ต่อให้แม้ว่าเธอจะนึกให้เป็นใบหน้าของกุมภัณฑ์เพื่อหลอกตัวเองให้ผ่านมันไปได้



ร่างกายที่ถูกสารบางอย่างนั้นตอบรับเขาได้เป็นอย่างดี แต่ทุกครั้งที่เธอร้องครวญครางก็จะมีแต่ชื่อของผู้ชายอีกคน “...กุมภ์”



______________________

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ lee soo hyuk gif

มันไม่มีอะไรสวยงาม...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น